หน้าหลัก  l   ข่าวภาพยนตร์ - สกู๊ปพิเศษ  l  ข้อมูลภาพยนตร์   l  อันดับภาพยนตร์   l  โฮมเอ็นเตอร์เทนเมนท์

 
 
 
Percy Jackson & the Olympians: The Lightning Thief   (2010)

 

ข้อมูล - เรื่องย่อ 

l

เกี่ยวกับภาพยนตร์

l

รูปภาพ-โปสเตอร์

l

ดาวน์โหลด

l

แสดงความคิดเห็น

   เกี่ยวกับภาพยนต์
  ข้อมูลงานสร้าง "Percy Jackson & the Olympians: The Lightning Thief"
 
จากนวนิยายยอดฮิตโลดเล่นสู่แผ่นฟิล์มกับ "Percy Jackson & the Olympians: The Lightning Thief"
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 14 มกราคม 2552

        ภาพยนตร์เรื่อง PERCY JACKSON & THE OLYMPIANS: THE LIGHTNING THIEF สร้างจากหนังสือเล่มแรกของนวนิยายชุดขายดี ที่เล่าเรื่องราวของโลกยุคใหม่ วันที่เทพเจ้า 12 องค์แห่งขุนเขาโอลิมปุส (Mount Olympus) ซึ่งสถิตย์อยู่เหนือพื้นโลกมนุษย์ขึ้นไปถึง 600 ชั้นตรงอาคารเอ็มไฟร์สเตท (Empire State Building) อันเป็นสัญลักษณ์ของมหานครนิวยอร์ค (New York) ลุกขึ้นมารังสรรค์การแข่งขันครั้งใหม่ให้เหล่าทวยเทพวัยเยาว์หนุ่ม ๆ ที่เป็นเดมิก็อด (demigods) หรือกึ่งเทพกึ่งมนุษย์ได้ออกแรงกันบ้าง

เซอุส (Zeus) ตั้งข้อกล่าวหาว่า เพอร์ซี่ (Percy) บุตรชายวัยรุ่นของเทพโพไซดอน (Poseidon) เป็นผู้ต้องสงสัยขโมยสายฟ้าฟาด ซึ่งเป็นยุทโธปกรณ์ที่ทรงพลังอำนาจมากที่สุดในจักรวาล ไปจากเขา

เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จากข้อกล่าวหาร้ายแรง และหลีกเลี่ยงสงครามระหว่างทวยเทพที่อาจปะทุขึ้น เพอร์ซี่จำต้องออกผจญข้ามโลกไปจับขโมยตัวจริงมาลงโทษให้ได้ ตลอดการเดินทางครั้งสำคัญนี้เองที่เขาต้องประมือกับเหล่าอริศัตรูจอมโหดตนแล้วตนเล่าที่หมายมุ่งมาสกัดไม่ให้ภาระกิจนี้สำเร็จลุล่วง แล้วยังจะต้องคอยปกป้องพระมารดาจาก เฮเดส (Hades) เทพเจ้ากรีก (Greek god) ที่มุ่งปองร้ายด้วย

11 กุมภาพันธ์ 2010 ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น


 
11 ก.พ.นี้ เตรียมตามล่าหาสายฟ้าที่หายไป ใน “PERCY JACKSON & THE OLYMPIANS: THE LIGHTNING THIEF เพอร์ซีย์ แจ็คสันกับสายฟ้าที่หายไป ”
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 1 กุมภาพันธ์  2553

           ภาพยนตร์เรื่อง PERCY JACKSON & THE OLYMPIANS: THE LIGHTNING THIEF หรือ เพอร์ซีย์ แจ็คสันกับสายฟ้าที่หายไป เปิดตัวเพอร์ซีย์ แจ็คสัน (Percy Jackson) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่ขยันหาเรื่องสร้างปัญหาไม่เว้นวัน แต่นั่นยังไม่ใช่เรื่องใหญ่เท่ากับที่เขากำลังจะถูกท้าทายเร็ววันนี้

แม้โลกในศตวรรษที่ 21 จะเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน แต่เหล่าทวยเทพแห่งเทือกเขาโอลิมปุส (Mount Olympus) ยังคงก้าวออกมาจากตำรานิยายปรัมปราของเพอร์ซีย์เข้ามาวุ่นวายกับชีวิตของเขาองค์แล้วองค์เล่า เพอร์ซีย์จึงได้รู้ว่า บิดาที่แท้จริงของเขาคือเทพโพไซดอน (Poseidon) เจ้าแห่งคาบสมุทร ซึ่งนั่นทำให้เพอร์ซีย์เป็นเดมิก็อด (demigod) หรือครึ่งคน ครึ่งเทพนั่นเอง พร้อม ๆ กับที่รับรู้ข้อกล่าวหาจากเทพเซอุส (Zeus) บิดาแห่งทวยเทพทั้งมวล (the king of all gods) ว่า เพอร์ซีย์ขโมยสายฟ้าของเซอุส ซึ่งเป็นยุทโธปกรณ์ที่ทรงพลังอำนาจมากที่สุดในจักรวาลไปจากเขา

เพอร์ซีย์จึงจำใจต้องเตรียมพร้อมออกเดินทางผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต และมีเดิมพันที่ไม่อาจจะหาสิ่งสูงค่าใด ๆ มาเปรียบได้

ด้วยพายุเมฆหมอกที่ถาโถมสาดซัดไปทั่วทุกหัวระแหง ชีวิตของเพอร์ซีย์เองก็หมิ่นเหม่เสี่ยงสุด ๆ เขาดั้นด้นไปจนถึงชุมชนคนพิเศษที่เรียกขานกันว่า แคมป์เลือดผสม (Camp Half Blood) ณ แคมป์นี้เองเขาได้รับการฝึกฝนพละกำลังในตัวเองที่เพิ่งค้นพบหมาด ๆ และอาจนำไปช่วยยับยั้งสงครามระหว่างทวยเทพได้อีกด้วย เพอร์ซีย์ยังได้ทำความรู้จักกับเพื่อนเดมิก็อด (demigod) สองคนคือ แอนนาเบ็ธ (Annabeth) นักรบสาวที่กำลังตามหามารดาของเธอที่เป็นเทพเจ้าหญิงชื่อแอ็ทธีน่า (Athena) กับโกรฟเวอร์ (Grover) เพื่อนที่ซี้กันมาตั้งแต่เด็กและยังคอยช่วยปกป้องเขาด้วย แต่แท้ที่จริงแล้วเป็นซาไทร์ (Satyr) เทพารักษ์ครึ่งคนครึ่งแพะที่กล้าหาญแต่ยังไม่มีสมรภูมิให้พิสูจน์ความสามารถ

ทั้งโกรฟเวอร์ และแอนนาเบ็ธ เข้าร่วมผจญภัยกับเพอร์ซีย์ข้ามภพไปยังดินแดนมหัศจรรย์สุดพรรณนาที่อยู่เหนือมหานครนิวยอร์ค (New York City - ซึ่งเป็นทางเข้าออกสู่เทือกเข้าโอลิมปุส) ขึ้นไปถึง 600ชั้น และข้ามฟากฝั่งไปยังป้ายสัญลักษณ์เมืองฮอลลีวู้ด (Hollywood) ซึ่งลึกลงไปใต้โลกเป็นดินแดนที่ถูกเผาไหม้ด้วยเพลิงโลกันต์ของโลกใต้ภิภพ (Underworld)
ณ จุดหมายปลายทางของการผจญภัยครั้งนี้ มีเดิมพันที่ไม่ใช่แค่เพียงอนาคตของโลกมนุษย์เท่านั้น หากแต่ยังมีชะตาชีวิตของแซลลี่ (Sally) มารดาของเพอร์ซีย์ ที่ฮีโร่หนุ่มน้อยจะต้องช่วยเธอให้รอดพ้นจากนรกขุมสุดลึก (depths of Hell) จนได้
ถึง เพอร์ซีย์ แจ็คสัน (Percy Jackson) จะเป็นครึ่งคน ครึ่งเทพ แต่เขาก็เป็นฮีโร่เต็มร้อย


PERCY JACKSON & THE OLYMPIANS: THE LIGHTNING THIEF หรือ เพอร์ซีย์ แจ็คสันกับสายฟ้าที่หายไป
ในโรงภาพยนตร์พร้อมกันทั่วโลกวันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ 2553



 
หนุ่มหล่อ "โลแกน" แจ้งเกิดแน่ใน "เพอร์ซีย์ แจ็คสันกับสายฟ้าที่หายไป"
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 9 กุมภาพันธ์  2553


           โลแกน เลอร์แมน รับบทเป็น เพอร์ซีย์ แจ็คสัน (LOGAN LERMAN: Percy Jackson)

โลแกน เลอร์แมนเริ่มแสดงภาพยนตร์เป็นครั้งแรกโดยรับบทวิลเลี่ยม (William) ลูกชายคนเล็กของเมล กิ๊บสัน (Mel Gibson) ใน The Patriot ที่ส่งให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Young Artist Award สาขา Best Ensemble จาก Young Artist Foundation ซึ่งเป็นมูลนิธิที่ไม่แสวงหาผลกำไร หลังจากนั้นเลอร์แมนก็แสดงเป็นวัยเด็กของกิ๊บสันใน What Women Want และยังร่วมแสดงใน Riding in Cars With Boys ของเพนนี มาร์แชล (Penny Marshall) ด้วย

ผลงานการแสดงของดาวรุ่งหนุ่มดังกล่าวข้างต้นถูกอกถูกใจคณะผู้สร้าง Hallmark Hall of Fame ทาง CBS เป็นอันมาก จนทาบทามให้เลอร์แมนมานำแสดงใน A Painted House (ภาพยนตร์ที่สร้างเพื่อแพร่ภาพทางโทรทัศน์โดยอ้างอิงจากนวนิยายขายดีของ จอห์น กริแชม - John Grisham) และส่งให้เขาคว้ารางวัล Young Artists Award ตัวแรกมาครองได้สำเร็จ ซึ่งเป็นรางวัลสำคัญสาขา Leading Young Actor in a TV Movie / Miniseries / Special เสียด้วย

จากนั้นเลอร์แมนก็หวนคืนสู่จอเงินอีกครั้งด้วยบทบาทเชือดเฉือนอารมณ์กับ แอชตั้น คุชเชอร์ (Ashton Kutcher) ใน The Butterfly Effect ที่ชนะใจนักวิจารณ์ท่วมท้น

เลอร์แมนยังประสบความสำเร็จอย่างสูงเมื่อนำแสดงในซีรี่ย์ทางโทรทัศน์เป็นครั้งแรก จากการรับบทบ๊อบบี้ แม็คคัลลิสเตอร์ (Bobby McCallister) หนุ่มน้อยปราดเปรื่องจิตใจดีที่พยายามประสานรอยร้าวระหว่างแจ็ค (Jack) พี่ชายของเขากับแม่ใน Jack & Bobby ซีรี่ย์ของ The WB ที่ได้รับเสียงวิจารณ์เชิงบวกท่วมท้น ซึ่งบทบาทการแสดงในซีรี่ย์แนวดราม่าไม่กี่ตอนจบเรื่องนี้ส่งให้เลอร์แมนคว้ารางวัล Young Artist Award ตัวที่สองในสาขา Leading Young Actor / TV Series มาครอง

เลอร์แมนกลับมาแสดงภาพยนตร์อีกครั้งด้วยบทนำแสดงใน Hoot ซึ่งสร้างดัดแปลงจากหนังสือสำหรับเด็กของคาร์ล เฮียเซน (Carl Hiaasen) ที่ขายดีติดอันดับของ New York Times ก็ส่งให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Young Artists เป็นครั้งที่สี่

หลังจากนั้น เลอร์แมน ก็ร่วมแสดงกับจิม แคร์รี่ย์ (Jim Carrey) และเวอร์จิเนีย แม็ดเซ่น (Virginia Madsen) ใน The Number 23 ภาพยนตร์ลุ้นระทึกของโจเอล ชูมัคเกอร์ (Joel Schumacher) ก่อนจะก้าวกระโดดไปเชือดเฉือนบทบาทกับนักแสดงชายระดับปรมาจารย์แถวหน้าของแวดวงมายาพร้อม ๆ กันถึง 2 คน คือ รัสเซล โครว์ (Russell Crowe) และคริสเตียน เบล (Christian Bale) ใน 3:10 to Yuma ที่เจมส์ แมนโกลด์ (James Mangold) นำผลงานตะวันตกสุดคลาสสิคตั้งแต่ปี 1957 มาปัดฝุ่นสร้างใหม่ได้โดนใจมหาชนยิ่งนัก ซึ่งเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของคณะนักแสดง (cast ensemble) ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล SAG Award และยังคว้ารางวัล Young Artists ตัวที่ห้ามาครองได้สำเร็จอีกด้วย

ล่าสุดเลอร์แมนยังหว่านเสน่ห์ไม่หยุดยั้งเมื่อร่วมแสดงใน Bill กับแอร่อน เอ็คฮาร์ท (Aaron Eckhart), เจสสิก้า อัลบ้า (Jessica Alba), และอลิซาเบ็ธ แบงค์ (Elizabeth Banks), My One and Only ภาพยนตร์ตลกย้อนกาลเวลาที่เขาร่วมสร้างเสียงฮากับนักแสดงแถวหน้าอย่างเรเน่ เซลเว็กเกอร์ (Renée Zellweger), คริส น็อธ (Chris Noth), และเควิน เบค่อน (Kevin Bacon), และ Gamer ภาพยนตร์ไซ-ไฟลุ่นระทึกที่นำแสดงโดยเจอราร์ด บัตเลอร์ (Gerard Butler) ด้วย

โลแกน เลอร์แมนเกิดและเติบโตในเมืองเบฟเวอร์ลี่ ฮิล, รัฐแคลิฟอร์เนีย (Beverly Hills, California) ซึ่งทุกวันนี้เขาก็ยังคงอาศัยอยู่กับครอบครัวพร้อมหน้ากัน เขาเริ่มฝักใฝ่ในการแสดงตั้งแต่ได้ดูภาพยนตร์ของเฉินหลง (Jackie Chan) ตอนอายุเพียง 2 ขวบครึ่ง หลังจากประกาศให้มารดาได้รับรู้ว่า เขาอยากเป็นนักแสดง หนูน้อยก็ค่อย ๆ ก้าวเข้าสู่วงการผ่านตัวแทนนักแสดง และได้รับร่วมแสดงในชิ้นงานโฆษณาถึง 2 ชิ้นพร้อม ๆ กัน และได้ครอบครองบัตรประจำตัวนักแสดง SAG card ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

อดใจอีกนิด ตามติดหนุ่มหล่อโลแกน เลอร์แมน ได้ใน เพอร์ซีย์ แจ็คสันกับสายฟ้าที่หายไป
11 กุมภาพันธ์ นี้ ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น


 



 
 

รูปภาพ

   
   

ดูภาพทั้งหมด