|
 |
|
|
|
|
 |
 |
|
|
|
|
|
 |
|
|
|
"ข้อมูลงานสร้าง
Body of Lies" |
|
|
|
|
เบื้องหลังการสร้างภาพยนตร์ Body of Lies
แผนบงการยอดจารชนสะท้านโลก
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่
29 กันยายน 2551
|
|
|
ห้ามไว้ใจใคร ปกปิดทุกคน
ในโลกหน่วยจารกรรมข่าวใต้ดินความเสี่ยงสูงที่ลึกลับดำมืดของทุกวันนี้
อำนาจนั้นไม่ได้วัดกันจากอาวุธยุทโธปกรณ์หรือเทคโนโลยี
แต่วัดจากจำนวนข้อมูลสำคัญที่ใครจะหามามันและควบคุมไว้ได้
หรือทำให้ดูเสมือนว่าเป็นเช่นนั้น
ข้อมูล นั้นเป็นส่วนสำคัญสุดครับ ริดลีย์
สก็อตซึ่งเป็นผู้กำกับการแสดงภาพยนตร์เรื่อง Body
of Lies กล่าว และข้อความของมัน
ก็คือเราจะไว้ใจใครไม่ได้เอาเลยล่ะครับ
ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของคุณ
เพราะว่าถ้าคุณถูกใช้ คุณก็จะต้องถูกใช้
และถ้าคุณจะต้องบริหารองค์กรที่มีประสิทธิภาพซึ่งเป็นองค์กรที่มีความสำคัญกับความมั่นคงของประเทศ
คุณจะต้องมีทัศนคติหรือว่าคุณจะอ่อนแอกว่าหรือมีคุณค่ามากกว่ากัน
นั่นมันคืองานครับ
ภาพยนตร์เรื่อง Body of Lies
นั้นมีเค้าโครงเรื่องมาจากนิยายที่มีชื่อเดียวกันเขียนขึ้นโดย
เดวิด อิคเนเชียส นักหนังสือพิมพ์ที่ เชี่ยวชาญทางด้านงานของซีไอเอและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางมานับสิบปี
สำหรับงานของเขาทางหนังสือพิมพ์ The Wall Street
Journal ก่อนที่จะมาร่วมงานกับหนังสือพิมพ์ The
Washington Post
ในตอนนี้เขารับตำแหน่งเป็นผู้ช่วยบรรณาธิการและคอลัมนิสต์
สก็อตผู้ซึ่งอ่านหนังสือตั้งแต่มันยังอยู่ในรูปแบบก่อนตีพิมพ์เล่าว่า
มันมีมุมมองด้านความคมคายที่เกิดขึ้นโดยรวบรวมทั้งผู้คนที่เดินเรื่องทำให้เกิดความแตกต่างอีกด้วยครับ
โดแนลด์ เดอ ไลน์ซึ่งเป็นผู้อำนวยการสร้างกล่าวว่า
หนังสือของเดวิดนั้นมีความหลักแหลม
มีความตื่นเต้นของสายลับมือทองเกี่ยวกับหลากหลายผู้คนและระดับของการลวงที่มันเกิดขึ้นเพื่อจะเล็ดรอดในประเทศหนึ่ง
วัฒนธรรมและที่สุดก็คือศัตรู
พวกเรามีความรู้สึกว่าทุกอย่างนั้นต้องทำไปเพื่อมันในส่วนที่นำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์น่ะครับ
สก็อตได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับวิลเลียม
โมนาแฮนผู้เขียนบทซึ่งเป็นเป็นเจ้าของรางวัลตุ๊กตาทองเพื่อนำเรื่องราวรวมไปถึงการต่อสู้อย่างรวดเร็วชิงไหวชิงพริบมาสู่จอภาพยนตร์
ผู้กำกับการแสดงให้ข้อคิดว่า มันจะมีหลายแง่มุมที่มีความน่าสนใจในเรื่องราวอีกมากมาย
ในทางที่เนื้อเรื่องดำเนินไปและตัวละครต่าง ๆ
ที่จะต้องปรับและเปลี่ยน
มันเป็นการเดินทางที่น่าตื่นเต้นมาก ๆ ครับ
ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ
ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เคยร่วมทำงานกับวิลเลียม
โมนาฮันจากภาพยนตร์เรื่อง The Departed
มาแล้วนั้นกล่าวว่า การดัดแปลงเรื่องราวของโมนาฮันนั้นมหัศจรรย์มากเลยครับ
เขามีความยอดเยี่ยมทางด้านข้อมูลและไม่เป็นข้อมูล
ทั้งการไล่ล่าลักลั่นแบบแมวกับหนูที่เกิดขึ้นระหว่างตัวละครทั้งหลายนะครับ
เรื่องราวมันมีความน่าติดใจจริง ๆ นะครับ;
คุณจะต้องให้ความสนใจในทุก ๆ
จุดเปลี่ยนและหักเหเลยล่ะครับ เดอ ไลน์กล่าว และมันยังจะต้องมีฉากแอ็คชั่นต่าง
ๆ มากมายที่ริดลีย์นั้นชำนาญและทำมันออกมาด้ วยรูปแบบแตกต่างในความเป็นตัวเขาเลยล่ะครับ
ดิคาปริโอเห็นด้วยว่า มันจะมีฉากประกอบแอ็คชั่นมากมายในภาพยนตร์
แต่พล็อตเรื่องนั้นจะต้องเกี่ยวโยงถึงกัน
และในที่สุดแล้วมันเป็นผลจากการคิดไปข้างหน้าว่าซีไอเอจะคิดอย่างไรและมันจะแปลมาเป็นเรื่องราวที่จุดประกายความสนใจและทำให้พวกเราติดตามมันได้อย่างไร
ตอนที่พวกเรากำลังถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้
พวกเราก็มีความประหลาดใจว่าองค์กรนี้ต่อกรศัตรูได้อย่างไร
ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากเข็ญมากนะครับที่จะได้พบกับโลกที่พวกเขาไม่คุ้นเคยกันเอาเลย
ดิคาปริโอ รับบทเป็นโรเจอร์ เฟอร์ริสสายลับซีไอเอ
ผู้ซึ่งพลิกแพลงแผนการณ์อย่างห้าวหาญเพื่อที่จะล่อลวงผู้นำของผู้ก่อการร้าย
คือ อัล-ซาลีม
ให้ออกมาจากที่ซ่อนโดยทำให้เห็นว่าองค์กรคู่แข่ง
ซึ่งปลอมทั้งเพ
กำลังเป็นดาวรุ่งมาแรงและมีผลงานเทียบรุ่นกับองค์กรของ
อัล-ซาลีม
แต่ทั้งความมืดและความกระจ่างของสายลับผู้นี้ต้องทำอย่างคล่องแคล่วนั้นต้องถูกบดบังหลายซับหลายซ้อนด้วยอุบายที่แตกต่างอย่างลับลมคมนัยในการกระทำโดยหัวหน้าของเขาเองนั่นก็คือ
เอ็ด ฮอฟแมน
นักวางแผนยุทธศาสตร์ที่ไร้ความปราณีอย่างฮอฟแมนนั้นจะไม่ยอมถูกหยุดยั้งโดยอะไรทั้งนั้นเพื่อความมั่นคงของประเทศชาติ
ถึงแม้ว่ามันจะหมายถึงการเสียสละเพื่อนที่ดีที่สุดในการปฏิบัติการณ์ก็ตาม
เมื่ออุบายของเฟอร์ริสเริ่มเข้าที่
ความขัดแย้งกับสองพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของเขาบีบให้เขาเข้าสู่จุดล่อแหลมของการใช้สติที่เป็นผลให้เขาต้องอ่อนแอและเจ็บปวด
ฮอฟแมนหักหลังเขา
อย่างที่เขาทำกับอีกหลายคนหรือเปล่า?
ในขณะเดียวกัน
ถ้าหัวหน้าเจ้าหน้าที่ข่าวกรองชาวจอร์แดนค้นพบว่าเฟอร์ริสนั้นกำลังทำการปฏิบัติการในทางลับเพื่อล่ออัล-ซาลีม
ความมุ่งหวังในชีวิตของเฟอร์ริสในประเทศจอร์แดนจะต้องถูกนับกันเป็นนาที
ที่สุดแล้วการมีชีวิตรอดของเฟอร์ริสและความสำเร็จของงานที่เขาได้รับมอบหมายนั้นอาจจะขึ้นอยู่กับคน
ๆ เดียวที่เขาจะไว้ใจได้ในชีวิตนั่นก็คือ:
ตัวของเขาเอง
รัสเซล โครว์ ผู้ซึ่งรับบทเป็น เอ็ด
ฮอฟแมนกล่าวเสริมว่า เห็นได้ชัดเลยครับว่ามันเป็นภาพยนตร์และจะต้องไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องจริงนะครับ
มันเป็นเรื่องสำคัญสำหรับตัวผมที่จะทำให้ผู้คนเห็นถึงความคิดว่ามันจะต้องเสียอะไรบ้าง
ในเรื่องของการหลอกลอง
ในการปฏิบัติการขององค์กรอย่างซีไอเอ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งนะครับในสถานที่ ๆ
แน่นอนว่ามีการขัดแย้งทางวัฒนธรรม
คุณจะต้องเข้าแถวยาวเลยละครับเพื่อที่จะได้ดูให้เห็นว่าแม่น้ำมันจะไหลไปทางไหน
หัวข้อหนึ่งที่ผมให้ความสนใจอยู่เสมอในฐานะของนักเขียนนั่นก็คือการล่อลวงและขั้นตอนที่พวกเราจะหลอกลวงคู่ต่อสู้
อิคนาเชียสกล่าว ผมเริ่มคิดเกี่ยวกับว่าเราจะเข้าไปในองค์กรหนึ่งที่พิสูจน์แล้วว่ามันเกือบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเล็ดลอดเข้า ไปได้อย่างไร
แล้วถ้าคุณเข้าไปข้างในไม่ได้
คุณจะทำให้พวกเขาคิดว่าคุณเป็นคนในได้อย่างไร?
ธุรกิจของสายลับนั้นไม่ได้เหมือนกับนักหนังสือพิมพ์ครับ
มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเข้าไปมีตัวตนกับผู้คนที่รู้เรื่องราวมากมาย
เพื่อให้ได้ความไว้ใจจากพวกนั้นก็ทำให้พวกเขาข้ามเส้นมาเพื่อจะบอกคุณหลายต่อหลายอย่างที่คุณอาจจะไม่ต้องการจะรู้ในตอนเบื้องต้นนะครับ
มันเป็นเรื่องราวที่ต้องคลุกวงในไปกับชีวิตจริงของการปฏิบัติการของสายลับ
ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับสก็อตเป็นพิเศษ ผมชอบกับความคิดของการได้ตีแผ่ความขัดแย้งระหว่างชายคนหนึ่งที่อยู่ในพื้นที่และชายอีกคนหนึ่งที่คอยบงการ
เขาเสริม
โมนาฮันกล่าวว่า เรื่องราวจะนำเสนอเกี่ยวกับโลกของสายลับหรือไม่มากไม่น้อยไปกว่านั้นแหละครับ
ถ้ามีอะไรที่จริงจังมากไปหรือสีสันทางการเมืองน้อยเกินไปกว่าที่คุณจะได้เห็นในชีวิตจริงของซีไอเอ
จุดอ่อนของ เอ็ด ฮอฟแมนทำให้ผมสนใจ;
เขาเป็นพี่ใหญ่ ที่ทำได้ทุกอย่าง
รับผิดชอบอย่างสูงกับองค์กรหรือกับรัฐบาล...พวกเราทุกคนรู้จักฮอฟแมน
สิ่งที่ผมสนใจนั้นคือความเป็นตัวตนของเขา คน ๆ
หนึ่งที่อยู่เพียงคนเดียว
ตัดสินใจหลายอย่างคนเดียว
และนั่นเป็นการอุทธรณ์ของเฟอร์ริสล่ะครับ
การทำการจารกรรมในศตวรรษที่ 21
นี้ในหนึ่งในภูมิภาคของโลกที่อันตรายที่สุดหมายถึงการได้ข้อมูลมาจากแหล่งใดก็ได้ที่จำเป็น
-
และการนำเอาชีวิตของคุณเข้าไปอยู่ในส่วนหนึ่งของโลกที่สิ่งที่คุณรู้นั้นจะเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดของคุณ...หรืออาจจะเปลี่ยนไปเป็นหนี้ที่เลวร้ายที่สุดของคุณก็เป็นได้
เอ็ด ฮอฟแมนเป็นหัวหน้า
แต่เขาไม่รู้อะไรสักอย่างถ้าเขาไม่ฉกข้อมูลจากคนที่อยู่ภาคสนามและนั่นก็คือผมเอง
ไม่มีใครที่จะรู้ถึงความกดดันในการปฏิบัติการมากไปกว่า
โรเจอร์ เฟอร์ริส สายลับผู้ช่ำชองในการปฏิบัติงาน
เขาถูกมอบหมายให้คอยรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ
จากสถานที่จริงเกี่ยวกับการปฏิบัติการของบรรดาผู้ก่อการร้าย
เฟอร์ริส
เป็นคนที่ถวายชีวิตให้กับการหยุดการก่อการร้ายและเสี่ยงชีวิตตัวเองอยู่ทุก
ๆ วันเพื่อทำแบบนั้นครับ ดิคาปริโอเล่า เขาเป็นผู้รอบรู้ทางการใช้อาวุธต่าง
ๆ รวมไปถึงการต่อสู้ระยะประชิด
เขายังเป็นคนที่ฉลาด
เป็นสายลับระดับปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพมากครับ
เขาแฝงตัวเข้ากับวัฒนธรรมของตะวันออกกลาง
เขาเข้าใจภาษาและวัฒนธรรมรวมไปถึงทัศนคติธรรมเนียมต่าง
ๆ ของผู้คน
เขากลายมาเป็นผู้มีความชำนาญในการสร้างความสัมพันธ์แบบหลอก
ๆ และแทรกซึมเข้าไปสู่เครือข่ายของผู้ก่อการร้าย
เฟอร์ริสเป็นคนหนึ่งที่มีความรู้สึกกับมันเข้าไปถึงปลายนิ้วของเขาทีเดียวครับ
อิคเนเซียสกล่าว ผู้คน วัฒนธรรม
เข้าแทรกซึมไปในทุกอณูของผิวหนังเช่นเดียวกับที่มันเข้าไปในตัวผมเลยล่ะครับ
ส่วนหนึ่งในการเตรียมตัวสำหรับงานภาพยนตร์เรื่องนี้
ดิคาปริโอ
ขุดลึกกับหนังสือของอิคเนเซียสและปรึกษากับนักเขียนและบรรดาอดีตสมาชิกของซีไอเอ
ผมพยายามที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติงานของซีไอเอมากเท่าที่ผมจะทำได้
เขาเล่า และนี่เป็นคนกลุ่มหนึ่งที่อยู่ทั่วโลกผู้ซึ่งกำลังพยายามที่จะเป็นผู้นำในสายงานเท่าที่เขาจะทำได้ครับ
มันเป็นเรื่องน่าวิตกกับความคิดที่ว่าโลกนี้มันน่าอันตรายเพียงใดถ้ามันไม่ได้มีองค์กรแบบนั้นอยู่ครับ
งานของพวกเขาหนักหนา
และเดิมพันที่พวกเขาต้องให้ในทุกขณะจิตนั้นมันสูงเอามาก
ๆ เลยครับ
การมีชีวิตอยู่ สิ่งเดียวคือความสำเร็จ -
ในบรรยากาศการทรยศหักหลังขึ้นอยู่มากกว่าการเปิดเผยเพียงอย่างเดียวในการจ้างวานผู้บอกข่าวและแนวร่วมที่หลอกลวง
สก็อตให้ข้อสังเกตุว่า คนที่ทำงานแบบนั้นได้จะต้องมีวิธีการที่ทำให้เขามีประสิทธิภาพ
...วิธีการที่ส่วนใหญ่แล้วต้องใช้ความรุนแรง

งานนั้นยังทำให้เฟอร์ริสต้องปรับเปลี่ยนกับการปลอมตัวที่แตกต่างในการที่เขาต้องเปลี่ยนสำเนียงอาราบิคของเขา
ไม่ว่าเขาจะกำลังปลอมตัว
แทรกซึมอยู่ในเซฟเฮ้าส์หรือตบตาว่าเป็นนักการธนาคารชาวอเมริกันก็ตาม
สำหรับดิคาปริโอ การรับบทบาทของโรเจอร์
เฟอร์ริสทำให้เขาได้ประสบการณ์ที่แตกต่างในการตีแผ่ชีวิตจริงของชายคนหนึ่งที่ชีวิตของเขานั้นขึ้นอยู่กับความสามารถในการเป็นคนหลายคนได้ในทันทีทันใด
ตัวละครของผมรู้ว่าถ้าเขาถูกจับได้ในชั่วขณะใดขณะหนึ่ง
เขาจะถูกทิ้งให้แห้งตายแน่นอนครับ
เพราะงั้นเดิมพันคือการต่อสู้เพื่อมีชีวิตรอดในสถานการณ์ที่แตกต่างกันครับ
และในฐานะของนักแสดง
มันช่วยเสริมความตึงเครียดและความเป็นจริงให้มากขึ้นอีกสำหรับสิ่งที่คุณกำลังพยายามทำครับ
จริงที่สุดก็คือลีโอเป็นหนึ่งในดารานำชายที่มีความน่าสนใจที่สุดคนหนึ่งที่ผมเคยได้ร่วมทำงานด้วยครับเพราะเขาเป็นคนที่ง่าย
ๆ และสนุกสนาน และแน่นอนว่าเขามุ่งมั่นครับ
สก็อตกล่าวถึงนักแสดงหนุ่มที่เปี่ยมความสามารถ เขาเป็นนักแสดงหนุ่มที่ฉลาดและมีศรัทธาอย่างแรงกล้า
การเตรียมตัวของเขานั้นก็ยังไร้รอยต่ออีกครับ
เขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยมถ้าคุณได้ร่วมงานด้วย
ผมทึ่งกับผลงานของเขาอยู่เสมอแต่ผมก็ยังได้ทึ่งมากกว่าที่ผมคิดว่ามันจะเป็นเสียอีกนะครับ
ความรู้สึกนั้นตรงกัน ผมต้องการที่จะได้ทำงานกับริดลีย์
สก็อต อยู่เสมอ ดิคาปริโอ ยืนยัน เขาเป็นหนึ่งในผู้สร้างหนึ่งที่ยอดเยี่ยมในปัจจุบันนะครับ
เขายังสร้างภาพยนตร์ที่น่าประทับใจที่หลากหลายออกมาได้เสมอ
ๆ
การที่ผมได้มีส่วนร่วมในเรื่องนี้ทำให้ผมตื่นเต้นมากตั้งแต่เริ่มแรกเลยล่ะครับ
นายก็รู้จักฉันดี
ฉันชอบที่จะเดินแผนหนึ่งและแผนสองอย่างต่อเนื่องกัน
ฉันแค่พยายามช่วยนายอยู่ไง คู่หู
มันเป็นโลกที่อันตรายนะ
การป้องกันการปฏิบัติงานของสายลับซีไอเอในตะวันออกกลาง
- และแสดงให้คนภายนอกเห็น อย่างเฟอร์ริส คือเอ็ด
ฮอฟแมนที่น่าสะพรึงกลัว มั่นใจตัวเองสูงส่ง
นักวางแผนที่ปราดเปรื่อง
ผู้ควบคุมสายลับปฏิบัติการภาคสนามมากมายจากเครื่องคอมพิวเตอร์แล็พท็อปและโทรศัพท์มือถือของเขาในวอชิงตัน
ในระดับของฮอฟแมน
มันไม่ใช่เป็นแค่ผู้เดินหมากเท่านั้นครับ รัสเซล
โครว์เล่า มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการได้เห็นกระดานหมากรุกที่แตกต่างกันถึงเจ็ดกระดานตั้งอยู่ในสถานที่
ๆ แตกต่าง
และจับสถานการณ์ทั้งเจ็ดนั้นผสมเข้าด้วยกันอย่างต่อเนื่องครับ
ไม่ว่าเขาจะกำลังขับรถไปส่งลูกไปโรงเรียนหรือกำลังแกะรอยการเคลื่อนไหวของเฟอร์ริสผ่านทางเครื่องมือที่เรียกว่า
ระบบ Predator System
งานอันหลากหลายของฮอฟแมนด้วยประสิทธิภาพที่ไร้ปราณีและความรู้สึกไร้ความผูกพันที่แปลกแยกในการปฏิบัติงานจริงอย่างเฟอร์ริส
เอ็ด ฮอฟแมนเป็นคนเหยียดโลก กระด้าง
เขาเกิดมาเพื่อใช้คนอื่นครับ อิคเนเซียสเล่า เขาไม่เคยใส่ใจกับค่าความเป็นมนุษย์กับสิ่งที่เขาทำ
เฟอร์ริสเป็นคนที่ให้ความสนใจในสิ่งนี้อย่างมาก
เขาใช้คนอื่นแต่มันก็ทำให้เขาไม่สบายใจตอนที่เขาต้องทำมัน
การมีชีวิตอยู่โดยใกล้ชิดและเป็นส่วนตัวอันเป็นผลจากการตัดสินในของฮอฟแมนทำให้เขาต้องใช้สายลับหนุ่มต้องต่อสู้กับความรู้สึกในตัวเอง
เฟอร์ริสนั้นต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจด้วยจริยธรรมของการที่จะสละชีวิตของผู้คนเพื่อให้การปฏิบัติการเป็นผมสำเร็จ
ดิคาปริโอเล่า มันกลายมาเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมายิ่งขึ้นไปอีกเมื่อเขาเริ่มมีความรู้สึกผูกพันกับหลายคนในพวกนั้นครับ
สก็อตให้ข้อสังเกตุว่า
เฟอร์ริสเป็นผู้ชายประเภทที่มีความเชื่อว่าเขาทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้
เขาทำให้ตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้;
เขาเดินอย่างที่พวกเขาเดินเขาพูดอย่างที่พวกเขาพูด
แต่จุดอ่อนก็คือมโนธรรมของเขาเอง
ถ้าคุณได้ทำงานแบบนั้น
คุณจะใช้มโนธรรมไม่ได้เลยครับ
เพราะถ้าคุณมีคุณก็จะกลายเป็นคนไร้ประโยชน์
คุณจะเป็นอันตรายกับตัวเองและต่อองค์กรอีกด้วยครับ
ความกระด้างในความจริงข้อนี้ในงานของเฟอร์ริสทำให้เกิดความยากลำบากสำหรับเขาที่จะหลีกเลี่ยงการทำลายล้างที่ตามมา
แต่ธรรมชาติในความรับผิดชอบในงานอันยิ่งใหญ่ทำให้เขาต้องตรวจสอบมโนธรรมของเขาที่ประตูเสียก่อน
ฮอฟแมนต้องโกหกมากมายและยังต้องตัดสินใจหลายเรื่องที่ยาก
แต่เขามีความเชื่ออย่างจริงจังว่ามันจะนำมาซึ่งผลที่ดีกว่าครับ
เดอ ไลน์เล่า
ฮอฟแมนไม่มีแม้ความเวทนาสักนิดเดียวเกี่ยวกับการทำในสิ่งที่เขาจะต้องทำ
สก็อตยืนยัน เขาไม่รู้สึกผิด
เขาก้าวร้าวมากในการทำสิ่งที่เขาคิดว่าเขาจะต้องทำ
ความไม่ใส่ใจในชีวิตของผู้ที่เข้ามามีส่วนร่วมของฮอฟแมนไม่ใช่เพียงสิ่งเดียวที่เฟอร์ริสกังวล
ในโลกที่อันตรายของการมีสองหน้าที่คนพวกนี้ต้องดำเนินชีวิตอยู่
การไว้ใจใครก็ตามแต่
ไม่ว่าจะเป็นใครสักคนที่สมควรจะต้องเป็นคนที่คอยระวังหลังให้กับคุณ
ซึ่งพิสูจน์ได้ว่ามันเป็นเรื่องร้ายกาจ
ในขณะที่เฟอร์ริสจะต้องให้ความไว้วางใจในฮอฟแมนระดับหนึ่งที่จะปกป้องเขาในตอนที่เขาปกป้องตัวเองไม่ได้
เขาเองนั้นก็คุ้นเคยกับพลังที่ฮอฟแมนชอบเล่นและเกมส์ด้วยสมอง
ยุทธวิธีที่น่ากังขาที่ค่อย ๆ
ฝึกฝนเฟอร์ริสอย่างระมัดระวังและความง่ายของฮอฟแมนในการสละชีวิตของผู้คนที่หมดประโ
ยชน์สำหรับเขาแล้ว อย่างที่ดิคาปริโอเห็นว่า เฟอร์ริส
พยายามที่จะทำงานของเขาอย่างมุ่งมั่น
แต่ฮอฟแมนกลับลอบเจาะยางเขา
เพราะเขาคิดของเขาว่ามันเป็นเพียงหนทางเดียวครับ
ทางเดียวที่เฟอร์ริสจะเอาตัวรอดและหลักเลี่ยงการเป็นหมากที่ไร้ประโยชน์อีกตัวหนึ่งในกระดานของฮอฟแมนนั่นคือการทำตามสัญชาตญาณของตัวเอง
โดยใช้ทักษะทุกอย่างที่เขาจะทำได้ในการนำหน้าเกมส์อยู่หนึ่งก้าว
แต่อย่างที่สก็อตระวัง ฮอฟแมนมีมันสมองและเป็นนักวางแผนที่ปราดเปรื่อง
และด้วยเครือข่ายและข้อมูลที่เขามีแน่นอนว่าเขาจะต้องรู้มากกว่าเฟอร์ริส
โดยเขาเองจะก้าวอยู่หน้าเฟอร์ริสหนึ่งก้าวเสมอ
การรับบทเป็นฮอฟแมนในภาพยนตร์เรื่อง Body of Lies
นำเป็นการร่วมงานภาพยนตร์เรื่องที่สี่กับริดลีย์
สก็อต ต่อจากภาพยนตร์เรื่อง Gladiator เรื่อง A
Good Year และเรื่อง American Gangster ผมชอบที่ได้ร่วมทำงานกับริดลีย์ครับ
นักแสดงหนุ่มยืนยัน เราได้เรียนรู้กันและกันอย่างมากมายตอนที่เราทำเรื่อง
Gladiator เราแบ่งปันหลักการทำงาน
หลักความงดงามและความสนุกสนานและถ้าคุณมีทั้งสามอย่างนี้ร่วมกันจากนั้นการได้ทำงานด้วยกันก็เป็นเรื่องง่ายแล้วล่ะครับ
รัสเซลทำอะไรก็ได้ครับ สก็อตเล่า เขาชอบที่ได้เปลี่ยนบุคลิกภาพ
เปลี่ยนสำเนีย งการพูด
และเปลี่ยนรูปลักษณ์สำหรับบทบาท
นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เขาสนใจที่จะทำงานด้วย
ผมคิดว่าเขาเป็นหนึ่งในนักแสดงที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกนะครับ
เมื่อพูดถึงการพูดคุยในเบื้องต้นเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่อง
Body of Lies ผู้กำกับการแสดงกล่าวต่อไปว่า ผมบอกเขาว่า
ผมมองเห็นความเป็นฮอฟแมนว่าเป็นคนรักครอบครัวที่จะทำงานบ้านได้ในขณะที่พ่อบ้านธรรมดาไม่ได้ทำ
เขาจะต้องเป็นพวกนอนไม่หลับ....อาจจะหนักไปหน่อย
เขาบอกว่าหนักไปเหรอครับ?
คุณตีความหมายของหนักไปหน่อยว่าอย่างไรน่ะเหรอ?
ริดลีย์โทรหาผมแล้วบอกผมว่า
คุณว่าคุณจะเพิ่มน้ำหนักสัก 50 ปอนด์ไหวไหม?
โครว์เล่า
ตัวเขานั้นตลอดเวลาการทำงานในวงการการแสดงได้เปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของตัวเองเพื่อรับบทบาทที่ต่างกันมากมายรวมไปถึงบทบาทที่เขาเปลี่ยนตัวเองเป็น
เจฟฟรีย์ วิแกนด์
และได้รับการเสนอชื่อสำหรับรางวัลตุ๊กตาทองจากเรื่อง
The Insider
นักแสดงหนุ่มทำน้ำหนักขึ้นมาอีก 50
ปอนด์เพื่อรับบทของฮอฟแมน เขายังได้ปรึกษากับเดวิด
อิคเนเซียสเกี่ยวกับปูมหลังของตัวละคร รัสเซลถามผมว่าดั้งเดิมแล้วฮอฟแมนมาจากไหนครับ
เจ้าของบทประพันธ์กล่าว เขาถามว่า อาร์แคนซัส?
ผมคิดว่าเขาน่าจะมาจาก อาร์แคนซัสนะ
มันจะมีอะไรบางอย่างที่คนที่มาจากอาร์แคนซัสพูดที่ทำให้เห็นในบางประโยคสุดขั้วที่เขากล่าวออกมา
รัสเซล
ยังได้นำความตลกคะนองมาสู่ความเป็นฮอฟแมนซึ่งผมไม่ได้คาดหวังเลยครับ
โดแนลด์ เดอ ไลน์ให้ความเห็น ฮอฟแมนเป็นตัวละครที่มีคำถามเกี่ยวกับทางด้านจิตใจของเขาและคุณจะไม่แน่ใจกับความรู้สึกที่คุณมีกับเขา
แต่เขาเป็นคนตรงไปตรงมาว่าเขาเป็นคนอย่างไรและสิ่งที่เขาเชื่อ
มันเป็นเรื่องใหม่
คุณแทบจะไม่เดียดฉันท์เขาเลยล่ะครับ
ผมมีกฏเพียงข้อเดียว อย่าโกหกผม
ความเสี่ยงสูงมากขึ้นสำหรับเฟอร์ริสเมื่อฮอฟแมนมอบหมายให้เขาปฏิบัติการสืบราชการลับของสหรัฐฯ
ในกรุงอัมมานประเทศจอร์แดน
เมื่อหัวหน้าผู้ก่อการร้ายที่มีชื่อว่า อัล-ซาลีมได้รวบรวมอำนาจจากเงามืด
ในการจับตัวอัล-ซาลีมผู้ว่องไว
เฟอร์ริสต้องเข้าไปในองค์การหน่วยสืบราชการลับของจอร์แดน
Jordanian General Intelligence Department (GID)
ซึ่งมีหัวหน้าคือ ฮานี ซาลามผู้น่าเกรงขาม
โดยมีนักแสดงภาพยนตร์จอเงินและจอแก้วชาวอังกฤษ
มาร์ค สตรองเป็นผู้รับบทนี้
ในความเจนสังคมและถูกขัดเกลา
ฮานีดูสุขุมและควบคุมอารมณ์ได้ดีในขณะที่ฮอฟแมนนั้นเอะอะและดื้อดึง
อย่างไรก็ตามมันจะมีความบ้าคลั่งซ่อนอยู่เบื้องหลังของความงามสง่าของฮานีซึ่งซ่อนความดุร้าย
สำหรับผู้ชายที่ทรงอำนาจในประเทศจอร์แดนมากกว่าผู้ใดเป็นรองแต่ก็เพียงกษัตริย์เท่านั้น
สตรองกล่าวว่า ผมคิดว่าฮานีนั้นให้ความดูแลและสนใจเกี่ยวกับตัวเขานั้นหมายถึงเขาให้ความดูแลและสนในกับงานของเขาด้วยครับ
เขาเป็นใครซักคนที่คุณไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยแน่ครับ
เขายิ้ม
ฮานีเป็นตัวละครที่ดูเ ป็นผู้ดีและมีพลัง
โดยมาร์ค สตรองนำเสนอมันออกมาได้เป็นอย่างดีครับ
สก็อตกล่าว เขาเปลี่ยนตัวของเขาไปเป็นตัวละครได้อย่างแนบเนียน
สำเนียงของเขาสมบูรณ์แบบรวมไปถึงความหรูหราของเขาเป็นไปอย่างธรรมชาติครับ
มาร์ค
สตรองผูกมัดผมอย่างสิ้นเชิงในแง่ของนักแสดงเลยล่ะครับ
ดิคาปริโอให้ความเห็น มันยอดเยี่ยมมากที่ได้ทำงานกับเขา
เขาเหมือนแม่เหล็กที่ได้ดูเขา
พ่อของผมยังพูดถึงความเยือกเย็นของฮานี
และเขาอยากจะแต่งตัวแบบฮานีเพราะดูแล้วเขาเป็นคนร้ายนะครับ
เมื่อฮานีแสดงให้ฟาร์ริสเห็น
ว่าเขาเป็นเอกอุในศิลปะที่อิคเนเซียสเรียกมันว่า การเจรจาที่ปราดเปรื่อง
ของคู่ปรับที่ในที่สุดแล้วต้องยอมจำนนเพื่อคายความลับ
ต่าง ๆ ตามที่เขาต้องการ ฮานีแสดงให้ฟาร์ริสดูว่าจะเลือกคนมาทำงานกับเขาได้อย่างไรโดยไม่ต้องข่มขู่ด้วยความรุนแรง
สตรองอธิบาย เขามีความภาคภูมิใจในตัวเองในการบรรลุเป้าหมายหลายอย่างโดยง่ายถ้าเปรียบเทียบกับฮอฟแมน
หลายวิธีของเขาประกอบไปด้วยการไม่กระโตกกระตากแต่ทำอย่างบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น
การร่วมมือของฮานีจะมาพร้อมข้อตกลง อย่างไรก็ตาม สัญชาตญาณของฮานีบอกเขาว่าเขาไว้ใจเฟอร์ริสได้;
เขาชื่นชมที่ฟาร์ริสใช้เวลาในการเรียนรู้ภาษาอาราบิคอย่างถูกต้อง
มันเป็นการแสดงความเคารพนะครับ สตรองกล่าว แต่งานของฮานีนั้นคือการปกป้องประเทศและประชาชนของเขา
นั่นคือสิ่งที่เขาชื่นชมเฟอร์ริสว่าถ้าพวกเขายังคงทำงานกันต่อไป
เขาจะต้องไม่โกหกกัน และนั่นคือกฏข้อเดียว
จิตวิญญาณของฮานีคือประเพณีแห่งเกียรติยศและความเชื่อใจ
สก็อตเสริม ถ้าเขาไม่ไว้ใจคุณ
คุณก็ไปไม่ได้ถึงไหนหรอกครับ
และในการที่จะได้ความไว้วางใจจากเขานั้น
คุณจะต้องแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใส
แต่จากพื้นฐานในงานของเฟอ ร์ริส
เขานั้นถูกบังคับให้โกหกเขา
การร่วมมือในความตรงไปตรงมาของพวกเขาต้องถูกทดสอบเมื่อฮอฟแมนตรงมาที่กรุงอัมมานเพื่อการเผชิญหน้ากับฮานี
มันเป็นเกือบเหมือนการประจบเอาใจในท่าทางที่เขาแสดงกับฮานี
โครว์เล่าให้ฟังถึงบทบาทที่เขาแสดงโดยแตกต่างจากวัฒนธรรมที่เฟอร์ริสกำลังค่อย
ๆ สร้างมันขึ้นมาอย่างระมัดระวัง แต่เขาอาจจะใช้มันในทางที่บวกนะครับ
ถ้าชาวอเมริกันนั้นมีชื่อเสียงทางด้านความเปิดเผยด่วนได้
ถ้านั่นมันเป็นสิ่งที่ฮานีมีความเชื่อ
และนั่นก็คือสิ่งที่ฮอฟแมนแสดงให้เขาเห็น
พวกเขาต่างก็แอบเคารพกันและกัน
แต่พวกเขาจะไม่ยอมรับมันนะครับ สตรองทาย ฮอฟแมนแสดงว่าไม่ใส่ใจกับฮานี
และฮานีก็คิดว่าฮอฟแมนนั้นจะใช้วิธีที่รุนแรงเกินไป
แต่ทั้งสองก็เป็นคนประเภทเดียวกันที่จะใช้ประโยชน์กับใครก็ได้ให้ถึงที่สุดเพื่อให้ได้งานที่พวกเขาต้องบรรลุถึงเป้าหมายครับ
การปัดป้องของฮอฟแมนในความร่วมมือที่เรียกว่าหุ้นส่วนอย่างเปิดเผยนั้นทำให้เฟอร์ริสต้องอยู่ในที่นั่งลำบาก
เขาตกอยู่ในวงล้อมของศัตรูเมื่อเขากำลังควานเข้าไปใกล้อัล-ซาลีม
เฟอร์ริสถูกจับได้ในระหว่างการสั่นคลอนของสองอำนาจของชายสองคนนี้
ระหว่างความภักดีของเขาที่มีต่อซีไอเอและสัญญาที่เขาได้ให้ไว้กับฮานีนะครับ
ดิคาปริโอกล่าว สิ่งที่น่าทึ่งก็คือที่สุดแล้วพวกเขาก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกันนั่น
โทรหาผม ถ้าคุณคิดได้แล้ว
เฟอร์ริสได้พบกับความสงบทางด้านจิตใจในระดับหนึ่งท่ามกลายอันตรายในงานของของเมื่อเขาได้รับความเอาใจใส่จาก
ไอช่า หญิงสาวชาวอิหร่านที่อยู่ในกรุงอัมมาน
โดยเธอทำงานเป็นพยาบาลที่คลินิกแห่งหนึ่งและเป็นอาสาสมัครให้กับค่ายผู้ลี้ภัย
ไอช่านั้นรับบทโดยนักแสดงสายชาวอิหร่านชื่อ
โกลชิฟเทห์ ฟาราฮานี
ซึ่งเป็นการแสดงภาพยนตร์อเมริกันเรื่องแรกของเธอ พวกเราโชคดีที่ได้เธอมาร่วมงานด้วยครับ
สก็อตเสริม โกลชิฟเทห์เป็นหนึ่งในนักแสดงหญิงคนสำคัญของอิหร่าน
ผมได้เห็นเธอครั้งแรกในเทปและทึ่งกับเธอมาก;
เธอเป็นนักแสดงที่ยอดเยี่ยมและมีความคลาสสิคครับ
ที่สุดแล้วผมก็ได้พบกับเธอ
เธอมีพลังในตัวที่เป็นพิเศษที่ยากจะอธิบาย
เธอปลดปล่อยพลัง
ความสง่างามและเธอยังสวยมากอีกด้วยครับ
เธอขึ้นกล้องเอา
มาก ๆ เลยครับ
ไอช่าเป็นพยาบาล แต่ถ้าเธอได้เกิดในประเทศอื่น
เธอคงจะได้เป็นคุณหมอไปแล้วล่ะค่ะ
ฟาราฮานีซึ่งเป็นสาวสดใส
แต่ไม่ไร้เดียงสาซึ่งพบว่าตัวเธอนั้นได้โปรยเสน่ห์ให้ชายหนุ่มลึกลับอย่างไม่ได้ตั้งใจโดยเขาจะเข้ามาที่คลินิกของเธออยู่บ่อยครั้ง
ในตอนแรก
เธอพบว่าเฟอร์ริสนั้นน่าสนใจแต่เธอก็ไม่ได้ให้ความใส่ใจเขามากมายนัก
แต่เมื่อเธอค้นพบว่าเขาเป็นคนที่มีจิตใจดี
เธอก็เข้าใกล้เขามากยิ่งขึ้น
เธอผ่อนปรนจากความจริงใจของเขาค่ะ
อย่างไรก็ตาม
ความสัมพันธ์ของทั้งสองมีความซับซ้อนจากข้อบังคับและวัฒนธรรมของเธอซึ่งห้ามผู้ชายแตะต้องตัวผู้หญิงที่ยังไม่ได้แต่งงาน
ผลจากการที่หญิงสาวมุสลิมสนิทสนมกับชายชาวอเมริกันนั้นเป็นสิ่งที่เคร่งครัดสำหรับไอช่าซึ่งคอยปกป้องให้กับเฟอร์ริส
เขาทำไม่ได้กระทั่งจะเชคแฮนด์กับเธอ
เพราะเขารู้ว่ามันจะทำความไม่ดีมาสู่เธอ
สก็อตกล่าว
โกลชิฟเทห์ เป็นนักแสดงที่น่าทึ่งครับ
ดิคาปริโอย้ำ หลายอย่างในความไม่คุ้นเคยกับภาพยนตร์ที่นำเสนอความสัมพันธ์ของชายหนุ่ม-หญิงสาวในภาพยนตร์โลกตะวันตกเป็นแรงผลักดันของไอช่าและเฟอร์ริส
เฟอร์ริสนั้นมีความรู้สึกผูกพันกับไอช่า
เขานั้นให้ความเคารพในขนบธรรมเนียมประเพณีของเธอ
โดยเขาค่อย ๆ พัฒนาความสัมพันธ์กับเธอ
ลีโอนั้นยอดเยี่ยมที่สุดเลยค่ะ ฟาราฮานีเล่า เขาเอื้อเฟื้อและทำให้ฉันสบายใจ
เขายังช่วยฉันอีกมาก
การได้ร่วมงานแสดงกับเขาถือเป็นเกียรติค่ะ
โกลชิฟเทห์และลีโอมีความเกี่ยวโยงกันทางเคมีอย่างแท้จริง;
พวกเขาเป็นประกายให้กันและกันครับ เดอ
ไลน์ให้ข้อสังเกตุ จากวันแรกที่พวกเขาเข้ากล้องด้วยกัน
คุณรู้สึกถึงมันได้เลยครับ
ดาราอีกหนึ่งที่ร่วมในทีมงานนักแสดงนำของภาพยนตร์เรื่อง
Body of Lies คือ อาลี ซูลิมานซึ่งมารับบทเป็น
ออสการ์ ซาดิกี้
ผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราวในอุบายที่จะล่อให้อัล-
ซาลีมออกมาจากที่ซ่อน; อาลอน อเบาท์โบล แสดงเป็น
อัล-ซาลีมผู้ลึกลับ; ออสการ์ อิซาอัคเป็นบาสซัม
แนวร่วมของเฟอร์ริสในการปฏิบัติงานที่ซามาร์ร่า;
และไซม่อน แมคเบอร์นี่เป็นการ์แลนด์
เจ้าหน้าที่วอร์รูมที่ควบคุมเทคโนโลยีที่ทำให้ซาดิกีดูเหมือนว่าถูกอัล-ซาลีมข่มขู่
คุณจะหวังให้ผมปฏิบัติการได้อย่างไร
ถ้าคุณยังปฏิบัติการคร่อมกับผมอยู่
ริดลีย์ สก็อต นักสร้างภาพยนตร์ที่มุ่งมั่น
ต้องพลิกแพลงไปในหลายแง่มุมในการกำกับการแสดงภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่างเรื่อง
Body of Lies ซึ่งดูเหมือนง่าย มันเป็นความชื่นชมที่ได้เห็นผู้เอกอุอย่างริดลีย์ในการทำงานนะครับ
โดแนลด์ เดอ ไลน์กล่าว เขามีความคิดริเริ่มให้ความร่วมมือและมีความสามารถอย่างพิเศษที่จะมองเห็นภาพยนตร์ทั้งเรื่องอยู่ในหัวของเขาแล้วล่ะครับ
เขามีพลังมากกว่า
มีความอดทนและมุ่งมั่นมากกว่าใครที่อยู่รอบ ๆ
ตัวเขาครับโดยเขาจะเค้นสิ่งที่ดีที่สุดจากทุก ๆ
คนเลยครับ
เขาเคยเป็นผู้ออกแบบฉาก
สก็อตเขียนสตอรี่บอร์ดและสเก็ตช์ส่งให้หัวหน้าแผนกด้วยตัวเอง
โดยมีรายละเอียดของสิ่งที่เขามีอยู่ในหัวสำหรับแต่ละฉาก
เครื่องแต่งกายหรือสเปเชี่ยล เอฟเฟค มันเป็นเรื่องง่ายในการมีผู้กำกับการแสดงอย่างริดลีย์
เพราะเขาสามารถที่จะบ่งบอกตัวตนอย่างจริงจังด้วยภาพวาดของเขา
อาร์เธอร์ แม็กซ์ ซึ่งเคยร่วมงานออ กแบบฉากกับสก็อตมายาวนานแล้วกล่าว
รูปแบบการถ่ายทำที่โดดเด่น
เขาได้ใช้กล้องสี่ถึงแปดตัวในแต่ละฉาก -
ทำให้เขาถ่ายแต่ละซีนด้วยความครอบคลุมเต็มรูปแบบด้วยการเทคที่น้อยครั้ง
มันเป็นความน่าทึ่งที่ในการที่เขามีส่วนร่วมและถ่ายทำด้วยกล้องหลายตัวจากหลายมุมกล้องในทีเดียว
ดิคาปริโอประหลาดใจ คุณกำลังทำฉากหนึ่งที่มีระเบิดถึง
20
จุดเป็นแบคกราวน์และยังมีคนหนึ่งอยู่บนต้นไม้ห่างออกไปครึ่งไมล์เพื่อซูมมาที่หน้าของคุณ
และคุณไม่ได้รู้เรื่องเลยครับ
ยังจะมีเฮลิคอปเตอร์สองลำที่สแตนด์บายรอ
และบินอยู่รอบ ๆ และริดลีย์ก็แค่จับวอล์คกี้-ทอล์คกี้และพวกเขาก็จะมากันครับ
ในขณะเดียวกัน
เขาก็ต้องดูในจอมอร์นิเตอร์ที่แตกต่างกัน
ตรงเข้าไปในหัวเมื่องานล่วงไป
ผมคิดว่าเขามีช่องในลูกตาเขาในการดูน่ะครับ
นั่นถึงเป็นสิ่งที่ทำไมริดลีย์ถึงทำได้ดีในสิ่งที่เขาทำ
เพราะเขามองเห็นเป็นภาพใหญ่น่ะครับ
การถ่ายทำโดยใช้กล้องหลายกล้องถ่ายทำอย่างต่อเนื่องกันยังทำให้สก็อตสร้างหลายฉากที่น่าตื่นเต้นที่เขานำมาสู่การบอกเล่าเรื่องราวของเขา
ผมชอบที่จะเคลื่อนไหวรวดเร็ว
เท่าที่จะทำได้เพราะนั่นจะทำให้คุณรู้สึกว่าคุณมีชีวิตชีวาครับ
ผู้กำกับการแสดงอธิบาย มันเป็นงานของผมที่จะทำให้นักแสดง
ผสมผสานกันเพราะว่าพวกเขาทุกคนพากันใส่ใจและมันเป็นความรู้สึกที่เป็นไปโดยธรรมชาติและให้พลัง
ผมเพริดไปกับวิธีการถ่ายทำของเขาเลยครับ มาร์ค
สตรองกล่าว ในฐานะนักแสดง
มันเป็นความน่าทึ่งเพราะพวกเราจะไม่ต้องถ่ายฉากยากอีกหลายต่อหลายครั้ง
และคุณก็ไม่ต้องกังวล
เกี่ยวกับความต่อเนื่องของคุณเพราะงั้นมันจะเป็นทันทีทันใดอย่างไม่น่าเชื่อครับ
การที่ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สี่ของโครว์และสก็อต
นักแสดงหนุ่มนั้นคุ้นเคยกับรูปแบบการทำงานของสก็อต
แต่ในขณะที่พวกเขามีความแจ่มชัดในขั้นตอนการร่วมงานโครว์ยังชี้ให้เห็นว่า
ผู้คนจะสรุปเอาว่าเราสองคนจะเห็นตรงกันในทุกอย่าง
นั่นมันน่าขันนะครับ
เราสองคนจะมีเรื่องที่ไม่เห็นพ้องกันเกือบ 70
เปอร์เซนต์ของเวลาทีเดียวนะครับ
แต่เวลาเหล่านั้นพวกเราใช้ศิลปะของความขัดแย้งอย่างไร้คำพูดได้อย่างสมบูรณ์และเราสองคนก็สนุกกับขั้นตอนการแก้ปัญหาของเราครับ
สิ่งที่เกี่ยวกับผมและริดลีย์
นั่นก็คือการฟังเขาพูดซึ่งผมคิดว่าทำให้เขากังวลเป็นบางทีนะครับ
โครว์กล่าวต่อพร้อมหัวเราะ แต่เขาก็ชอบมันนะเพราะเขาจะบอกบางอย่างกับผมในตอนต้นและจากนั้นก็เข้ามาคลุกกันในส่วนที่เป็นรายละเอียด
แต่เขาก็รู้ว่าผมยังจะให้เกียรติในความคิดดั้งเดิมของเขาเมื่อพวกเราดำเนินเรื่ องราวต่อไป
ดิคาปริโอ อย่างที่อธิบายในตัวเองว่าเป็น หน้าใหม่
ปรับตัวเข้าได้อย่างดีกับแนวทางของ สก็อต/โครว์ในการสร้างภาพยนตร์
พวกเขามีทางลัดร่วมกัน;
พวกเขารู้ว่าจะแก้ปัญหาด้วยกันได้อย่างไรในทันที
เขารวบรวมไว้ในพลัง;
มันเป็นเหมือนรางวัลและความร่าเริงที่ได้ทำงานกับคนแบบนั้นครับ
ทันทีที่คุณซ้อมฉากและมีแนวทางว่าเค้าโครงมันจะออกมาเป็นอย่างไร
ริดลีย์ก็จะตั้งกล้องทุกตัวแล้วเริ่มถ่าย
และรัสเซลนั้นก็ดูจริงจังและมีส่วนร่วมครับ
ดิคาปริโอกล่าวเสริม
โดยก่อนหน้านี้เขาเคยได้ร่วมงานกับโครว์มาแล้วในปี
1995 ในภาพยนตร์แนวตะวันตกเรื่อง The Quick and
the Dead ผมคิดว่าเขาเป็นหนึ่งในนักแสดงที่ยอดเยี่ยมในปัจจุบันครับ
เพราะงั้นมันเป็นเรื่องดีที่ได้ร่วมงานกับเขาอีก
พวกเรามีฉากที่ต้องส่งอารมณ์และต่อสู้กันหลายฉากในภาพยนตร์เรื่องนี้นะครับ
คุณจะมีอารมณ์ร่วมได้ถ้าคุณได้มีนักแสดงอีกคนหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงข้ามแล้วสามารถที่จะจับคู่กับทุกอย่างที่คุณแสดงออกมาและส่งมันกลับมาหาคุณได้
มันเป็นการหลั่งของอดรีนาลีนเลยล่ะครับ
ตอนที่พวกเขาถ่ายทำเรื่อง The Quick and the Death
ดิคาปริโอยังเป็นเด็กวัยรุ่นอยู่และโครว์ให้ข้อสังเกตุว่า
มีหลายอย่างที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้นกับลีโอ
ตั้งแต่นั้นมา
ผมชื่นชมกับเบื้องหลังความสำเร็จของเขาครับ
และเขาก็ยังเป็นเขาคนเดิม
พวกเขาหัวเราะกันเยอะมากเลยล่ะครับ
ผมทำให้มันดูเหมือนอะไรก็ได้
มาทำให้มันเหมือนทุกๆ อย่างดีกว่า
อันที่จริงแล้ว
มันเป็นเรื่องที่โหดอยู่สักหน่อยในการสร้างสรรค์ฉากที่อยู่ในสถานที่ถ่ายทำเกือบ
100 แห่งที่แตกต่าง โดยครอบคลุมไปมากกว่า 12
ประเทศซึ่งจะได้เห็นในระหว่างที่เฟอร์ริสค้นหาเพื่อจับตัวผู้ก่อการร้ายอย่างอัล-ซาลีม
เพราะการถ่ายทำในแต่ละประเทศนั้นมีค่าใช้จ่ายสูง
ประเทศโมรอคโคได้รับการคัดเลือกให้เป็นสถานที่ถ่ายทำหลัก
ผมรู้จักประเทศโมรอคโคเป็นอย่างดีครับ;
และนี่ก็เป็นครั้งที่สี่แล้วที่ผมได้มาถ่ายทำภาพยนตร์ในแอฟริกาเหนือ
สก็อตเล่า เขาถ่ายทำเรื่อง Gladiator เรื่อง Black
Hawk Down และเรื่อง Kingdom of Heaven
ในเมืองราบัทและประเทศในทะเลทรายของ ควาซาเซท ในภูมิภาคนี้ให้ทางเลือกกับคุณอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะครับ
ผมเจอกับสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ
และผมก็รับคนโมรอคโคครับ
พวกเขามีความเป็นศิลปินที่สามารถโดยเขาได้ร่วมทำงานกับเราในภาพยนตร์เรื่องนี้ครับ
ริดลีย์รู้จักส่วนนี้ของโลกดี
แน่นอนว่าดีกว่าผู้กำกับคนไหนที่ทำงานในวงการ
ฮอลลิวู้ดในปัจจุบันล่ะครับ เดอ ไลน์ออกความเห็น
เขามีความผูกพันกับสถานที่และผู้คน
ผมคิดว่าสิ่งที่ทำให้เขาติดใจคือความรู้สึกในความสวยงามของมันครับ
ความแตกต่างของประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคนี้ทำให้เกิดฉากที่แตกต่าง
พวกเราไม่ได้สร้างฉากยักษ์ ๆ
อย่างที่เราควรต้องทำในภาพยนตร์หลายเรื่องนะครับ
แต่ขนาดของฉากถนนต่าง ๆ นั้นเราต้องทำ อาร์เธอร์
แม๊กซ์
ซึ่งแผนกศิลป์ของเขาได้สร้างฉากหลายฉากทั้งในและรอบ
ๆ สถานที่ถ่ายทำ ในทุก
สถานที่ถ่ายทำพวกเราพยายามที่จะทำฉากที่มีความกว้าง
360
องศาเพื่อที่ว่าบรรดานักแสดงจะมีบรรยากาศที่จะทำให้พวกเขาเกิดความรู้สึกร่วมน่ะครับ

การได้ร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้กำกับภาพอย่าง
อเล็กซานเดอร์ วิตต์
สก็อตถ่ายทำการไล่ล่าผ่านตลาดด้วยมุมกล้องที่บอกเล่าเรื่องราวของฟาร์ริสจากมุมสูงจากการที่เขาต้องถูกสะกดรอยด้วยระบบ
Predator System
ระบบ Predator System นั้นเหมือนกับรายการ Big
Brother โดยตัวละครจะอยู่ที่นั่นตลอดเวลาครับ
สก็อตกล่าว เขาใช้การแฝงตัวของ POV
แบบนี้โดยใช้กล้องถ่ายมือติดตั้งอยู่กับเฮลิคอปเตอร์เก็บภาพจากมุมสูงขึ้นไป
10,000 ฟุตเหนือการแสดงภาคพื้นดิน
ทีมงานของแม็กซ์นั้นต้องตกแต่งฉากในมุมที่กว้างที่สุดเพื่อให้มันดูสมจริงเมื่อถ่ายออกมาจากทางอากาศ
พวกเขายังต้องลดสีสรรค์ที่เป็นธรรมชาติของเมืองโมรอคโคด้วยแถบสีที่เป็นสีเอิร์ธโทน
ส่วนหนึ่งของงานผมคือการลบสีออกจากสิ่งแวดล้อมเหล่านี้แหละครับ
สีพวกนี้จะทำให้เกิดความโดดเด่นเพื่อให้ผู้ชมไม่เกิดความรบกวนครับ
แม๊กซ์กล่าว
อันตรายของการสร้างฉากอย่างแนบเนียนในสถานที่จริงนั้นกลายมาเป็นเรื่องเมื่อ
ซันจา
คลอสได้ว่าจ้างพนักงานทำสวนมาเปลี่ยนเป็นฉากส่วนหนึ่งของสนามโอลิมปิคของกรุงราบัตให้เป็นฉากด้านนอกของสถานฑูตอเมริกันในกรุงจอร์แดน
จากการที่ไม่มีรั้วมากั้นไม้เลื้อยที่พนักงานสวนปลูกเอาไว้
ผู้คนละแวกนั้นปล่อยให้แกะและแพะเดินเข้ามาได้อย่างอิสระหลังจากทำฉากเสร็จแล้ว
ตอนที่ผมไปถึงตอนเช้าของอีกวันหนึ่งเพื่อตรวจสอบต้นไม้
ผมพบว่ามันเหลืออยู่แค่ไม่กี่ต้นเท่านั้นเองครับ
คลอสเล่า
ในบางครั้งงานของคลอสนั้นสมจริงเสียจนทีมนักแสดงไม่รู้เลยว่าพวกเขาทำงานอยู่บนฉากที่สร้า งขึ้น
สำหรับฉากการเผชิญหน้าระหว่างเฟอร์ริสและฮานีที่เกิดขึ้นบนกองขยะขนาดยักษ์นั้น
ทีมงานของคลอสได้ตกแต่งภูเขาสูงด้วยขยะสะอาดเป็นตัน
ๆ มันดูเหมือนจริงเอามาก ๆ ครับ
ผมไม่รู้เลยว่ามันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อถ่ายภาพยนตร์ครับ
สตรองกล่าว
โมรอคโคเป็นสถานที่ ๆ น่าสนใจครับ
มันเป็นประสบการณ์การสร้างภาพยนตร์ที่ท้าทายแต่ผมก็สนุกกับการได้อยู่ที่นั่นนะครับ
ดิคาปริโอกล่าว ผมชื่นชอบผู้คนและวัฒนธรรมของที่นั่นครับ
ตลาดในเมืองมาร์ราเกชเป็นอะไรที่ทุก ๆ
คนในโลกนี้ควรจะได้เห็นมันสักครั้งครับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าพวกเขาเป็นนักเดินทางแล้วละก็ครับ
มันเป็นภาพที่ตรึงตาจริง ๆ ครับ
การสร้างเครื่องแต่งกายสำหรับทีมงานนักแสดงกลุ่มใหญ่ที่มีตัวละครแตกต่างกันรวมไปถึงเครื่องแต่งกายของบรรดาตัวแสดงประกอบที่อีกถึง
3,000
ชุดที่เป็นเสมือนตัวแทนของวัฒนธรรมที่มีความแตกต่างและกว้างออกไป
สิ่งนี้ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งใหญ่ของแจนตี้
ยาเตสซึ่งเป็นผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายและทีมงานของเธอ
นอกจากนี้เธอยังให้ข้อสังเกตุว่า ทุกคนจะต้องแบ่งออกเป็นองศาและยังต้องมีความแก่และทุกข์โศกอยู่ด้วยนะคะ
เธอให้ความเห็น
ยาเตสออกแบบเครื่องแต่งกายของเฟอร์ริสเพื่อช่วยให้สายลับอย่างเขาเข้าได้กับวัฒนธรรมหรือสถานการณ์ใด
ๆ ก็ได้ที่เขาต้องการแฝงตัวเข้าไป ลีโอให้ความร่วมมือเป็นอย่างมากเลยค่ะ
เธอกล่าว เขามีความสนใจอย่างน่าทึ่งในรายละเอียดปลีกย่อยต่าง
ๆ ทุกครั้งที่เรามีเครื่องแต่งกายชุดใหม่
เขาต้องการจะรู้ฉาก
ว่าอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นและอะไรจะเกิดขึ้นต่อมา
สำหรับซีไอเอหัวดื้อ เอ็ด ฮอฟแมน
เสื้อผ้าได้รับการคิดถึงที่หลัง ฮอฟแมนเป็นคนไม่สนใจกับเสื้อผ้า
เขาสนใจแต่จะกอบกู้โลก ยาเตสยืนยัน
อย่างขัดแย้งกัน
เครื่องแต่งกายของหัวหน้าหน่วยสืบราชการลับชาวจอร์แดน
ฮานี
ซาลามเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับริดลีย์
สก็อต ผมต้องการให้ฮานีมีรูปลักษณ์ที่หรูหราเป็นพิเศษของสุภาพบุรุษอย่างแท้จริง
ผู้กำกับการแสดงยืนยัน
ยาเตสใช้ฮันส์แมนซึ่งเป็นบริษัทโดยเฉพาะของ
ซาวิลล์
โรว์และเป็นหนึ่งในร้านตัดเสื้อที่ดีที่สุดของโลกเพื่อสร้างสรรค์เสื้อสูทตัดเย็บด้วยมือของตัวละครตัวนี้อย่างไร้ที่ติ
แต่สูทที่ตัดโดยฮันท์สแมนนั้นต้องใช้เวลาสี่ถึงห้าเดือนในการตัดเย็บและยาเตสก็มีแค่สามอาทิตย์เพื่อสร้างชุดให้กับมาร์ค
สตรองก่อนที่เขาจะต้องเข้าแสดงในฉาก จอห์นนี่
อัลเลนซึ่งเป็นผู้จัดการฝ่ายขายของฮันท์สแมนอนุญาตให้ยาเตสเข้าไปดูเสื้อสูทกว่า
20 ชุดที่ตัดแล้วไม่มีผู้มารับ
น่าประหลาดใจเมื่อสตรองได้ลองสวมชุดสูท พวกมันพอดีกับรูปร่างเขาอย่างเหลือเชื่อ
ยาเตสกล่าว มันดูราวกับว่าสูทพวกนี้ตัดมาสำหรับเขาเลยล่ะค่ะ
เนื้อผ้าและการตัดเย็บน่าทึ่งมากเลยครับ
สตรองกล่าวเกี่ยวกับงานฝีมือของฮันท์สแมน ฮานีเป็นตัวละครที่แต่งกายดีที่สุดในบรรดาบทบาทที่ผมเคยแสดงมาทั้งหมดเลยครับ
เครื่องแต่งกายของไอช่า
พยาบาลสาวชาวอิหร่านที่ดูมีราศีผู้ซึ่งเป็นมิตรกับเฟอร์ริสในระหว่างการปฏิบัติการลับของเขาในกรุงอัมมาน
ได้แรงบันดาลใจมาจากแฟชั่นที่ผสมผสานของหญิงสาวชาวอิหร่าน
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะต้องคลุมศีรษะและมืออยู่ตลอดเวลารวมทั้งเสื้อของพวกเธอก็ยังมีแขนยาวคอสูง
หญิงสาวชาวจอร์แดนยังสวมกางเกงยีนส์เข้ารูปและรองเท้าส้นสูงอีกด้วย
ยาเตสให้ข้อสังเกตุ พวกเราต้องการสร้างเสน่ห์จูงใจที่นำสมัยสำหรับไอช่าค่ะ
คุณคิดว่าผมทำอะไรในเวลาว่างเหรอ
ตีเทนนิสหรือไง?
... หมดเวลาเล่นแล้ว
ในการรักษาไว้กับความต้องการของสก็อตที่จะให้เรื่องนี้สมจริง
สเปเชี่ยลเอฟเฟคส่วนใหญ่ของภาพยนตร์นั้นต้องทำขึ้นมาอย่างจริง
ๆ โดยสก็อต ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับพอล
คอร์บอล์ดซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายสเปเชี่ยลเอฟเฟค
เมื่อมีความจำเป็น พวกเขาจะเพิ่มเติมเทคนิค CG
ให้น้อยที่สุดในงานหลังการถ่ายทำ
เช่นเดียวกันกับงานสตั๊นท์และฉากแอ็คชั่นต่าง ๆ
ที่ได้ถูกจัดอย่างระมัดระวังเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ
และแน่นอนว่า ปลอดภัย เท่าที่จะทำได้ ริดลีย์
ต้องการให้สมจริงครับ จอร์จ
อกิลล่าซึ่งเป็นผู้ประสานงานสตั๊นท์กล่าว เขาไม่เคยต้องการอะไรที่ดู
รู้สึกหรือมีกลิ่นของปลอมน่ะครับ
เว้นแค่เพียงฉากที่ต้องหลบระเบิดใหญ่ ๆ
และฉากที่ถูกสุนัขรุมกัด
ดิคาปริโอแสดงสตั๊นท์ตัวเอง มันจะมีน้อยฉากมากที่โหดและมีฉากแอ็คชั่นที่ยาก
ๆ น่ะครับ เขาเล่า ฉากที่ต้องวิ่งผ่านในเมืองราบัตแล้วมีฝูงหมาดุไล่ตามผม
ฉากต่อสู้ด้วยมีด...มันค่อนข้างยากที่ต้องแสดงเองนะครับโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ต้องมาเจอกับความร้อนในทะเลทรายแบบนี้ครับ
แต่ริดลีย์นั้นเตรียมตัวได้ดีมากเขามีเจ้าหน้าที่หลายคนและทำให้คุณรู้สึกสบาย
ๆ ครับ
มันก็เลยเป็นแค่การทำงานอีกวันหนึ่งของผมเท่านั้นแหละครับ
เขาจะชำนาญมากกับง านที่ต้องใช้ร่างกาย
อกิล่าร์เล่าเกี่ยวกับดิคาปริโอที่เขาได้เคยร่วมทำงานมาจากภาพยนตร์เรื่อง
Gangs of New York และเรื่อง The Departed พวกเราซ้อมเข้าฉากและเขาก็มีการเปลี่ยนนิดหน่อยเพื่อให้เข้ากับบทบาทที่เขาแสดง
เขาจะเน้นมากเกี่ยวกับบทที่เขาเล่นว่าจะทำหรือไม่น่าทำแบบไหน
เพราะงั้นเราให้จุดเขาไปจากนั้นเขาก็ไปปรับเปลี่ยนเอาเองครับ
การทำให้เรื่องดูสมจริงหมายถึงการที่ดิคาปริโอจะต้องเรียนการพูดภาษาอาราบิครวมไปถึงสำเนียงอาราบิคที่มีความแตกต่าง
ความท้าทายนั้นมีมากถึงจะเป็นนักแสดงที่มีพรสวรรค์ทางด้านภาษาก็ตามที่จะต้องเปลี่ยนสำเนียงการพูดไปมา
ครูฝึกภาษาของผมชื่อ แซม ซาโก้
เป็นคนที่มีค่าสำหรับผมมากครับ
เขาแยกแยะสำเนียงที่แตกต่างกันและเราซักซ้อมกันอยู่หลายอาทิตย์ก่อนเปิดกล้องครับ
มันเป็นเรื่องยากสำหรับคนที่ไม่ใช่คนอาราบิคที่จะเรียนรู้ภาษาอาราบิคเพราะหลายเสียงต้องเปล่งมาจากลำคอครับ
ซาโก้กล่าว
เขาเป็นชาวอิรัคและเป็นผู้ช่ำชองในวงการฮอลลีวู้ด
ชาวอเมริกันจะเปล่งเสียงมาจากปาก
เพราะงั้นพวกเขาจะไม่คุ้นกับการใช้กล้ามเนื้อคอในการเปล่งเสียง
เขาเป็นนักเรียนที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่งเชียวครับ
หลายครั้งที่ซาโก้จะต้องคิดบทสนทนาของดิคาปริโอในฉากอย่างที่สก็อตต้องการ
ผมจะบอกว่าจะพูดบางประโยคว่าอย่างไรแล้วเขาก็จะจดไป
สองนาทีต่อมา
เราก็ถ่ายต่อกันได้และเขาก็ทำมันได้อย่างสมบรูณ์เลยครับ
สำเนียงของเขายอดเยี่ยมมาก
หนึ่งในฉากที่ต้องใช้ร่างกายและจิตใจมาก ๆ
คือฉากที่นักแสดงหนุ่มจะต้องแสดงในฉากการถูกสอบสวนซึ่งเป็นไคลแม็กซ์ของเรื่อง
ที่ต้องถ่ายทำกันถึงสองวันท่ามกลางซากปรักหักพังของป้อมโปรตุเกส
ผมต้องเตรียมตัวเตรียมใจสำหรับฉากนั้นเป็นเวลาหลายเดือนล่วงหน้าครับ
ดิคาปริโอเล่าย้อน คุณต้องเตรียมตัวสำหรับมันและต้องใช้พลังกายและพลังความคิดเพื่อจะแสดงเป็นตัวละครนั้นว่าเขาควรจะทำและพูดอย่างไรในสถานการณ์หนึ่ง
ๆ ซึ่งมันจะทำให้ล้าทั้งร่างกายและสมองเลยล่ะครับ
มันเป็นจริงเป็นจังว่าร่างกายของคุณจะปิดกั้นหลังจากนั้น
แต่ถ้าเราไม่มีความเข้มงวดในรูปแบบนั้นภาพยนตร์ก็จะออกมาไม่ได้ให้ความรู้สึกหนักหน่วงอย่างที่ควรเป็นครับ
นักแสดงทุกคนทุ่มเทให้กับภาพยนตร์เป็นอย่างมากเลยครับ
ริดลีย์ สก็อตยืนยัน ทุกคนไม่ว่าจะเป็นทีมแสดงหรือทีมงานให้ใจกับคำว่า
ไป
มันเป็นการถ่ายทำอย่างไม่มีวันหยุดตั้งแต่อาทิตย์แรกของการเปิดกล้อง
แต่ผมคิดว่านั่นแหละเป็นช่วงที่คุณจะทำได้ดีที่สุดครับ
ผมชอบที่จะไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วแต่ผมก็ยังคิดว่ามันเป็นเรื่องสำคัญที่เราจะต้องสนุกไปกับมันด้วยนะครับ
มันจะทำให้ทุกอย่างออกมาแล้วคุ้มค่าครับ
|
|
|
|
ภาพล่าสุด ชุด EXCLUSIVE
เฉพาะสื่อออนไลน์ ของภาพยนตร์เรื่อง "Body of Lies
- บอดี้ ออฟ ลายส์ แผนบงการยอดจารชนสะท้านโลก"
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 6
ตุลาคม 2551
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
 |
|
 |
|
 |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|