หน้าหลัก  l   ข่าวภาพยนตร์ - สกู๊ปพิเศษ  l  ข้อมูลภาพยนตร์   l  อันดับภาพยนตร์   l  โฮมเอ็นเตอร์เทนเมนท์

 
 
 
ชั่วฟ้าดินสลาย   (2010)

 

ข้อมูล - เรื่องย่อ 

l

เกี่ยวกับภาพยนตร์

l

รูปภาพ-โปสเตอร์

l

ดาวน์โหลด

l

แสดงความคิดเห็น

   เกี่ยวกับภาพยนต์
  ข้อมูลงานสร้าง "ชั่วฟ้าดินสลาย"
 
เปิดคฤหาสน์ “ชั่วฟ้าดินสลาย” “หม่อมน้อย” โชว์ฉากสุดยิ่งใหญ่
พร้อมยลโฉม “ทีมนักแสดงนำ” ครั้งแรก

Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 25 มีนาคม  2553


           ถ่ายทำกันไปอย่างเงียบๆ จนเกือบจะปิดกล้องแล้วสำหรับภาพยนตร์รักพีเรียดสุดละเมียด “ชั่วฟ้าดินสลาย” ของผู้กำกับชั้นครู “หม่อมน้อย - ม.ล. พันธุ์เทวนพ เทวกุล” ซึ่งดัดแปลงจากนวนิยายสุดอมตะของ “เรียมเอง” หรือ “มาลัย ชูพินิจ” บรมครูแห่งวงการวรรณกรรมไทย

ล่าสุด ก็ได้ฤกษ์นำทัพสื่อมวลชนไปเยี่ยมชมกองถ่ายไกลถึงจังหวัดเชียงรายที่เป็นโลเกชั่นหลักในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยเปิดฉากคฤหาสน์สุดยิ่งใหญ่พร้อมทีมนักแสดงนำอย่างครบครันเป็นครั้งแรก ในฉากเปิดตัว “ส่างหม่อง” (อนันดา) หนุ่มหล่อชาวพม่าที่เพิ่งจบการศึกษาและเดินทางกลับมาที่คฤหาสน์ของ “พะโป้” (ธีรพงษ์ เหลียวรักวงศ์) พ่อบุญธรรมซึ่งเป็นคหบดีเจ้าของคฤหาสน์หลังใหญ่แห่งปางไม้เขาท่ากระดานอันเป็นอาณาจักรสุดตระการตาของเขา เช่นเดียวกับ “ยุพดี” (พลอย เฌอมาลย์) สาวสวยสุดทันสมัยที่มาเยือนคฤหาสน์กลางป่านี้เป็นครั้งแรกเพื่อรับหน้าที่ภรรยาแสนดีของพะโป้นั่นเอง

ฉากที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นแห่งโศกนาฏกรรมความรักสุดคลาสสิกนี้ ทางทีมงานได้เซ็ตฉากคฤหาสน์หลังใหญ่ท่ามกลางภูเขาและป่าไม้ในสายหมอกขึ้นอย่างสมจริงที่ วนอุทยานแห่งชาติน้ำตกขุนแจ อ. เวียงป่าเป้า จ. เชียงราย ซึ่งเราจะได้เห็นการต้อนรับการมาเยือนของคู่พระนาง “ส่างหม่อง-ยุพดี” ที่ลานด้านหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงามของวนอุทยานแห่งชาติขุนแจแห่งนี้ โดยมีทีมนักแสดงชั้นดีร่วมเข้าฉากอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น “ธีรพงษ์ เหลียวรักวงษ์” (ในบท “พะโป้”), ศักราช ฤกษ์ธำรง (ทิพย์) และ ดารณีนุช โพธิปิติ (มะขิ่น) รวมถึง “เพ็ญเพชร เพ็ญกุล” (นิพนธ์) ที่แม้ไม่ได้เข้าฉากด้วย แต่ก็มาร่วมชมการถ่ายทำและให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์ด้วย

“ฉากนี้ถ่ายทำกันวันนี้ถือว่าเป็นฉากใหญ่ฉากหนึ่งของเรื่องได้เลย เพราะเป็นฉากเปิดตัวคู่พระนางครั้งแรกของเรื่อง ก็คือ ‘อนันดา’ ที่เล่นเป็น ‘ส่างหม่อง’ ที่เพิ่งจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่ย่างกุ้ง แล้วเดินทางกลับมาที่ปางไม้ของพะโป้ ก็จะเป็นการเปิดตัวสำคัญของตัวละครส่างหม่องกับพะโป้ คือ อนันดากับคุณบี๋ ธีรพงศ์ ตัวละครพะโป้เราตีความว่าเป็นเจ้านายใหญ่จากรัฐฉาน ตัวเองก็ติดอยู่กับเกียรติภูมิของตัวเอง สร้างอาณาจักรของตนให้เป็นปราสาทแบบไทยใหญ่ เราก็จะเห็นขนบประเพณีแบบไทยใหญ่ เปิดตัวเหมือนกับพะโป้เป็นราชาของอาณาจักรนั้น และส่างหม่องเองก็เป็นเหมือนเจ้าชายกลับมาเยือนอาณาจักรของตน

ส่วนอีกฉากที่ถ่ายไปพร้อมกันก็จะเป็นฉากเปิดตัวละครสำคัญมากของเรื่องก็คือ ‘ยุพดี’ ที่เป็นบทของ ‘พลอย เฌอมาลย์’ ฉากนี้ก็จะเป็นฉากที่ยุพดีมาเยือนคฤหาสน์หลังใหญ่นี้เป็นครั้งแรกเช่นกัน เพราะพะโป้ได้แต่งงานกับเธอที่พระนครแล้วก็พาเธอมาเป็นนายหญิงคนใหม่ที่อาณาจักรของเขา เราก็จะได้เห็นการต้อนรับของเหล่าบริวารที่โห่ร้องอย่างดีใจที่คฤหาสน์แห่งนี้จะเป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบมากขึ้นอีกครั้ง ด้วยการมาถึงของสมาชิกใหม่ทั้งสองคน

ฉากนี้จะแสดงถึงขนบประเพณีของอาณาจักรล้านนา ได้เห็นการเซ็ตฉากที่ยิ่งใหญ่ เครื่องแต่งกายประณีตสวยงาม แล้วก็เป็นฉากที่เราจะได้เห็นทีมนักแสดงนำของเรื่องเกือบครบทุกคน ไม่ว่าจะเป็นสามตัวหลักอย่าง อนันดา, พลอย, คุณบี๋ และก็ยังมี เจี๊ยบ ศักราช ที่เล่นเป็นลูกน้องคนสนิทของพะโป้ที่รู้ความเป็นไปทุกอย่างของคฤหาสน์หลังนี้ มี ท็อป ดารณีนุช เล่นเป็นแม่บ้านของคฤหาสน์หลังนี้เป็นอีกตัวละครสำคัญที่มีส่วนช่วยคู่พระนางเช่นกัน ส่วนอีกคน แจ๊บ เพ็ญเพชร ก็มาที่กองถ่ายวันนี้ด้วยถึงแม้จะไม่ได้เล่นในฉากนี้ บทของแจ๊บก็จะเป็นคนเล่าเรื่องและนำคนดูเข้าไปมีส่วนร่วมกับโศกนาฏกรรมครั้งนี้ด้วย

การถ่ายทำฉากวันนี้ก็จะยุ่งยากนิดหน่อยตรงที่จะมีคนเข้าฉากเยอะทั้งตัวละครหลักและสมทบ แต่ทุกคนก็ให้ความร่วมมือกันดี ก็เลยถ่ายทำกันไปอย่างลื่นไหลในช่วงเช้า แต่ช่วงบ่ายๆ เย็นๆ ก็มีฝนตกลงมาก็ทำให้งานชะงักไปหน่อย แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะยังถ่ายทำไปตามคิวได้อยู่” หม่อมน้อย ผู้กำกับฝีมือสุดประณีตเผยถึงการถ่ายทำฉากเปิดตัวครั้งแรกอย่างเป็นทางการฉากนี้

ภาพยนตร์พีเรียดอารมณ์สุดละเมียด “ชั่วฟ้าดินสลาย” พร้อมให้ผู้ชมได้ซาบซึ้งไปกับโศกนาฏกรรมรักอันยิ่งใหญ่นี้...ไม่นานเกินรอ


 
“อนันดา-พลอย เฌอมาลย์” ดี๊ด๊าควงคู่ลงจอหนังครั้งแรก
ร่วมสร้างตำนานรักครั้งใหญ่ “ชั่วฟ้าดินสลาย”

Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 1 เมษายน  2553


           เคยฝากฝีมือร่วมกันมาจากละครเรื่อง “ในฝัน” แต่เมื่อผู้กำกับฝีมือประณีต “หม่อมน้อย - ม.ล. พันธุ์เทวนพ เทวกุล” หวนคืนเก้าอี้ผู้กำกับภาพยนตร์ในรอบ 13 ปี พร้อมดึงศิษย์เอกอย่าง “อนันดา เอเวอริ่งแฮม” และ “เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์” มาปะทะฝีมือกันบนจอใหญ่ในภาพยนตร์รักพีเรียดเรื่อง “ชั่วฟ้าดินสลาย” ทั้งคู่จึงออกอาการดี๊ด๊าดีใจเป็นอย่างมาก เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้แสดงภาพยนตร์ร่วมกัน แถมยังเป็นภาพยนตร์ของหม่อมน้อยซึ่งทั้งคู่นับถือเป็นครูด้านการแสดงอีกด้วย

โดย “พลอย เฌอมาลย์” ที่มารับบท “ยุพดี” สาวสวยทันสมัยผู้เป็นตัวแปรสำคัญในโศกนาฏกรรมรักครั้งนี้ ได้กล่าวถึงบทบาทใหม่ท้าทายนี้ว่า

“เรื่องนี้พลอยรับบท ‘ยุพดี’ ผู้หญิงทันสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 มีมุมมองความคิดที่แตกต่างจากผู้หญิงทั่วไปในสมัยนั้น คือจะไม่อยู่ในกรอบซักท่าไหร่ เป็นตัวของตัวเองสูง ก็คล้ายกับตัวพลอยอยู่เหมือนกัน แต่ก็เล่นยากอยู่ค่ะทั้งในแง่อารมณ์และการแสดงออกทางความรู้สึกที่ค่อนข้างซับซ้อน และหม่อมก็เขียนบทออกมาด้วยภาษาที่สวยงามมาก ตัวละครตัวนี้เป็นผู้หญิงที่พูดออกมาทีก็ทำให้เราอึ้งได้เหมือนกัน ครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกที่ได้เล่นหนังกับอนันดาค่ะ เคยแต่เล่นละครของหม่อมน้อยมาด้วยกัน ทีนี้พอหม่อมบอกว่าจะมีหนังให้เล่นคู่กับอนันดาก็ดีใจค่ะ เพราะรู้จักเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่อายุ 14 โตมาด้วยกัน เป็นลูกศิษย์หม่อมทั้งคู่ ทำงานด้วยกันมา จะว่าไปในบรรดานักแสดงรุ่นเดียวกันพลอยไว้ใจอนันดามากที่สุดแล้วค่ะ พอได้มาเล่นด้วยกันก็เลยเต็มที่ทั้งคู่ ทั้งสนุกทั้งอินกับบทมากๆ ค่ะ ตอนสุดท้ายมีเสียน้ำตาแน่ๆ เตรียมกระดาษทิชชู่ไปได้เลยคอนเฟิร์ม เรื่องนี้มีครบรสจริงๆ ค่ะ”

ส่วนหนุ่ม “อนันดา เอเวอริ่งแฮม” มารับบทเป็น “ส่างหม่อง” หนุ่มพม่าที่เดียงสาเรื่องความรัก แต่ต้องมาตกหลุมพรางแห่งกิเลสตัณหาที่เขามิอาจทัดทานได้ เขากล่าวถึงการทำงานครั้งล่าสุดนี้ว่า

“ผมก็รับบทเป็น ‘ส่างหม่อง’ ครับ เป็นผู้ชายเวอร์จิ้น ไม่เคยผ่านผู้หญิงมาก่อน เหมือนชีวิตจริงครับ (หัวเราะ) พอมาเจอยุพดีผู้หญิงคนนี้ก็ทำชีวิตพังทลายหมดเลย เป็นหายนะทั้งชีวิตของหนุ่มคนนี้เลย แต่จริงๆ ก็ต้องโทษตัวเองด้วย เพราะมันก็เกิดจากกิเลสตัณหาของเราที่ไม่ยับยั้งชั่งใจเองนั่นแหละ เป็นบทที่ยากอีกบทหนึ่งสำหรับเราทั้งสองคน ยิ่งเป็นหนังของครูตัวเองด้วยยิ่งต้องเล่นให้ดีเลย เรื่องนี้ตัวละครแต่ละตัวมันก็เป็นตัวแทนของมนุษย์ทุกคนที่มีทั้งโลภโกรธหลง มีกิเลสอยู่ เป็นเรื่องที่ให้แง่คิดเยอะมากครับ เข้มข้นแน่นอนครับ

เล่นหนังกับพลอยเป็นครั้งแรกก็สนุกดีครับ เพราะสนิทกันมานานแล้วก็เลยไม่ต้องกังวลอะไรมากในการเข้าฉากด้วยกัน ยิ่งหม่อมเค้าจะซ้อมการแสดงแต่ละฉากก่อนถ่ายด้วยก็เลยทำให้เราเล่นได้ไหลลื่นขึ้นไปอีก ก็ดีครับ จะมีลำบากนิดหน่อยก็เรื่องการเดินทาง เรื่องแมลงกัดต่อยเยอะมาก ยิ่งผมใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้น ก็เลยยิ่งมีที่ให้กัดเยอะ ก็ต้องระวังเป็นพิเศษ โดนกัดแพ้ไปหลายทีแล้วครับ”

ติดตามชมบทบาทล่าสุดของ “อนันดา-เฌอมาลย์” ในภาพยนตร์โศกนาฏกรรมรักอันยิ่งใหญ่ “ชั่วฟ้าดินสลาย” ได้ภายในปีนี้แน่นอน


 
“หม่อมน้อย” ลงตัว “บี๋ ธีรพงศ์”เลือกรับบทเด่น เจ้าพ่อป่าไม้ผู้ถูกสวมเขาใน “ชั่วฟ้าดินสลาย”
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 28 กรกฎาคม 2553



       เลือกเฟ้นนักแสดงชั้นนำทั่วฟ้าเมืองไทยเพื่อมารับบท “พะโป้” มหาเศรษฐีชาวพม่า เจ้าพ่อป่าไม้ผู้ทรงอิทธิพล ในภาพยนตร์โศกนาฏกรรมรักยิ่งใหญ่แห่งปีเรื่อง “ชั่วฟ้าดินสลาย” อยู่นาน ในที่สุด “หม่อมน้อย ม.ล. พันธุ์ทวนพ เทวกุล” ก็ตัดสินใจเลือก “บี๋ ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์” ช่างภาพและนักแสดงรุ่นใหญ่มากฝีมือของวงการให้รับบทสำคัญ โดยต้องประชันบทบาทอันเข้มข้นนี้กับ 2 นักแสดงฝีมือฉกาจอย่าง “อนันดา เอเวอริ่งแฮม” และ “พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์” ตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งหม่อมน้อยได้เผยถึงการคัดเลือกครั้งนี้ว่า

“คือจริงๆ แล้วบท ‘พะโป้’ เนี่ยเราดูไว้หลายคนมาก แล้วก็น่ามหัศจรรย์ใจเป็นอย่างยิ่งพอนักแสดงชั้นนำหลายท่านทราบว่าเราจะทำหนังเรื่องนี้ ก็เสนอตัวสมัครเข้ามาเล่นหลายท่านทีเดียว ซึ่งหลายๆ ท่านก็เหมาะด้วยฝีมือ และไม่ปฏิเสธเลยว่าจะแสดงได้เป็นอย่างดี แต่ว่าท้ายสุดเราก็มาลงตัวที่ ‘คุณบี๋ ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์’ ที่เลือกมาเพราะด้วยรูปลักษณ์ที่น่าเชื่อถือว่าเป็นพะโป้ได้ เป็นอาของอนันดาได้ เราจับคู่ถ่ายรูปด้วยกันก็ใช่เลย คุณบี๋เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง ทั้งในแง่รูปลักษณ์ ระดับอารมณ์ของตัวละคร แล้วก็ด้วยวัยของคุณบี๋ ด้วยผิวพรรณ ด้วยโครงของใบหน้า ด้วยเสียง แล้วความพิเศษบางอย่างในตัวคุณบี๋ที่ดูเหมือนมีพลังอำนาจซ่อนอยู่ข้างในตัวจริง ทั้งยังต้องแสดงบทต่างวัยถึง 3 ระดับ คือ อายุ 35 ปี ไปจนถึง อายุ 55 ปี และจบลงด้วยอายุ 65 ปี และเมื่อเข้าฉากกับอนันดาก็มีความน่าเชื่อว่าเป็นอากับหลานกันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแต่งกายเป็นพม่า เขาดูเป็นเจ้าพ่อชาวพม่าผู้ทรงพลังอำนาจได้อย่างสมบูรณ์แบบ ราวกับสวมวิญญาณตัวละครของผู้ประพันธ์ แล้วอีกอย่างสำหรับภาพยนตร์เนี่ยเขายังสด ยังไม่ช้ำ ก็เป็น

อะไรที่น่าสนใจมาก เพราะฉะนั้นก็เลยคิดว่าโดยภาพลักษณ์ของคุณบี๋เนี่ยเหมาะที่จะเป็นพะโป้ และถ้าพูดถึงในแง่การแสดงนะ ถ้าพูด ณ ตอนนี้ผมพอใจมากในการแสดงของนักแสดงนำในเรื่องนี้ คือคุณบี๋และทุกคนเนี่ยสามารถเข้าถึงแก่นแท้ในตัวละครของครูมาลัย ชูพินิจได้อย่างสมบูรณ์ พูดได้เลยว่าสมบูรณ์จริงๆ”

เตรียมชมบทบาทสุดเข้มข้นนี้ได้ในภาพยนตร์โศกนาฏกรรมรักอันยิ่งใหญ่ “ชั่วฟ้าดินสลาย” ที่มีคิวลงโรงฉายในวันที่ 16 กันยายนนี้แน่นอน


 
“บี๋ ธีรพงศ์” ควบสองตำแหน่ง รับอาสาถ่ายโปสเตอร์ “ชั่วฟ้าดินสลาย”
ลั่นชัตเตอร์ “อนันดา-พลอย” เซ็กซี่อย่างงามสง่า

Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 30 กรกฎาคม 2553



     หลังจากปิดกล้องภาพยนตร์เรื่อง “ชั่วฟ้าดินสลาย” ไปได้ระยะหนึ่ง ล่าสุดก็ได้เวลารวมตัวกันอีกครั้งของทีมนักแสดงมีระดับอย่าง “อนันดา เอเวอริ่งแฮม”, “พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์” และ “บี๋ ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์” เพื่อถ่ายโปสเตอร์ภาพยนตร์เรื่องนี้ ณ สตูดิโอนิวเบรน ย่านเหม่งจ๋าย

โดยครั้งนี้ ช่างภาพและนักแสดงรุ่นใหญ่มากฝีมือของวงการ “บี๋ ธีรพงศ์” ก็ได้โอกาสควบสองตำแหน่งทั้งแสดงนำ (ในบท “พะโป้” มหาเศรษฐีชาวพม่าเจ้าพ่อป่าไม้ผู้ทรงอิทธิพล) และขออาสาลั่นชัตเตอร์สองพระนาง “อนันดา-พลอย” ด้วยตัวเอง โดยมีผู้กำกับ “หม่อมน้อย ม.ล. พันธุ์ทวนพ เทวกุล” มาดูแลการถ่ายภาพด้วย
งานนี้ ช่างภาพของเราได้วางคอนเซ็ปต์การถ่ายภาพออกเป็น 2 เซ็ตคือ “งามสง่า” และ “เซ็กซี่” โดยภาพที่เรานำมาให้ชมเป็นการเรียกน้ำย่อยกันก่อน ก็เป็นภาพในธีมแรกที่ออกมาอย่างสวยสง่าและงดงามตามแบบฉบับภาพยนตร์รักอารมณ์ละเมียดเรื่องนี้

การถ่ายภาพเป็นไปอย่างรวดเร็วเพราะความเป็นมืออาชีพและเป็นกันเองของทุกคน เริ่มต้นกันที่หนุ่มมาดเซอร์ “อนันดา” หลังจากแต่งองค์ทรงเครื่องชุดสูททักซิโด้เป็นคาแร็คเตอร์ “ส่างหม่อง” และถูกถ่ายภาพเดี่ยวเป็นคนแรกเสร็จสรรพ ก็ถึงคิวของ “พลอย เฌอมาลย์” ที่มาในมาดนางพญากับชุดราตรีสีม่วง ที่เล่นเอาทีมงานมองตามเป็นตาเดียวกัน แค่นี้ว่าเซ็กซี่แล้ว แต่ต้องอดใจรอกับภาพเซ็ตอิโรติกที่เข้าทางตากล้องระดับเทพคนนี้เป็นอย่างมากและรับรองหนักแน่นว่า งานนี้ต้องเซ็กซี่เด็ดดวงแน่นอน

“วันนี้รับบทเป็นช่างภาพครับ ก็ดีใจและตื่นเต้นตั้งแต่ตื่นแล้วครับ ได้มาถ่ายน้องพลอย (หัวเราะ) ก็รู้สึกดีมากครับที่ได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง ทั้งอนันดาและพลอยทำงานร่วมกันง่ายมากครับ เพราะทั้งคู่เป็นนักแสดงที่พูดได้ว่าสุดยอดมืออาชีพ เข้าฉากถ่ายปุ๊บก็อินคาแร็คเตอร์เลย เพราะผมเองก็ไปร่วมแสดงด้วย ทุกคนก็รู้คาแร็คเตอร์ตัวเองดีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่ยากเลย สำหรับการถ่ายทำเที่ยวนี้ โดยเฉพาะน้องพลอยนี่ไม่ต้องพูดถึง แค่เดินมาเข้าเฟรมกล้อง ช่างภาพก็ละลายได้เลยครับ ธีมโปสเตอร์คราวนี้ก็ได้พูดคุยปรึกษากับหม่อมน้อยแล้วก็จะแบ่งเป็นสองเซ็ต ก็จะเป็นเซ็ตชุดสูทกับชุดราตรี และทีเด็ดจะอยู่ที่อีกเซ็ตหนึ่งที่จะเป็นแบบเซ็กซี่อิโรติกซึ่งรับรองว่าไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนแน่นอน ก็อยากจะให้ติดตามชมกันให้ดีครับ” ช่างภาพแถวหน้าของวงการเปิดเผยถึงการทำงานครั้งนี้

โดยคู่พระนางของเรื่องก็ได้พูดถึงการถ่ายโปสเตอร์ครั้งนี้ว่า
(อนันดา) “ก็ตื่นเต้นครับ เพราะพลอยเค้าหายไปไหนไม่รู้เดือนกว่าไม่ได้เจอกันตั้งนาน พอมาเจอกันอีกทีใจเต้นตุ้บตั้บๆ ขาสั่นไปหมดเลยครับตอนนี้ (หัวเราะ) วันนี้ก็สนุกดีครับ และยิ่งมีพี่บี๋-พะโป้ของเรามาถ่ายให้ ก็รู้สึกกันเองเป็นอย่างมากครับ แต่ตอนเวลาพี่บี๋ถ่ายผมนะครับ พี่เค้าก็จะแบบว่า เอาละ โอเคผ่านๆ แต่พอเป็นพลอยนะ แกจะดูอินมากเลย ถ่ายไม่เลิกเลย ก็น้อยใจมากครับ (หัวเราะ) ก็แน่นอนครับกับการถ่ายโปสเตอร์รอบนี้ก็ต้องมีหม่อมน้อย-อาจารย์ใหญ่ของเรามาดูแลงานทุกขั้นตอนทั้งเสื้อผ้าหน้าผมเช่นเคย และพี่บี๋ก็ถ่ายภาพออกมาสวยมากๆ ด้วยครับ”

(พลอย) “ปกติจะเห็นพีบี๋ในฉากหนัง แต่วันนี้มาเป็นช่างภาพ สำหรับตัวพลอยเองก็ดีใจ ที่ได้กลับมาร่วมงานกับอนันดาและพี่บี๋อีกครั้ง ก็ห่างหายกันไปนาน เพราะเราถ่ายหนังเสร็จกันมาพักใหญ่แล้ว วันนี้ก็ดีใจที่มีโอกาสมาถ่ายภาพร่วมกัน และก็ได้พี่บี๋มาถ่ายให้ด้วย ซึ่งเป็นช่างภาพที่สาวๆ ทุกคนใฝ่ฝันอยากจะถ่ายด้วย พลอยก็โชคดีค่ะได้พี่บี๋มาถ่ายให้ครั้งที่สองแล้ว ครั้งแรกก็นานแล้วค่ะ สมัยพลอยเพิ่งเริ่มเล่นละครกับหม่อมน้อยใหม่ๆ เลย ครั้งนี้พลอยกับอนันดาก็รู้สึกตื่นเต้นมากที่ต้องมาถ่ายแบบวาบหวิวกันอีกแล้ว (หัวเราะ) แต่ก็เต็มที่กันอยู่แล้ว ก็ชอบมากค่ะ อย่าลืมติดตามดูนะคะว่ารูปโปสเตอร์จะออกมาสวยขนาดไหนค่ะ แต่พลอยรับรองว่าต้องสวยแน่ๆ ก็อยากจะฝากทั้งโปสเตอร์และหนังด้วยค่ะ เพราะพวกเราทั้งสามคนก็เต็มที่มากๆ กับการแสดง ทีมงานนักแสดงก็ตื่นเต้นกับงานชิ้นนี้มาก พลอยหวังว่าทุกคนคงชอบและดูหนังกันอย่างมีความสุข ยังไงก็อย่าลืมไปชมกันนะคะ 16 ก.ย. นี้ค่ะ”

เตรียมพบกับภาพโปสเตอร์ที่กำลังจะถูกปล่อยออกมาให้ชมกันในเร็ววันนี้ ก่อนที่ไปชมภาพยนตร์โศกนาฏกรรมรักอันยิ่งใหญ่ “ชั่วฟ้าดินสลาย” ในวันที่ 16 กันยายนนี้...แน่นอน


 
แรงไม่แคร์สื่อ!!! ครางฮือเป็นเสียงเดียวกัน ตอกย้ำกระแส “ต้องดู” หลังปล่อยทีเซอร์ตัวอย่างหนัง “ชั่วฟ้าดินสลาย”
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 4 สิงหาคม 2553

 

his text will be replaced

 

ตัวอย่างภาพยนตร์ "ชั่วฟ้าดินสลาย"  [Trailer]

http://www.youtube.com/v/MG7cSNapUyE

 
 
            ถือได้ว่าแรงน่าจับตามองตั้งแต่ประกาศสร้างโปรเจ็คต์นี้แล้ว กับภาพยนตร์รักพีเรียดฟอร์มยักษ์แห่งปีเรื่อง “ชั่วฟ้าดินสลาย” ที่เป็นการหวนคืนเก้าอี้ผู้กำกับในรอบเกือบ 15 ปีของผู้กำกับชั้นครูอย่าง “ม.ล. พันธุ์เทวนพ เทวกุล” ซึ่งการันตีได้เลยว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ต้อง “ไม่ธรรมดา” แน่นอน ยิ่งเมื่อได้นักแสดงมากฝีมือระดับแถวหน้าของเมืองไทยไม่ว่าจะเป็น “อนันดา เอเวอริ่งแฮม” ในบท “ส่างหม่อง” หนุ่มผู้เดียงสาเรื่องรัก, “พลอย เฌอมาลย์” ในบท “ยุพดี” สาวมั่นหัวสมัยใหม่ และ “บี๋ ธีรพงศ์” กับบท “พะโป้” มหาเศรษฐีทรงอำนาจ มาร่วมแสดงด้วยแล้ว ก็ยิ่งเพิ่มระดับความน่าสนใจให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้มากขึ้นเป็นทวีคูณ

โดยหลังจากที่ค่ายต้นสังกัด “สหมงคลฟิล์ม” ได้มีการปล่อยทีเซอร์ตัวอย่างภาพยนตร์เรื่องนี้เพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อยไปเมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ก็ปรากฏเสียงตอบรับสุดฮือฮาจากผู้ชม และได้เกิดกระแสบอกเล่ากันปากต่อปากถึงความร้อนแรงและชวนติดตามของภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเสียงเดียวกัน

“ชั่วฟ้าดินสลาย” เล่าเรื่องราวความรักและความใคร่ของสามชายหญิงซึ่งตกอยู่ในวังวนแห่งกิเลสตัณหาจนเป็นที่มาของโศกนาฎกรรมแห่งความรักครั้งยิ่งใหญ่

ชมทีเซอร์ตัวอย่างได้ที่
http://www.youtube.com/v/MG7cSNapUyE และเตรียมพบกับตัวอย่างฉบับสมบูรณ์แบบของ “ชั่วฟ้าดินสลาย” ได้ที่ www.sahamongkolfilm.com ไม่นานเกินรอ
ภาพยนตร์โศกนาฏกรรมรักอันยิ่งใหญ่ “ชั่วฟ้าดินสลาย” มีคิวลงโรงฉาย 16 กันยายนนี้...แน่นอน


 
“พลอย” สอน “อนันดา” เต้นรำแนบกาย เผยสัมผัสแรกสุดหวั่นไหว
ใน “ชั่วฟ้าดินสลาย”

Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 10 สิงหาคม 2553



       ถือเป็นจุดเริ่มต้นความโรแมนติกฉากแรกๆ ของภาพยนตร์รักพีเรียดเรื่อง “ชั่วฟ้าดินสลาย” เลยก็ว่าได้ สำหรับฉากที่สาวมั่น “ยุพดี” (พลอย เฌอมาลย์) ต้องงัดสเต็ปลีลาศออกมาสอนไก่อ่อนอย่าง “ส่างหม่อง” (อนันดา เอเวอริ่งแฮม) ให้ออกลีลาเต้นรำเพื่อร่วมงานเลี้ยงรับรองให้ได้ ซึ่งฉากนี้จะเป็นฉากที่ทั้งคู่จะได้สัมผัสใกล้ชิดกันเป็นครั้งแรก แต่เพราะอยู่ในฐานะหลานชายกับอาสะใภ้ ทำให้ต่างคนต่างก็ต้องเก็บอาการหวั่นไหวของหัวใจไว้ไม่สามารถแสดงออกได้ แม้จะเริ่มมีใจให้กันมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ตามที

งานนี้ ทีมงานได้ยกกองใหญ่ไปเซ็ตฉากกันที่ม่อนฝ่าย จ.เชียงใหม่ ประดับประดาด้วยโคมไฟและของประกอบฉากได้อย่างสวยงามมีระดับสมกับฐานะมหาเศรษฐีของเจ้าของปางไม้อย่าง “พะโป้” (ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์) และดูเข้ากับฉากโรแมนซ์เล็กๆ ฉากนี้มากทีเดียว

ความสมจริงของฉากนี้อยู่ที่ความเหมือนกันเป๊ะของตัวละครกับนักแสดง นั่นก็คือ สาวพลอยมีวิชาลีลาศติดตัวอยู่บ้าง ส่วนหนุ่มอนันดาตัวจริงอย่าไปคุยถึงการเต้นรำกับเขาเลยเชียว อาการเก้ๆ กังๆ ที่ออกมาของส่างหม่องก็เลยดูสมจริงไม่น้อย แต่เรื่องอารมณ์ความรู้สึกหวั่นไหวจะเป็นไปตามแค่ในบทบาทเท่านั้นหรือเปล่า ทั้งคู่มีคำตอบว่า...
(อนันดา) “ผมอยู่ใกล้พลอยทีไรก็ตื่นเต้นใจสั่นตลอดเหมือนตัวส่างหม่องในหนังเลยครับ แค่ยืนใกล้ก็ใจเต้นตึ้กตั้กๆ แล้วครับ (หัวเราะ) พูดเล่นครับ ฉากเต้นรำนี้ผมรู้สึกว่ามันใกล้ตัวผมเลย เพราะผมเป็นคนเต้นรำไม่เป็นเลย แล้วก็เป็นสิ่งที่ในชีวิตจริงจะไม่ทำต่อหน้าคนอื่นแน่ๆ

ในฉากนี้ตัวยุพดีก็จะค่อยๆ สอนส่างหม่องเต้นรำ ซึ่งตัวส่างหม่องเองก็ไม่รู้จะทำตัวยังไง เต้นก็เต้นไม่เป็น ไม่เคยอยู่ใกล้ผู้หญิงด้วย จิตใจก็เริ่มแปรปรวนเคลิ้มไปในอารมณ์ที่ได้ใกล้ชิดกันครั้งแรก ตอนเล่นผมก็รู้สึกเขินเหมือนกัน คนมันเต้นไม่เป็นอ่ะ แต่ก็มีหม่อมน้อยมาคอยดูคอยสอนอยู่ข้างๆ ด้วย แล้วก็ดีนะตอนถ่ายมันถ่ายครึ่งตัวไม่ถ่ายด้านล่างเพราะผมเหยียบเท้าพลอยกระจายเลย นับถือพลอยมากที่ไม่ออกอาการเลย ผมเป็นคนที่เต้นไม่ได้เรื่องเลย ฉากนี้ก็เลยออกมาสมจริงมากครับ”

(พลอย) “ฉากนี้เป็นฉากที่สองคนนี้คือส่างหม่องกับยุพดีได้ใกล้ชิดกันเป็นครั้งแรก เหมือนจะเริ่มหลงรักซึ่งกันและกันก็จากฉากนี้แหละ แต่ก็ต้องเกร็งไว้เพราะกลัวพะโป้ที่อยู่ใกล้ๆ จะรู้ว่าเราทั้งคู่มีใจให้กัน มันก็ต้องควบคุมอารมณ์ให้ได้ คือยุพดีเนี่ยเป็นผู้หญิงที่ใครๆ อยู่ใกล้ก็หลงรัก ผู้หญิงสมัยนั้นไม่มีใครเป็นอย่างยุพดี เธอมีเสน่ห์และฉลาดมาก เก่งไปซะทุกเรื่อง สองคนนี้รักกันเพราะมุมมองทัศนคติเหมือนกัน พอได้มาอยู่ใกล้กัน อารมณ์มันก็เคลิบเคลิ้มไปกับบรรยากาศแล้วก็ตกหลุมรักกัน
ฉากเต้นสำหรับพลอยก็โอเคนะคะ เพราะพลอยก็เคยเรียนลีลาศมาบ้างแต่ก็ไม่ได้เก่งมาก ก็มีออกสเต็ปนิดหน่อยไปมา แต่เราจะสเต็ปตามที่เรียนมาทั้งหมดก็ไม่ได้ เพราะเราต้องตามกล้องด้วย เพราะกล้องใช้สเตดี้แคม (steady cam) ที่ตากล้องต้องแบกกล้องเคลื่อนไหวไปกับเราด้วย เราก็ต้องเคลื่อนตามมุมกล้องด้วย ก็มีเวียนหัวบ้าง เหยียบเท้ากันนิดหน่อย แต่ก็สนุกดีค่ะ ไม่มีอะไรที่พวกเราทำไม่ได้ในเรื่องนี้ ก็เป็นฉากโรแมนติกเล็กๆ เป็นน้ำจิ้มๆ เพราะยังมีฉากโรแมนติกกว่านี้อีกเยอะ ต้องติดตามดูกันค่ะ”

ภาพยนตร์โศกนาฏกรรมรักอันยิ่งใหญ่ “ชั่วฟ้าดินสลาย” พร้อมลงโรงฉาย 16 กันยายนนี้...แน่นอน


 
“ท็อป ดารณีนุช” ขำไม่ออก ครั้งแรกกับบทรันทดที่สุดในชีวิต
ในหนังพีเรียดเรื่อง “ชั่วฟ้าดินสลาย”

Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 16 สิงหาคม 2553



        เคยแต่รับบทที่สร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มในงานแสดงเรื่องที่ผ่านๆ มาเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ล่าสุด “ท็อป ดารณีนุช โพธิปิติ” ถึงกับฮาไม่ออก เพราะถูก “หม่อมน้อย-ม.ล. พันธุ์เทวนพ เทวกุล” จับมาแปลงโฉมรับบท “มะขิ่น” อดีตนางบำเรอที่ถูกปลดระวางไปเป็นแม่บ้าน ซึ่งถือได้ว่าเป็นบทที่รันทดที่สุดในชีวิตการแสดงของเธอและต้องใช้ความสามารถกับบทดราม่าสุดเข้มข้นนี้เป็นอย่างสูงในภาพยนตร์โศกนาฏกรรมรักเรื่อง “ชั่วฟ้าดินสลาย”
“เรื่องนี้รับบทเป็น ‘มะขิ่น’ นะคะ เป็นหนึ่งในอดีตนางบำเรอของพี่บี๋ เอ้ย...ของพะโป้ที่รับบทโดยพี่บี๋ ธีรพงศ์ค่ะ เป็นรุ่นเก่าที่เป็นเหมือนแม่บ้านใหญ่ที่คอยดูแลอาณาจักรแห่งนี้ แต่ลึกๆ แล้วเนี่ยมะขิ่นไม่ได้อยู่ด้วยหน้าที่ แต่อยู่เพราะว่าหลงรักพะโป้จริงๆ จนกระทั่งนางเอกยุพดีมาถึงที่นี่ เราก็ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นยังไง ไว้ใจได้ไหม ที่สำคัญคือจะมาแย่งความสำคัญของเราไป

หนังพีเรียดเนี่ยเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกนะคะ แต่จริงๆ ก็เคยมีโอกาสเล่นละครของหม่อมน้อยในบทดราม่าอยู่บ้าง แต่คนจะจำเราได้ในเรื่องของตลกมากกว่า บทนี้เหมือนกับเราเป็นคนเข้มแข็งเด็ดขาด แต่อีกด้านเราก็เป็นคนซื่อๆ ด้วย เพราะฉะนั้นอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ ของมะขิ่นเนี่ยเป็นความรู้สึกที่มันจริงใจแต่ต้องซ่อนไว้ในความนิ่ง บทนี้สำหรับพี่ถือว่ายาก เพราะว่าเราไม่ได้มีความชำนาญในการเล่นบทดราม่าบ่อยๆ แถมเรื่องนี้ยังต้องโดนทุบตีน่าสงสารเป็นที่สุดค่ะ แต่ว่าจริงๆ แล้วต้องบอกว่าวิธีการที่หม่อมนำมาใช้ สิ่งหนึ่งที่ช่วยเรามากเลยก็คือมีการอ่านบท มีการซ้อม มีการตีความตัวละครไปด้วยกัน ก็เลยช่วยทำให้อะไรต่างๆ มันง่ายขึ้นเวลาถ่ายทำจริง อีกอย่างที่ชอบมากก็คือได้ร่วมงานกับมืออาชีพ เรารู้สึกว่ามันสนุกจังเลย เราเป็นหนึ่งในทีม เหมือนกับเวลาทีมเวิร์คดี เล่นกีฬามันก็สนุก เกมมันก็สนุก การแสดงมันก็เข้มข้น เราก็เลยรู้สึกว่าเราสนุกไปด้วย ตรงนี้เป็นสิ่งที่ช่วยให้การทำงานเราง่าย เพราะว่าเราได้ผู้กำกับที่เก่ง เราได้เพื่อนร่วมงานที่เก่ง เราได้ทีมงานที่มืออาชีพจริงๆ และเรารู้สึกว่าช่วยเราประมาณ 60-70% เลยในการที่จะดึงศักยภาพในการที่เล่นบทดราม่าออกมา”

ติดตามการพลิกคาแรคเตอร์ครั้งใหญ่ของอีกหนึ่งนักแสดงหญิงมากฝีมือคนนี้ได้ในภาพยนตร์โศกนาฏกรรมรักเรื่อง “ชั่วฟ้าดินสลาย” ในวันที่ 16 กันยายนนี้...แน่นอน

 
“อนันดา-พลอย” ชื่นชมแฟชั่นย้อนยุค เปลี่ยนลุคใหม่ไม่ซ้ำแนว ใน “ชั่วฟ้าดินสลาย”
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 20 สิงหาคม 2553



       นับเป็นครั้งแรกในชีวิตของ “อนันดา เอเวอริ่งแฮม” และ “พลอย เฌอมาลย์” ที่ได้มีโอกาสแสดงภาพยนตร์รักย้อนยุคในภาพยนตร์โศกนาฏกรรมรักเรื่องยิ่งใหญ่แห่งปี “ชั่วฟ้าดินสลาย” ซึ่งโดดเด่นทั้งด้านเนื้อหาร่วมสมัยและโปรดักชั่นงานสร้างที่ทุ่มทนสร้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการออกแบบเครื่องแต่งกายที่บรรจงสร้างสรรค์อย่างประณีตสวยงามให้เหมาะสมกับยุคสมัย อารมณ์ และบรรยากาศของเรื่องในหลากหลายแบบทั้งสากล, ไทย และพม่าซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักแสดงนำทั้งสองเป็นอย่างยิ่ง

“อนันดา” กล่าวอย่างชื่นชมถึงเครื่องแต่งกายของเรื่องนี้ว่า “คอสตูมเรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งอย่างที่โดดเด่นมากเลยครับ หม่อมน้อยจะพิถีพิถันในเรื่องนี้มากๆ และเราก็ได้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านผ้าไทยมาให้คำปรึกษาและออกแบบอย่างประณีตมากๆ ครับ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตของผมเลยที่ได้ใส่ชุดไทยๆ อย่างชุดราชปะแตนและโจงกระเบน ไม่เคยคิดเลยว่าหน้าตาฝรั่งอย่างผมจะมีโอกาสได้แต่งกายแบบนี้ และที่เซอร์ไพรส์มากก็คือตอนที่แต่งชุดพม่า หน้าตาของผมเปลี่ยนไปจนตัวผมเองและทีมงานก็เชื่อว่าผมเป็น ‘ส่างหม่อง’ หนุ่มชาวพม่าจริงๆ ด้วยครับ”

ส่วน “พลอย” กล่าวเสริมว่า “คอสตูมเรื่องนี้มีเสน่ห์มากๆ โดยเฉพาะเสื้อผ้าที่เป็นแบบย้อนยุคซึ่งเป็นเครื่องแต่งกายในชีวิตประจำวันของทุกคนในเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงหลัก หรือว่านักแสดงสมสบทุกๆ คน ก็จะเป็นเสื้อผ้าของไทยใหญ่ เป็นแบบใส่ผ้าแถบข้างในกับผ้าถุงที่เป็นผ้าซิ่นก็จะเป็นลวดลายเป็นคลื่นมีสีส้ม สีเขียว สีชมพู สีเหลือง เป็นสีพาสเทล ซึ่งดูแล้วแบบสวยงามมากเวลามาอยู่ด้วยกัน คือเครื่องแต่งกายในเรื่องนี้เหมือนในยุคสมัยนั้นมาก และเหมาะสมกับทุกฉากทุกอารมณ์ของเรื่องจนทำให้พลอยรู้สึกว่าตัวเองเป็น ‘ยุพดี’ ตัวละครในเรื่องมากกว่าจะเป็นตัวพลอยเองตั้งแต่แต่งตัวเสร็จ ทำให้พลอยสามารถเข้าไปในมิติของบทประพันธ์ได้อย่างแนบเนียนมากขึ้นด้วยค่ะ เป็นคอสตูมในหนังไทยที่ออกแบบมาเป็นอย่างดีทั้งหมดเลย เท่และสวยมากๆ ชอบคอสตูมเรื่องนี้มากค่ะ”
เตรียมพบกับอลังการงานออกแบบเสื้อผ้าของ “ชั่วฟ้าดินสลาย” ได้ 16 กันยายนนี้แน่นอน
 



 

รูปภาพ

   
   

ดูภาพทั้งหมด