หน้าหลัก  l   ข่าวภาพยนตร์ - สกู๊ปพิเศษ  l  ข้อมูลภาพยนตร์   l  อันดับภาพยนตร์   l  โฮมเอ็นเตอร์เทนเมนท์

 
 
 
ฮัคนะ ‘สารคาม  (2011)

 

ข้อมูล - เรื่องย่อ 

l

เกี่ยวกับภาพยนตร์

l

รูปภาพ-โปสเตอร์

l

ดาวน์โหลด

l

แสดงความคิดเห็น

   เกี่ยวกับภาพยนต์
  ข้อมูลงานสร้าง "ฮัคนะ ‘สารคาม"
 

ม่วนคักคัก “ฮักนะ’สารคาม” โรแมนติกคอมิดี้มีฮาทั้งประเทศ
“ตุ๊กกี้” นำทีมระดมหนุ่มสาวหน้าใสรุ่นใหม่
สไตล์เกาหลีดีเอ็นเออีสานแท้ๆ
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2554

           ถ้าไม่นับ “แหยมยโสธร1-2” ก็พูดได้ว่า “ฮักนะ’สารคาม” เป็นหนังโรแมนติกคอมิดี้ SPEAK อีสานที่มีซับไตเติ้ลเพิ่มสีสันความม่วนคักคักที่เป็นเรื่องราวความฮักคิดฮอตของวัยรุ๊น...วัยรุ่นยุคปัจจุบันเรื่องแรก (เพราะแหยมฯ เป็นความฮักรุ่นพ่อรุ่นแม่โน่นเลย) ที่รับรองว่าจี๊ดโดนใจไม่ว่าจะเป็นคนภาคไหนๆ ก็สนุกสนานร่วมกันได้ เพราะงานนี้ระดมคนทำหนังระดับแถวหน้าในวงการภาพยนตร์มาร่วมกันแท็คทีมสร้างปรากฎการณ์ “หนังฮักสุดติ่งริ่งมายเบลล์” กันอย่างเต็มตัวไม่ว่าจะเป็นโปรดิวเซอร์อย่าง “ปรัชญา ปิ่นแก้ว” หรือ ผู้กำกับ “กอล์ฟ-ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์” ที่รับหน้าที่ทั้งเขียนบทและกำกับซับไตเติ้ลสุดม่วนด้วยตัวเองโดยทั้งคู่เป็นชาวโคราชแท้ๆ ไปจนถึงเหล่านักแสดงรุ่นใหม่ที่ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นหนุ่มสาวหน้าใสสไตล์เกาหลีที่มีดีเอ็นเอเป็นอีสานแทบทั้งสิ้น โดยต้องมาประกบบทบาทกับซุป’ตาร์สุดฮ็อตตัวแม่อย่าง “ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ” จนเกิดเป็นเรื่องราวฮักๆ ม่วนๆ จี๊ดๆ ที่ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่นภาคไหนก็ไม่ควรพลาด

“สำหรับนักแสดงตั้งแต่เริ่มโปรเจ็คต์เราคิดถึงตุ๊กกี้ (สุดารัตน์ บุตรพรม) เป็นคนแรกเลย เพราะว่าตุ๊กกี้เรียนจบที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ก็เลยทาบทามตุ๊กกี้มาแสดง และหานักแสดงที่สามารถพูดภาษาอีสานได้เป็นคนอีสานจริงๆ ถึงแม้ว่าหลายๆคน ถ้าดูจากหน้าตาอาจจะเข้าใจว่าเป็นเกาหลีเทรนด์ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นน้องมิลค์ (ภาวิณี วิริยะชัยกิจ นางเอกฝันโคตรโคตร, กะปิ ลิงจ๋อไม่หลอกจ้าว) ซึ่งเรียนอยู่มหาวิทยาลัยขอนแก่น น้องหนูจ๋า (อาชิรญาณ์ ภีระภัทร์กุญช์ชญา นางเอก มหา’ลัยสยองขวัญ) เราเคยเห็นหนูจ๋าเล่นซีรีย์แล้วพูดเป็นภาษาอีสาน พอได้คุยกันปรากฏว่าเป็นคนจังหวัดขอนแก่นทั้งคู่เลย ส่วนนักแสดงที่จะมารับบทเป็นเด็กมัธยมปลาย เราหานักแสดงหน้าใหม่หมด ทีมงานก็ตระเวนไปแคสติ้งทั่วภาคอีสาน หลายจังหวัดมากไม่ว่าจะเป็นอุบลราชธานี กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ไปโรงเรียนมัธยมด้วย ไปมหาวิทยาลัยในภาคอีสานด้วย สุดท้ายก็ได้ตรงตามคาแร็คเตอร์ทั้งหมด อย่างน้องอ้วน (วิภู งามเนตร) มาจากจังหวัดอุบลราชธานี มีความสามารถเล่นดนตรีได้ ร้องเพลงได้แล้วพูดอีสานคล่องมาก ส่วนน้องเกรท (สุมลนาถ คำหว่าน) น้องเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น แต่จริงๆ เป็นคนจังหวัดชัยภูมิ ทีมงานเราไปแคสติ้งแล้วผ่าน หรือแม้แต่พระเอกของเรื่อง ธันวา (ธันวา สุริยจักร) ที่เป็นนายแบบมาจากประเทศลาว ซึ่งหน้าตาตรงกับคาแร็คเตอร์ที่เราตั้งไว้คือออกแนวเกาหลี จะมีก็น้องเต้ (ประภัทรพงศ์ ประสิทธิพงศ์) หนุ่มเมืองจันทบุรีที่ไม่ได้อยู่โซนอีสาน แต่ก็ตรงกับคาแร็คเตอร์ตัวแทนคนที่อยู่อีสานแต่ว่าพูดภาษาอีสานไม่ได้ และน้องอาร์ (ณัฏฐ์ณธกฤศ์ อินทรสูต) หนุ่มดัชชี่บอยปี 2009 ซึ่งทุกคนก็จะมาถ่ายทอดสีสันเรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นของหนุ่มสาววัยมัธยมและมหาวิทยาลัยที่มีทั้งความฝัน รอยยิ้ม ความสุข ความเสียใจที่เกิดขึ้น ณ มหาสารคาม”

ทาอีกสักน่อย เดี่ยววันที่ 10 มี.ค. ก็จะได้ม่วนซื่นโฮ้แซ่วกันเด้อพี่น้อง (รออีกสักหน่อย แล้ววันที่ 10 มี.ค.นี้ก็จะได้สนุกสนานกับภาพยนตร์ ฮักนะ’สารคามกันถ้วนหน้าทุกโรงภาพยนตร์นะจ้า)


 




 

กอล์ฟ-ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ผู้กำกับฝีมือดีกับเรื่องราวความรักวัยรุ่นกุ๊กกิ๊กแต่สะท้อนแง่คิดมุมมองให้กับคนดูในภาพยนตร์เรื่อง “ฮักนะ’สารคาม”
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2554

           
Q: แนะนำตัวและผลงานที่ผ่านมามีอะไรบ้าง
ชื่อ กอล์ฟ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ กำกับภาพยนตร์เรื่อง ฮักนะ’ สารคาม สำหรับผลงานที่ผ่านมาส่วนมากจะกำกับภาพยนตร์สั้น และกำกับภาพยนตร์อิสระเป็นส่วนใหญ่ ส่วนเมื่อปีที่แล้วทำภาพยนตร์เรื่องตายโหง กำกับตอน ศพแท็งค์น้ำ นอกจากนั้นก็เป็นคนเขียนบท รับหน้าที่เป็นแอ็คติ้งโค้ชบ้าง เป็นนักแสดงบ้าง

Q: ก่อนอื่นขอถามถึงที่มาของโปรเจ็คต์ “ฮักนะ’สารคาม”
ก่อนหน้านี้ทางสถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้คิดโปรเจ็คต์ที่จะสร้างภาพยนตร์ ก็นำมาปรึกษากับทางพี่ปรัชญา ปิ่นแก้ว และให้ช่วยหาผู้กำกับให้หน่อย พี่ปรัชก็เลยเรียกเราเข้าไปคุยบอกถึงรายละเอียดของโปรเจ็คต์ครั้งนี้ เราก็เขียนบทมาเสนอ จากนั้นทางสถาบันฯก็นำโปรเจ็คต์พร้อมบทเข้าไปขอทุนไทยเข้มแข็ง ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนให้สร้างภาพยนตร์ ฮักนะ’ สารคามขึ้นมา

Q: แนวไอเดียหลักของภาพยนตร์
ทางสถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมกำหนดโจทย์มาคร่าวๆก่อนว่าอยากทำหนังที่ต้องการสะท้อนศิลปวัฒนธรรมอีสาน บอกจุดประสงค์หลักมาเพียงเท่านี้ เราก็มานั่งคิดและตีโจทย์ออกมาว่าจังหวัดมหาสารคามมีอะไรเป็นเอกลักษณ์บ้าง พยามจับคาแร็คเตอร์ของมหาสารคามมาเล่าเรื่อง โดยสะท้อนชีวิตความเป็นอยู่ของวัฒนธรรมอีสาน ส่วนตัวแล้วเราอยากสร้างภาพยนตร์หรือหนังอีสานให้เป็นแบบร่วมสมัย ทุกวันนี้อีสานก็เป็นแบบร่วมสมัยเด็กวัยรุ่นหน้าตาเกาหลี ญี่ปุ่นกันหมดแต่ยังพูดอีสานกัน หรือแต่งตัวสไตล์เกาหลีไปดูหมอลำ เรียกว่าเป็นวัฒนธรรมสมัยใหม่ที่ร่วมสมัยเก่าอยู่รวมกันและ เราเองก็อยากเล่าผ่านภาพยนตร์ออกมาในแง่มุมนี้

Q: ทราบมาว่าลงทุนไปกินไปนอนไปใช้ชีวิตอยู่ที่ จ.มหาสารคาม เพื่อเก็บประสบการณ์ในการทำหนังครั้งนี้
ต้องขอบอกว่ากอล์ฟเป็นคนอีสานเหมือนกันแต่ไม่ใช่ จ.มหาสารคาม จบมาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น บ้านเกิดอยู่โคราช (นครราชสีมา) ไม่เคยไปใช้ชีวิตที่มหาสารคามเลย เพราะฉะนั้นพอต้องมาทำหนังที่เกี่ยวกับจังหวัดนี้จึงต้องรีเสิร์ทหาข้อมูล ไปศึกษาอาหารการกิน ไปเรียนรู้วิถีชีวิตที่นั่นแบบจริงจังพยามศึกษาอยู่เป็นเดือน อยากรู้ว่าที่นี่เขาใช้ชีวิตกันอย่างไร เอกลักษณ์ของที่นี่คืออะไร ซึ่งเราก็สังเกตเห็นว่าที่จังหวัดนี้มีสถานการศึกษาเยอะมาก พอช่วงเวลาที่โรงเรียน หรือมหาวิทยาลัยปิดเทอมนะเกือบทั้งจังหวัดจะร้างไปเลยเงียบมาก และจะกลับมาครึกครื้นตอนช่วงที่เปิดเทอม เราเองเลยรู้สึกและสัมผัสถึงชีวิตนักเรียน นักศึกษาเป็นส่วนใหญ่ในความรู้สึกของเราเองนะ จึงเน้นเป็นการเล่าเรื่องเกี่ยวกับชีวิตนักเรียน นักศึกษา และก็คิดอีกว่าบุคลิกลักษณะที่เป็นจุดเด่นของคนอีสาน คือมีความตลกเฮฮา ก็เลยใส่ไอเดียมุมโรแมนติกเรื่องความรักกุ๊กกิ๊กบวกกับความตลก และมุมสะท้อนศิลปวัฒนธรรมอีสานเข้ามารวมไว้ด้วยกัน

Q: เขียนบทออกมาแล้ว และเรื่องการเลือกสถานที่ในการถ่ายทำเป็นที่ จ.มหาสารคามทั้งหมดเลยไหม
เรื่องโปรดักชั่นดีไซน์เราวางเอาไว้ว่าเราอยากเห็นเป็นโทนสีเขียวทั้งเรื่อง ดังนั้นทั้งเราและทีมงานต้องออกตะเวนหาโลเกชั่นเยอะมาก ก็ไม่ได้เจาะจงที่จ.มหาสารคามอย่างเดียวนะ ก็มีไปจังหวัดใกล้เคียงด้วย สถานที่ตรงไหนดูแล้วสวยดี ดูแล้วเหมาะกับเนื้อเรื่อง เหมาะกับสถานการณ์ของเรื่อง ก็มีหลายจังหวัดเหมือนกันนะ ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม โดยดึงสถานที่เด็ดๆ แต่ก็ไม่ถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทุกคนไปกัน เป็นสถานที่ธรรมดาแต่เรามาหาความงามในความธรรมดามากกว่า เหมือนกับเนื้อเรื่องจังหวัดมหาสารคามก็เป็นจังหวัดหนึ่งซึ่งเหมือนกับจังหวัดอื่น ในความธรรมดาที่เหมือนจะไม่มีอะไร แต่ว่ามีความงามมีชีวิตซ่อนอยู่ จึงอยากนำเสนอโลเกชั่นที่เราผ่านตาทุกวันแต่ไม่เคยเห็นมุมความงามของมันมาก่อน หรือชีวิตที่ดูปกติแต่จริงๆ แล้วมีมุมอะไรที่ซ่อนอยู่ อยากนำเสนอสิ่งเหล่านี้

Q: ฮักนะ’ สารคามเป็นภาพยนตร์แนวไหน
เราอยากบอกว่าหนังเรื่องนี้เป็น แนวโรแมนติก คอมิดี้ อีสาน ที่เรียกแบบนี้เพราะว่า นักแสดงหน้าตาใสๆ แต่พูดอีสานกันทั้งเรื่อง หนังออกมาจะดูมันเขียวๆ แบบสดใส ส่วนมากหนังคอมิดี้อีสานที่เราเห็นก็เรื่อง แหยมยโยธร เราจะเห็นชัดเจนว่ามีความเป็นอีสานในแบบความคิดของทุกคน เราต้องการนำเสนออีกมุมจึงตั้งโจทย์ไว้ว่า นักแสดงต้องหน้าตาน่ารัก หน้าตาดี ดูแล้วสดใส แต่ว่าเว้าภาษาอีสานกันทั้งเรื่อง ทุกวันนี้เทรนด์ญี่ปุ่น เกาหลีมาแรง บ้านเราอาจจะรับวัฒนธรรมร่วมสมัยมาก็จริงนะ ทำหัวสีทองกันบ้างแต่ก็ยังพูดอีสานกันอยู่

Q: แบบนี้คัดเลือกนักแสดงให้เหมาะสมกับบทและคาแร็คเตอร์อย่างไรบ้าง
สำหรับนักแสดงตั้งแต่เริ่มโปรเจ็คต์เราคิดถึงตุ๊กกี้ (สุดารัตน์ บุตรพรม) เป็นคนแรกเลย เพราะว่าตุ๊กกี้เรียนจบที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามก็เลยทาบทามตุ๊กกี้มาแสดง แล้วก็นึกถึงว่าตุ๊กกี้จะเป็นอย่างไรในตอนที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัย พยามเขียนคาแร็คเตอร์ออกมา รวมถึงคาแร็คเตอร์ต่างๆ ที่สร้างขึ้นมา และหานักแสดงที่สามารถพูดภาษาอีสานได้เป็นคนอีสานจริงๆ ก็ได้มาเจอน้องมิลค์ (ภาวิณี วิริยะชัยกิจ) ซึ่งเรียนอยู่มหาวิทยาลัยขอนแก่น น้องหนูจ๋า (อาชิรญาณ์ ภีระภัทร์กุญช์ชญา) เราเคยเห็นหนูจ๋าเล่นซีรีย์แล้วพูดเป็นภาษาอีสาน พอได้คุยกันปรากฏว่าเป็นคนจังหวัดขอนแก่นทั้งคู่เลย ส่วนนักแสดงที่จะมารับบทเป็นเด็กมัธยมปลายเราหานักแสดงหน้าใหม่หมด ทีมงานก็ตระเวนไปแคสติ้งทั่วภาคอีสาน หลายจังหวัดมากไม่ว่าจะเป็นอุบลราชธานี กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ไปโรงเรียนมัธยมด้วย ไปมหาวิทยาลัยในภาคอีสานด้วย สุดท้ายก็ได้ตรงตามคาแร็คเตอร์ทั้งหมด อย่างน้องอ้วน (วิภู งามเนตร) มาจากจังหวัดอุบลราชธานี มีความสามารถเล่นดนตรีได้ ร้องเพลงได้แล้วพูดอีสานคล่องมาก ส่วนน้องเกรท (สุมลนาถ คำหว่าน) น้องเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น แต่จริงๆ เป็นคนจังหวัดชัยภูมิ ทีมงานเราไปแคสติ้งแล้วผ่าน สำหรับพระเอกของเรื่องเราเลือกธันวา (ธันวา สุริยจักร) เพราะว่าเราเจอน้องทันลงในข่าวว่าเป็นนายแบบมาจากประเทศลาว ซึ่งหน้าตาตรงกับคาแร็คเตอร์ที่เราตั้งไว้คือออกแนวเกาหลี เรื่องภาษาอีสานก็ได้อยู่แล้ว สุดท้ายก็น้องเต้ (ประภัทรพงศ์ ประสิทธิพงศ์) เป็นหนุ่มเมืองจันทบุรีไม่ได้อยู่โซนอีสาน แต่ที่เราเลือกน้องเต้เพราะว่าคาแร็คเตอร์ในเรื่องจะเปรียบเหมือนเป็นตัวแทนคนที่อยู่อีสานแต่ว่าพูดภาษาอีสานไม่ได้ พ่อแม่อาจจะไม่ได้สอนให้พูด ในบทก็จะไม่มีพูดภาษาอีสานของน้องเต้

Q: เรื่องย่อของภาพยนตร์ “ฮักนะ’สารคาม”
เป็นเรื่องราวชีวิตวัยรุ่นวัยเรียน ในช่วงเทอมสุดท้ายก่อนจะจบการศึกษาโดยจะมีช่วงมัธยมปลาย และช่วงมหาวิทยาลัย สำหรับตัวละครหลักคือ ตุ๊กกี้ ที่จะได้เจอกับทุกตัวละครในเรื่องนี้ ตุ๊กกี้รับบทเป็นอุบล นักศึกษาเอกภาษาอังกฤษชั้นปี 4 ที่ไม่ยอมเรียนจบสักทีเพราะมีเหตุผลบางอย่าง อยู่ในมหาวิทยาลัย...อุบลจะมีลูกน้องคนสนิทชื่อ โส เป็นกระเทยรุ่นน้องที่ร่วมกันวางแผนดึงหนุ่มหล่อเข้าชมรม จึงพยามดึง เทพ หนุ่มหล่อเกาหลีมาจากเมืองกรุง ที่ใครเห็นใครก็ชอบและอยากจะได้เป็นแฟน จนมีผู้ช่วยแสนสวยเป็นรุ่นน้องในคณะคือ รินทร์เข้ามาช่วยวางแผนแต่ก็มีความแอบแฝงเพราะชอบเทพเหมือนกัน ส่วนอีกคนหนึ่งคือ เกษ นักกีฬาเทควันโดเป็นสาวที่เทพสนใจและตามจีบแต่ว่าเรียนอยู่กันคนละที่ เนื่องจากอุบลไม่ยอมเรียนจบแต่ก็ต้องทำงานพิเศษเพื่อหาเลี้ยงตัวเอง จึงเป็นติวเตอร์สอนภาษาอังกฤษให้กับน้องมัธยมปลายที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทำให้ได้เจอกับมุก และภูมิ ทั้งคู่เป็นแฟนกันและกำลังจะไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพด้วยกันแต่เกิดมีปัญหาความรัก เพราะแก่นเพื่อนเก่าของมุกได้ก้าวเข้ามา ซึ่งหลากหลายคาแร็คเตอร์ในเรื่องนี้จะเป็นคนอีสาน เราหยิบเรื่องความรัก และสะท้อนเรื่องศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยกับการใช้ชีวิตอยู่ในปัจจุบันแต่ยังมีความเป็นอีสานอยู่ ทุกตัวละครจะต้องก้าวข้ามความรู้สึกไม่ว่าจะเรื่องปัญหาความรัก การเรียน และเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ ทุกอย่างเกิดขึ้นที่มหาสารคาม ก็เลยกลายเป็น ฮักนะสารคาม

Q: เบื้องหลังการถ่ายทำ ต้องยกกองถ่ายไปปักหลักถึงจังหวัดมหาสาราคาม สนุกสานหรือมีปัญหาอย่างไรบ้าง
สำหรับเบื้องหลังการถ่ายทำ คือเราไม่สามารถยกกองถ่ายไปๆ กลับๆ ระหว่างกรุงเทพ มหาสารคามได้บ่อยๆ พวกเราเลยต้องไปใช้ชีวิตอยู่ที่นู่นเลย ไม่ว่าจะเป็นทีมกล้อง ทีมไฟ ทีมเสียง ทีมงานทั้งหมดต้องไปอยู่เกือบ 2 เดือน เพราะต้องเตรียมงานไปหาโลเกชั่นไปหานักแสดงที่เป็นคนท้องถิ่นที่นู่น และในหนังจะมีทั้งฉากคอนเสิร์ตหมอลำ ก็เลยทำให้เราต้องไปฝังตัวที่นู่นเพื่อไปหาคนไหนที่สามารถแต่งเพลงหมอลำได้ ร้องเพลงหมอลำได้ หมอลำวงไหนเป็นอย่างไร ต้องไปใช้ชีวิตอยู่ที่นู่น กินนอนอยู่ด้วยกันทุกวันทั้งสนุกทั้งผูกพัน ปัญหามีบ้างเพราะมันคือการทำงานที่ต้องอยู่ร่วมกัน และที่สนุกคือเรื่องนี้มีหลากหลายสำเนียงอีสานมาก อย่างน้องเกรทจะเป็นอีสานสำเนียงชัยภูมิ น้องอ้วนสำเนียงอุบล ตุ๊กกี้ก็อีกสำเนียงหนึ่ง น้องมิลค์ น้องหนูจ๋า ธันวา ทุกคนพูดภาษาอีสานคนละสำเนียง ตอนแรกก็คิดว่าจะให้เป็นสำเนียงเดียวกันหมด แต่ว่ามันก็เป็นเสน่ห์ของความหลากหลาย เพราะคนอีสานแต่ละจังหวัดจะมีสำเนียงเป็นของตัวเองเราว่ามันน่ารักดีนะ และที่ทำให้กองครึกครื้นคือ เมื่อไหร่ที่ตุ๊กกี้กับอ.สมคิด (รับบทเป็นโส) เข้าฉากร่วมกัน ต้องกลั้นเสียงหัวเราะตอนนั่งกำกับอยู่หน้าจอมอนิเตอร์ สองคนนี้ใส่มุกตลกกันไม่ยั้งเลยเมื่อไหร่ที่เข้าด้วยกันฮากันตลอดทั้งกอง สำหรับฉากที่มีปัญหาก็มีนะเพราะว่าเราถ่ายทำช่วงหน้าฝน จะมีฉากหนึ่งที่น้องธันวานั่งอยู่ตรงเชิงเขา แล้วกล้องต้องไหลออกมาให้เห็นทิวเขาสูงๆ สวยๆ ฉากนี้ฉากเดียวถ่ายกันทั้งวันเลย ต้องนั่งรอฝนหยุดเพื่อให้ภาพสวยตามที่อยากได้



Q: บทบาทของ ตุ๊กกี้ ในเรื่องนี้จะความแตกต่างจากเรื่องอื่นอย่างไรบ้าง
ตุ๊กกี้เล่นหนังมาเยอะก็จริงนะ แต่สำหรับเรื่องนี้เราให้ตุ๊กกี้แสดงเป็นตัวเอกเลย แสดงนำเดินเรื่องทั้งเรื่อง และพูดภาษาอีสานทั้งเรื่อง เราคิดว่ายังไม่เคยเห็นตุ๊กกี้ในบทบาทแบบนี้นะ เพราะเรื่องอื่นจะมีตุ๊กกี้เป็นสีสันบ้างถูกรับเชิญบ้างหรืออย่างเรื่องตุ๊กกี้เจ้าหญิงขายกบ รับบทเป็นนางเอกแต่เรื่องนั้นจะเป็นแบบแฟนตาซีเต็มๆ ทั้งเรื่องไม่ใช่แบบเรียลิสต์ (Realist) เราคิดว่าเรื่องนี้เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่ตุ๊กกี้จะได้เล่นเป็นคนอีสานเต็มตัวและเต็มเรื่อง

Q: ส่วนตัวแล้วมีฉากไหนที่ประทับใจในเรื่องนี้
ประทับใจฉากคอนเสิร์ตใหญ่ ซึ่งเป็นฉากที่ยากมากและนักแสดงทุกคนต้องมาเจอกันที่คอนเสิร์ตหมอลำนี้ ต้องใช้ตัวแสดงประกอบเยอะมาก ซึ่งช่วงหัวค่ำตอนเริ่มตั้งเซ็ทฉากเราก็หวั่นใจว่าจะไม่มีชาวบ้านมาดู ทีมงานก็ไปขี่มอเตอร์ไซค์ถือโทรโข่งประกาศ ทำทุกอย่างเพื่อให้ชาวบ้านมารวมตัวกันเข้าฉากคอนเสิร์ตครั้งนี้ ประทับใจมากเพราะชาวมหาสารคามหลั่งไหลกันมาเยอะมากทำให้ฉากเรายิ่งใหญ่อลังการเป็นคอนเสิร์ตหมอลำจริงๆ ก็ประทับใจทั้งชาวมหาสารคามที่ให้ความช่วยเหลือกองถ่าย และประทับใจทีมงานที่ช่วยให้ฉากนั้นเสร็จสิ้นไปได้ด้วยดี เป็นฉากที่ยากและเป็นฉากที่ใหญ่พวกเราพยามทำออกมาให้ดีที่สุดเลยประทับใจฉากนี้

Q: เล่าถึงการร่วมงานกับ “ตุ๊กกี้” นักแสดง, ดาวตลก และพิธีกรหญิงมากความสามารถ ที่กำลังฮ็อตสุดๆ ในยุคนี้
กับตุ๊กกี้ เราเคยร่วมงานกันมาก่อนหน้านี้ ตุ๊กกี้น่ารักเสมอต้นเสมอปลาย แต่ที่ยากเพราะกองถ่ายเราจะต้องหาคิวตุ๊กกี้ให้ได้เธอคิวแน่นมาก แต่พอได้คิวมาบางครั้งการเดินทางไปและกลับก็ไม่ได้เป็นเครื่องบินทุกครั้งเราเองก็เกรงใจ แต่ตุ๊กกี้มีสปิริตมาก บางทีก็ยอมนั่งรถตู้หลายชั่วโมงกลับกรุงเทพ-มหาสารคามเพื่อทำงานต่อ ตุ๊กกี้ให้ใจเราเยอะมาก ช่วยเหลือเยอะมากช่วยคิดนู่นคิดนี่คิดมุกของตัวเองที่อยู่ในเรื่อง และยังสอนน้องๆ นักแสดงหน้าใหม่ด้วย ช่วยอบรมด้วยบางครั้งเพราะเด็กๆ ยังซนยังดื้อกันอยู่บ้าง (หัวเราะ)

Q: แล้วการร่วมงานกับนักแสดงวัยรุ่นหน้าตาสวย หล่อทั้งนั้น แต่หัวใจอีสานเป็นอย่างไรบ้าง
สำหรับน้องธันวามีความตั้งใจในการทำงานสูงมาก บทของเขาเป็นบทที่ยากและไม่เคยเล่นหนังมาก่อนเลย เพราะฉะนั้นต้องมาปรับพื้นฐานการแสดง ส่วนน้องๆ นักแสดงหน้าใหม่ เราดีใจที่คัดเลือกเขามาแล้วตรงกับบทคาแร็คเตอร์ที่เราอยากได้ แต่เราไม่มีเวลามากพอที่จะเวิร์คช็อปเกี่ยวกับการแสดงต้องอาศัยความเป็นตัวเองของพวกน้อง และใส่เทคนิควิธีการแสดงที่เราจะไกด์แนะนำที่เราจะสอนน้องตรงนั้น ซึ่งโชคดีมากที่น้องๆ สอนง่าย ประทับใจมากคือน้องเกรท ด้วยความที่น้องเป็นนักเรียนสายวิทย์ ก็กลัวว่าจะเล่นได้หรือเปล่านะ แต่หน้าตาและคาแรคเตอร์น้องเขาได้ ก็ปรากฏว่าน้องเกรทเล่นออกมาได้ดีมากต้องขอชม ไม่ว่าจะฉากดราม่า ฉากรักกุ๊กกิ๊ก แสดงออกมาได้น่ารัก และมีพัฒนาการในการแสดงสูงมาก และสำหรับน้องมิลค์กับน้องหนูจ๋าต้องยกย่องในเรื่องสปิริตทางการแสดง ในเรื่องมิลค์จะต้องรับบทเป็นนักกีฬาเทควันโด ก็ต้องมีการฝึกและซ้อมออกกำลังแล้วเวลาถ่ายฉากน้องมิลค์เล่นเทควันโด ขาน้องมิลค์ก็เริ่มหมดแรงยกไม่ขึ้น แขนก็ไม่ไหวเพราะว่ามันเหนื่อยจริงๆ นะถ้าเราไม่เคยเล่นมาก่อน พอไม่ได้ไม่สมจริงเราก็จะขอใหม่อีกทีอยู่เรื่อยๆ ต้องถ่ายหลายเทคหลายมุมมาก น้องมิลค์เหงื่อแตกขายกไม่ขึ้นแต่ก็พยามเต็มที่ฝึกจนให้ออกมาดูเป็นนักกีฬามากที่สุด
ส่วนน้องหนูจ๋าครั้งแรกที่ติดต่อมาเล่นก็บอกต้องมีฉากลงไปในปลักควายนะกล้าเล่นไหม เพราะว่ามันจะสกปรกนะต้องอยู่ปลักควายจริงๆ หนูจ๋าก็บอกว่าเล่นอยากเล่นโรแมนติกคอมิดี้และพูดภาษาอีสานเลยพอดีกันเลย แล้วตอนถ่ายเนี่ยก็ต้องหลอกล่อควายให้มาอยู่ในฉาก มันจะมีปลักหนึ่งเป็นของหนูจ๋า และอีกปลักหนึ่งเป็นของควาย ด้วยความที่ว่าควายมันดื้อก็ลงไปอยู่ในปลักหนูจ๋าบ้าง ปลักตัวเองบ้าง ทำให้หนูจ๋าพอตอนถ่ายจริงต้องไปอยู่ปลักเดียวกับควาย แล้วก็ต้องถ่ายหลายเทคหนูจ๋าก็ต้องสะบัดผมไปมา ต้องยอมรับว่าสปิริตสูงมากกับการทุ่มเทการแสดงของหนูจ๋า



Q: สิ่งที่คาดหวังว่าคนดูจะได้รับจากภาพยนตร์เรื่องนี้
ความบันเทิง ความสนุกสนานที่หนังเรื่องนี้มีอยู่แน่นอน และสิ่งที่อยากให้คนดูได้กลับไปจากการชมเรื่อง ฮักนะ ‘สารคามคือ การเห็นอีสานในอีกมุมหนึ่งไม่ใช่ว่าจะเป็นมุมแห้งแล้งอย่างเดียว ดูแล้วเราจะซึบซับศิลปวัฒนธรรมและสิ่งที่เป็นวัฒนธรรมร่วมสมัยของคนอีสานเข้าไปอยู่ในนั้นด้วย นั่นคือสิ่งที่เราหวังเอาไว้

Q: เสน่ห์ของภาพยนตร์เรื่อง ฮักนะ’ สารคาม
สำหรับเสน่ห์ของหนังอยู่ตรงที่เป็นหนังรักกุ๊กกิ๊กโรแมนติกคอมิดี้ในอีกแง่มุมหนึ่งที่มีความเป็นคนอีสานอยู่ในนั้น จะมีภาพวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและก็เสน่ห์ของภาษาอีสาน คิดว่าทุกวันนี้ไม่ต้องเป็นคนอีสานก็ฟังอีสานออก ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ทีวี ก็มีภาษาอีสานให้ฟังกันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นมาดูหนังเรื่องนี้ไม่ต้องกลัวว่าฟังภาษาอีสานไม่ออกแล้วจะไม่สนุก เรามีซับไตเติ้ลมันส์ๆ แปลได้อรรถรสแน่นอน และมั่นใจว่าต่อให้ฟังอีสานไม่ได้ก็ต้องเข้าใจในสิ่งที่หนังบอก ไม่ใช่ว่าฉันไม่ใช่คนอีสานแล้วจะดูหนังเรื่องนี้ไม่ได้...ทุกคนสามารถดูและได้รับความบันเทิงอย่างแน่นอน คิดว่าหนังเรื่องนี้จะให้อะไรกับคนที่ไม่ใช่คนอีสานเยอะมากพอสมควร

Q: ฝากผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุด ที่ตั้งใจกำกับเพื่อคนดูทั้งประเทศในครั้งนี้หน่อย
ทำหนังเรื่องนี้ได้รับความร่วมมือจากทุกๆ คนเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นทีมงาน นักแสดง ประชาชนชาวมหาวิทยาลัยมหาสารคามแล้วก็น้องๆ โรงเรียนมัธยมต่างๆ หรือสถาบันต่างๆ ในมหาสารคาม ให้ความช่วยเหลืออย่างดี ต้องขอขอบคุณทุกๆ คนที่ให้ใจในการร่วมกันสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ขึ้นมา และอยากฝากให้คนไทยทุกๆ คนไม่ว่าจะเป็นคนอีสานหรือไม่ใช่คนอีสานไปดูหนังเรื่องนี้ เปิดแง่มุมความบันเทิง ความสนุกสนาน วิวสวยๆ เรื่องราวน่ารักๆ แล้วยังได้เห็นอีกมุมหนึ่งของศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย เราสามารถอยู่ได้กับสิ่งที่เป็นความทันสมัยจากต่างประเทศที่นำวัฒนธรรมต่างชาติเข้ามาผสานกันกับวัฒนธรรมของบ้านเราและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้...ฮักนะ’ สารคาม วันที่ 10 มีนานี้ เจอกันในโรงภาพยนตร์
 
เปิดซิง! ครั้งแรกนายแบบหนุ่มหล่อลูกครึ่งจีน-เวียดนาม
“ธันวา สุริยจกัร” กับผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่อง “ฮักนะ’สารคาม”

Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2554


แนะนำตัวทำความรู้จักกันก่อนเลย
สวัสดีครับ ธันวา สุริยจักร หรือ ทัน ในเรื่องฮักนะ’สารคาม รับบทเป็น เทพ ครับ

เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงไทยได้อย่างไร
เดิมผมอยู่ที่ลาวครับ มีวันหนึ่งนั่งทานก๋วยเตี๋ยวอยู่แล้วก็มีแมวมองมาเจอ ก็เป็นจุดเริ่มต้นและชักชวนว่าสนใจมาเป็นนักแสงดที่ประเทศไทยไหม ผมเองก็ชอบดูทีวีของไทยอยู่แล้วก็สนใจด้วยและผมเองก็อยากจะมาเรียนและศึกษาวัฒนธรรมของไทยอยู่แล้ว จึงตัดสินใจเข้าสู่วงการบันเทิงไทยครับ

ตอนนี้ธันวามาอยู่เมืองไทยได้กี่ปีแล้ว
ประมาณ 1 ปีได้แล้วครับ

มาอยู่เมือไทยต้องปรับตัวอย่างไรบ้าง
ปรับตัวเรื่องภาษาครับ ผมไปเรียนภาษาไทยเพิ่มเติมทั้งพูด อ่าน เขียน โดยไปลงเรียนพิเศษและมีเรียนแอ็คติ้งทางการแสดง ก็จะมีครูที่สอนซึ่งเขาจะสอนเรื่องการออกเสียงอย่างตัว ร เรือ และ ล ลิง ให้ชัดเจนครับ ปกติผมเว้าลาว (หัวเราะ)

ผลงานเริ่มแรกเลยตอนเข้าสู่วงการบันเทิงไทย
เริ่มถ่ายแฟชั่นลงหนังสือ พวกแมกกาซีนต่างๆ แล้วก็รับงานเดินแบบครับ จากนั้นก็มีโอกาสได้แสดงละครของทางช่อง 7 เรื่อง มนต์รักแม่น้ำมูล ตอนนี้กำลังถ่ายทำอยู่ครับ ล่าสุดที่กำลังจะเข้าฉายก็ภาพยนตร์เรื่อง ฮักนะ’สารคาม ครับ

เข้ามาร่วมงานในภาพยนตร์เรื่อง ฮักนะ’สารคาม ได้อย่างไร
พี่กอล์ฟผู้กำกับเป็นคนติดต่อเข้ามาครับ ตอนนั้นพี่กอล์ฟเขาไปเห็นรูปผมทางอินเตอร์เน็ท ก็เลยติดต่อเข้ามา จากนั้นก็ได้นัดเจอและพูดคุยเกี่ยวกับโปรเจ็คต์หนังเรื่องนี้ขึ้นมา พี่กอล์ฟสนใจอยากให้ผมแสดงในเรื่องนี้เพราะเขาเห็นว่าผมมาจากประเทศลาวด้วย และบอกว่าหนังเรื่องนี้นักแสดงเกือบทั้งเรื่องต้องเว้าอีสานกัน ซึ่งทางพี่กอล์ฟก็ได้เอาบทและคาแร็คเตอร์ของตัวเทพให้ผมกลับไปอ่านที่บ้าน ผมกลับไปอ่านแล้วก็ชอบนะบทมันน่ารักดีและเป็นหนังเกี่ยวกับวัยรุ่น วัยเดียวกับตัวผม ผมก็เลยตัดสินใจรับแสดงเรื่องนี้ครับ

มีการเตรียมตัวอย่างไรบ้างก่อนถึงวันเข้าฉากถ่ายทำจริง
มีไปเรียนแอ็คติ้งด้านการแสดงเพิ่มเติมครับ และมีการทำการบ้านเกี่ยวกับคาแร็คเตอร์ของเทพว่า ตัวละครเทพในเรื่องนี้เป็นคนอย่างไร นิสัย การใช้ชีวิตเป็นอย่างไรบ้าง แล้วในเรื่องนี้เทพจะมีการแต่งตัวสไตล์เกาหลี ผมก็ต้องไปศึกษาการแต่งตัว การทำทรงผม ปรับลุกทำตัวให้คล้ายหนุ่มเกาหลี โดยส่วนตัวแล้วผมแต่งตัวสบายๆ ไม่ใช่ลุกเกาหลีเลย ก็ต้องทำการบ้านหน่อยครับว่าแฟชั่นของหนุ่มเกาหลีเนี่ยต้องเป็นแบบไหนประมาณไหนบ้าง

รู้สึกอย่างไรที่ได้มีโอกาสและเข้ามามีส่วนร่วมแสดงภาพยนตร์ครั้งนี้
ดีใจมากครับ ที่ได้มีโอกาสมาแสดงหนังเรื่องฮักนะสารคาม ตอนแรกก็ไม่ได้คาดหวังอะไรเลยอยากจะมาเรียนให้จบปริญญาตรีก็พอแล้วแต่พอเริ่มทำงาน การทำงานของเราก็พัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ จากเดินแบบ ถ่ายแฟชั่น ก็มีการไปเรียนแอ็คติ้ง ได้ฝึกร้องเพลง มันเริ่มสนุกมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ และพอได้ก้าวมาสู่การแสดงอย่างเต็มตัวได้มาเล่นหนังนับว่าเป็นโอกาสที่ดีมากและ ผมพยามทำออกมาให้เต็มที่มากที่สุดเลยครับ

คาแร็คเตอร์ของ เทพ ในเรื่องฮักนะ’สารคาม เป็นอย่างไรบ้าง
คาแร็กเตอร์ของเทพก็คือ เป็นเดือนคณะสถาปัตย์ เป็นหนุ่มฮ็อตที่สาวๆ ทั้งรุ่นน้อง รุ่นพี่ในมหาลัยเนี่ยกรี๊ดไม่ว่าจะเดินไปไหนมาไหนก็จะมีแต่เสียงกรี๊ดแล้วก็อยากเป็นแฟนด้วย สไตล์การแต่งตัวของเทพก็จะเป็นแบบหนุ่มเกาหลีพูดภาษาไทยกลาง และเทพเองก็แอบชอบผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ต่างมหาวิทยาลัยกันก็คือ เกษ รับบทโดย มิลค์ (ภาวิณี วิริยะชัยกิจ) ครับ


เรื่องย่อความน่าฮักของหนังเรื่องนี้
ฮักนะสารคามเป็นเรื่องแนวโรแมนติกคอมิดี้ครับ เรื่องราวเกี่ยวกับความรักของวัยรุ่นมีทั้งความรักที่เป็นมัธยมแล้วก็ความรักภายในรั้วของมหาวิทยาลัย พี่ตุ๊กกี้จะเป็นตัวเชื่อมระหว่างเรื่องราวและตัวละครต่างๆ ของเรื่องนี้ โดยรับบท เจ๊อุบล ประธานชมรมในมหาวิทยาลัยครับ เขาจะพยายามชักชวนหนุ่มๆ หน้าตาดีเหมือนกับวางแผนหลอกล่อให้ เทพ เข้าไปอยู่ในชมรมนี้ด้วย ทั้งตัวเจ๊อุบลและ รินทร์ (หนูจ๋า-อาชิรญาณ์) ก็แอบชอบเทพเหมือนกัน แต่ว่าเทพกลับไปตกหลุมรักสาวต่างมหาวิทยาลัยครับ แล้วก็ในส่วนความรักมัธยมจะเป็นรักสามเศร้า 2 หนุ่มกับ 1 สาว ก็จะต้องมีคนสมหวัง เศร้า เสียใจ มันก็จะคละกับความสนุกสนานเฮฮากันไปครับ

ฮักนะ’สารคามเป็นหนังรักวัยรุ่น ที่แตกต่างจากหนังวัยรุ่นทั่วไปอย่างไร
ส่วนตัวผมคิดว่าแตกต่างที่เป็นหนังรักโรแมนติกคอมิดี้แต่วัยรุ่นในเรื่องเว้าอีสานครับ ตัวนักแสดงในเรื่องนี้ล้วนเป็นคนอีสานกันทั้งนั้น รวมถึงผู้กำกับก็คนอีสานด้วยครับ ตัวผมเองก็มาจากลาว เรียกว่าในกองถ่ายเราเว้าอีสานกันมันส์เลยครับ (หัวเราะ) และนอกจากความบันเทิงแล้วยังจะได้ชมการใช้ชีวิตของคนอีสาน รวมถึงศิลปวัฒนธรรมของภาคอีสานจากในเรื่องนี้ด้วยนะครับ

การร่วมงานกับตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ สนุกสนานเฮฮาหลุดขำบ้างไหม
ตื่นเต้นตั้งแต่วันแรกที่ได้รู้ว่าจะได้เล่นหนังกับพี่ตุ๊กกี้ ตอนผมอยู่ที่ลาวก็ได้ดูพี่ตุ๊กกี้ในรายการชิงร้อย ชิงล้านได้ดูหนังของพี่ตุ๊กกี้หลายๆ เรื่องครับ รู้สึกดีใจมากตอนแรกที่เจอกันไม่กล้าคุยด้วย แต่พี่ตุ๊กกี้เป็นกันเองมากเขาเว้าอีสานป๋อเลย เราก็เลยเว้าอีสานกันสนุกเลยครับ ส่วนตอนเข้าฉากด้วยกันก็เกือบหลุดขำหลายทีอยู่นะครับ พยามอดทน กลั้นเสียงหัวเราะไว้ อย่างฉากบอกรักพี่ตุ๊กกี้ แค่จะบอกว่าขอโทษนะครับที่ผมมาบอกช้าไป แต่ว่ามันฮามากครับ พี่ตุ๊กกี้ก็ค่อยๆ หันหน้ามาสะบัดผมสวยๆ ฉากนี้ทำเอาผมจะหลุดขำไปหลายรอบ การได้ร่วมงานกับพี่ตุ๊กกี้ดีใจมากครับ พี่เขาเป็นคนเก่งมาก แรกๆ การรับส่งมุกก็จะหลุดขำหลายรอบ แต่หลังๆ เริ่มรู้ทันและได้พี่ตุ๊กกี้คอยช่วยสอนแนะนำแอ็คติ้ง พี่เขาจะคอยบอกว่าอย่าแข็งมากนะธันวา อย่านิ่งมากนะธันวา (หัวเราะ) ช่วงหลังๆ เข้าฉากด้วยกันก็ไม่ค่อยหลุดขำแล้วครับ

เล่าถึงฉากสวีทหวานกลางแม่น้ำหน่อย เป็นฉากบอกรักนางเอกด้วยใช่ไหม
เป็นฉากที่ชวนนางเอก (มิลค์-ภาวิณี) ไปพายเรือเล่น เพื่อจะบอกความรู้สึกในใจครับ เป็นฉากโรแมนติกน่ารักๆ กลางแม่น้ำ ยอมรับว่าเขินมากครับ แต่เบื้องหลังก็ฮามากเช่นกัน เพราะว่าผมเกือบพาพี่มิลค์นางเอกของเรื่องนั่งเรือคว่ำหลายรอบ (หัวเราะ) เรือมันคอนโทลยากมากแล้วน้ำก็เข้าเรืออีก ก็กลัวเรือจะจม แถมทีมงานก็ต้องลงไปแช่อยู่ในน้ำนานหลายชั่วโมงเพราะน้ำแรงมาก ถ้าหลุดมือไปเนี่ยผมกับพี่มิลค์โดนน้ำพลัดเรือไปไกลแน่ๆ สนุกมากครับฉากนี้ อยากให้ติดตามชมในหนังกัน

การทำงานร่วมกับผู้กำกับกอล์ฟ-ธัญญ์วาริน เป็นอย่างไรบ้าง
พี่กอล์ฟเป็นกันเองมากตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอกัน นั่งกินข้าวกัน นั่งพูดคุยกัน ก็จะเปิดอกคุยกันว่าเนี่ยพี่ต้องการให้มันออกมาแบบนี้นะ ทำให้การทำงานร่วมกันง่ายขึ้นมากครับเหมือนกับได้ตามเป้าหมายที่ผู้กำกับวางไว้ ส่วนตัวผมชื่นชมในฝีมือของพี่กอล์ฟ เขาเป็นคนเก่งและมีความสามารถหลากหลายมาก ทั้งเป็นคนเขียนบทแล้วก็เป็นอาจารย์ช่วยสอนการแสดงด้วย เป็นผู้กำกับฝีมือดีคนหนึ่งทีเดียวครับ และขอขอบคุณพี่กอล์ฟที่ให้โอกาสผมได้แสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ครับ

เสน่ห์ของภาพยนตร์เรื่อง ฮักนะ’สารคาม
เสน่ห์อยู่ที่ภาษาอีสานครับ เพราะว่าวัยรุ่นสมัยนี้ไม่ค่อยพูดภาษาอีสานกันเท่าไหร่แล้ว ผมคิดว่าภาษาอีสานเป็นภาษาที่ไพเราะ และอยากให้อนุรักษ์กันไว้นะครับ มาเว้าอีสานกันเถอะครับ (ยิ้ม)

ฝากผลงานการแสดงภาพยนตร์ครั้งแรก
ครับ ผมตั้งใจและเตรียมตัวทำการบ้านเพื่อการแสดงภาพยนตร์ครั้งนี้มากเลยครับ เป็นผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตผมเลยครับ นอกจากผมทีมงาน พี่กอล์ฟผู้กำกับ และก็ยังมีนักแสดงอย่าง พี่ตุ๊กกี้, พี่มิลค์-ภาวิณี, พี่หนูจ๋า-อาชิรญาณ์ และน้องๆ นักแสดงที่ทุ่มเทให้กับภาพยนตร์เรื่อง ฮักนะ’สารคาม อยากให้ไปชมความน่ารักของหนังเรื่องนี้ครับ 10 มีนาคมนี้ทุกโรงภาพยนตร์

“วาเนสซา ฮัดเจนส์” รับบทผู้หญิงหัวใจสวย ในหนังรักเต็มตัวเรื่องแรก “Beastly”
ประกบกับพระเอกหล่อฮอตคนล่าสุด “อเล็กซ์ เพ็ตติเฟอร์”

โชว์ความสามารถทางด้านการแสดง อีกทั้งร้อง เต้น เล่นดนตรี มาหลายเรื่อง สำหรับ “วาเนสซา ฮัดเจนส์” แต่ยังไม่มีภาพยนตร์เรื่องไหน ที่เป็นภาพยนตร์รักเต็มตัว พอได้มีโอกาสมานำแสดงใน ภาพยนตร์รักหวานซึ้ง อย่าง “Beastly” ทำให้เธอดี๊ด๊าและมีความสุขมาก ซึ่งเธอเปิดใจเกี่ยวกับตัวละคร ลินดี้ ที่เธอได้รับใน Beastly ว่า “ลินดี้ ไม่ใช่นางเอกแบบ นางเอ๊ก นางเอก ไม่ได้สวยสะดุดตา ไม่ได้เป็นเจ้าหญิง ไม่ได้เป็นผู้หญิงเพอร์เฟค ออกจะเป็นคนบ้านๆ ที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่สิ่งพิเศษของเธอไม่ได้อยู่ภายนอก แต่อยู่ข้างใน เธอมีหัวใจที่สวยเป็นพิเศษ หัวใจที่ไม่คิดตัดสินอะไรจากภายนอก และเป็นหัวใจที่จะเปลี่ยนแปลงผู้ชายหลงตัวเองคนนึงได้” และด้วยลุคผู้หญิงสวยบ้านๆ แบบนี้ ทำให้วันแรกๆ ที่เข้าฉาก วาเนสซ่า พยายามที่จะคงลุคแบบนี้ไว้อย่างเต็มที่ “วันแรกที่เข้าฉาก ฉันพยายามจะให้ตัวละครฉันสมจริงที่สุด ก็เลยพยายามทำผมให้มันยุ่งๆ พันๆ กัน จนโปรดิวเซอร์ทนไม่ได้ ต้องบอกให้ช่วยจัดการทรงผมให้เข้าที่เข้าทางที เพราะมันดูยุ่งเหยิงจนเกินไปแล้ว”
ดังนันไม่น่าแปลกใจเลย หากสาวๆ คนไหนที่ได้ชม “Beastly” แล้ว จะเกิดอาการหลงรักและเอ็นดู “ลินดี้” เพราะเธอดูเหมือน สาวข้างบ้าน พี่สาว น้องสาว หรือ แม้แต่ตัวคุณเอง ที่บังเอิญได้มีโอกาสได้ใกล้ชิดและใช้หัวใจสวยๆ ช่วยแก้คำสาป ให้หนุ่มฮอตชนิดใจละลาย และหนุ่มฮอตคนดังกล่าวได้แก่ “อเล็กซ์ เพ็ตติเฟอร์” ที่ฝากผลงานเรื่องล่าสุดจาก I am number 4 ที่มาใน “Beastly” ฉายแววความหล่อกระชากใจมาก

กว่าเดิม เพราะเขาต้องมารับบท ไคล์ คิงสัน เพอร์เฟ็คกาย ที่พร้อมพรั่งทุกอย่างจนกลายเป็นคนหลงตัวเอง จนในที่สุดโดนสาป ให้กลายร่างจาก เทพบุตร เป็น อสูร โอกาสที่เขาจะกลับมาเป็นดังเดิมได้อีกครั้ง ก็เมื่อเขาได้คนพบคนที่รักเขา เพราะหัวใจของเขาอย่างแท้จริง และนั่นก็คือจนกว่าเขาจะได้เรียนรู้ ความสวยงาม จากภายในเช่นกัน
“Beastly” จึงเป็นเทพนิยายสำหรับปี 2011 ที่หลายครั้งความรักกลายเป็นสิ่ง ฉายฉวย แต่เปราะบาง ให้หันมาเห็นค่าและรู้ซึ้งถึงความสวยงามภายในอย่างแท้จริง และให้ได้รู้ว่ารักแท้สามารถลบล้างคำสาปได้....

17 มีนาคม นี้ จุมพิตเดียวเท่านั้นจะสะกดคนทั้งโลก

 








 

 

บทสัมภาษณ์ “ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ” ซุป’ตาร์เลือดอีสาน
กับบท “เจ๊อุบล” ใน “ฮักนะ’สารคาม”

Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 4 มีนาคม 2554

           ฮักนะ’สารคาม ผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุด ของสาวสุดฮ็อต เนื้อหอมแห่งยุคปี 54 “ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ” หรือ สุดารัตน์ บุตรพรม เรื่องนี้รับบทเป็นใคร คาแร็คเตอร์เป็นอย่างไร
รับบทเป็น อุบล เป็นรุ่นพี่มีความสามารถ เป็นดาวของมหาวิทยาลัยอยู่มานานเป็น 7-8 ปี แต่มันมีที่มาที่ไปค่ะ อุบลจะเป็นที่ชื่นชอบของน้องๆ และนอกจากจะเป็นนักศึกษาแล้วยังมีอาชีพเสริมเป็นทั้งติวเตอร์สอนวิชาภาษาอังกฤษ เป็นทั้งที่ปรึกษาทางด้านความรักของน้องๆ ด้วยนะคะ

เรื่องราวของฮักนะ’สารคาม เป็นอย่างไร
เรื่องฮักนะสารคาม ฮัก เป็นภาษาอีสานแปลว่า รัก คำว่า สารคาม มาจาก มหาสารคาม ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับความรักที่เกิดขึ้นในจังหวัดมหาสารคาม และเป็นหนังภาษาอีสาน มันคือเรื่องความรักของวัยรุ่นที่มีหลากหลายรูปแบบ เป็นความรักแบบเด็กมัธยม ความรักแบบเด็กมหาวิทยาลัย เป็นเรื่องราวความรักแบบจรรโลงใจ รักให้เป็นและให้รู้ว่าความรักใช้แบบไหนให้เราใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยอย่างมีความสุข ความรักแบบมัธยมเป็นความรักแบบเด็กๆ ตัดสินใจเอง ส่วนของตัวอุบล เป็นความรักแบบรักเขาข้างเดียว คิดเองทำเองไม่มีที่ปรึกษา ก็จะรู้ตอนหลังว่ารักคนที่เขารักเราดีกว่าไปแอบรักเขาค่ะ

คาแร็คเตอร์ของ อุบล จากเรื่องฮักนะ’สารคาม แตกต่างจากเรื่องอื่นอย่างไรมากน้อยแค่ไหน
เกือบทุกคาแร็คเตอร์ตุ๊กกี้เล่นมาหมดแล้ว แต่บทที่โตสุดในภาพยนตร์น่าจะเป็นเรื่องนี้เรื่องแรก เพราะรับบทเป็นรุ่นพี่ที่ไม่ยอมจบ จะมีคู่ขาคือ โส (สมคิด สุขเอิบ) เป็นเพื่อน แต่เรื่องนี้ต้องแต่งตัวชุดนักศึกษามหาวิทยาลัยซึ่งก็ยังไม่เคยแต่งชุดแบบนี้แสดงในเรื่องไหนมาก่อน และได้เล่นกับน้องๆ ที่เป็นน้องมากๆ อย่าง น้องมิลค์-ภาวิณี (ฝันโคตรโคตร, กะปิ ลิงจ๋อไม่หลอกจ้าว), ธันวา สุริยจักร (นายแบบลูกครึ่งจีน-เวียดนาม) และน้องๆ หน้าใหม่ ก็ประหม่าตรงที่มาเล่นประกบกับมิลค์นี่ล่ะ น้องเขาใสโดยไม่ต้องแอ็บแบ๊วแต่อย่างใด ตุ๊กกี้จึงต้องพยามแอ๊บแบ๊ว แต่โชคดีที่ว่าหน้าเรายังไม่เข้าขั้นเท่าไหร่เพิ่งจะเกณฑ์ทหารเองก็โอเค สู้ตายไหวอยู่เหมือนกันค่ะ (ยิ้มชูสองนิ้ว)

เป็นภาพยนตร์ที่ต้องเว้าภาษาอีสานทั้งเรื่อง ถือว่าเข้าทางตุ๊กกี้เลยล่ะซิ
เรื่องนี้ใช้ภาษาอีสานเป็นส่วนใหญ่ พี่อุบลจะต้องสื่อสารภาษาอีสาน แต่สิ่งที่ยากหรือง่ายไม่ได้อยู่ที่ภาษา แต่จะยากตรงที่พูดอีสานยังไงให้คนอีสานรู้ เพราะภาษาอีสานจะมีสำเนียงแตกต่างกันอีสานเหนือจะพูดอีกอย่าง อีสานใต้ กลางจะพูดอีกอย่างนึง พี่กอล์ฟผู้กำกับจะเป็นคนร้อยคำพูดและพยามใช้ภาษาอีสานที่ฟังรู้เรื่อง และเข้าใจตรงตามกันค่ะ

ในฐานะที่ตุ๊กกี้เองก็เป็นศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคามด้วย รู้สึกอย่างไรที่ได้ร่วมโปรเจ็คต์ของสถาบันและภาพยนตร์ครั้งนี้
เป็นโปรเจ็คต์ที่ไม่ต้องใช้เวลาตัดสินใจนานมากเลย ตุ๊กกี้รู้ว่าจะมีโปรเจ็คต์ตอนไปเจอพี่ปรัช (ปรัชญา ปิ่นแก้ว) ตอนนั้นทำ MV ของช่อง9 ขอความสุขคืนกลับมา พี่ปรัชได้พูดคุยเกริ่นนำถามว่าตุ๊กกี้จบมาจากมหา’ลัยสารคามใช่ไหม และบอกว่ากำลังจะมีโปรเจ็คต์ทำหนังเรื่องที่เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยนะ โดยต้องการนักแสดงที่เคยศึกษาและจบมาจากที่นี่ พอรู้ก็เลยนำเรื่องนี้ไปปรึกษาผู้ใหญ่เวิร์คพอยท์ ตุ๊กกี้เองก็จบวิชาเอกนาฏศิลป์ไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และยังได้รับรางวัลพระธาตุนาดูนทองคำ ศิษย์เก่าดีเด่นปี54 และคุณปัญญา นิรันดร์กุล ก็รับดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยมหาสารคามด้วย คุณปัญญาก็ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดีในการเข้าร่วมโปรเจ็คต์ครั้งนี้ค่ะ (ยิ้ม) เรื่องฮักนะ’สารคาม นับว่าเป็นอีกบทบาทนึงที่ตุ๊กกี้ภูมิใจและดีใจมาก ก็อยากจะบอกว่าเรียนที่ไหนไม่ได้ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัย การศึกษาทุกที่สอนให้ทุกคนเป็นคนดีมีความรู้ติดตัวเพื่อทำมาหากินในอนาคต จบมาอย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรีค่ะ

นอกจากแสดงเป็นตัวนำของเรื่องนี้แล้ว ยังเป็นเจ๊ดันอีกด้วย ดันใครยังไงเล่าให้ฟังหน่อย
เรื่องนี้เป็นเจ๊ดันยอมรับมาก พอรู้ว่าพี่กอล์ฟ-ธัญญ์วารินเป็นผู้กำกับก็สบายใจเคยร่วมงานกันมาก่อนหน้านี้ อย่างน้อยเราก็สามารถสื่อสารตรงกันล่ะ บอกมาเลยอย่างได้อะไรตุ๊กกี้จัดให้ตามนั้น พี่กอล์ฟเองมีอะไรก็ปรึกษาตุ๊กกี้เช่นกัน อย่างเรื่องนี้ก็บอกว่าตุ๊กกี้ต้องมีคู่ขานะ พี่ก็กำลังหาอยากได้ออกแนวกระเทยจะได้ต่อปากต่อคำกับตุ๊กกี้ ตุ๊กกี้อยากได้ใครดี ต้องพูดภาษาอีสานด้วยรู้ใจตุ๊กกี้ด้วย และในเรื่องต้องเดินตามตุ๊กกี้ตลอดเวลา ก็เลยเสนอให้เลือกคนที่อยู่ในหมาวิทยาลัยจะได้เป็นตัวแทนของที่นี่ด้วย ตอนนั้นตุ๊กกี้ก็คิดถึงเพื่อนคนนึงขึ้นมาทันทีชื่อ สมคิด เป็นอาจารย์สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยและโด่งดังพอสมควรในมหาวิทยาลัย เป็นคนมีความรู้ ตลก มีวาทะในการพูดได้ดีมาก ตุ๊กกี้ไว้เนื้อเชื่อใจว่าคนนี้ต้องเข้าขากับเราได้ดีมากแน่ๆ ก็

เลยบอกพี่กอล์ฟให้ลองไปแคสติ้งดู ส่วนตัวแล้วมั่นใจมากว่าคนที่ตุ๊กกี้เลือกมาเนี่ยต้องเป็นคนที่สุดแล้ว พอได้ลองเข้าฉากดูครั้งนึง ปรากฎว่าทั้งกองถ่ายทีมงานหัวเราะกันครืนๆ เลย ตุ๊กกี้กับสมคิดเข้าขากันได้ดีเพราะว่าเป็นเพื่อนสนิทกันมากตอนที่เรียนอยู่ก็สนิทกันคลุกคลีกันมา ถ้าเปรียบเทียบตุ๊กกี้เป็นหมอลำ สมคิดจะเป็นหมอแคนที่รู้ใจกันมาก แค่ตุ๊กกี้เกริ่นนำไม่ต้องนัดคำพูดคำจาเลย เขาเหมือนช้างเผือกในป่าใหญ่อยากให้ทุกคนจับตามองอาจารย์สมคิด ที่มีความสามารถไม่แพ้ตุ๊กกี้เลยจริงๆ ค่ะ

แสดงว่าในแต่ละฉากที่ตุ๊กกี้และสมคิด จับคู่กันเมื่อไหร่ต้องฮาคักคักอย่างแน่นอน
บอกได้เลยว่าฉากไหนที่มีตุ๊กกี้และอาจารย์สมคิด เตรียมจับตามองกันเลยว่าไม่หัวก็ท้ายต้องมีมุกฮาแน่นอน มุกแต่ละมุกเราไม่ได้นัดกันเลยเป็นเรื่องของคนรู้ใจจริงๆ ตลกแต่ละคณะที่มีชื่อเสียงต้องมีคนรู้ใจ อย่างพี่จิ้ม ชวนชื่น มีคู่ขาเป็นแจ๊ส ชวนชื่น พี่ค่อมก็มีโก๊ะตี๋ พี่เท่งก็มีพี่โหน่ง พี่โหน่งก็ต้องมีพี่หม่ำ ทุกคนล้วนแล้วต่างมีคู่ขา ตุ๊กกี้ก็เหมือนกันจำเป็นต้องมีสมคิดมากค่ะ

แสดงภาพยนตร์แต่ละเรื่องประกบพระเอกหล่อทั้งนั้นเลย ฮักนะ’สารคาม ก็อีกเช่นกัน ประกบนายแบบหล่อลูกครึ่ง ธันวา สุริยจักร สาวๆ ทั้งประเทศต้องอิจฉาตาร้อนกันอีกแล้ว
ก็เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมงานกันค่ะ และก็เป็นครั้งแรกของน้องธันวาที่ได้แสดงภาพยนตร์ด้วย ต้องขอชมว่าธันวาเป็นคนที่นอบน้อมนิสัยดี เป็นดาวอีกดวงนึงที่ทุกคนต้องจับตามอง แค่พูดจาสวัสดีครับ สบายดีไหมเนี่ย ทุกคนก็อยากจะคุยกับเขาในประโยคต่อไปแล้ว เพราะเขาเป็นคนที่เงียบ สุขุมในตัวของเขาน่าค้นหาจริงๆ ครั้งแรกที่เราได้เจอกันเขาเดินเข้ามาฝากเนื้อฝากตัว เขาเป็นคนที่ถ่อมตัวมาก แล้วพยามจะบอกตุ๊กกี้ว่ามีอะไร บอกผมนะครับ สอนผมด้วยนะครับ เขายินดีรับฟังหมดเลย อยากให้น้องๆ ที่เพิ่งเข้าวงการดูธันวาเป็นต้นแบบ 3 สิ่งที่จะทำให้อยู่ในวงการและมีชื่อเสียงคือ ตรงต่อเวลา มีสัมมาคารวะ มีความกตัญญูต่อผู้มีบุญคุณ ธันวามี 3 สิ่งนี้ ตุ๊กกี้เชื่อว่าเขาจะเป็นคนที่มีชื่อเสียงในอนาคต และตุ๊กกี้เชื่อว่าอนาคตถ้าธันวาเป็นซูเปอร์สตาร์ มีชื่อเสียงโด่งดัง บอกได้เลยว่าจุดเริ่มต้นของธันวา พระเอก ฮักนะ’สารคาม ธันวาเริ่มต้นได้ดีมากค่ะ (ยิ้ม)

ฉากประทับใจที่สุดของตุ๊กกี้ ล่ะ
ชอบพิเศษ คือ บทสรุปของภาพยนตร์เรื่องนี้ ส่วนตัวแล้วตุ๊กกี้มีวลีในใจอยู่ 3 อย่าง คือข้อหนึ่ง อย่านอนตื่นสาย อย่าอายทำกิน อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา ข้อสองเมื่อมีทุกอย่างที่เราต้องการแล้ว เช่น

ชื่อเสียง เงินทองและจะต้องรู้จักคำว่า นกน้อยทำรังแต่พอตัว และข้อสุดท้ายเมื่อมีชื่อเสียง มีเงินทองจะต้องไม่ลืมคำนี้คือวัวลืมตีน หรือคนลืมตัว ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้จะให้แง่คิดที่ดีมากถ้าใครมีโอกาสได้ชม จะรู้เลยว่าคนเราเกิดมาต้องอย่าลืมกำพืดตัวเอง อย่าลืมจุดกำเนิดของตัวเอง ถึงแม้เราจะมีชื่อเสียงโด่งดัง มีเกียรติยศ มีเงินทอง สิ่งที่ได้มานั้นมันเป็นเพียงแค่ของนอกกาย แต่สิ่งที่อยู่ในใจก็คือ ความเป็นตัวของตัวเอง ก็เหมือนกับที่ตุ๊กกี้ย้ำอยู่ตลอดเวลาว่าเราคือ ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯนะ แต่เมื่อไหร่ที่กลับไปอุดรธานี กลับไปมหาวิทยาลัย กลับไปบ้าน ตุ๊กกี้คือ สุดารัตน์ บุตรพรม เพราะว่าเราได้ถอดหัวโขนออกไปแล้ว หัวโขนที่ตำแหน่งต่างๆได้สวมใส่ หัวโขนจากเจ้าหญิงขายกบ หัวโขนจากตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ หัวโขนจากอุบลในฮักนะ’สารคาม เมื่อกลับมาบ้านตุ๊กกี้ก็ถอดออก หากได้ชมก็อยากฝากให้คิดตามด้วยค่ะ รับรองว่าได้แง่คิดที่ดีกับทุกคนทั้งนอกวงการ และในวงการ และถ้าทำตามได้อย่าลืมจุดกำเนิดของตัวเอง โลกนี้จะมีความสุขมากยิ่งขึ้นค่ะ

เสน่ห์ที่บ่งบอกถึงความเป็น ฮักนะ’สารคาม
สิ่งที่ดึงดูดและมีเสน่ห์ของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ ภาษาอีสาน ตุ๊กกี้เล่นภาพยนตร์มากมายและทุกคนก็รู้ว่าตุ๊กกี้เป็นคนอีสาน แต่ใครจะรู้ว่าพระเอกหน้าตาดี นางเอกหน้าตาสวย แต่ละคนแต่ละคาแร็คเตอร์ในภาพยนตร์เรื่องนี้สื่อสารด้วยภาษาอีสาน มันคือเสน่ห์ความน่ารักของภาพยนตร์เรื่องนี้ ตุ๊กกี้เชื่อว่าภาษาท้องถิ่นของแต่ละภาค เหนือ กลาง ใต้ อีสาน ล้วนแต่มีเสน่ห์ทั้งนั้น แต่ตุ๊กกี้โชคดีที่มีผู้ใหญ่ใจดี มีผกก.ใจดีที่พยามสร้างหนังเรื่องนี้ขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบโดยการสื่อสารเป็นภาษาอีสาน และตุ๊กกี้เกิดเป็นคนอีสานเลยสามารถถ่ายทอดความเป็นอีสานได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ศิลปวัฒนธรรม การทอดแห ไหว้พระ กิจกรรมต่างๆที่เด็กอีสานทุกคนได้ดูแล้วต้องอมยิ้มแน่นอน เชื่อว่าทุกคนต้องผ่านจุดๆ นี้กันมา แล้วก็เสน่ห์อีกอย่างนึงของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ ความเป็นพี่เป็นน้องความรักแบบคนอีสานค่ะ

ฝากผลงาน
เป็นภาพยนตร์ที่ภูมิใจมากและเต็มที่มากกับภาพยนตร์เรื่องนี้ อยากให้คนไทยทุกคนได้ลองมาดูกัน เกี่ยวกับการถ่ายทอดความเป็นอีสานและวัฒนธรรม รวมถึงจารีตประเพณีและสื่อสารจากใจด้วยภาษาอีสาน บอกได้คำเดียวว่า อยากให้คนอีสานฮักภาษาอีสาน สืบสานความเป็นอีสานด้วยภาษาอีสานของบ้านเฮา บ่มีหยังยั่งยืนเท่ากับภาษาอีสาน ฮักเด้อ ฮักเด้อ ฮักนะ’สารคาม...ติดตามเบิ่งเด้อค่ะ 10 มีนาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ บอกได้คำเดียวเลยว่าถ้าได้เบิ่งแล้ว สิมักอีสานหลายๆ เติบ





 










 

“ธันวา” ชวนสาวออกเดทบอกฮัก
“มิลค์-ภาวิณี” เขินจนเรือเกือบล่มกลางแม่น้ำ

Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 4 มีนาคม 2554

           เป็นอีกหนึ่งฉากความน่ารักกุ๊กกิ๊กจากภาพยนตร์เรื่อง “ฮักนะ’สารคาม” ที่จะได้ชมลีลาการจีบสาวของนายแบบหนุ่มลูกครึ่งจีน-เวียดนาม “ธันวา สุริยจักร” เมื่อต้องมารับบทเป็นเทพ หนุ่มหล่อสุดฮ็อตประจำมหาวิทยาลัย แม้กระทั่ง “ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ” ยังต้องตกหลุมรัก แต่ว่าเทพกับชวนสาวสวย “มิลค์-ภาวิณี วิริยะชัยกิจ” ที่รับบทเป็น เกษ สาวนักกีฬาเทควันโดต่างมหาวิทยาลัยออกเดทพร้อมกับขอความรักกลางแม่น้ำ ทำเอาหนุ่มธันวาทั้งเขินทั้งตัวเกร็งกับฉากบอกฮัก ก็เพราะว่านอกจากจะพายเรือไม่แข็งแล้วยังเป็นฉากแรกที่ได้เจอกับนางเอกสาวสวย และต้องบอกรักขอเป็นแฟนกันซะแล้ว

“เป็นฉากโรแมนติกน่ารักๆ กลางแม่น้ำ โดยเทพ ชวน เกษ (มิลค์-ภาวิณี) ผู้หญิงที่ชอบและตามจีบมาได้สักพักนึงแล้ว ก็เลยวางแผนชวนไปเที่ยวพายเรือเล่นด้วยกันสองต่อสอง เพื่อจะบอกรักและจะขอเกษเป็นแฟนครับ ฉากนี้ยอมรับว่าเขินมากครับและยังเป็นฉากแรกที่ต้องมาเจอกับพี่มิลค์ ก็เพิ่งรู้จักกันและยังไม่สนิทเลยแต่ต้องมาเล่นฉากบอกรักซะแล้วก็เลยยิ่งเขินกันใหญ่ครับ ปกติผมจะไม่ค่อยกล้าจีบสาวแค่มองหน้าตรงๆ ก็เขินแล้ว แต่ก็พยามแสดงออกมาให้ดีครับ ส่วนเบื้องหลังก็ฮามากเช่นกัน เพราะว่าผมเกือบพาพี่มิลค์นางเอกของเรื่องนั่งเรือคว่ำหลายรอบ (หัวเราะ) เรือมันคอนโทลยากมากแล้วน้ำก็เข้าเรืออีก ก็กลัวเรือจะจม แถมทีมงานก็ต้องลงไปแช่อยู่ในน้ำนานหลายชั่วโมงและน้ำก็ไหลแรงมาก ถ้าหลุดมือไปเนี่ยผมกับพี่มิลค์โดนน้ำพัดเรือไปไกลแน่ๆ อยู่ในเรือกันนานหลายชั่วโมงช่วงพักทานข้าวทีมงานก็ทานกันบนบกสบายใจ ส่วนผมกับพี่มิลค์นั่งทานข้าวในเรือครับ สนุกมากครับฉากนี้อยากให้ติดตามชมในหนังกัน”

ด้านนางเอกสาวหวาน มิลค์-ภาวิณี เล่าถึงฉากบอกรักแบบทรหดอดทน ที่ต้องทำท่าทางเขินอายเมื่อมีหนุ่มมาขอความรัก แต่ในใจก็กลัวเรือจมเพราะว่าเห็นลีลาท่าทางการพายเรือของหนุ่มธันวาแล้ว ยิ่งทำให้หวาดเสียวนัก ต้องนั่งแช่ในเรืออยู่นานรอแสงอาทิตย์ขึ้น และเพื่อให้เป็นฉากรักโรแมนติกสวยงามตามที่ผู้กำกับกอล์ฟ-ธัญญ์วาริน ตั้งใจไว้

“ฉากกุ๊กกิ๊กในหนังเรื่องนี้ จะเป็นแบบว่าเขินพระเอก เขินที่เราพูดภาษาอีสานแต่พระเอกพูดภาษากลางก็เลยวิ่งหนี แอบตามต้นไม้เหมือนหนังอินเดียเลย (หัวเราะ) แล้วจะมีฉากบอกรักกลางแม่น้ำ คือจะนั่งอยู่ในเรือคุยกันจู๋จี๋กันแต่น้ำไหลเชี่ยวมาก ซึ่งจะมีทีมงานลงไปอยู่ใต้เรือแอบอยู่คอยจับเรือไว้ไม่ให้ไหลไปตามน้ำ น้ำก็จะเย็นๆ ทีมงานโดนปลาตอดขาอีก (หัวเราะ) และก็ต้องแช่อยู่แบบนั้นเพื่อรอแสงพระอาทิตย์ขึ้นตั้งแต่ 6 โมงเช้าแสงก็ยังไม่ขึ้นสักทีจนจะเที่ยงวันแล้ว เพราะอากาศวันนั้นจะสลัวๆ เป็นช่วงหน้าฝนด้วยค่ะ ทานข้าวก็ทานกันบนเรือเลยอะไรอย่างเนี่ยค่ะ เป็นฉากบอกรักที่ลำบากและต้องอาศัยความอดทนทั้งทีมงานและนักแสดงกันเลยทีเดียว”

ติดตามชมความน่ารัก ของภาพยนตร์เรื่อง “ฮักนะ’สารคาม” หนังฮักโรแมนติกคอมิดี้ กับประโยคบอก “ฮัก” สุดจี๊ดที่ต้องพึ่งพาซับไตเติ้ลในการซึมซับ 10 มีนาคมนี้ ม่วนจาก’สารคาม ยันทั่วประเทศ


 












 

เพราะผู้ชาย “หนูจ๋า อาชิรญาณ์” โชว์สปิริต
ใจกล้ายอมคลุกโคลน แช่ตัวปลักควาย

Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 9 มีนาคม 2554

           สุดปลื้มกับบทบาทครั้งล่าสุดสำหรับสาวสวยตาโต “หนูจ๋า-อาชิรญาณ์ ภีระภัทร์กุญช์ชญา” ในภาพยนตร์เรื่อง “ฮักนะ’สารคาม” ภาพยนตร์ฮักโรแมนติกคอมิดี้ กับเรื่องราวความรักของวัยรุ่นสุดจี๊ดที่เกิดขึ้น ณ มหาสารคาม ในบท “รินทร์” นักศึกษาสาวสวยจอมโก๊ะสุดเปิ่น แอบปิ๊งหนุ่มต่างคณะ ซึ่งหนูจ๋ายอมรับว่าอยากแสดงภาพยนตร์แนวขำๆ ตลกมานานแล้ว และยิ่งรู้ว่าเรื่องนี้ยังต้องพูดภาษาอีสานอีกก็ทำให้ถูกอกถูกใจสาวขอนแก่นอย่างหนูจ๋าเป็นที่สุด เมื่อได้พูดคุยรายละเอียดกับผู้กำกับ “กอล์ฟ-ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์” อ่านบทปุ๊ปไม่รอช้าตัดสินใจรับแสดงเรื่องนี้ทันที

“เรื่องนี้รับบทเป็น รินทร์ จะเป็นนักศึกษาเรียนคณะมนุษยศาสตร์ สาขาภาษาเขมร เวลาอยู่มหาวิทยาลัยอยู่ในชมรมก็จะมีหนุ่มๆ ชอบแซวเป็นที่หมายปอง แต่ว่าไม่สนใจเหมือนจะมีความหยิ่งอยู่ในตัว แต่จริงๆ ตัวรินทร์ชอบผู้ชายอยู่คนหนึ่ง ก็คือ เทพ แล้วก็ทำทุกวิถีทางเพื่อจะได้เข้าใกล้เทพ โดยที่ รินทร์จะคิดอยู่เสมอว่าสิ่งที่ทำเนี่ยมันไม่มีพิรุธเลยแต่ว่าการกระทำของ รินทร์มันมีพิรุธสุดๆ เลยค่ะ”
ถึงแม้คาแร็คเตอร์จะใกล้เคียงกับตัวจริงในด้านความเป็นสาวจอมเปิ่น หนูจ๋าก็ยังต้องรับบทหนักสละความสวยที่มีทั้งหมด สลัดความเป็นเด็กแนวทั้งสิ้น ในฉากที่ต้องลงทุนทำตัวติดดิน คลุกโคลน จมปลักควาย ที่เจ้าตัวออกมายอมรับว่าฉากนี้ หนูจ๋าเล่นจริง คลุกโคลนจริง ปลักควายจริงๆ อีกด้วย ยอมทุ่มสุดตัวโชว์สปิริตความใจกล้าเต็มที่ โดยหนูจ๋าเล่าถึงเบื้องหลังการถ่ายทำฉากครั้งนี้ว่า
“ฉากนี้มีชื่อว่า ฉากจมปลัก พี่ตุ๊กกี้เป็นคนตั้งชื่อนี้ให้ค่ะ หนูจ๋าจะต้องลงไปอยู่ในปลักควายจริงๆที่อยู่ในทุ่งนา มีโคลนจริงๆ ไม่มีเซต ทุกอย่างล้วนเป็นของจริงจากธรรมชาติหมด และกลิ่นก็ยังเป็นกลิ่นธรรมชาติด้วยค่ะ (หัวเราะ) ที่มาของฉากนี้ก็คือ รินทร์ โดนเจ๊อุบล (ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ) แกล้งบอกว่าเทพ (ธันวา สุริยจักร) ชอบผู้หญิงติดดิน แล้วในความคิดของรินทร์เนี่ย ผู้หญิงติดดินก็จะต้องลงไปเกลือกกลิ้งอยู่กับดินคลุกขี้โคลน ก็เลยตัดสินใจลงไปอยู่ในปลักควายกลางทุ่งนา ต้องลงไปอาบโคลนจะได้กลายเป็นผู้หญิงติดดิน แล้วเราก็ต้องสะบัดผมไปมาเอาโคลนมาทาแขนต้องทำท่าเซ็กซี่นิดหน่อย พอเริ่มถ่ายจริงก็ต้องมีควายมาเข้าฉากด้วยแล้วก็บังคับยากมาก คือมันจะมีอยู่ 2 ปลัก ปลักของควายและของหนูจ๋า แต่เอาเข้าจริงควายก็เดินมาอยู่ทั้งสองปลักเลย ทำให้หนูจ๋าต้องอยู่ปลักเดียวกันกับควาย พอถ่ายเสร็จขึ้นมาคันมาก หูเป็นผื่นแดงขึ้นเต็มไปหมด แล้วปลักควายนั้นติดตัวอยู่ประมาณ 3 วัน ติดผมอยู่ 3-4 วัน เรียกว่ากลิ่นโคลนสาปควายจริงๆ แต่ก็สนุกดีค่ะ (หัวเราะ)”

ติดตามชมฉากทุ่มสุดตัวยอมติดดินแบบสุดๆ ของ “หนูจ๋า อาชิรญาณ์ ภีระภัทร์กุญช์ชญา” ในภาพยนตร์เรื่อง “ฮักนะ’สารคาม” ภาพยนตร์ฮัก สุดติ่งริงมายเบลล์ 10 มีนาคมนี้ ทั่วประเทศ


 











 

“ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ” นำทีมนักแสดง “เด็กอิส”
จัดเต็มแฟชั่นโชว์สุดฮอตในรอบปฐมทัศน์ “ฮักนะ’สารคาม”

Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 9 มีนาคม 2554

           สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมกับ FCS Entertainment และบาแรมยู จัดงานรอบปฐมทัศน์ภาพยนตร์เรื่อง “ฮักนะ’สารคาม” ภาพยนตร์ฮักโรแมนติกคอมิดี้ ผลงานกำกับของ “กอล์ฟ-ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์” กับโปรดิวเซอร์ควบคุมความฮาโดย “ปรัชญา ปิ่นแก้ว” และนักแสดงหน้าใสสไตล์เกาหลีที่มีDNAอีสานเข้มข้น นำทีมเด็กอิส(อีสาน) โดยเจ๊ใหญ่ ตุ๊กกี้-สุดารัตน์ บุตรพรม, ธันวา สุริยจักร, มิลค์-ภาวิณี วิริยะชัยกิจ, หนูจ๋า-อาชิรญาณ์ ภีระภัทร์กุญช์ชญา, เกรท-สุมลนาถ คำหว่าน, เต้-ประภัทรพงศ์ ประสิทธิพงศ์, อ้วน-วิภู งามเนตร และสมคิด สุขเอิบ ชวนกันมามอบความฮาฉบับพิเศษก่อนใครในรอบปฐมทัศน์ ณ โรงภาพยนตร์พารากอนซีนีเพล็กซ์ เมื่อวันอังคารที่ 8 มีนาคม 2554 ที่ผ่านมา
บรรยากาศในงานรอบปฐมทัศน์เป็นการจำลองเวทีแคทวอล์คมาจากงานแอลแฟชั่นวีค เพื่อให้เหล่านักแสดงนำโชว์ลีลานางแบบ นายแบบร่วมพรีเซ้นท์ “แฟชั่นอิส” กับกระแสสุดฮอตแฟชั่นแนวใหม่ตามสไตล์เด็กอิสที่กำลังครองใจวัยรุ่นทั่วทุกมุมเมืองในตอนนี้ เริ่มพรีเซ้นท์ที่คู่แรกด้วยสวยใหญ่ปะทะสวยเล็กโดย “สมคิด กับ หนูจ๋า” โชว์ลีลาเดินแบบ แฟชั่นเชิ่ดเริ่ด บ่แคร์สื่อ ตามด้วยนักแสดงวัยใส สวย หล่อ เท่ห์ เทรนด์เกาหลีกับลีลาแฟชั่นฮัก 3 เส้าฉบับเด็กอิสโดย “น้องเกรท, น้องเต้, น้องอ้วน” และเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟชั่นฮักแรกพบสุดสวีทของคู่รักเด็กอิสโดย “ธันวา กับ มิลค์” พระเอกนางเอกของเรื่องนี้ ปิดท้ายเตรียมเรียกเสียงฮาลั่นจากในงานกับชุดฟินเนเร่แฟชั่นดาวเด่น เริ่ดสุด สวยสุด ระดับดาวมหา’ลัยโดย “ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ” ผู้นำกระแสเด็กอิสสุดฮอต จากนั้นนักแสดงและผู้กำกับร่วมพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราวความสนุกสนาน ความฮา ที่พร้อมเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะในภาพยนตร์สำเนียงอีสานซับไตเติ้ลไทย ก่อนได้รับเกียรติจากเหล่าผู้บริหารและตัวแทนของ สหมงคลฟิล์ม, FCS Entertainment, สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน, มูลนิธิวัฒนธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวกับภาพยนตร์ ร่วมถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึกในครั้งนี้


 

ภาพยนตร์ “ฮักนะ’สารคาม”สุดเก๋
เปิดแคทวอล์ค โชว์แฟชั่นสไตล์อีสานในงานเปิดตัว

Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 9 มีนาคม 2554

           เปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อบแล้ว เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2554 ณ ลานหน้า Box Office โรงภาพยนตร์พารากอนซีนีเพล็กซ์ ชั้น 5 ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน สำหรับภาพยนตร์เรื่อง “ฮักนะ’สารคาม” ภาพยนตร์ฮักโรแมนติกคอมิดี้ กับเรื่องราวความรักของวัยรุ่นสุดจี๊ดที่เกิดขึ้น ณ มหาสารคาม ของผู้กำกับฯ กอล์ฟ-ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ซึ่งเรื่องนี้นำทีมโดยตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ หรือ สุดารัตน์ บุตรพรม พร้อมนักแสดงรุ่นใหม่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้องมิลค์ ภาวิณี วิริยะชัยกิจ , น้องหนูจ๋า อาชิรญาณ์ ภีระภัทร์กุญช์ชญา , น้องอ้วน วิภู งามเนตร, น้องเกรท สุมลนาถ คำหว่าน , น้องเต้ ประภัทรพงศ์ ประสิทธิพงศ์ และพระเอกใหม่ ธันวา สุริยจักร นายแบบที่อิมพอร์ทจากมาจากประเทศลาว ซึ่งงานก็เปิดตัวด้วยการโชว์แฟชั่นสไตล์อีสานที่ประยุกต์ให้เข้ากับสมัยใหม่ ซึ่งทำออกมาได้ดูดีเข้าสมัยมาก ต่อด้วยการพูดคุยกับนักแสดงนำและผู้กำกับ ซึ่งานนี้ผู้กำกับกอล์ฟ-ธัญญ์วาริน ไม่ยอมให้นักแสดงได้เสียงกริ๊ดฝ่ายเดียวจึงขอแต่งสาว ซึ่งเรียกเสียงกริ๊ดได้มากจริงๆด้วย บรรยากาศงานนั้นก็เต็มไปด้ยความสนุกตามสไตล์ภาพยนตร์ฮักโรแมนติกคอมิดี้ “ฮักนะ’สารคาม” ก่อนจะปิดท้ายด้วยการไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้ก่อนใคร ส่วนใครที่ไม่ได้ไปงานในวันนั้น เราเก็บภาพมาให้เพื่อนๆได้ชมกันแล้ว พร้อมแล้วไปชมกันเลยค้า...

 































 

บทสัมภาษณ์ “อ้วน-วิภู งามเนตร” หนุ่มน้อยหน้ามนวัย 16 ปี
กับผลงานการแสดงครั้งแรกใน “ฮักนะ’สารคาม”

Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 10 มีนาคม 2554

          
แนะนำตัวทำความรู้จักกันหน่อย
สวัสดีครับ วิภู งามเนตร หรือ อ้วน ครับ รับบทเป็นแก่น ในภาพยนตร์เรื่อง ฮักนะ’สารคาม

เล่าถึงความรู้สึกตอนที่เข้าไปแคสติ้ง ต้องแข่งขันกว่าพันชีวิตเพื่อเลือกนักแสดงหน้าใหม่เพียงคนเดียวเท่านั้น
คือทีมงานเข้ามาแคสติ้งที่โรงเรียน ผมก็เข้าไปแคสติ้งด้วยเพราะเห็นว่าเพื่อนๆ เยอะแยะเลยที่ร่วมแคสติ้งในครั้งนั้น วันที่แคสติ้งตรงกับวันเสาร์โรงเรียนก็จะหยุด คนอื่นๆ เพื่อนๆ ก็เลยแต่งตัวกันมาอย่างหล่อเลย ส่วนผมใส่กางเกงขาสั้น เสื้อยืดเก่าๆ (หัวเราะ) ก็ได้อ่านบทลองท่องบทดูและก็ทางทีมงานให้แสดงแบบว่า ไปแอบชอบผู้หญิงคนหนึ่งแต่ว่าเขาเกิดมีแฟนแล้ว ผมจะต้องไปพูดยังไงกับผู้หญิงประมาณนี้ล่ะครับ หลังจากไปแคสติ้งก็หายไปนานเป็นหลายเดือนเลยครับจนมีพี่ทีมงานโทรมาบอกว่า ผมได้แสดงภาพยนตร์ก็รู้สึกตื่นเต้นมากเลยตอนนั้น และก็ทราบมาว่าพวกพี่เขาไปแคสติ้งมาหลายจังหวักมากเกือบทุกจังหวัดในภาคอีสานผมได้ยินแล้วตกใจเลย มีสงสัยว่าทำไมเราได้

ส่วนตัวแล้วเป็นคนกล้าแสดงออก และชอบการแสดงอยู่แล้วด้วยไหม
ถูกต้องครับผมเป็นคนที่ชอบการแสดงมาก และผมก็เป็นนักดนตรีด้วยชอบเล่นดนตรีให้กับงานโรงเรียน

ความรู้สึกที่ได้ร่วมโปรเจ็คต์ในครั้งนี้
ทั้งดีใจ ทั้งภูมิใจ คือรู้สึกดีอ่ะครับ

มีการไปแอบฝึกทำการบ้าน หรือเตรียมตัวอย่างไรบ้างในฐานะเป็นน้องใหม่แห่งวงการบันเทิง
ตอนได้บทกลับมาบ้าน ผมนอนไม่หลับเลยนะอ่านบทตลอด จนผมจำบทได้หมดเลยและรู้ว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร พอมาถึงมหาสารคามผมก็ไปอ่านบทของคนอื่นด้วยเพราะอยากรู้ว่าบทของคนอื่นเป็นไงบ้าง(หัวเราะ)

สำหรับภาพยนตร์ฮักนะ’สารคาม รับบทเป็นใคร คาแรคเตอร์เป็นอย่างไร
รับบทเป็น แก่น ชื่อเต็มๆ ว่า ขอนแก่นครับ (หัวเราะ) เอาชื่อจังหวัดมาตั้งฟังดูน่ารักดีนะ เคยเรียนหนังสือมาก่อนแล้วไปแอบชอบผู้หญิงคนหนึ่ง ก็จะคอยดูแลปกป้องผู้หญิงที่ตัวเองชอบ จนวันหนึ่งได้ยินเพื่อนในคุยกันว่าจะไปถ่ายคลิปใต้กระโปรงของมุก (เกรท-สุมลนาถ) ผู้หญิงคนที่แก่นแอบชอบ เลยเกิดการชกต่อยกันและโดนไล่ออกจากโรงเรียน แต่ไม่อยากให้ที่บ้านต้องลำบากแก่นเลยหางานทำหลายๆ อย่าง ไปเป็นนักดนตรี ร้องเพลงกลางคืน แล้วกลางวันก็ขี่มอเตอร์ไซค์วิน จนเมื่อมุกเกิดมีปัญหากับแฟน แก่นก็เลยเข้าไปดูแลเทคแคร์ เพื่อให้ผู้หญิงที่ตัวเองชอบมีความสุขครับ

เรื่องราวของฮักนะ’สารคาม เป็นอย่างไร
เป็นเรื่องความรักวัยเรียนในช่วงมัธยมตอนปลายครับ รักสามเศร้าเมื่อผู้ชาย 2 คนชอบผู้หญิงคนเดียวกันคือ มุก ซึ่งจริงๆ แล้วมุกเป็นแฟนกับภูมิ แล้วแก่นเนี่ยก็แอบชอบมุกมานานแล้ว แต่ไม่กล้าที่จะบอก เลยได้แต่แอบมอง และตอนที่มุกทะเลาะกับแฟน แก่นเลยอาสาเข้าไปช่วยรักษาแผลใจ นอกจากนี้ก็ยังเป็นความรักวัยรุ่นช่วงมหาวิทยาลัย รุ่นพี่ รุ่นน้อง แอบรักแอบชอบ โดยมีพี่ตุ๊กกี้ ที่จะมาสร้างเสียงฮา เพราะในเรื่องนี้พี่ตุ๊กกี้จะต้องพบเจอกับตัวละครในเรื่องทุกคนเลยครับ และเชื่อโยงให้ทุกคนได้มาพบกัน

ร่วมงานกับพี่ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ ครั้งแรก เกร็ง หรือตื่นเต้นอย่างไรบ้าง
รู้สึกตื่นเต้นครับ แต่ตอนเจอกันครั้งแรกผมถือกระดาษมาขอลายเซ็นต์ก่อนเลย และก็ขอถ่ายภาพคู่กับพี่เขาดีใจได้กินมะม่วงชิ้นเดียวกับพี่ตุ๊กกี้ด้วย (หัวเราะ) พี่เขาเป็นคนตลกดีและมีความเป็นกันเองมากครับ ในเรื่องนี้ผมไม่ได้มีบทเข้ากับพี่ตุ๊กกี้เลยนะ แต่จะคุยกันในกองถ่ายแล้วพี่ตุ๊กกี้เขาแนะนำผมอย่างหนึ่งครับ เขาแนะนำว่า อย่าดื้อมาก (หัวเราะ) ผมโดนพี่ตุ๊กกี้บ่นบ่อยเลย โดนบ่อยที่สุดบ่อยมากเพราะผมไปกวนพี่เขาเองล่ะครับ

แสดงว่า อ้วน เป็นตัวป่วนประจำกองถ่ายเลยล่ะสิ
(หัวเราะ) ก็นิดหน่อยครับ

ในกองถ่ายอ้วนสนิทกับใครมากที่สุด
คือส่วนใหญ่แล้วผมจะไปไหนมาไหนกับพี่เต้ (ประภัทรพงศ์ ประสิทธิพงศ์) บ่อย สนิทที่สุดแล้วครับ นอนห้องเดียวกัน ไปเล่นเกมด้วยกันไปไหนมาไหนด้วยกันไปกินข้าวด้วยกันจะอยู่กับพี่เต้ตลอด เหมือนเป็นพี่เหมือนน้องกันเลยครับ

ฉากที่ยากสำหรับอ้วนคือฉากไหน
ฉากร้องเพลงและต้องทำหน้าเศร้าใจ เพราะว่าโทรหา มุก แล้วเขาไม่รับสาย ก็เลยต้องทำหน้าเศร้าพร้อมกับร้องเพลง พวกพี่ๆ ก็จะบอกว่าอ้วนทำหน้าเศร้าๆ หน่อยสิ ฉากนั้นผมต้องร้องเพลง สุดใจ ของพี่ปู พงษ์สิทธิ์ เป็นฉากที่ใช้เวลานานมาก หลายเทคมาก ผมเป็นนักดนตรีแต่ไม่ถนัดร้องเพลงเลยครับ

จำได้ไหมว่าทั้งหมดประมาณกี่เทคถึงจะผ่านฉากนี้
มีเกิน 10 เทค แต่น่าจะสิบต้นๆ นะครับ และก็ยังเป็นครั้งแรกที่เข้าฉาก เป็นฉากในทุ่งนาแล้วผมจะต้องหันหน้าดูทุ่งนา แต่ผมหันเป็นหุ่นยนต์เลยครับ หันหน้าปุ๊ปสั่งคัทหลายรอบมาก จนพี่กอล์ฟผู้กำกับตั้งฉายาให้พระเอก 3 คนว่าเป็นพระเอกสายแข็ง 3 พี่น้อง คือเล่นได้แข็งมากครับ (หัวเราะ)

3 พี่น้องที่บอกนี่มีใครบ้าง
ก็มีผม พี่เต้ พี่ธันวา ครับ (หัวเราะ)

ทั้งร้องเพลงและเล่นกีต้าร์ด้วยยากไหม
ผมเล่นกีต้าร์เป็นอยู่แล้วครับ แต่ก็นานๆ เล่นทีไม่ได้เก่งอะไรมาก แต่ร้องเพลงมันยากมากครับ เพราะผมสำเนียงอีสานเวลาร้องมันจะไม่ค่อยชัดอย่างท่อนที่ต้องร้องว่า ใช่รักไม่รัก ผมก็จะร้องว่า ใช่รั้งไม่รั้ง พวกพี่ๆ ในกองถ่ายก็หัวเราะผมและแซวผมกันใหญ่เลย จนทุกวันนี้ก็ยังแซวอยู่เลยครับ

ฉากกุ๊กกิ๊กมีบ้างไหมแล้วเป็นอย่างไรบ้าง
มีครับ แต่ตอนถ่ายมันจะไม่กุ๊กกิ๊กครับ เพราะผมชอบแกล้งพี่เกรท อย่างฉากซ้อนมอเตอร์ไซค์ความรู้สึกของแก่นจะต้องแบบว่ารู้สึกดีที่ผู้หญิงที่ตัวเองชอบนั่งซ้อนท้ายใช่ไหมครับ แต่ผมเนี่ยก็จะเร่งเครื่องบื้นๆ พี่เกรทก็เด้งหน้าเด้งหลัง (หัวเราะชอบใจ)

แล้วพี่เกรทเขาว่าอะไรอ้วนไหม
เขาก็ว่าสิครับ (หัวเราะ) แล้วก็ตามด้วยพี่กอล์ฟผู้กำกับว่า อ้วนนี่แกทำอะไรของแกเนี่ย (ทำเสียงเลียนแบบผู้กำกับ)

การทำงานกับพี่กอล์ฟ ผู้กำกับ เป็นอย่างไรบ้าง
พี่กอล์ฟสอนผมเยอะมากครับ ทั้งการแสดง คำพูดคำจา รวมถึงเรื่องมารยาท พี่กอล์ฟจะเป็นห่วงเป็นใยทุกคนในกองถ่ายเลยครับ ผมยกให้พี่กอล์ฟเป็นแม่อีกคนเลยครับ ถึงผมจะโดนเขาว่าบ่อยแต่ผมรู้ครับว่าพี่เขามีเหตุผลและสอนผมแบบมีเหตุผลตลอดเลยครับ

คิดว่าเสน่ห์ของภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ตรงไหน
ถ้าในแง่ความรัก ผมว่าหนังเรื่องนี้มีทั้งเศร้า สมหวัง ผิดหวัง แต่ว่าให้แง่คิดที่ดี ไม่ใช่ว่าผิดหวังเศร้าแล้วต้องผูกคอตายไม่ใช่แน่นอนครับ และเรื่องการพูดภาษาอีสาน ปัจจุบันพ่อแม่มักไม่ค่อยสอนให้ลูกพูดภาษาอีสานกันเท่าไหร่แล้วส่วนตัวแล้วผมว่ามันเป็นวัมนธรรมที่เราควรจะรักษาและช่วยกันอนุรักษ์ไว้ ก่อนที่จะไม่มีคนพูดอีสานกันแล้วในประเทศไทยครับ

ฝากผลงาน
ไม่ว่าจะเป็นคนภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง หรือภาคอีสานก็สามารถติดตามภาพยนตร์เรื่อง ฮักนะสารคาม ได้ครับ เรามีซับไตเติ้ลให้ทุกคนเข้าใจอย่างแน่นอน และนอกจากนักแสดงคุณภาพอย่างพี่ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ ก็ยังมีนักแสดงหน้าใหม่อีกด้วยครับ เรื่องนี้ยังเป็นผลงานเรื่องแรกของผมด้วยนะ ฝากเป็นกำลังใจและติดตามชมกันให้ได้นะครับ 10 มีนาคมนี้ทั่วประเทศ


Profile:

ชื่อ-สกุล นายวิภู งามเนตร

ชื่อเล่น อ้วน
อายุ 16 ปี

น้ำหนัก 68 กก.
ส่วนสูง 177 ซม.
การศึกษา โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช
ความสามารถพิเศษ เป็นนักกีฬา เป็นนักดนตรี นักปิงปอง ดนตรีเครื่องสาย เครื่องเป่าทองเหลือง
สีโปรด ขาว ดำ
กีฬาที่ชอบ ปิงปอง
งานอดิเรกยามว่าง ออกกำลังกาย
อาหารจานโปรด ข้าวผัดไข่ดาว
ผลไม้ที่ชอบ ฝรั่ง
สไตล์การแต่งตัว เซอร์ๆ (เสื้อขาด) street
เครื่องประดับที่ชอบใส่ สร้อยคอ
สัตว์เลี้ยงตัวโปรด นกฮูก
สถานที่ท่องเที่ยว ตลาดสด
ดาราที่ชื่นชอบ หมอแหนม ณเดช คูกิมิยะ
นักร้องที่ชื่นชอบ oliver
หนังที่ชอบ never back down
คติประจำใจ ท้อได้แต่ห้ามถอย
ผลงานล่าสุด ภาพยนตร์ “ฮักนะ’ สารคาม” รับบทเป็น “อ้วน”
 

“เกรท-อ้วน” ลงตัวบทเด็ก “อิส”
เล่นหนัง “ฮัก” โปรยเสน่ห์สำเนียงอีสาน

Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 11 มีนาคม 2554

กว่าหลายพันคนทั่วทั้งภาคอีสานที่ผู้กำกับ “กอล์ฟ-ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์” ลงทุนไปแคสติ้งเพื่อหานักแสดงหน้าใหม่ที่มี DNA อีสานเข้มข้น และสำเนียงอีสานชัดเป๊ะ เข้าร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่อง “ฮักนะ’สารคาม” จนในที่สุดก็ลงตัวที่พระเอกนางเอกรุ่นเล็กอย่าง น้องเกรท-สุมลนาถ คำหว่าน สาวน้อยวัยใสจากจ.ชัยภูมิ มารับบทเป็น “มุก” และ น้องอ้วน-วิภู งามเนตร หนุ่มหน้าคมผิวเข้มจ.อุบลราชธานีมารับบทเป็น “แก่น” ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวมิตรภาพ ความฝัน ความรัก พร้อมด้วยเสียงหัวเราะ และรอยยิ้มที่เกิดขึ้น ณ มหาสารคาม ในช่วงวัยรุ่นวัยเรียนระดับมัธยมปลาย ตามสไตล์เด็ก “อิส” ที่อยากจะบอก “ฮัก” สำเนียงอีสาน โดยทั้งคู่เล่าถึงบทบาทและคาแร็คเตอร์ที่ได้รับ รวมถึงการเข้าฉากครั้งแรกจนตัวเกร็งกับผลงานแสดงภาพยนตร์ครั้งแรกในชีวิตว่า

เกรท: “รับบทเป็น มุก นักเรียนชั้นม.6 มีความตั้งใจที่จะไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพกับแฟนของตัวเองก็คือ ภูมิ (ประภัทรพงศ์ ประสิทธิพงศ์) เพราะภูมิจะไปเรียนต่อหมอ ส่วนมุกก็อยากไปเรียนต่อด้านพยาบาล แล้วมุกก็ต้องเลือกระหว่างความจริงกับความฝัน จนสุดท้ายก็ค้นพบตัวเองว่าจะต้องเลือกสิ่งไหนและทำอย่างไรต่อไปค่ะ ก็ทั้งตื่นเต้นและดีใจที่ถูกคัดเลือกมาแสดงภาพยนตร์เป็นเรื่องแรกเลยค่ะ เกรทเคยแสดงละครเวทีมาบ้าง แต่วันแรกที่เข้ากองถ่ายเทคเยอะมากค่ะกว่าจะผ่าน เพราะแสดงได้แข็งมาก (หัวเราะ) ฉากวันแรกที่ถ่ายเป็นฉากกลางทุ่งนาแดดแรงมาก เข้าฉากคู่กับอ้วน (วิภู งามเนตร) เป็นฉากที่มุกเดินตกคันนาแล้วแก่นเข้ามาช่วย ถอดเสื้อมาเช็ดโคลนที่ขาของมุก ด้วยความที่เราใหม่กันทั้งคู่กว่าจะผ่านได้ทำเอาตัวดำกันเลยค่ะ(หัวเราะ) คืออย่างตอนแสดงละครเวทีจะต้องแสดงออกมาเว่อรๆ แต่ว่านี่เป็นการแสดงทางภาพยนตร์ไม่ต้องใส่ออกมาทั้งหมด ยากนะแต่ว่าสนุกดีค่ะ”

อ้วน: “รับบทเป็น แก่น ชื่อเต็มๆ ว่า ขอนแก่นครับ (หัวเราะ) เอาชื่อจังหวัดมาตั้งฟังดูน่ารักดีนะ เคยเรียนหนังสือมาก่อนแล้วไปแอบชอบผู้หญิงคนหนึ่งก็คือ มุก (เกรท-สุมลนาถ) แต่มุกเค้ามีแฟนแล้ว จนวันนึง มุกเกิดมีปัญหากับแฟน แก่นก็เลยเข้าไปดูแลเทคแคร์ เพื่อให้ผู้หญิงที่ตัวเองชอบมีความสุขครับ ดีใจและก็ยังงงๆว่านี่ผมผ่านการคัดเลือกด้วยหรอ (หัวเราะ) สำหรับฉากยากของผมจะเป็นฉากร้องเพลงและต้องทำหน้าเศร้าใจ เพราะว่าโทรหา มุก แล้วเขาไม่รับสาย ก็เลยต้องทำหน้าเศร้าพร้อมกับร้องเพลง พวกพี่ๆ ก็จะบอกว่าอ้วนทำหน้าเศร้าๆ หน่อยสิ ฉากนั้นผมต้องร้องเพลง สุดใจ ของพี่ปู พงษ์สิทธิ์ เป็นฉากที่ใช้เวลานานมาก หลายเทคมากเป็นสิบเทคเลยครับ และอีกหนึ่งฉากที่เทคเยอะมากคือฉากแรกที่ต้องเจอกับพี่เกรท เป็นฉากในทุ่งนาแล้วผมจะต้องหันหน้าดูทุ่งนา แต่ผมหันเป็นหุ่นยนต์เลยครับ หันหน้าปุ๊ปสั่งคัทหลายรอบมาก จนพี่กอล์ฟผู้กำกับตั้งฉายาให้พระเอกสายแข็ง คือเล่นได้แข็งมากครับ (หัวเราะ)”

ติดตามชมเสน่ห์ความน่ารักที่รวมดาราวัยรุ่น และความสนุกที่ชวนอารมณ์ดี ของภาพยนตร์เรื่อง “ฮักนะ’สารคาม” หนังฮักโรแมนติกคอมิดี้ กับประโยคบอก “ฮัก” ที่ต้องพึ่งพาซับไตเติ้ลในการอินเลิฟ วันนี้ ทั่วประเทศไทย

 
บทสัมภาษณ์ “เต้-ประภัทรพงศ์ ประสิทธิพงศ์”
ทุ่มสุดตัวกับภาพยนตร์เรื่องแรก “ฮักนะ’สารคาม”

Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 11 มีนาคม 2554

เป็นน้องใหม่ประดับวงการบันเทิงไทยแนะนำตัวทำความรู้จักกันหน่อย
สวัสดีครับ ประภัทรพงศ์ ประสิทธิพงศ์ ชื่อเล่น เต้ รับบทเป็น ภูมิ ในภาพยนตร์เรื่อง ฮักนะ’สารคามครับ

เคยมีผลงานมาก่อนหน้านี้บ้างไหม
เคยแสดง MV เพลงไม่เหงาไม่เข้าใจ ครับ

แล้วเข้ามาร่วมแสดงภาพยนตร์ ฮักนะ’สารคาม ได้อย่างไร
ผมเข้ามาแคสที่บาแรมยูครับ ตอนนั้นที่แคสจะมีอยู่ 2 บท คือบทนักเรียนมัธยมปลาย กับบทเด็กมหาวิทยาลัยแต่เป็นเกย์ ซึ่งตอนนั้นก็มีพี่อาร์ (ณัฏฐ์ณธกฤศ์ อินทรสูต) มาแคสบทนี้ด้วยเช่นกัน ก็ปรากฏว่าผมได้รับบทเป็น ภูมิ นักเรียนมัธยมปลาย ส่วนพี่อาร์ก็รับบท ยุทธ เกย์หนุ่มรั้วมหาวิทยาลัย คงเพราะว่าผมหน้าตาเรียบร้อยกว่า (หัวเราะ) ก็รู้สึกดีใจมากนะครับเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกของผมเลย

บทบาท “ภูมิ” นักเรียนมัธยมปลาย มีคาแร็คเตอร์เป็นอย่างไรบ้าง
ภูมิ เป็นเด็กเรียนและกำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย มีความมุ่งมั่นที่จะเรียนคณะแพทย์ศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ และก็มีแฟนชื่อ มุก จึงอยากให้แฟนไปเรียนต่อด้วยกัน และภูมิเนี่ยเป็นคนมหาสารคามแต่ว่าพูดภาษาอีสานไม่ได้เลย พ่อแม่ไม่ยอมสอนเพราะกลัวคนอื่นจะมองว่าเป็นเด็กต่างจังหวัด ก็โดนตามใจมาตั้งแต่เด็ก จนเมื่อมารู้ว่ามุกไปเรียนต่อด้วยกันกับภูมิไม่ได้ ก็โกรธและเหวี่ยงโดยไม่ยอมฟังเหตุผลใดๆ ก็เริ่มมีปัญหาความรักขึ้นมาครับ

ฮักนะ’สารคาม เป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับเรื่องอะไร
เป็นภาพยนตร์รักโรแมนติกคอมิดี้ครับ ชีวิตวัยรุ่นวัยเรียนที่เกิดขึ้นในจังหวัดมหาสารคาม ความรักวัยมัธยม ความรักมหาวิทยาลัย ที่มีทั้งรักแบบเพื่อน รักแบบพี่น้อง รักแบบคนรักกัน ก็จะมีทั้งสมหวังบ้าง ผิดหวังบ้าง เฮฮาสนุกสนานกันไป แต่ว่าฮักนะ’สารคามจะเป็นหนังรักสำเนียงอีสานน่ารักๆ ครับ

ฉากไหนที่คิดว่ายากสุดแล้วสำหรับน้องเต้
ฉากสวีทกับแฟนครับ...ฉากนี้ผมต้องกินถั่วฝักยาว ยากเพราะว่าผมเป็นคนไม่กินผักเลยครับ นี่เป็นครั้งแรกของการแสดงและครั้งแรกที่ผมต้องกินผัก แล้วกว่าจะผ่านฉากนี้ได้ก็ประมาณ 5 เทคขึ้น คิดดูแล้วกันว่าผมต้องกินถั่วฝักยาวเยอะมากแค่ไหน จนตอนนี้ผมกินถั่วฝักยาวเป็นแล้วนะครับ (หัวเราะ) อ่อ!แล้วก็มีฉากอารมณ์อกหักครับ ฉากนั้นต้องทำอารมณ์ว่าเราเศร้าเสียใจนะที่เห็นแฟนของเราอยู่กับผู้ชายคนอื่น ต้องบิ้วอารมณ์อย่างมาก เสียใจ เศร้า เดินเข้าห้องน้ำเพื่อเปิดฝักบัวแต่น้ำไม่ไหล เหลือบไปเห็นถังน้ำใกล้ๆ และมีขันน้ำวางไว้ ด้วยความที่ผมกลัวเปียกเกินไปหน่อย จึงต้องบิ้วตัวเองว่าเทคเดียวให้ผ่านนะไม่งั้นต้องราดอีกหลายเทคเลย ใส่อารมณืเต็มที่หน้าตาต้องไปหมด ตั้งใจเศร้ามากครับฉากนั้นเพราะกลัวเปียกน้ำ

แสดงภาพยนตร์ครั้งแรกและยังได้ร่วมงานกับตลกสาวซุป’ตาร์ “พี่ตุ๊กกี้” รู้สึกอย่างไรบ้าง
โอ้ย..ทั้งตื่นเต้น ทั้งดีใจมากครับ แต่ตอนเข้าฉากผมจะเกร็งมากเลย แล้วผมก็ลืมบท (หัวเราะ) แต่พี่ตุ๊กกี้จะเก่งมากท่องบทมาเป๊ะเลย และยังคิดคำพูดตลกๆ ขึ้นมาเองอีกก็ทำเอาผมหลุดขำบ้าง หรือบางทีผมไม่ได้เข้าฉากด้วยแต่ก็นั่งดูอยู่ตรงจอมอนิเตอร์ ดูพี่ตุ๊กกี้แสดง ก็กลั้นหัวเราะแทบตายเลยครับทั้งผมทั้งพี่กอล์ฟผู้กำกับ

แล้วพี่กอล์ฟ ผู้กำกับล่ะได้ร่วมงานกันครั้งแรกรู้สึกอย่างไรบ้าง
พี่กอล์ฟใจดี สอนแอ็คติ้งการแสดงต่างๆ ให้ผมด้วย สอนน้องอ้วน (วิภู งามเนตร) ว่าบทแบบนี้ต้องเล่นอารมณ์แบบนี้นะต้องทำท่าอย่างนี้นะ และพี่กอล์ฟก็ตั้งฉายาให้กับพวกผมว่า นักแสดงสายแข็ง (หัวเราะ) จะมีผม น้องอ้วน และพี่ธันวา 3 หนุ่มสายแข็ง ก็คือแสดงแข็งกันมากต้องให้พี่กอล์ฟเทรนด์ครับ อย่างผมเนี่ยปกติไม่ได้เป็นเด็กเรียบร้อยเลย แต่ว่าต้องมารับบทเด็กเรียนใส่แว่นทำตัวเรียบร้อย ก็เอาแล้วไงทำไงดีล่ะเล่นไม่ออกเลยครับจึงเป็นที่มาของสายแข็งครับ (หัวเราะ)

ในกองถ่ายเต้สนิทกับใครมากที่สุด
น้องอ้วนครับ น้องเขาเป็นคนตลกฮาๆ และก็พูดมาก พูดเก่งไม่หยุดเลย ตอนถ่ายเรื่องนี้เราจะต้องไปอยู่ที่มหาสารคามกันเกือบเดือน ก็อยู่เป็นรูมเมทห้องเดียวกันด้วย นอกจากอ้วนก็ยังมีพี่อาร์ พวกเราจะเป็นแก็งค์เดียวกัน คือแก็งค์เด็กติดเกมส์ หากไม่มีคิวถ่ายเนี่ยพวกเราจะไปร้านเกมส์กันล่ะตอนที่คนอื่นเขาถ่ายกันอยู่

เรื่องนี้นักแสดงเกือบทั้งเรื่องเป็นคนอีสานกันหมดเลย แต่เต้ เป็นหนุ่มเมืองจันทบุรี แล้วแบบนี้คุยกันรู้เรื่องหรอ
ด้วยความที่พวกเราคลุกคลีอยุ่ด้วยกันเกือบเดือนนี่ล่ะครับ ผมก็พอเริ่มรู้เริ่มฟังเข้าใจบ้าง บางทีก็แกล้งพูดอีสานกับอ้วนบ้าง แต่อ้วนจะบอกว่าพูดอะไรพูดผิดนะเนี่ย ก็ฮาๆ ไปครับ

ฮักนะ’สารคาม สะท้อนให้แง่คิดอะไรกับคนดูบ้าง
อันดับแรกฮากก่อนนะครับ เพราะว่ามีพี่ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ ซึ่งเป็นตัวเชื่อมความรักของ 2 วัย และที่สะท้อนให้เห็นคือเรื่องศิลปวัฒนธรรมของชาวอีสานที่จะได้เห็นกันในเรื่องนี้อย่างแน่นอนครับ

ฝากผลงานภาพยนตร์
ขอฝากผลงานภาพยนตร์เร่องแรกของผมด้วยนะครับ ผมตั้งใจแสดงอย่างเต็มที่เลย รวมถึงนักแสดงคนอื่นๆ ทีมงาน ผู้กำกับทุกคนเต็มที่กับภาพยนตร์ ฮักนะ’สารคาม มากครับ นอกจากเรื่องราวความรักวัยรุ่นแล้ว ยังจะได้ชมความงามทิวทัศน์ของภาคอีสานอีกด้วยนะครับ 10 มีนาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์


Profile:

ชื่อ-สกุล ประภัทรพงศ์ ประสิทธิพงศ์
ชื่อเล่น เต้
อายุ 18 ปี
น้ำหนัก 73 กก.
ส่วนสูง 186 ซม.
การศึกษา มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
ความสามารถพิเศษ ร้องเพลง เล่นกีฬา เกือบทุกอย่าง
สีโปรด แดง ดำ
กีฬาที่ชอบ บาสเก็ตบอล
งานอดิเรกยามว่าง เล่นเกมส์
อาหารจานโปรด ข้าวหมูทอดกระเทียมไข่ดาว
ผลไม้ที่ชอบ แอ๊ปเปิ้ล มะม่วงแก้มแดง
สไตล์การแต่งตัว เซอร์ๆ ติสๆ
เครื่องประดับที่ชอบใส่ ต่างหู แว่นตา
สัตว์เลี้ยงตัวโปรด กูเกิ้ล (สุนัข)
สถานที่ท่องเที่ยว บางแสน ชลบุรี
ดาราที่ชื่นชอบ เป้ slur
นักร้องที่ชื่นชอบ เป้ slur mild
คติประจำใจ ใช้เวลาทุกวันให้มีค่าและทำสิ่งที่เราชอบ
ผลงานที่ผ่านมา MV เพลงไม่เหงาไม่เข้าใจ
ผลงานล่าสุด ภาพยนตร์ “ฮักนะ’สารคาม” รับบทเป็น “ภูมิ”

 
“มิลค์-ภาวิณี” รับบทสาวห้าวโชว์เตะต่อย
แอบหวานด้วยสำเนียงสาวขอนแก่นสุดอ้อน

Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 16 มีนาคม 2554

สาวสวยหน้าหวานอย่าง “มิลค์-ภาวิณี วิริยะชัยกิจ” ออกมาประกาศความเป็นสาวขอนแก่น ด้วยการโชว์สำเนียงอีสานในภาพยนตร์เรื่อง “ฮักนะ’สารคาม” แถมเรื่องนี้มิลค์ต้องรับบทเป็นสาวนักกีฬาเทควันโด้ ทั้งหาว ทั้งดุ ที่ถนัดเตะต่อย ซึ่งต่างจากบทสาวหวานจากเรื่องอื่นๆ ที่เคยแสดงมา และถึงจะรับบทสาวห้าวแต่เชื่อว่าหนุ่มๆหลายคนจะต้องใจละลายกับสำเนียงอีสานน่ารักสุดอ้อนของมิลค์ในครั้งนี้

“ในเรื่องนี้ มิลค์รับบทเป็น เกษ เป็นนักกีฬาเทควันโด้ตัวแทนของมหา’ลัยไปแข่งกีฬาระดับประเทศ จะเป็นผู้หญิงที่มีความมุ่งมั่น ทุ่มเทในสิ่งที่ตัวเองทำสุดๆ เป็นครั้งแรกที่ได้ใส่ชุดเทควันโด้ และต้องบอกว่ามิลค์เล่นไม่เป็นเลยจริงๆ เทควันโดเนี่ย (หัวเราะ) ตอนถ่ายก็จะเป็นสนามแข่งเทควันโดจริง แล้วมีอาจารย์ทางมหาวิทยาลัยมาช่วยสอนเบสิกเบื้องต้นให้ว่าต้องเตะอย่างนี้นะ ต้องก้าวขาอย่างนี้นะ และก็มีพี่ผู้ช่วยผู้กำกับเขาเคยเรียนเทควันโด ระดับสายดำ พี่เขาก็ช่วยสอนด้วยเช่นกันค่ะพอเริ่มถ่ายเตะไปประมาณ 15 นาที ขาก็จะเป็นตะคิวแล้ว (หัวเราะ) และก็เตะโดนคนที่แสดงคู่กันแต่เตะโดนตรงที่ไม่มีเกราะป้องกันตลอดเลย ถ่ายเสร็จก็ต้องเข้าไปขอโทษเขา เราไม่ได้ตั้งใจนะแต่เราเตะไม่เป็นจริงๆ พี่กอล์ฟก็อยากให้ออกมาดูสมจริงดูเหมือนว่าเราเป็นนักกีฬาจริงๆ ก็หลายเทคหน่อย เตะกันเหงื่อแตกและก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีค่ะ ฝากติดตามผลงานภาพยนตร์เรื่องใหม่ของมิลค์ด้วยนะคะ เรื่องนี้มิลค์ได้พูดอีสานภาษาบ้านเกิดของตัวเองด้วยนะคะ”

“ฮักนะ’สารคาม” ภาพยนตร์ฮัก สุดติ่งริงมายเบลล์ ชวนกันมาม่วนคัก...ม่วนหลาย...ม่วนจาก’สารคาม ยันทั่วประเทศแล้ววันนี้









 

 
 
 

รูปภาพ

   
   

ดูภาพทั้งหมด