หน้าหลัก  l   ข่าวภาพยนตร์ - สกู๊ปพิเศษ  l  ข้อมูลภาพยนตร์   l  อันดับภาพยนตร์   l  โฮมเอ็นเตอร์เทนเมนท์

 
 
 
 In Bruges (2008)

 

ข้อมูล - เรื่องย่อ 

l

เกี่ยวกับภาพยนตร์

l

รูปภาพ-โปสเตอร์

l

ดาวน์โหลด

l

แสดงความคิดเห็น

  เกี่ยวกับภาพยนต์
 
"ข้อมูลงานสร้าง  In Bruges"

เกี่ยวกับการสร้าง
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 14  สิงหาคม 2551

             มาร์ติน แมคโดแนก ผู้เขียนบทและผู้กำกับมือรางวัลออสการ์ จะนำพาผู้ชมเข้าสู่การเดินทางมหาโหดอันแสนขบขันในภาพยนตร์เรื่อง อิน บรูซ แมคโนแนก เปิดตัวผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกด้วยบทภาพยนตร์ต้นฉบับของเขาเอง ผลงานละครเวทีของเขา (เช่นเรื่อง เดอะ ลูเทอแนนท์ ออฟ อินิชมอร์ และ เดอะ พิลโลว์แมน) ได้รับการเสนอชื่อเขาชิงรางวัลโอลิเวียร์ 2 รางวัล และรางวัลโทนี่ 4 รางวัล แทคโดแนกเขียนและกำกับภาพยนตร์เรื่อง ซิก ชู้ตเตอร์ นำแสดงโดย เบรนดัน กลีซัน ซึ่งทำให้เขาได้รับรางวัลออสการ์ในปี 2006 สาขา ภาพยนตร์สั้นประเภทไลฟ์แอ็คชั่นยอดเยี่ยม
สำหรับผู้กำกับและผู้เขียนบทภาพยนตร์ที่ได้รางวัลออสการ์อย่าง มาร์ติน แมคโดแนก ภาพยนตร์เรื่อง อิน บรูซ นั้นเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้
นที่เมือง บรูซ ในระหว่างช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่เขาพักอยู่ที่นี่
เมืองบรูซอยู่ในประเทศเบลเยี่ยม ใช้เวลานั่งรถจากบรัสเซลส์ประมาณชั่วโมงเศษ บรูซเคยเป็นเมืองการค้าที่สำคัญในช่วงยุคกลางและกลายเป็นเมืองที่มั่งคั่งขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าความมั่งคั่งนั้นจะเสื่อมคลายลงไปแล้ว แต่ร่องรอยทางประวัติศาสตร์ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และคูคลองก็ยังคงหลงเหลืออยู่ จนเมื่อสิ้นศตวรรษที่ 19 เมืองนี้จึงได้กลายเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง
“แมคโดแนก” กล่าวว่า “ตอนที่ผมไปถึงที่นั่นเป็นครั้งแรกเมื่อประมาณ 4 ปีก่อน ความรู้สึกของผมมันขัดแย้งกับสถานที่ ผมจึงเริ่มคิดเกี่ยวกับตัวละครสองตัวที่อาจตอบสนองต่อเมืองบรูซในทางที่แตกต่างออกไปอย่างชัดเจน และผมก็เริ่มเขียนบทเกี่ยวกับพวกเขา โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับปฏิกิริยาที่พวกเขาตอบสนองต่อเมืองบรูซ” เมื่อ เกรแฮม บรอดเบนท์ และ พีท เซอร์นิน ซึ่งเป็นผู้สร้างได้อ่านบท บอร์ดเบนท์ได้กล่าวว่า “ผมว่าบทภาพยนตร์นี้เป็นงานเขียนที่น่าทึ่งมาก บทพูดที่แพรวพราย เนื้อเรื่องที่เร้าความสนใจและบทบาทอันยอดเยี่ยม ถ้าได้ไปเที่ยวที่บรูซด้วยตัวเอง คุณก็คงจะเข้าใจได้ว่าน่าจะมีตัวละครที่เพิ่มขึ้นมาในเนื้อเรื่องได้ เมืองนี้มีสุนทรียบรรยากาศอย่างสูงและยังงดงามอย่างยิ่ง ไม่ว่าคุณจะหันกล้องไปทางไหนภาพที่ออกมาก็ดูพิเศษไปหมด”
“ราฟ ไฟน์ส” ให้ความเห็นว่า “ความหงุดหงิดงุ่นง่านของตัวละครทั้งหลาย ฉากที่ตรงข้ามกับความเก่า ความงดงาม เมืองในยุโรปเล็ก ๆ ที่ได้รับการอนุรักษ์เป็นอย่างดีแห่งนี้ ทำให้เกิดความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง มาร์ตินมีเอกลักษณ์อย่างมากในงานเขียนของเขา อารมณ์ขันที่เคลือบทับตัวละครได้อย่างสนิท ส่วนในฐานะผู้กำกับ เขาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาฉลาดและใจกว้างเพียงใด”
การถ่ายทำเกิดขึ้นตามมาอย่างรวดเร็ว โดยเริ่มขึ้นภายในปีเดียวกับที่แมคโดแนกพบกับบรรดาผู้สร้าง แล้วภาพยนตร์ก็ได้ โฟกัส ฟีเจอร์ เป็นบริษัทผู้สร้าง และการคัดเลือกนักแสดงก็เสร็จลุล่วง โชคดียิ่งไปกว่านั้น เมืองบรูซ หรือ“เวนิซแห่งเมืองเหนือ”อันเป็นที่ถือกำเนิดที่แท้จริงของเรื่อง ทางเมืองจึงให้การต้อนรับเหล่านักแสดงและทีมงานอย่างยินดี บรอดเบนท์ให้ความเห็นว่า “พวกเราร้องขออะไร เราก็ได้ตามนั้น สามารถเข้าถึงสถานที่เฉพาะที่มาร์ตินกำหนดไว้ในเนื้อเรื่องได้ ทั้งที่ของนายกเทศมนตรี การท่องเที่ยว และสำนักงานภาพยนตร์ของเมือง ทำให้เราสามารถถ่ายทำกันที่นั่นได้”เบรนดัน กลีซัน กล่าวอย่างขบขัน “เมื่อพวกเราไปถึงที่นั่น พวกเราได้พบกับนายกเทศมนตรีและผมก็พูดว่า ‘ท่านนายก ขอบคุณที่จัดแสงให้ฉากของพวกเรานะครับ’ เพราะว่ามันเป็นอะไรที่เหมือนแบบนั้นจริง ๆ อย่างกับว่ามีใครบางคนสร้างฉากภาพยนตร์ที่สุดยอดขึ้นมาและพูดว่า เอ้า ถ่ายกันเลยสิ ซึ่งมันงดงามมาก ๆ และโรแมนติกอย่างน่าทึ่งที่ได้จ้องมองสิ่งเหล่านั้น” อย่างไรก็ตาม แมคโดแนกให้ความกระจ่างว่า “เมื่อภาพยนตร์ดำเนินไปเรื่อย ๆบรูซจะกลายเป็นเมืองที่มืดมิดขึ้น และความเป็นโกธิคของเมืองก็จะถูกดึงออกมาเบื้องหน้า ฉากกลางคืนยิ่งแสดงให้เป็นถึงความมืดหม่นได้ชัดและง่ายยิ่งขึ้น ดังเช่นเมื่อเรย์บังเอิญได้มาพบกับฉากภาพยนตร์ที่สร้างแรงบันดาลใจของ เฮียโรนีมัส บอสช์”

“ไมเคิล คาลิน” ผู้ออกแบบโปรดักชั่นกล่าวเพิ่มเติมว่า “ฉากภาพยนตร์นี้ได้สะท้อนให้ถึงภาพเขียนของบอสช์ซึ่งคุณจะได้เห็นตลอดเรื่อง และนั่นคือสิ่งที่เรย์เห็น“ตัวเมืองบรูซเองนั้นเป็นตัวละครละครสำคัญที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ไปตลอดทั้งเรื่อง เริ่มจากเป็นเหมือนเนื้องอกที่ไม่เป็นอันตรายแล้วกลับกลายเป็นเนื้อร้ายเหมือนอย่างกับที่ แฮร์รี่ (ราฟ ไฟน์ส) คือที่มาความวิตกกังวลของเรย์”
“โคลิน ฟาร์เรล” อ่านบทภาพยนตร์แล้วก็ “หัวเราะออกมาอย่างดัง ๆ เลย แต่มันหัวใจสลายเหมือนกันนะเพราะผมคิดว่าพวกคุณคงแคร์ตัวละครแต่ละตัวและทุกตัวอย่างจริงจัง“ถ้าเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์แล้วผมคิดว่ามันเป็นบทที่ดีที่สุดตั้งแต่ได้เคยอ่านมา มาร์ตินฉลาดจริง ๆ มันช่างแพรวพราย ทั้งบรรดาตัวละครและสถานการณ์ทั้งหลายล้วนแต่มีเอกลักษณ์และมีบทสนทนาที่น่าทึ่ง”
“แมคโดแนก”เปิดเผยว่า “ผมไม่ได้เขียนเนื้อเรื่องส่วนของตัวละครตัวใดเป็นพิเศษ จริง ๆ แล้วแรกเริ่มเดิมทีเรย์กับเคนนั้นเขียนขึ้นให้เป็นชาวลอนดอน ผมแค่เปลี่ยนพวกเขาให้เป็นชาวไอริชหลังจากที่พวกเราเลือกโคลินและเบรนดันเป็นตัวแสดง แล้วหลังจากนั้นทุกอย่างดูเหมือนจะลงตัวไปหมด ทั้งความเป็นมิตรของเรย์ กับ เคน และความเป็นปรปักษ์ต่อแฮร์รี่ “จุดแข็งอย่างหนึ่งของเบรนดันในฐานะนักแสดงคือเขาสามารถทำเสียงอะไรก็ได้และเป็นธรรมชาติมาก เหมือนกับเขาทำมันขึ้นมาได้ในทันที ความอบอุ่นอย่างเป็นธรรมชาติและความมีมนุษยธรรม และการที่เขาสนุกสนานกับชีวิตได้ฉายแสงมายังทุก ๆ สิ่งที่เขาทำ”
โดยส่วนตัวแล้วกลีซันนั้น “คุ้นเคยเป็นอย่างดี” แมกโดแนก เขาเคยแสดงให้ผู้เขียน/ผู้กำกับคนนี้ในภาพยนตร์สั้นที่ได้รับรางวัลออสการ์เรื่อง ซิกซ์ ชู้ตเตอร์ และกลีซันได้กลายเป็นคนผู้เฝ้าชื่นชมผลงานละครเวทีของ แมกโดแนก กลีซัน กล่าวว่า “ผมนึกไม่ออกว่าจะมีตัวละครตัวใด้หรือใครในบทละครหรือบทภาพยนตร์ของเขาคุณจะสามารถดูถูกเหยียดหยามได้อย่างเต็มที่ ผลงานของเขาเต็มไปด้วยจิตวิญญาณ แข็งแกร่งแต่บอบบาง คุณจะเห็นการผสมผสานตั้งแต่ความเลวร้ายที่สุดของมวลหมู่มนุษย์ การพูดบทพูดที่ไร้ซึ่งสติโดยสิ้นเชิง และคุณจะถูกทิ้งให้อยู่กับความรู้สึกของการเชื่อมโยงถึงผู้คนเหล่านั้น เพราะความเป็นจริงก็คือ พวกเขาทั้งหมดก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน
“ผู้ที่ชอบเยาะเย้ยถากถางมักจะดูถูกตัวละครของมาร์ตินและผู้ชมเองก็คิดเช่นนั้นด้วยเหมือนกัน ตัวละครเหล่านี้เป็นเพียงแค่อมนุษย์สำหรับพวกเขาเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมในแบบอมนุษย์นี้มีให้เห็นมาตลอดในหน้าประวัติศ่สตร์ของมวลมนุษยชาติ และคุณค่าของการเล่าเรื่องแบบมาร์ตินก็คือสิ่งนี้นั่นเอง ลองมองดูงานของเขาสักชิ้นแล้วเราก็จะค้นพบว่า พวกเราไม่อาจจะตัดการเชื่อมโยงหรือเอาแต่ดูหมิ่นดูแคลนกลุ่มคนเหล่านี้ได้ เราต้องเอาตัวเข้าไปพัวพันกับคนเหล่านี้ ซึ่งนั่นคือความท้าทายและเป็นทางที่ดีสำหรับนักแสดง”
ฟาร์เรล กล่าวว่า “ตัวละครเหล่านี้ยังมีด้านที่บริสุทธิ์ เช่นอารมณ์ขันของพวกเขาและมุมมองที่พวกเขามองโลกนี้ มันก็ใช่ ที่พวกเขานำความตายมาสู่ผู้คน แต่พวกเขาก็ไม่ใช่คนเลวไปเสียหมดทุกอย่างแต่ก็ไม่ใช่คนดี”บรอดเบนท์ ยังกล่าวอีกว่า “คุ
ณไม่ต้องถึงขนาดรักใคร่ หรือเป็นห่วงเป็นใยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวละครเหล่านี้หรอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเคน เขาเป็นนักฆ่าซึ่งฆ่าคนมามากมาย แค่คุณรู้สึกสงสารเขาบ้าง ให้เกียรติเขาในฐานะคนคนหนึ่งและในฐานะที่เป็นที่ปรึกษาของเรย์” แมคโดแนก เพิ่มเติมว่า “ตัวละครเหล่านี้ต่างก็หาคำตอบในแบบของตัวเอง ในตอนจบของเรื่องเราหวังว่าผู้ชมจะเข้าใจว่าอะไรคือผลักดันพวกเขาให้เป็นแบบนี้ ให้ผู้ชมเข้าใจถึงเหตุผลเบื้องหลังการกระทำที่พวกเขาได้ได้ทำลงไป รวมไปถึงช่วงเวลาก่อนหน้าที่พวกเขาจะมาที่บรูซนี้ด้วย “เคน กับ เรย์ ไม่ได้รู้จักกันดีก่อนจะมาทำงานฆ่าในลอนดอน และตอนนี้พวกเขาถูกจับให้มาอยู่ด้วยกันในสถานที่ที่ต่างออกไป หลังจากความรู้สึกแย่ ๆ ที่มีต่อกันและที่มีต่อเมืองในช่วงแรก ต่อมาเมื่อพวกเขาได้รู้จักทั้งตัวเขาเองและอีกฝ่ายมากขึ้น พวกเขาจึงสนิทกัน” บรอดเบนท์ให้ความเห็นว่า “เมื่อมองเรย์ เราเห็นชายหนุ่มอันตราย แต่ก็อ่อนไหว เปราะบางและแบกความรู้สึกผิดไว้เต็มอก หลายอย่างในตัวเขาที่ตรงกันข้ามกับรูปลักษณ์ของนักฆ่าผู้ไร้ความปราณีอย่างที่พวกเราคิดเอาไว้”
แมคโดแนก กล่าวว่า “เรย์ต้องเป็นคนที่อันตรายและคาดเดาไม่ได้ แต่กระนั้นก็อ่อนไหวและมืดมนหรือบางครั้งก็ดูสิ้นหวัง ผมเคยเห็นโคลินแสดงความอันตรายและความที่คาดไม่ได้มาก่อน เมื่อเราได้พบและคุยกันเกี่ยวกับตัวละครตัวนี้ ผมจึงรู้ว่าเขามีสิ่งอื่น ๆ อยู่ในตัวอยู่แล้วเช่นกัน “แต่มันต้องใช้ความกล้าและความสามารถเป็นอย่างยิ่งที่จะดึงเอาความเศร้าและความอ่อนแอทั้งหลายให้ปรากฏออกมาบนจอภาพยนตร์ได้ และต้องแน่ใจว่าจะความรู้สึกนั้นจะไม่จืดชืดหรือมีมากเกินไป ผมคิดว่าโคลินทำเรื่องนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม” บรอดเบนท์ ให้ความเห็นว่า “ขณะที่ภาพยนตร์เรื่องนี้คือเรื่องราวของนักฆ่า ความรุนแรง ความจงรักภักดีและศักดิ์ศรีของพวกเขา มาร์ตินยังได้จับเอาความบริสุทธิ์ในตัวพวกเขาออกมาและให้ความรักอันยิ่งใหญ่แก่พวกเขา ที่เห็นได้ง่ายที่สุดก็เช่นความสัมพันธ์ระหว่างเคนกับเรย์ พวกเราเห็นว่าพวกเขาจะเป็นห่วงเป็นใยอีกฝ่ายมาก และท้ายที่สุดเคนก็เสนอและได้รับการเสนอโอกาสที่จะถอนตัว
“นั่นคือสาเหตุว่าทำไมเบรนดันถึงเป็นกุญแจสำคัญของภาพยนตร์เรื่องนี้ เขาถ่ายทอดทั้งความเข้มแข็งและความเห็นอกเห็นใจได้อย่างยอดเยี่ยม แสดงให้คุณเห็นว่าคนเป็นนักฆ่าแต่มีหัวใจอันอบอุ่นไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งขัดแย้งกันเองเสมอไป”

สำหรับตัวกลีซันเองนั้นเขารู้สึกเหมือนกับว่า “การยืนหยัดเพื่อเรย์ในเมืองแห่งนี้ เวลานี้ ได้ปลดปล่อยเคนเป็นอิสระ ให้สามารถมองเห็นความหวังและศรัทธาจากตัวตนของตนเองได้อีกครั้ง ตัวตนซึ่งที่ผ่านมามีแต่ความรุนแรง ตัวตนที่ถนัดในการใช้ความรุนแรงนั้นมานมนานหลายปี เขาทำสิ่งที่เขาสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อเรย์ เพราะว่าเขาได้รับของขวัญจากเรย์มาแล้ว สิ่งนั้นคือความหวังนั่นเอง”

ในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง เคน กับ แฮร์รี่นั้น แมคโดแนกเปิดเผยว่า “พวกเขามีอดีตร่วมกัน แฮร์รี่เป็นบุคคลอันตรายมาก แต่ก็มีมิตรภาพที่ลึกซึ้งอย่างยิ่งกับเคน ความไว้เนื้อเชื่อใจอันมั่นคงนี้มาจากการที่พวกเขาซื่อสัตย์ต่อกัน” ฟาร์เรล กล่าวว่า “แม้ว่าแฮร์รี่จะอันตรายและก้าวร้าวเพื่อให้ได้ถึงสิ่งที่มุ่งหวังนั้น แต่เมื่อราฟเป็นคนเล่นบทแฮร์รี่ คุณก็จะได้เห็นบุคลิกที่แตกต่างออกไปเล็กน้อยตามที่มาร์ตินวางซ้อนไว้ในตัวละครตัวนี้ และเขาก็เป็นคนที่จี้มากเลยทีเดียว” ราฟ ไฟน์สให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า “แฮร์รี่ได้ส่งทั้งสองคนไปที่บรูซ นี่คือส่วนหนึ่งของแผนการที่เขาคิดคำนวณไว้ เขาตั้งใจให้เกิดความลงตัวในโลกแห่งศีลธรรมจรรยาในแบบของเขา ซึ่งอาจจะเป็นโลกที่ค่อนข้างจะรุนแรงไปหน่อย”
“สำหรับบทแฮร์รี่นั้น ผมต้องการคนที่ไม่เคยรับบทแก๊งอันธพาลชนชั้นแรงงานชาวลอนดอนเป็นร้อย ๆ ครั้งจนเป็นภาพลักษณ์ติดตัว ผมต้องการนักแสดงเก่ง ๆ ที่แตกต่างออกไปและน่าสนใจมากกว่ามารับบทนี้ จนกระทั่งเริ่มการถ่ายทำนั่นแหละผมถึงได้รู้ซึ้งว่า ราฟ ไฟน์ส นั้นน่ากลัวได้ถึงขนาดไหน” แมคโดแนกกล่าวบรอดเบนท์กล่าวว่า “การแสดงของราฟนั้นจะแสดงให้คุณเห็นว่าเขาเป็นคนโรคจิตน่ากลัว แต่ก็เป็นคนถือเกียรติถือศักดิ์ศรี ราฟสนุกสนานไปกับบทพูดของมาร์ตินมาก และทั้งคู่ยังช่วยกันหาสำเนียงการพูดของแฮร์รี่อีกด้วย” เคลเมนซ์ โพเอซี่ กล่าวถึงตัวละครที่เธอเล่นว่า “ฉันคิดว่า เมื่อมาถึงจุดนึงในเรื่อง โคลเอ้ อาจจะเป็นด้านบวกเพียงด้านเดียวในชีวิตเรย์ พวกเขาเกิดปิ๊งกันและกันข้นมา แล้ว
เขาก็รู้ตัวว่า เอ่อ บางทีตัวฉันก็อาจมีสิ่งสำคัญ มีคนสำคัญที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อคน ๆ นั้น“พอได้อ่านบทแล้วฉันรู้สึกเหมือนได้เข้าสู่ห้วงจักรวาลของ มาร์ติน สิ่งต่าง ๆ ทั้งหลายที่คุณไม่เคยเห็นหรือได้ยินมาก่อน และฉันก็ต้องการแค่ที่จะเป็นส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งของมัน ฉันคิดว่า ‘ฉันอยากจะพูดบทท่อนนั้นจัง’อะไรประมาณนี้ ตัวบทนั้นสนุกมากและการได้อ่านมันเป็นครั้งแรกก็สนุกจริง ๆ ในกองถ่าย มาร์ตินเป็นคนที่มีอารมณ์ขันมาก ๆ และเขายังทำให้คุณรู้สึกว่าคุณกำลังได้ร่วมสร้างบางสิ่งไปพร้อมกับเขา” “เขาไม่ใช่แค่ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้คำ” คาร์ลิน กล่าว “แต่เขายังเป็นผู้กำกับการแสดงขนานแท้ บ่อยครั้งที่มีคนพูดว่าบทละครของเขานั้นมีความเป็นภาพยนตร์มาก เขาจะเห็นภาพ อิน บรูซ ในหัวของเขา และมีความคิดที่ชัดเจนว่าเขาต้องการให้มันไปปรากฏบนจอภาพยนตร์แบบไหน” ฟาร์เรล เสริมว่า “ไม่เฉพาะแค่คำพูดเท่านั้นที่เขาเห็นเป็นภาพล่วงหน้าไว้ในใจ ไม่ว่าจะการแสดง หรือท่าทางการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ก็เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตัวที่ผมเล่น เขายังเป็นคนที่ก็เข้าใจถึงเรื่องระยะห่างได้เป็นอย่างดีอีกด้วย “ในฐานะผู้กำกับ มาร์ตินเป็นคนที่เข้าอกเข้าใจผู้อื่นและดูเหมือนว่าเขาจะสนุกสนานไปกับทุกขั้นทุกตอนของการถ่ายทำเอามาก ๆ” จอร์แดน เพรนทิซ ซึ่งได้รับคัดเลือกมาแสดงเป็นดาราภาพยนตร์ในภาพยร์เรื่องนี้กล่าวถึงตัวละครของเขาว่า “ตัวละครอย่างจิมมี่นั้นยิ่งเพิ่มเหนือจริงให้กับสถานที่อย่างเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เคนและเรย์ต้องประสบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเรย์ จิมมี่เป็นคนขี้หงุดหงิด ขี้โมโห และในฐานะนักแสดงผมชอบที่จะเล่นบทตอนจิมมี่พูดพล่ามทฤษฎีที่แปลกประหลาดของเขา มันเป็นบทเด่นและเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่สำหรับผม โอกาสที่ได้รับบทบาทของตัวละครของมาร์ตินตัวนี้ และโอกาสที่จะได้แสดงตัวละครตัวนี้ออกมา “มาร์ตินเป็นเพื่อนที่มีความคิดสร้างสรรค์และมีจิตใจที่อบอุ่น และมีความบ้าในตัวพอที่จะทำให้ผมชอบเขา ผมมองเห็นเขาเป็นตัวละครหลาย ๆ ตัวเลยทีเดียว...”เทคลา รูเทน ผู้แสดง เป็น มารี เจ้าของโรงแรมที่ตั้งครรภ์ ให้ความเห็นว่า “มารีเป็นตัวแทนของความดีที่อยู่ท่ามกลางของความมืดมิดของเรื่อง สิ่งที่ฉันชอบเกี่ยวกับเรื่องนี้นอกเหนือไปจากความสนุกสนานและบทที่เขียนออกมาได้อย่างดีเยี่ยมแล้วก็คือ คุณจะได้เห็นความรู้สึกภายในของตัวละครแต่ละตัว ที่พวกเขาเริ่มรู้สึกถึงผลกระทบจากการกระทำรุนแรงที่ได้ทำลงไป ไม่เหมือนในภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ หลายเรื่อง ตรงที่เรื่องนี้ ‘เจ๋ง’ มาก ถึงแม้ว่าเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นที่ได้เห็นภาพชายถือปืนวิ่งไปรอบเมืองที่เหมือนหลุดมาจากภาพวาดหรือวิ่งไปตามท้องถนนงดงาม มันช่างขัดกันอย่างสุด ๆ ...“ฉันได้เห็นบทแปลบางส่วนของมาร์ตินที่ออกแสดงในฮอลแลนด์ หากมองในฐานะผู้สร้างภาพยนตร์แล้ว มาร์ตินใส่ใจในรายละเอียดทุก ๆ สิ่ง ทุก ๆ คนโดยไม่มีตกหล่น ถ้าให้พูดในฐานะนักแสดงผู้ที่จะสื่อสารกับผู้กำกับผู้ซึ่งในหัวมีแต่องค์ประกอบของละครได้ ก็มีแต่มาร์ตินเท่านั้น”ถัดจากงานในโรงละคร แมกโดแนกได้เรียกรวมตัวนักแสดงเพื่อซักซ้อมเป็นเวลา 3 สัปดาห์ก่อนการถ่ายจริงจะเริ่มเพื่อความมั่นใจ
แมกโดแนก กล่าวว่า “ผมคิดว่าโคลินกับเบรนดันเคยรู้จักกันมาก่อนแล้วตามงานสังคม แต่ไม่เคยได้ทำงานร่วมกัน ผมเข้าใจว่าพวกเขาต่างก็อยากจะทำงานด้วยกัน ตอนที่ซ้อมกันอยู่ พวกเขาเข้ากันได้ดีอย่างเป็นปี่เป็นขลุ่ยและต่างให้ความนับถือกันและกันอย่างมาก”
กลีซัน กล่าวถึงช่วงซ้อมว่า “เป็นสุดยอดของขวัญจริง ๆ ณ เวลานั้นผมรู้สึกเหมือนกับผมควรจะต้องจ่ายค่าตั๋วเข้าไปดูเพื่อเป็นค่าคุณภาพงานของโคลิน ผมภาคภูมิใจจริงในความเป็นคนไอริชของเขา ผมภูมิใจที่เขาเป็นนักแสดงหนุ่มในวงการของพวกเรา เขากับมาร์ตินเหมือนเกิดมาเพื่อกันและกัน เราต้องจัดการกับบทพูดร่วมกันมันเป็นงานหินทีเดียวก่อนที่เราจะเริ่มการถ่ายทำ”
แมกโดแนค เพิ่มเติมว่า “การฝึกซ้อมของเราส่วนใหญ่คือการวิเคราะห์ทุกด้านทุกมุมความเป็นมาของตัวละคร และความสัมพันธ์ของตัวละครทั้งหมด เราต้องค้นหาว่าทำไมพวกเขาถึงทำแบบนั้น หรือพูดแบบนั้นในทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาทำหรือพูด มันดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย แต่มันช่วยผมและทุก ๆ คนได้อย่างน่าประหลาดในเลยทีเดียว”
โพเอซี่กล่าวอย่างกระตือรือร้นว่า “การซ้อมคือความฟุ่มเฟือยอย่างน่าเหลือเชื่อ แต่ก็เป็นเรื่องสำคัญสำหรับมาร์ติน ทำให้พวกเรามีเวลาทำความรู้จักซึ่งกันและกัน ทำให้ฉันรู้ว่าโคลินทำงานอย่างไรก่อนที่พวกเราจะเริ่มถ่ายกันจริง ผลที่ออกมาคือ เขาพยายามค้นหาความจริงของตัวละครของเขาอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อเริ่มถ่ายกันจริง ๆ แล้วเขาจึงเข้าฉากได้อย่างเป็นธรรมชาติมาก”
เจเรมี่ เรเนียร์ ผู้รับบท ไอริค อดีตแฟนหนุ่มตัวอันตรายของโคลเอ้ กล่าวต่อว่า “โคลินน่ะ สัญชาตญาณดีอย่างกับสัตว์ป่า แล้วมาร์ตินก็เป็นคนละเอียดมาก และการซ้อมก็ช่วยผมได้มากเพราะว่านี่เป็นครั้งแรกที่ผมต้องพูดภาษาอังกฤษเยอะขนาดนี้ ซึ่งก็เป็นโอกาสที่ดีสำหรับผมเช่นกัน

“แล้วผมก็เป็นคนบรัสเซลส์ ฉะนั้นภาพยนตร์เรื่องนี้จึงไม่ได้ไกลตัวผมเลย ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ช่วยโปรโมทเมืองบรูซ เท่านั้นแต่ยังช่วยธุรกิจภาพยนตร์ของเบลเยี่ยมอีกด้วย”
ด้วยความร่วมมือและสนับสนุนจากเมืองบรูซอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ทั้งแพททริค โมเอนาร์ต เบอร์โกมาสเตอร์ (นายกเทศมนตรี) และชาวเมืองอีกนับร้อยที่มาร่วมเป็นตัวประกอบฉาก การถ่ายทำเริ่มขึ้นช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ปี 2007 และจบลงในเวลาสองเดือนถัดมา ภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ เช่น ผลงานของเฟรด ซินเนแมนนส์ ปี 1959 เรื่อง เดอะ นันส์ สตอรี่ นำแสดงโดย ออเดรย์ เฮพเบิร์น ก็ถ่ายทำที่บรูซนี้เช่นกันเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมา แต่โดยขนาดของกองถ่ายของ อิน บรูซ นั้นใหญ่กว่าและใช่สถานที่ ๆ ใช้ถ่ายทำก็มากกว่าด้วยเช่นกัน “เรามีความรู้สึกดี ๆ ให้กับเมืองนี้ในทุก ๆ วัน” บรอดเบนท์กล่าวอย่างประทับใจ “เรารู้ว่าตัวเองเป็นเหมือนทูตให้กับภาพยนตร์ ดังนั้นพวกเราทั้งหมดจึงทำดีกับทุก ๆ คน ไม่เหมือนกับพวกตัวละครในภาพยนตร์หรอกนะ!”
ราฟไฟน์สหัวเราะกล่าวว่า “กองของพวกเราเดินทางกันอย่างสบายมาก เนื่องจากตามท้องถนนในเมือง บรูซมีแต่คนเดินเท้าหรือไม่ก็รถม้าเท่านั้น รถยนต์ที่ใช้ในกองถ่ายจึงเป็นรถที่วิ่งพล่านอยู่ทั่วเมืองอยู่กลุ่มเดียว
ไอกิล ไบรด์ ผู้เป็นช่างภาพก็เป็นหนึ่งในผู้ที่วิ่งพล่านไปทั่วเมืองและบางครั้งก็หมายความตามนั้นจริง ๆ แมกโดแนกให้ความสำคัญกับภาพถ่ายต่อเนื่องที่ใช้กล้องถ่ายมือถ่ายในพื้นที่รอบนอก ดังนั้นผู้กำกับภาพจึงจัดองค์ประกอบภาพแบบทางการไม่ได้ คาร์ลิน กล่าวว่า “บางครั้งการถ่ายทำของเราก็เหมือนกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่วงแผนมาอย่างดีบุกโจมตีเมือง เพราะเราไม่ต้องเปลี่ยนหรือแต่งพื้นที่ที่เราถ่ายทำกัน ทางเมืองยังยอมให้พวกเราเอาต้นคริสมาสต์และของตกแต่งวันคริสมาสต์รวมถึงไฟจัดแต่ง และก็ยอมให้เอาออก แม้ว่าวันวันคริสมาสต์จะผ่านมาแล้วก็ผ่านไปแล้วก็ตามหลาย ๆ สถานที่จริงของเมืองบรูซที่ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์ จะมอบความประทับใจให้กับผู้ที่ชื่นชอบภาพยนตร์ในการใช้เวลาช่วงวันหยุดสองชั่วโมงในเมืองแห่งนี้ แมกโดแนคหัวเราะ “การชมภาพยนตร์เรื่องนี้คุณอาจจะต้องถามตัวเองว่า ‘ที่นี่มันที่ไหนเนี่ย’ เช่นเดียวกับตัวละครของพวกเราถามตัวเอง
ฟาร์เรล สะท้อนความคิดที่เหมือนกับตัวละครที่เขาเล่นว่า “บรูซเป็นเหมือนอีกโลกหนึ่ง และไม่เหมือนที่ไหนที่ผมเคยไปมาก่อน ส่วนตัวแล้วผมว่าที่นั่นก็มีความหนักแน่นในแบบของเมืองเองเช่นกัน”
แมกโดแนคกล่าวว่า “สถานที่อันน่าทึ่งทั้งหลายในภาพยนตร์พวกเราทำให้ทุกคนเห็นมันอย่างชัดเจนตามที่ผมต้องการและคุณจะได้เห็นภาพของเมืองส่วนใหญ่ในภาพยนตร์ นอกเหนือไปจากโบสถ์หลังหนึ่งแล้ว พวกเราเข้าออกสถานที่ทุกแห่งตามที่ผมเขียนลงในบทต้นฉบับ พูดได้ว่าเป็นเพราะความช่วยเหลือของผู้คนแถวนั้นแท้ ๆ”

เมื่อให้บอกชื่อของสถานที่ที่ชื่นชอบที่สุด แมกโดแนคไม่ได้เอ่ยออกมาชื่อเดียวแต่เอ่ยถึงสามชื่อ “โรงแรมเดอะ บอยส์น่าจะเป็นโรงแรมเดียวกับที่ผมพักอยู่ตอนที่มาเที่ยวครั้งแรก ก่อนที่ผมจะเฉลียวใจผมก็เขียนบทที่มีเมืองบรูซเป็นฉากแล้ว ผมชอบจตุรัสที่เป็นตลาด ซึ่งใช้ถ่ายทำฉากแอคชั่นเกือบทั้งหมด

“แต่ผมก็ชอบตอนถ่ายในคลองด้วย มันเป็นเช้าวันที่ท้องฟ้ามีสีครามสวยงามและมีหมอกลง เราปีนลงเรือก่อนที่หมอกจะหายไป และผมก็คิดว่าเราได้เรื่องน่ารัก ๆ มาแล้วสำหรับวันนั้น”
กองถ่ายทำภาพยนตร์นั้นเข้าไปในเกือบทุกพื้นที่ของเมืองนั่นก็หมายความว่าหลาย ๆ ส่วนของเมืองจะปรากฏขึ้นบนจอภาพยนตร์ให้เห็นแม้แต่กับผู้ที่คุ้ยเคยกับเมืองบรูซเป็นอย่างดี โดยเฉพาะที่ ๆ โดดเด่นที่สุดในบรรดาสถานที่ทั้งหลายนั่นก็คือหอระฆัง ซึ่งสูงถึง 83 เมตร (มากกว่า 250 ฟุต) ต้องปีนถึง 366 ขั้นจึงจะปีนขึ้นไปถึงยอดสุด เมื่อขึ้นไปอยู่จุดสูงสุดของหอระฆังแล้ว รางวัลที่คอยคนที่ปีนขึ้นไปอยู่ก็คือภาพวิวของเมืองที่สวยกระชากลมหายใจ และเมืองชนบทบริเวณรอบ ๆ
ฉากและภาพที่ปรากฏบนภาพยนตร์ที่จิมมี่และโคลเอ้ปรากฏตัวนั้น (ในแบบที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง) ตั้งอยู่นอกพิพิธภัณฑ์กรูธูส (เป็นที่เก็บสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ถึงศตวรรษที่ 20) ซึ่งเป็นคนละที่กับพิพิธภัณฑ์โกรนิงก์ อันเป็นที่ซึ่งนักแสดงและทีมงานต่างก็ได้รับอนุญาตให้เข้าไปข้างในเพื่อถ่ายฉากบทสนทนาในภาพยนตร์ระหว่างเรย์และเคนเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เลวร้ายมาก
พิพิธภัณฑ์โกรนิงก์จัดแสดงงานศิลปะของศิลปินที่เป็นตำนานอย่าง เฮียโรนีมัส บอสช์, เรเน มากริเต้, ยาน ฟาน ไอค์, และคนอื่น ๆ อีกมากมาย และโคลิน ฟาร์เรล กับ เบรดัน กลีซัน ก็ยินดีอย่างยิ่งที่ได้เดินอยู่ท่ามกลางงานศิลปะเหล่านี้ บรอดเบนท์ กล่าวว่า “เป็นเรื่องที่แทบไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามีภาพยนตร์ที่สามารถถ่ายทำในสถานที่จัดแสดงภาพที่มึคุณค่ามหาศาลมากมายเหล่านี้ได้ ดังนั้นเราต้องต้องซื้อประกันที่มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ในวันที่เราเข้าไปถ่ายทำกันที่นั่น เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ต่อบรรดาผลงานอันทรงคุณค่าทั้งหลายของพิพิธภัณฑ์โกรนิงก์นี้
สถานที่ถ่ายทำอื่น ๆ เช่น “ทะเลสาบแห่งรัก” หรือเคยเป็นที่รู้จักในชื่อ มินเนวอเตอร์ อันเป็นที่วางท่อน้ำระหว่างเมืองบรูซและเมืองเกนท์ ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นจุดนัดพบอันแสนโรแมนติกไปแล้ว จัตุรัส ยาน ฟาน ไอค์เพลน คลองสปีเกลรี่ย์ สถานีรถไฟของเมือง ภัตตาคารคาเฟดรัล ที่ซึ่งเรย์พาโคลเอ้ออกมารับประทานอาหารเย็น บาร์ดิลิเจนเต้ ที่ซึ่งเคนออกมานั่งดื่ม และบาซิลิก้า ออฟ เดอะ โฮลี่ บลัด โบสถ์ที่เคนมาเข้าแถวรอ และโบสถ์ที่เก็บเลือดของพระเยซูอันมีชื่อเสียง เนื่องจากเป็นห่วงเรื่องเลือดของพระเยซูจะได้รับความเสียหายนั่นเองที่ทำให้กองถ่ายถูกปฏิเสธการถ่ายทำซึ่งแทบไม่ปรากฏเลยในการถ่ายทำในเมืองบรูซ ทีมงานจึงต้องไปถ่ายในโบสถ์ใกล้ ๆ กันแทน ส่วนการถ่านทำภายในอาคาร เช่นที่อยู่ของยูริซุ่งเป็นผู้ติดต่องานของแฮร์รี่และที่พักของโคลเอ้ก็อยู่ในเมืองบรูซเช่นกัน
ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับสถานที่ตั้งและสถานที่เที่ยวของเมืองบรูซที่เห็นในภาพยนตร์สามารถหาดูได้ที่ www.brugge.be ซึ่งเป็นเว็บไซด์อย่างเป็นทางการของเมืองนี้


ไม่ว่าท่านจะอยู่ในบรูซหรือไม่ก็ตาม แมกโดแนคก็หวังว่าภาพยนตร์เรื่อง อิน บรูซนี้ จะทำให้ผู้ชมได้สัมผัสกับเรื่องราวอันสนุกสนาน เซ็กซี่ และอันตราย แต่ในขณะเดียวกันก็โศกเศร้า รู้สึกแปลก ครุ่นคิด และสนุกสนานแบบประหลาด ๆ แมคโดแนกวางแผนจะไปเที่ยวชมเมืองนี้อีกครั้งหนึ่งด้วยความวางใจ “ผมแทบจะรอไม่ได้ที่จะกลับไปที่บรูซอีกครั้ง แต่ผมคิดว่าน่าจะไปก่อนที่ภาพยนตร์จะฉายที่นั่น เพราะว่าพวกเขาจะได้ไม่มาไล่ฆ่าผม”


 

เกี่ยวกับนักแสดง
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 14  สิงหาคม 2551

โคลิน ฟาร์เรล รับบท (เรย์)
หลังจากเรื่อง อิน บรูซ แล้ว อีกไม่นานเราจะได้เห็นโคลิน ฟาร์เรล แสดงภาพยนตร์ร่วมกับ เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน ในเรื่อง ไพร์ด แอนด์ กลอรี่ ของกาวิน โอคอนเนอร์ เขาเกิดและเติบโตที่เมืองคาสเซิลน็อกในสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ฟาร์เรลเป็นลูกชายของอดีตนักฟุตบอล เอมอน ฟาร์เรล และเป็นหลานชายของทอมมี่ ฟาร์เรล ซึ่งทั้งคู่เป็นนักฟุตบอลและต่างก็ได้เล่นในแชมร็อค โรเวอร์ สโมสรฟุตบอลของไอริชในปี 1960
ในช่วงแรก เขามีความทะเยอทะยานที่จะตามรอยพ่อและลุงของเขา แต่ความสนใจของเขาก็แปรเปลี่ยนไปเป็นด้านการแสดงและเขาก็เข้าโรงเรียนการละครกาไอตี้ที่อยู่ในเมืองดับบลิน ก่อนหน้าที่เขาจะสำเร็จการศึกษาเขาได้รับบทในละครชุดของไดเออเดร เพอร์เซลเรื่อง ฟอลลิ่ง ฟอร์ เอะ แดนซ์เซอร์ และซีรีส์ของบีบีซีที่เป็นที่รู้จักกันดีอย่างเรื่อง บัลลี่คิสซานเกล หลังจากนั้นเขาก็ได้รับบทตัวละครสมทบในภาพยนตร์เรื่อง เดอะ วอร์ โซน ของทิม รอธ ผลงานภาพยนตร์ เรื่องต่อมาของโคลิน ฟาร์เรล มีเรื่องไทเกอร์ แลนด์, โฟน บูธ และ เวโรนิก้า กูริน (เป็นนักแสดงรับเชิญ) ของ โจเอล ชูมัคเกอร์ส, ไมนอร์ริตี้ รีพอร์ท ของสตีเฟ่น สปีลเบิร์ก, เดอะรีครูท ของโรเจอร์ โดนัลซัน, แดร์เดวิล ของมาร์ค สตีเฟ่น จอห์นสัน, สวาท ของคลาก จอห์นสัน, อินเตอร์มิชชั่น ของจอห์น คราวลี่ย์, เอะ โฮม แอท ดิ เอ็นด์ ออฟ เดอะ เวิร์ล ของไมเคิล เมเยอร์, อเล็กซานเดอร์ของโอลิเวอร์ สโตน, เดอะ นิวเวิลด์ของเทอเรนซ์ มาลิค, แอสค์ เดอะ ดัสท์ ของโรเบิร์ต ทาวน์, ไมอามี่ ไวซ์ ของไมเคิล มานน์ และ คาแซนดร้าส์ ดรีม ของวู้ดดี้ อัลเลน

เบรนดัน กลีซัน รับบท (เคน)

เบรนดัน กลีซัน เกิดในเมืองดับบลิน เขาเคยร่วมงานกับ มาร์ติน แมกโดแนก ผู้เขียนและกำกับบทเรื่อง อิน บรูซ มาก่อนในเรื่อง ซิก ชู้ตเตอร์ ซึ่งได้รับรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์สั้นไลฟ์แอ็คชั่นยอดเยี่ยม
ผู้ชมทั่วโลกต่างรู้จักนักแสดงคนนี้จากสองภาคล่าสุดของ แฮร์รี่ พ็อตเตอร์ ได้แก่ ตอนถ้วยอัคนี กำกับโดยไมค์ เนเวล และแฮร์รี่ พ็อตเตอร์กับภาคีฟินิกซ์ โดย เดวิด เยตส์ ตามลำดับ และทั้งสองภาคยังมี ราฟ ไฟนส์ ที่ได้แสดงในเรื่อง อิน บรูซ ด้วยกันร่วมแสดงอีกด้วย

กลีซัน เคยเป็นอาจารย์มาก่อน แต่เขาออกจากหน้าที่การงานเพื่อที่จะไล่ตามรักแรกของเขาซึ่งนั่นก็คือการแสดง เขาเข้าร่วมกับ แพสชั่น แมชชีน บริษัทโรงละครไอริชและจากนั้นก็เข้าเรียนที่ รอยัล อคาเดมี่ ออฟ ดรามาติก อาร์ต (อาร์เอดีเอ) จากนั้นเขาเริ่มทั้งแสดงละครเวที (ร่วมกับบริษัท รอยัล เชกสเปียร์) ภาพยนตร์และละครโทรทัศน์จากบทตัวประกอบในภาพยนตร์เรื่อง เดอะ ฟิลด์ ของจิม เชอริแดน, อินทู เดอะ เวสต์ ของ ไมค์ เนเวล และ ฟาร์ แอนด์ อเวย์ ของ รอน ฮาเวิร์ด เขาก็ได้บทที่แตกต่างออกไปอย่างในเรื่อง เบรฟฮาร์ท ภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลออสการ์ของ เมล กิ๊บสัน จากบทอาชญากรในเรื่อง เดอะ เจเนอรัล ของ จอห์น เบอร์แมน ซึ่งสร้างจากชีวิตอาชญากรตัวจริงอย่าง มาร์ติน คาฮิล ตามมาด้วยเรื่อง ไอ เวนท์ ดาวน์ ของ แพดดี้ เบรธนาช ทำให้กลีซันได้รับรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมจากบอสตัน โซไซตี้ ออฟ ฟิล์ม คริติกส์ บทบาทในเรื่องเดอะ เจเนอรัลนั้นยังทำให้เขาได้รางวัล ไอริช ฟิล์ม แอนด์ เทเลวิชั่น (ไอเอฟทีเอ) และรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมของลอนดอน ฟิล์ม คริติก เซอร์เคิล
ผลงานภาพยนตร์ที่หลากหลายของเขา เช่น เดอะ เทลเลอร์ ออฟ ปานามา, อิน มาย คันทรี (เป็นที่รู้จักกันในชื่อ คันทรี ออฟ มาย สกัล) และ เดอะ ไทเกอร์ส เทล ของ จอห์น เบอร์แมน, ไมเคิล คอลลินส์, เดอะ บุทเชอร์ บอย และ เบรกฟาส ออน พลูโต ของ เนล จอร์แดน, มิชชั่น อิมพอสซิเบิล ทู ของ จอห์น วู, เอไอ, แดนนี่ บอยส์ ทเวนตี้ เดย์ เลเตอร์ ของ สตีเฟ่น สปีลเบิร์ก, แก๊ง ออฟ นิว ยอร์ค ของ มาร์ติน สกอร์เซส, ทรอย ของ วูลฟ์แกง ปีเตอร์สัน, คิงดอม ออฟ เฮฟเวน ของ ริดเลย์ สกอต และ เบโอวูล์ฟ ของ โรเบิร์ต เซเมคคิส
ผลงานล่าสุดของกลีซันคือผลงานทางโทรทัศน์เรื่อง เชอร์ชิลล์ แอท วอร์ ของ ธาเดียส โอซัลลิแวนส์ ซึ่งเขารับบทบาทเป็น วินสตัน เชอร์ชิลล์

ราฟ ไฟนส์ รับบท (แฮร์รี่)

ราฟ ไฟนส์ ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ถึงสองครั้ง จากผลงานภาพยนตร์เรื่อง ดิ อิงลิช เพเชี่ยน ของ แอนโธนี่ มิงเฮลลา และ ชินเดลอร์ ลิสต์ ของ สตีเฟ่น สปีลเบิร์ก ซึ่งทั้งสองเรื่องได้รางวัลสาขาภาพยอดเยี่ยม ไฟนส์ เกิดในเมืองซัฟโฟล์ค เขาโตในอังกฤษและไอร์แลนด์ เข้าศึกษาที่อาร์เอดีเอ (โรงเรียนการละคร เดอะ รอยัล อคาเดมี่ ออฟ ดรามาติก อาร์ตส์) หลังจากนั้นเขาก็เริ่มงานการแสดงของเขาด้วยละครเวที แสดงให้กับรีเจนท์ส พาร์ค ในกรุงลอนดอน, โรงละครคลิวด์ และ โอลด์แมน โคลิเซียม สองปีผ่านไปหลังจากจบการศึกษาที่อาร์เอดีเอ เขาเข้าร่วมกับบริษัทของไมเคิล รุดแมน ณ โรงละครรอยัล เนชั่นแนล จากนั้นเขาก็เข้าร่วมกับบริษัทรอยัล เชกสเปียร์ ที่ซึ่งมีภาพยนตร์ให้เขาเล่นเต็มสองฤดูกาลอย่างเรื่อง เฮนรี่ เดอะ 6, คิง เลียร์ และ เลิฟส์ เลเบอร์ส ลอสต์ การปรากฏตัวของเขาในมินิซีรีส์เรื่อง ไพร์ม ซัสเปคท์ ที่กำกับโดย คริสโตเฟอร์ เมนวล นำเขาไปสู่การแสดงในผลงานของผู้กำกับผู้สร้างตำนานอย่าง ทีอี ลอว์เรนซ์ ในภาพยนตร์โทรทัศน์เรื่อง เอะ แดนเจรัส แมน, ลอว์เรนซ์ อาฟเตอร์ อาราเบีย และได้แสดงในภาพยนตร์โทรทัศน์อื่น ๆ อย่าง เดอะ คอร์โมแรนท์ของปีเตอร์ มาร์คแฮม ไฟนส์เปิดตัวการแสดงของเขาในบท ฮีธคลิฟ ประชันบทบาทกับจูเลียต บิโนค ในภาพยนตร์เรื่อง วูเธอริงค์ ไฮห์ท จากหนังสือของเอมิลี่ บรอนเต้ส์ ผลงานการกำกับโดย ปีเตอร์ โคมินิสกี้ เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์และรางวัลลูกโลกทองคำจากเรื่อง ชินเดลอร์ส ลิสต์ ด้วยบทผู้บัญชาการหน่วยเอสเอสอย่าง อมอน โกธ และยังทำให้เขาได้รางวัลบีเอเอฟทีเอ, นิวยอร์ค ฟิล์ม คริติกส์ เซอร์เคิล, เนชั่นแนล โซไซตี้ ออฟ ฟิล์ม คริติกส์, บอสตัน โซไซตี้ ออฟ ฟิล์ม คริติกส์, ชิคาโก ฟิล์ม คริติกส์ แอสโซซิเอชั่น และลอนดอน คริติกส์ เซอร์เคิล (ฟิล์ม) รวมถึงรางวัลอื่น ๆ อีกด้วย จากนั้นไฟนส์ก็ได้รับบท ชาร์ลส์ แวน โดเรน ในเรื่องควิซ โชว์ ของ โรเบิร์ต เรดฟอร์ด และตามมาด้วยผลงานภาพยนตร์อย่าง สเตรนจ์ เดย์ส และ ดิ อิงลิช เพเชี่ยน (ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์เป็นครั้งที่สอง และยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลบีเอเอฟทีเอ, รางวัลลูกโลกทองคำ และรางวัลสกรีนแอ็คเทอร์ไกด์ด้วย) ของ คาธริน บิเกโลว์, ออสการ์ แอนด์ ลูซินด้า ของ กิลเลี่ยน อาร์มสตรอง และ วันกิน(ซึ่งเขาเป็นผู้อำนวยการสร้าง) ของ มาร์ธา ไฟนส์ การแสดงของเขาในมหากาพย์ของอิสต์แวน ซซาโบ เรื่อง ซันไชน์ นั้นทำให้เขาได้รับรางวัลยูโรเปียน ฟิล์ม สาขานักแสดงยอดเยี่ยม
ผลงานอื่น ๆ ของไฟนส์ มีเรื่อง ดิ เอนด์ ออฟ ดิ แอฟแฟร์ และ (ในคาเมโอ) เดอะ กู้ด ธีฟ ของเนล จอร์แดน, เรด ดราก้อน ของเบรท แรทเนอร์, เมด อิน แมนฮัตตัน ของเวน แวงก์, สไปเดอร์ ของเดวิด โครเนนเบิร์ก, เดอะ ชูมสครับเบอร์ ของเอรี่ โพซิน, เดอะ ไวท์ เคาท์เทส ของเมอร์แชนต์ ไอโวรี่, โครโมโฟเบีย ของมาร์ธา ไฟนส์ ซึ่งได้รับเกียรติให้เป็นภาพยนตร์ปิดท้ายงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่เมืองคานส์ปี 2005, แลนด์ ออฟ เดอะ ไบล์ด ของโรเบิร์ต เอ็ดเวิร์ด, วอลเลซ แอนด์ กรอมมิต (ให้เสียงพากย์) ผลงานที่ได้รับรางวัลออสการ์สาขาอนิเมชั่นของสตีฟ บ็อกซ์ กับ นิก พาร์ค, เดอะ เคิร์ส ออฟ เดอะ แวร์แรบบิท และเบอร์นาร์ด แอนด์ โดริส ของบ็อบ บาลาบัน ในส่วนของบริษัทโฟกัส ฟีเจอร์ แล้ว เขาแสดงในเรื่อง เดอะ คอนสแตนท์ การ์เดเนอร์ ผลงานของ เฟอร์นันโด ไมเรลเลส ซึ่งเขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล บีเอเอฟทีเอ อีกครั้งหนึ่ง ประชันบทกับ ราเชล ไวส์ซ และเขายังได้รับรางวัลบริทิช อินดีเพนเดนท์ ฟิล์ม และลอนดอน ฟิล์ม คริติกส์ เซอร์เคิล สาขานักแสดงยอดเยี่ยมอีกด้วย

ย้อนกลับไปสิบห้าปีก่อน เขาแสดงละครเวทีสลับกับภาพยนตร์ เขาแสดงเรื่องแฮมเล็ตในโรงละครอัลเมดาของโจนาธาน เคนท์ ต่อด้วยการทำสัญญากับบรอดเวย์และทำให้เขาได้รับรางวัลโทนี่ และไฟนส์ก็กลับไปที่อัลเมดาอีกครั้งในผลงานแปลร่วมสมัยของเชคอฟ เรื่อง อิวานอฟ ภายใต้การกำกับของเดวิด แฮร์ โปรดักชั่นนี้ได้ไปฉายในกรุงมอสโควันช่วงวันหยุดยาวฤดูร้อนปี 2000 เขาได้แสดงเรื่อง ริชาร์ด ทู และ โคริโอลานัส ซึ่งทำเป็นละครสลับฉายของบริษัทภาพยนตร์อัลมาดา ทั้งสองเรื่องเป็นบทของเชกสเปียร์สซึ่งกำกับโดยโจนาธาน เคนท์ และได้รับเสียงตอบรับในลอนดอน ทำให้ได้รางวัล บรูคลิน อคาเดมี ออฟ มิวสิค
ภายใต้การกำกับของ ฮาเวิร์ด เดวี่ส์ ณ โรงละครนานาชาติลอนดอน ไฟนส์แสดงบท คาร์ล จุง ในผลงานของคริสโตเฟอร์ แฮมพ์ตัน เรื่อง เดอะ ทอล์คกิ้ง เคียว เขายังได้แสดงในบริษัทรอยัล เชกสเปียร์สของอาเดรียน โนเบิล เรื่อง แบรนด์ ผลงานของอิบเซ่น ใน เวสต์ เอนด์ และในโปรดักชั่นของ เดโบราห์ วอร์เนอร์ จากบทประพันธ์ของเชกสเปียร์ เรื่อง จูเลียส ซีซาร์ ณ บาร์บิกัน เซนเตอร์ กรุงลอนดอนและได้ออกทัวร์ที่ปารีส แมดริด และลักเซมเบิร์กปี 2006 เขากลับมาร่วมงานกับโจนาธาน เคนท์ แสดงเรื่อง เฟธ ฮีลเลอร์ ของ ไบรอัน ไฟรเอล ซึ่งฉายที่โรงละครเกทของเมืองดับบลิน ในการลองฉายก่อนที่จะไปบรอดเวย์ ซึ่งไฟนส์ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโทนี่จากการเล่นเรื่องนี้เขายังได้แสดงภาพยนตร์สองเรื่องในบทของเจ้าแห่งความมืด โวลเดอมอร์ท ในเรื่องแฮร์รี่ พ็อตเตอร์กับถ้วยอัคนี ของไมค์ เนเวลล์ และ แฮร์รี่ พ็อตเตอร์กับภาคีฟินิกซ์ ของเดวิด เยตส์ ซึ่งมีเบรนดัน กลีซันร่วมแสดงด้วยผลงานล่าสุดของไฟนส์ คือ เดอะ ดัชเชส ของ ซอล ดิบบ์ ซึ่งเขาแสดงร่วมกับ เคียร่า ไนท์ลี่ และ เดอะ รีดเดอร์ ของ ดัลดราย ซึ่งเขาจะประชันบทบาทกับนิโคล คิดแมน

คลีเมนซ์ โพเอซี่ รับบท (โคล)

คลีเมนซ์ โพเอซี่ เป็นหนึ่งในดาวรุ่งพุ่งแรงของฝรั่งเศส เธอแสดงเรื่อง เลเต ดี ออกา ของนิน่า กรอส และประชันบทกับ คาโรล โบเควท ในเรื่อง บิเอนเวนิว เชซ เลส โรเซส ของฟรานซิส พอลลา ผลงานอื่นๆ ของเธอเช่น ของ เลอ แกรนด์ มวลเนส ของเดเนียล เวอร์แฮเก และผลงานล่าสุดของโอลิเวียร์ พันช็อต เรื่อง ซันส์ มอย และ อาริเอล ไซตันส์ เลอ แก๊ง เดส โพสทิชส์ (หรือที่รู้จักในชื่อ เลอ เดอร์เนียร์ แก๊ง)
โพเอซี่เริ่มแสดงในผลงานโทรทัศน์เรื่อง ลา วี่ แกรนด์ เมเม ของ โอลิเวียร์ เพเรย์ และ เลส อแมนท์ ดู ฟลอร์ ของ อิลัน ดิวแรน โคเฮนบทบาทที่ต้องพูดภาษาอังกฤษครั้งแรกของเธอคือ แมรี่ ราชินีแห่งสกอตในมินิซีรีส์ของบีบีซีที่ได้รับรางวัลเรื่อง กันพาวเดอร์, ทรีซัน แอนด์ พล็อต ซึ่งกำกับโดย กิลลีส์ แมกคินนอน ต่อมาเธอได้ร่วมแสดงกับ บิล พุลแมน และ นาตาชา แมกเอลโฮน ในซีรีส์ของเอ็นบีซี เรื่อง เรเวเลชั่นส์ ล่าสุดเธอได้แสดงในบทนาตาชาในมินิซีรีส์เรื่อง วอร์ แอนด์ พีซ ซึ่งกำกับโดย โรเบิร์ต ดอร์นเฮล์ม
ผู้ชมทั่วโลกได้เห็นโพเอซี่ในบท ฟลอร์ เดลาคอร์ในเรื่อง แฮร์รี่ พ็อตเตอร์กับถ้วยอัคนี ของ ไมค์ เนเวลล์ ซึ่งเธอได้เล่นร่วมกับเบรนดัน กลีซันและ ราฟ ไฟนส์ แห่งเรื่อง อิน บรูซเธอเริ่มแสดงละครเวทีตั้งแต่เธอยังเด็ก ในเรื่อง เลอ ดราก้อน และเรื่อง ไม 45/ไม 95

เจเรมี่ เรเนียร์ (ไอริค)

เจเรมี่ เรเนียร์ เกิดที่บรัสเซล ตอนเป็นเด็กทำงานให้กับ ลา รีทีน เดอ พลาทัว ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรช่วยสร้างภาพยนตร์สั้นของเบลเยี่ยมและนำออกแสดง หลังจากเข้าโรงเรียนละครสัตว์ ตอนอายุ 10 ขวบก็ได้แสดงในภาพยนตร์ของเบลเยี่ยมเรื่อง เลส เซพท์ พีเชส คาปิโทซ์ (เดอะ เซเวน เดดลี่ ซินส์) และแสดงเป็นพิน็อคคิโอที่โรงละครมอนส์ รอยัล หนทางชีวิตของเขาเริ่มต้นเมื่อได้รับบทนำในเรื่อง ลา โพรเมซเซ (เดอะ โพรมิส) ของ ลุค และ ชอง ปิแอร์ ดาร์เดนเน ซึ่งได้รับรางวัลไปทั่วโลก เช่นรางวัลภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมจากลอส แองเจลีส ฟิล์ม คริติกส์ แอสโซซิเอชั่น และ เนชั่นแนล โซไซตี้ ออฟ ฟิล์ม คริติกส์ เขาร่วมกับพี่น้องดาร์เดนเนเมื่อเก้าปีที่แล้วเพื่อแสดงในเรื่อง เลนแฟนท์ (เดอะ ไชล์ด) ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศ (เดอะ พาล์ม ดีออร์) ในปี 2005 ที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ และทำให้เรเนียร์ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงราวัลยูโรเปียนฟิล์มสาขานักแสดงยอดเยี่ยมรวมถึงรางวัลอื่น ๆ

ผลงานภาพยนตร์อื่นของเขา เช่น เลส อแมนท์ คริมิเนลส์ (ไครมินอล เลิฟเวอร์ส) ของ ฟรานโซ โอซอน, เลอ แพคเต เดส ลูปส์ (บราเธอร์ฮู้ด ออฟ เดอะ วูล์ฟ) ของ คริสโตเฟอร์ กัน, ไวโอเลนซ์ เดส เอแชงเกส เอน มิลเลอร์ เทมเพอร์ (หรือรู้จักกันในชื่อ เวิร์ค ฮาร์ด, เพลย์ ฮาร์ด) ของ ชอง มาร์ค มันตูท์ ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลซีซาร์, นู โพรไพรต์ (หรือรู้จักกันในชื่อ ไพรเวท พร็อบเพอตี้) ของ โจชิม ลาฟอสเซ ซึ่งเขาประชันบทบาทกับ อิซาเบล ฮับเพิร์ตและ ยันนิก เรเนียร์ พี่ชายแท้ ๆ ของเขา และก็ผลงานของโจ ไรท์ เรื่อง อโทนเมนท์ ในโปรดักชั่นของโฟกัส เฟียเธอร์ ซึ่งเขาจะได้ประชันบทบาทกับ โรมาโล กาไรด้วย

เทคลา รูเทน (มารี่)

เทคลา รูเทน นักแสดงหญิงชาวดัชท์ผู้พูดได้ห้าภาษา หลังจากจบการศึกษาโรงเรียนการละครในอัมสเตอร์ดัมแล้ว เธอก็เริ่มบทบาทในซีรีส์ทางโทรทัศน์เรื่อง วี อเล็กซานเดอร์ บทบาทในภาพยนตร์และละครที่ตามมาหลังจากนั้น มีผลงานโดดเด่นที่ได้รับรางวัลรางวัลภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมทั้งสองเรื่องอย่าง เลเดอร์รีน เบโรเอมม (เอฟวี่บอดี้ส์ เฟมัส!) ของโดมินิก เดรุดเดอร์ และ เดอ เทวีลิ่ง (ทวิน ซิสเตอร์ส) ของ เบน ซัมโบการ์ต
ผลงานภาพยนตร์อื่น ๆ ของรูเทน เช่น อิน ทรานซิส ของทอม โรเบิร์ต ซึ่งแสดงร่วมกับ เวรา ฟาร์มิก้า และจอห์น มัลโควิช เรื่อง โอเบอร์ (เวทเทอร์) ของอเล็กซ์ แวน วอร์เมอร์แดม และเรื่องที่ได้รับรางวัลอย่าง โรเซนสตาสเซ่ของ มาร์กาเรเธ วอน ทรอตตาฤดูใบไม้ผลิปี 2006 เธอแสดงในประเทศอังกฤษ ประชันบทบาทกับ เกล กราเซีย เบอร์เนล ในโรงละครอัลมาด้าเรื่อง บลัด เวดดิ้ง ของเฟดเดอริโก้ การ์เซีย ลอร์ก้า กำกับโดย รูฟัส นอร์ริส ซึ่งตั๋วขายหมดเกลี้ยง งานของรูเทนมีทั้งในภาพยนตร์และงานทางโทรทัศน์ของสหรัฐ มีการแสดงในซีรีส์ที่สองของ สลีปเปอร์ เซล ซึ่งเป็นซีรีส์ยอดนิยม และผลงานโทรทัศน์ของเบรธ เลโอนาร์ด เรื่อง ไฮแลนเดอร์:เดอะ ซอร์ซ และอีกไม่นานนี้เธอได้รับการคาดหวังเป็นอย่างมากในผลงานใหม่เรื่อง ลอสท์ ซึ่งจะฉายในช่วงฤดูหนาวปี 2008

จอร์แดน เพรนทิซ (จิมมี่)

จอร์แดน เพรนทิซ เกิดที่ออนทาริโอ แสดงทั้งบนเวที ภาพยนตร์และผลงานโทรทัศน์ เขาเพิ่งเสร็จสิ้นจากการถ่ายทำภาพยนตร์ของมาร์โก้ ชนาเบล เรื่อง เดอะ เลิฟ กุรุ ร่วมกับ ไมค์ ไมเยอร์ส
ผลงานภาพยนตร์ของเขามีเรื่อง ฮาโรลด์ แอนด์ คูมาร์ โก ทู ไวท์ คาสเซิล ของแดนนี่ ไลเนอร์, เวียร์ดสไวล์ ของอลัน มอยล์, เดอะ ไลฟ์ แอนด์ ฮาร์ด ไทมส์ ออฟ กาย เทอริฟิโค ของ มิฮาเอล แมบบอท, เดธ ทู สมูธชี่ ของ แดนนี่ เดวิโต้ ,อเมริกัน พาย พรีเซนท์ส: เดอะ เนค ไมล์ ของโจ นัสเบิม และ อเมริกัน พาย พรีเซนท์ส: เบต้า เฮาส์ ของแอนดรูว วอลเลอร์ ผลงานทางโทรทัศน์ของเพนทิซ เช่น เป็นแขกรับเชิญใน เดอะ เชกสเปียร์ส คอมเมดี้ โชว์, เดอะ วอร์ เน็กซ์ ดอร์, กูสบัมพ์ และอีกหลาย ๆ โปรแกรมงานละครเวทีของเขาเช่น เมดิซีน โชว์ ของรีเวนเจอร์ โดย อีริค วูลฟ์ ณ โรงละครเอลดริทช์


 
เกี่ยวกับผู้สร้างภาพยนตร์
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 14  สิงหาคม 2551
มาร์ติน แมกโดแนก (ผู้กำกับ/บทภาพยนตร์)
ผลงานเขียนและกำกับชิ้นล่าสุดของ มาร์ติน แมกโดแนก เรื่อง ซิก ชู้ตเตอร์ ซึ่งทำให้เขาได้รับรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์สั้นไลฟ์แอ็คชั่นยอดเยี่ยมในปี 2006 และนำแสดงโดยเบรนดัน กลีซันแห่ง อิน บรูซ ในฐานะผู้เขียนบทละครเวที แมกโดแนคได้รับรางวัลโอลิเวอร์สองรางวัล จากเรื่อง เดอะ พิลโลวแมน และ เดอะ ลูเทเนนท์ ออฟ อินิชมอร์ ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโทนี่อีกสี่รางวัล ผลงานอื่น ๆ ของเขายังมีเรื่อง เดอะ คริปเปิล ออฟ อินิชมาน, เดอะ โลนซัม เวสต์, เอะ สกัล อิน คอนเนมารา และ เดอะ บิวตี้ ควีน ออฟ ลีเนน จากนั้นเป็นครั้งแรกที่ละครของเขาได้รับการนำมาแสดง ณ โรงละครดรุดในกัลเวย์ และ โรงละครรอยัล คอร์ทในกรุงลอนดอนเกิดในกรุงลอนดอน บิดามารดาเป็นชาวไอริช ผลงานของแมกโดแนคได้รับการแปลและออกแสดงในอีก 41 ประเทศจนถึงทุกวันนี้

เกรแฮม บรอดเบนท์ และ พีท เซอร์นิน (ผู้สร้าง)

บลูพรินท์ พิคเจอร์ เป็นบริษัทภาพยนตร์ที่ตั้งอยู่ในลอนดอน ก่อตั้งโดยเกรแฮม บรอดเบนท์ และ พีท เซอร์นิน ในปี 2004โปรดักชั่นสองชิ้นแรกของบลูพรินต์สร้างขึ้นในปี 2007 นั่นก็คือผลงานของจูเลี่ยน แจร์โรวด์ เรื่อง บีคัมมิ่ง เจน นำแสดงโดยแอน แฮธเวย์ และเจมส์ แมกเอวอย ซึ่งได้รับการยกย่องจาก วาไรตี้ ว่าเป็น “ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งฤดูร้อน” และผลงานของเกรกอรี่ จาคอป เรื่อง วินด์ ชิล นำแสดงโดย เอมิลี่ บลันต์ มีจอร์จ คลูนี่ และสตีเฟ่น โซเดอร์เบิร์ก เป็นผู้ร่วมสร้าง ภาพยนตร์เรื่อง อิน บรูซ นี้เป็นผลงานชิ้นที่สามของบริษัทนี้
ผลงานล่าสุดที่อยู่ระหว่างถ่ายทำเรื่อง สกัลดักเกอร์รี่ พลีแซนต์ สร้างจากหนังสือซีรีส์เด็ก เขย่าขวัญ/แฟนตาซี ที่ขายดีที่สุดของดีเร็ค แลนดี้ และยังมีเรื่อง ดีส ฟูลลิช ติงส์ เขียนบทโดยเดโบราห์ มอกกาช เวอร์ชั่นภาพยนตร์ของ เดอะ รอว์ ชาร์ค เทกซ์ ส่วนที่ตัดมาจากนวนิยายของสตีเฟ่น ฮอล และภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากนิยายภาพของแดนนี่ วอลเลซ เรื่อง จอยน์ มีเกรแฮม บรอดเบนท์เป็นหนึ่งในโปรดิวเซอร์อิสระของอังกฤษที่กระตือรือร้นในการสร้างภาพยนตร์มากที่สุด เขาสร้างภาพยนตร์กว่า 10 เรื่องในช่วงเวลา 11 ปี หนึ่งในนั้นคือภาพยนตร์ของไมเคิล วินเตอร์บอตทอมเรื่อง เวลคัม ทู ซาราเจโว ซึ่งได้เข้าร่วมประกวดในงานเทศกาลภาพยนตร์นานานชาติที่เมืองคานส์ในปี 1997 และได้รับการยกย่องจากนิตรสารไทม์ว่าเป็นหนึ่งในสิบภาพยนตร์ที่ดีที่สุดแห่งปี และเมื่อเร็ว ๆ นี้ดังที่กล่าวมาแล้วในส่วนของบลูพรินต์ เขาสร้างเรื่อง มิลเลี่ยนส์ ของแดนนี้ บอยล์ ซึ่งได้รับรางวัลบริทิช อินดีเพนเดนท์ ฟิล์ม ในปี 2005 สาขาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (แฟรงค์ คอตเทรล บอยซ์) และเรื่อง ธันเดอร์ แพนท์ ของ พีท เฮวิตต์

พีท เซอร์นินทำงานในลอสแองเจลีสมาแปดปี โดยเคยทำงานให้กับประธานของดิโนวี พิคเจอร์ จากนั้นเขาก็สร้างภาพยนตร์เรื่อง เมซเซส อิน เอะ บอตเทิล ของ หลุยส์ แมนโดกี นำแสดงโดยเควิน คอสเนอร์ และเรื่องแพรคทิคอล เมจิค ของกริฟฟิน ดันเน นำแสดงโดย นิโคล คิดแมนและแซนดรา บูลล็อค

เทสซ่า รอส (ผู้อำนวยการสร้าง)

เทสซ่า รอส ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าของ ยูเคแชแนล 4 แผนกภาพยนตร์ในปี 2002 ในปี 2004 ได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าฝ่ายดราม่าของแชแนล 4 ตอนนี้เธอเป็นผู้ดูแลจัดการทั้งด้านภาพยนตร์และละคร ภายใต้การดำเนินงานของรอส ฟิล์ม 4 ได้สร้างชื่อเสียงด้านการพัฒนาและการตลาดภาพยนตร์เช่นภาพยนตร์รางวัลออสการ์ของวอลเตอร์ ซัลเลส เรื่อง เดอะ มอเตอร์ไซด์เคิล ไดอารี่ส์ (ซึ่งโฟกัส เฟียเธอร์เป็นผู้นำออกฉาย) เรื่องวีนัส ของโรเจอร์ มิเชล ซึ่งปีเตอร์ โอทูลแสดงนำ, เดอะโร้ด ทู กวนทานาโม ของวินเตอร์บอททอม และเรื่อง ทัชชิ่ง เดอะ วอยด์ และเดอะ ลาสต์ คิง ออฟ สกอตแลนด์ ของเควิน แมคโดนัลด์ นำแสดงโดย ฟอร์เรสต์ วิเทคเกอร์ซึ่งได้รับรางวัลออสการ์
ผลงานของฟิล์ม 4 ที่วางตลาดในปี 2007 มีเรื่อง ดิส อีส อิงแลนด์ ของเชน แมโดว (ได้รับรางวัลภาพยนตร์อิสระยอดเยี่ยมจากงานภาพยนตร์บริทิช อินดีเพนเดนซ์ในปี 2006), แอนด์ เวน ดิด ยู ลาสต์ ซี ยัว ฟาเธอร์? ของอนันด์ ทัคเกอร์ นำแสดงโดยโคลิน เฟิร์ธ และจิม บรอดเบนท์, โจ สตรัมเมอร์: เดอะ ฟิวเจอร์ อีส อันไรท์เทน ของจูเลี่ยน เทมเพิล และผลงานรางวัลออสการ์ของเดวิด แมคเคนซี่เรื่อง ฮัลลัม โฟ ส่วนผลงานกำลังจะวางตลาดมีเรื่อง บริค เลน ของซาราห์ เกย์รอน, ทรู นอร์ธ ของอาซิฟ คาพาเดีย, การาจ ของเลนนี่ อับบราฮัมซัน, เบตเตอร์ ติงส์ ของดูเน ฮอปกิ้น, มิสเตอร์ โลนลี่ ของฮาร์โมนี่ โครีน นำแสดงโดยซาแมนธา มอร์ตัน, อิทส์ เอะ ฟรี เวิร์ล ของเคน โลช, เจโนวา ของไมเคิล วินเตอร์บอททอม, อิเซนไดอารี่ ของชารอน มากุยเร, ดองกี้ พันช์ ของฟาไบร์ซ ดูเวลซ์ และผลงานใหม่ของไมค์ ลีจ เรื่อง แฮปปี้ โก ลัคกี้

ก่อนหน้านี้ ในฐานะหัวหน้าฝ่ายดราม่าของแชแนล 4 ในปี 2000 ถึงปี 2002 เธอประสบความสำเร็จในการเสี่ยงสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ทั้งรายการและภาพยนตร์โทรทัศน์ที่เธอรับผิดชอบจนถึงปัจจุบันเช่นเรื่อง เชมเลส, นอท ดนลี่ บัท ออลเวย์ส ของเทอร์รี่ จอห์นสัน, โอมาห์ ของพีท ทราวิส, ลองฟอร์ด (นำแสดงโดยจิม บรอดเบนท์ และซาแมนธา มอร์ตัน) และ อลิซาเบธ เดอะ เฟิร์ส (ได้รับรางวัลทั้งรางวัลเอ็มมี่และลูกโลกทองคำ) ของทอม ฮูปเปอร์, เซ็กซ์ แทรฟฟิก ของเดวิด เยต์ ซึ่งได้รับรางวัลบีเอเอฟทีเอ

ก่อนที่เธอจะทำงานที่ชันแนล 4 เธอมาจากกลุ่มบีบีซี อินดีเพนเดนท์ คอมมิชชั่นนิ่ง ซึ่งเธอเป็นหัวหน้าฝ่ายดราม่า เธอดำรงตำแหน่งนี้ตั้งแต่ปี 1933 ถึงปี 2000 ก่อตั้งแผนกใหม่ทำงานคิดค้นภาพยนตร์และละครโทรทัศน์กว่า 120 ชั่วโมง นอกจากงานหลักของเธอแล้วเธอยังรับผิดชอบเป็นผู้อำนวยการสร้างที่บีบีซีไอซีจี เช่นผลงานของสตีเฟ่น เฟรียร์ เรื่อง ไลแอม และเรื่องบิลลี่ เอลลิออต ของสตีเฟ่น ดัลดราย ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สามรางวัล
ก่อนที่จะร่วมกับไอซีจี รอสใช้เวลาสามปีในการเป็นหัวหน้าฝ่ายพัฒนาภาพยนตร์อังกฤษ ที่นั่นเธอรับผิดชอบในการพัฒนาบทภาพยนตร์ควบคู่ไปกับการเป็นผู้บริหารให้ซีรีส์ภาพยตร์สั้นกับแชแนล 4 อีกทั้งเธอยังทำงานเป็นคนเขียนบทให้กับบีบีซีอีกด้วย
แผนกละครโทรทัศน์ของสกอตแลนด์และเอเจนต์ทางด้านวรรณกรรมที่แอนโธนี่ ชีลา แอสโซซิเอท
เธอเป็นคณะกรรมการในสถาบันภาพยนต์อังกฤษ ซึ่งเป็นผู้ตรวจสอบผู้ที่จะได้รับปริญญาโทในสาขาการเขียนบทภาพยนตร์ ณ ภาควิชาภาพยนตร์นอร์ธเทิร์น และตอนนี้เธอก็เป็นผู้ควบคุมภาควิชาภาพยนตร์และโทรทัศน์อีกด้วย

เจฟ แอบเบอร์ลี่ย์ และ จูเลีย แบล็คแมน (เอ็กซ์คิวทีฟ โปรดิวเซอร์)

เดือนสิงหาคมปี 2002 เจฟ แอบเบอร์ลีย์ และ จูลีย แบล็คแมน ก่อตั้งไซออนฟิล์มขึ้น หุ้นส่วนผู้สร้างภาพยนตร์คู่นี้ริเริ่มและมีเป้าหมายหลักที่การตลาดและการสร้างภาพยนตร์อังกฤษเป็นส่วนสำคัญ

อิน บรูซ เป็นการทำงานร่วมกันครั้งที่ห้าระหว่างไซออนกับโฟกัส ฟีเจอร์ ดังเช่นผลงานก่อนหน้านี้อย่าง อีสเทิร์น พรอมิสเซส ของเดวิด โครเนนเบิร์ก ซึ่งได้รับรางวัลท็อบไพรซ์ (รางวัลขวัญใจมหาชน) ณ เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่โตรอนโตปี 2007, แคช เอะ ไฟร์ ของฟิลิป โนวฟซ์ นำแสดงโดยทิม รอบบิ้นส์ และดีเร็ค ลูค, ไพร์ด แอนด์ พรีจูดิซซ์ ของโจ ไรท์ นำแสดงโดยเคียร่า ไนท์ลี่ ผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ และ เดอะ คอนสแตนท์ การ์ดีเนอร์ ของเฟอร์นันโด ไมเรลลส์ สำหรับภาพยนตร์ชิ้นต่อไป ราเชล ไวซ์ได้รับรางวัลออสการ์, รางวัลลูกโลกทองคำ และรางวัลสกรีน แอคเทอร์ ไกด์ ส่วนไมเรลส์ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำงานภาพยนตร์ของไซออนที่จะกำลังจะออกฉายเร็ว ๆ นี้ คือเรื่อง อินเตอร์เวนชั่น ของแมรี่ แมคกูเคียน นำแสดงโดยเจนนิเฟอร์ ทิลลี่, แอนดี้ แมคโดเวลล์ และแลน ฮาร์ต
ผลงานชิ้นก่อน ๆ ของบริษัท เช่นผลงานร่วมกับบลูพรินท์ พิคเจอร์ เรื่องบีคัมมิ่ง ของจูเลี่ยน จาร์โรลด์, (ไทรสตรัม แชนดี้) เอะ คล็อก แอนด์ บูล สตอรี่ ของไมเคิล วินเตอร์บอททอม, ดิ แฟนธอม ออฟ ดิ โอเปร่า ของโจเอล ชูมัคเกอร์ที่ประสบความสำเร็จไปทั่วโลก, มองซิเออร์ เอ็น ของแอนโทนี่ เดอ คอเนส, อิทส์ เอะ บอย เกิร์ล ติง ของนิค เฮอร์แรน, เดอะ บริดจ์ ออฟ ซาน หลุยส์ เรฟ แอนด์ แรก เทล ของแมรี่ แมคกูเคียน และวา-วา ของริชาร์ด อี แกรนท์
ก่อนจะมาก่อตั้งไซออนขึ้นนั้น ทั้งแอบเบอร์ลีย์และแบล็คแมนต่างก็พยายามมากว่าสองปีครึ่งในการหาทุนสร้างให้กับภาพยนตร์ของกลุ่มฟิวเจอร์ ฟิล์ม (เอฟเอฟจี) ซึ่งเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งด้านการเงิน โปรดักชั่น การปันส่วนและการจัดการภาพยนตร์ในอังกฤษด้วย แอบเบอร์ลีย์เป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของบริษัทและเป็นผู้กำกับของกลุ่มร่วมกับแบล็คแมน ผู้ซึ่งเป็นทนายให้เอฟเอฟจีด้วย บริษัททำงานด้านการเงินและโปรดักชั่นให้กับภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ เช่นผลงานของกูรินเดอร์ ชาดฮา ที่ดังเงียบ ๆ อย่างเรื่องเบนด์ อิท ไลค์ เบคแฮม ภาพยนตร์รวมดาราของเฟรด ชีพิซี เรื่อง ลาสต์ ออเดอร์, ทู คิล เอะ คิง ของไมค์ บาร์เกอร์, อันเดอร์เทคกิ้ง เบทตี้ ของนิค เฮอรัน และริดลี่ย์ส เกม ของลิเลียนา คาวานี่
ก่อนหน้านี้แอบเบอร์ลีย์เป็นที่ปรึกษาเรื่องการเงินภาพยนตร์และโทรทัศน์ ส่วนแบล็คแมนก็เป็นทนายที่ให้คำแนะนำด้านโครงสร้างการเงินและภาษีให้กับภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์มา ล่าสุดทั้งคู่ได้ร่วมมือกันเป็นผู้อำนวยการสร้างให้กับผลงานของริชาร์ด แอเทนโบรอก เรื่อง โคลสซิ่ง เดอะ ริงก์

โรนัลโด วาสคอนเซลลอส (ไลน์ โปรดิวเซอร์)

ผลงานของ โรนัลโด วาสคอนเซลลอส ในฐานะไลน์ โปรดิวเซอร์เป็นของรอค พิคเจอร์ อย่างภาพยนตร์แอ็คชั่นคอมเมดี้ยอดนิยมอย่าง ฮอต ฟัซ กำกับโดยเอ็ดการ์ ไรท์ เขามีผลงานร่วมกับทีมสร้างฮอต ฟัซในฐานะไลน์โปรดิวเซอร์ในผลงานยอดฮิตเรื่อง ชฮวน ออฟ เดอะ เดด ซึ่งนำออกฉายโดยรอค พิคเจอร์ เช่นกัน วาสคอนเซลลอส เคยทำงานในบริษัทภาพยนตร์อังกฤษมากว่ายี่สิบปี มีผลงานที่เขาเป็นไลน์โปรดิวเซอร์ เช่นเรื่องก๊อปปี้อิ้ง บีโธเฟ่น ของแอกนิเอสซก้า ฮอลแลนด์, ลอร์ด ออฟ วอร์ ของแอนดรูว นิคโคล, มอร์เวิร์น คอลลาร์ ของไลน์ แรมเซย์, เอะ รูม ฟอร์ โรเมโอ บราส ของเชน แมโดว และล็อค, สต็อก แอนด์ ทู สโมคกิ้ง แบร์เรลส์ ของกาย ริตชี่ เขายังเคยเป็นโปรดิวเซอร์ของละครโทรทัศน์และรายการต่าง ๆ แลมีผลงานต่อ ๆ มาอย่าง เวอร์ดี, เอะ ไลฟ์ อิน ทู พาร์ท ของแบร์รี่ กาวิน,วาสคอนเซลลอส โพรดส์ ของตัวเขาเองที่ฉายทางบีบีซี เขาร่วมงานกับผู้กำกับอย่างเคน รัซเซล ในโปรดักชั่นแรกอย่าง โกธิค แล้วก็กลายเป็นผู้ช่วยโปรดิวเซอร์ในเรื่อง ซาโลมีส์ ลาสต์ แดนซ์ เป็นไลน์โปรดิวเซอร์ใน เดอะ แลร์ ออฟ เดอะ ไวท์ เวิร์ม และ เดอะ เรนโบว และได้กำกับใน เวอร์ และ ดิ อินแซดทิเอเบิล มิสซิส เคิร์สช์ และผลงานอื่น ๆ อีกมากมาย

ไอกิล ไบร์ด (ผู้กำกับภาพ)

ก่อนหน้านี้ ไอกิล ไบร์ด เคยเป็นผู้กำกับภาพเรื่องบีคัมมิ่ง เจน ของจูเลี่ยน แจร์โรวด์ โดยการสร้างของเกรแฮม บรอดเบนท์ และพีท เซอร์นินแห่ง อิน บรูซ เรื่อง คิงกี้ บูทส์ ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ ของผู้กำกับชิเวเทล เอจิโอฟอร์ และไคร์ม แอนด์ พูนิชเมนท์ (ภาพยนตร์โทรทัศน์ปี 2002 เวอร์ชั่นจอห์น ซิมม์นำแสดง)ไบร์ดจบการศึกษาจากเกวนท์ คอลเลจ ออฟ ไฮเออร์ เอดูเคชั่น, กรุงเวลส์ ได้รับประกาศนียบัตรชั้นสุงในการสร้างภาพยนตร์วีดีโอในปี 1992 ตั้งแต่นั้นเขาก็ทำงานในฐานะผู้กำกับภาพให้กับงานโฆษณา ภาพยนตร์สารคดี และภาพยนตร์

ผลงานภาพยนตร์อื่น ๆ ในฐานะผู้กำกับภาพของเขา มีเรื่อง เดอะ คิง ของเจมส์ มาร์ช นำแสดงโดย เกล การ์เซีย เบอร์นอล และวิลเลี่ยม เฮิร์ต, โอ แฮปปี้ เดย์ ของเฮลลา จูฟ และ เดอะ ฮาล์ฟ ไลฟ์ ออฟ ทิมอฟฟี่ เบเรซิน ของสกอต เบิร์นในปี 2003 ไบร์ดได้รับรางวัลช่างภาพยอดเยี่ยมในงานเทศกาลแมดริดมาเกนในแมดริด สำหรับผลงานของเขาเรื่อง ชาร์ลี บัตเตอร์ฟาย ของดาริอุซ สไตเนสส์ ในปี 2001 เขาได้รับรางวัลบีเอเอฟทีเอจากผลงานในเรื่อง วิสคอนซิน เดธ ทริป ของเจมส์ มาร์ช

ไมเคิล คาร์ลิน (ออกแบบโปรดักชั่น)

ไมเคิล คาร์ลิน ศึกษาการแกะสลักในเพิร์ธและซิดนีย์ ฝึกฝนด้านวิจิตรศิลป์ ก่อนที่จะย้ายไปลอนดอนในช่วงปลายปี 1980 เพื่อตามความฝันในงานด้านภาพยนตร์เขาทำงานหลายอย่างให้กับภาพยนตร์อิสระหลายเรื่อง เช่น เดอะ คุ้ก, เดอะ ธีฟ, ฮิส ไวฟ์ แอนด์ เฮอ เลิฟเวอร์ ของปีเตอร์ กรีนนาเวย์, ดัสต์ เดวิล ของริชาร์ด สแตนลีย์ และแบ็คบีท ของเลน ซอฟต์ลีย์ และยังออกแบบโฆษณา มิวสิควีดีโอให้กับศิลปินอื่น ๆ อย่าง ไมเคิล แจ็คสัน, ดูแรน ดูแรน, เอลตัน จอห์น, และจอร์จ ไมเคิล
การออกแบบโปรดักชั่นครั้งแรกของคาร์ลินคือภาพยนตร์ของเดวิด อีวานเรื่อง ฟีเวอร์ พิทช์ นำแสดงโดยโคลิน เฟิร์ธ ดัดแปลงโดยนิค ฮอร์นบี้ จากนวนิยายของเขาเอง ผลงานอื่น ๆ ของเขาเช่น เดอะ วอร์ โซน ของทิม รอธ, มี วิธเอาท์ ยู ของแซนดร้า โกล์ดบาเชอร์, เดอะ ฮาร์ต ออฟ มี ของธาเดอุส โอ ซัลลิแวน, วอท เอะ เกิร์ล วอนท์ และนิวยอร์ค มินิท ของเดนนี่ กอร์ดอน และผลงานภาพยนตร์โทรทัศน์ของจูเลี่ยน แจร์โรล เรื่องไคร์ม แอนด์ พูนิชเมนท์ ซึ่งเขาได้รับรางวัลรอยัล เทเลวิชั่น โซไซตี้
ผลงานล่าสุดของเขาคือเรื่อง เดอะ ลาสต์ คิง ออฟ สกอตแลนด์ ของเควิน แมคโดนัลด์ นำแสดงโดยฟอร์เรสต์ วิเทคเกอร์ผู้ได้รับรางวัลออสการ์, มิสเตอร์ บีนส์ ฮอลิเดย์ ของสตีฟ เบนเดแลค นำแสดงโดยโรวัน แอทคินซัน และ เดอะ ดัชเชส ของซอล ดิบบ์ นำแสดงโดยเคียร่า ไนท์ลี่ย์ และราฟ ไฟนส์แห่ง อิน บรูซ

จอน กรีกอรี่ (ตัดต่อ)

จอน กรีกอรี่ ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลบีเอเอฟทีเอ จากผลงานของเขาในเรื่องโฟร์ เวดดิ้งส์ แอนด์ เอะ ฟีเนรัล และมินิซีรีส์ของอลาสแตร์ เรด เรื่อง ทราฟฟิค ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสเตรเลี่ยน ฟิล์ม อินสติจูด (เอเอฟไอ) สองรางวัลในการตัดต่อให้กับเรื่อง เดอะ พร็อบโพสิชั่น ของจอห์น ฮิลโคท และ เนด เคลลี่ (จัดจำหน่ายโดยโฟกัส เฟียเธอร์)ของจอร์จ จอร์แดน ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลจีนี่ย์ในผลงานของเชอรี่ เอลวู้ด เรื่อง ดีพลี่ และได้รับรางวัลเอ็ดดี้ หรือรางวัลนักตัดต่อภาพยนตร์อเมริกันยอดเยี่ยม (เอซีเอส) จากผลงานในมินิซีรีส์ของเดวิด ทัคเกอร์เรื่อง เอะ เยียร์ อิน โพรเวนซ์
เขาได้ร่วมงานหลากหลายกับผู้กำกับอยางไมค์ ลีจ (ในผลงานภาพยนตร์อย่างเรื่อง ซีเคร็ท แอนด์ ลายส์, เนคเคด, ไลฟ์ อีส สวีท, ไฮ โฮป และภาพยนตร์สั้นอย่างเรื่อง เอะ เซนส์ ออฟ ฮิสทรี่ และ เดอะ ชอร์ต แอนด เคอร์ลี่ส์) และไมค์ เนเวลล์ (ในเรื่องโฟร์ เวดดิ้งส์ แอนด์ เอะ ฟูเนรัล, พุชชิ่ง ติน, ดอนนี่ บราสโก้ และ แอน ออลฟูลลี่ บิ๊ก แอดเวนเจอร์)
ผลงานที่โดดเด่นของเกรกอรี่ในฐานะนักตัดต่อ เช่นเรื่อง ลอนดอน คิลส์ มี ของแฮนิฟ คูไรชิ, ลิฟวิ่ง เอาท์ ลาวด์ ของริชาร์ด ลาแกรเวนนีส และ พีเนโลปี้ ของมาร์ค พาลานสกี้

จานี่ เทไมม์ (ออกแบบเครื่องแต่งกาย)

จานี่ เทไมม์ เคยออกแบบเครื่องแต่งกายให้กับเรื่อง แฮร์รี่ พ็อตเตอร์กับนักโทษแห่งอัสคาบัน ของอัลฟอนโซ คารอน, แฮร์รี่ พ็อตเตอร์กับถ้วยอัคนี ของไมค์ เนเวลล์ และแฮร์รี่พ็อตเตอร์กับภาคีฟินิกซ์ ของเดวิด เยตส์ ผลงานถัดมาของเธอคือออกแบบให้กับ เบรนดัล กรีซัน และราฟ ไฟน์เนส ใน อิน บรูซ
เทไมม์ ได้รับรางวัลบีเอเอฟทีเอจากงานของเธอในเรื่อง เฮาส์ ออฟ อเมริกา ของมาร์ค อีวาน ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลบริทิช อินดีเพนเดนท์ ฟิล์มจากเรื่องไฮ ฮีล และโลว ไลฟ์ ของเมล สมิธ ได้รับรับรางวัลโกลเด้น คาล์ฟ ในปี 1995 จากงานเทศกาลภาพยนตร์เนเดอร์แลนด์จากเรื่องแอนโทเนียส์ ไลน์ ของมาร์ลีน กอร์ริส ซึ่งยังได้รับรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมด้วย
ผลงานอื่น ๆ ของเธอ เช่นในเรื่อง คาแร็คเตอร์ ของไมค์ แวน ดิเอม ซึ่งได้รับรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม, ชิลเดรน ออฟ เมน ของอัลฟอนโซ คอรอน, บริดเจ็ท โจนส์: ดิ เอจ ออฟ รีซัน ของบีบัน คิดรอน, ก็อปปี้อิ้ง บีโธเฟ่น ของ แอกนิเอซก้า ฮอลแลนด์, รีซิสแทนซ์ ของทอดด์ โคมาร์นิกกี้, อินวินซิเบิ้ล ของเวอร์เนอร์ เฮอร์ซอก, เดอะ ลูซฮิน ดีเฟนซ์ ของมาร์ลีน กอร์ริส, เดอะ ลิฟต์ ของดิ๊ก มา, แก๊งสเตอร์ นัมเบอร์ 1 ของพอล แมคกุยกัน และ 1,000 โรสเซส ของธู โบร์แมน ซึ่งได้รับรางวัลโกลเด้น คาล์ฟ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในงานเทศกาลภาพยนตร์เนเดอร์แลนด์ปี 1994
ผลงานทางโทรทัศน์ของเทไมม์ในฐานะผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย เรื่อง เดอะ พาร์ติซัสส์ ของธู โบร์แมน ซึ่งทำให้เธอได้รับรางวัลโกลเด้น คาล์ฟ ในปี 1995 งานเทศกาลภาพยนตร์เนเดอร์แลนด์ ซึ่งภาพยนตร์เรื่องได้ได้ชื่อว่าเป็นละครโทรทัศน์ที่ดีที่สุด

คาร์เตอร์ เบอร์เวลล์ (ดนตรี)

คาร์เตอร์ เบอร์เวล ทำงานให้กับภาพยนตร์ของโจเอลและอีธาน โคเอนอย่างเรื่องบลัด ซิมเปิ้ล, เรซซิ่ง อริโซนา, มิลเลอร์ส ครอสซิ่ง, บาร์ตัน ฟิงค์, เดอะ ฮัดซักเกอร์ โพรซี่, ฟาร์โก้, เดอะ บิ๊ก เลโบวสกี้, เดอะ แมน ฮู วอสซึน แด, อินโทเลราเบิล ครูเอลตี้, เดอะ เลดี้คิลเลอร์ส และ โน คันทรี่ ฟอร์ มาย โอลด์ เมน เขายังทำเพลงประกอบให้กับเรื่อง บราเธอร์, แวร์ อาร์ท ธู? ของ โคเอนส์ โอ ซึ่งทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลบีเอเอฟทีเอ และเริ่มงานล่าสุดของเขาในภาพยนตร์เรื่อง เบิร์น อาฟเตอร์ รีดดิ้ง (ของโฟกัส ฟีเจอร์)

ผลงานอื่น ๆ ของเบอร์เวล มีเรื่อง บีฟอร์ ไนท์ ฟอลส์ ของจูเลี่ยน ชนาเบล ซึ่งทำให้เขาได้รับ (นิโน) รางวัลโรต้า ซาวด์แทรก ในปี 2000 ณ เทศกาลภาพยตร์นานาชาติในเวนีส, บีอิ้ง จอห์น มัลโควิช และ อแด๊ปเทชั่น ของสไปค์ โจนซ์, คินซี่ และ ก๊อดส์ แอนด์ มอนสเตอร์ส ของบิล คอนดอน ซึ่งเขาได้รับรางวัลลอส แองเจลีส ฟิล์ม คริติกส์ แอสโซซิเอชั่น, เดอะ รูกกี้ และ เดอะ อลาโม ของจอห์น ลี แฮนค็อก, ทรี คิงส์ ของเดวิด โอ รัสเวลล์, เวลเว็ท โกลด์มายน์ ของทอด เฮย์เนส, เดอะ สแปนนิช พริโซเนอร์ ของเดวิด มาเมต, เดอะ เคลลูลอยด์ โคลสเสต ของร็อบ เอพสไตน์และเจฟเฟรย์ ฟรีดแมน และ บีฟอร์ เดอะ เดวิล โนวส์ ยัวร์ เดด ของซิดนีย์ ลูเมต

ผลงานในโรงละครของเขามีการแสดงโอเปร่า เดอะ เซเลสเทียล อัลฟาเบธ, วิโดวส์ โดย เอเรียล ดอร์ฟแมน, เดอะ ฟอร์ธีน วาร์ด ของเฮนรี่ มิลเลอร์ และโปรดักชั่นปี 1994 ของมาดบ ไมนส์ เรื่อง มาเธอร์ เบอร์เวลยังเขียนเพลงประกอบกับนิยายของวิลเลี่ยม เบอร์รอก จั๊งค์กี้ สำหรับเพนกวิน ออดิโอบุ๊คส์

เบอร์เวลล์ซึ่งเป็นทั้งนักร้อง นักแอคคอเดี้ยน และซินเธอไซเซอร์ได้จัดการแสดงร่วมกับวง ฮาร์โมนิค ไคว, บิ๊ก โจ และลิทวินสกี้ เอนเซมเบิ้ลในมหานครนิวยอร์ค เช่นเดียวกับที่แสดงที่ฝรั่งเศส, อิตาลี, เยอรมนี และออสเตรเลีย

แผ่นของเขามีจำหน่ายที่ค่ายเพลงอย่าง ยูนิเวอร์แซล มิวซิค, เวอร์จิน, วาเรเซ่ ซาราบันเด้, แฟคทอรี่ และ เลส ดิสควู เดอ ครีเปสคลู


 

รูปภาพ

   
   

ดูภาพทั้งหมด