|
 |
|
|
|
|
 |
 |
|
|
|
|
|
 |
|
|
|
เกี่ยวกับภาพยนต์ |
|
|
ข้อมูลงานสร้าง
"B13-U
Ultimatum"
|
"B13-U Ultimatum" ภาคต่อของ 13th District
กับความมันส์แบบไม่มีขีดจำกัด
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 15 มิถุนายน 2552
|
B13-U Ultimatum
บองลิเยอร์ สิบสาม บทสรุป
บองลิเยอร์ สิบสาม สองปีให้หลัง
มีการเปลี่ยนรัฐบาล
กำแพงอันโดดเดี่ยว ตั้งสูงตระหง่าน ใหญ่โต
และทอดยาวออกไป เหยียดยาวล้อมรอบเมืองเกตโต (ที่ชาวยิวอาศัยอยู่)
และก็มีแก๊งที่ตั้งท่าแผ่ขยายอิทธิพลในบริเวณนี้
เมืองถูกแบ่งออกเป็นห้าเขตทางเชื้อชาติ
แต่ละเขตถูกดูแลโดยหัวหน้าแก๊งค์ที่น่าเกรงขาม
มากไปกว่าที่เคยก็ยังมีการใช้ผงดินปืนในการแก้ปัญหาอย่างรุนแรง
ดาเมียน ตำรวจผู้เชี่ยวชาญทางด้านศิลปะการต่อสู้
และเลอีโต ผู้สามารถแฝงตัวในซอกมุมชานเมือง
ได้ช่วยกันสร้างเครื่องมือชิ้นใหม่ที่มุ่งรักษาไว้ซึ่งเมืองเชาวส์
โปรแกรมของพวกเขานั้นคือการต่อสู้ด้วยกำลัง
และคอร์สต่อเนื่องกิจกรรมการป้องกันตัวอย่างจริงจัง
การดำเนินงานสร้าง
ตั้งแต่วันแรกของการเปิดกล้อง ผมวางระเบิด เดวิด
แบล และ อาไลอาส์ เลอีโต เล่า
มันนำมาซึ่งบรรยากาศแก่ตัวหนัง
มันคือการเริ่มต้นของเรื่องราว
และมันก็กำลังจะดำเนินต่อไป จากนั้น
ผมได้ทำตามใจตัวเองโดยตรง
เพราะว่าพวกตำรวจมาถึงระหว่างที่ผมวางระเบิด
ไม่มีเวลาที่จะถกเถียงกัน
หรือแม้แต่ว่าอะไรเคยเป็นอะไร ผมทิ้งร่องรอยไว้
และอย่างไว และที่นั่นเอง ที่ผมคิดว่ามันโอเคแล้ว
(บองลิเยอร์ 13 อัลทิมาทัม)
ตอนสุดท้ายของ บองลิเยอร์ 13
เล่าเกี่ยวกับเรื่องราวของ ดาเมียน (ซีรีล
ราฟาเอลลี) และ เลอีโต (ดาวิด แบล)
ในแถบชานเมืองอย่างลำบาก
คนหนึ่งสัญญากับอีกคนว่าจะเปลี่ยงแปลงสิ่งต่างๆ
แต่ก็ไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง
สุดท้ายก็แค่เพียงนิดเดียว
ในวันนี้การให้บริการลับต่างๆ
ต้องการที่จะทำให้หายไป
ในจอซึ่งเหมือนในชีวิตจริงนั้น
ทั้งสองคู่หูพบว่าตัวเองต้องอยู่ภายใต้การไล่ล่า
ตั้งแต่ฉากแรกด้วยกันของพวกเขาตั้งแต่สี่ปี
มันร้อนระอุมาก
มีการกลับมาพบกันใหม่อย่างมีความสุขในเซอร์บี้
ซีรีลกล่าวอย่างเบิกบาน เนื้อหาน้อย มีการวิ่งหนี
ภายใต้การไล่ล่า และการหลบหนี
มันจะมีความตื่นเต้นตลอดเวลาในการหันไปตามเหตุการณ์ต่อเนื่องแรกๆ
เพราะเรารับสัญลักษณ์ของพวกเขามา
สิ่งนั้นมันทำให้ดาวิด
และผมดีใจทันทีที่ได้กลับมาเล่นด้วยกันอีกครั้ง
เราพูดกันว่า มันยอดไปเลย กับทุกๆ
คนที่เล่นในหนังเรื่องนี้
เรากำลังจะมีสิ่งที่ทำให้เราสนุกสนานกัน
พวกเราตั้งแต่ที่เราได้เล่นด้วยกัน
เราก็รู้ได้เลยว่ามันจะดำเนินไปอย่างราบรื่น
ดาวิดมั่นใจ
ผู้กำกับ พาทริก อเลสซองแดรง
คือผู้ควบคุมการดำเนินการของ บองลิเยอร์ 13
อัลทิมาทัม
ผู้กำกับตั้งใจที่จะทำให้เป็นหนังแอ็คชั่น ลุค
เบซซง ที่ผู้กำกับรู้จัก ตั้งแต่ เรื่อง
การต่อสู้ครั้งสุดท้าย (Le Dernier Combat)
มีการเสนอบทหนึ่งให้ลุค และไม่ใช่บทด้อยๆ
และบทต่อไปใน บองลิเยอร์ 13
ผมเป็นผู้กำกับมาหลายปีแล้ว
แต่ผมทำหนังเรื่องนี้ประหนึ่งว่าผมกำลังศึกษามันในโรงเรียน
และในการต่อสู้อย่างต่อเนื่อง ผมได้เร่งเวลาขึ้น
กระตุ้นอารมณ์
เซอร์บี้ เมืองสวรรค์
หกอาทิตย์ให้หลังของการเตรียมการ
จุดหมายคือเมืองเซอร์บี้ การถ่ายทำเริ่มที่เบลเกรด
วันที่27 ตุลาคม 2008
ทีมงานเดินเท้าจัดตั้งโรงหนังจากท่อนไม้หลายๆ
ท่อนให้เป็นตึกสถาปัตยกรรมต่างๆ โดยบันได
มีบริเวณหนึ่งที่กว้างพอประมาณ
และตกแต่งตามธรรมชาติอย่างสวยงาม ทั้งตึกต่างๆ
ลานจอดรถ โรงรถ สะพาน ทางใต้ดิน ถนน
และทางที่มืดมัว และหลังคาต่างๆ คำวิจารณ์จาก
ดาวิด แบล เมื่อเขาค้นพบทั้งหมดนี้ มันใช่เลย!
ทั้งหมดนี้
การตกแต่งเกือบจะสามสิบแบบที่แตกต่างกันไปนั้นถูกสร้างขึ้นมาในตัวอาคารทั้งหมด
และจังหวะของการถ่ายทำก็ให้ความเร็วในเรื่อง
หนึ่งหรือสองการตกแต่งที่ถูกใช้ในแต่ละวันในระยะเวลา
สามอาทิตย์ สำหรับฉากบู๊ เรามีโรงพยาบาล
ที่เป็นสถานที่เล่นแท้จริงสำหรับคนที่เล่นกีฬา
ปากูร์ (กีฬาชนิดหนึ่งที่คิดค้นขึ้นโดย ดาวิด แบล)
ทุกๆ วันที่สุดๆ ดาวิดยิ้ม
เซอร์บี้นำความสำเร็จใหญ่หลวงมาสู่หนัง พาทริก
อเลซซองแดรง เล่า เบลเกรด
มีบรรยากาศที่ไม่น่าเชื่อ เมื่อเราทำหนังหนักๆ
ภายใต้ความรุนแรงในแถบชานเมือง
เราจึงต้องทำการประกาศทางทีวี วิทยุ
และสื่อเพื่อเตือนผู้คนว่ามีระเบิดที่พร้อมจะระเบิด
จะมีไฟจากปืนอัติโนมัติ
มีเฮลิคอปเตอร์บินอยู่เหนือตึกของพวกเขา
ไม่เช่นนั้นผู้คนก็จะเกิดการแตกตื่น เป็นเวลาสิบปี
ที่ประเทศนี้ยังอยู่ในสงคราม
ช่วงเวลาหนึ่งที่ผมต้องเดินพร้อมๆ กับ เอเค 47
และผมทำเป็นอย่างดี แรพเปอร์ ลา ฟูอีน (La Fouine)
ผู้ซึ่งรับบทเป็นหัวหน้าแก๊งค์ เล่า ชายคนหนึ่งมาดูผม
ต้องไม่เดินไปมาจนเกินไป เพราะเราอยู่ในสงคราม
มันดูอันตรายเหมือนกันสำหรับคุณ เอเค - 47 ของผม
ผมก็เก็บมันไว้ทันที
หัวหน้าตกแต่งภายใน อูร์กูร์ ติซซองดิอาร์
มีจุดหนักในการสร้าง ลา บองลิเยอร์ 13
ชานเมืองหนึ่งปิดภายใต้ตัวมันเอง
โดยกำแพงใหญ่ที่ล้อมรอบ
ภายในเขาให้ชีวิตชีวาแก่เชื้อชาติทั้งห้า อาหรับ
คนดำ ชาวจีน พวกยิปซี และ ชาวพื้นเมือง
แต่ละชาติกับสีของเขา ผู้อาศัยของเขา รหัสของเขา
ความสมจริงของเขา เขาพบพวกยิปซีจริงๆ
บริเวณใต้สะพานเดินรถ และการลงทุน
สถานที่หนึ่งที่แปลกแต่จริงนั้นได้ผสานระหว่างความน่ากลัว
และความสวยงาม ศักดิ์ศรี และ เสรีภาพ พาทริก
อเลซซองแดรง ยอมรับ
ความจริงท่ามกลางความลวงที่ถูกสร้างขึ้นอีกครั้ง
สิ่งที่ซึ่งยอมรับที่จะรับรองสิ่งที่เหลืออยู่
เรายังมีสิ่งที่ต้องติดตามภายใต้ 500 m
กลิ่นขยะที่ทำให้ผู้คนประสาทเสีย
ผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านกระดาษ เด็กๆ
ที่ไม่มีรองเท้าใส่ พวกยิปซีที่ยอมเล่นเพิ่ม
และมองดูโลกที่เร่งรีบต่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
เลอีโต ถูกไล่โดย พวก ซุฟ (SUV)
ที่ประดังเข้ามาเต็มเมือง
คอร์สต่อเนื่องถูกประพันธ์โน๊ตดนตรีโดย ดาวิด และ
มิเชล จูเลียน ผู้ร่วมมือของรถยนต์สตันท์
มันเป็นการเดินตามตลาดแต่ในมุมมองที่เป็นมากกว่าความทรงจำ
อูกูร์ ติซซองดิเอร์ อธิบาย
ความมหาศาลของเครื่องประดับ ขยะ
สิ่งของที่คัดสรรแล้วคัดสรรอีก
เพื่อถูกขายพร้อมกับ การไล่ล่าผ่านทั้งหมดนี้
เราได้เพิ่มบ้านอีกหลายหลัง เพื่อทำลายมันกับ
พวกซุฟ (SUV)
เราได้ตระเตรียมบริเวณปลอดภัยสำหรับนักแสดงทั้งหลาย
และกลุ่มสตันท์แมนในบริเวณกองเนินของ
เราต้องเก็บทั้งหมด ขณะยกของขึ้นนั้น
เราเจอเศษแก้วจากขวด ชิ้นส่วนของทีวี
เศษเหล็กที่สามารถบาดเนื้อได้เลยทีเดียว
เราเก็บทุกอย่างเพื่อเคลียร์สถานที่สำหรับเหล่านักแสดงสตันท์แมน
นักแสดงสตันท์ หน้าใหม่
ความร่วมมือถาวร ระหว่าง อูกูร์ ติซซองดิเอร์ และ
ซีริล ราฟาเอลลี
ทุกวันอยู่ในการจัดการของการร่วมมือของเหล่านักแสดงสตันท์
ซีริลบรรยายถึงเหล่านักแสดงสตันท์ให้เขาฟัง
เขาให้มาทุกราคา ทุกขนาดความสูง
ขนาดพื้นที่ระหว่างวัตถุ จุดช่วยพยุงตัว
และจุดยกตัว การพัฒนาที่สำคัญสำหรับจุดกระโดดเท้า
หรือปิดฉากของตัวหนัง การตกแต่งแต่ละอย่าง ถูกคิด
และออกแบบสำหรับนักแสดงสตันท์
เราคำณวณตัวเลขให้ใกล้เคียงหน่วยเซ็นติเมตร
และอย่างละเอียด ภายใต้ความตื่นเต้น และอันตราย
ในความเสี่ยงที่จำกัดอย่างแท้จริงของเหล่านักแสดงสตันท์
ซีริลกล่าวอย่างมั่นใจ
แปดสิบเปอร์เซ็นต์ของนักแสดงสตันท์เล่นอย่างสมจริง
โดยปราศจากเทคนิคพิเศษ ซีริล และ
ดาวิดเลือกนักแสดงสตันท์ของตัวเอง
พวกเขารับสมัครนักแสดงสตันท์ ระหว่างสี่วัน
พวกเขาได้ทำการออดิชั่นนักแสดงถึง สี่ร้อยคน
ภายใต้การฝึกฝน การต่อสู้
และกีฬาพาร์กูร์ในแบบของเขาเอง
พวกเขาถูกให้อยู่ในกระท่อม
ด้านซีริลพร้อมกับเสื่อปูพื้น
และหุ้นส่วนอันน้อยนิดของเขา กับฝ่ายดาวิดกับ
โครงยกพื้น
และสิ่งกีดขวางเครื่องกีฬาพาร์กูร์ของเขา เพราะว่าไม่ใช่ทุกอย่างที่จะนำมาซึ่งไอเดียบรรเจิด
เมื่อคุณคือผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการเต้น
ซีริลย้ำ มันต้องมีคนที่ดีที่สามารถทำให้พวกนั้นเป็นจริงได้
และไอเดียเหล่านี้ ซีริลไม่พลาดมันเลยซักอัน ลุค
เบซซง ผู้เขียนบทละครก็ไม่ด้วย
ลุคกำหนดการต่อสู้ด้วยมือเปล่า ระหว่างดาเมียน
และคนจีนพวกหนึ่ง ท่ามกลางภาพของแวน โกะห์
ที่เขาจะต้องปกป้องด้วยความระมัดระวังที่สุด เมื่อลุคบอกผมว่า
ผมต้องต่อสู้โดยที่มือถือภาพ แวน โกะห์
ผมค่อนข้างกังวล
เพราะผมบอกตัวเองว่าผมมีข้อจำกัดแล้ว ซีริลระลึก
และจากนั้นผมก็เริ่มทำงานพร้อมกับภาพในมือ
ผมเห็นสิ่งที่ผมจะทำได้
และผมก็มีไอเดียอยู่สองสามไอเดียที่น่าสนใจ
แต่มันอยู่ในขั้นตอนการดูเทคนิคการซ้อนฟิล์มที่ผมเข้าใจสิ่งที่ลุคต้องการ
การไม่ปล่อยรูปภาพ มันส่งความรู้สึกตื่นเต้นเล็กๆ
ที่คนๆ หนึ่งต้องรักษาสิ่งๆ หนึ่งไว้
ตรงนี้ทำให้ตอนนี้มีความสมจริง และ มหัศจรรย์ขึ้น
ซีริลเก็บตัวสตันท์ดีๆ ที่ดาวิด
ฉากรถไล่ล่าฉากหนึ่งที่เขาลื่นไถลเข้าไปในช่องแคบๆ
ที่ทำให้ตกลงไปบนหลังคาเล็กๆ คมๆ
ที่แขวนไว้เพื่อว่าผู้ที่ไล่ตามเขาทั้งสองชนและตกลงไปในหลุม
สตันท์คนหนึ่งที่สับสนกับจังหวะของตัวเอง
และตำแหน่งของสตันท์อื่นๆ และเสร็จสิ้น
ที่นั่นอีกครั้งโดยปราศจากเชือกช่วยพยุง
ฟูกกลางแสงแดดสูงสี่เมตร
เพื่อช่วยรองรับตำรวจทั้งสองคน มันคือสิ่งสำคัญ
ดาวิดอธิบาย ถ้าหากผมผลักสูงเกินไป
หัวของผมก็อาจชนเข้ากับหลังคา
และผมคงจะหมุนติ้วทีเดียว ถ้าผมผลักไม่แรงพอ
ผมก็จะชนเข้ากับกำแพง ผมไม่ได้ลอง ถ้าได้หมุน
มันก็จะเป็นครั้งแรกที่ผมทดลองทำมัน เพราะว่า
ในกีฬาพาร์กูร์นั้น ผมเดินโดยสัญชาตญาณ
และร่างกายก็อยู่ในจุดสมดุล นี่คือใช้ความรู้สึก
มันคือวิธีของผม
วันที่ 19 พฤศจิกายน 2008
ใกล้สิ้นสุดของการถ่ายทำในเซอร์บี้
ทีมงานทั้งหมดมุ่งหน้าสู่ปารีสเพื่อจะเริ่มฉากอื่นๆ
ในตัวเมืองปารีส โอกาสสำหรับมิเชล
จูเลียนที่จะสร้างการทำลายของเรื่องราวแรกที่ 36
ท่าเรือออร์แฟบรอ กับรถยนต์คันหนึ่ง
สำหรับดาวิดที่จะเล่นบทโจรกรรมทางอากาศ
ตามทางยาวของศูนย์บัญชาการทหาร หรือสำหรับ
ซีริลที่จะคิดค้นการต่อสู้แบบใหม่
ผมค่อนข้างชอบชัตเตอร์ที่สองอันนี้
ซีริลกล่าวอย่างหนักแน่น เมื่อมันเป็นการต่อสู้
กีฬาพาร์กูร์ หรือการไล่ล่า
ผมพบว่ามันมีการพัฒนาอย่างแท้จริงผ่านทางการเชื่อมโยงในตอนแรก
ชาวปาริ (ชนเผ่าในซูดาน) วางท่อนไม้ให้สูงขึ้น
ลึกขึ้น สวยงามขึ้น และผมคิดว่าเราก็ทำสำเร็จ
ผมคิดว่าผู้คนจะชอบมันเพราะทำมาเพื่อทุกๆ คน
เราได้รับการยอมรับจากสาธารณะชน
เขาอยู่ที่นั่นครั้งแรก
และเราต้องการให้เขาสนุกในการค้นพบไอเดียใหม่ๆ
ความคิดสมัยใหม่
การดำเนินการสร้างของ ลุค เบซซง
นั้นมีขนบอันยาวนานที่เชื่อมโยงกับเพลงเพื่อกลุ่มดั้งเดิมของพวกเขา
และความร่วมมือของศิลปินหน้าจอ บองลิเยอร์ 13
อัลทิมาทัม ไม่เคยหนีไปจากกฎ สำหรับผู้รับรอง
ซีริล และดาวิด
ชื่อของแรพฝรั่งเศสที่เป็นที่รู้จักก็อยู่ในรายชื่อนักแสดงด้วย
ทุกแบบมีโลกแบบหนึ่ง มีความเรียบง่าย
และเหมือนกันที่แต่ละจังหวะในชนิดของพวกเขา
นี่เป็นศิลปินสมบูรณ์แบบ พาทริก อเลซซองแดรงย้ำ พวกเขารู้จักเล่น
รู้จักการขยับตัว
และส่วนตัวพวกเขาเองก็มีความต้องการแท้จริงที่จะให้
ไม่มีใครในหมู่พวกเขาที่ไม่สามารถร้องเพลงเล็กๆ
ในหนังได้
แต่สิ่งนั้นไม่ได้ห้ามพวกเขาไม่ให้กระทำทั้งสองสิ่ง
กับเรื่อง La Fouine
เราสนุกที่จะทำการร่ายกลอนเล็กๆ แบบสดๆ เจมส์
เดออาโน ผู้ที่รับบทเป็นหัวหน้าแก๊งค์เล่า เราให้คำระหว่างกัน
และ เราก็ต้องสร้างจังหวะคำทั้งสี่ให้เหมือนกัน
มันคือบทกลอน จากบทกวีแบบร็อคๆ
แรพเปอร์สามคนแปล สามจากห้าหัวหน้าแก๊งค์ของ ลา
บองลิเยอร์
คิว ของ มัค ชอง กั๊บ หนึ่ง
ที่ได้เล่นในบองลิเยอร์ 13 เขารับบทเป็นโมลโก
หัวหน้าแก๊งค์คนผิวดำ ผมเฆี่ยนตีทุกคนที่มีให้กำจัด
อย่างขัดกับกฎหมาย และถ้าคนไหนไม่ผ่านผม
ผมก็จะระเบิดใส่เขา
แรพเปอร์นั้นมีการปฏิบัติตัวที่น่าเกรงขามของลำดับเหตุการณ์ต่างๆ
ในฉากหนึ่งของการต่อสู้
คุณจะพบกับผู้ชายหนึ่งหรือสองคน แต่ไม่ใช่สำหรับ
ซีริล ของเขาเจอเป็นหกคน ผมจะดีใจสุดๆ
ถ้าต้องต่อสู้กับชายถึงหกคน
ลา ฟูอีน (La Fouine) ที่เล่นโดย อาลิ เค
หัวหน้าแก๊งค์ของชาวอาหรับ ทุกๆ วัน
เขามาพร้อมกับไอเดียใหม่ๆ พาทริก อเลซซองแดรงเล่า
เหมือนกับการถ่มน้ำลาย
และนำมาซึ่งสัญลักษณ์ประจำตัวของเขา
เทคนิคที่เกิดขึ้นเสมอๆ ลาฟูอีน
ชอบการชกต่อยเขาก็ด้วย ซีริลสอนศิลปะการต่อยมวยไทยให้แก่ผม
ผมทุ่มสุดตัวจนกระทั่งได้แผลฟกช้ำถึงหนึ่งสัปดาห์
แต่ว่าฉากต่อสู้ของผม
เนื่องจากว่าผมไม่ใช่นักแสดงอาชีพ
บางทีผมเผลอชกจริงต่อยจริงกับพวกกองทหาร
และพวกกองตำรวจ กระแทกหลายครั้งด้วยเข่า ที่เอว
และการปะทะเล็กๆ น้อยๆ อื่นๆ
หลังแต่ละครั้งที่พลาด ผมก็จะไปหาพวกเขาไปบอกว่า ผมขอโทษ
ผมกะไม่ถูก พวกเขากลับหัวเราะ
พวกเขาเจ็บไปทั้งตัวแต่พวกเขาก็ยังยิ้มได้
เจมส์ เดออาโน รับบทเป็น กัล หัวหน้าแก๊งค์สกินเฮด
ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจที่คาดไม่ถึง
สำหรับเขา จริงๆ
แล้วผมไม่ได้เป็นแบบบทการเต้นของฝรั่งเศสที่ผมได้
แรพเปอร์ชาวเบลเยี่ยมสารภาพ มันเริ่มจากที่พาทริก
อเลซซองแดรง อธิบายทุกอย่างให้ผมฟัง
และผมก็บอกว่า มันคือเปลือกนอก ไม่ใช่ ไม่ใช่
ไม่ใช่ แต่มันคือบทในหนัง
มาเพื่อจะออกจากการเป็นตัวเองเพื่อจะเล่นเป็นคนอื่น
เมื่อผมมีบทเพียงเล็กน้อย
ผมก็ไม่สามารถเข้าใจได้ถึงบทบาทของนักแสดงอย่างแท้จริง
ในหนังเรื่องนี้ทุกอย่างที่ผมเล่น
มันคือการแข่งบอล
และมากไปกว่านั้นผมต้องเรียนรู้ในการแข่งบอลด้วย
สำหรับลักษณะของตัวหัวหน้าแก๊งค์สองคนสุดท้าย
พาทริก อเลซซองแดรง ใช้สองนักแสดงวัยรุ่น
เอโลดี ยัง แสดงเป็น เถา หัวหน้าแก๊งค์คนจีน
นักแสดงสาวสามารถออกท่าทางเฉพาะตัว
เพื่อต่อสู้ด้วยเชือกปมยาวที่จบได้ด้วยความคมเยี่ยงดาบ
ซีริลได้ค้นพบเทคนิคมากมาย
และไอเดียที่เชื่อมกับลักษณะของฉัน
นักแสดงตลกสาวย้ำ ภาระกิจค่อนข้างที่จะเรียบง่าย
ประหนึ่งว่าฉันได้รับการพัฒนาอย่างมาก
ฉันต้องสู้ขณะที่ฟังเพลงไปด้วย
มันให้ความรู้สึกที่ลื่นไหลเพียงพอในท่าทาง
ความเชื่องช้าพอประมาณ คล้ายกับร่ายรำไปพร้อมๆ
กับอาวุธที่อยู่บนปลายเชือก
มันให้ภาพของความคมกริบ และการม้วนตัว
ที่ซึ่งสวยงามมากๆ
ฟาบรีซ เฟลซิงเชอร์ รับบท ลิตเติ้ลมอนทาน่า
หัวหน้าแก๊งค์ของชาวยิปซี เขารับสำหรับ อัล
ปาซิโน นักแสดงอธิบาย เขาได้ดูเรื่อง สการ์เฟซ
มันชัดเจน และมันก็เป็นอาวุธที่คาดไม่ถึง
เขาพร้อมที่จะฆ่าทุกคนและทันที ฟาบรีซ
เฟลซิงเชอร์ เล่นกับชาวยิปซี ที่เบลเกรด
ท่ามกลางอณาเขตของพวกเขา มันมีเป็นหลายๆ
ครอบครัวใหญ่ และฉันเป็นหัวหน้าแก๊งค์ของยิปซี
และเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ใช่ชาวยิปซี
ฉันต้องเลียนแบบอะไรหลายๆ อย่าง คุณเป็นหัวหน้านะ
อ๊ะ ฮ่า ฮ่า การเป็นหัวหน้าไม่ใกลเกินเอื้อมหรอก
คุณค่าทั้งสองสิ่งที่แน่นอน
ผมอยากให้ใน บองลิเยอร์ 13 อัลทิมาทัม
มีนักแสดงตลกที่มีคุณภาพคับจอ พาทริก
อเลซซองแดรงกล่าว และก็มีโอกาสถึงสองครั้งโดยอัติโนมัติ
ซึ่งทำให้ผมขนลุก
ดาเนียล ดูวาล ได้ตกลงที่จะเล่นบท วัลเตอร์ กาสมาน
ชายลึกลับที่นำมาซึ่งความโชคร้ายในชานเมือง(บองลิเยอร์)
เมื่อดาเนียลตัดสินใจรับบทในหนัง บองลิเยอร์ 13
อัลทิมาทัม มันสุดยอดมากสำหรับทีมงานทั้งหมด
พาทริกเล่าต่อ ผมได้ค้นพบนิสัยที่แสนดีอย่างไม่น่าเชื่อ
ความเป็นมืออาชีพอย่างมาก
เป็นนักแสดงที่ไม่มีที่ติ
มันคือความหวังสูงสุดที่ผมวาดฝันไว้สำหรับหนังเรื่องนี้
และฟิลิปเป ตอร์เรอตง
ผู้สวมเสื้อผ้าของประธานาธิบดีรีพับบลิก มันเป็นบทที่ยากที่จะเล่น
เพราะมันต้องวางตัวให้ดูสุขุม
ผู้รับบทนี้กล่าวเน้น นักแสดงมากมายมี
แต่พวกเขาไม่เชื่อมั่นในการสับตำแหน่งในการจัดวางกราฟฟิคเคลื่อนไหว
ฟิลิปเปใจดีกับทีมงานทุกคนเป็นอย่างมาก
เขาอยากจะทำหนังให้สมบทแต่ลูกชายของเขาก็เป็นแฟนตัวยงของบองลิเยอร์
13 ภาคแรกด้วยเช่นกัน โดยตัวฟิลิปเป โตเรอตง
เองนั้นเขาบอกตัวเองว่าเขาประทับใจกับการทำงานของนักแสดงตลก
และตัวสตันท์วัยรุ่นทั้งสองคน
และขณะเดียวกันก็มีความเครียดในการเล่นบทประธานาธิบดีรีพับบลิกอยู่ไม่น้อย
มันง่ายที่จะเขียนบุคลิกลักษณะที่สมจริงทุกกระเบียดนิ้วของประธานาธิบดีในหนังแอ็คชั่น
ประธานาธิบดีคือผู้ที่ต้องรู้จักรักษาความดี
แต่จะต้องยุ่งมาก ต้องกระตือรือร้นตลอดเวลา
เขามอบหมายงานมากมาย
แต่รอบตัวเขาก็ไม่ได้มีแต่คนดีๆ
เขาไม่ได้ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการศึกษา
และเมื่อเขาต้องกลับมาเผชิญหน้ากับสถานการณ์ลำบาก
จะเล่นหรือไม่เล่นในบองลิเยอร์มันก็สายไปแล้ว
แต่ละความสมจริง
พาทริก อเลซซองแดรง
ทำการแคสนักแสดงของเขาโดยมีต้นแบบของชานเมือง
เขาพบกับนักแสดงสี่ร้อยคน ในหนังผมมีระดับนักแสดงต่างๆ
และสองระดับที่เป็นคนจากชานเมืองแท้จริง
นักแสดงที่ยังสด ทำให้ผมมีแรงกระตุ้นต่อตัวหนัง
ที่จะมองทุกๆ
ลักษณะของชานเมืองเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์
ในแต่ละส่วนของจักรวาลของมันที่นำมาซึ่งความมั่งคั่งของตัวบทสนทนาที่นักแสดงคนหนึ่งไม่สามารถมองเห็นได้
มันมีความต้องการที่จะทำหนังเรื่องนี้กับลุค
เรื่องราวของ บองลิเยอร์ 13
แต่เมื่อผมคนพบผู้ชายคนนี้
มันทำให้ผมต้องการที่จะไปค้นหาให้ลึกซึ้งกว่านี้
เพื่อที่จะมองว่าเขาคือใครที่ให้บทที่แท้จริงแก่พวกเขา
และจากนั้น ผมก็ไม่ต้องการหนังของบีดี
ผมต้องการให้หนังเรื่องนี้มันถูกทิ้งให้จมอยู่ในแต่ละความสมจริง
ผมต้องการให้เราบอกกับตัวเองว่า มันสามารถมีอยู่ได้ในชานเมือง
ระวังว่ามันจะเกิดขึ้นได้
ไม่ได้เป็นแค่จินตนาการของใครบางคนเท่านั้น
มันเป็นบางสิ่งที่เป็นไปได้ และเป็นความจริง มันคือสิ่งที่พวกเราๆ
ต้องสู้ทุกๆ วัน ที่มีอยู่ในหนัง มัค ชอง กั๊บ 1
ย้ำ บองลิเยอร์ 13 อัลทิมาทัม
คือกระจกสะท้อนสังคมของเราเอง
ลงรายละเอียดลึกลงไปอีก มันเป็นหนังแอ็คชั่นสำหรับวัยรุ่น
ด้วยบรรยากาศแบบคอมเมอดี้
แต่มันเฉียดไปทางความเป็นจริงที่เป็นไปได้
ฟิลิปเป ตอร์เรอตงเล่า มันคืออนาคตที่เราไม่ต้องการให้เกิดในชานเมืองของเรา
ยังไงก็ตามมันก็มีกลิ่นอายความจริงกับการอาศัยอยู่เฉพาะกลุ่ม
เขตที่จำกัดสิทธิ และกฏหมู่ของแก๊งค์ ลุค
เบซซงไม่ได้สร้างอะไรขึ้นมาเลย
พื้นฐานที่เป็นไปได้ของเรื่องนี้คือความสมจริง
ห้าเขต ห้าแก๊งค์
แก๊งค์ อาหรับ
เขตชาวอาหรับคือเมืองที่เก่าแก่
ที่ซึ่งเต็มไปด้วยอาวุธ ท่ามกลางเครื่องเทศ
และพ่อค้าพรม พวกนี้เสพชิชา มือหนึ่งถือแก้วชา
ในขณะที่อีกมือถือเอเค 47 คนแก่ในดีเชลาบาส์ ผลิต
เกอบับ และพวกหนุ่มสาวในซูร์เวท์ นิเกผลิตระเบิด
พวกผู้หญิงคลุมหน้าด้วยผ้าคลุม
ที่นี่เราทำเครื่องประดับ ทั้งของจริง และของปลอม
หัวหน้า อาลิ เค
วัยสามสิบปีเต็มที่มีแผลเป็นใหญ่บนใบหน้า
ผู้โหดร้ายอย่างแท้จริง ผู้ที่ดำรงชีวิตด้วยการฆ่า
เขาจู่โจมได้อย่างง่ายๆ
แก๊งค์คนดำ
ระหว่างค่ายทหาร กับเดโก รัสตา และ และ
ชุมชนชาวผิวดำเป็นเมืองโมกาดิสซิโอเล็กๆ
เป็นเขตต้องห้ามสำหรับเหล่าตำรวจ
ที่นี่นั้นจะรู้สึกราวกับว่าไม่ได้สวมเครื่องแต่งกายหากปราศจากอาวุธปืน
ท่ามกลางการแวะที่โรงผลิตอาวุธสองครั้ง
ผู้ก่อสงครามผิวดำใช้ประโยชน์จากห้องยิม
หรือห้องสูบบุหรี่ ที่นี่ เราต้องจัดการทุกอย่าง
ยาเสพติด อาวุธ และระเบิดสงคราม
หัวหน้า โมลโก
วัยสี่สิบที่เต็มไปด้วยกล้ามเป็นมัดๆ
หัวสวมเขาทอรัส และหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น
รอยหนึ่งต่อหนึ่งศพ เขาเลิกที่จะนับมันแล้ว
เขาเก่งการใช้มีดใหญ่ และชอบการยิงจรวดด้วย
แก๊งค์ชาวจีน
เขตชาวจีน ท่ามกลางความทันสมัยของศตวรรษที่21
และชาติตะวันออก ศูนย์กลางการค้าต่อพวกอั้งยี่
แม้จะมีความรุ่งเรืองของห้างเสื้อมาโตส
และห้างเครื่องใช้ในครัวต่างๆ
ทว่าตามซอกมุมเมืองก็มักจะมีชามข้าววางไว้ให้คนยากจนเสมอ
ที่นี่มีทั้งเรื่องยาเสพติด
กระทั่งห้องทดลองใต้ดินผิดกฏหมายของศตวรรษที่ 13
ในปารีส และ การปล้นสดมภ์
หัวหน้า เถา วัยเกือบสามสิบ
สักแทตทูที่เท้าเป็นเกียรติยศของแก๊งค์สามคน
นุ่งกระโปรงผ้าไหมสั้น หรือขนสีดำ
เธอต่อสู้พร้อมกับฟังไอพอด
อาวุธลับของเธอคือคมดาบที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผมเปียสวย
แก๊งค์ยิปซี
ย่านชาวยิปซี มีทั้งท่อ และถังจุน้ำมัน
หมูเป็นตัวถูกแขวนไว้ ขยะกองมหึมา กระท่อมผุพัง
และระเบิดเป็นตันๆ ใต้ดิน
ความสุขอาจมีอยู่ในครอบครัว มีดเหน็บไว้ที่เอว
และฟันปลอมในปาก ที่นี่มีทั้งเรื่องยาเสพติด
มีการจัดต่อสู้สุนัข ชนไก่ อิกัวน่าสู้กัน
และการสู้ของงู และมีการพนันในแต่ละเกมส์
หัวหน้า ลิตเติ้ล มอนทานา ระหว่าง อัล ปาซิโน
ของสการ์เฟซ (Scarface) และ โจเอ เปซซิ จาก ลาเม
ฟาทัล 2 (LArme fatale 2) ความวิตกกังวล
ความหน้าไหว้หลังหลอก
เขาเกิดมาพร้อมกับหัวใจของการต่อสู้
แก๊งค์ สกิน
ย่านชาวสกิน ธงของพวกเขามีทั้งสีฟ้า และสีขาว
และหัวที่ตัดทรงสกินเฮด
พวกเขามักจะนั่งฆ่าเวลาบนโซฟาโดยเปล่าประโยชน์
พารอตไวเลอร์ และพิทบุล ตัวโปรดไปเดินเล่น
และโกนหัว เว้นผมไว้สองปอยตามแบบ เอส เอส (S.S)
และ พวกเขาไม่สนใจต่อหน้าตา
ที่นี่มีแต่ความเป็นปรปักษ์
หัวหน้า คาล สกินตามธรรมเนียม ดอค มาร์ตอง สีดำ
มาร์เซล และแทตทูระหว่าง พลังสีขาว
และกากบาทแบบนาซี โกนหัว ดวงตาที่ชั่วร้าย
เขาไม่ค่อยพูดมากนัก และชอบการแข่งบอล เซียก เอล!
หน้ากล้อง
ซีริล ลาฟาเอลลี (ดาเมียน)
นักแสดง สตันท์ การเต้นต่อสู้
ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการป้องกันตัว ซีริล
ราฟาเอลลี เข้าไปเพิ่มในกองตำรวจ ตั้งแต่อายุ หก
ขวบ
เขารู้จักศิลปะการป้องกันตัวจากพี่ชายทั้งสองของเขา
และพวกไม่ว่า นันชากัส และคาราเต้ โชโตกัน
ก็ไม่เป็นเรื่องลับสำหรับเขาอีกต่อไป เมื่ออายุ
สิบสี่ปี เขาเข้าเรียนที่ เซิรก ดานนี ฟราเตลลินี
ที่ซึ่งเขาได้พัฒนาความสามารถทางกายกรรมเพื่อนำไปใช้ในงานของครอบครัวของเขาที่เป็นคณะละครสัตว์
เหมือนกับ พวกฟราเตลลินี พวก บูก์ลิออน
และพวกซาวัตตา ในปี 1990
มุมมองของเขาเปลี่ยนไปสู่ศิลปะการละคร และหนัง
เขาเข้าเรียนคลาสคอมเมอดี้ เรียนเต้น และร้องเพลง
และในที่สุดเขาก็ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในฉากของหนังมิวสิเคิล
เดส เพรซิเออส ริดิกุล (des Precieuses ridicules)
ที่ความความถนัดทางกายภาพได้นำเขาไปสู่การเป็นสตันท์
และ การกายกรรม เขาเริ่มเป็นที่รู้จักในจอทีวี
และหมู่คนแปลกหน้า ที่ซึ่ง โลรอง บัฟฟี
ในหมู่สตันท์ของโปรแกรมทีวีของพวกเขา
ก่อนที่จะเซ็นสัญญาเล่นเบื้องหลังกว่าสามสิบเรื่อง
ให้กับโปรแกรมโอซง (Osons) ของ พาทริก เซบาสเตียน
เขาได้รับบทใน ดวงดาวสีดำ (Etoile noire)
ในเวอร์ชั่นปี 1993 ของสตาร์มาเนีย
ในที่สุดก็มีหนังจอยักษ์ที่สนใจในความสามารถการเป็นสตันท์ของเขา
ในปี 1996 กับหนังเรื่อง ฟาลเล ปาส์ (Fallait
Pas!) ของ เชราด จุงโน
เขาเชื่อมผลประโยชน์ของการเป็นสตันท์ สตันท์ตำรวจ
และศิลปะการร่ายรำต่อสู้ ขณะเดียวกันนี้เอง
เขาก็ยังคงรักษากิจกรรมกีฬาระดับสูงของศิลปะการป้องกันตัว
และได้รับรางวัล และเหรียญทอง กระทั่งปี 1999
ที่เขาได้ละทิ้งการแข่งขันเพื่ออุทิศตนให้กับศิลปะของศตวรรษที่เจ็ด
ที่ซึ่งเขาได้พบกับ ลุค เบซซง ในเรื่อง ฌาน ดาร์ก
ตั้งแต่นั้นเขาก็นำตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วมในการทำหนังของยูโรปาคอร์ป
มากขึ้น เขารับบทสตันท์
ใช้ศิลปะการเต้นในฉากต่อสู้หลายฉาก และเล่นหลายบท
ที่สำคัญมากขึ้นมากขึ้น และมีชื่อเสียงในเรื่อง
เลอ เบซเซ มอร์เตล ดู ดรากอง (Le Baiser Mortel Du
Dragon), บองลิเยอร์13 (Banlieue 13) และ ดาย
ฮาร์ด 4 (Die hard 4): เรอตูร์ ออง อองแฟร์ (Retour
en enfer)
ผลงานสร้างชื่อ
นักแสดง, นักแสดงร่วมของกองสตันท์ หรือ และ
นักแสดงสตันท์
2008 LIncroyable Hulk de Louis LETERRIER 2007
Die Hard 4 : Retour en enfer de Len WISEMAN
Hitman de Xavier GENS
2005 Angel-A de Luc BESSON Le Transporteur 2 de
Louis LETERRIER 2004 Banlieue 13 de Pierre MOREL
Les Rivières pourpres 2 Les Anges de
lApocalypse dOlivier DAHAN 2002 Astérix &
Obélix : Mission Cléopâtre dAlain CHABAT Le
Transporteur de Corey YUEN 2001 Le Baiser mortel
du dragon de Chris NAHON Le Pacte des loups de
Christophe GANS 2000 Taxi 2 de Gérard KRAWCZYK
1999 Jeanne dArc de Luc BESSON 1998 Ronin de
John FRANKENHEIMER LHomme au masque de fer de
Randall WALLACE Les Visiteurs 2 Les Couloirs
du temps de Jean-Marie POIRE 1997 La Vérité si
je mens ! de Thomas GILOU 1996 Fallait pas !...
de Gérard JUGNOT
ดาวิด แบล (เลอีโต)
ผู้คิดค้นกีฬา พาร์กูร์ ศิลปะการเคลื่อนไหว
กลางเมือง ตามรอยเท้าบิดาของเขา เรย์มอน แบล
และปู่ของเขา กิลแบรท์ กิตตอง ดาวิด แบล
เข้าร่วมเป็นทหารดับเพลิงในปารีส และ
กองทัพทหารเรือ ที่เมือง วานนส์ (56)
ด้วยจิตวิญญาณที่รักอิสระของเขากับการเป็นทหารทางใกล
เขาหันกลับมาสู่ชีวิตศิวิไล
และหันมาทุ่มเทให้กับงานเล็กงานน้อยทั่วไป เดินทาง
และเริ่มฝึกฝนศิลปะการป้องกันตัว
ขณะเดียวกันนี้เอง ดาวิด แบล ได้พัฒนากีฬาพาร์กูร์
ศิลปะที่เขาได้รับต่อมาจากบิดา
ฉายวีดีโอเพื่อทำให้กฎกติกาของเขาเป็นที่รู้จักทั่วไป
และเป็นการแนะนำ ผู้สนับสนุนทั้งหลาย (ยามากาชิ
ในอนาคต) เริ่มแรกเขาไม่ได้เป็นนักแสดงหนัง
แต่เป็นจอทีวี
และในสื่อสิ่งพิมพ์ก่อนที่จะดูหนังที่ซึ่งเปิดโอกาสให้เขาเข้าสู่จอ
เขาได้รับการสนับสนุนจาก ลุค เบซซง
ผู้ซึ่งแนะนำเขากับ ซีริล ราฟาเอลลี
และผู้ที่เสนอบทแรกใน เรื่อง บองลิเยอร์ 13
ให้แก่พวกเขา
ผลงาน
นักแสดง, นักแสดงร่วมของกองสตันท์ หรือ และ
นักแสดงสตันท์
2008 Babylon A.D. de Mathieu KASSOVITZ 2005 Le
Transporteur 2 de Louis LETERRIER 2004 Banlieue
13 de Pierre MOREL Les Rivières pourpres 2 Les
Anges de lApocalypse dOlivier DAHAN 2002
Intervention divine dElia SULEIMAN Femme fatale
de Brian DE PALMA 2001 LEngrenage de Franck
NICOTRALE
ฟิลิปเป ตอเรอตง (ประธานาธิบดี รีพับบลิก)
เขามุ่งไปทางอาชีพตำรวจสารวัตร
แต่กลับประสบความสำเร็จในการเข้าโรงเรียนศิลปะการละครของปารีสในปี
1987 ขณะเดียวกันในปีทองของเขาในคอมเมอดี้
ฝรั่งเศส (1990-1998)
ที่เขาได้เข้าไปตามคำแนะนำของ ดาเนียล เมสกูอิช
อาจารย์ศิลปะการละครของเขาในยุคนั้น
เขาพัฒนาอาชีพตัวเองบนจอยักษ์ เริ่มจาก เรื่อง
แดร์นิเยร์ เรอการ์ด (Dernier Regard) ของ ฟิลิปเป
กงดรอยเยร์ ผู้กำกับ แบร์ตรอง ตาแวร์นิเยร์
นำเขาเข้าสู่โรงหนัง ในเรื่อง เลอ มาลาด
อิมาจิแนร์ (Le Malade imaginaire)
และให้มั่นใจกับบทสี่บทหลักในหนังของเขา
ตำรวจนายหนึ่งใน L.627, หัวหน้าตำรวจในเรื่อง
LAPPAT, ทหารที่ตกอยู่ในสงครามในเรื่อง (Capitaine
Conan),
ที่การแสดงของเขาต่อตัวละครสำคัญแต่ละตัวนั้นทำให้เขาได้รับรางวัลนักแสดงดีเด่นในงานประกาศรางวัลเซซาร์
และผู้กำกับของโรงเรียนแม่เผชิญกับความลำบากทางสังคมทางเหนือของฝรั่งเศสในเรื่อง
Ca Commence Aujourdhui
นักแสดงได้ฝึกฝนความสามารถของเขาในละครชีวิต เท่าๆ
กับ ละครโรแมนติก คอมเมอดี้ หรือ หนังสั่นประสาท
และความปีติยินดีหลากหลายในละคร แอบรักในเรื่อง
Felix Et Lola นโปเลอง ในเรื่อง Monsieur N.,
ผู้ดูแลประภาคาร แต่ใจเด็ดเดี่ยวในเรื่อง
LEquipier, ความวิตกกังวลของสามี
และบิดาของครอบครัว ในเรื่อง Corps A Corps, ฌอง
บับติสต์ โกลแบรต์ ในเรื่อง Jean De La Fontaine,
Le Defi หรือ ยังมีชายที่หมดหวัง
และหนีไปในตอนท้ายของคาซัลสถาน ในเรื่อง Ulzhan.
ผลงานสร้างชื่อ
2008 Ulzhan de Volker SCHLONDORFF 2006 Jean de
la Fontaine, le défi de Daniel VIGNE 2005 Les
Chevaliers du ciel de Gérard PIRES 2003
LEquipier de Philippe LIORET Corps à corps de
François HANSS 2002 Monsieur N. dANTOINE DE
CAUNES 2001 Les Vertiges de lamour de Laurent
CHOUCHAN 2000 Félix et Lola de Patrice LECONTE
1998 Ca commence aujourdhui de Bertrand
TAVERNIER 1996 Capitaine Conan de Bertrand
TAVERNIER 1995 LAppât de Bertrand TAVERNIER
1994 LAnge noir de Jean-Claude BRISSEAU 1993
Une nouvelle vie dOlivier ASSAYAS 1992 L.627 de
Bertrand TAVERNIER 1991 La Neige et le feu de
Claude PINOTEAU 1990 Dernier regard de Philippe
CONDROYER
ดาเนียล ดูวาล (วาลเตอร์ กาซมาน)
หน้าของเขามีลักษณะงองุ้มคล้ายง้าว
และถูกกำหนดชีวิตให้เกิดมาเพื่อตีความผู้ที่อยู่ในด้านมืดที่อันตรายมากกว่าการรู้ความจริง
ที่อยู่ในหนังของเขา หรือที่อยู่ในหนังเรื่องอื่นๆ
ดาเนียล ดูวาล
ได้เริ่มอาชีพในการแสดงหนังโดยการสร้างหนัง
หลังจากการทำหนังสั้นเรื่อง Le Voyage De Clovis
เขาก็ได้ปล่อยหนังยาวเรื่อง Le Voyage Damelie
ออกมาทันที ซึ่งมีตัวละครสะเปะสะปะห้าตัว
หญิงชราตัวเล็กๆ ที่ยากไร้ และ นักเดินทางรอบโลก
ในหนังเรื่องอื่นๆ คอมเมอดี้ หนังสืบสวนสอบสวน
หนังชีวิต และหนังรักต่างๆ แม้แต่หนังชีวประวัติ
เรื่อง Temps Des Porte Plumes ของเด็กวัย
เก้าขวบที่ถูกลักพาตัวไปจากพ่อแม่
และถูกนำไปทิ้งไว้ในครอบครัวในชนบท
ในส่วนหน้ากล้องนั้น ดาเนียล ดูวาล
ชอบหนังสืบสวนสอบสวน และหนังเขย่าขวัญ
การรับบทแรกๆ นั้น เขามักจะได้รับบทฝ่ายผู้ร้าย
มากกว่าฝ่ายตำรวจ และมักจะเป็นหนังความรุนแรง
เช่นเป็นแมงดาที่ร้ายกาจ ในเรื่อง La Derobade
อาชญากรที่มีแต่ความแค้นในเรื่อง Le Bar Du
Telephone ผู้ทรงอิทธิพลค้ายาในเรื่อง Le Juge
หรือยังได้รับบทเป็นหนุ่มเจ้าเสน่ห์ และซาดิส
ในเรื่อง Si Je Taime Prends Garde A Toi
แต่เขาก็รู้จักการเล่นให้ขัดแย้งทางอารมณ์เช่น
สามีที่ทุกข์โศก และพ่อที่ขัดแย้ง ในเรื่อง Y
Aura-T-Il De La Neige A Noel? (อี โยคา ติล เดอ
ลา แนช อะ โนเอล?) สถาปนิกผู้ฆ่าตัวตาย
บนร่องรอยของการจากไปในเรื่อง Le Vent De La Nuit
(เลอ วอง เดอ ลา นุย)
ที่พ่อของเขาไม่เคยแสดงความรักกับลูกชายของเขาในเรื่อง
Le Temps Qui Reste (เลอ ตอง กี เคส)
หนังสร้างชื่อ
ผู้กำกับ, นักเขียนบท
2005 Le Temps des porte-plumes 1982 Effraction
1981 LAmour trop fort 1979 La Dérobade 1976
LOmbre des châteaux 1974 Le Voyage dAmélie
Acteur 2009 Plus tard du comprendras dAmos
GITAI 2007 Le Deuxième Souffle dAlain CORNEAU
3 Amis de Michel BOUJENAH Gomez vs Tavarès de
Gilles PAQUET-BRENNER et Cyril SEBAS
2006 Le Temps des porte-plumes de Daniel DUVAL
Cest beau une ville la nuit de Richard
BOHRINGER 2004 36, Quai des Orfèvres dOlivier
MARCHAL
Le Temps qui reste de François OZON Caché de
Michael HANEKE
2002 Gomez et Tavarès de Gilles PAQUET-BRENNER
2002 Le Temps du loup de Michael HANEKE 2001
Total Kheops dAlain BEVERINI 1998 Le Vent de la
nuit de Philippe GARREL 1998 Si je taime prends
garde à toi de Jeanne LABRUNE 1997 Jirai au
paradis car lenfer est ici de Xavier DURRINGER
1989 Stan the Flasher de Serge GAINSBOURG 1985
Les Loups entre eux de José GIOVANNI 1984 Un Eté
denfer de Mickael SCHOCK 1983 Le Juge de
Philippe LEFEBVRE 1981 LAmour trop fort de
Daniel DUVAL 1980 Le Bar du téléphone de Claude
BARROIS 1979 La Dérobade de Daniel DUVAL 1977 Va
voir maman... Papa travaille de François
LETERRIER 1975 LAgression de Gérard PIRES 1974
Le Voyage dAmélie de Daniel DUVAL
เอโลดี ยัง (เถา)
เมื่อหัวหน้าคนหนึ่งได้พาเธอเข้าไปดูในผับ เอโลดี
ยัง ก็ได้ลงในละคร ซิทคอม เรื่อง La Vie devant
nous ที่เสนอเรื่องราวความรักของกลุ่มเด็กมัธยม
เธออายุได้ยี่สิบปี และเรียนคณะนิติศาสตร์
ในปีของการเป็นคาราเต้ ได้ผลักดันให้เกิดโปสเตอร์
เรื่อง Fils Du Vent ที่พัฒนา ยามากาซิซ
เธอเล่นเป็นพี่สาวของหัวหน้าแก๊งค์ที่รับใช้ยากูซ่า
เธอเข้าร่วมกับ โลรอง บอคโกลินี (Laurence
Boccolini) ในหนังชุดเรื่อง Mademoiselle Joubert
(มาดมัวแซล ชูแบรต์)
เป็นบทคุณครูที่อ่อนโยนเป็นวัยรุ่นที่ไม่รอบคอบ
และไปใกลก่อนที่จะถูกผูกไว้กับหนังชุดอื่น Les
Bleus ในส่วนของตำรวจ ในหนังสือพิมพ์ โกติเดียน
ที่รับตำรวจใหม่
หัวใจที่มีความเท่าเทียมระหว่างทีวี กับหนัง
เธอก็ได้เล่นในหนังชุด Securite interieure
ด้วยการบริการลับของฝรั่งเศส
และจะทำสี่ร้อยครั้งในโปรตุเกส
พร้อมกับเพื่อนสาวในเรื่อง Fragile(S)
ก่อนที่จะเห็นตัวเองใน เทเลฟิลม์ทั่วๆ ไป Little
Wenzhou และหนังเรื่อง Home Sweet Home
หนังสร้างชื่อ
2008 Home Sweet Home de Didier LE PECHEUR Little
Wenzhou de Sarah LEVY (TVfilm) 2007 Fragile(s)
de Martin Valente Sécurité intérieure (série TV)
2006 Les Bleus : premiers pas dans la police (série
TV) 2005 Mademoiselle Joubert (série TV) 2004
Les Fils du vent de Julien SERI 2002 La vie
devant nous (série)
นักแสดงแรพเปอร์
มัค ชอง กั๊บ1 (โมลโก)
เขาผู้ซึ่งเสียใจกับบทลับๆ ของเขาในเรื่อง
บองลิเยอร์ 13 บทที่ประกอบไปด้วยการรู้จักตัวโมลโก
หัวหน้าแก๊งค์คนดำที่ไม่มีทั้งภาษาไม่มีทั้งอาวุธในกระเป๋า
ชื่อจริงๆ ของเขาคือ ชาร์ล เอ็มบูซ, มัค ชอง กั๊บ1
ได้ผ่านชีวิตมาสิบปีที่ ดีดาส DDASS และอีกเจ็ดปี
หลังบาร์เพื่อการปล้น นี่คือ Doc Gyneco ที่ซึ่ง
ในปี 1998 ได้นำเขามาสู่การสร้างบทกลอนเมืองแบบแรพ
บนการรวบรวมของเขา ใน Liaisons dangereuses ในปี
2002 เขาได้นำตัวเองเขาไปสู่ฉากแรพ
กับหัวชื่อของเขา Je temmerde
ที่เขาวิจารณ์แรพฝรั่งเศสด้วยความรู้สึกส่วนตัวมากๆ
ปีต่อมา เขาก็ได้ออกอัลบั้มแรก Ma Vie (มา วี)
ในที่ผ่านๆ มา ความผิดพลาดของเขาทั้งหลาย
ความไม่เท่าเทียม ความตาย... อัลบั้มที่สองของเขา
Du rire et des gnons (ดู ครี เอ เด ชง 2005)
เป็นความสับสนของเพลง ที่ Viens ต่อจาก Je
temmerde ที่เป็นการล้อเลียน และเป็นภาพร่าง
กับชื่อเล่นที่แสดงความเคารพต่อนักแสดง ชอง กาแบง
(Jean Gabin) เขาทำหนังได้เพียงอย่างเดียว จาก
บองลิเยอร์ 13 (2004) เขาได้ปรากฎตัวใน Seuls Two
(2008) ของเอริค และ รามซี
ลา ฟูอีน (อาลิ เค)
จากชื่อจริงของเขา ลาอูนี มูอิด (Laouni Mouid),
อาลิ เค เติบโตใน ทราบบ (Trappes) (78)
ในครอบครัวดนตรี เมื่ออายุ 15 ปี
เขาลาออกจากโรงเรียนเพื่ออุทิศเวลาทั้งหมดให้กับแรพ
เขาเป็นแฟนของ สนูป ด๊อกก (Snoop Dogg)
เขาอัดผลงานแรกในปี 1997 และปล่อยมิกซ์เทปแรก
แรพใต้ดินออกมาชื่อ Planete Trappes, vol 1, ในปี
2004 ปีถัดมาเขาก็ออกอัลบั้มแรก Bourre au son,
ที่สร้างชื่อแรพฝรั่งเศสของเขาในรสชาดแบบอเมริกันด้วยชื่อ
phare tel que Quelque chose de special Le
Manque dargent หรือ LUnite มิกซ์เทปที่สอง
Planete Trappes, vol 2 จนกระทั่งอัลบั้มที่สอง
Aller-Retour, ในปี 2007 เขาเริ่มด้วยลักษณะของ
บูบา Booba ภายใต้ Reste en chien
และเชื่อมไว้กับ Qui peut me stopper
เสียงที่มาจากวิทยุ และทำให้ ลา
ฟูอีนเป็นที่รู้จักในสาธารณะหมู่กว้าง
ชื่อบางชื่อที่ยังเป็นความลับก็ได้อยู่ภายใต้อารมณ์ความรู้สึกพร้อมกับชื่อเสียง
Regarde la haut อุทิศให้แก่มารดาของเขา
Capitale du crime มิกซ์เทปที่สาม
ถูกเก็บดองไว้ตั้งแต่ปี 2008
เพื่อรอออกเป็นอัลบั้มที่สามพรีวิว ในปี 2009
ลา ฟูอีนได้พบกับ ลุค เบซซงในปี 2007
เมื่อมีการจัดการเรื่อง Cannes et Banlieue
เขาเปิดตัวในโรงภาพยนตร์ ด้วย บองลิเยอร์ 13
อัลทิมาทัม ในบทของ อาลิ เค หัวหน้าแก๊งค์อาหรับ
เจมส์ ดีโน (กาล)
เขาเป็นลูกชายของข้าหลวง กับชาวเบลเยี่ยม เจมส์
ดีโน เริ่มแรพ ฮิป ฮอป และสแลม ในปี 1996
เจ็ดปีต่อมา เขาได้ทำแม๊กซี่แรก Branleur de
service ตัวกระตุ้นต่อห้องโถงทั้งในเบลเยี่ยม
และฝรั่งเศส เขายังเป็น เจ้าชายแห่งแรพคลาสสิค
ซิงเกิลของเขา Les Blances ne savant pas danser
(2007) ได้ตอกย้ำถึงความสามารถของเขาต่อสาธารณะชน
และความเป็นมืออาชีพ และมีชื่อเสียงในฝรั่งเศส
เจมส์ ดีโน ราชาแห่งการถ่อมตน ออกอัลบั้มแรกในปี
2008 ชื่อว่า Le Fils du commissaire
ได้แต่งซิงเกิลมีชื่อในตำนานที่กลายมาอยู่ภายใต้แรพเปอร์เด็ก
เขาได้แต่งเนื้อหาเสียดสีสังคม
พร้อมด้วยถ้อยคำแดกดัน และอารมณ์ขันแบบเบลเยี่ยม
เจมส์ ดีโน
ปรากฎตัวครั้งแรกในโรงภาพยนตร์ด้วยเรื่อง
บองลิเยอร์ 13 อัลทิมาทัม ในบทของ กาล
หัวหน้าแก๊งค์พวกสกินเฮด
เบื้องหลัง
พาทริก อเลซซองแดรง
เขาได้รับที่เฟมิส และที่เวทีงานหนัง Surexpose
ของเจมส์ โตบัคในเวลาเดียวกัน พาทริก อเลซซองแดรง
ชอบการทำงานในโรงเรียนมากกว่า
เขาเชื่อมต่อทันทีกับเวทีต่อไป
ภายใต้การเตรียมของเรื่อง Dernier Combat ของลุค
เบซซง ที่เขาได้มาพบ ความล่าช้าต่างๆ
ในการผลิตนำไปซึ่งความรวดเร็วในงานแรกของการเป็นผู้ช่วยผู้กำกับระหว่างการถ่ายทำ
ชายทั้งสองช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และพาทริก
อเลซซองแดรง ได้รับผิดชอบพรีฟิล์ม12 นาที
ของการสู้วัวกับเขา และทำเรื่อง Grand Bleu,
Laventure Du Grand Bleu ในปี 1988
ระหว่างสี่ถึงห้าปี เขาร่วมกับ ชอง บับติสท์
มงดิโนเพื่อคลิปวีดีโอ และสื่อต่างๆ ทั้งหมด
เขียนขึ้นเพื่อคนอื่น และตัวเขาเอง เขาทำฉาก
และสร้างหนังยาวเรื่องแรกของตัวเอง Ainsi
Soient-Elles ในปี 1995 หนังดราม่า คอมเมอดี้
ของผู้หญิงสามคน และเรื่องราวความรัก และเซ็ก
ของพวกเธอ
และต่อมาเขาก็ส่งต่อยังชายหนุ่มสามคนที่พบไปยังความรับผิดชอบต่อพ่อ
และครอบครัวของพวกเขาใน 15 AOUT ในปี 2003
เขาเซ็นกับ Mauvais Esprit
ที่คนชั่วร้ายได้กลับมาเกิดใหม่ในชาติใหม่เป็นคู่แข่งของเขา
กับเรื่อง บองลิเยอร์ 13 อัลทิมาทัม พาทริก
อเลซซองแดรง
พุ่งเป้าไปที่หนังแอ๊คชั่นเรื่องแรกของเขา
ผลงานที่ผ่านมา
2003 Mauvais esprit (réal. + scén.) 2001 15 août
(réal. + scén.) 1995 Ainsi soient-elles (réal. +
scén.) 1988 Laventure du Grand bleu (réal.)
1983 Le dernier combat (asst réal.) |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
 |
|
 |
|
 |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|