Q
แนะนำตัว
บรรจง :
สวัสดีครับ ผม บรรจง สินธนมงคลกุล
สุทธิพร
:
สวัสดีครับ ผม สุทธิพร ทับทิม
Q
เคยผ่านผลงานอะไรมาก่อนหน้านี้บ้าง
บรรจง :
ก่อนหน้านี้ก็ทำงานเบื้องหลัง
เคยทำกับจักรด้วยตอนที่ผมเป็นผู้ช่วยผู้กำกับในหนังเรื่อง
Goal Club
เกมล้มโต๊ะ
ตอนนั้นจักรเขาทำตัดต่ออยู่
หลังจากนั้นก็ไปเป็นผู้ช่วยผู้กำกับในหนังเรื่อง
พรางชมพู , fake
,
แล้วก็ไปเป็นผู้ช่วยพี่หม่ำตอนทำแหยม
ที่ผ่านมาก็ได้มากำกับเต็มตัวในเรื่อง
ว้อ...หมาบ้ามหาสนุก
ล่าสุดก็มากำกับด้วยกันกับจักรในเรื่องนี้ครับ
สุทธิพร
:
ของผมจะหนักไปทางทำงานด้านตัดต่อ
ก็เริ่มจาก
GOAL CLUB
ซึ่งจงเป็นผู้ช่วยผู้กำกับอยู่
หลังจากนั้นก็มี ปอบ หวีดสยอง, เฮี้ยน,
sex phone
,โคลิคเด็กเห็นผี
เขียนบทเรื่องดรีมทีม
ล่าสุดก็มากำกับครั้งแรกร่วมกับจงในเรื่องนี้
Q
พูดถึงที่มาของโปรเจกต์
มหาลัยสยองขวัญ
บรรจง :
คือแรกเริ่มเดิมทีผมกับจักรรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ม.กรุงเทพ
ก็มีความคิดร่วมกันว่าอยากจะทำหนังร่วมกัน
แล้วสมัยนั้นเราก็มีประเด็นหนึ่งที่เราสนใจ
คือมาจากการที่คือ ทุกสถาบันมีเรื่องเล่า
ทุกสถาบันมีตำนาน มีทั้งเรื่องตลก เรื่องขำขัน
แล้วก็เรื่องผี
ซึ่งพวกเราอยากเอาตำนานที่น่ากลัวตำนานที่สยองมาทำเป็นหนัง
คือเป็นความตั้งใจว่าถ้ามีโอกาสได้เป็นผู้กำกับก็อยากเอาเรื่องนี้มาทำเป็นหนัง
แต่ด้วยอะไรหลายๆอย่าง
กว่าที่เราจะได้มาทำมันจริงๆ ก็นานเหมือนกัน
สุทธิพร
:
คือประจวบเหมาะกับตอนที่ได้เจอกับพี่ปรัช
(ปรัชญา ปิ่นแก้ว)
ซึ่งแกมีไอเดียที่จะเอาเรื่องตำนานผีในมหาลัยมาทำเป็นหนังเหมือนกัน
พี่ปรัชก็เลยไฟเขียวให้ทำ
ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของมหาลัยสยองขวัญ
Q
เป็นเพราะคำสัญญาสมัยเรียนหรือเปล่า
พอได้มีโอกาสเลยตัดสินใจกำกับร่วมกัน
บรรจง :
คือก่อนที่ผมจะทำว้อก็คิดจะกำกับคู่กันอยู่แล้ว
ก็เลยคุยกันว่า
จบมาแล้วมากำกับหนังด้วยกันสักเรื่องมั้ย
คือสมัยเรียนก็ทำเอ็มวี ทำอะไรมาด้วยกันตลอด
เวลากำกับหนังก็มีต้องแชร์ความคิดหาแนวทางร่วมกันมาตลอด
แล้วก็มี 2-3โปรเจกต์ที่จะทำด้วยกัน
คือด้วยอะไรหลายอย่างรวมไปถึงความเข้าขากันด้วย
ก็เลยเป็นที่มาของเรื่องนี้
Q
ทั้งสองคนแบ่งหน้าที่กันอย่างไร
สุทธิพร :
ก็ไม่ได้แบ่งกันชัดเจนนะ
คือจะคุยตกลงกันก่อนทุกครั้ง
อะไรที่เราคิดไม่ตรงกันก็จะเถียงกันให้เสร็จ
ทั้งไอเดียทุกอย่างเราจะแชร์กัน
คือด้วยความที่เราทำเบื้องหลังมาเยอะ
เสร็จแล้วก็เคาะ แล้วเราก็จะเดินตามไอเดียที่สรุปกันมาแล้ว
Q
หลังจากที่พี่ปรัชไฟเขียวให้ทำแล้ว
ขั้นตอนต่อมาคืออะไร
บรรจง :
พอเราคิดจะเอาเรื่องราวตำนานของมหาลัยมาทำเป็นหนัง
เราต้องมีการหาข้อมูล
ก็เลยต้องมีการเข้าอินเตอร์เน็ต
หรือไม่ก็ถามเพื่อนพ้องถึงเรื่องตำนานสยองต่างๆ
พอเราหาข้อมูลมาได้แล้ว
ก็มาคิดต่อว่าจะรวมกันเป็นเรื่องเดียวหรือจะแยกก้อนกันออกไปเลย
ก็สรุปว่าเราจะเล่าเป็นหนึ่งเรื่องแต่มีหลายตำนานรวมอยู่ในนั้น
Q
มีการวางคอนเซปต์ในการเลือกตำนานสยองต่างๆ
จากอะไร
บรรจง :
เราก็เลือกดูว่าเรื่องไหนคนรู้จักเยอะที่สุด
ทั้งถามพี่ๆน้องๆ หรือทางอินเตอร์เน็ต
แล้วก็พยายามหาจุดกลางว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นอย่างไร
คือพยายามหาจุดที่ตรงกันมากที่สุด
คือถ้าพูดถึงอันนี้นะ
คนจะนึกถึงเรื่องนี้ทันที
ก็จะพยายามจับจุดที่โดดเด่นตรงนั้นมา
สุทธิพร
:
เราคิดจากแกนก่อนเลยว่า
เราพยายามจะทำหนังสยองขวัญที่มาจากความน่ากลัว
ยิ่งประกอบกับการเอาเรื่องราวของมหาลัยดังๆมาทำซึ่งคนรู้จักกันดีอยู่แล้ว
ตรงนั้นถือเป็นความกดดันกับสิ่งที่คนรู้อยู่แล้วแล้วต้องพยายามให้เขาตื่นเต้นให้ได้
กับอีกสิ่งที่เรากดดันคือการรวมเอาหลายๆเรื่องมารวมกันแล้วให้มีรสชาติน่าสนใจ
คือจะมีทั้งผีเทรลเลอร์นะ ผีคอเมดี้นะ
แล้วก็ไม่อยากทำให้ตรงตามต้นฉบับเป๊ะ
เพราะคนดูคงไม่อยากดูสิ่งที่รู้อยู่แล้ว
ก็เลยเอาโครงเรื่องที่เด่นๆ ยืนไว้
แล้วเราก็ใส่เรื่องราวเข้าไปใหม่
ทำเป็นหนังในแบบของเรา
โดยที่ไม่ละทิ้งจุดที่เป็นเสน่ห์
ซึ่งเราก็เสริมจุดที่น่าสนใจลงไปด้วย
Q
เรื่องราวของ มหาลัยสยองขวัญ
บรรจง :
คือเป็นเรื่องราวของ หมวย ผู้หญิงคนหนึ่ง
ซึ่งรับบทโดยคุณเป้ย คุณเป้ยคือนักศึกษาฝึกงาน
ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด
ก็เข้ามาฝึกงานทีมูลนิธิกู้ภัย
ก็จะต้องตระเวนตามท้องถนนยามค่ำคืน
เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุและช่วยเหตุการ์ณต่างๆ
ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในสถาบันต่างๆ
ก็เลยทำให้เจอเรื่องราวสยองขวัญมากมายเหมือนเป็นตัวนำพาคนดูเข้าไปพบกับความน่ากลัวทั้งหมด
ซึ่งเนื้อในของเรื่องราวความน่ากลัวจะแฝงเอาตำนานที่เราเลือกมาอยู่ในนั้น
Q
ตำนานที่เลือกมาอยู่ในเรื่องนี้มีตำนานอะไรบ้าง
บรรจง :
คือในมหาลัยสยองขวัญก็จะมีเรื่องราวตำนานต่างๆรวมอยู่ในนั้น
ทั้งเรื่องของศาลในห้องน้ำหญิง ซึ่งตอนไปรีเสิร์ทสถานที่จริงก็เจอศาลอยู่ในนั้นจิงๆ
อย่างเรื่องของศพหายก็เป็นเรื่องราวที่เด็กเรียนแพทย์ต้องเจออยู่แล้ว
อย่างเรื่องลิฟท์แดงก็เป็นเรื่องที่มีประวัติศาสตร์
แล้วก็ทำยากที่สุด
ค่อนข้างอ่อนไหวหน่อยเรื่องนี้
หรือตำนานป๊อกครืด
ซึ่งทุกคนมีจินตนาการในหัวอยู่แล้ว
อยู่ที่ว่านึกเอาไว้ยังไง
Q
แต่ละเรื่องใส่เรื่องราวข้างในไว้ยังไง
บรรจง :
คือนอกจากสิ่งที่มีอยู่แล้วคือผี
คือความน่ากลัว คือเหมือนเค้ามีตัวตนอยู่แล้ว
เพียงแต่เราพยายามหาเสื้อผ้าไปใส่ให้มันโอเค
อย่างเรื่องแรกศาลในห้องน้ำหญิง
ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายๆคนรู้จักกันดี
เราต้องสร้างคาแรกเตอร์ของนักศึกษาสองคนนี้ขึ้นมา
คือเป็นเรื่องของคนลองดี
ที่เอาตัวเองเข้าไปพัวพันกับศาลสุดสะพรึงแห่งนี้
สุทธิพร
:
อย่างเรื่องต่อมาก็คือเรื่องราวของห้องดับจิต
เรื่องของนักศึกษาแพทย์ที่ต้องไปพัวพันกับศพโดยไม่ได้ตั้งใจ
คือเป็นเรื่องของนักศึกษาแพทย์คนหนึ่งที่เค้ากลัวผีแต่ไม่มีใครรู้
คือโจทย์คือคนที่กลัวผีมากที่สุด
ต้องไปอยู่ในห้องดับจิตคนเดียว
ต้องเจอกับศพที่เฮี้ยนที่สุด
บรรจง
:
ตำนานต่อมาคือลิฟท์แดง
ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่มีความยากมาก
เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องผีอย่างเดียว
แต่มันยังมีเรื่องของประวัติศาสตร์อยู่ด้วย
เป็นเรื่องของความขัดแย้ง
ที่ยากคือพอขึ้นชื่อว่าเป็นหนังผี
คือเราโตมากับสิ่งเหล่านี้ ไม่อยากไปแตะ
ไม่อยากไปลบหลู่ ให้เกียรติเหตุการณ์ๆนี้
ก็ให้มีความดราม่าหน่อย
คือตัวนกน้อยมีอดีตมีปมบางอย่าง
ก็เลยถูกรุ่นพี่แอนตี้ ถูกรังเกียจ
จนเป็นเหตุให้เธอต้องเจอกับเรื่องราวสุดสยองกับลิฟท์แดงในตำนานนั้น
สุทธิพร
:
ส่วนเรื่อง ป๊อก ป๊อก ครืด เรื่องนี้ฮ็อตฮิตสุด
คือเป็นเรื่องที่ดังมากของสถาบันภาคเหนือ
จุดที่ยากคือเรื่องนี้ทุกคนมีภาพในหัวอยู่
ทุกคนจินตนาการไปต่างๆนาๆ
ซึ่งเราจะโฟกัสถึงที่มาแล้วก็เสน่ห์ของป๊อกป๊อกครืด
คือเราต้องตอบโจทย์ให้ตามกับที่คนดูจินตนาการไว้ด้วย
Q
ในมหาลัยสยองขวัญจะมีรสชาติความแตกต่างอย่างไรบ้าง
สุทธิพร :
คือเราวางโจทย์ไว้ให้มีหลายรสชาติ
เราอยากให้มันมีหลากรสชาติอยูในหนังเรื่องเดียว
คือมันมีทั้งเปรี้ยวเผ็ดหวาน
อย่างเรื่องแรกเราตั้งใจให้คนดูกลัวสุดๆ ไปเลย
จังหวะมันก็จะพาให้คนดูไปเจอกับความน่ากลัว
คือจังหวะของแต่ละตำนานจะแตกต่างกัน
อย่างศาลในห้องน้ำหญิงก็จะมีแอ๊คชั่นเยอะหน่อย
ตัวละครก็จะไปเจออะไรที่รวดเร็ว
ทุกครั้งที่ผีออกมาก็กระตุกอารมณ์คนดูได้ตลอด
ส่วนตำนานลิฟท์แดงจะค่อนข้างอ่อนไหว
เราก็จะวางให้มันเป็นดราม่าคือจะเป็นโครงเรื่องที่มีความดราม่า
ที่มาที่ไปของตัวละคร จะผูกโยงกับความเป็นดราม่า
อย่างตำนานศพหายก็จะดูตลกร้ายนิด
มันก็มาจากโครงสร้างของตัวละคร
อย่างป๊อกป๊อกครืดจะค่อนข้างรุนแรงดูหลอนแหวะสุดๆ
เมื่อคนดูได้ไปดูหนังเรื่องนี้
น่าจะได้รับอรรถรสของหนังสยองขวัญที่ครบรส
Q
พูดถึงการได้ เป้ย ปานวาด
มาสวมบทตัวละครสำคัญในหนังเรื่องนี้
บรรจง :
เป้ยถือเป็นตัวละครสำคัญ
คือบทหมวยเนี่ยเหมือนจะง่ายๆสบายๆ
แต่พอดูไปเรื่อยๆ
ก็เหมือนกับคนดูจะรู้สึกอะไรบางอย่าง
ด้วยแววตา ด้วยท่าทาง
ก็จะค่อนข้างเปลี่ยนจากทุกคาแรกเตอร์ที่เราเคยเห็นเป้ยมา
ก็ต้องปรับและทำความเข้าใจกันพอสมควร
แล้ววิธีการเล่นมันจะเป็นอย่างไร
เพราะเราไม่อยากให้เป้ยเล่นเป็นเป้ยนะ
สุทธิพร
:
คือเราเชื่อว่าคนดูจะไม่เห็นเป้ยในแบบที่เห็นในละครหรือสื่อต่างๆ
เพราะตอนได้เป้ยมาเล่น
เราจะคุยกันตลอดว่าไม่ให้คนดูติดภาพจากละคร
คือเหมือนกับว่าจะคุยกับน้องยังไง
สุดท้ายเขาก็มีการปรับตัว
แล้วก็ทุ่มเทเพื่อบทบาทที่ตัวเองได้รับมาก
บรรจง
:
คือเขามีความตั้งใจมาก
คือเขาบอกว่าเรื่องนี้
เขาไม่ได้อยากเล่นเป็นสาวเซ็กซี่
เหมือนกับภาพที่หลายๆคนคงเคยเห็น
คือเรื่องนี้ต้องมาใส่ชุดปอเต็กตึ๊ง แฟนๆ
ที่อยากเห็นเป้ยเซ็กซี่ก็อาจมีบ้างประปราย
สุทธิพร
:
แล้วน้องเขาจะมาถามว่าพี่ได้มั้ยๆ ทุกครั้งที่คัท
คือเขาจะกังวลมาก กลัวจะออกมาไม่ดี
คือเขาอยากให้คนเห็นภาพเขาในมุมใหม่
คือเขาจะตั้งใจมาก
Q
นอกจากตัวละครหมวยแล้ว
ในมหาลัยสยองขวัญยังมีตัวละครอื่นๆอีก
บรรจง :
ถ้าพูดถึงเรื่องราวใน มหาลัยสยองขวัญ
ก็จะมีเรื่องราวของตัวละครต่างๆอยู่ในนั้น
นอกจากจะมีตัวละครหลักคือเป้ย ที่เล่นเป็นหมวย
ที่เป็นนักศึกษาฝึกงาน
แล้วต้องเข้ามาจากต่างจังหวัด
ก็ใช้เวลาว่างทำงานกับหน่วยกู้ภัย เป้ยก็จะพาคนดูไปเจอเรื่องราวต่างๆ
เหตุการณ์แรกคือตำนานในศาลห้องน้ำหญิง ก็จะมี
แอร์กับ จ๊ะที่รับบทเป็นป้อนกับจิมมี่
ที่เป็นตัวแทนของนักศึกษาในสมัยนี้ โอเคมีแฟน
ก็ต้องมีเที่ยว มีสำมะเลเทเมาบ้าง
แต่ไม่ใช่ทั้งหมดในสังคมนะ
คือเขาเข้าไปพัวพันกับยาเศพติด กับพวกมิจฉาชีพ
Q
การเลือกจ๊ะกับแอร์
บรรจง :
อย่างจ๊ะเนี่ยเป็นนักดนตรี
ซึ่งตอนนี้เพลงเค้าน่าจะดังแล้ว
แต่ตอนที่ถ่ายทำเนี่ย เขายังไม่เคยเล่นหนัง
เป็นคนค่อนข้างเงียบ คือคาแรกเตอร์เขาดูน่าสนใจ
ก็ทำงานกันสนุก เพราะเขาตั้งใจมาก
สุทธิพร
:
ส่วนแอร์เนี่ย
เห็นน้องเขามาตั้งนานแล้ว
ถือว่าเป็นนักแสดงที่ขยันขันแข็ง
แล้วเรื่องนี้ถ่ายถึงเช้ากันทุกคิวเลย
บรรจง
:
จริงๆ
แอร์เนี่ยเราชอบตั้งแต่เทปแคสแล้วนะ
สุทธิพร
:
คือบทที่น้องเขาเล่นเขาค่อนข้างเป็นสาวซ่า
ซึ่งเราก็กังวลว่าจะได้มั้ย
เพราะตัวจริงเขาเป็นน้องเล็กน่ารัก
Q
พูดถึงคาแรกเตอร์ของนกน้อยในเรื่องของตำนานลิฟท์สุดเฮี้ยน
ที่รับบทโดย หนูจ๋า-อาชิรญาณ์
บรรจง :
ในเรื่องราวของตำนานลิฟท์สุดเฮี้ยนคนที่รับบทเป็นนกน้อยก็คือหนูจ๋า
ก็ต้องมารับบทเป็นลูกคุณหนู
ซึ่งต้องมาแบกภาระแบกความกดดันหลายอย่าง
ตอนแรกหนูจ๋าก็ยังกังวลอยู่บ้างว่าจะแสดงได้มั้ย
แต่หนูจ๋าเป็นคนถึงไหนถึงกัน
สุทธิพร
:
คือตัวละครนกน้อยจะดีเทลเยอะ
คือมันเป็นเรื่องของลูกคุณหนูที่มีอีโก้หน่อยๆ
วันนึงโดนรุ่นพี่ทำลายอีโก้
ก็เลยมีการต่อต้านรุ่นพี่
คือคิดมาตลอดว่าตัวเองไม่ผิด แล้วคือจ๋าจะมีซีนดราม่าตลอดเวลา
ต้องเจอทั้งความบีบคั้นทางอารมณ์ของผี
แล้วก็ของคน
Q
แล้วในพาร์ทของตำนานศพหายมีตัวละครอะไรบ้าง
บรรจง :
คือเป็นเรื่องของเพื่อนสองคน คนหนึ่งดูซ่ามาก
ส่วนอีกคนหนึ่งเหมือนเด็กเรียน มีปมหน่อยๆ
คือปิดความลับที่ตัวเองกลัวผีไว้
แต่ดันมีเพื่อนสนิทเป็นคนแสบๆคนหนึ่ง
จะคอยกลั่นแกล้งตลอด
แต่ก็จะคอยกลั่นแกล้งกันตลอด
สุทธิพร
:
แล้วตัวละครสองคนที่เราเลือกมา
ก็มีอิคคิว (จากโฆษณา ขนมเวเฟอร์วอยซ์) แล้วก็
อ็อฟ (นักแสดงจากโกลคลับ อหิงสาจิ๊กโก๋มีกรรม
) คือตอนแรกเขาไม่รู้จักกันเลยนะ
แต่มันเหมือนกับเคมีที่มันลงตัวกัน
พอมาเล่นด้วยกันก็เหมือนเคมีที่ลงตัว
Q
ในส่วนของแอนนาที่อยู่ในเรื่องราวของตำนานป๊อกป๊อกครืด
บรรจง :
คือแอนนารีสจะรับบทเป็นสาวสมัยใหม่
เป็นสาวน่ารักสดใสเซ็กซี่
ชอบบริหารเสน่ห์อยู่เสมอ ก็จะมีคนๆ นึงซึ่งเหมือนกับวัยรุ่นทั่วไป
ก็ชอบแชท ชอบเข้าอินเตอร์เน็ท พบปะเพื่อนใหม่ๆ
คืออาจจะมีความสุขกับการพูดคุย พูดหยอกล้อ
ชอบโปรยเสน่ห์ คือเป็นเรื่องของรักสนุกขี้เล่น
แต่สิ่งที่เขาเจอมันไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด
สุทธิพร
:
คือตอนที่เรียกเข้ามาคุยครั้งแรก
เขาก็บอกว่าเขามีซิกซ์เซนต์
มีความคล้ายกับคาแรกเตอร์คือการใช้ชีวิตเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว
คือด้วยธรรมชาติของตัวน้องเอง
มันตรงกับองค์ประกอบของตัวละครด้วย
Q
เมื่อโจทย์คือการนำเรื่องตำนานต่างๆ
มาหลอมรวมเป็นหนึ่ง
ความยากของการทำหนังเรื่องนี้อยู่ตรงไหน
บรรจง :
คือนอกจากจะทำให้ภาพในจินตนาการของทุกคน
ภาพที่คาดหวังไว้เป็นจริงแล้วนั้น
ก็เริ่มจากการหาโลเคชั่นให้มันใกล้เคียง
จะเล่ายังไงให้คนดูเชื่อ
เราต้องเน้นเรื่องของการรีเสิร์ท
คือเราต้องการทำให้เหมือนภาพที่เราวางไว้
ความรู้สึกที่เราได้อ่านบท
สุทธิพร :
อีกส่วนที่ยากคือเรื่องของนักแสดง
นักแสดงที่เคยเล่นหนังผีมาจะรู้เลยว่า
ต้องมีแต่งเป็นเมคอัพ เจอบรรยากาศน่าขนลุก
แล้วก็เอฟเฟ็คที่เป็นพวกอาร์ต พวกเลือด
การวิ่งหนีอะไรหลายๆอย่าง
เพราะฉะนั้นนักแสดงต้องมีความอดทนกับเอ็ฟเฟ็คเยอะมาก
อย่างแอร์ก็โดนเซ็ตหล่นใส่ก็มี
อย่างจ๋าก็จะเอียนเลือดไปเลย
Q
การเอาจินตนาการในหัวของคนมาทำเป็นภาพหนักใจมั้ย
บรรจง :
คือการเซ็ตสถานที่
เซ็ตบรรยากาศ
ให้เหมือนของจริงมันมีความยากอยู่แล้ว
คือมันยากตั้งแต่การหาโลเคชั่น
เพราะสถานที่จริงเขาไม่ให้ไปถ่าย
คือเรื่องราวในตำนานของเราจะไปเกี่ยวกับสถาบันที่เก่าแก่
คือมันมีเอกลักษณ์อยู่
เราก็ต้องไปคิดว่าจะหาอะไร จะใส่อะไรเข้าไป
จะเติมอะไรเข้าไป
เพื่อให้มันดูเด่นตรงนี้คือความยาก
Q
ทำไมคนต้องมาดูมหาลัยสยองขวัญ
บรรจง :
คือใครหลายคนอาจจะเคยได้ยินได้ฟังประสบการณ์เหล่านี้
และหลายๆคนก็คงชอบ แต่ถ้าคิดว่ามันจะมาเหมือนกันเป๊ะก็คงต้องขอบอกว่าไม่ใช่
เพราะว่าเวลาทำเราจะมีเสริมรสชาติและความเป็นตัวตนของเรา
มันเป็นหนังเรื่องเดียวที่เอาตำนานดังๆ
มารวมกันจนออกมาเป็นหนังสยองขวัญที่ครบรส
สุทธิพร
:
สำหรับหนังเรื่องนี้หลายคนอาจเคยได้ยินตำนาน
ของเรื่องที่เราจะเล่า
แต่ว่าในหนังเรื่องนี้จะมีสิ่งที่เราเพิ่มเติมเสริมเข้าไป
คือคุยกับเพื่อนเราอาจจะได้ยินแค่ห้านาทีก็จบ
แต่ในเรื่องนี้จะมีไอเดียใส่เข้าไปให้เราได้อรรถรสมากขึ้น
แต่ในหนังเรื่องนี้มันมีอะไรมากกว่านั้น
Q
ฝากภาพยนตร์
มหาลัยสยองขวัญ
บรรจง
:
หลายๆคนเคยรับรู้เรื่องราวเหล่านี้
ที่พากันถกเถียงว่าเรื่องจริงมันเป็นยังไง
วันนี้เราเอาเรื่องเล่าเหล่านี้มาหลอมรวมเป็นภาพยนตร์
อาจจะไม่ตรงกับที่คิด
แต่เราหวังว่าอรรถรสที่เพิ่มเติมเข้าไปจะทำให้ทุกท่านพอใจ
สุทธิพร
:
อย่าคาดเดาครับ
เพราะมันไม่ใช่อย่างที่คุณคิด
ต้องไปหาคำตอบและเติมเต็มจินตนาการในภาพยนตร์เรื่องนี้
|