หน้าหลัก  l   ข่าวภาพยนตร์ - สกู๊ปพิเศษ  l  ข้อมูลภาพยนตร์   l  อันดับภาพยนตร์   l  โฮมเอ็นเตอร์เทนเมนท์

 
 
 
มหาลัยสยองขวัญ (2009)

 

ข้อมูล - เรื่องย่อ 

l

เกี่ยวกับภาพยนตร์

l

รูปภาพ-โปสเตอร์

l

ดาวน์โหลด

l

แสดงความคิดเห็น

   เกี่ยวกับภาพยนต์
  ข้อมูลงานสร้าง "มหาลัยสยองขวัญ"
 
บทสัมภาษณ์ เป้ย-ปานวาด เหมมณี จาก “มหาลัยสยองขวัญ”
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 29 กันยายน 2552

 

Q พูดถึงบทบาทที่ได้รับใน “มหาลัยสยองขวัญ”
ในเรื่องมหาลัยสยองขวัญ เป้ยก็รับบทเป็น หมวย ดูภายนอกเป็นสาวห้าว มั่นใจในตัวเอง แต่ภายในใจเหมือนมีเรื่องราวอะไรบางอย่างเกาะกินอยู่ภายในตัวของเธอ ซึ่งอาจเกี่ยวโยงกับความน่าสะพรึงกลัวที่เธอจะต้องเจอในมหา’ลัยสุดสยองนี้ก็เป็นได้ ต้องไปหาคำตอบในหนังค่ะ

Q เรื่องนี้ถือเป็นการได้มาประเดิมเล่นหนังอย่างเต็มตัวกับทางสหมงคลฟิล์มฯ
ก็ถือเป็นการร่วมงานกันเป็นครั้งแรกกับทางสหมงคลฟิล์ม พอได้อ่านบทแล้วก็รู้สึกชอบแล้วก็อยากเล่นคือมีพล็อตกับไอเดียที่น่าสนใจ แบบว่าทุกคนก็เคยได้ยินเรื่องเล่า ได้ยินตำนานของมหา’ลัยต่างๆ แล้วเรื่องนี้เขาเอามาโยงเป็นหนังหนึ่งเรื่อง แล้วก็อีกอย่างถือเป็นการพลิกคาแรกเตอร์ของเป้ยให้เป็นอีกลุกส์หนึ่ง ก็เป็นการที่จะแสดงให้เห็นอีกด้านหนึ่งของเป้ย ก็เป็นเป้ยที่สวมบทเป็นผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่งอยากให้มาลองดูกัน

Q ที่ว่าต่างจากทุกภาพที่เคยเห็นนี่ต่างแค่ไหน
คือตัวละครหมวยเป็นนักศึกษาที่เข้ามาฝึกงานในกรุงเทพ ก็เลยได้มาทำงานกับหน่วยกู้ภัย เรื่องนี้เป้ยก็มีต้องใส่ชุดหน่วยกู้ภัยด้วย แล้วหน้าผมจะดูเป็นธรรมชาติมาก พี่จงกับพี่จักรเขาบอกว่าอยากให้เป้ยฉีกจากทุกภาพที่ทุกคนเคยเห็นกัน ไม่อยากให้เป้ยมาเล่นเป็นเป้ย อย่างเรื่องการแสดงก็เหมือนกัน บางทีเป้ยจะแสดงออกมาเยอะ ก็ต้องปรับเรื่องอารมณ์ให้สื่อสารให้ออกมาทางแววตาและท่าทางแทน ในเรื่องนี้รับรองว่าจะได้เห็นเป้ยในแบบที่ทุกคนไม่เคยเห็นแน่นอนค่ะ

Q พูดถึงเรื่องราวใน “มหาลัยสยองขวัญ”
คือเป็นเรื่องราวของ หมวย ผู้หญิงคนหนึ่ง เป็นนักศึกษาฝึกงาน ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด ต้องมีเหตุให้ไปพบกับเรื่องราวสยองที่จะเกิดขึ้นในสถาบันต่างๆ ก็เลยทำให้เจอเรื่องราวสยองขวัญมากมายเหมือนเป็นตัวนำพาคนดูเข้าไปพบกับตำนานสยองทั้งหมด  

Q ใน “มหาลัยสยองขวัญ” ได้หยิบเอาตำนานอะไรมารวมอยู่ไว้บ้าง
 
คือในเรื่องนี้จะมีตำนานที่คนพูดถึงกันมากที่สุดอยู่ เหมือนเอาตำนานต่างๆ มาเชื่อมโยงเป็นหนังเรื่องเดียว ก็จะมีตำนานผี ป๊อก ป๊อก ครืด นักศึกษาแถวภาคเหนือคงรู้จักกันดี เพราะเรื่องนี้ดังมากๆ แล้วก็มีตำนานลิฟท์แดง อันนี้หลายคนคงเคยได้ยิน เพราะเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ แล้วก็มีตำนานศพหายในห้องดับจิต อันนี้เด็กเรียนแพทย์ต้องเคยได้ยินมา อีกเรื่องก็คือศาลในห้องน้ำหญิงที่เฮี้ยนมาก เห็นว่าทุกวันนี้ก็ยังมีศาลนี้ตั้งอยู่ในห้องน้ำของมหา’ลัยที่นั่นนะ

Q ปกติเป็นคนกลัวผีหรือเปล่า
คือเรื่องผีสำหรับเป้ยเป็นอะไรที่น่ากลัวมาก ใครท้าหรือให้ไปเล่นอะไรที่เกี่ยวกับผีเป้ยจะไม่เอาเลย แต่เป้ยคือถ้าเป็นคนกลัวแล้วจะอยากรู้อยากฟัง อย่างถ้ามีหนังผีติดต่อมาให้เล่นเป้ยก็จะสนใจเป็นพิเศษ (หัวเราะ) คือโรคจิตไงยิ่งกลัวยิ่งอยากลอง เวลาไปกองถ่ายแต่ละครั้งเป้ยก็จะพกของไปเยอะมาก ก็จะมีพวกยันต์ พวกของแก้เคล็ดต่างๆ แล้วเวลาไปถ่ายที่ไหนก็ต้องไหว้พระตลอด ต้องซื้อพวงมาลัยไปไหว้ เพราะแต่ละสถานที่สุดยอด โรงเรียนร้างบ้างล่ะ โรงพยาบาลเก่าบ้างล่ะ คือมีวิธีแก้ไขยังไงเป้ยทำหมดเลยค่ะ อย่างดีที่สุดคือต้องมีพระติดตัวไว้ตลอดเวลา เพื่อความอุ่นใจ (หัวเราะ)

Q เห็นว่าเวลาถ่ายทำฉากที่ต้องอยู่ในรถหน่วยกู้ภัย เป้ยจะมีอาการแปลกๆ ทุกครั้ง
วันนั้นจำได้เลยว่าเป็นสถานการณ์ที่น่ากลัวมาก คือเครียดมาก พอรู้ว่าต้องขึ้นรถของมูลนิธิจริงๆ ก็กลัวจนสมองมันตีบไปเลย ทีมงานก็มาบิ้วท์ว่าถ้าเจออะไรห้ามทักนะ ถ้าเกิดว่าเห็นอะไรก็ไม่ต้องพูดขึ้นมา ก่อนจะขึ้นรถก็ต้องมีขออนุญาต ต้องมีการบอกกล่าว เราก็ท่องไว้ในใจว่าอย่าตามกลับบ้านนะ เราก็จะพกยาดม แล้วพอถ่าย แอร์ในรถก็เสีย ก็เลยต้องปิดหน้าต่าง ก็กลัวจนเหงื่อแตกโดยอัตโนมัติ พอกลัวปุ๊ปก็เลยเริ่มซุ่มซ่าม หัวโขกนู่นนี่เต็มไปหมด คือมันกลัวจนไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว เป็นประสบการณ์ที่เป้ยจะไม่มีวันลืมค่ะ (หัวเราะ)

Q ส่วนตัวเชื่อเรื่องตำนานที่เกิดขึ้นในสถาบันต่างๆหรือเปล่า
ก็ค่อนข้างเชื่อนะ เพราะแต่ละสถาบันก็จะมีตำนานที่แตกต่างกันอยู่ คือถ้าดูภายนอกมหา
’ลัยจะเป็นอะไรที่ไม่ค่อยหน้ากลัว เราเคยถูกทิ้งอยู่ที่มหา’ลัยคนเดียวตอนที่ไม่มีใครแล้ว คือเราสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวทุกอย่าง เราจะสัมผัสได้ถึงความนิ่งเงียบ แล้วในหัวสมองเราก็จะจินตนาการไปต่างๆนาๆ เป้ยว่าในแต่ละสถาบันก็จะต้องเจอเรื่องราวอะไรแบบนี้ อย่างตัวเป้ยก็เคยมีเพื่อนเล่าให้ฟังว่าบันไดหรือห้องน้ำในมหา’ลัยที่มันปิดตาย ก็จะมีเรื่องเล่าว่ามีคนตายอยู่ในห้องน้ำ คือเป็นเรื่องของคนที่มีความรักกับพี่ชาย แต่รักกันไม่ได้ ก็เลยต้องมาผูกคอตาย ห้องน้ำนี้ก็เลยถูกปิดตายไว้ตลอด ก็เลยไม่เคยมีใครกล้าไปลบหลู่ เป้ยเชื่อว่าในแต่ละที่ย่อมมีตำนานอยู่ในนั้น

Q พูดถึงพี่จงพี่จักรสองผู้กำกับในเรื่องนี้
พี่จงพี่จักรน่ารักมากค่ะ คือตอนแรกจะดูดุๆ ดูไม่ค่อยเล่น แล้วเป้ยเป็นคนขี้เล่น ก็จะชอบไปแกล้งนู่นแกล้งนี่ มีทะลึ่งใส่ หลังๆพี่เขาก็เริ่มเล่นด้วย พี่จงจะเป็นคนที่ซีเรียสตลอดเวลา แต่ว่าอย่างพี่จักรจะเป็นคนที่เล่นได้หน่อย ยังเล่นมุกเล่นอะไรได้ แต่พี่จงนี่จะซีเรียสตลอดเวลา แต่พี่เขาจะเป็นคนเก่งมาก ต้องยอมรับว่าในเรื่องของการแสดงหนังเป้ยก็ยังไม่มีประสบการณ์ แต่พี่จงทำให้เป้ยเข้าใจตัวละคร แล้วก็สามารถทำให้เป้ยงัดฝีมือออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่

Q อย่างเวลาที่ต้องแสดงออกว่ากลัว เป้ยมีวิธีการสื่อสารออกมาอย่างไร
คือด้วยตัวละครที่เป้ยเล่นจะไม่ค่อยสื่อสารถึงความกลัวออกมาให้เห็น จะค่อนข้างนิ่งๆ ถ้าเวลากลัวก็จะแสดงความรู้สึกออกมาทางสีหน้า และแววตาที่จะแสดงความรู้สึกออกมาได้อย่างชัดเจน ซึ่งตัวเป้ยเองถ้ากลัวผีแล้วตกใจจะเต็มที่อยู่แล้ว ก็ต้องปรับ คือต้องทำความเข้าใจเรื่องราว แล้วก็อินกับตัวละครให้ได้มากที่สุด คือบรรยากาศในการถ่ายทำทุกอย่างมันช่วยบิ้วท์ด้วย

Q กับการที่ได้มาเล่นหนังสยองขวัญแบบเต็มๆ ครั้งแรก เป้ยคิดว่าจุดที่ยากที่สุดคืออะไร
จุดที่ยากคือเป็นเรื่องการแสดง เพราะตัวเป้ยจะหนักไปทางแสดงละครซะส่วนใหญ่ อย่างถ้าแนวน่ากลัวจริงๆ ก็ถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก แล้วก็เป็นอะไรที่ยากมาก เพราะบางทีเป้ยก็เผลอเล่นออกไปเยอะเหมือนกัน ก็ต้องมีการคุยกันใหม่ ปรับกันใหม่ในเรื่องของการแสดง ซึ่งเป้ยถือว่ามันไม่ง่ายเลยนะ จากที่เคยเล่นละครมาเป็นสิบๆเรื่อง แต่พอมาเล่นหนังเรื่องเดียว เป้ยเหมือนแบบตกม้าตายไปเลย เป้ยยอมรับเลยว่าเป็นอะไรที่ยากสำหรับการเล่นหนัง
แต่ก็ทุ่มเทเต็มที่ค่ะ

Q ความน่าสนใจของมหาลัยสยองขวัญ
เป้ยคิดว่ามันน่าสนใจตรงการที่รวบรวมตำนาน ของแต่ละตำนานมาหลอมรวมอยู่ในเรื่องเดียวกัน เป้ยคิดว่ามันน่ากลัวตรงนี้ ประเด็นก็คือว่าตัวเป้ยจะเข้ามาเกี่ยวข้องและโยงเรื่องราวทั้งหมดมาเข้ากันยังไง หมวยจะเข้าไปเจอเรื่องราวแต่ละเรื่องของแต่ละสถาบันได้อย่างไร เป้ยคิดว่ามันน่าสนใจ คือทุกอย่างที่เคยเป็นแค่เรื่องเล่า แต่ในหนังเรื่องนี้ได้เพิ่มเรื่องราวตัวละครเข้าไปอีก คือน่ากลัวกว่าเรื่องเล่าหลายเท่าตัว ก็อยากให้มาดูกัน

Q ฝากผลงาน
ยังไงก็ขอฝากภาพยนตร์มหา
’ลัยสยองขวัญด้วยนะคะ เพราะว่าเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่เป้ยได้ร่วมงานกับทางสหมงคลฟิล์มฯ ก็ค่อนข้างเป็นงานที่ประทับใจมากมากแล้วอีกอย่าง ตำนานที่เกิดขึ้นเอามาจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นในมหา’ลัยที่ดังๆทั้งนั้น คือเป็นการเอาตำนานมาเกี่ยวโยงเป็นเรื่องๆเดียวได้ ใครอยากรู้ว่าเป็นยังไงก็ต้องมาชมกัน 22 ตุลาคม นี้นะคะ



 

บทสัมภาษณ์ จง-บรรจง สินธนมงคลกุล และ จักร-สุทธิพร ทับทิม
คู่ดูโอที่ร่วมกันกำกับความหลอนใน “มหาลัยสยองขวัญ”

Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 29 กันยายน 2552


Q แนะนำตัว
บรรจง
:
สวัสดีครับ ผม บรรจง สินธนมงคลกุล
สุทธิพร : สวัสดีครับ ผม สุทธิพร ทับทิม

Q เคยผ่านผลงานอะไรมาก่อนหน้านี้บ้าง
บรรจง
:
ก่อนหน้านี้ก็ทำงานเบื้องหลัง เคยทำกับจักรด้วยตอนที่ผมเป็นผู้ช่วยผู้กำกับในหนังเรื่อง “Goal Club เกมล้มโต๊ะ” ตอนนั้นจักรเขาทำตัดต่ออยู่ หลังจากนั้นก็ไปเป็นผู้ช่วยผู้กำกับในหนังเรื่อง พรางชมพู , fake , แล้วก็ไปเป็นผู้ช่วยพี่หม่ำตอนทำแหยม ที่ผ่านมาก็ได้มากำกับเต็มตัวในเรื่อง “ว้อ...หมาบ้ามหาสนุก” ล่าสุดก็มากำกับด้วยกันกับจักรในเรื่องนี้ครับ
สุทธิพร : ของผมจะหนักไปทางทำงานด้านตัดต่อ ก็เริ่มจาก GOAL CLUB ซึ่งจงเป็นผู้ช่วยผู้กำกับอยู่ หลังจากนั้นก็มี ปอบ หวีดสยอง, เฮี้ยน, sex phone ,โคลิคเด็กเห็นผี เขียนบทเรื่องดรีมทีม ล่าสุดก็มากำกับครั้งแรกร่วมกับจงในเรื่องนี้

Q พูดถึงที่มาของโปรเจกต์ “มหา’ลัยสยองขวัญ”
บรรจง
:
คือแรกเริ่มเดิมทีผมกับจักรรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ม.กรุงเทพ ก็มีความคิดร่วมกันว่าอยากจะทำหนังร่วมกัน แล้วสมัยนั้นเราก็มีประเด็นหนึ่งที่เราสนใจ คือมาจากการที่คือ ทุกสถาบันมีเรื่องเล่า ทุกสถาบันมีตำนาน มีทั้งเรื่องตลก เรื่องขำขัน แล้วก็เรื่องผี ซึ่งพวกเราอยากเอาตำนานที่น่ากลัวตำนานที่สยองมาทำเป็นหนัง คือเป็นความตั้งใจว่าถ้ามีโอกาสได้เป็นผู้กำกับก็อยากเอาเรื่องนี้มาทำเป็นหนัง แต่ด้วยอะไรหลายๆอย่าง กว่าที่เราจะได้มาทำมันจริงๆ ก็นานเหมือนกัน
สุทธิพร : คือประจวบเหมาะกับตอนที่ได้เจอกับพี่ปรัช (ปรัชญา ปิ่นแก้ว) ซึ่งแกมีไอเดียที่จะเอาเรื่องตำนานผีในมหา’ลัยมาทำเป็นหนังเหมือนกัน พี่ปรัชก็เลยไฟเขียวให้ทำ ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของมหา’ลัยสยองขวัญ

Q เป็นเพราะคำสัญญาสมัยเรียนหรือเปล่า พอได้มีโอกาสเลยตัดสินใจกำกับร่วมกัน
บรรจง
:
คือก่อนที่ผมจะทำว้อก็คิดจะกำกับคู่กันอยู่แล้ว ก็เลยคุยกันว่า จบมาแล้วมากำกับหนังด้วยกันสักเรื่องมั้ย คือสมัยเรียนก็ทำเอ็มวี ทำอะไรมาด้วยกันตลอด เวลากำกับหนังก็มีต้องแชร์ความคิดหาแนวทางร่วมกันมาตลอด แล้วก็มี 2-3โปรเจกต์ที่จะทำด้วยกัน คือด้วยอะไรหลายอย่างรวมไปถึงความเข้าขากันด้วย ก็เลยเป็นที่มาของเรื่องนี้

Q ทั้งสองคนแบ่งหน้าที่กันอย่างไร
สุทธิพร
:
ก็ไม่ได้แบ่งกันชัดเจนนะ คือจะคุยตกลงกันก่อนทุกครั้ง อะไรที่เราคิดไม่ตรงกันก็จะเถียงกันให้เสร็จ ทั้งไอเดียทุกอย่างเราจะแชร์กัน คือด้วยความที่เราทำเบื้องหลังมาเยอะ เสร็จแล้วก็เคาะ แล้วเราก็จะเดินตามไอเดียที่สรุปกันมาแล้ว

Q หลังจากที่พี่ปรัชไฟเขียวให้ทำแล้ว ขั้นตอนต่อมาคืออะไร
บรรจง
:
พอเราคิดจะเอาเรื่องราวตำนานของมหา’ลัยมาทำเป็นหนัง เราต้องมีการหาข้อมูล ก็เลยต้องมีการเข้าอินเตอร์เน็ต หรือไม่ก็ถามเพื่อนพ้องถึงเรื่องตำนานสยองต่างๆ พอเราหาข้อมูลมาได้แล้ว ก็มาคิดต่อว่าจะรวมกันเป็นเรื่องเดียวหรือจะแยกก้อนกันออกไปเลย ก็สรุปว่าเราจะเล่าเป็นหนึ่งเรื่องแต่มีหลายตำนานรวมอยู่ในนั้น

Q มีการวางคอนเซปต์ในการเลือกตำนานสยองต่างๆ จากอะไร
บรรจง
:
เราก็เลือกดูว่าเรื่องไหนคนรู้จักเยอะที่สุด ทั้งถามพี่ๆน้องๆ หรือทางอินเตอร์เน็ต แล้วก็พยายามหาจุดกลางว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นอย่างไร คือพยายามหาจุดที่ตรงกันมากที่สุด คือถ้าพูดถึงอันนี้นะ คนจะนึกถึงเรื่องนี้ทันที ก็จะพยายามจับจุดที่โดดเด่นตรงนั้นมา
สุทธิพร : เราคิดจากแกนก่อนเลยว่า เราพยายามจะทำหนังสยองขวัญที่มาจากความน่ากลัว ยิ่งประกอบกับการเอาเรื่องราวของมหา’ลัยดังๆมาทำซึ่งคนรู้จักกันดีอยู่แล้ว ตรงนั้นถือเป็นความกดดันกับสิ่งที่คนรู้อยู่แล้วแล้วต้องพยายามให้เขาตื่นเต้นให้ได้ กับอีกสิ่งที่เรากดดันคือการรวมเอาหลายๆเรื่องมารวมกันแล้วให้มีรสชาติน่าสนใจ คือจะมีทั้งผีเทรลเลอร์นะ ผีคอเมดี้นะ แล้วก็ไม่อยากทำให้ตรงตามต้นฉบับเป๊ะ เพราะคนดูคงไม่อยากดูสิ่งที่รู้อยู่แล้ว ก็เลยเอาโครงเรื่องที่เด่นๆ ยืนไว้ แล้วเราก็ใส่เรื่องราวเข้าไปใหม่ ทำเป็นหนังในแบบของเรา โดยที่ไม่ละทิ้งจุดที่เป็นเสน่ห์ ซึ่งเราก็เสริมจุดที่น่าสนใจลงไปด้วย  

Q เรื่องราวของ “มหาลัยสยองขวัญ”
บรรจง
:
คือเป็นเรื่องราวของ หมวย ผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งรับบทโดยคุณเป้ย คุณเป้ยคือนักศึกษาฝึกงาน ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด ก็เข้ามาฝึกงานทีมูลนิธิกู้ภัย ก็จะต้องตระเวนตามท้องถนนยามค่ำคืน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุและช่วยเหตุการ์ณต่างๆ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในสถาบันต่างๆ ก็เลยทำให้เจอเรื่องราวสยองขวัญมากมายเหมือนเป็นตัวนำพาคนดูเข้าไปพบกับความน่ากลัวทั้งหมด ซึ่งเนื้อในของเรื่องราวความน่ากลัวจะแฝงเอาตำนานที่เราเลือกมาอยู่ในนั้น

Q ตำนานที่เลือกมาอยู่ในเรื่องนี้มีตำนานอะไรบ้าง
บรรจง
:
คือในมหาลัยสยองขวัญก็จะมีเรื่องราวตำนานต่างๆรวมอยู่ในนั้น ทั้งเรื่องของศาลในห้องน้ำหญิง ซึ่งตอนไปรีเสิร์ทสถานที่จริงก็เจอศาลอยู่ในนั้นจิงๆ อย่างเรื่องของศพหายก็เป็นเรื่องราวที่เด็กเรียนแพทย์ต้องเจออยู่แล้ว อย่างเรื่องลิฟท์แดงก็เป็นเรื่องที่มีประวัติศาสตร์ แล้วก็ทำยากที่สุด ค่อนข้างอ่อนไหวหน่อยเรื่องนี้ หรือตำนานป๊อกครืด ซึ่งทุกคนมีจินตนาการในหัวอยู่แล้ว อยู่ที่ว่านึกเอาไว้ยังไง

Q แต่ละเรื่องใส่เรื่องราวข้างในไว้ยังไง
บรรจง
:
คือนอกจากสิ่งที่มีอยู่แล้วคือผี คือความน่ากลัว คือเหมือนเค้ามีตัวตนอยู่แล้ว เพียงแต่เราพยายามหาเสื้อผ้าไปใส่ให้มันโอเค อย่างเรื่องแรกศาลในห้องน้ำหญิง ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายๆคนรู้จักกันดี เราต้องสร้างคาแรกเตอร์ของนักศึกษาสองคนนี้ขึ้นมา คือเป็นเรื่องของคนลองดี ที่เอาตัวเองเข้าไปพัวพันกับศาลสุดสะพรึงแห่งนี้
สุทธิพร : อย่างเรื่องต่อมาก็คือเรื่องราวของห้องดับจิต เรื่องของนักศึกษาแพทย์ที่ต้องไปพัวพันกับศพโดยไม่ได้ตั้งใจ คือเป็นเรื่องของนักศึกษาแพทย์คนหนึ่งที่เค้ากลัวผีแต่ไม่มีใครรู้ คือโจทย์คือคนที่กลัวผีมากที่สุด ต้องไปอยู่ในห้องดับจิตคนเดียว ต้องเจอกับศพที่เฮี้ยนที่สุด
บรรจง : ตำนานต่อมาคือลิฟท์แดง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่มีความยากมาก เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องผีอย่างเดียว แต่มันยังมีเรื่องของประวัติศาสตร์อยู่ด้วย เป็นเรื่องของความขัดแย้ง ที่ยากคือพอขึ้นชื่อว่าเป็นหนังผี คือเราโตมากับสิ่งเหล่านี้ ไม่อยากไปแตะ ไม่อยากไปลบหลู่ ให้เกียรติเหตุการณ์ๆนี้ ก็ให้มีความดราม่าหน่อย คือตัวนกน้อยมีอดีตมีปมบางอย่าง ก็เลยถูกรุ่นพี่แอนตี้ ถูกรังเกียจ จนเป็นเหตุให้เธอต้องเจอกับเรื่องราวสุดสยองกับลิฟท์แดงในตำนานนั้น
สุทธิพร : ส่วนเรื่อง ป๊อก ป๊อก ครืด เรื่องนี้ฮ็อตฮิตสุด คือเป็นเรื่องที่ดังมากของสถาบันภาคเหนือ จุดที่ยากคือเรื่องนี้ทุกคนมีภาพในหัวอยู่ ทุกคนจินตนาการไปต่างๆนาๆ ซึ่งเราจะโฟกัสถึงที่มาแล้วก็เสน่ห์ของป๊อกป๊อกครืด คือเราต้องตอบโจทย์ให้ตามกับที่คนดูจินตนาการไว้ด้วย

Q ในมหาลัยสยองขวัญจะมีรสชาติความแตกต่างอย่างไรบ้าง
สุทธิพร
:
คือเราวางโจทย์ไว้ให้มีหลายรสชาติ เราอยากให้มันมีหลากรสชาติอยูในหนังเรื่องเดียว คือมันมีทั้งเปรี้ยวเผ็ดหวาน อย่างเรื่องแรกเราตั้งใจให้คนดูกลัวสุดๆ ไปเลย จังหวะมันก็จะพาให้คนดูไปเจอกับความน่ากลัว คือจังหวะของแต่ละตำนานจะแตกต่างกัน อย่างศาลในห้องน้ำหญิงก็จะมีแอ๊คชั่นเยอะหน่อย ตัวละครก็จะไปเจออะไรที่รวดเร็ว ทุกครั้งที่ผีออกมาก็กระตุกอารมณ์คนดูได้ตลอด ส่วนตำนานลิฟท์แดงจะค่อนข้างอ่อนไหว เราก็จะวางให้มันเป็นดราม่าคือจะเป็นโครงเรื่องที่มีความดราม่า ที่มาที่ไปของตัวละคร จะผูกโยงกับความเป็นดราม่า อย่างตำนานศพหายก็จะดูตลกร้ายนิด มันก็มาจากโครงสร้างของตัวละคร อย่างป๊อกป๊อกครืดจะค่อนข้างรุนแรงดูหลอนแหวะสุดๆ เมื่อคนดูได้ไปดูหนังเรื่องนี้ น่าจะได้รับอรรถรสของหนังสยองขวัญที่ครบรส

Q พูดถึงการได้ เป้ย ปานวาด มาสวมบทตัวละครสำคัญในหนังเรื่องนี้
บรรจง
:
เป้ยถือเป็นตัวละครสำคัญ คือบทหมวยเนี่ยเหมือนจะง่ายๆสบายๆ แต่พอดูไปเรื่อยๆ ก็เหมือนกับคนดูจะรู้สึกอะไรบางอย่าง ด้วยแววตา ด้วยท่าทาง ก็จะค่อนข้างเปลี่ยนจากทุกคาแรกเตอร์ที่เราเคยเห็นเป้ยมา ก็ต้องปรับและทำความเข้าใจกันพอสมควร แล้ววิธีการเล่นมันจะเป็นอย่างไร เพราะเราไม่อยากให้เป้ยเล่นเป็นเป้ยนะ
สุทธิพร : คือเราเชื่อว่าคนดูจะไม่เห็นเป้ยในแบบที่เห็นในละครหรือสื่อต่างๆ เพราะตอนได้เป้ยมาเล่น เราจะคุยกันตลอดว่าไม่ให้คนดูติดภาพจากละคร คือเหมือนกับว่าจะคุยกับน้องยังไง สุดท้ายเขาก็มีการปรับตัว แล้วก็ทุ่มเทเพื่อบทบาทที่ตัวเองได้รับมาก
บรรจง : คือเขามีความตั้งใจมาก คือเขาบอกว่าเรื่องนี้ เขาไม่ได้อยากเล่นเป็นสาวเซ็กซี่ เหมือนกับภาพที่หลายๆคนคงเคยเห็น คือเรื่องนี้ต้องมาใส่ชุดปอเต็กตึ๊ง แฟนๆ ที่อยากเห็นเป้ยเซ็กซี่ก็อาจมีบ้างประปราย
สุทธิพร : แล้วน้องเขาจะมาถามว่าพี่ได้มั้ยๆ ทุกครั้งที่คัท คือเขาจะกังวลมาก กลัวจะออกมาไม่ดี คือเขาอยากให้คนเห็นภาพเขาในมุมใหม่ คือเขาจะตั้งใจมาก

Q นอกจากตัวละครหมวยแล้ว ในมหาลัยสยองขวัญยังมีตัวละครอื่นๆอีก
บรรจง
:
ถ้าพูดถึงเรื่องราวใน มหาลัยสยองขวัญ ก็จะมีเรื่องราวของตัวละครต่างๆอยู่ในนั้น นอกจากจะมีตัวละครหลักคือเป้ย ที่เล่นเป็นหมวย ที่เป็นนักศึกษาฝึกงาน แล้วต้องเข้ามาจากต่างจังหวัด ก็ใช้เวลาว่างทำงานกับหน่วยกู้ภัย เป้ยก็จะพาคนดูไปเจอเรื่องราวต่างๆ เหตุการณ์แรกคือตำนานในศาลห้องน้ำหญิง ก็จะมี แอร์กับ จ๊ะที่รับบทเป็นป้อนกับจิมมี่ ที่เป็นตัวแทนของนักศึกษาในสมัยนี้ โอเคมีแฟน ก็ต้องมีเที่ยว มีสำมะเลเทเมาบ้าง แต่ไม่ใช่ทั้งหมดในสังคมนะ คือเขาเข้าไปพัวพันกับยาเศพติด กับพวกมิจฉาชีพ

Q การเลือกจ๊ะกับแอร์
บรรจง
:
อย่างจ๊ะเนี่ยเป็นนักดนตรี ซึ่งตอนนี้เพลงเค้าน่าจะดังแล้ว แต่ตอนที่ถ่ายทำเนี่ย เขายังไม่เคยเล่นหนัง เป็นคนค่อนข้างเงียบ คือคาแรกเตอร์เขาดูน่าสนใจ ก็ทำงานกันสนุก เพราะเขาตั้งใจมาก
สุทธิพร : ส่วนแอร์เนี่ย เห็นน้องเขามาตั้งนานแล้ว ถือว่าเป็นนักแสดงที่ขยันขันแข็ง แล้วเรื่องนี้ถ่ายถึงเช้ากันทุกคิวเลย
บรรจง : จริงๆ แอร์เนี่ยเราชอบตั้งแต่เทปแคสแล้วนะ
สุทธิพร : คือบทที่น้องเขาเล่นเขาค่อนข้างเป็นสาวซ่า ซึ่งเราก็กังวลว่าจะได้มั้ย เพราะตัวจริงเขาเป็นน้องเล็กน่ารัก

Q พูดถึงคาแรกเตอร์ของนกน้อยในเรื่องของตำนานลิฟท์สุดเฮี้ยน ที่รับบทโดย หนูจ๋า-อาชิรญาณ์
บรรจง
:
ในเรื่องราวของตำนานลิฟท์สุดเฮี้ยนคนที่รับบทเป็นนกน้อยก็คือหนูจ๋า ก็ต้องมารับบทเป็นลูกคุณหนู ซึ่งต้องมาแบกภาระแบกความกดดันหลายอย่าง ตอนแรกหนูจ๋าก็ยังกังวลอยู่บ้างว่าจะแสดงได้มั้ย แต่หนูจ๋าเป็นคนถึงไหนถึงกัน
สุทธิพร : คือตัวละครนกน้อยจะดีเทลเยอะ คือมันเป็นเรื่องของลูกคุณหนูที่มีอีโก้หน่อยๆ วันนึงโดนรุ่นพี่ทำลายอีโก้ ก็เลยมีการต่อต้านรุ่นพี่ คือคิดมาตลอดว่าตัวเองไม่ผิด แล้วคือจ๋าจะมีซีนดราม่าตลอดเวลา ต้องเจอทั้งความบีบคั้นทางอารมณ์ของผี แล้วก็ของคน 

Q แล้วในพาร์ทของตำนานศพหายมีตัวละครอะไรบ้าง
บรรจง
:
คือเป็นเรื่องของเพื่อนสองคน คนหนึ่งดูซ่ามาก ส่วนอีกคนหนึ่งเหมือนเด็กเรียน มีปมหน่อยๆ คือปิดความลับที่ตัวเองกลัวผีไว้ แต่ดันมีเพื่อนสนิทเป็นคนแสบๆคนหนึ่ง จะคอยกลั่นแกล้งตลอด แต่ก็จะคอยกลั่นแกล้งกันตลอด
สุทธิพร : แล้วตัวละครสองคนที่เราเลือกมา ก็มีอิคคิว (จากโฆษณา ขนมเวเฟอร์วอยซ์) แล้วก็ อ็อฟ (นักแสดงจากโกลคลับ อหิงสาจิ๊กโก๋มีกรรม ) คือตอนแรกเขาไม่รู้จักกันเลยนะ แต่มันเหมือนกับเคมีที่มันลงตัวกัน พอมาเล่นด้วยกันก็เหมือนเคมีที่ลงตัว

Q ในส่วนของแอนนาที่อยู่ในเรื่องราวของตำนานป๊อกป๊อกครืด
บรรจง
:
คือแอนนารีสจะรับบทเป็นสาวสมัยใหม่ เป็นสาวน่ารักสดใสเซ็กซี่ ชอบบริหารเสน่ห์อยู่เสมอ ก็จะมีคนๆ นึงซึ่งเหมือนกับวัยรุ่นทั่วไป ก็ชอบแชท ชอบเข้าอินเตอร์เน็ท พบปะเพื่อนใหม่ๆ คืออาจจะมีความสุขกับการพูดคุย พูดหยอกล้อ ชอบโปรยเสน่ห์ คือเป็นเรื่องของรักสนุกขี้เล่น แต่สิ่งที่เขาเจอมันไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด
สุทธิพร : คือตอนที่เรียกเข้ามาคุยครั้งแรก เขาก็บอกว่าเขามีซิกซ์เซนต์ มีความคล้ายกับคาแรกเตอร์คือการใช้ชีวิตเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว คือด้วยธรรมชาติของตัวน้องเอง มันตรงกับองค์ประกอบของตัวละครด้วย

Q เมื่อโจทย์คือการนำเรื่องตำนานต่างๆ มาหลอมรวมเป็นหนึ่ง ความยากของการทำหนังเรื่องนี้อยู่ตรงไหน
บรรจง
:
คือนอกจากจะทำให้ภาพในจินตนาการของทุกคน ภาพที่คาดหวังไว้เป็นจริงแล้วนั้น ก็เริ่มจากการหาโลเคชั่นให้มันใกล้เคียง จะเล่ายังไงให้คนดูเชื่อ เราต้องเน้นเรื่องของการรีเสิร์ท คือเราต้องการทำให้เหมือนภาพที่เราวางไว้ ความรู้สึกที่เราได้อ่านบท 
สุทธิพร
:
อีกส่วนที่ยากคือเรื่องของนักแสดง นักแสดงที่เคยเล่นหนังผีมาจะรู้เลยว่า ต้องมีแต่งเป็นเมคอัพ เจอบรรยากาศน่าขนลุก แล้วก็เอฟเฟ็คที่เป็นพวกอาร์ต พวกเลือด การวิ่งหนีอะไรหลายๆอย่าง เพราะฉะนั้นนักแสดงต้องมีความอดทนกับเอ็ฟเฟ็คเยอะมาก อย่างแอร์ก็โดนเซ็ตหล่นใส่ก็มี อย่างจ๋าก็จะเอียนเลือดไปเลย

Q การเอาจินตนาการในหัวของคนมาทำเป็นภาพหนักใจมั้ย
บรรจง
:
คือการเซ็ตสถานที่ เซ็ตบรรยากาศ ให้เหมือนของจริงมันมีความยากอยู่แล้ว คือมันยากตั้งแต่การหาโลเคชั่น เพราะสถานที่จริงเขาไม่ให้ไปถ่าย คือเรื่องราวในตำนานของเราจะไปเกี่ยวกับสถาบันที่เก่าแก่ คือมันมีเอกลักษณ์อยู่ เราก็ต้องไปคิดว่าจะหาอะไร จะใส่อะไรเข้าไป จะเติมอะไรเข้าไป เพื่อให้มันดูเด่นตรงนี้คือความยาก

 Q ทำไมคนต้องมาดูมหาลัยสยองขวัญ
บรรจง
:
คือใครหลายคนอาจจะเคยได้ยินได้ฟังประสบการณ์เหล่านี้ และหลายๆคนก็คงชอบ แต่ถ้าคิดว่ามันจะมาเหมือนกันเป๊ะก็คงต้องขอบอกว่าไม่ใช่ เพราะว่าเวลาทำเราจะมีเสริมรสชาติและความเป็นตัวตนของเรา มันเป็นหนังเรื่องเดียวที่เอาตำนานดังๆ มารวมกันจนออกมาเป็นหนังสยองขวัญที่ครบรส

สุทธิพร : สำหรับหนังเรื่องนี้หลายคนอาจเคยได้ยินตำนาน ของเรื่องที่เราจะเล่า แต่ว่าในหนังเรื่องนี้จะมีสิ่งที่เราเพิ่มเติมเสริมเข้าไป คือคุยกับเพื่อนเราอาจจะได้ยินแค่ห้านาทีก็จบ แต่ในเรื่องนี้จะมีไอเดียใส่เข้าไปให้เราได้อรรถรสมากขึ้น แต่ในหนังเรื่องนี้มันมีอะไรมากกว่านั้น

Q ฝากภาพยนตร์ “มหาลัยสยองขวัญ”
บรรจง :
หลายๆคนเคยรับรู้เรื่องราวเหล่านี้ ที่พากันถกเถียงว่าเรื่องจริงมันเป็นยังไง วันนี้เราเอาเรื่องเล่าเหล่านี้มาหลอมรวมเป็นภาพยนตร์ อาจจะไม่ตรงกับที่คิด แต่เราหวังว่าอรรถรสที่เพิ่มเติมเข้าไปจะทำให้ทุกท่านพอใจ
สุทธิพร : อย่าคาดเดาครับ เพราะมันไม่ใช่อย่างที่คุณคิด ต้องไปหาคำตอบและเติมเต็มจินตนาการในภาพยนตร์เรื่องนี้

 

“มหา’ลัยสยองขวัญ” ชวนนิสิตนักศึกษาร่วมทำบุญมหากุศล
แด่วิญญาณผู้ล่วงลับในตำนานเฮี้ยน

Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 30 กันยายน 2552
         บริษัท “สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล” ร่วมกับ “บาแรมยู” และภาพยนตร์เรื่อง “มหา’ลัยสยองขวัญ” ขอเชิญชวนนิสิต, นักศึกษา, ประชาชนทั่วกรุงเทพฯ ร่วมสร้างกุศลอุทิศบุญครั้งใหญ่ ในกิจกรรม ทำบุญมหากุศลกับภาพยนตร์ “มหา’ลัยสยองขวัญ” ด้วยการเป็นอาสาสมัครร่วมเดินรณรงค์ในขบวนคาราวานพร้อมกับนักแสดงนำจากภาพยนตร์เรื่อง มหา’ลัยสยองขวัญ อาทิ เป้ย ปานวาด, แอนนา รีส, จ๊ะ อธิศ เพื่อรับบริจาคเงินสมทบทุนมูลนิธิร่วมกตัญญูซื้อโลงศพให้แก่ศพไร้ญาติ ในวันที่ 7 ตุลาคม 2552 ตั้งแต่ถนนสีลม ถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และขอเชิญชวนเข้าร่วมพิธีทำบุญมหากุศลและมอบเงินรายได้ ณ วัดหัวลำโพง และมูลนิธิร่วมกตัญญู ในวันที่ 15 ตุลาคม 2552 ซึ่งวัตถุประสงค์หลักของการจัดกิจกรรมดังกล่าวก็เพื่อเป็นการขอขมาและอุทิศส่วนกุศลให้แก่เจ้ากรรมนายเวร และดวงวิญญาณผู้ล่วงลับที่เป็นต้นเรื่องหรือถูกพาดพิงถึงในตำนานที่ถูกหยิบยกมาในภาพยนตร์เรื่อง “มหา’ลัยสยองขวัญ”
ทั้งนี้ หากนิสิตนักศึกษาท่านใดที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถส่งอีเมล ชื่อ-นามสกุล สถานศึกษา รวมทั้งเบอร์โทรศัพท์มือถือ เข้ามาที่ watchara@sahamongkolfilm.com หรือ โทรเข้ามาสมัครได้ที่ คุณวัชระ อินทร์จันทร์ ฝ่ายกิจกรรม บ.สหมงคลฟิล์ม 02 – 2730930-9 ต่อ 162 ตั้งแต่วันที่ 29 ก.ย -14 ต.ค นี้
ซึ่งลักษณะกิจกรรมที่ทำจะแบ่งเป็น 2 วัน ดังนี้คือ

วันที่ 7 ต.ค 52
10.00-14.00น. นักแสดงนำของภาพยนตร์และนักศึกษาอาสาสมัครร่วมเดินรับบริจาค ณ บริเวณ ถ.สีลม 16.00-18.00น. นักแสดงนำของภาพยนตร์และนักศึกษาอาสาสมัครร่วมเดินรับบริจาคบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

วันที่ 15 ตุลาคม 2552
10.00 – 12.30 น. นักแสดง ผู้กำกับ ผู้บริหารของบ.สหมงคลฟิล์ม และทีมงานของภาพยนตร์เรื่อง มหา’ลัยสยองขวัญ จัดพิธีทำบุญเลี้ยงพระ ถวายผ้าบังสกุล เซ่นไหว้ดวงวิญญาณจตุรทิศ ณ วัดหัวลำโพง
13.00 – 14.00 น. มหา’ลัยสยองขวัญ มอบเงินบริจาคซื้อโลงศพให้ศพไร้ญาติ ณ มูลนิธิร่วมกตัญญู


 
บทสัมภาษณ์ จ๊ะ-อธิศ อมรเวช จาก “มหา’ลัยสยองขวัญ”
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 1 ตุลาคม 2552

 

Q พูดถึงบทบาทที่ได้รับใน “มหา’ลัยสยองขวัญ”
ในเรื่องนี้รับบทเป็นจิมมี่ คาแรกเตอร์ของจิมมี่จะเป็นวัยรุ่นที่คึกคะนอง แล้วก็มั่นใจในตัวเองสูง ดูเป็นเหมือนผู้นำในกลุ่มเพื่อน แล้วก็จะห้าวๆ ด้วยความคึกคะนองก็เลยเอาตัวเองไปเกี่ยวกับเรื่องราวร้ายๆ ก็เลยเข้าไปประสบกับเรื่องราวอาถรรพ์ในศาลห้องน้ำหญิงครับ

Q ความรู้สึกกับผลงานภาพยนตร์เรื่องแรก

การแสดงหนังถือว่าเป็นครั้งแรกเลยครับ เพราะที่ผ่านมาก็มีแต่เล่น MV ถ่ายแบบ เล่นดนตรี ก็ดีใจครับที่ได้มาทำงานตรงนี้ แต่ว่าก็หนักใจด้วย เพราะว่านักแสดงคนอื่นเขามีประสบการณ์สูงทุกคน แต่ตัวเราถือเป็นเรื่องแรก ก็ต้องเตรียมตัวเยอะครับเพราะถือเป็นเรื่องแรกด้วย ก็อยากทำให้มันออกมาดีที่สุด ก็เลยต้องมีการเตรียมตัวค่อนข้างสูง ในเรื่องของการสื่ออารมณ์ อย่างความกลัวต้องทำให้คนดูกลัวไปกับเราให้ได้

Q พูดถึงเรื่องราวในมหา’ลัยสยองขวัญ

คือหนังเรื่องนี้ถือเป็นการรวมเอาเรื่องของมหา’ลัยต่างๆ ที่เขาเล่าขานมา ตัวของผมก็เคยได้ยินมาจากเพื่อนหลายๆ คน ซึ่งในหนังเรื่องนี้ก็เป็นการเอาเรื่องที่ติดปากติดหูทุกคนเอามารวมเป็นหนังเรื่องนี้ครับ คือในหนังเรื่องนี้ก็จะเลือกเอาตำนานที่เป็นที่พูดถึงมาก เป็นตำนานที่น่ากลัวสุดๆ มาเชื่อมโยงกันเป็นหนึ่งเดียวกัน ใครที่เคยได้ยินได้ฟังเรื่องราวเหล่านี้ มาหลอมรวมในแบบที่คุณไม่เคยคาดคิดครับ

Q ใน “มหา’ลัยสยองขวัญ” ได้หยิบเอาตำนานอะไรมารวมอยู่ไว้บ้าง

คือในเรื่องนี้จะมีตำนานที่คนพูดถึงกันมากที่สุดอยู่ เหมือนเอาตำนานต่างๆ มาเชื่อมโยงเป็นหนังเรื่องเดียว ก็จะมีตำนานผี ป๊อก ป๊อก ครืด นักศึกษาแถวภาคเหนือคงรู้จักกันดี เพราะเรื่องนี้ดังมากๆ แล้วก็มีตำนานลิฟท์แดง อันนี้จะหลายคงเคยได้ยิน เพราะเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ แล้วก็มีตำนานศพหายในห้องดับจิต อันนี้เด็กเรียนแพทย์ต้องเคยได้ยินมา อีกเรื่องก็คือศาลในห้องน้ำหญิงที่เฮี้ยนมาก เห็นว่าทุกวันนี้ก็ยังมีศาลนี้ตั้งอยู่ในห้องน้ำของมหา’ลัยที่นั่นนะ

Q ส่วนตัวเคยได้ยินตำนานสยองขวัญในสถาบันศึกษาอะไรมาบ้างหรือเปล่า

คือเรื่องนี้ผมจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะเป็นเรื่องศาลในห้องน้ำหญิงซึ่งเป็นพาร์ทที่ผมเล่นเองด้วย คือเรื่องเล่ามันมีอยู่ว่า คือเพื่อนผมกำลังทำงานอยู่ดึกๆ พอตกกลางคืนเขาก็จะได้ยินคนอยู่ข้างบน เป็นเสียงของผู้หญิงซึ่งเพื่อนเขาบอกว่าน่ากลัวมาก เพราะว่าจะไม่ค่อยมีใครอยู่แถวๆ นั้น แล้วก็ไฟห้องน้ำห้องนั้นจะมีคนเปิดไว้ตลอด เพราะว่าถ้ามีคนเข้าไปลบหลู่จะต้องเจอกับเรื่องราวร้ายๆ ซึ่งมันน่ากลัวมาก คือเขาว่ากันว่าเป็นวิญญาณของนักศึกษาผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เข้าไปผูกคอตายในห้องน้ำ เพราะผิดหวังเรื่องความรัก

Q มาเล่นหนังผีแบบนี้รู้สึกกลัวหรือเปล่า

ก็กลัวครับ คือผมอาจยังไม่เคยเห็นอะไรจังๆ เคยได้ยินแต่เสียง หรือภาพลางๆ คือเวลาที่ผมกลัวจะไม่ค่อยออกเสียง จะนิ่งๆไป เพราะว่าในบทที่ต้องเล่นต้องทำ พี่จักรพี่จงเขาก็อยากทำอารมณ์ออกมาให้ชัดเจน ซึ่งตรงนี้ก็เป็นการบ้านที่หนักมาก ก็ต้องเตรียมตัวมากครับ

Q มีฉากไหนที่เรารู้สึกสัมผัสได้ถึงความกลัวมากที่สุด

ก็คงเป็นฉากที่ถ่ายในลิฟท์ เพราะว่าพี่เขาจะลองให้ผมเล่นระดับกับความกลัว คือค่อยๆ สื่ออารมณ์ออกมาเรื่อยๆ ตามระดับลิฟท์ที่ขึ้นไปเรื่อยๆ เขาก็จะให้เราเล่นบิ้วท์ความกลัวไปทีละสเต็ปๆ คือก็ยากในการสื่ออารมณ์ให้คนเชื่อว่าเรากำลังกลัวอยู่ ซึ่งถือว่าเป็นฉากที่เราคิดว่ายากมาก เพราะปกติเราจะเป็นคนนิ่งๆ ไม่ค่อยแสดงความรู้สึกออกมา

Q ร่วมงานกับแอร์เป็นไงบ้าง

พอรู้ว่าจะได้มาเล่นกับแอร์ก็รู้สึกเบาใจขึ้นครับ เพราะตอนแรกเราก็ไม่รู้ว่าจะได้เล่นกับใคร แต่พอรู้ว่าเป็นน้องแอร์ก็โล่งใจครับ เพราะว่าเรารู้จักน้องเขาอยู่แล้ว แล้วตัวน้องเขาก็มีประสบการณ์แล้วเราก็สามารถถามน้องเขาได้ คือในเรื่องแทบจะอยู่ด้วยกันตลอดเวลา ก็เลยกลายเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวไปเลย แอร์เป็นคนทำงานเก่งครับ ทำได้ทุกอย่างเลย

Q ทำไมต้องมาดูมหา’ลัยสยองขวัญ

คือหนังเรื่องนี้เป็นการหยิบเอาตำนานที่มีคนพูดถึง และเฮี้ยนที่สุด และเอามารวมเป็นภาพยนตร์เรื่องนี้ ถ้าใครที่อยากจะเห็นว่าภาพจะเป็นยังไงน่าจะมาลองดูกัน ซึ่งน่าจะได้เห็นภาพเกินกว่าที่ทุกคนจะจินตนาการเอาไว้ ผมเองยังกลัวเลย

Q ฝากผลงาน

ก็ขอฝากภาพยนตร์ มหา’ลัยสยองขวัญ เอาไว้ด้วย ซึ่งเป็นเรื่องแรกที่จ๊ะมีโอกาสได้เล่น ยังไงก็ฝากให้มาดูกันด้วยเพราะจ๊ะก็พยายามมาก ก็น่าดูครับเรื่องนี้ น่ากลัวด้วย ใครที่ชอบอะไรที่สยองขวัญรับรองว่าถูกใจแน่นอนครับ

 

บทสัมภาษณ์ แอร์-ภัณฑิลา ฟูกลิ่น จาก “มหา’ลัยสยองขวัญ”
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 2 ตุลาคม 2552

Q พูดถึงบทบาทที่ได้รับใน “มหา’ลัยสยองขวัญ”
แอร์รับบทเป็น ป้อน เป็นนักศึกษาสาวมั่นสุดซ่า ใช้ชีวิตอย่างสุดเหวี่ยง แต่แล้วคืนหนึ่งเมื่อรู้ความจริงจากแฟนหนุ่มว่าเงินที่เอามาเลี้ยงและซื้อของให้ได้มาจากสิ่งที่ไม่ดี ก็เป็นเหตุที่ทำให้ต้องเข้าไปพัวพันกับศาลในห้องน้ำหญิงสุดเฮี้ยนที่เป็นตำนานของมหาลัยที่ตัวเองเรียนอยู่

Q ในเรื่องถือเป็นการกลับมีผลงานทางจอเงินอีกครั้ง

ก็ห่างหายไปนานเหมือนกันตั้งแต่เรื่องรับน้องสยองขวัญ พอได้กลับมาอีกครั้งหนึ่งก็ดีใจ เพราะเป็นงานที่เราใฝ่ฝันและรักที่อยากจะทำอยู่ ซึ่งเราคิดว่างานตรงนี้มันมีเสน่ห์เฉพาะตัว คือเรื่องนี้ก็ต่างจากตอนที่ทำรับน้องสยองขวัญ เพราะหนังเรื่องนี้เอาตำนานที่เราก็เคยได้ยินอยู่ พอได้อ่านบทแล้วก็ชอบเลย ก็เลยรู้สึกอยากเห็นภาพ อยากรู้ว่าผู้กำกับจะทำออกมาอย่างไร ส่วนตัวตื่นเต้นมากที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งในตำนานที่เคยได้ยินมา

Q เรื่องราวของ “มหา’ลัยสยองขวัญ”

ในส่วนของเรื่องนี้คือเขาเอาตำนานของแต่ละสถาบัน ซึ่งแอร์เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยได้ยินกันแน่นอน มันเป็นเรื่องสยองขวัญที่หลายๆคนคงเคยขนลุกมาแล้ว ซึ่งเอามาผูกเป็นเรื่องราวให้คนดูได้ติดตาม อย่างของแอร์ก็เป็นเรื่องของศาลในห้องน้ำหญิง ในเรื่องนี้แอร์คิดว่ามันไม่ใช่แค่ความท้าทายความสามารถเราอย่างเดียว เพราะมันเป็นความรู้สึกเหมือนได้ไปอยู่ในตำนานนั้นจริงๆ เล่นไปก็ขนลุกตลอดเวลาเหมือนว่าเรากำลังอินมาก

Q ใน “มหา’ลัยสยองขวัญ” ได้หยิบเอาตำนานอะไรมารวมอยู่ไว้บ้าง

คือในเรื่องนี้จะมีตำนานที่คนพูดถึงกันมากที่สุดอยู่ เหมือนเอาตำนานต่างๆ มาเชื่อมโยงเป็นหนังเรื่องเดียว ก็จะมีตำนานผี ป๊อก ป๊อก ครืด นักศึกษาแถวภาคเหนือคงรู้จักกันดี เพราะเรื่องนี้ดังมากๆ แล้วก็มีตำนานลิฟท์แดง อันนี้จะหลายคงเคยได้ยิน เพราะเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ แล้วก็มีตำนานศพหายในห้องดับจิต อันนี้เด็กเรียนแพทย์ต้องเคยได้ยินมา อีกเรื่องก็คือศาลในห้องน้ำหญิงที่เฮี้ยนมาก เห็นว่าทุกวันนี้ก็ยังมีศาลนี้ตั้งอยู่ในห้องน้ำของมหาลัยที่นั่นนะ

Q พูดถึงตำนาน “ศาลในห้องน้ำหญิง” ที่เคยได้ยินมา

คือตำนานนี้เป็นส่วนที่แอร์จะต้องถ่ายทอดเรื่องราวออกมา คือเรื่องนี้ก็ดังเหมือนกัน คือเป็นเรื่องของนักศึกษาสาวที่ผิดหวังในเรื่องความรัก ก็เลยไปผูกคอตายในห้องน้ำหญิงในมหาลัยตัวเอง เขาก็เลยตั้งศาลไว้ในห้องน้ำห้องนั้น เพราะวิญญาณของนักศึกษาคนนั้นออกมาหลอกหลอนคนในตึก ซึ่งห้องน้ำในห้องนั้นก็ห้ามปิดไฟเพราะถ้าเกิดมีคนไปปิดก็ต้องเจอเรื่องร้าย บางทีก็มีคนเห็นผู้หญิงใส่ชุดรำไทยออกมาจากห้องน้ำ ทุกวันนี้ในมหา’ลัยนั้นก็ยังมีศาลในห้องน้ำนี้ตั้งอยู่จริงๆ

Q แล้วสถาบันที่ตัวเองเรียนอยู่มีเรื่องเล่าสยองๆ บ้างหรือเปล่า

ก็คือเรื่องของสถาบันที่เรียนอยู่เป็นคณะของแอร์เอง คือเขาจะมีเรื่องเล่าว่าตึกที่เราเรียนอยู่เนี่ย จะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่ แล้วด้วยความที่เราเรียนอยู่คณะละคร แล้วต้องอยู่ซ้อมนู่นนี่จนดึก อยู่ดีๆ บางทีก็จะเห็นลิฟท์เปิดเอง บางทีมีรุ่นพี่กำลังซ้อมละคร อยู่ดีๆก็เปลี่ยนไปเป็นอีกคน เหมือนไม่ใช่ตัวเขา ก็เลยรู้สึกว่าเฮ้ยมันมีอยู่จริงนี่นา ก็เลยเวลาที่จะต้องเล่นละครก็เลยต้องมีการไหว้ขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนทุกครั้ง

Q ต้องมีมาเล่นหนังสยองขวัญแบบนี้ ต้องเตรียมตัวเตรียมใจยังไงบ้าง

ปกติเป็นคนกลัวผีมาก กลัวมากๆ ในโทรศัพท์ก็จะมีคาถาป้องกันภัย อย่างเวลาเล่นหนังเรื่องนี้แอร์ก็จะพกพระตลอดเวลา คือด้วยความที่อินกับบรรยากาศ บางทีเราก็เผลอคิดว่าเรากำลังเจอกับสถานการณ์นั้นอยู่จริงๆ เวลาเจออะไรที่น่ากลัวๆ แอร์ก็จะไหว้ไว้ก่อน

Q เห็นว่าเรื่องนี้แอร์ต้องเจอกับเรื่องราวประหลาดที่ทำให้เจ็บเนื้อเจ็บตัว

คือเป็นฉากที่เราเซ็ตว่ากำลังจะอยู่ในลิฟท์ มันก็มีฝ้าที่เหมือนกับอยู่บนเพดาน แล้วตอนนั้นมีคนที่ต้องถ่ายฉากนี้อยู่ประมาณ 4 คน แล้วระหว่างที่ถ่ายกันปกติ ก็มีฝ้าข้างบนตกลงมาใส่เรา ทั้งๆ ที่ยืนกันอยู่สี่คน แล้วเราตัวเตี้ยสุด เราก็กลัวนะว่าตัวเองไปทำอะไรหรือเปล่า คือมันบังเอิญเกินไปเปล่าพี่ พี่จงพี่จักก็คอยมาปลอบ คือแอร์จะเจอเรื่องอะไรแปลกๆ เยอะมาก อย่างมีอยู่ในฉากที่แอร์ต้องเดินอยู่ในเซ็ตที่ขอบอกว่าบรรยากาศน่ากลัวมาก แล้วพอกวาดสายตาไปรอบๆ บางครั้งแอร์ก็สับสนว่านี่คือสิ่งที่ทีมงานเซ็ตมา หรือนี่คือของจริง แล้วเวลาเรามอง เราก็จะอินไปด้วย เราก็จะนึกในใจว่าไม่เป็นอะไรๆ เล่นต่อไป คือบางทีแอร์ก็จะไม่กล้าพูดว่าเอ๊ะเมื่อกี้เห็นอะไร แต่พอตอนเช้าก็จะถามคนนู้นคนนี้ว่าเห็นอะไรหรือเปล่า คือพอกลับบ้านไปทุกครั้งจะหลอนติดตัวไปตลอด

Q พูดถึง จ๊ะ-อธิศ นักแสดงหนุ่มหน้าใหม่ ที่ต้องร่วมกันเจอความสยองในเรื่อง

คือพี่จ๊ะที่เล่นเป็นแฟนกับแอร์ในเรื่อง คือเรารู้จักกันมาอยู่แล้วด้วย ยิ่งเราต้องมารับบทเป็นแฟนกันก็เลยไม่เกร็ง พี่เค้าก็จะมาคุยกับแอร์แมนๆ ว่าเฮ้ย อย่างนู้นอย่างนี้ แล้วพี่จ๊ะก็เคยบอกว่าช่วยพี่หน่อยนะเพราะพี่ยังไม่เคยถ่ายหนังมาก่อน ก็เลยมีอะไรก็พูดคุยกันตลอดเวลา อีกอย่างแอร์ก็ชอบเรื่องเพลง พี่เขาก็มีวงดนตรี ก็เลยเหมือนกับคุยกันถูกคอค่ะ

Q แล้วใครกลัวผีมากกว่ากัน

คงเป็นแอร์ค่ะ เพราะแอร์กลัวผีมาก เพราะว่าเวลาที่แอร์รู้สึกกลัว หรือว่าเห็นอะไรเนี่ย แอร์จะกรี๊ดๆ ทันที อย่างพี่จ๊ะก็จะเก๊กหน้านิ่งๆหน่อย เวลากลัวก็จะทำหน้านิ่งๆ แล้วแอร์ก็คิดว่าการเล่นแบบนี้มันเป็นเหมือนการส่งอารมณ์กัน คืออาจจะมีแบ็คกราวน์ที่ไม่เหมือนกัน คือแต่ละคนก็เจอรีแอ๊คที่ต่างกันเวลาที่ตกใจ แล้วเวลาที่พี่จ๊ะเขาเห็นแอร์ตกใจหรือว่าอะไรเนี่ย เขาก็จะอิน เพราะบรรยากาศอะไรก็แล้วแต่ที่มันวังเวงจริงๆ

Q ฝากผลงาน

แอร์ก็ขอฝาก “มหา’ลัยสยองขวัญ” หนังเรื่องนี้ก็เป็นหนังสยองขวัญอีกเรื่องหนึ่งที่หน้ากลัวมาก หลายๆคนเคยได้ยินตำนานสยองขวัญนี้อยู่แล้ว อยากให้ทุกคนมาพิสูจน์มาลุ้นด้วยกันว่าจากคำบอกเล่าแล้วมาเป็นภาพมันจะเต็มที่ความกลัวแค่ไหน ก็อยากให้ทุกคนมาลองชมกัน 22 ตุลาคมนี้นะคะ


 
 “แอนนา รีส” สุดอึดถ่ายทำฉากระทึกขวัญ
ยอมรับเล่นไปกลัวไปใน “มหา’ลัยสยองขวัญ”

Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 6 ตุลาคม 2552

            เป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่มาร่วมเปิดตำนานขวัญผวาใน “มหา’ลัยสยองขวัญ” สำหรับนักแสดงสาวลูกครึ่ง “แอนนา รีส” ซึ่งหนังเรื่องนี้ถือเป็นผลงานเรื่องที่สี่ของเธอ ต่อจาก “ฟ้าทลายโจร”, “เดอะเลตเตอร์..เขียนเป็นส่งตาย”, “ปืนใหญ่จอมสลัด” โดยในมหา’ลัยสยองขวัญสาวแอนนาต้องมารับบทเป็น สา สาวขี้เหงาที่ต้องมาเผชิญกับเรื่องราวสุดเฮี้ยนของตำนานหอเจ็ด หนึ่งในตำนานที่หลอมรวมอยู่ในหนังเรื่องนี้ งานนี้สาวแอนนาก็เลยต้องเจอกับการถ่ายทำแบบสยองขวัญสมชื่อหนัง ทั้งบรรยากาศการถ่ายทำที่เลือกเอาโลเคชั่นที่หลอนกันสุดๆ แถมยังต้องเจอกับการถ่ายทำที่สมบุกสมบันอีกด้วย
อย่างในฉากนี้ทีมงานก็ยกพลกันไปถ่ายทำในป่าที่อำเภอพุแค จังหวัดสระบุรี โดยสาวแอนนาต้องเข้าฉากระทึกขวัญฉากหนึ่งในหนัง ที่เธอต้องวิ่งอยู่ในป่าอยู่เกือบครึ่งวัน ชนิดที่ว่าเล่นจริงเจ็บจริง เพราะบริเวณถ่ายทำเต็มไปด้วยกิ่งไม้ระเกะระกะไปหมด งานนี้สาวแอนนาเลยได้แผลชนิดที่ไม่ต้องเมคอัพ แต่ก็ต้องยกนิ้วให้กับสปิริตของเธอ ที่อึดถ่ายทำฉากนี้จนได้ภาพที่ออกมาตื่นเต้นระทึกขวัญตามความต้องการของสองผู้กำกับ “บรรจง สินธนมงคลกุล” และ “สิทธิพร ทับทิม” ซึ่งสาวแอนนาพูดถึงการถ่ายทำฉากนี้ว่า
“ก็คือเป็นฉากที่ตัวสาต้องวิ่งหนีอะไรบางอย่างอยู่ ขออุบไว้ไปดูในหนังละกัน คือฉากนี้ถ่ายในป่าด้วย แล้วถ่ายกลางคืนด้วย บรรยากาศก็น่ากลัวอยู่แล้ว คือทุกอย่างมันเหมือนจริงหมด แล้วฉากนั้นวิ่งตั้งแต่กลางวัน จนถึงกลางคืน ก็มีแผลด้วยนิดนึง เพราะว่ามันมีกิ่งไม้ และบางคัทเราก็ลื่นล้ม คือเราอินกับสถานการณ์ความน่ากลัวในนั้น ถ้าเห็นว่าในเรื่องแอนนามีแผล ก็อย่าคิดว่าเอ็ฟเฟ็กต์นะคะ เพราะนั่นเป็นแผลจริงๆ (หัวเราะ)”

นอกจากนั้นสาวแอนนายังพูดถึงบทบาทของตัวเองในเรื่องนี้ ที่เข้าไปเกี่ยวพันกับตำนานหอเจ็ด หรือตำนานป๊อก ป๊อก ครืด ที่ทุกคนเคยได้กิตติศัพท์ความเฮี้ยนกันเป็นอย่างดี โดยสาวแอนนาพูดถึงคาแรกเตอร์ที่ได้รับในเรื่องนี้ว่า

“เรื่องนี้รับบทเป็น สา เป็นสาวห้าว ฉลาด ขี้เล่น รักเพื่อน แล้วก็ขี้เหงา ด้วยความขี้เหงานี้เองสา ก็จะใช้เวลาว่างโดยการแช็ททางอินเตอร์เน็ตเพื่อแก้เหงา แต่เมื่อคู่สนทนาในโลกไซเบอร์ของสาไม่ใช่หนุ่มในฝันที่วาดไว้ จึงทำให้เธอต้องเจอกับชะตากรรมที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต ยังไงแอนนาก็ขอฝากผลงานเรื่อง มหา’ลัยสยองขวัญ ที่รวมเอาสุดยอดเรื่องราวเฮี้ยนๆ มารวมอยู่ในนี้ แล้วมาผูกเป็นเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความสยองที่รับรองว่าน่ากลัวกว่าเรื่องเล่าที่ทุกคนเคยได้ยินมาอย่างแน่นอน 22 ตุลาคมนี้ทุกโรงภาพยนตร์”
ใครที่เคยได้ยินตำนานสยอง “ป๊อก..ป๊อก..ครืด” กันมาแล้ว ต้องไปพิสูจน์ทุกภาพที่คุณจินตนาการใน “มหา’ลัยสยองขวัญ” 22 ตุลาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์


 
“จ๊ะ-อธิศ” ปลื้มประกบ “แอร์” ช่วยแสดงไหลลื่นใน “มหา’ลัยสยองขวัญ”
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 15 ตุลาคม 2552

            ได้มาประเดิมแสดงหนังครั้งแรกก็แอบหวั่นๆ เล็กน้อยสำหรับ “จ๊ะ-อธิศ อมรเวช” หนึ่งในนักแสดงในหนังรวมตำนานเฮี้ยน “มหา’ลัยสยองขวัญ” โดยหนุ่มจ๊ะได้มาสวมบทบาทเป็นนักศึกษาสุดคะนอง ที่กล้าเข้าไปลองดีใน “ศาลห้องน้ำหญิง” หนึ่งในตำนานสุดเฮี้ยนที่รวมอยู่ในหนังเรื่องนี้ ซึ่งหนุ่มจ๊ะได้มาประกบกับนักแสดงสาวหน้าใส “แอร์-ภัณฑิลา ฟูกลิ่น” พิธีกรสาวจากรายการสุดฮิต “สตอเบอรรี่ชีสเค้ก” โดยทั้งคู่ต้องมารับบทเป็นแฟนกันซะด้วย งานนี้หนุ่มจ๊ะก็ถึงกับเอ่ยปากว่าการได้มาร่วมงานกับสาวแอร์ถือว่าเป็นโชคดีสำหรับตน เพราะว่าสาวแอร์นั้นเคยผ่านผลงานแสดงหนังมาบ้างแล้ว แถมยังแอบชมสาวแอร์ว่าเห็นตัวเล็กๆแบบนี้ไม่ได้มีแต่ความน่ารักอย่างเดียว เพราะยังอึดสุดๆ อีกด้วย ซึ่งหนุ่มจ๊ะได้พูดถึงการได้มาประกบกับสาวแอร์ว่า

“พอรู้ว่าจะได้มาเล่นกับน้องแอร์ก็รู้สึกเบาใจขึ้นครับ เพราะตอนแรกเราก็ไม่รู้ว่าจะได้เล่นกับใคร แต่พอรู้ว่าเป็นน้องแอร์ก็โล่งใจครับ เพราะว่าเรารู้จักน้องเขาอยู่แล้ว แล้วตัวน้องเขาก็มีประสบการณ์ แล้วเราก็สามารถถามน้องเขาได้ คือ ในเรื่องแทบจะอยู่ด้วยกันตลอดเวลา ก็เลยกลายเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวไปเลย แอร์เป็นคนทำงานเก่งครับ ทำได้ทุกอย่างเลย เห็นตัวเล็กๆ แบบนี้ แต่เวลาทำงานไม่ว่าจะดึก จะหนักแค่ไหน แอร์จะเต็มที่ตลอด”
นอกจากนั้น หนุ่มจ๊ะ ในฐานะที่ผันตัวจากการเป็นนักดนตรีวง “The Mousses” โดยแวบมาเล่นหนัง แถมยังมีสไตล์และคาแรกเตอร์ที่ชัดเจน เหมือนเป็นแรงกดดันซึ่งเจ้าตัวพูดถึงเรื่องนี้ว่า

“กดดันมากครับ และก็เขินๆ ด้วย ตอนแรกไม่มั่นใจเลยคิดว่าจะทำได้หรือเปล่าและก็ไม่อยากโดนเปรียบเทียบ โชคดีที่คาแรคเตอร์ในหนังกับตัวจริงของเราค่อนข้างคล้ายกันมาก คือ เป็นวัยรุ่นที่แต่งตัวออกจะแฟชั่นนิดๆ มีสไตล์เป็นของตัวเอง และเป็นคนสนุกสนาน ชอบลอง ชอบเสี่ยง และชอบความท้าทายเหมือนในหนังเลยๆ ทำให้เราไม่ค่อยมีปัญหาในการเปลี่ยนบทบาทมากนัก เพราะตัวเราเองพอคิดว่า ถ้าเราอยู่ในสถานการณ์นั้นเราก็ต้องอยากรู้เหมือนกันว่าในห้องน้ำนั้นอ่ะมีศาลจริงมั้ย ?? แล้วเรื่องราวที่ได้ยินมานั้นใช่แน่หรือเปล่า ?? ผมก็ต้องพิสูจน์แน่นอน ก็อยากให้ทุกคนมาดูหนังกันเยอะๆ อยากให้ทุกคนได้มาดูผลงานใหม่ของผมที่นอกเหนือจากงานเพลง เพราะยังไงผมก็ยังเป็นแบบสไตล์ของเราอยู่ดี”

สาวๆ คนไหนที่แอบเอาใจช่วย “หนุ่มจ๊ะ” ให้แจ้งเกิดเต็มตัว เพื่อจะได้มีผลงานมาให้ดูกันอีก ก็อย่าลืมไปดู “มหา’ลัยสยองขวัญ” ที่จะเข้าฉาย 22 ตุลาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์



 
"เป้ย-ปานวาด" พาทัวส์สุดสยองกับ "มหา’ลัยสยองขวัญ"
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 20 ตุลาคม 2552

             เปิดมหา’ลัยให้สื่อได้เข้าชมแล้วเมื่อวานนี้ (วันที่ 20 ตุลาคม 2552) ที่โรงภาพยนตร์ SF World Cinema สำหรับภาพยนตร์ที่รวมตำนานเฮี้ยนจาก 4 รั้วมหา’ลัยอย่าง "มหา’ลัยสยองขวัญ" จากค่ายหนัง "สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด" ซึ่งงานเปิดตัวในครั้งนี้ได้จำลองบรรยากาศเหมือนกับงานรับนักศึกษาใหม่ของมหาวิทยาลัย พร้อมภายในงานนั้นยังกิจกรรมรับศึกษาอีกเพียบ...

หลังจากนั้นก็เป็นการพูดคุยกันบนเวทีกับกำกับทั้งสอง "บรรจง สินธนมงคลกุล" และ "สุทธิพร ทับทิม" พร้อมนักแสดงนำเริ่มต้นที่ "เป้ย-ปานวาด เหมมณี" ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นการประเดิมแสดงหนังกับค่ายใบโพธิ์เป็นครั้งแรก "หนูจ๋า-อาชิรญาณ์ ภีระภัทร์กุญช์ชญา" , "แอนนา รีส" , "แอร์-ภัณฑิลา ฟูกลิ่น" และ 2 นักแสดงหน้าใหม่ "จ๊ะ-อธิศ อมรเวช" และ "อิคคิว-ปองสิชม์ พิศิษฐการ" โดยการพูดคุยในครั้งนี้ทั้งหมดได้พูดถึงเรื่องราว ตำนานความเฮี้ยนที่อยู่ในหนังเรื่องนี้ ก่อนจะปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพหมู่ของผู้บริหาร ทีมงานและนักแสดง

ทนกระแสเรียกร้องไม่ไหว "มหา’ลัยสยองขวัญ" เชิญสัมผัสความสยองก่อนใคร ตั้งแต่ 21 ตุลาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ (ตรวจสอบรอบได้ที่โรงภาพยนตร์)


























 


 

กลับไปหน้าแรก

 

รูปภาพ

   
   

ดูภาพทั้งหมด