หน้าหลัก  l   ข่าวภาพยนตร์ - สกู๊ปพิเศษ  l  ข้อมูลภาพยนตร์   l  อันดับภาพยนตร์   l  โฮมเอ็นเตอร์เทนเมนท์

 
 
 
ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๓ - ยุทธนาวี  (2009)

 

ข้อมูล - เรื่องย่อ 

l

เกี่ยวกับภาพยนตร์

l

รูปภาพ-โปสเตอร์

l

ดาวน์โหลด

l

แสดงความคิดเห็น

ข้อมูลเกี่ยวกับภาพยนตร์
ชื่อภาษาไทย : ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๓ - ยุทธนาวี
ชื่อภาษาอังกฤษ :
กำหนดฉาย :  31 มีนาคม 2011
ประเภทหนัง :
เวลา : - นาที
ผู้กำกับ : ม.จ. ชาตรีเฉลิม ยุคล
บทภาพยนตร์ : ม.จ. ชาตรีเฉลิม ยุคล
ดร. สุเนตร ชุตินทรานนท์
สนับสนุนโดย : รัฐบาลไทย ผ่านทางกระทรวงวัฒนธรรม
นักแสดง : สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ...พ.ต. วันชนะ สวัสดี
สมเด็จพระเอกาทศรถ ...พ.ท. วินธัย สุวารี
ออกพระราชมนู ...นพชัย ชัยนาม
ออกพระชัยบุรี ...ปราบต์ปฎล สุวรรณบาง
ออกพระศรีถมอรัตน์ ...พ.ต. คมกฤช อินทรสุวรรณ
พระมหาเถรคันฉ่อง ...สรพงษ์ ชาตรี
สมเด็จพระมหาธรรมราชา ...ฉัตรชัย เปล่งพานิช
พระเจ้านันทบุเรง ...จักรกฤษณ์ อำมรัตน์
พระมหาอุปราชา ...นภัสกร มิตรเอม
มังจาปะโร ...ชลัฏ ณ สงขลา
ลักไวทำมู ...สมชาติ ประชาไทย
เลอขิ่น ...อินทิรา เจริญปุระ
มณีจันทร์ ...ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ
พระสุพรรณกัลยา ..เกรซ มหาดำรงค์กุล
นักแสดงกลุ่มใหม่ในภาค 3 และ 4  : รัตนาวดี ...อคัมย์สิริ สุวรรณศุข
อังกาบ ...ศิรพันธ์ วัฒนจินดา
เจ้าจอมเป๋อ ...วิชุดา มงคลเขตต์
มูเตอ ...เกศริน เอกธวัชกุล
ท้าวโสภา ...พิมพรรณ ชลายนคุปต์
เสือหาญฟ้า ...ดอม เหตระกูล
เสือหยก ...พันธกฤต เทียมเศวต
นันทจอถิง ...ม.ล. รังษิธร ภาณุพันธ์
ศิริชัยจอถิง ...พ.ต.ต. จตุรวิทย์ คชน่วม
พระศรีสุพรรณราชาธิราช ...ดิลก ทองวัฒนา
พระยาพะเยา ...เฉลิมชัย มหากิจศิริ
พระยาพะสิม ...ครรชิต ขวัญประชา
นรธาเมงสอ (พระเจ้าเชียงใหม่) ...ชลิต เฟื่องอารมย์
พญาละแวก ...เศรษฐา ศิระฉายา
พระยาจีนจันตุ ...ชูชาติ ทรัพย์สุทธิพร
สีหตู ...วรุฒ วรธรรม
เมงเก็งสอ ...มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช
สตูดิโอผู้สร้าง : พร้อมมิตร โปรดักชั่น
Official Site :
ผู้จัดจำหน่าย : สหมงคลฟิลม์
ประเทศผู้สร้าง  : Thailand 
 เรื่องย่อ ภาค 3

ภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๓ ยุทธนาวี เป็นการพลิกฟื้นวีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรที่ได้ทรงเข้าร่วมรบในสมรภูมิเพื่อรักษาเอกราชที่ได้มาให้สถิตยั่งยืนอยู่คู่ราชอาณาจักรอยุธยา ภาพยนตร์ตอนที่ ๓ นี้ สานต่อกับเหตุการณ์ในภาคที่ ๑ (องค์ประกันหงสา) และภาคที่ ๒ (ประกาสอิสรภาพ) อย่างลงตัว ในภาคที่ ๑ ของภาพยนตร์ได้แสดงให้เห็นถึงเหตุการณ์คราวที่ราชอาณาจักรอยุธยาต้องสูญเสียเกียรติภูมิและเอกราชให้กับหงสาวดี ในสงครามช้างเผือกปี พ.ศ. ๒๑๐๖ และสงครามคราวเสียกรุงในปี พ.ศ. ๒๑๑๒ ขณะที่ภาคที่ ๒ เป็นการพลิกฟื้นเหตุการณ์คราวสมเด็จพระนเรศวรทรงประกาศเอกราชที่เมืองแครงในปี พ.ศ. ๒๑๒๗ ซึ่งตามเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์การประกาศเอกราชในครั้งนั้นยังผลให้หงสาวดีภายใต้การนำของพระเจ้านันทบุเรงจำต้องเปิดศึกใหญ่กับอยุธยาอีกหลายศึก โดยมุ่งจะครองคืนอยุธยาในฐานะเมืองประเทศราชอีกคำรบ พระราชประวัติของสมเด็จพระนเรศวรหลังจากปีที่ทรงประกาศเอกราชจึงปรากฏวีรกรรมสำคัญๆ หลายต่อหลายวีรกรรมซึ่งล้วนแสดงถึงพระอัจฉริยภาพและพระอุตสาหะในการรักษาไว้ซึ่งเอกราช ซึ่งเป็นพระราชภารกิจที่ยากยิ่งไปกว่าการประกาศเอกราช
กล่าวได้ว่าวาระนี้นับเป็นครั้งแรกในหน้าประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทยที่ได้เกิดความพยายามที่จะพลิกฟื้นวีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรในการรักษาไว้ซึ่งเอกราชของราชอาณาจักรสยามครั้งนั้น ซึ่งความพยายามเช่นนี้คงมิอาจเกิดขึ้นได้บ่อยครั้งนัก จึงเป็นเจตนารมณ์ของผู้สร้างและผู้กำกับภาพยนตร์ คือ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ที่จะอาศัยทั้งจังหวะและโอกาสอันเหมาะสมนี้ นำแสดงวีรกรรมสำคัญๆ ของมหาราชพระองค์นั้นให้ใกล้เคียงสมบูรณ์กับเหตุการณ์จริงในหน้าประวัติศาสตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๓ - ยุทธนาวี นี้ เป็นการพลิกฟื้นวีรกรรมครั้งสำคัญของสมเด็จพระนเรศวร ซึ่งที่ผ่านมามิได้เป็นที่รับรู้และเข้าใจกันในวงกว้าง ต่างจากวีรกรรมคราวพระแสงดาบคาบค่าย และยุทธหัตถี เนื้อเรื่องโดยย่อของตอนนี้สัมพันธ์กับผลอันเกิดจากสงครามคราวเสียกรุงในปีพ.ศ. ๒๑๑๒และการประกาศเอกราชที่เมืองแครงในปี พ.ศ. ๒๑๒๗ กล่าวคือผลอันติดตามมาจากการเสียกรุงนั้นเป็นเหตุให้ความเข้มแข็งของกรุงศรีอยุธยาเสื่อมถอยลง อันเป็นผลจากกำลังคนและทรัพย์สินถูกกวาดต้อนไปยังกรุงหงสาวดี เหตุดังกล่าวเปิดช่องให้พระยาละแวกฉวยจังหวะเตรียมการรุกรานอยุธยา โดยส่ง จารชนสงครามอันได้แก่ “พระยาจีนจันตุ” แสร้งเข้ามาสวามิภักดิ์เพื่อสืบราชการลับ ปรากฏว่าความแตกเสียก่อน พระยาจีนจันตุจึงลอบตีใบสำเภาหนีกลับเมืองละแวก สมเด็จพระนเรศวรจึงทรงนำกำลังทัพเรือออกติดตาม เกิดยุทธนาวีขึ้นเหนือผืนน้ำเจ้าพระยาจากขนอนบางตะนาวเรื่อยลงไปถึงพระประแดง ภาพยนตร์ได้นำแสดงวีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรครั้งนั้นได้อย่างน่าตื่นเต้นเร้าใจ นับเป็นครั้งแรกที่เหตุการณ์ยุทธนาวีซึ่งมิได้มีปรากฏบ่อยครั้งนักในหน้าประวัติศาสตร์ไทยยุคโบราณได้ถูกนำออกตีแผ่ผ่านแผ่นฟิล์มอย่างตระการตา


กระนั้นวีรกรรมครั้งสำคัญในการต่อสู้ปกป้องเอกราชของสมเด็จพระนเรศวรคือการรบศึกข้าง หงสาวดี ทั้งนี้ สืบเนื่องจากพระเจ้านันทบุเรงผู้เป็นรัชทายาทครองแผ่นดินสืบต่อจากพระเจ้า ชนะสิบทิศบุเรงนองหมายใจจะนำอยุธยากลับมาเป็นเมืองประเทศราชอีกคำรบ หลังการประกาศเอกราชของสมเด็จพระนเรศวร แต่เนื่องด้วยพระองค์ยังติดพันศึกกับกรุงอังวะ จึงส่งกองทัพของพระยาพะสิม และพระเจ้าเชียงใหม่ลงมากำราบอยุธยาในเบื้องต้น โดยวางยุทธศาสตร์ “แยกเดินรุมตี” กล่าวคือ ให้ พระยาพะสิมยกทัพใหญ่เข้ามาทางด่านพระเจดีย์สามองค์ และให้พระเจ้าเชียงใหม่-พระอนุชา นาม “นรธาเมงสอ” รวมทัพล้านนายกลงมาจากทางนครพิงค์เชียงใหม่ โดยวางแผนให้ทัพทั้งสองลงประชุมพลกันที่กรุงศรีอยุธยา ล้อมตีกรุงให้แตกลงด้วยกำลังที่เหนือกว่าในคราวเดียว ภาพยนตร์ได้นำเสนอวีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรในการรับศึกใหญ่ครั้งนั้นด้วยยุทธวิธีการใช้กำลังน้อยรบรับกำลังมาก โดยอาศัยความได้เปรียบอันเกิดจากข้อจำกัดในยุทธศาสตร์แยกเดินของข้างหงสาวดี ซึ่งเมื่อถูกนำปรับเข้าใช้ในสงครามจริงแล้ว ทัพของพระยาพะสิมและพระเจ้าเชียงใหม่ย่อมใช้ระยะเวลาเดินทัพเข้าสู่กรุง ศรีอยุธยาต่างกัน ข้อจำกัดดังกล่าวทำให้สมเด็จพระนเรศวรทรงวางยุทธศาสตร์การตั้งรับทัพที่ยกเข้ามาทั้งสองทางในเขตหัวเมืองไกลออกไปจากพระนครหลวง โดยแบ่งกำลังออกตีทัพพระยาพะสิมให้แตกกลับไปก่อน แล้วจึงจัดกำลังออกรับทัพพระเจ้าเชียงใหม่ ซึ่งในสมรภูมิรบทรงใช้ความจัดเจนในยุทธภูมิที่ฝ่ายอยุธยามีเหนือฝ่ายพม่าทำการเอาชัย โดยใช้กำลังเพียงส่วนน้อยต้านรับกำลังฝ่ายตรงข้ามที่มีเหนือกว่า ภาพยนตร์ได้แสดงยุทธวิธีการรบศึกทั้งสองด้านอย่างละเอียด นับตั้งแต่การวางยุทธศาสตร์ตลอดรวมถึงปฏิบัติการทางทหารในยุทธภูมิ ซึ่งตีแผ่ฉากการสัประยุทธ์ที่ต่างไปจากภาพยนตร์ในภาค ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการใช้กองเรือรบกองบก หรือการวางกลทำศึกกระหนาบด้วยทัพปืนใหญ่ อันเกรียงไกร
นอกเหนือจากฉากสงครามที่แปลกใหม่ ตื่นเต้นและเร้าใจแล้ว ภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๓ - ยุทธนาวี ยังสอดแทรกฉากรักสามเส้าระหว่างตัวละครเอกอันได้แก่ พระราชมนูและเลอขิ่น กับตัวละครใหม่ซึ่งถูกผูกเรื่องให้เป็นคู่รักเก่าของเลอขิ่น คือเสือหาญฟ้า ก่อเกิดเป็นปมรักระหว่างรบแทรกสอดให้ภาพยนตร์มีสีสันชวนแก่การติดตาม
ภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๓ – ยุทธนาวี ได้แสดงถึงวีรกรรมครั้งสำคัญในพระราชประวัติของสมเด็จพระนเรศวรที่ถูกมองข้ามผ่านเลย กระนั้นวีรกรรมครั้งสำคัญอื่นๆ ของมหาราชพระองค์นี้ที่เป็นที่รับรู้ของสังคมโดยรวมยังคงต้องถูกนำเสนอผ่านแผ่นฟิล์มในภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชภาคต่อไป ภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๓ จึงเป็นประหนึ่งสะพานเชื่อมสู่ประวัติศาสตร์บนแผ่นฟิล์มอันจะว่าด้วยวีรกรรมครั้งสำคัญที่ต่างไปของ วีรกษัตริย์พระองค์นี้ ที่จะทวีความเข้มข้นและตื่นตาตื่นใจอีกเป็นเท่าทวีคูณ


เรื่องย่อ ภาค 4


พูทธศักราช 2124 พระเจ้านันทบุเรง หรือ นานเตี๊ยบาเยง ได้ขึ้นเสวยราชย์เหนือแผ่นดินพุกามประเทศสืบต่อจากพระเจ้าหงสาวดีช้างเผือกบุเรงนอง นับแต่วันที่ก้าวขึ้นครองบัลลังก์ พระองค์ได้ทรงตั้งปณิธานว่าจะแผ่ผ่านกฤดาภินิหารมิให้เป็นรองพระราชบิดา เมื่ออยุธยาประเทศแยกตัวเป็นเอกราช พระองค์จึงจำต้องยาตราทัพไปกำราบปราบลงมิให้เป็นเยี่ยงอย่าง ภารกิจนี้นับเป็น “การแผ่นดิน” แต่ลึกลงไปในมโนสำนึกของนันทบุเรงนั้นยังหมายพระทัยจะเอาชนะแต่เฉพาะ พระนเรศซึ่งเป็นเสมือนคู่ปรับต่างวัย ภารกิจนี้เป็น “เรื่องส่วนตัว” ที่พัวพันกลืนไปกับกิจของแผ่นดิน และเหนือสิ่งอื่นใดยังตั้งพระทัยที่จะเอาชนะใจพระสุพรรณกัลยา ผู้เป็นองค์ประกันในแผ่นดินของพระองค์เอง โดยทางหนึ่งนั้นพระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงต้องรบทั้ง “ศึกนอก” ในต่างแดน ขณะที่ อีกทางหนึ่งก็ต้องรับ “ศึกใน” เพื่อชนะใจพระพี่นางในพระนเรศ มิให้น้อยหน้าหรือเป็นรอง พระราชบิดา ศึกนอกศึกใน-ศึกรบศึกรักนี้เข้มข้นยิ่งนัก

ศึกนันทบุเรงในปีพุทธศักราช 2127 เป็นศึกใหญ่ ไพร่พลพม่ารามัญที่ยกมารวมแล้ว ไม่ต่ำกว่า 240,000 คน สมเด็จพระนเรศจึงทรงใช้พระนครศรีอยุธยาเป็นชัยภูมิรับศึก ด้วยทรงเห็นว่าเป็นต่อด้านที่ตั้ง และเมื่อทัพข้าศึกเข้าเหยียบชานพระนครก็ทรงใช้ยุทธวิธีตั้งรับในเชิงรุก ผสานกลศึกการรบที่แหวกจารีตของพระองค์ในหลายคราว ไม่ว่าจะเป็นการนำทัพเรือนหมื่นคาบพระแสงดาบขึ้นหักค่ายพม่า หรือเมื่อต้องสัประยุทธ์กับคู่ปรับเก่า “ลักไวทำมู” ผู้มีเพลงรบเป็นเลิศ โดยฝ่ายพม่าใช้กลพยุหะ “ฉนาง” ที่แฝงความพลิกแพลงอัศจรรย์ด้วยการประสานกำลังทหารดาบดั้งและหอกใหญ่เป็นพิชัยยุทธ เพื่อล้มทัพม้าและล้อมจับพระนเรศ

แต่แล้วราชันพม่าก็พ่ายศึกพระนเรศย่อยยับ ความปราชัยในครั้งนั้นได้โหมไฟแค้นของ พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงเป็นเท่าทวี เมื่อมิอาจระบายโทสะกับผู้ใดในแผ่นดินอยุธยาได้ พระองค์ก็หันมาชำระแค้นกับพระสุพรรณกัลยาองค์เชลย บำบัดอารมณ์รักที่ไม่สมหวังและอารมณ์แค้นที่ คุกรุ่นลงในคราวเดียว

ท้ายที่สุด พระเจ้านันทบุเรงก็ทรงมีบัญชาให้พระมหาอุปราชา-ยุพราชแห่งหงสาวดียกทัพไปตีกรุงศรีอยุธยาเป็นการล้างแค้นในปีพุทธศักราช 2135 สงครามในครั้งนั้นเป็นที่รู้จักกันในนาม “สงครามยุทธหัตถี” การที่พระเจ้านันทบุเรงมิได้ทรงยกทัพไปกระทำการด้วยพระองค์เอง ก็ด้วยทรงบาดเจ็บสาหัสในศึกครั้งก่อนและพระอาการก็มิได้ทุเลาพอจะให้ออกทำศึกได้ ครั้งนั้น พระมหาอุปราชาทรงนำทัพใหญ่ยกเข้ามาทางด่านพระเจดีย์สามองค์ เพื่อเปิดศึกใหญ่กับอยุธยา

ภาพยนตร์ “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ภาคอวสาน ไม่ได้อวสานที่การ สิ้นพระชนม์ของพระมหาอุปราชากลางสมรภูมิศึกยุทธหัตถี ด้วยพระเจ้านันทบุเรงผู้กระหายสงครามยังมิทรงลดทิฐิที่จะหักเอาแผ่นดินอยุธยา ทั้งยังฝากรอยแค้นซ้ำสองด้วยการปลิดชีวิตพระสุพรรรณกัลยาหลังทราบข่าวการสิ้นพระชนม์
ของพระราชโอรส ศึกสองแผ่นดินจึงพลิกมาเป็นศึกสองกษัตริย์ที่รบเพื่อรักษาเอกราชระคนไปกับการรบเพื่อ
ชำระแค้น สงครามหลังศึกยุทธหัตถีจึงเป็นทั้งสงครามเลือดและสงครามอารมณ์ที่เผ็ดร้อนกว่าทุกสงค
รามที่ขับเคี่ยวกันมา
 

 

 


 

รูปภาพ

   
   

ดูภาพทั้งหมด