|
 |
|
|
|
|
 |
 |
|
|
|
|
|
 |
|
|
|
เกี่ยวกับภาพยนต์ |
|
|
ข้อมูลงานสร้าง
"Under the Mountain"
|
|
|
|
|
จุดเริ่มต้น "Under the Mountain"
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 26
พฤศจิกายน 2552 |
|
|
Under
the Mountain
คือภาพยนตร์ที่สร้างจากวรรณกรรมเยาวชนสุดคลาสสิกของ
มัวริส กีย์ โดยเริ่มต้นการถ่ายทำเมื่อวันที่
11 สิงหาคม 2008 และถ่ายทำเสร็จในวันที่ 1
ตุลาคม 2008
Under the Mountain
เป็นภาพยนตร์ผจญภัยเกี่ยวกับการผจญภัยของฝาแฝดวัยรุ่น
ที่ต้องต่อกรกับพลังมืดอันชั่วร้าย
ซึ่งซ่อนตัวอยู่ภายใต้กลุ่มภูเขาไฟในเมืองออคแลนด์
โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เข้าไปถ่ายทำในสถานที่จริงรอบตัวเมืองออคแลนด์
ในประเทศนิวซีแลนด์
บนเกาะแลงกิโตโตอันเลื่องชื่อ
รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศนิวซีแลนด์
เช่น ภูเขาอีเดน, ทะเลสาบพูพูเค
และอ่าวเหนือของเมืองออคแลนด์
Under the Mountain
แนะนำให้รู้จักกับนักแสดงหน้าใหม่สองคน โซฟีย์
แม็คไบร์ด และ ทอม คาเมรอน ที่รับบทเป็น ราเชล
และ ธีโอ ฝาแฝดผู้มีพลังพิเศษ และ แซม นีลล์ (จาก
Jurassic Park และ The Piano) ที่รับบทเป็น
มิสเตอร์ โจนส์
บุรุษปริศนาที่คอยช่วยเหลือเด็กทั้งสอง รวมถึง
โอลิเวอร์ ไดรเวอร์ (จาก Black Sheep)
ผู้รับบทเป็น มิสเตอร์วิลเบอร์ฟอร์ส
ผู้มีแผนอันชั่วร้าย
ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย โจนาธาน คิง
ซึ่งควบตำแหน่งอำนวยการสร้างกับเพื่อน แมทธิว
เกรนเจอร์
ที่ยังร่วมกันทำหน้าที่ดัดแปลงวรรณกรรมเล่มนี้ของ
มัวรีส กีย์ ที่ได้รับเสียงชื่นชม
และถือว่าเป็นวรรณกรรมคลาสสิกประจำชาติไปแล้ว
โจนาธาน คิง เล่าว่า "หลังจากการทำหน้าที่กำกับ
Black Sheep ผมและ แมทธิว ก็ได้พูดคุยกันว่า
เราน่าจะหาอะไรทำร่วมกัน Under the Mountain
ก็ถือว่าเป็นโปรเจ็คในฝันของพวกเราทั้งคู่
ซึ่ง แมทธิว
ก็ได้เริ่มเขียนบทภาพยนตร์ดัดแปลงจากหนังสือมาระยะนึงแล้ว
พวกเรารู้ว่านี้จะเป็นภาพยนตร์ที่ออกมายอดเยี่ยมแน่นอน
เพราะ ริชาร์ด เทย์เลอร์ จาก Weta Workshop
ก็ได้เข้ามาให้ความสนใจในโปรเจ็คนี้เช่นกัน"
เกรนเจอร์
เล่าถึงการเข้ามาร่วมงานของบุคลากรจาก Weta
ว่า "ริชาร์ด เคยอ่านหนังสือเมื่อตอนเด็ก
เขามีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในโลกและสิ่งมีชีวิตที่
มัวรีส กีย์ ได้จินตนาการขึ้นมา
เขาเห็นโอกาสในการพัฒนาเรื่องราวในทันสมัย
และทำให้มันกลายเป็นภาพยนตร์ผจญภัยสัญชาตินิวซีแลนด์เรื่องแรก"
โจนาธาน เสริมต่อว่า "ดังนั้น เขาและทีมงานของ
Weta จึงสร้างคอนเซ็ปต์อาร์ทขึ้นมาในเบื้องต้น
ซึ่งก็ทำให้ทุกอย่างดูเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว"
ผู้อำนวยการสร้าง ริชาร์ด เฟลชเชอร์
พูดถึงการความพร้อมของโปรเจ็คนี้ว่า "นอกจากการมีบทภาพยนตร์ที่แข็งแรงแล้ว
ส่วนประกอบอีกอย่างที่ทำให้มันมีความสนใจมากๆก็คือ
การเข้ามามีส่วนร่วมของ Weta Workshop
โดยนี้ยังเป็นหนังเรื่องที่สองของ โจนาธาน คิง
ต่อจากหนังฮิต Black Sheep
ซึ่งเมื่อรวมเข้ากับทีมงานนิวซีแลนด์
ที่เคยอยู่กองภาพยนตร์อย่าง Narnia, Bridge to
Terabithia รวมถึง Lord of the Rings
ทั้งสามภาค
ก็ทำให้เรามั่นใจว่านี้จะเป็นภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเรื่องหนึ่งของพวกเรา"
เกรนเจอร์
เล่าถึงการทำงานของทีมงานเอฟเฟคที่เคยได้รับรางวัลออสการ์ว่า
Weta Workshop
ได้ออกแบบรูปลักษณ์ของสัตว์ประหลาดวิลเบอร์ฟอร์ส
รวมถึงสภาพแวมล้อมของที่อยู่อาศัยใต้พื้นโลก
ซึ่งพวกเขาก็สร้างได้ในแบบที่เราทุกคนไม่เคยเห็นมาก่อน
ทีมงาน Weta
มีความตั้งใจและท้าทายตัวเองตลอดเวลา
ในการทำให้สิ่งที่ออกแบบเอาไว้สามารถลุกขึ้นมามีชีวิตจริง
พวกเขายังดูแลในเรื่องวิชวลเอฟเฟค
เช่นเรื่องหนวดของสัตว์ประหลาด
รวมถึงเมือกโคลนที่ช่วยเสริมสร้างความน่ากลัวให้กับสถานที่"
ผู้กำกับ โจนาธาน คิง
เล่าถึงผลลัพท์ที่เขารู้สึกถึงจากการสร้างว่า
"พวกเราได้สร้างภาพยนตร์ที่น่าตื่นเต้น
และเป็นเรื่องราวของการผจญภัยสำหรับคนทุกเพศทุกวัย
และยังแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างสังคมทันสมัยในปัจจุบันของเมืองออคแลนด์
กับโลกใต้พื้นผิวโลกที่น่าตื่นตาตื่นใจ
ตำนานสุดคลาสสิกของ Under the Mountain
Under the Mountain ของ มัวรีส กีย์
ตีพิมพ์ออกมาครั้งแรกในปี 1979
โดยวรรณกรรมเล่มนี้ถือเป็นหนังสือในดวงใจของนักอ่านมาแล้วหลายรุ่น
โดยในปี 2004 วรรณกรรมเล่มนี้ก็ได้รับรางวัล
the Gaelyn Gordon Award สาขา Much-loved Book
ซึ่งเป็นรางวัลจากองค์กรวรรณกรรมเยาวชนแห่งนิวซีแลนด์
ซึ่งมอบให้เพื่อเป็นเกียรติให้แก่หนังสือที่ได้ไม่รับรางวัลในการตีพิมพ์ครั้งแรก
แต่สามารถครองใจนักอ่านได้เป็นระยะเวลานาน
การถ่ายทำ Under the Mountain
ถือว่าเป็นความท้าทายที่ช่วยเสริมสร้างประสบการณ์
เมื่อเรื่องราวในตัววรรณกรรมมีความใกล้ชิดกับทีมงานสร้างและนักแสดงที่เกี่ยวข้องกับโปรเจ็ค
โดยหนังสือนั้นเคยถูกนำไปสร้างเป็นซีรี่ย์ฉายทางโทรทัศน์ในปี
1982
และก็กลายเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้กับเด็กวัยรุ่นชาวนิวซีแลนด์ในขณะนั้น
แซม นีลล์ ผู้รับบทเป็นชายปริศนา
มิสเตอร์โจนส์
เล่าถึงการเข้ามาเป็นรับบทนี้ว่า "ผมอ่าน
Under the Mountain
เมื่อหลายปีก่อนช่วงที่ตัวเองเป็นพ่อคนแล้ว
ผมรู้สึกสนุกกับมันมาก ทุกคนในนิวซีแลนด์รัก
มัวรีส กีย์ และเขาก็เป็นเหมือนสมบัติของชาติ
ทุกคนที่ผมรู้จักต่างก็มีหนังสือเล่มโปรดของ
มัวรีส กีย์
ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากๆที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่ง
ในผลงานที่มาจากปลายปากกาของเขา"
ผู้กำกับ โจนาธาน คิง
พบกับแรงบันดาลใจตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นวัยเด็กของเขา
"ผมเติบโตขึ้นมาพร้อมกับหนังสือเล่มนี้
ในความเป็นจริงแล้ว ผมยังเคยรับบทเป็น ธีโอ
ในละครวิทยุเมื่อตอนที่ตัวเองอายุ 14 ด้วยซ้ำ
เมื่อผมและ แมทธิว เกรนเจอร์ รู้จักกัน
ก็พบว่ามีอยู่สิ่งหนึ่งที่พวกเรามีความชอบเหมือนกัน
นั้นก็คือ Under the Mountain
ผู้เขียนบท แมทธิว เกรนเจอร์
เล่าถึงสิ่งที่ทำให้เขาหลงไหลหนังสือเล่มนี้ว่า
"ภาพยนตร์ที่ผมเติบโตขึ้นมามักเป็นหนังผจญภัย/แฟนตาซีสัญชาติอเมริกัน
ที่มีตัวดำเนินเรื่องเป็นเด็กวัยรุ่น
จากนั้นเมื่อผมได้อ่าน Under the Mountain
ซึ่งก็มีเรื่องราวคล้ายกับหนังที่ผมสมัยเด็ก
แต่มันแตกต่างกันตรงที่มันเกิดขึ้นกับเด็กที่อยู่ข้างบ้านผม
และเรื่องราวก็ดำเนินอยู่ในสวนข้างหลังบ้านนี่เอง"
เกรนเจอร์ เล่าต่อว่า "ด้วยธรรมชาติของหนังสือเล่มนี้
ทำให้เราต้องเขียนบทภาพยนตร์ขึ้นจากสองมุมมอง
ก็คือการเขียนขึ้นสำหรับแฟนหนังสือ
และเขียนขึ้นให้ผู้ชมทั่วไป
ที่สัมผัสกับเรื่องราวเป็นครั้งแรก
พวกเราพยายามทำให้ทุกอย่าง
เพื่อให้จิตวิญญาณของ มัวรีส
ยังคงเป็นแรงขับดันเรื่องราว"
ผู้กำกับ โจนาธาน คิง
บอกว่าแรงบันดาลใจก็ถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง
"มันก็เป็นเรื่องเยี่ยมที่ได้สร้างภาพยนตร์ที่ทุกคนมีความผูกพันธ์
แต่มันก็เป็นความรับผิดชอบที่สูง
เป้าหมายของเราก็คือการสร้างภาพยนตร์ที่คนอ่าน
Under the Mountain คาดหวังว่าต้องมี
ในขณะเดียวกันคุณก็ต้องแนะนำเส้นทางที่พวกเขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน
ภาพยนตร์เวอร์ชั่นของเราจะต้องเข้าถึงทุกคน
ในขณะเดียวกันต้องรักษาเอกลักษณ์ของวรรณกรรมเอาไว้
ผู้ชมที่จะได้พบกับโลกที่น่าค้นหา
และสัตว์ประหลาดที่ไม่เคยจินตนาการถึงมาก่อน"
ริชาร์ด เฟลชเชอร์ กล่าวสรุปว่า "คนรุ่นผมเติบโตขึ้นมาพร้อมกับการชมซีรี่ย์ทางโทรทัศน์
ซึ่งปัจจุบันลูกของเราก็อาจเล็กเกินไปที่จะจำได้
ภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำให้คุณคิดถึงสิ่งที่ดึงดูดคุณสมัยเด็ก
ผสมผสานกับเทคโนโลยีที่จะดึงดูดเด็กในยุคปัจจุบัน
ผมคิดว่า Under the Mountain
คือภาพยนตร์ผจญภัย/แฟนตาซีที่ดูไร้กาลเวลา"
การพัฒนา Under the Mountain
ให้ก้าวไปสู่อีกระดับ
แมทธิว เกรนเจอร์ ผู้เขียนบทภาพยนตร์
พูดถึงขั้นตอนการพัฒนาโปรเจ็คนี้ว่า "ภาพยนตร์ของพวกเราได้นำ
Under the Mountain ขึ้นไปสู่อีกระดับ
ด้วยการใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิคที่ละเอียดอ่อน
และการออกแบบงานสร้างที่กลุ่มคนดูหนังในปัจจุบันคุ้นเคยดี
ซึ่งทั้งนี้เราต้องขอบคุณการทำงานของ Weta
Workshop
ที่ได้สร้างกลุ่มวิลเบอร์ฟอร์สที่น่ากลัว
และผู้ออกแบบงานสร้าง ราล์ฟ เดวี่ย์
และทีมงานของเขา
ทำให้พวกเราสามารถโลกที่ดูแปลกใหม่
ที่จะช่วยพัฒนาเรื่องราวสุดคลาสสิกสำหรับผู้ชมยุคใหม่"
Under the Mountain
ได้พาผู้ชมไปในสถานที่ที่คุ้นเคยในวรรณกรรม
รวมถึงแมนชั่นหรูเหนือทะเลสาบพูพูเค
บ้านที่น่าหวั่นพรึงของวิลเบอร์ฟอร์ส
ทางลับใต้ดินและถ้ำที่นำไปสู่ขุมกำลังของ
มิสเตอร์วิลเบอร์ฟอร์ส
รวมถึงทัศนียภาพรอบเกาะแลงกิโตโต
ทุกสิ่งถูกทำให้มีชีวิตด้วยการผสมผสานสถานที่จริงกับการสร้างด้วยคอมพิวเตอร์กราฟฟิค
ผู้กำกับ โจนาธาน คิง
เล่าถึงการใช้เทคนิคพิเศษในการถ่ายทำว่า "เราต้องการให้ฉากหลังและสัตว์ประหลาดมีคุณภาพที่สามารถจับต้องได้
และไม่ต้องการใช้แต่คอมพิวเตอร์กราฟฟิคในการแก้ไขปัญหาทุกอย่าง
เราสร้างบ้านวิลเบอร์ฟอร์สขึ้นมาจริงริมทะเลสาบพูพูเค
เพื่อให้นักแสดงได้เข้าไปสำรวจบ้านด้วยประสบการณ์จริง
และเราก็ยังเข้าไปถ่ายทำในถ้ำใต้ดินจริง
โดยใช้เอฟเฟคเพื่อช่วยเพิ่มระดับความน่ากลัว
อีกทั้งยังได้สร้างสัตว์ประหลาดขึ้นมาจริงทั้งชุด
และเทคนิคการแต่งหน้าที่ออกแบบและสร้างสรรค์โดย
Weta Workshop"
ประเทศนิวซีแลนด์ ภูมิทัศน์หลักของ Under the
Mountain
ผู้กำกับ โจนาธาน คิง
พูดถึงการถ่ายทำในนิวซีแลนด์ว่า "พวกเราต้องการแสดงให้เห็นเมืองออคแลนด์ในมุมมองที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน
พวกเรามีแนวทางที่ชัดเจนอยู่แล้วว่า
จะใช้ส่วนไหนของเกาะแลงกิโตโตเป็นฉากหลัง
พวกเราต้องการทัศนียภาพที่ทันสมัย
และน่าเชื่อถือว่าสถานที่แห่งนี้สามารถเกิดเรื่องมหัศจรรย์
หรือเรื่องที่น่าสะพรึงกลัวขึ้นได้"
ผู้เขียนบท แมทธิว เกรนเจอร์
เล่าว่าทัศนียภาพสุดอลังการของนิวซีแลนด์
เป็นส่วนที่สำคัญต่อการเล่าเรื่อง "ชาวนิวซีแลนด์มีความเข้าใจดีเกี่ยวกับเรื่องพื้นที่และปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ
ในบ้านเกิดของผมอย่างเมืองเวลลิงตันซึ่งเป็น
พวกเรามีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นบ่อยครั้ง
ส่วนในเมืองออคแลนด์ก็ให้มีความสำคัญอยู่ที่กลุ่มภูเขาไฟ
ซึ่งถือเป็นทัศนียภาพที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของสถานที่ได้อย่างดี"
ผู้อำนวยการสร้าง ริชาร์ด เฟลชเชอร์
กล่าวสรุปว่า "ทัศนียภาพถือเป็นส่วนสำคัญสำหรับหนังที่ถ่ายทำในนิวซีแลนด์
เช่น ถนนกรวดสุดลูกหูลูกตาใน An Angel at my
Table หรือความเงียบสงบของแถบชายทะเลตะวันตกใน
The Piano และภาพยนตร์เรื่อง Under the
Mountain
ก็ได้นำเอามุมมองสดใหม่เข้ามาในตัวเมืองออคแลนด์
มันไม่ได้ให้ความสำคัญไปที่สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นอย่างเดียว
ภาพยนตร์เรื่องนี้จะพาผู้ชมเที่ยวชมความงดงามทางธรรมชาติของเกาะแลงกิโตโต
และได้พบกับโลกใต้ภะเขาไฟที่ทุกคนอาจไม่เคยสัมผัสมาก่อน
ทีมนักแสดง
แซม นีลล์ (รับบทเป็น มิสเตอร์ โจนส์)
เขาคือนักแสดงที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดคนหนึ่งของนิวซีแลนด์
และได้รับรางวัลเกียรติยศในฐานะที่ทำชื่อเสียงให้กับประเทศมาแล้วกว่า
3 ทศวรรษ โดยเขาเริ่มต้นอาชีพนักแสดงตั้งแต่ปี
1978 จากเรื่อง Sleeping Dogs ของผู้กำกับ
โรเจอร์ โดนัลสัน
รวมถึงแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในเรื่อง My
Brilliant Career ที่เขาแสดงคู่กับ จูดี้
เดวิส
ภาพยนตร์ที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักมากที่สุดก็คือบทบาทในหนังรางวัลเรื่อง
The Piano ของ เจน แคมเปี้ยน
และบทบาทการเป็นนักวิทยาศาสตร์ในหนังเรื่อง
Jurassic Park ของผู้กำกับ สตีเว่น สปีลเบิร์ก
โดยผลงานภาพยนตร์เรื่องอื่นของเขาก็ยังมี
Wimbledon, Dirty Deeds
รวมถึงหนังภาคต่อที่ฮิตไม่แพ้ภาคแรกอย่าง
Jurassic Park III
ผลงานการแสดงในโทรทัศน์ของ แซม นีลล์
ก็ยังโดดเด่นไม่แพ้กัน
โดยเขาเข้าชิงลูกโลทองคำถึงสามครั้ง ซึ่งในปี
1998
เขาก็ได้เข้าชิงทั้งรางวัลเอ็มมี่และลูกโลกทองคำจากบทบาท
พ่อมดเมอร์ลิน ในมินิซีรี่ย์ Merlin ในปี 1992
เขาก็เข้าชิงลูกโลกทองคำจากการแสดงคู่กับ
จูดี้ เดวิส ในหนังดราม่า/สงคราม One Against
the Wind และปี 1985 แซม นีลล์
ก็ถือเป็นการเข้าชิงครั้งแรก
ในบทบาทสายลับอังกฤษจากเรื่อง the Ace of
Spies
ทอม คาเมรอน (รับบทเป็น ธีโอ)
Under the Mountain
ถือเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของเขา โดย ทอม
ถือเป็นนักแสดงวัยรุ่นที่ฝึกปรือฝีมือมาตั้งแต่วัยเยาว์
โดยเข้าร่วมการแสดงละครเวทีในโรงเรียนมาโดยตลอด
และถือเป็นหนึ่งในกลุ่มนักแสดงวัยรุ่นแห่งอนาคตจากเมืองออคแลนด์
โดยเขายังมีโอกาสได้ไปแสดงในซีรี่ย์เรื่อง
This Is Not My Life ที่มีกำหนดฉายต้นปีหน้า
โซฟีย์ แม็คไบร์ด (รับบทเป็น ราเชล)
Under the Mountain
ถือเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของเธอ โดย โซฟีย์
กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยสาขาประวัติศาสตร์ศิลปะและภาษาอังกฤษ
โดยเธอเริ่มฉายแววเมื่อชนะการประกวดการร้องเพลงจากโรงเรียน
และถึงแม้ว่านี้คือการแสดงเรื่องแรก
แต่เธอก็ถือว่าเติบโตขึ้นมาในวงการ เมื่อ
มิเชล ไฮนส์ แม่ของเธอก็คือนักแสดง, ผู้กำกับ
และครูสอนการแสดง
โอลิเวอร์ ไดร์เวอร์ (รับบทเป็น มิสเตอร์
วิลเบอร์ฟอร์ส)
ผลงาน >>> Black Sheep, A Death in the
Family, Topless Woman Talk About Their Lives
ทีมผู้สร้าง
โจนาธาน คิง (ผู้กำกับ/ร่วมเขียนบท/อำนวยการสร้าง)
โจนาธาน คิง เขียนและกำกับภาพยนตร์สยองขวัญ/คอมเมดี้เรื่อง
Black Sheep ในปี 2005
โดยได้รับเกียรติให้เข้าฉายใน Toronto
International Film Festival
และสามารถขายสิทธิ์ไปได้มากกว่า 50 ประเทศ
และกลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดทั่วโลกที่มาจากประเทศนิวซีแลนด์
โดยภาพยนตร์เรื่อง Black Sheep
ยังได้รับรางวัลขวัญใจคนดูจากเทศกาลหนังทั่วโลก
เช่น Gérardmer Film Festival, Neuchâtel
International Fantasy Film Festival
และได้รับรางวัลเมคอัพยอดเยี่ยมจาก New
Zealand Film Awards
ซึ่งก็เป็นจุดเริ่มมต้นที่ทำให้ Weta Workshop
ให้ความสนใจเข้ามามีส่วนร่วมใน Under the
Mountain
ก่อนหน้าที่เขาจะกำกับภาพยนตร์เรื่องแรก
โจนาธาน คิง
ถือว่าเป็นผู้กำกับที่มีประสบการณ์มากแล้ว
โดยเขาเคยสร้างหนังสั้น, โฆษณา
รวมถึงมิวสิควีดีโอในประเทศนิวซีแลนด์มากกว่า
100 ตัว
มัวรีส กีย์ (ผู้แต่งวรรณกรรม)
มัวรีส กีย์
ถือว่าเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับที่สุดของนิวซีแลนด์
โดยเขาได้แต่งนวนิยายมากกว่า 29 เล่ม
และเรื่องสั้นอีก 13 เล่ม โดยในปี 2003
หนังสือของเขา My Father's Den
ก็ได้ถูกหยิบไปสร้างเป็นภาพยนตร์ใหญ่ที่ได้รับรางวัลมากมาย
และในปีเดียวกันนั้นเอง กีย์
ก็ได้รับเกียรติให้เป็นหนึ่งในสิบนักเขียนในตำนาน
ที่ยังมีชีวิตอยู่ขององค์กรวัฒนธรรมและศิลปะของประเทศนิวซีแลนด์
สมาคมหนังสือแห่งนิวซีแลนด์
ได้อธิบายถึงสไตล์การเขียนของ มัวรีส ว่า "นวนิยายของ
มัวรีส กีย์
ได้มอบมโนภาพที่เปี่ยมล้นให้กับนักอ่าน
ทั้งชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนิวซีแลนด์
และชีวิตทั่วไปของมนุษย์ในโลกยุคโลกาภิวัฒน์
ซึ่งแต่ละคนนั้นก็มีความจริงจังและมีบุคคลิกภาพที่โดดเด่นและแตกต่าง
ซึ่งผสมผสานกันเป็นหนึ่งด้วยความงามตามธรรมชาติและความซับซ้อนในชีวิต
เขายังสามารถถ่ายทอดการใช้ชีวิตอยู่บนปลายแหลม
ซึ่งมีหลุมดำขนาดใหญ่ทอดตัวอยู่ด้านหน้า
ที่แม้ก้าวผิดเพียงไปแค่มิลลิเมตรเดียว
ก็อาจทำให้เราตกลงไปสู่ในห้วงของแห่งความว่างเปล่าได้"
มัวรีส
ได้รับรางวัลจากการเขียนมากมายจากบ้านเกิด
เช่น the Wattie Award, the Montana Award และ
the New Zealand Fiction Award
เขายังได้รับรางวัลเกียรติยศจากนายกรัฐมนตรีของนิวซีแลนด์
และผลงานของเขาทุกเล่มก็ถูกตีพิมพ์และถูกแปลไปมากกว่า
30 ภาษาทั่วโลก
แมทธิว เกรนเจอร์ (ผู้ร่วมเขียนบท)
ผลงาน >>> Black Sheep, The Tattooist
ริชาร์ด เฟลชเชอร์ (ผู้อำนวยการสร้าง)
ผลงาน >>> River Queen, The Strength of
Water, The Ferryman
สตีเฟ่น บอยล์ (ผู้ดูแลการออกแบบสัตว์ประหลาด)
ผลงาน >>> 30 Days of Night, Star Wars:
Episode II - Attack of the Clones, King Kong
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
 |
|
 |
|
 |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|