"ข้อมูลงานสร้าง
ปืนใหญ่จอมสลัด"
|
“ปืนใหญ่จอมสลัด”
พร้อมประกาศศักดาภาพยนตร์ไทยฟอร์มยักษ์
พร้อมฉายโชว์
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่
16 พฤษภาคม 2550 |
|
 |
|
ได้ฤกษ์ทำพิธีบวงสรวงเปิดกล้องอย่างเป็นทางการไปแล้ว
สำหรับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่องใหม่ของผู้กำกับคุณภาพ
“นนทรีย์ นิมิบุตร”
กับภาพยนตร์แอ็คชั่นแฟนตาซีอิงประวัติศาสตร์ที่รวมนักแสดงชื่อดังไว้มากมายเรื่อง
“ปืนใหญ่จอมสลัด”
เมื่อวันเสาร์ที่
17 มิถุนายนที่ผ่านมา ณ
บริเวณด้านหน้ากระทรวงกลาโหม ข้าง ๆ
ศาลหลักเมือง ตรงข้ามวัดพระแก้ว
โดยมีทีมงาน-นักแสดงมาร่วมพิธีกันอย่างพร้อมเพรียง
ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับ
นนทรีย์ นิมิตบุตร,
เดี่ยว-ชูพงษ์ ช่างปรุง, อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม,
เจษฎาภรณ์ ผลดี, วินัย ไกรบุตร, จารุณี
สุขสวัสดิ์, แจ๊คกี้-แจ๊คคลิน อภิชนานนท์,
แอนนา แฮมบาวรีส, สุวินิต ปัญจมะวัต,
จักรกฤษณ์ พาณิชย์ผาติกรรม, เอก โอรี,
มนัสนันท์ พัชรโสภาชัย, ,นรินทร์ วุฒินันท์สันติกุล,
TAKATO,
เมสิณี แก้วราตรี, โสธร รุ่งเรือง, สิทธิพรมวัส
พงษรันย์, ทิฐิ มิเกลลี่, สุนทร มีศรี, กิตินันท์
เสียงสะอาด, ปรีชา เกตุคำ
“ปืนใหญ่จอมสลัด”
เป็นภาพยนตร์เรื่องยิ่งใหญ่ล่าสุดจากการสร้างและจัดจำหน่ายโดยบริษัทสหมงคลฟิล์ม
อินเตอร์เนชั่นแนล รับผิดชอบดูแลในส่วนโปรดักชั่นการผลิตโดย
บริษัทภาพยนตร์หรรษา และกำกับภาพยนตร์โดย
นนทรีย์ นิมิบุตร
ยิ่งไปกว่านี้ ยังกล่าวได้ว่า
“ปืนใหญ่จอมสลัด”
เป็น 1 ในอภิมหาโปรเจ็คต์ภาพยนตร์ไทยฟอร์มยักษ์แห่งปี
ภายใต้การกลับมาจับมือร่วมกันของบุคลากรในวงการภาพยนตร์ระดับคุณภาพเพื่อเสริมความแข็งแรงของโปรเจ็คต์
โดยได้รับเกียรติจาก
วินทร์ เรียววาริน
นักเขียนระดับรางวัลซีไรท์มาทำหน้าที่เขียนบทภาพยนตร์ร่วมกับมือเขียนบทคุณภาพอย่าง
คงเดช จาตุรันต์รัศมี,
ออกแบบงานสร้างโดย
เอก เอี่ยมชื่น,
ดูแลการผลิตโดย
เชิดพงษ์ เหล่ายนตร์
และปรึกษาดูแลงานทางด้านภาพโดย
ชาญกิจ ชำนิวิกัยพงศ์
ในส่วนของนักแสดงนำของอภิมหาโปรเจ็กต์นี้
ก็ได้ระดมขนกองทัพนักแสดงคุณภาพระดับแถวหน้าของเมืองไทยและรุ่นใหม่ไฟแรงมาร่วมจอกันอย่างคับคั่ง
ตั้งแต่การได้นางเอกตลอดกาลอย่าง
จารุณี สุขสวัสดิ์
หวนคืนแผ่นฟิล์มในรอบหลายปี
พร้อมด้วยรุ่นใหญ่อย่าง
สรพงษ์ ชาตรี
และการประชันบทบาทครั้งสำคัญของดาราหนุ่มสุดฮ็อต
อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม
กับนักแสดงแอ็คชั่นเสี่ยงตาย
เดี่ยว ชูพงษ์ ช่างปรุง
และที่ได้รับการกล่าวขานถึงเป็นอย่างยิ่ง
นั่นคือการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งของผู้กำกับ
นนทรีย์ นิมิบุตร
กับเหล่านักแสดงศิษฐ์ก้นกุฏิของเขาที่ต่างก็เติบโตเป็นนักแสดงระดับแม่เหล็กของเมืองไทยอย่าง
ติ๊ก เจษฏาภรณ์ ผลดี, ต๊อก ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ
(ทั้งคู่จากเรื่อง
2499 อันธพาลครองเมือง),
หนุ่ม อรรถพร ธีมากร
(2499 อันธพาลครองเมือง, โอเคเบตง), วินัย
ไกรบุตร
(นางนาก)
และ
หนุ่ม สุวินิต ปัญจมะวัต
(จันดารา,
อารมณ์ อาถรรพณ์ อาฆาต)
นอกจากนี้ในส่วนของนักแสดงฝ่ายหญิง
ยังได้นักแสดงรุ่นใหม่อย่าง
แอนนา แฮมบาวรีส,
แจ๊คกี้-แจ๊คคลิน
อภิชนานนท์, มนัสนันท์
พัชรโสภาชัย
และ
เมสิณี แก้วราตรี
มาร่วมหว่านเสน่ห์และฝีมือทางการแสดงกันบนจอใหญ่ด้วย
ภาพยนตร์แอ็คชั่นแฟนตาซีอิงประวัติศาสตร์เรื่องนี้
เตรียมเปิดกล้องกันปลายเดือนมิถุนายนนี้
เพื่อเป็นโปรแกรมฟอร์มใหญ่ยักษ์สำหรับผู้ชมทุกเพศวัย
ในปี 2550 นี้...ไม่นานเกินรอ
|
 |
|
|
คืนจอใหญ่ไว้ลายฝีมือการแสดงชั้นครู “เปิ้ล จารุณี”
พลิกบทเป็น “ราชินีผู้เสียสละ” ปลื้มได้ร่วมงานกับ
“อุ๋ย นนทรีย์” ใน “ปืนใหญ่จอมสลัด”
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่
16 มิถุนายน 2551 |
|
 |
ห่างหายจากจอภาพยนตร์ไปนานกว่า 10 ปี
สำหรับสุดยอดนักแสดงหญิงของไทยอย่าง “จารุณี
สุขสวัสดิ์”
ที่ครั้งนี้ได้ฤกษ์ดีคืนจอใหญ่อีกครั้งแบบไว้ลายฝีมือการแสดงชั้นครูในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่อง
“ปืนใหญ่จอมสลัด” (Queens of Langkasuka)
ในบทบาทที่อาจเรียกได้ว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตกับบท
“ราชินีฮีเจา” กษัตริย์หญิงองค์แรกของเมืองลังกาสุกะ
ที่เสียสละทุกสิ่งได้เพื่อบ้านเมืองของตน
และครั้งนี้ยังเป็นโอกาสอันดีที่เธอได้ร่วมงานกับผู้กำกับแนวหน้าของไทยอย่าง
“นนทรีย์ นิมิบุตร”
ที่เธอประทับใจในผลงานมานานแล้วด้วย
“ค่ะ บทบาทที่ได้รับในเรื่องนี้ก็คือ “ราชินีฮีเจา”
เป็นราชินีองค์โตของราชวงศ์ลังกาสุกะค่ะ คาแร็คเตอร์ก็จะเป็นกษัตริย์หญิงองค์แรกที่ต้องขึ้นครองราชย์ของรัฐลังกาสุกะนี้นะคะ
บทนี้ก็จะเป็นคนที่เข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว เป็นนักปกครอง
ต้องทำให้ทุกคนเชื่อฟังและนับถือในตัวเราให้ได้
และเป็นผู้ที่ยอมเสียสละได้ทุกอย่างเพื่อแผ่นดินนี้ค่ะ
จริง ๆ แล้วก็รู้สึกคิดถึงหนังใหญ่มาก ๆ อยู่แล้วนะคะ
คิดถึงภาพยนตร์ คิดถึงการแสดงหนัง
คิดถึงบรรยากาศในกองถ่ายอยู่แล้วนะคะ พอเราได้ทราบว่า
เราจะได้รับบทบาทเป็นราชินีฮีเจา
ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวละครที่ได้สื่อความหมายมากมาย
ก็รู้สึกดีใจมาก ๆ ค่ะ
แต่ประการแรกเลยที่ดีใจก็คือได้ร่วมงานกับผู้กำกับอย่างคุณอุ๋ย
นนทรีย์น่ะค่ะ เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า คุณอุ๋ยเป็นผู้กำกับหนังไทยยุคใหม่ที่มีคุณภาพคนหนึ่งของวงการ
จากผลงานเรื่องที่ผ่าน ๆ
มาก็ได้รับคำชื่นชมอย่างมากมายนะคะ มีผลงานคุณภาพหลาย
ๆ เรื่องเป็นการันตีนะคะ เป็นผู้กำกับที่มีฝีมือมาก
และเราก็ประทับใจในผลงานที่ผ่าน ๆ อยู่แล้วด้วยค่ะ
พอเรารู้ว่าจะได้ร่วมงานกับคุณอุ๋ยและทีมงานคุณภาพเรื่องนี้ก็ดีใจมากค่ะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องใช้จินตนาการมาก
มีฉากแอ็คชั่นเยอะ
มีฉากโชว์ซึ่งเป็นฉากอลังการอยู่หลาย ๆ ฉาก
ทั้งการลงทุนอะไรต่าง ๆ นะคะ
กว่าจะร้อยเรียงกันเป็นเรื่องได้ทั้งหมดกับนักแสดงที่มีบทบาทแต่ละคนที่ต้องรับผิดชอบกันอยู่เยอะ
มันก็ต้องใช้ความละเอียด
ใช้ความรู้ความสามารถของผู้กำกับของคุณอุ๋ย นนทรีย์นี่ล่ะค่ะ
ไม่ผิดหวังเลยค่ะที่ได้ร่วมงานด้วย
และก็สมกับที่เราประทับใจเขานะคะและอีกอย่างก็รู้สึกตื่นเต้นด้วยค่ะ
เพราะไม่ได้เล่นหนังมาก็...โห เป็น 10 ปีได้นะคะ
ก็เลยตื่นเต้นอยู่เหมือนกันที่ได้กลับมาแสดงหนังอีกครั้งค่ะ”
ติดตามผลงานการแสดงของนักแสดงหญิงชั้นครู “จารุณี
สุขสวัสดิ์” ใน “ปืนใหญ่จอมสลัด” นี้ได้ในวันที่ 12
สิงหาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์
|
|
|
“เสี่ยเจียง” เลื่อนฉาย “ปืนใหญ่จอมสลัด”
จากวันแม่ 12 สิงหาคม เป็น “9 ตุลาคม” นี้ แน่นอน
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่
27 มิถุนายน 2551 |
โหมโปรโมท “ปืนใหญ่จอมสลัด”
หนังไทยฟอร์มยักษ์ประจำปีอย่างเต็มเครื่อง
สุดท้ายเสี่ยเจียง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ ประธานบริษัทสหมงคลฟิล์ม
อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
ตัดสินใจเลื่อนโปรแกรมฉายหนังครบรอบ 10 ปี ของ “อุ๋ย
นนทรีย์ นิมิบุตร” ออกไปจากเดิม 12 ส.ค.
วันแม่แห่งชาติ เป็น “9 ตุลาคม” แทน
โดยทั้งนี้หัวเรือใหญ่ค่ายใบโพธิ์ได้ให้ความเห็นถึงการเลื่อนฉายในครั้งนี้ว่า
“เป็นความตั้งใจของตัวผม และบริษัทสหมงคลฟิล์มฯ
เองที่ตัดสินใจเลื่อนวันเข้าฉายของหนังเรื่อง ‘ปืนใหญ่จอมสลัด’
จากเดิมที่วางโปรแกรมฉายในวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม
ออกไปในวันที่ 9 ตุลาคมนี้แทน จริง ๆ
ตัวหนังทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว
ทุกขั้นตอนทั้งในส่วนของงานซีจี 100 เปอร์เซ็นต์
งานทางด้านแล็บ ตัดต่อ บันทึกเสียงทุกอย่าง
เพราะหนังเรื่องนี้เราพิมพ์ออกมาเป็นฟิล์มหนังทั้งเรื่องหิ้วไปฉายให้ชาวต่างชาติได้ชมกันแล้วที่เทศกาลหนังเมืองคานส์และผลตอบรับก็ดีมาก
ๆ
แต่สาเหตุที่บริษัทตัดสินใจเลื่อนฉายออกไป
เพราะโปรแกรมฉายเดิมเป็นช่วงเวลาฉายที่ใกล้เคียงกับโปรแกรมฉายภาพยนตร์เรื่อง
‘หนึ่งใจเดียวกัน’ ที่ทางทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา
สิริวัฒนาพรรณวดี
ท่านทรงตั้งใจสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษจากพระราชนิพนธ์ของพระองค์ท่านเองที่สร้างสรรค์ขึ้นมาต่อสังคม
เพื่อให้คนไทยได้ดูกัน
จึงคิดว่าพวกเราคนไทยควรจะต้องยิ่งร่วมสนับสนุน
มีความรู้สึกว่า การเลื่อนโปรแกรมฉายของ
‘ปืนใหญ่จอมสลัด’
ออกไปน่าจะเป็นเรื่องที่ดีและเหมาะสมที่สุด
เพราะในฐานะที่ผมเองเป็นคนไทยรับใช้ผืนแผ่นดินไทยมาจนถึงทุกวันนี้
ด้วยเพราะบารมีของพระองค์ท่าน
จึงเห็นว่าหนทางใดที่เราสามารถร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่านได้
ก็ไม่ควรลังเลที่จะตัดสินใจทำ”
|
|
|
|
“ปืนใหญ่จอมสลัด” ประกาศศักดายิ่งใหญ่
ภาพยนตร์ไทยเรื่องเดียว
ได้รับเลือกเข้าฉายใน “เทศกาลภาพยนตร์เวนิซ
ครั้งที่ 65” ณ ประเทศอิตาลี
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่
4 สิงหาคม 2551
|
|
 |
หลังจากเพิ่งได้รับความสนใจและประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากจาก
“เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์”
เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุด
ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แห่งปีเรื่อง
“ปืนใหญ่จอมสลัด” ของผู้กำกับมือฉมัง “นนทรีย์
นิมิบุตร”
ก็เตรียมประกาศศักดาของภาพยนตร์ไทยให้ชาวโลกได้ชื่นชมกันอีกครั้ง
เมื่อเป็นภาพยนตร์ไทยเพียงเรื่องเดียวที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมฉายใน
“เทศกาลภาพยนตร์เวนิซ ครั้งที่ 65” (The 65th
Mostra Internazionale d’Arte Cinematografica
– The 65th Venice Film Festival)
ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 27 ส.ค.-6 ก.ย. นี้
ณ ประเทศอิตาลี
โดยภาพยนตร์แห่งปีที่ผู้ชมตั้งตารอชมเรื่องนี้
ได้รับเลือกให้เข้าร่วมงานฉายโชว์ในสาย Out of
Competition Gala “Udine Midnight”
ซึ่งเป็นการร่วมมือกันกับเทศกาล Far East Film
Festival of Udine
ผู้กำกับอุ๋ย-นนทรีย์เปิดเผยด้วยสีหน้าแช่มชื่นว่า
“รู้สึกยินดีและดีใจมาก ๆ เลยครับ
ที่หนังของเราได้รับคัดเลือกอย่างเป็นทางการให้ไปฉายโชว์ที่เทศกาลหนังเวนิซในครั้งนี้
เพราะในการทำงานทุกครั้งตัวผมและทีมงานทุกคนก็ตั้งใจและพยายามทำงานกันอย่างสุดความสามารถ
และเมื่อได้รับเลือกให้ไปฉายที่เทศกาลภาพยนตร์ไม่ว่าที่ไหนก็ตามแต่
ก็แสดงว่าเค้าได้เห็นถึงความตั้งใจในการทำงานของเราที่ผ่านมาในช่วง
4-5
ปีนี้ที่เต็มที่กับหนังเรื่องนี้เรื่องเดียว
(ยิ้ม)
ก็ถือว่าความพยายามของเราประสบผลสำเร็จระดับหนึ่งแล้วล่ะครับ
เหนื่อยมากแต่ก็ภูมิใจมากเช่นกันครับที่จะทำให้ชาวต่างชาติได้รู้จักหนังไทยของเรากันมากขึ้น
อย่างที่เมืองคานส์ที่ผ่านมาก็ได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติมากมาย
มาคราวนี้ก็หวังว่าผู้ชมในเทศกาลครั้งนี้จะชื่นชอบหนังเรื่องนี้ไม่แพ้กันนะครับ”
“ปืนใหญ่จอมสลัด”
พร้อมฉายให้คนไทยทั่วประเทศได้ภูมิใจในวันที่
23 ต.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์
|
|
|
|
“เดี่ยว ชูพงษ์” ปลื้ม ได้เล่นแอ็คชั่นแนวใหม่
พร้อมลงลึกบทดราม่า ใน “ปืนใหญ่จอมสลัด”
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่
7 สิงหาคม 2551
|
|
 |
เป็นอีกหนึ่งนักแสดงหนุ่มที่ถนัดบทแอ็คชั่นเป็นพิเศษ
แต่กับบทบาทใหม่ในอภิมหาภาพยนตร์ “ปืนใหญ่จอมสลัด” นี้
“เดี่ยว ชูพงษ์ ช่างปรุง”
จะได้ท้าทายความสามารถของตัวเองมากขึ้นด้วยการเล่นแอ็คชั่นแนวใหม่
ๆ พร้อมทั้งยังต้องลงลึกในบทดราม่าอย่างที่ไม่เคยแสดงในเรื่องไหนมาก่อนด้วย
นักแสดงหนุ่มรายนี้เปิดเผยถึงการแสดงครั้งสำคัญของตนว่า
“เรื่องนี้ผมก็ได้รับบทเป็น “ยะรัง” นะครับ
ก็จะเป็นทหารองครักษ์เอกที่อยู่ในลังกาสุกะที่เป็นรัฐอิสระนะครับ
ก็คือปกครองตัวเอง
คือแต่ก่อนมีกษัตริย์ที่เป็นผู้ชายปกครองมาตลอด
แต่มายุคของรายาฮีเจาก็จะเป็นผู้หญิงทั้งหมด
ตัวยะรังที่เป็นทหารเอกเองก็ต้องคอยเป็นตัวดำเนินการทุกอย่างในวัง
ทั้งในเรื่องของการรบ หรือว่าสั่งการทหารต่าง ๆ
คือเหมือนกับเป็นตัวแทนของรายาฮีเจาในการรักษาบ้านเมือง
ก็เลยทำให้ยะรังต้องเก่งเรื่องการต่อสู้มาก ๆ
และก็จะแอบมีความรักกับองค์หญิงบิรูที่เป็นน้องสาวของราชินีฮีเจา
แต่ตัวยะรังเองก็ไม่กล้าจะแสดงความรักออกมาเพราะเห็นว่าตัวเองต่ำต้อยต่างศักดิ์กว่า
ตรงจุดนี้ก็จะทำให้เกิดการแสดงทางด้านดราม่าขึ้นนะครับ
ส่วนแอ็คชั่นในเรื่องนี้ก็จะแปลกออกไปด้วยครับ
ก็จะเป็นการต่อสู้ของทางใต้ จะเป็นปัญจสีรัต
ผมก็ต้องไปฝึกปัญจสีรัตกับอาจารย์ที่ มศว.
แล้วก็นำมาดัดแปลงเป็นคิวบู๊ของเรื่อง
จะเป็นลีลาที่ไปเพิ่มขึ้นของปัญจสีรัต จะมีรำ
มีท่วงท่าที่แบบสวยงามมากขึ้นคล้ายกับพวกวูซูอะไรอย่างนี้
แต่ว่ามันจะเป็นคนละแขนงกัน แล้วก็ต้องใช้ดาบ
ต้องมีดาบเป็นอาวุธประจำตัว เรื่องแรกก็จะมือเปล่า
เรื่องที่สองก็จะเป็นบั้งไฟ
แต่ว่าเรื่องนี้จะเป็นดาบและก็ลีลาของปัญจสีรัต
และแอ็คติ้งก็ต้องเพิ่มขึ้นมาอีก
เพราะว่าสำหรับที่ผ่านมาใน ‘ฅนไฟบิน’
ก็จะออกแนวลูกทุ่ง ๆ แต่เรื่องนี้ก็จะเป็นในวัง
จะเป็นผู้ดีขึ้นมาหน่อยครับ (หัวเราะ)
ที่ยากขึ้นมากก็คือในส่วนของดราม่านะครับ
ส่วนมากก็จะไม่ค่อยพูดถึงความสนุกสนานของยะรัง
คือยะรังต้องเป็นคนที่นิ่ง เงียบขรึม
เป็นผู้นำอะไรอย่างนี้ จะออกไปแนวแบบดราม่านิ่ง ๆ
จะแสดงออกทางสีหน้ามากกว่าไดอะล็อกที่พูดนะครับ
ก็รู้สึกว่าเล่นยากพอสมควร เพราะว่าจะต้องใช้แอ็คติ้งสื่อมากกว่าไดอะล็อกพูดแล้ว
ก็มีไปเรียนแอ็คติ้งกับครูเล็ก (ภัทราวดี)
เพิ่มเติมด้วย และพี่อุ๋ยก็จะช่วยเยอะมากนะฮะ
เพราะว่าคือผมก็ยังไม่ค่อยเก่งเรื่องแอ็คติ้งเท่าไหร่
เวลาผมเข้าฉากผมก็ต้องถาม พี่อุ๋ยก็จะคอยบอกคอยคอมเม้นท์ให้
พี่อุ๋ยก็ช่วยได้มากในส่วนนี้ครับ”
ติดตามความสามารถทางการแสดงที่โดดเด่นมากขึ้นของ
“เดี่ยว ชูพงษ์ ช่างปรุง”
นี้ได้ในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่ทุกคนตั้งตารอ
“ปืนใหญ่จอมสลัด”...23 ต.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์
|
|
|
|
อลังการงานสร้าง “ฉากท้องพระโรงวังลังกาสุกะ”
“ติ๊ก-แอนนา” เข้าพิธีหมั้นเพื่อชาติ ใน
“ปืนใหญ่จอมสลัด”
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่
10 กันยายน 2551
|
|
 |
ถือเป็นฉากใหญ่ฉากหนึ่งของอภิมหากาพย์ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์
“ปืนใหญ่จอมสลัด” ที่ทุ่มทุนสร้าง
“ท้องพระโรงวังลังกาสุกะ” อย่างอลังการ
เพื่อใช้ในฉากพิธีหมั้นเพื่อชาติระหว่าง
“เจ้าหญิงอูงู” (แอนนา รีส)
องค์หญิงองค์สุดท้องของลังกาสุกะ และ “เจ้าชายปาหัง”
(เจษฎาภรณ์ ผลดี) พันธมิตรแห่งเมืองปาหัง
ฉากสำคัญของเรื่องฉากนี้จะแสดงให้เห็นวัฒนธรรม,
การปกครอง,
ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐในอดีตผ่านราชพิธีหมั้นครั้งใหญ่นี้เพื่อการเชื่อมสัมพันธภาพอันดีระหว่างรัฐลังกาสุกะและรัฐปาหัง
เราจะได้เห็นความพิถีพิถันและความยิ่งใหญ่ในการสร้างท้องพระโรงของลังกาสุกะ
เครื่องแต่งกายอลังการของเจ้าหญิง 3 พระองค์ (ฮีเจา,
บิรู, อูงู), เจ้าชายปาหัง, ทหารวัง
รวมถึงคณะทูตานุทูตที่มาร่วมพิธีอันทรงเกียรตินี้
โดยฉากไฮไลต์นี้ “เอก เอี่ยมชื่น”
ผู้ออกแบบงานสร้างคนสำคัญของเรื่องได้จัดทีมงานกว่า
100 คน เพื่อเซ็ตฉากนี้ขึ้นที่สตูดิโอสหมงคลฟิล์ม
ย่านรามคำแหง 164
โดยใช้เวลาสร้างอย่างพิถีพิถันในทุกรายละเอียดนานถึง 6
เดือน และใช้เวลาในการถ่ายทำเซ็ตนี้ (ในทุก ๆ
ฉากของเรื่อง) อยู่ 1 เดือนเต็ม ๆ
เอก เอี่ยมชื่น
เปิดเผยถึงเบื้องหลังงานสร้างฉากใหญ่ฉากนี้ว่า...
“ฉากวังลังกาสุกะนี่เป็นเรื่องใหญ่และยากมากฉากหนึ่งของเรื่องเลยครับ
เพราะกว่าจะสร้างฉากนี้ได้ทางผมต้องแบ่งทีมงานออกไปรีเสิร์ชข้อมูลเพื่อที่จะให้เห็นภาพรวมเดียวกัน
หลังจากนั้นเราก็จะต้องทำแปลนพระราชวังทั้งหมดนะครับ
เราต้องเขียนแบบทุกชิ้นก่อน ซึ่งวิธีออกแบบวัง
เราก็เลือกจากจุดเด่นของแต่ละวัง
แต่ละสถานที่ที่เราไปรีเสิร์ชมาผสมผสานกัน
เราก็จะได้อะไรที่แปลกใหม่และมีความเป็นแฟนตาซีด้วย
จากนั้นก็ทำเป็นโมเดลทั้งเมืองออกมาก่อนเพราะจะทำให้เราเห็นภาพรวมทั้งหมด
และคำนวณได้ว่าดีไซน์ที่คิดไว้มันเป็นไปได้จริงหรือไม่
เสาจะรับน้ำหนักหลังคาอะไรได้จริงหรือเปล่า
ตรงโมเดลก็ทำลายสลักอะไรออกมาให้เหมือนจริงทั้งหมด
แม้เรื่องที่มันเกิดขึ้นจะเกิดแค่ในท้องพระโรงก็ตาม
แต่ว่าในภาพรวมความเป็นอาณาจักรเนี่ยมันจะต้องเขียนเพิ่มด้วยซีจี
เราก็จะต้องทำงานดีไซน์พระราชวังนี้ขึ้นมาทั้งพระราชวัง
ทั้ง ๆ ที่เราไม่ได้ใช้จริง ๆ
แต่เราจะต้องทำเพื่อให้ฝ่ายซีจีกับเรามองเห็นเป็นภาพเดียวกันทั้งหมด
เราก็จะทำพระราชวังทั้งพระราชวัง
รวมทั้งโมเดลทั้งเมืองภายนอกทั้งหมด
แล้วก็มาทำฉากภายในเฉพาะที่เราจะใช้ในฉากงานหมั้นนี้นะครับ
ก็ใช้ทีมงาน 100 กว่าคนสร้างฉายภายในของวังนี้ทั้งหมด
โดยใช้เวลาทั้งสิ้นครึ่งปีได้ครับ
ก็ยากกว่าทุกเรื่องที่เคยทำมาก็ว่าได้เลยครับ
แต่อย่างหนึ่งคือเราไม่ทำหนัง Realistic แบบจริง ๆ
เราทำหนังแฟนตาซีอิงประวัติศาสตร์ เพราะฉะนั้นเนี่ยทำให้เราไม่รู้สึกติดขัดมากในการที่เราจะอิงกับความจริงว่ามันมีจริง
ๆ ณ ขณะนั้นหรือไม่นะครับ
มันสามารถบวกเปอร์เซ็นต์ไปได้อีก 10-20
เปอร์เซ็นต์ในด้านความสวยงาม เช่น แปลนพระราชวัง
ช่องลมภายใน มันหวือหวากว่าของจริงเยอะ
เราทำดีไซน์ที่มันหวือหวามากขึ้นได้
แต่ว่าเราไม่ได้บวกจนเกินกว่าความเป็นจริงที่จะเป็นไปได้
ดังนั้นการที่เราสามารถจินตนาการได้
มันก็ทำให้ง่ายขึ้นในแง่การดีไซน์นะครับ”
ในขณะที่ผู้กำกับ “นนทรีย์ นิมิบุตร”
พูดถึงฉากสำคัญฉากหนึ่งของเรื่องนี้ว่า...
“มันเป็นเรื่องของการคาดเดาทุกอย่าง
คือเราไม่เคยเห็นพิธีการหมั้นการแต่งงานกันมาก่อน
ฉะนั้นเราต้องใช้ข้อมูลรีเสิร์ชทั้งหมดที่มันเป็นไปได้
พยายามประกอบร่างให้เกิดเป็นฉากงานหมั้นครั้งใหญ่นี้ขึ้นนะครับ
แต่ถ้าเรามองข้ามความยิ่งใหญ่ของฉากนี้ไปทั้งหมด จริง
ๆ แล้วฉากนี้จะเป็นฉากดราม่าของเจ้าหญิงอูงูเลยนะครับ
เพราะว่าการที่จะต้องหมั้นจนถึงแต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รัก
จำเป็นจะต้องแต่งงานเพื่อบ้านเมือง เพื่อแผ่นดิน
ฉะนั้นก็จะเป็นความอึดอัดใจ
ความลำบากใจของเจ้าหญิงอูงูมากจริง ๆ
แต่ว่าในที่สุดตัวเจ้าหญิงเองก็เข้าใจว่าต้องเสียสละเพื่อแผ่นดิน
คือเจ้าหญิงทุกคนในเรื่องจะต้องเสียสละเพื่อแผ่นดิน
แผ่นดินต้องมาก่อน ทุกอย่างแผ่นดินต้องเป็นใหญ่
ฉากนี้ก็เป็นการแสดงความเสียสละอันยิ่งใหญ่เท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะทำได้เพื่อแผ่นดินของตนนะครับ”
พระเอกของฉากนี้อย่าง “ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี” ที่รับบท
“เจ้าชายปาหัง”
เผยความรู้สึกน่าทึ่งของฉากนี้ไว้ว่า...
“โอ้โห ฉากในท้องพระโรงวังลังกาสุกะเหรอครับ
ทุกอย่างถูกสร้างอย่างพิถีพิถันสมจริงทุกอย่างเลยครับ
แค่ผมเดินเข้าไปในฉากที่เซ็ตเป็นท้องพระโรงของวังเนี่ย
ก็รู้สึกว่า โอ้โห ทุกอย่างดูเหมือนจริงหมด
ทำให้เรารู้สึกว่าเราอยู่ในเหตุการณ์ย้อนอดีตไปในยุคนั้นจริง
ๆ เลยนะครับ ทุกรายละเอียดของฉากนี้ พี่เอก
เอี่ยมชื่นเขาสร้างออกมาได้อย่างน่าทึ่งมาก ๆ
แม้กระทั่งส่วนที่อยู่นอกเฟรม
พี่เขาก็ไม่ได้ละเลยในการสร้างนะครับ
คือสร้างทุกอย่างตั้งแต่ชิ้นส่วนเล็ก ๆ
ไปจนถึงส่วนใหญ่ได้อย่างสุดยอดมาก ๆ ครับ
รวมถึงเครื่องแต่งกายทุกอย่างให้อารมณ์ที่สมจริงมาก ๆ
เมื่อก้าวเข้าไปอยู่ในฉากนี้ก็ให้เราเกร็งอยู่บ้างนะครับ
แต่ด้วยความพร้อมของทีมงานทุก ๆ ส่วน
ก็ทำให้การถ่ายทำง่ายขึ้นและผ่านไปด้วยดีครับ”
ด้านนางเอกน้องใหม่ “แอนนา รีส”
กล่าวถึงความยากในฉากนี้ไว้ว่า
“ฉากงานหมั้นนี้ยิ่งใหญ่มาก ๆ เลยค่ะ ประทับใจมาก ๆ
ด้วยค่ะ
ทั้งฉากท้องพระโรงที่ทีมงานสร้างขึ้นอย่างสมจริง
เสื้อผ้า เครื่องประดับ เมคอัพอะไรต่าง ๆ
คือทุกอย่างดูอลังการไปหมดเลยค่ะ
รวมถึงทีมนักแสดงที่มากันแบบครบเซ็ตใหญ่เลยนะคะ
แล้วยังมีพวกนักแสดงสมทบอื่น ๆ อีก
รวมทีมงานแล้วก็เกือบร้อยคนได้นะคะ
ฉากนี้ก็ยากเหมือนกันค่ะ
เพราะเป็นฉากที่เจ้าหญิงอูงูต้องเข้าพิธีหมั้นกับเจ้าชายปาหังที่ตัวเองไม่รู้จักและไม่ได้รักด้วย
แต่ก็ต้องยอมเสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง ก็ถือเป็นฉากดราม่าที่แม้เราไม่เต็มใจแต่ก็ต้องเก็บกดไว้
แล้วก็แอบร้องไห้ออกมา
แต่โชคดีที่แอนนาเป็นคนร้องไห้ง่ายนะคะ แค่อ่านบท
แอนนาก็ร้องไห้ได้แล้วค่ะ ขี้แงมั้งคะ
ฉากร้องไห้นี้ถ่ายจริง ๆ ก็แค่ประมาณ 2-3 เทคเองค่ะ
ก็ใช้เวลาไม่นาน
แต่ถ้ารวมทั้งฉากก็ใช้เวลานานอยู่หลายวันค่ะ
ก็อยากให้ติดตามชมกันนะคะ
เพราะเรื่องนี้ยิ่งใหญ่ทุกฉากแน่นอนค่ะ”
“ปืนใหญ่จอมสลัด”
พร้อมประกาศศักดาแห่งความอลังการภาพยนตร์ไทย 23
ตุลาคมนี้ พร้อมกันทั่วประเทศ
|
|
|
|
“ปืนใหญ่จอมสลัด” กระหึ่ม “เทศกาลหนังเวนิซ
ครั้งที่ 65”
“อุ๋ย นนทรีย์” สุดปลื้ม ผู้ชมต่างชาติแห่ชม
ปรบมือโห่ร้องอย่างชื่นชม
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่
12 กันยายน 2551
|
|
 |
เรียกเสียงฮือฮาที่ต่างประเทศอีกครั้ง
สำหรับอภิมหากาพย์ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ “ปืนใหญ่จอมสลัด”
(QUEENS OF LANGKASUKA)
ผลงานเรื่องยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตคนทำหนังของผู้กำกับมือดี
“นนทรีย์ นิมิบุตร” ที่คราวนี้ไปสร้างชื่อเสียงไกลถึง
“เทศกาลหนังเวนิซ ครั้งที่ 65” ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่
27 ส.ค.-6 ก.ย. ที่ผ่านมา ณ ประเทศอิตาลี
โดยภาพยนตร์แอ็คชั่น-แฟนตาซีเรื่องยิ่งใหญ่นี้ได้ฉายโชว์ในสาย
OUT OF COMPETITION เมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา ถึง 2
รอบด้วยกัน
โดยรอบเช้าเป็นงานแถลงข่าวและเปิดให้สื่อมวลชนได้เข้าชม
ส่วนรอบเที่ยงคืนเป็นรอบ Red Carpet-เดินพรมแดง
และเปิดให้ผู้ชมทั่วไปได้เข้าชม
ซึ่งทั้งสองรอบต่างก็ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนทุกแขนง,
นักวิจารณ์นานาชาติ
รวมถึงผู้ชมต่างชาติในการสัมภาษณ์ทำข่าวและเข้าชมกันเป็นอย่างดี
ยิ่งไปกว่านั้น ยังได้รับเสียงตอบรับที่ดีมาก ๆ
จากผู้ชมส่วนใหญ่ในเทศกาลครั้งนี้
โดยหลังจากที่ภาพยนตร์ฉายจบลง
ผู้ชมในโรงภาพยนตร์ต่างก็ลุกขึ้นยืนปรบมือกึกก้องและโห่ร้องด้วยความชื่นชมยินดีนานถึง
3 นาทีเต็มทีเดียว
ซึ่งภาพยนตร์ในเทศกาลนี้น้อยเรื่องนักที่จะได้รับเกียรติเท่านี้
นับเป็นการประกาศศักดาและสร้างปรากฏการณ์ของภาพยนตร์ไทยให้กระหึ่ม
ณ ต่างแดนอีกครั้งหนึ่ง
“ตื่นเต้นมาก ๆ ครับ ไม่ว่าจะไปมากี่เทศกาล
แต่พอเวลาหนังใกล้ฉายและผมได้ร่วมชมไปพร้อม ๆ
กับคนดูด้วย
ความรู้สึกดีใจและตื่นเต้นก็ยังคงมีอยู่ทุก ๆ
ครั้งนะครับ กับเทศกาลหนังเวนิซครั้งนี้ก็รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยไปกว่ากันเลยครับ
แล้วผมก็รู้สึกว่าที่นี่เขาให้เกียรติกับคนทำงานมาก ๆ
แล้วก็ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นเป็นกันเองด้วยนะครับ
ก็รู้สึกยินดีมาก ๆ เพราะขนาด Director
ของทางเทศกาลก็ยังมาเลยครับ
ก็ถือเป็นการให้เกียรติกับหนังเรื่องนี้อย่างสูงจริง ๆ
ครับ
คนดูส่วนใหญ่ก็ชื่นชอบกันนะครับ
เท่าที่ได้พูดคุยก็ชอบความแปลกใหม่ ความเป็นไทย
องค์ประกอบโดยรวมทั้งหมดของหนังก็น่าสนใจ
รวมถึงนักแสดงอย่างอนันดาซึ่งชาวต่างชาติก็ค่อนข้างให้ความสนใจกันนะครับ
แต่ที่สุดของความประทับใจในเทศกาลครั้งนี้ก็คือ
ตอนหนังฉายจบ
ผู้ชมในโรงหนังต่างก็ปรบมือแสดงความชื่นชมกันนานมาก ๆ
ตัวผมเองก็ยังรู้สึกตื่นเต้นและภูมิใจกับการให้เกียรติในครั้งนี้มาก
ๆ พอได้รับผลตอบรับที่ดีอย่างนี้ก็หายเหนื่อยเลยครับ”
ผู้กำกับนนทรีย์เปิดเผยความรู้สึกประทับใจด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
หลังจากนี้ “ปืนใหญ่จอมสลัด”
ก็เตรียมเป็นภาพยนตร์เปิดงานใน
“เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ครั้งที่ 6 ในวันที่
26 ก.ย. นี้
จากนั้น ก็จะเหินฟ้าไปร่วมฉายโชว์ใน
“เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน ครั้งที่ 13” (ในสาย
Open Cinema) ระหว่างวันที่ 2-10 ต.ค. ณ ประเทศเกาหลี
และ “เทศกาลภาพยนตร์ม้าทองคำ ครั้งที่ 45”
ระหว่างวันที่ 6-21 พ.ย. ณ กรุงไทเป ประเทศไต้หวัน
โดยได้รับเกียรติให้เป็นภาพยนตร์ฉายเปิดเทศกาลในสาย
South East Asian Program
และพร้อมเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ทั่วประเทศในวันที่ 23
ต.ค. นี้ ทุกโรงภาพยนตร์
|
 |

|
|
|
|
"จารุณี - อนันดา"
ยกทีมดารานำแห่ร่วมงานเปิดตัวภาพยนตร์
"ปืนใหญ่จอมสลัด"อย่างอลังการ
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่
22 ตุลาคม 2551
|
|
 |
ดาราดังมากมายแห่ร่วมงานเปิดตัวภาพยนตร์
"ปืนใหญ่จอมสลัด"อย่างคับคั่งจนทำให้ณ ลานหน้าบีทูเอส
ชั้น1 เซ็นทรัลเวิล์ดพลาซ่า แคบไปถนัดตา
ยายเม้าท์ ณ Openmm.com มารายงานตัวแล้วจ้า...
หลังจากห่างหายไปนาน
กลับมาครั้งนี้พร้อมกับการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในภาพยนตร์ไทยฟอร์มยักษ์แห่งปีของค่าย
"สหมงคลฟิลม์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด" ด้วยผลงานชิ้นโบว์แดงเรื่อง
"ปืนใหญ่จอมสลัด" หรือ "QUEENS OF LANGKASUKA"
ซึ่งเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ไปแล้วเมื่อวานนี้ ณ
ลานหน้าบีทูเอส ชั้น1 เซ็นทรัลเวิล์ดพลาซ่า
บรรยากาศในงานเริ่มต้นด้วยโชว์สุดหรูอลังการที่เสมือนหลุดมาจาแผ่นฟิล์มมีนามว่า"ลังกาสุกะโชว์"
(จะเวอร์สุดขั้วซะขนาดไหนต้องรีบเข้าไปชมภาพตัวอย่างบางช่วงบางตอนในภาพยนต์ที่ทีมงาน
Openmm.com เก็บมาฝากกัน
แต่ละชุดสวยงามเล่นเอายายเม้าตาลุกวาว
อยากเข้าไปแย่งชิงมาสวมใส่บ้าง...)
ซึ่งโชว์นี่จะอิงเนื้อหาบางส่วนจากภาพยนตร์
ปิดท้ายโชว์ด้วยการออกมาเดินอวดโฉมของเหล่านักแสดงนำมากมาย
ไม่ว่าจะเป็น "จารุณี สุขสวัสดิ์" , "อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม"
(ว้าว...มาแล้วหวานใจยายเม้าท์) , "เดี่ยว-ชูพงษ์
ช่างปรุง" , "แจ๊คกี้-แจ๊คคลิน อภิชนานนท์" ,"แอนนา
แฮมบาวรีส" , "เอก โอรี" แต่เสียดายที่"สรพงษ์ ชาตรี"
และ"เจษฎาภรณ์ ผลดี" (หวานใจยายเม้าท์อีกคน)
นั้นไม่ได้มา แต่ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นไรเพราะแค่น้องอนันดามาคนเดียวก็พอแล้วสำหรับยายเม้าส์
แพล่มๆนอกเรื่องมาซะนานเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าค่ะ...
หลังจากนั้นก็เป็นการพูดคุยกับเหล่านักแสดง
ทีมงานและผู้กำกับคนเก่งของเรา "อุ๋ย-นนทรีย์
นิมิบุตร" โดยมี"วีเจเอก-เอกชัย วริทธิ์ชราพร"
เป็นพิธีกรในงานวันนี้ การพูดคุยบนเวทีเริ่มด้วย
เรื่องของบทภาพยนตร์กับ"วินทร์ เลียววาริณ" และ"วินทร์"
ก็โอกาสนี้ในการโปรโมทงานเขียนเล่มใหม่ล่าสุดของเขา
"บุหงาปารี" นวนิยายที่สานต่อและลงลึกรายละเอียดเกี่ยวภาพยนตร์
ปืนใหญ่จอมสลัด
ซึ่งจะวางแผงวันแรกวันเดียวกับวันเข้าฉายภาพยนตร์คือ
23 ต.ค. 2551 และต่อเรื่องของเครื่องแต่งกาย คอสตูมที่สวยงามโดนใจยายเม้าท์ทั้งหมดมาจากฝีมือของคุณพี่สองคนนี้
"น้ำผึ้ง โมจนกุล"และ"ชาติชาย ไชยยนต์"
และก็มาถึงคิวของ "อุ๋ย-นนทรีย์ นิมิบุตร"
ผู้กำกับนั้นได้ฝากถึงแฟนๆทุกคนว่า "เวลา 4
ปีที่เราทำงานมา ใช้เวลาเป็นพันๆวันถึงจะเสร็จ
เรียกว่าเรียนจบปริญญาได้อีกใบ ขอร้องอย่าก๊อปปี้หนังเราเลยครับ
เพราะมันทำให้เราเหนื่อยเราถ้อ ขอให้ช่วยกันนะครับ
และขอให้สนุกกับภาพยนตร์ครับ"
แล้วต่อกันด้วย"จารุณี สุขสวัสดิ์"
ตัวแทนนักแสดงหญิงได้ฝากถึงทุกคนว่า
"หนังเรื่องนี้สนุกมากๆค่ะ อยากให้ทุกคนได้ชม
และหวังว่าทุกคนก็จะมีความสุขที่คิดคนไทยทำหนังดีๆอย่างนี้ได้
และเมื่อมีความสุขแล้วอย่าลืมบอกความสุขนี้ต่อด้วยนะค่ะ"
ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยตัวแทนนักแสดงชาย "น้องอนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม"
หวานใจยายเม้าท์ ซึ่ง"น้องอนันดา"พูดสั้นๆ(เพราะไม่ค่อยสบาย)
แต่ได้ใจ(ความ)ว่า "ผมได้แอบดูหนังมาแล้วครับ
หนังสนุกมาก ถ้าไม่ได้ดูจะเสียใจนะครับ"
สำหรับใครที่ดูภาพบรรยากาศงานในวันนี้แล้วยังไม่จุใจ
ก็สามารถติดตามความความยิ่งใหญ่อลังการกันเต็มๆได้ในภาพยนตร์
"ปืนใหญ่จอมสลัด" 23 ตุลาคม นี้
ทั่วประเทศค่ะ...(ขายของให้เขาหน่อย
เรื่องหน้าอย่าลืมเอายายไปเล่นบ้างนะค่ะ)
สามารถคลิกดูภาพแบบเต็มๆทั้งหมดได้ที่นี้เลยค่ะ
http://www.openmm.com/gang/index.php?topic=724.0
รายงาน : ทีมข่าวภาพยนตร์ Openmm.com
ภาพถ่าย : นายอิทธินันท์ วงศ์ฟัก
|
|
|
|
ทุ่มทุนสร้าง “กำแพงวังลังกาสุกะ” สมจริง
ถ่ายทำฉากสงครามสุดยิ่งใหญ่เป็นแรมปี ใน
“ปืนใหญ่จอมสลัด”
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่
22 ตุลาคม 2551
|
|
 |
นับเป็นฉากไฮไลต์ตระการตาปิดท้ายภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่อง
“ปืนใหญ่จอมสลัด” กับ “ฉากกำแพงวังลังกาสุกะ”
ที่ทีมงานทุ่มทุนสร้างอย่างอลังการที่บ้านฉาง
จ. ระยอง
เพื่อใช้ถ่ายทำฉากสงครามยิ่งใหญ่ท้ายเรื่องระหว่างฝ่ายลังกาสุกะและเหล่าโจรสลัดที่ยกทัพเรือเข้ามาโจมตี
ซึ่งฉากนี้ถือเป็นฉากที่ถ่ายทำกันอย่างยาวนานเป็นปี
เพราะต้องผสมการถ่ายทำฉากซีจีที่เพิ่มระดับความยากขึ้นไปเป็นทวีคูณอีกด้วย
ผู้กำกับ “นนทรีย์ นิมิบุตร”
เผยเบื้องหลังฉากนี้ว่า
“โอ้โห
ฉากกำแพงวังนี่เป็นฉากที่ถ่ายทำยาวนานที่สุดเป็นปีเลยครับ
คือเราไปฉากกำแพงวังลังกาสุกะที่บ้านฉาง จ.
ระยอง ก็ไปเช่าเอาลานตากมันพื้นที่ขนาดใหญ่ ๆ
แล้วก็สร้างเป็นกำแพงเมืองใหญ่ ๆ ซึ่งใหญ่มาก
ๆ ใหญ่จนน่าตกใจ (หัวเราะ)
อันนั้นเราใช้เวลาเป็นปีทั้งสร้างฉากและก็ถ่ายทำเลยครับ
ฉากนี้เป็นฉากสงครามท้ายเรื่องที่พวกโจรสลัดยกทัพเรือมาโจมตีหวังยึดเมืองลังกาสุกะ
ซึ่งกำแพงวังเราสร้างจริง ๆ สูง 3
เมตรแต่เราก็ต้องบวกการถ่ายทำฉากซีจีเข้าไปด้วยซึ่งในหนังก็จะเห็นเป็นกำแพงวังสูง
20 เมตรได้
การถ่ายทำที่มีซีจีเข้ามาเกี่ยวข้องก็เลยทำให้การทำงานยากขึ้นเป็นหลายเท่าตัวเลยครับ
ไหนจะกำแพงเมือง ไหนจะกองทัพเรือ ไหนจะกองทหาร
ไหนจะเอฟเฟ็กต์ระเบิด
เรียกว่ารวมทุกความยากไว้ในฉากนี้ฉากเดียว
เล่นเอาปวดหัวเลยครับ
แต่สุดท้ายก็ถ่ายทำผ่านไปด้วยดีนะครับ
แม้จะมีปัญหาและอุปสรรคบ้างก็ตาม
แต่ฉากสงครามที่กำแพงวังก็ถือเป็นฉากปิดท้ายเรื่องที่ลงตัวสมบูรณ์แบบฉากหนึ่งของเรื่องได้เลยครับ”
ผู้ออกแบบงานสร้าง “เอก เอี่ยมชื่น”
เสริมถึงความยากของฉากที่ต้องสร้างนี้ว่า
“เราต้องเขียนแบบทุกชิ้นก่อน
จากนั้นก็ทำเป็นโมเดลทั้งเมืองออกมา
เพราะจะทำให้เราเห็นภาพรวมทั้งหมด
และคำนวณได้ว่าดีไซน์ที่คิดไว้มันเป็นไปได้จริงหรือไม่
สิ่งที่ต้องพึ่งพาซีจีก็คือ
เราจะต้องมีแนวสู้รบเป็นกำแพงเมืองเปล่า ๆ
เรามีกำแพงที่มีการสู้รบปะทะกันระหว่างกองทัพเรือกับทหารบนกำแพงเมืองโดยที่มีผ้าเขียวกั้นทั้งสองข้างเลย
นี่คือสิ่งที่เรียกว่ายากที่สุดเท่าที่ผมเคยทำมา
ในการดีไซน์ หลังจากกำแพงเมืองไปแล้วเนี่ย
ก็จำเป็นต้องทำเมืองนี้ขึ้นมาทั้งเมืองด้วยโมเดลขนาดใหญ่
เพื่อที่จะบอกว่าซีจีจะต้องเขียนอะไรในมุมแบบไหนบ้าง
ซึ่งโมเดลนี่ผมใช้เหมือนจริงที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้
ถ้ามองออกทางหน้าต่างท้องพระโรงมันจะเห็นอะไร
หรือขึ้นมากำแพงเมืองแล้วมันจะเห็นอะไร
ผมทำเพื่อให้ผมกับฝ่ายซีจีมีความเข้าใจตรงกันว่าข้างหน้าในทะเลเนี่ย
มันมีสงครามกันระหว่างกองเรือหลายร้อยลำกับบนกำแพงเมือง
ซึ่งตัวกำแพงเมืองเนี่ยเราต้องสร้างเหมือนจริง
มีขนาดใหญ่มากที่จะต้องรับน้ำหนักทหารและปืนใหญ่ที่อยู่ข้างบนให้ได้
มันจะต้องมีความแข็งแรงมาก ๆ
เพื่อรับน้ำหนักของทั้งทหารเป็นร้อย ๆ
รวมทั้งทีมงานกองถ่ายจำนวนมากที่จะต้องปลอดภัยพอในการทำงานอะไรอย่างนี้
มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่ผมเคยทำมาก่อน
มันยากมากสำหรับอะไรที่มันจะคาดเดาในการถ่ายทำกับพวกซีจี
ก็เลยรู้สึกว่าอันนี้ยากที่สุดสำหรับงานสร้างฉากใหญ่
ๆ นี้ครับ”
ติดตามชมฉากปิดท้ายเรื่องอันยิ่งใหญ่นี้ได้ใน
“ปืนใหญ่จอมสลัด” เกริกก้องทั่วหล้า 23
ตุลาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ |
|
 |
|
|
|
“ชาติชาย พงษ์ประภาพันธ์”
ผู้ประพันธ์ดนตรีประกอบมือฉมัง
ร่วมบรรเลงเสียงเพลงครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต
เพิ่มสีสันความสนุกและความแปลกใหม่ ให้กับ
“ปืนใหญ่จอมสลัด”
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่
22 ตุลาคม 2551
|
ถือเป็นการรวมทีมงานชั้นหัวกะทิในทุกสาขาให้มาสร้างสรรค์ผลงานชิ้นสุดยอดอย่างภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่อง
“ปืนใหญ่จอมสลัด” ของผู้กำกับมือดี “นนทรีย์
นิมิบุตร” ไม่เว้นแม้แต่งานด้าน “ดนตรีประกอบภาพยนตร์”
ที่เป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่จะสร้างสีสันและเพิ่มความสนุกให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้มากยิ่ งขึ้นไปอีก
ซึ่งก็ได้มืออาชีพและมือรางวัลในการทำดนตรีประกอบในอันดับต้น
ๆ ของไทยอย่าง “ป้อ - ชาติชาย พงษ์ประภาพันธ์”
(นางนาก, จันดารา, โอเคเบตง, โหมโรง,
ก้านกล้วย ฯลฯ)
มาร่วมบรรเลงเสียงเพลงและสร้างสรรค์ดนตรีอันแปลกใหม่และไม่เคยได้ยินมาก่อนในภาพยนตร์ไทยเรื่องไหน
ๆ ได้อย่างน่าประทับใจ
“ความน่าสนใจของดนตรีประกอบเรื่องนี้ก็จะเป็นสิ่งที่เรายังไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย
จะมีเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเคาะทางมลายู
เช่น กำมะลันของอินโดนีเซีย,
เพอร์คัสชั่นของมาเลเซีย, เครื่องปี่ทางภาคใต้
จะเป็นเครื่องดนตรีที่ทำให้หนังมันเป็นแฟนตาซี
แล้วการใช้เสียงร้องด้วยภาษาใหม่ ๆ
มาเป็นดนตรีหลักในเรื่อง
ก็ทำให้หนังมันดูน่าสนใจมากขึ้น
ธีมหลัก ๆ ของเรื่องก็จะมี “อภินิหารธีม”
ที่เป็นธีมของปารี (อนันดา), พลังดูหลำ
มีปี่มีเสียงร้อง
ถ้าพูดถึงตัวปารีมันจะเป็นอีกส่วนหนึ่งของหนังที่แยกออกมาเลย
เพราะมันเป็นแฟนตาซีอภินิหาร
ส่วนนี้ก็จะพูดถึงความเป็นเด็กกำพร้า
ความเคียดแค้น แล้วก็ประสบการณ์การสูญเสีย
การพลัดพรากต่าง ๆ ที่นำไปสู่การฝึกวิชาดูหลำ
ในส่วนนี้ซาวด์หรือเมโลดี้ก็ออกไปทางเครื่องเคาะของอินโดนีเซียที่เรียกว่า
กำมะลัน คล้าย ๆ
ฆ้องบ้านเราแต่มีความหลากหลายกว่านิดหนึ่ง
แล้วอีกธีมก็เป็น “ลังกาสุกะธีม”
แสดงให้เห็นความรักชาติ ความฮึกเหิมของชาติ
ก็จะเป็นเสียงร้องประสานกันแบบใหญ่ ๆ
สร้างความฮึกเหิม เป็นเสียงที่เราสร้างขึ้นมา
เป็นการจำลองภาษาขึ้นมาทำให้เกิดภาษาแบบใหม่ขึ้นเรียกว่าภาษาบาฮาซาร์
เป็นภาษาที่ไม่มีอยู่จริง ไม่มีความหมายจริง ๆ
เราดีไซน์มันขึ้นมา
แต่เราก็ศึกษาว่าเขามีพยัญชนะกี่ตัว สระกี่ตัว
และจับการออกเสียงของภาษานั้นแต่ไม่ให้เหมือนภาษานั้น
ใครจะตีความหมายยังไงก็ได้
เพราะเป็นเจตนาของเราอยู่แล้ว
เพราะถ้ามีความหมายที่ชัดไปเลย
มันก็จะบล็อกจินตนาการของคนดูได้
เพราะถ้าเราฟังแล้วรู้ความหมาย
มันก็จะชี้นำได้ ว่ากำลังพูดถึงอะไร
เสียงร้องมันคือ Music Instrument
อันหนึ่งที่ไม่จำเป็นต้องมีความหมายก็ได้
เป็นการเอาเสียงร้องมาใช้ให้เกิดความรู้สึกต่าง
ๆ ได้
เรื่องนี้ใช้เวลาทำดนตรีประกอบนานเป็นครึ่งค่อนปีเลยนะครับ
ทำไปพร้อม ๆ กับซีจี
ที่มันนานเพราะเรื่องนี้มันมีเพลงทั้งเรื่องเลย
ถ้าหนัง 2 ชั่วโมง เพลงก็จะประมาณ 100-110
นาทีเลย ดนตรีประกอบคือตัวสร้างบรรยากาศ
หนังแฟนตาซีเนี่ย ดนตรีประกอบมันจะเยอะ
โดยเฉพาะ 40 นาทีสุดท้าย หนังมันจะยิ่งใหญ่มาก
เพลงเราก็ต้องใหญ่ตามไปด้วย
ก็ถือว่ายากที่สุด
ก็จะเหนื่อยกว่าหนังไทยเรื่องอื่น ๆ เป็น 2
เท่า มันเป็นการหนีจากสิ่งที่เราเคยทำมาด้วย
มีอะไรใหม่ ๆ รอเราอยู่ข้างหน้า
เราก็พยายามจะดีไซน์ หรือทำอะไรใหม่ ๆ
ให้เป็นสีสันกับภาพยนตร์ไทยทุก ๆ
เรื่องด้วยครับ”
ติดตามชมความยิ่งใหญ่อลังการนี้ได้ใน “ปืนใหญ่จอมสลัด”
เกริกก้องทั่วหล้า 23 ตุลาคมนี้
ทุกโรงภาพยนตร์
|
|
|
|
เตรียมพบงานเขียนเล่มล่าสุดของ “วินทร์
เลียววาริณ” กับ “บุหงาปารี”
นวนิยายที่สร้างเป็นภาพยนตร์ “ปืนใหญ่จอมสลัด”
จำหน่ายพร้อมหนังฉาย 23 ต.ค. นี้
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่
22 ตุลาคม 2551
|
|
เสร็จสมบูรณ์พร้อมให้นักอ่านชาวไทยได้สัมผัสกันแล้วกับผลงานเขียนเล่มล่าสุดของ
“วินทร์ เลียววาริณ” นักเขียนสองรางวัลซีไรต์
(จาก “ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน” และ “สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน”)
เรื่อง “บุหงาปารี”
นวนิยายที่ได้รับการสานต่อและลงลึกรายละเอียดจากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่อง
“ปืนใหญ่จอมสลัด”
ในรูปแบบของนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ +
กำลังภายใน + แฟนตาซี + นิยายรัก
ซึ่งจะวางจำหน่ายวันแรกในวันที่ 23 ตุลาคมนี้
ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ภาพยนตร์ออกฉาย

“บุหงาปารี”
มีเนื้อหาเกี่ยวกับราชวงศ์ศรีวังสาบนคาบสมุทรมลายูเมื่อสี่ร้อยปีก่อนปกครองโดยราชินีติดต่อกันสี่พระองค์คือ
ฮีเจา, บิรู, อูงู และกูนิง
แผ่นดินนี้เป็นศูนย์กลางการค้าขายจุดสำคัญจุดหนึ่งของโลกในเวลานั้น
จึงพลุกพล่านด้วยเรือสินค้าจากเจ็ดย่านสมุทร
พ่อค้า ซามูไร ทหารรับจ้าง
ด้วยเหตุที่เป็นศูนย์การค้า
ทะเลใต้นี้จึงกลายเป็นที่ซ่องสุมของโจรสลัด
ตั้งแต่โจรสลัดวาโกะจากญี่ปุ่นไปจนถึงโจรสลัดพื้นเมืองที่ก่อกรรมทำเข็ญไปทั่วท้องทะเล
นี่เป็นยุคสมัยที่เต็มไปด้วยสงครามระหว่างรัฐ
และเป็นประวัติศาสตร์ที่มีสีสันที่สุดยุคหนึ่งของโลก
นอกจากโจรสลัดแล้ว
แผ่นดินทองนี้ยังเป็นที่หมายปองของรัฐรอบทิศ
ทั้งยังมีสงครามกลางเมืองเพื่อแย่งชิงบัลลังก์
การป้องกันตนเองจากศัตรูรอบตัวจำต้องใช้อาวุธชั้นยอด
และนักรบชั้นเลิศ
ปารีเป็นหนุ่มชาวน้ำที่ชะตาชีวิตพลิกให้ต้องราวีกับกลุ่มโจรสลัด
ทางเดียวที่จะเอาชัยเหนือพวกโจรที่มีฝีมือสูงส่งได้ก็คือการสำเร็จวิทยายุทธ์พิสดารโบราณ
นั่นคือวิชาดูหลำที่มีอำนาจเหนือสัตว์น้ำทั้งปวง
และผู้เดียวที่จะสอนเขาได้ก็คือปรมาจารย์กระเบนขาวแห่งทะเลใต้
ระหว่างการเดินทางเพื่อให้บรรลุจุดหมายส่วนตัว
เขาพบว่าตนเองต้องแบกรับภาระของแผ่นดินไปโดยไม่รู้ตัว
แต่ทว่าการต่อสู้ที่สำคัญที่สุดของเขาก็คือการต่อสู้ภายในจิตใจของเขาเอง
บุหงาปารี นำท่านย้อนกลับไปยังตำนานต่างๆ
แห่งอดีตกาล
คืนชีวิตให้บุคคลจริงในประวัติศาสตร์ เช่น
ลิ่มเคี่ยม, ลิ่มกอเหนี่ยว, ยาดามะ นากามาสะ,
ฮัตโตริ ฮันโซ ฯลฯ และเหตุการณ์การชิงอำนาจ
มหาสงคราม การหล่อปืนใหญ่นางพญาตานี
ตำนานรักกับความเสียสละ
และการต่อสู้ของจอมยุทธ์หลายสำนัก
ตั้งแต่วิชากริชปาแนซาฆะห์ วิชาซามูไร
นินจุทสึ และพลังวิชาดูหลำ
ไปจนถึงเกร็ดประวัติศาสตร์รัฐทางใต้ จีน
และญี่ปุ่น
ร้อยผูกเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์เข้ากับตำนานโบราณ
ในรูปของนวนิยายสไตล์อิงประวัติศาสตร์ +
นิยายกำลังภายใน + แฟนตาซี +นิยายรัก
“บุหงาปารี” ราคาเล่มละ 250 บาท (จำนวน 384
หน้า)
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งซื้อหนังสือ
ติดต่อโทร 0-2512-3225 และ 08-5109-1020
|
|
|
|
“ปืนใหญ่จอมสลัด” เจ๋ง เปิดตัวแรงตามคาด
กวาดรายได้วันแรกสูงสุดของปี 51
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่
27 ตุลาคม 2551
|
|
เพียงเข้าฉายวันแรกเมื่อ 23 ต.ค. ที่ผ่านมา
ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่หลายคนตั้งตารอคอยอย่าง
“ปืนใหญ่จอมสลัด” (Queens of Langkasuka)
ก็เรียกร้องความสนใจจากผู้ชมที่จองตั๋วเข้าชมจนเต็มแทบทุกรอบทำเอาโรงภาพยนตร์คึกคักเป็นพิเศษ
และสามารถกวาดรายได้ไปสูงถึง 12 ล้านบาท
ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ของภาพยนตร์ไทยที่
“ทำรายได้เปิดตัววันแรกสูงสุด ประจำปี 51”
งานนี้ทำเอาผู้กำกับ “นนทรีย์ นิมิบุตร”
เป็นปลื้มยิ้มหน้าบานไปทั้งวัน และเตรียมลุ้นต่อไปกับรายได้สุดสัปดาห์แรกและรายได้รวมของภาพยนตร์
ซึ่งน่าจะมีการสร้างสถิติใหม่ ๆ
ของปีนี้ให้เกิดขึ้นได้
|
|
|
|
ผู้กำกับ-นักแสดง “ปืนใหญ่จอมสลัด”
บุกมหกรรมหนังสือ
มอบดอกไม้แสดงความยินดี “วินทร์ เลียววาริณ”
พร้อมร่วมแจกลายเซ็นกับ “บุหงาปารี”
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่
27 ตุลาคม 2551
|
|
 |
ออกวางจำหน่ายเป็นวันแรกเมื่อวันที่ 23 ต.ค.
ที่ผ่านมากับหนังสือ “บุหงาปารี” นวนิยายที่ได้รับการสานต่อและลงลึกรายละเอียดจากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่อง
“ปืนใหญ่จอมสลัด” ในรูปแบบของนวนิยายอิงประวัติศาสตร์
+ กำลังภายใน + แฟนตาซี + นิยายรัก
จากปลายปากกาของนักเขียน 2 รางวัลซีไรต์ “วินทร์ เลียววาริณ”
งานนี้ผู้กำกับ “นนทรีย์ นิมิบุตร”
พร้อมนักแสดงนำของเรื่องอย่าง “วินัย ไกรบุตร” และ
“แจ๊คกี้ อภิธนานนท์”
จึงนำกระเช้าดอกไม้มามอบเพื่อร่วมแสดงความยินดีให้กับคุณวินทร์ที่บูธของเจ้าตัวกันเลยทีเดียว
พร้อมกันนี้ทั้งหมดก็ได้ร่วมกันแจกลายเซ็นให้กับผู้ที่ซื้อหนังสือ
“บุหงาปารี” อย่างเป็นกันเองที่ “บูธคุณวินทร์” และ “บูธร้านนายอินทร์”
ด้วย ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากคอหนังสือเป็นจำนวนมาก
“ปืนใหญ่จอมสลัด”
พร้อมฉายความสนุกอย่างยิ่งใหญ่อลังการแล้ววันนี้
ทุกโรงภาพยนตร์
|
|
 |
|

|
|
|
|
“ปืนใหญ่จอมสลัด” ประกาศชัย เลี้ยงฉลองสู่ 80 ล้าน
Openmm.com MovieINEntertainment วันที่
28 พฤศจิกายน
2551
|
|

|
|
เลี้ยงฉลองอย่างยิ่งใหญ่สมชื่อไปแล้วกับภาพยนตร์ไทยมหากาพย์ฟอร์มยักษ์แห่งปีเรื่อง
“ปืนใหญ่จอมสลัด”
ที่ได้เสียงตอบรับอย่างดีทั้งในส่วนเทศกาลภาพยนตร์ต่าง
ๆ และเสียงวิจารณ์ชื่นชมจากผู้ชมทั้งในและนอกประเทศ
เมื่อค่ำคืนของวันที่ 26 พ.ย. ที่ผ่านมา ณ
โรงแรมพูลแมน
งานนี้ บริษัทโกดัก (ประเทศไทย)
ได้เป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยง “ฉลองชัยสู่ 80 ล้าน”
อย่างสมเกียรติ โดยเริ่มงานด้วย VDO Presentation
ตอกย้ำความสำเร็จของภาพยนตร์ ก่อนที่จะเชิญผู้กำกับ “นนทรีย์
นิมิบุตร” และมือเขียนบทรางวัลซีไรต์ “วินทร์
เลียววาริณ”
ขึ้นมาพูดคุยถึงความสำเร็จและการตอบรับจากผู้ชมในครั้งนี้
จากนั้นจึงเป็นการมอบโล่เกียรติคุณให้กับผู้อำนวยการสร้าง,
ผู้กำกับ, นักแสดง และทีมงานเบื้องหลังภาพยนตร์ในทุก ๆ
ส่วน
รวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจและสายหนังของภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย
ปิดท้ายด้วยการถ่ายรูปหมู่ของทีมงานทุก ๆ
ฝ่ายที่มาร่วมฉลองชัยในครั้งนี้ด้วยความชื่นมื่น |
|



|
|
|
|
|
|
|