หน้าหลัก  l   ข่าวภาพยนตร์ - สกู๊ปพิเศษ  l  ข้อมูลภาพยนตร์   l  อันดับภาพยนตร์   l  โฮมเอ็นเตอร์เทนเมนท์

 
 
 
The Twilight saga: Breaking Dawn Part 1 (2011)

 

ข้อมูล - เรื่องย่อ 

l

เกี่ยวกับภาพยนตร์

l

รูปภาพ-โปสเตอร์

l

ดาวน์โหลด

l

แสดงความคิดเห็น

   เกี่ยวกับภาพยนต์
  ข้อมูลงานสร้าง "The Twilight saga: Breaking Dawn Part 1"
 














 

-----------------------------จุดเริ่มต้นของบทสุดท้ายแห่งปรากฏการณ์----------------------------
แวมไพร์ ทไวไลท์ ที่นำแสดงโดย คริสเต็น สจ๊วต, โรเบิร์ต แพททินสัน และ เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์ เล่าเรื่องของ เบลล่า วัยรุ่นสาววัย 17 ที่ย้ายมาอยู่กับพ่อของเธอในเมืองฟอร์คส เธอกลายเป็นจุดสนใจของ เอ็ดเวิร์ด เพื่อนร่วมชั้นเรียนลึกลับที่พยายามไม่เข้าใกล้เธอ แต่ทั้งสองก็ไม่สามารถหักห้ามความรู้สึกได้ จนกระทั่งเขาได้บอกความจริงกับเธอว่าตัวเองและครอบครัวเป็นแวมไพร์ และทำให้เรื่องยุ่งยากไปกว่านั้น เมื่อเพื่อนสนิทของ เบลล่า อย่าง เจคอบ ก็เป็นหมาป่า ที่ถือเป็นศัตรูคู่อาฆาตของแวมไพร์
ภาพยนตร์ภาคแรก Twilight เข้าฉายในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2008 ซึ่งก็กลายเป็นหนังบล็อคบัสเตอร์ที่หลายคนคาดไม่ถึง ทำให้ผู้สร้างไฟเขียวสร้างภาคต่อออกมาอย่าง The Twilight Saga: New Moon เข้าฉายวันที่ 20 พฤศจิกายน 2009 และภาคสาม The Twilight Saga: Eclipse เข้าฉายวันที่ 30 มิถุนายน 2010 โดยทั้งสามภาคทำรายได้รวมไปกว่า 1.8 พันล้านเหรียญทั่วโลก
ในหนังสือ The Twilight Saga: Breaking Dawn – Part 1 ติดตามการเดินทางของตัวละครหลักทั้งสามคนสู่การเป็นผู้ใหญ่ ทุกอย่างเริ่มต้นในวันสุดท้ายก่อนงานแต่งงานระหว่าง เบลล่า และ เอ็ดเวิร์ด โดยผู้อำนวยการสร้าง วิค ก็อดฟรีย์ เล่าถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในภาคนี้ว่า "ตอนสุดท้ายของ Eclipse พวกเราปล่อยให้ เบลล่า และ เอ็ดเวิร์ด อยู่ในทุ่งหญ้าพูดถึงการแต่งงาน เราจึงเริ่มต้นภาคนี้ด้วยฉากที่ทุกคนได้รับการ์ดเชิญ ซึ่งนำไปสู่พิธีแต่งงานที่ทั้งโลกรอคอย ก่อนที่เราจะมุ่งหน้าไปบราซิลเพื่อถ่ายฉากฮันนีมูน แต่จากนั้นปัญหาก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อการตั้งท้องของ เบลล่า เปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง"
เรื่องราวในภาคนี้ได้ลงไปสำรวจประเด็นที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ทั้งเรื่องของการแต่งงาน การเป็นครอบครัว และการทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคนที่คุณรัก สเตฟานี่ เมเยอร์ ผู้แต่งวรรณกรรมอธิบายว่า "ฉันชอบเรื่องราวที่ตัวละครมีพื้นที่ในการเติบโต ฉันไม่อยากให้พวกเขาเป็นเหมือนเดิมตลอดเวลา ทุกอย่างต้องมีพัฒนาการ ฉันอยากพาเรื่องราวของ Twilight ไปจากรุ่นสู่รุ่น จากวัยรุ่นก้าวเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบ"
เมเยอร์ ถือเป็นคนสำคัญที่ทีมงาน Twilight ขาดไม่ได้ โดยสามภาคที่ผ่านมาเธอก็มักจะอยู่ในกองถ่าย ก็อดฟรีย์ เล่าว่า "เมื่อใดก็ตามที่เรามีคำถามเกี่ยวกับโลกของ Twilight ไม่ว่าเธอจะอยู่ตรงนั้นหรือไม่ เราก็จะติดต่อหาเธอ เธอได้ดูสิ่งที่เราถ่ายทำทั้งหมด สเตฟานี่ เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับนักแสดง ที่บางทีอาจมีคำถามเกี่ยวกับแรงจูงใจ และอีกอย่างก็คือเธอเข้าใจในกระบวนการหนังมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก็ทำให้พวกเราทำงานด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดในภาคนี้"
ด้วยความที่หนังสือ Breaking Dawn ที่ถูกแบ่งออกเป็นมุมมองของ เบลล่า และ เจคอบ มีความยาวถึง 754 หน้า ทำให้ทีมสร้างไม่มีทางเลือกนอกจากต้องแบ่งหนังออกเป็นสองภาค เพื่อที่จะได้เก็บรายละเอียดได้อย่างครบถ้วน เมลิสซ่า โรเซนเบิร์ก ผู้เขียนบทจากทั้งสามภาค อธิบายว่าถึงการแบ่งว่า "เมื่อฉันได้อ่านหนังสือ ช่วงเวลาที่ดวงตาของ เบลล่า เปลี่ยนเป็นสีแดงทำให้ฉันรู้สึกเลยว่า นี่แหละคือจุดที่พวกเราจะแบ่งเรื่องราวออกเป็นสองภาค นั้นคือชีวิตของ เบลล่า ในฐานะมนุษย์ และชีวิตของเธอในฐานะแวมไพร์ มันคือโลกที่แตกต่างกันสำหรับเธอ"
โรเซนเบิร์ก เล่าต่อว่า "The Twilight Saga: Breaking Dawn – Part 1 ให้ความสำคัญตรง เบลล่า ในการสร้างครอบครัว และใน Part 2 ก็เป็นเรื่องของการปกป้องสิ่งนั้น Part 1 เกี่ยวกับการออกจากบ้าน การเติบโตเป็นผู้ใหญ่ การเป็นภรรยา การเป็นแม่ และการยืนหยัดด้วยตัวเอง Part 1 จะจบลงในช่วงเวลาที่ เบลล่า ตื่นขึ้นมาเป็นแวมไพร์ Part 2 จะเป็นผลกระทบจากการตัดสินใจของเธอ"
เป็นธรรมเนียมของ Twiligt Saga เมื่อแต่ละภาคก็จะมีผู้กำกับใหม่เข้ามาใส่ลายเซ็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น แคทธาลีน ฮาร์ดวิค จาก Twilight, คริว ไวซ์ จาก New Moon และ เดวิด สเลด จาก Eclipse โดยใน Breaking Dawn ก็ได้ผู้กำกับมือรางวัลออสการ์ บิล คอนดอน เข้ามารับหน้าที่ในสองภาคสุดท้าย
ก็อดฟรีย์ พูดถึงการเลือกผู้กำกับว่า "สำหรับ Breaking Dawn พวกเราโชคดีที่มีผู้กำกับชื่อดังมากมาย เสนอตัวเข้ามากำกับสองภาคสุดท้าย พวกเราเคยติดต่อไปหา บิล คอนดอน ให้มาทำทั้ง New Moon และ Eclipse ดังนั้นเมื่อเราเริ่มเตรียมงาน Breaking Dawn โชคดีที่เขาว่างและให้ความสนใจที่จะได้เข้ามากำกับ เขาบอกกับเราว่าตัวเอง imprint กับโลกของ Twilight แล้วจากทุกภาคที่ผ่านมา ซึ่งนั้นก็เป็นคำเปรียบเทียบที่พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาเหมาะกับหน้าที่นี้ที่สุด"
คอนดอน พูดถึงสาเหตุที่เขาต้องการเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องว่า "สิ่งที่ทำให้ผมสนใจก็คือ แต่ละภาคล้วนมีอารมณ์ที่แตกต่างกัน ผู้กำกับแต่ละคนด้นำแนวทางของตัวเองเข้ามาใส่ในหนัง ถึงแม้ว่าเรื่องราวจะติดต่อกันเป็นเรื่องยาว แต่พวกเขาก็มีอิสระในการนำความรู้สึกของตัวเองเข้ามา ผมรู้สึกตื่นเต้นที่ในภาคนี้จะแตกต่างออกไปจากทุกภาค ในขณะเดียวกัน Part 2 ก็ยังมีความแตกต่างออกไปจากภาคนี้ นี่จึงเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่สำหรับผม"
คอนดอน ได้พูดถึงความรู้สึกที่จะเกิดขึ้นในภาคนี้ว่า "ทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่การแต่งงาน การฮันนีมูน ทุกอย่างถูกสั่งสมมาจนถึงองค์สุดท้าย มันจะสร้างความรู้สึกที่น่าพอใจ เหมือนกับหนังของ วินเซนต์ มิเนลลี่ เหมือนกับหนังโรแมนติสุดคลาสสิกของฮอลลิวู้ด ที่ถูกผสมผสานเจ้ากับหนังระทึกขวัญที่น่าตื่นเต้น ไอเดียของทั้งสองสิ่งเข้ามาผสมผสานกันในตอนสุดท้าย และเปลี่ยนเป็นอะไรบางอย่างที่พิเศษ และนั้นก็เป็นเพียงแค่ครึ่งนึงของ Breaking Dawn"
ก็อดฟรีย์ ได้เสริมในสิ่งที่ผู้กำกับพูดว่า "ในภาคนี้อันตรายหลักไม่ได้มาจากเพียงแค่สิ่งที่อยู่ในท้องของ เบลล่า แต่ยังรวมถึงฝูงหมาป่าแห่งควิลยูต ที่มุ่งหน้ามาที่บ้านของคัลเลนเพื่อจัดการกับเด็ก เมื่อการกำเนิดของเด็กคนนี้จะถือเป็นการทำลายสัญญาที่ทำไว้ระหว่างแวมไพร์และหมาป่า พวกเขาต้องรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นในฟอร์คส ก่อนที่ภาคสองนั้นทุกคนก็จะต้องรับมือกับกลุ่มแวมไพร์โวลตูรี่"

ในบรรดาผู้กำกับที่เข้ามาทำ Twilight บิล คอนดอน ถือเป็นคนที่มีผลงานที่น่าประทับใจที่สุด เขาเคยได้รางวัลออสการ์มาแล้วจาก God and Monster และเคยกำกับ Dreamgirl ที่เข้าชิงออสการ์มาแล้วถึง 8 สาขา ก็อดฟรีย์ พูดถึงการทำงานของเขาว่า "ความสามารถของ บิล นั้นไม่ต้องพิสูจน์แล้ว เขาหาแนวทางที่งดงามในการถ่ายทอดตัวละครของเรา ทั้ง คริสเต็น, ร็อบ, เทย์เลอร์ และทุกคนต่างก็อยู่กับหนังเรื่องนี้มานานกว่า 3 ปีแล้ว แต่ บิล ก็ยังสามารถหาแง่มุมที่พวกเขาคิดไม่ถึงมาก่อนเข้ามาใส่ในตัวละครได้"
คริสเต็น สจ๊วต ที่รับบทเป็น เบลล่า พูดถึงผู้กำกับว่า "ขอบคุณพระเจ้าสำหรับ บิล คอนดอน เมื่อคุณต้องการใครสักคนที่เข้าใจในรายละเอียด ที่คุณไม่ต้องทำความเข้าใจแต่ปล่อยให้รู้สึกไปกับมัน การได้ทำงานกับผู้กำกับแต่ละคนเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม มันเหมือนกับคุณได้มิตรภาพเพิ่มขึ้นมา บิล ไม่เพียงแต่เป็นเพื่อนที่ยอดเยี่ยมที่สุด แต่เขาก็ยังเป็นผู้กำกับที่มีความสามารถที่สุดอีกด้วย"
โรเบิร์ต แพททินสัน ที่รับบทเป็น เอ็ดเวิร์ด คัลเลน ก็เห็นด้วยกับ สจ๊วต "บิล ยอดเยี่ยมมาก เขามีภาระหน้าที่ที่หนัก ในการเข้ามาสานต่อเรื่องราว รวมถึงตารางการถ่ายทำที่ทรหด แต่เขาก็ยังใจเย็น เป็นกันเอง และเข้าใจความรู้สึกของนักแสดง ผมคิดว่าเขาเป็นผู้กำกับที่มีพรสวรรค์ที่สุด และยังมีแรงใจกับสิ่งที่ทำอีกด้วย"
เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์ ที่รับบทเป็นหมาป่าหนุ่ม เจคอบ ได้พูดถึงตัวผู้กำกับว่า "ความสำคัญอันดับหนึ่งของ บิล ก็คือตัวละคร มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นใน Breaking Dawn และเราก็ต้องการใครสักคนที่เข้ามาถ่ายทอดมันออกมาได้ มันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย ตัวละครของพวกเราเติบโตขึ้นอย่างมาก มันเป็นประสบการณ์ที่น่าทึ่ง เพราะว่าพวกเราใช้ชีวิตร่วมกันมานานกว่า 4 ปีกับตัวละครนี้"
เมเยอร์ ได้พูดถึงความคาดหวังของแฟนๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแต่งงานแห่งศตวรรษที่จะเกิดขึ้นในภาคนี้ "ฉันหวังว่าใน Part 1 สาวกทไวไลท์จะรู้สึกว่างานแต่งงานนั้นงดงามตามที่จินตนาการไว้ ฉันหวังว่าทุกคนจะมีอารมณ์ร่วมไปกับความรักของ เบลล่า และ เอ็ดเวิร์ด และรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเป็นแขกร่วมงานแต่ง ฉันคิดว่ามันน่าจะเป็นความรู้สึกที่ดี"

--------------เบลล่า, เอ็ดเวิร์ด และ เจคอบ สถานภาพความรักที่เปลี่ยนแปลง--------------
คริสเต็น สจ๊วต, โรเบิร์ต แพททินสัน และ เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์ กลับมารับบทเป็น เบลล่า, เอ็ดเวิร์ด และ เจคอบ ที่สร้างชื่อให้กับพวกเขาอีกครั้ง โดยผู้กำกับ บิล คอนดอน ก็พบว่ามันเป็นงานที่ท้าทายในการแนกนำแนวทางให้กับทั้งสาม "แน่นอนว่าพวกเขามีความรู้เรื่องตัวละครมากกว่าผม แต่ผมก็รู้สึกดีใจที่พวกเขามีความเป็นมืออาชีพและเปิดรับสิ่งใหม่ๆเข้ามาเสมอ นี่ถือเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่พวกเราจะเข้ามารับบทนี้ ผมก็เลยอยากทำให้ทุกอย่างถูกต้อง"
คริสเต็น สจ๊วต พูดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในภาคนี้ว่า "มันเป็นช่วงเวลาที่แฟนๆ Twilight ทุกคนรอคอย นั้นคืองานแต่งงาน ฮันนีมูน และการให้กำเนิด สิ่งเหล่านี้ทำให้ฉันรู้สึกกังวล ไม่ใช่เพียงแค่การถ่ายทอดสภาพจิตใจของ เบลล่า แต่ก็ยังรวมถึงตัวฉันเองด้วย โดยเฉพาะการเตรียมงานแต่งก็ทำให้ฉันรู้สึกกระวนกระวายที่สุด มันเป็นคนเป็นเรื่องยากในการทำให้ทุกคนพอใจ แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นโอกาสเดียวที่ฉันจะได้ทำอะไรแบบนี้"
สจ๊วต พูดถึงอารมณ์ที่เกิดขึ้นในภาคนี้ว่า "ในที่สุด เบลล่า และ เอ็ดเวิร์ด ก็มีความสุขไปชั่วกาลนาน (หัวเราะ) โดยแต่ละภาคพวกเขาอาจมีความสุข แต่ก็มีบางอย่างเข้ามาทำลายทุกครั้ง ในภาคนี้พวกเราต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคที่หนักกว่าเดิม แต่มันก็เป็นครั้งแรกที่คุณจะไม่มีคำถามว่า เบลล่า และ เอ็ดเวิร์ด เหมาะที่จะอยู่ด้วยกันหรือไม่"
โรเบิร์ต แพททินสัน เล่าถึงช่วงเวลาสำคัญที่ทุกคนรอคอยใน Part 1 ว่า "ฉากงานแต่งถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดใน Twilight Saga ผมคิดว่า เอ็ดเวิร์ด ขอเธอแต่งงานไปซักห้าสิบครั้งแล้ว (หัวเราะ) ทุกสิ่งทุกอย่างถูกสั่งสมมาเพื่อช่วงเวลานี้ เอ็ดเวิร์ด รู้สึกตื่นเต้น ผมคิดว่านี่คือจุดแรกที่สร้างความเข้มแข็งให้กับความสัมพันธ์ของ เบลล่า และ เอ็ดเวิร์ด"
ฉากแต่งงานถือเป็นช่วงเวลาที่สร้างอารมณ์ประทับใจให้กับทุกคน สจ๊วต พูดถึงความรู้สึกว่า "ทุกอย่างเหมือนจริงมาก ครั้งแรกที่ฉันเดินเข้าสู่แท่นพิธี ก่อนที่ตัวเองจะสวมชุดแต่งงาน ฉันเห็นนักแสดงทุกคนนั่งอยู่ในม้านั่งร่วมพิธี ฉันแทบอยากเดินไปขอบคุณพวกเขาที่มางานแต่งของฉันเลย (หัวเราะ)"
ในขณะเดียวกัน เจคอบ ที่ต้องหัวใจสลายเมื่อผู้หญิงที่เขารักกำลังจะแต่งงาน เขาไม่ได้เข้ามาร่วมในพิธีการ แต่ตัดสินใจโผล่มาในช่วงหลัง เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์ อธิบายว่า "หลังจากที่ได้การ์ดเชิญเขาก็เข้าไปอยู่ในป่า เบลล่า ไม่รู้ว่า เจคอบ อยู่ที่ไหน จนกระทั่งเขาปรากฏตัวในช่วงเวลาหลังพิธีแต่ง เขามาขอเต้นรำและต้องการบอกลาเธอ เพราะเขาคิดว่าเธอจะเปลี่ยนเป็นแวมไพร์ในคืนนั้น แต่เมื่อเขารู้ว่าเธอไปจะฮันนีมูนในฐานะมนุษย์นั้นก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกโกรธ และเมื่อ เอ็ดเวิร์ด เข้ามาแทรกทั้งสองก็ต้องต่อสู้กันอีกครั้ง"
สเตฟานี่ เมเยอร์ ผู้แต่งหนังสือ แวมไพร์ ทไวไลท์ เล่าถึงสาเหตุสำคัญที่ทำให้ เจคอบ โกรธว่า "เบลล่า วางแผนที่จะไปฮันนีมูนกับ เอ็ดเวิร์ด ในร่างของมนุษย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายเพราะเขาแข็งแรงกว่าเธอมาก ดังนั้นการทำอะไรผิดพลาดนิดเดียวก็อาจทำให้เธอบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เจคอบ เข้าใจและรู้สึกโกรธที่เธอต้องการที่จะเสี่ยงแบบนั้น"
อย่างไรก็ตามนี่คือการตัดสินใจของ เบลล่า และ เอ็ดเวิร์ด พวกเขาเตรียมตัวไปฮันนีมูนกันที่ เอสเม่ เกาะส่วนตัวของตระกูลคัลเลนในประเทศบราซิล แต่การตัดสินใจที่จะรวมกันเป็นหนึ่ง กลับกลายชนวนของปัญหาที่เกิดขึ้นตามมา เมื่อ เบลล่า พบว่าตัวเองตั้งครรภ์ และเด็กในครรภ์ก็ทำให้ชีวิตของ เบลล่า ตกอยู่ในอันตราย

โรเบิร์ต แพททินสัน เล่าถึงเหตุการณ์ในช่วงนี้ว่า "พวกเขารีบกลับมายังบ้านคัลเลน เมื่อเขารู้สึกวิตกเกี่ยวกับการตั้งท้องระหว่างแวมไพร์และมนุษย์ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ไม่มีใครเคยพบกับปรากฏการณ์แบบนี้ มันเป็นไปไม่ได้ และ เอ็ดเวิร์ด ก็ไม่สามารถโน้มน้าวใจ เบลล่า ให้ทำสิ่งที่น่าจะเป็นทางออกทีดีที่สุด ความสัมพันธ์ของพวกเขามาถึงจุดที่ตึงเครียดที่สุด"
สจ๊วต อธิบายต่อว่า "เอ็ดเวิร์ด คิดว่านี่คือคำสาป ในขณะที่ เบลล่า คิดว่านี่คือปาฏิหาริย์ พวกเขามีความรู้สึกแตกต่างกัน เขาคิดว่าสิ่งนี้จะคร่าชีวิตของผู้หญิงที่เขารัก แต่เธอก็มั่นใจว่าตัวเองแข็งแรงพอที่จะมีลูกคนนี้ ฉันคิดว่า เบลล่า ต้องตัดสินใจเลือกในสิ่งที่ผู้หญิงในวัยนี้ไม่ค่อยเจอกันนัก แต่ฉันก็รู้จักพ่อแม่วัยรุ่นหลายคน ดังนั้นฉันจึงเข้าใจถึงความรู้สึกนี้ ฉันเข้าใจถึงความรู้สึกของการต่อสู้เพื่อชีวิตที่จะเกิดขึ้น คุณจะปล่อยให้สิ่งคุณทุ่มเทแรงใจออกไปได้ยังไง"

อันตรายจากการตั้งครรภ์ที่ไม่ปกติของ เบลล่า ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง เอ็ดเวิร์ด และ เจคอบ เปลี่ยนไป เมื่อทั้งสองต้องร่วมมือกันเพื่อโน้มน้าวใจของ เบลล่า โดย แพททินสัน เล่าว่า "จริงๆแล้วทั้ง เอ็ดเวิร์ด และ เจคอบ ไม่ต้องการเป็นเพื่อนกัน แต่พวกเขาต่างก็ต้องการให้ เบลล่า ปลอดภัย และคิดว่าเธอเสียสติไปแล้วที่ตัดสินใจอย่างนั้น เจคอบ ต้องการให้ เบลล่า สละเด็กคนนี้พอๆกับที่ เอ็ดเวิร์ด ต้องการ"
แล้วเรื่องการตั้งท้องนี้เอง ก็เหมือนเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ แซม และฝูงหมาป่าแห่งควิลยูต พุ่งเป้าหมายมายังครอบครัวคัลเลน อย่างไรก็ตาม เจคอบ ก็ไม่ได้นิ่งเฉย เลาท์เนอร์ เล่าว่า "เจคอบ เป็นสมาชิกของวูล์ฟแพ็คที่นำโดย แซม แต่การตัดสินใจของหัวหน้าฝูงทำให้ เจคอบ ต้องตัดสินใจทำในสิ่งที่เขาคิดว่าถูกต้อง เจคอบ ต้องเติบโตขึ้นและเป็นนายของตัวเอง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่สนับสนุนกับการตัดสินใจของ เบลล่า แต่เพื่อไม่ให้ แซม และสมาชิกคนอื่นเข้ามาทำร้ายเธอ เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากแยกตัวของมา"

เจคอบ ตัดสินใจตั้งวูล์ฟแพ็คใหม่ พร้อมกับสองพี่น้องเคลียร์วอเตอร์อย่าง เซธ และ ลีอาห์ เพื่อที่จะได้รับมือกับฝูงหมาป่าของ แซม โดย เลาท์เนอร์ เล่าต่อว่า "ผมกลายเป็นเพื่อนกับครอบครัวของคัลเลน รวมถึงสองคนที่ไม่ชอบหน้าผมมากที่สุดอย่าง เอ็ดเวิร์ด และ โรซาลี (หัวเราะ) มันอาจใช้เวลาสักพักแต่เราก็กลายเป็นพันธมิตรกัน มันน่าทึ่งที่ได้เห็น เจคอบ เติบโตขึ้นจากการใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ เขาได้กลายเป็นพวกคัลเลนและอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวที่แข็งแรง ผมคิดว่าภาคนี้ให้ความสำคัญไปที่พัฒนาการของตัวละครมากที่สุด"
สำหรับฉากการคลอด บิล คอนดอน ก็ได้พูดถึงแนวทางในการถ่ายทำว่า "ตั้งแต่แรกเลย ผมต้องการถ่ายทำจากแค่มุมมองของ เบลล่า พวกเราจะไม่ให้เห็นอะไรไปมากกว่าสิ่งที่ เบลล่า เห็นในช่วงเวลานั้น เอ็ดเวิร์ด จะออกไปนอกเฟรมและคุณอาจได้ยินอะไรบางอย่าง จากนั้นเขากลับมสเข้าเฟรมพร้อมกับเลือดเต็มตัว ถ้าคุณอ่านหนังสือก็จะรู้ว่าอะไรเกิดขึ้น แต่ถ้าไม่ได้อ่านคุณก็จะอยากรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น ผมหวังว่าพวกเราคงถ่ายทอดออกมาอย่างเที่ยงตรง"
สจ๊วต พูดถึงสองฉากที่เธอรู้สึกว่าท้าทายที่สุดในภาคนี้ "ฉากแต่งงานและฉากกำเนิด เรเนสมี สองช่วงเวลานี้แทบทำให้ฉันแยกออกไปเสี่ยงๆ เมื่อทุกอย่างมันจบไปแล้ว ฉันอธิบายไม่ถูกเลยว่ารู้สึกโล่งใจแค่ไหน ฉันสามารถหัวเราะหรือร้องไห้ได้เลยเมื่อคิดถึงมัน (หัวเราะ) มันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมที่ได้ทำสิ่งที่สร้างอารมณ์ร่วมมากที่สุดในภาคนี้"

ผู้อำนวยการสร้าง ก็อดฟรีย์ รู้สึกตื่นเต้นแทนสาวกที่จะได้เห็นตอบจบของ Part 1 ที่จะทำให้พวกเขาตั้งตารอ Part 2 อย่างใจจดใจจ่อ "ในช่วงสุดท้ายของ Part 1 มันจะเกิดสองเหตุการณ์อันตรายพร้อมกัน ในขณะที่ เบลล่า กำลังจะตายจากการคลอด ขณะเดียวกันฝูงหมาป่าก็บุกมาถึงบ้านคัลเลน ทั้ง เจคอบ และ เอ็ดเวิร์ด ต่างพยายามที่จะช่วยชีวิต เบลล่า ทั้งจากภายในและอันตรายนอกบ้าน พวกเราคิดว่ามันเป็นไคลแม๊กซ์ที่จะทำให้คนดูนั่งไม่ติด และต้องการติดตามต่อในภาคสุดท้ายอย่างแน่นอน"
เลาท์เนอร์ ก็เห็นด้วยกับ วิค "ในช่วงเวลาที่ เบลล่า เจ็บท้องคลอด ทุกอย่างก็กลายเป็นความโกลาหล มันมีการต่อสู้ระหว่างแวมไพร์และหมาป่าบริเวณบ้าน ในขณะที่ เบลล่า ก็ต้องต่อสู้กับเด็กในท้องของเธอ ผมคิดว่ามันเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดในแฟรนไชส์ Twilight และก็ยังมีตอบจบที่ทำให้ทุกคนต้องการดู Part 2 ต่อทันที"


-----------------------ครอบครัวคัลเลน จุดศูนย์กลางของเรื่องราวทั้งหมด-----------------------

สมาชิกครอบครัวคัลเลน ต่างก็ได้ทีมนักแสดงหน้าเดิมกลับมา ไม่ว่าจะเป็น ปีเตอร์ ฟาซิเนลลี รับบทเป็น คาร์ไลล์, อลิซาเบ็ธ รีซเซอร์ รับบทเป็น เอสเม่, นิคกี้ รีด รับบทเป็น โรซาลี, เคลแลน ลัทส์ รับบทเป็น เอ็มเม็ต, แอชลี่ย์ กรีน รับบทเป็น อลิซ และ แจ็คสัน รัทซ์โบน รับบทเป็น แจสเปอร์
ในภาคนี้ อลิซ เป็นผู้รับหน้าที่ในการเตรียมงานแต่ง โดย เอ็ดเวิร์ด และ เบลล่า อนุญาตให้เธอจัดการทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นพิธีการ กิจกรรมหลังงาน รวมถึงแขกที่เชิญ ผู้อำนวยการสร้าง วิค ก็อดฟรีย์ เล่าว่า "ในขณะที่ เบลล่า เป็นเจ้าสาวในงานนี้ แต่ชุดเจ้าสาวรวมถึงการเตรียมงานทุกอย่างจัดการโดย อลิซ ซึ่งจะออกมางดงามและอลังการที่สุดตามสไตล์ของเธอ"
แอชลี่ย์ กรีน พูดถึง อลิซ ที่ตื่นเต้นกับงานแต่งจนเผลอๆจะมากกว่าเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเสียอีก "อลิซ ต้องการให้งานแต่งออกมาน่าประทับใจที่สุด เหมือนกับงานใน A Midsummer's Night Dream ของ วิลเลี่ยม เชคสเปียร์ เธอเตรียมทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่ชุดที่ เบลล่า จะใส่ไปฮันนีมูน ทุกคนรู้ว่า อลิซ เป็นคนชอบวางแผน แต่ในที่สุดเราก็จะเห็น อลิซ ได้ลงมือทำทุกอย่างตามแผนซะที"

ในขณะเดียวกันแม่ของครอบครัวคัลเลนอย่าง เอสเม่ ก็เป็นคนช่วยเหลือด้วย อลิซาเบ็ธ รีซเซอร์ ที่เป็นคนรับบทเล่าว่า "เอสเม่ วางแผนร่วมกับ อลิซ เพื่อให้พิธีเปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ที่สุด มันเป็นครั้งแรกที่ เอสเม่ ได้เป็นส่วนหนึ่งของงานที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ในขณะที่เธอปล่อยให้ อลิซ ทำหน้าที่หลัก เอสเม่ ก็จัดการในเรื่องสถานที่จัดงาน โดยบริเวณข้างบ้านของคัลเลนก็มีสวนและแม่น้ำที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการจัดงาน"

ในขณะที่ อลิซ เป็นแม่งาน แจสเปอร์ คนรักของเธอก็พร้อมทำทุกอย่างที่เธอต้องการ โดย แจ็คสัน รัทซ์โบน เล่าว่า "ถึงแม้ แจสเปอร์ จะไม่เข้าใจในทุกสิ่งที่ อลิซ กำลังทำ แต่เขาก็พร้อมสนับสนุนเธอเต็มร้อย ด้านที่น่ารักของ แจสเปอร์ ก็คือความรู้สึกที่เขามอบให้กับคนที่รัก ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม เขาพร้อมที่จะสู้จนตายเพื่อครอบครัวของเขา และในฉากงานแต่งคุณก็จะได้เห็นด้านที่สนุกของเขามากขึ้น"
ในการเตรียมงาน อลิซ ก็ได้ใช้พลังของ เอมเม็ต ในการเตรียมงาน แม้กระทั่ง โรซาลี เองก็ยังเข้ามาช่วยด้วย นิกกี้ รีด เล่าว่า "ถึงแม้ โรซาลี จะไม่เคยเห็นด้วยกับทุกสิ่งทุกอย่าง แต่เธอก็ตัดสินใจแล้วว่าถ้ามันทำให้ เอ็ดเวิร์ด มีความสุขเธอก็จะช่วย และอีกประการก็คือ โรซาลี ชอบงานแต่งอยู่แล้ว เพราะเธอก็เคยมีความหลังเกี่ยวกับงานแต่ง"
ในขณะเดียวกัน โรซาลี ที่เป็นปฏิปักษ์กับ เบลล่า มาโดยตลอด ก็กลับเป็นคนให้กำลังใจเธอ ในช่วงเวลาที่ เบลล่า ตั้งท้องหลังจากกลับมาจากฮันนีมูน ก็อดฟรีย์ เล่าว่า "โรซาลี สนับสนุน เบลล่า ที่จะเก็บเด็กในท้องเอาไว้ เนื่องจากเธอรู้สึกเสียใจที่ตัวเองไม่เคยมีลูกมาก่อน มันใช้เวลาถึงสี่เล่มกว่าที่ โรซาลี และ เบลล่า เข้าใจกัน เพราะตลอดเวลา โรซาลี ไม่เข้าใจว่าทำไมถึง เบลล่า ถึงอยากสละสิ่งที่ตัวเองเป็นขนาดนั้น ตอนนี้เธอเข้าใจและก็ต้องการสนับสนุนทางเลือกของ เบลล่า เพราะเธอเข้าใจถึงความรักแบบนี้"
ในขณะเดียวกันคนรักของ โรซาลี อย่าง เอ็มเม็ต ก็สนับสนุนกับการตัดสินใจของเธอ เคลแลน ลัทส์ เล่าว่า "เอ็มเม็ต ทำทุกอย่างตามที่ โรซาลี ต้องการ เขาเองก็ต้องการทำให้ผู้หญิงที่เขารักมีความสุข มันยอดเยี่ยมที่ได้เห็น นิกกี้ แสดงแง่มุมของความเป็นแม่ในตัว โรซาลี ออกมา"

แต่สิ่งที่อยู่ในครรภ์ ทำให้ เอสเม่ และ คาร์ไลล์ ต้องสืบลึกเข้าไปในตำนานแวมไพร์ พยายามหาข้อมูลถึงสิ่งที่อยู่ในท้องของ เบลล่า โดย ปีเตอร์ ฟาซิเนลลี่ ที่รับบทเป็น คาร์ไลล์ เล่าว่า "การตั้งครรภ์ของ เบลล่า ทำให้ คาร์ไลล์ รู้สึกตกใจ เพราะเขาไม่เคยพบกับปรากฏการณ์แบบนี้มาก่อน เขาไม่รู้ว่าอะไรอยู่ในท้องของเธอ เครื่องมือแพทย์ชนิดต่างๆก็ไม่สามารถบอกได้คืออะไร ซึ่งการไม่รู้อะไรก็ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นระหว่าง เอ็ดเวิร์ด และ เบลล่า"
หลังจาก เจคอบ แยกตัวออกมาจากฝูง นี่จึงเป็นโอกาสที่ทำให้เขามีปฏิสัมพันธ์กับครอบครัวคัลเลนมากขึ้น เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์ เล่าว่า "ในสามภาคที่ผ่านมา ผมไม่มีโอกาสร่วมฉากกับพวกคัลเลนมากเท่าไหร่นัก แต่ในภาคนี้ผมมีกับทั้ง แอชลี่ย์, นิกกี้, แจ็คสัน, เคลแลน, ปีเตอร์ และ อลิซาเบธ มันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยอดเยี่ยม ผมใกล้ชิดพวกเขามากขึ้น คุณจะไม่เคยเห็น เจคอบ ในด้านนี้มาก่อน มันเป็นเรื่องเยี่ยมที่ได้เห็นเขาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว"
ฟาซิเนลลี่ ก็เห็นด้วยกับ เลาท์เนอร์ "เจคอบ กลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเรา คาร์ไลล์ ไม่เคยมีปัญหากับ เจคอบ แต่สมาชิกคนอื่นอาจเคยมี แต่ในภาคนี้เราต้องร่วมมือเพื่อจุดประสงค์เดียวกัน เหมือนกับศัตรูทางสายพันธุ์ ที่ต้องมาร่วมมือเพื่อเป้าหมายหนึ่งเดียว และสุดท้ายมันก็ทำให้การเป็นศัตรูกันจางหายไป"

ครอบครัวคัลเลนต้องอยู่ในบ้านเพื่อปกป้อง เบลล่า โดยมีฝูงหมาป่าที่ต้องการทำร้ายเธออยู่ภายนอก ซึ่งสุดท้ายก็ลงเอยด้วยการต่อสู้ของสองเผ่าพันธุ์อีกครั้ง รัทซ์โบน เล่าว่า "ผมรู้สึกดีใจทุกครั้งที่ได้ถ่ายทำฉากต่อสู้ ผมเข้ามาแสดงเป็น แจสเปอร์ เพื่อที่จะแสดงในฉากสงครามแวมไพร์ที่อยู่ใน Eclipse ฉากต่อสู้ถือเป็นสิ่งที่ผมรอคอยมาโดยตลอด เพราะเขาเกิดมาเป็นทหาร ภาคนี้คุณก็จะได้เห็นเขาสู้อีกครั้งกับหมาป่าตัวใหญ่ ผมชอบที่ได้แสดงด้านที่ดุดันของ แจสเปอร์"
นักแสดงที่รับบทเป็นสมาชิกครอบครัวคัลเลน ต่างก็มั่นใจในฝีมือของผู้กำกับ นิคกี้ รีด เล่าว่า "ผู้กำกับแต่ละคนมีความชัดเจนในแนวทางของตัวเอง แต่ บิล คอนดอน ถือว่าเป็นอีกระดับหนึ่งเลย ไม่เพียงแต่เขาจะยอดเยี่ยมเมื่อได้ร่วมงานด้วย เขายังเข้าใจและตอบคำถามของคุณได้ทุกข้อ เขามีทัศนคติที่ดีและพลังงานที่ทำให้พวกเราตื่นเต้นกับการแสดง"
ลัทส์ ก็พูดถึงสไตล์การทำงานของ คอนดอน ว่า "ครั้งแรกที่เราซ้อมบทกับ บิล เขาให้ผมพูดถึงตัวละคร เพราะว่าพวกเรารับบทเป็นตัวละครนี้มาสามครั้งแล้ว เขาจึงอยากรู้ว่าเราเห็นอะไรในตัวละครของตัวเองบ้าง และอยากทำอะไรกับพวกเขาในภาคนี้ บิล มีไอเดียที่น่าสนใจและก็นำเข้ามาปรับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ"
แอชลี่ย์ กรีน ก็กล่าวชื่นชมในตัวผู้กำกับว่า "การทำงานร่วมกับเขายอดเยี่ยมมาก บิล เป็นคนมีความอดทน ใจดี และก็มีพรสวรรค์ นี่เป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดที่เราทำงานใน Twilight ฉันอยากร่วมงานกับเขาในโปรเจ็คอื่น เพราะว่าเมื่อคุณเข้ามาในกองถ่าย เขาก็จะเป็นคนที่ทำงานหนักที่สุด และคุณจะรู้สึกได้เลยว่าเขารักในสิ่งที่ตัวเองทำ"
แอชลี่ย์ กรีน พูดถึงการร่วมงานกับทีมนักแสดงทั้งหมดว่า "พวกเราอยู่ด้วยกันมายาวนาน และรู็สึกเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน เรามีสิ่งที่เชื่อมถึงกันซึ่งทำให้ความรู้สึกห่วงใย เบลล่า ในภาคนี้เข้าถึงได้มากขึ้น" รัซท์โบน เสริมว่า "ในภาคแรกพวกเราทั้งหมดมาจากพื้นเพที่ต่างกัน แต่ความแตกต่างก็เป็นสิ่งที่เชื่อมเราเข้าด้วยกัน ผมรู้สึกภูมิใจในทีมนักแสดงนี้ และสิ่งที่พวกเขาได้ทำเพื่อตัวเองและคนอื่น ผมก็รู้สึกโชคดีที่ได้อยู่กับคนกลุ่มนี้"
ฟาซิเนลลี่ สรุปว่า "มันไม่เคยมีความรู้สึกว่าทุกอย่างจบลงแล้ว เพราะพวกเรามีความทรงจำที่ดีระหว่างการถ่ายทำ พวกเราถ่ายทำทั้ง 5 ภาคในระยะเวลา 3-4 ปี มันเหมือนกับว่าเราต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลา และทำให้คุณได้พบกับเพื่อนที่ดี ผมเชื่อว่าแม้จะเวลาจะผ่านไปแค่ไหนทุกอย่างก็จะเป็นเหมือนเดิม"


--------------------หมาป่าแห่งควิลยูต ฝูงเก่าเพื่อทำลาย ฝูงใหม่เพื่อปกป้อง-------------------
ทีมนักแสดงที่รับบทเป็นฝูงหมาป่าแห่งควิลยูตจาก New Moon และ Eclipse กลับมารับบทอย่างพร้อมหน้า ไม่ว่าจะเป็น แชสเก้ สเปนเซอร์ รับบทเป็น แซม หัวหน้าฝูง, อเล็ก มาราซ เป็น พอล, คิโอว่า กอร์ดอน เป็น เอมบรี้, บรอนสัน เพลเลอเทียร์ เป็น จาเร็ด, ไทสัน เฮ้าส์แมน เป็น คลิล รวมถึง จูเลีย โจนส์ และ บูบู สจ๊วต ที่รับบทเป็น เซธ และ ลีอาห์ เคลียร์วอเตอร์ ที่เริ่มเข้ามามีบทบาทใน Eclipse และกลายเป็นสมาชิกสองคนที่แยกตัวออกมาพร้อมกับ เจคอบ
แชสเก้ สเปนเซอร์ ที่รับบทเป็น แซม ได้เล่าถึงพลังขับเคลื่อนภายในกลุ่มว่า "แซม เป็นอัลฟ่า แต่เขาก็ไม่ควรเป็น เพราะว่า เจคอบ คือผู้สืบทอดที่แท้จริง แต่ แซม เองก็ไม่ต้องการตำแหน่งนี้ เขาแค่ต้องการทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเผ่าของตัวเอง ถึงแม้ว่ามันจะหมายถึงการทำร้ายคนอื่นก็ตาม"
เมื่อ เบลล่า กลับมาหลังจากพบว่าตั้งท้องกับแวมไพร์ พันธสัญญาระหว่างสองเผ่าพันธุ์ก็ถึงจุดสิ้นสุด กอร์ดอน ที่รับบทเป็น เอมบรี้ เล่าถึงเหตุการณ์ว่า "พวกเขากลัวว่าเด็กที่เกิดมาจะเป็นอันตราย เนื่องจากเธอเป็นมนุษย์และเขาเป็นแวมไพร์ พวกเราจึงต้องหาทางแก้ปัญหา และทางออก ของ แซม ก็คือจัดการกับต้นเหตุ เจคอบ ไม่เห็นด้วยกับแนวทางนี้เพราะเขารักยัง เบลล่า อยู่ และนั้นก็คือจุดแตกหักระหว่างเขากับ แซม"
เมื่อ เจคอบ แยกออกจากฝูง ทั้ง เซธ และ ลีอาห์ ก็ตัดสินใจตามมาด้วย จูเลีย โจนส์ ที่รับบทเป็น ลีอาห์ เล่าว่า "ลีอาห์ เป็นหนึ่งในตัวละครที่น่าสงสารที่สุดใน Twilight เพราะนอกจากเธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่กลายร่างได้ เธอยังอกหักจาก แซม และรู้สึกโกรธตลอดเวลา ใน Breaking Dawn เธอมีช่วงเวลาให้พักหายใจ เพราะอย่างน้อยเธอก็ได้อยู่ห่างจาก แซม"
ผู้กำกับ บิล คอนดอน ก็พูดถึงตัวละครของ โจนส์ ว่า "ลีอาห์ เป็นตัวละครที่น่าสนใจและก็ยังน่าเห็นใจ เธอไม่ได้รู้สึกเห็นด้วยกับการกระทำของ เจคอบ แต่ความรู้สึกของการสูญเสียคนรักนั้นเธอเชื่อมถึงได้ นั้นทำให้เธอตัดสินใจตามเขาออกมา ผมคิดว่าทั้ง เลาท์เนอร์ และ โจนส์ สามารถจับความรู้สึกตรงนี้และถ่ายทอดออกมาได้ พวกเขาเป็นนักแสดงที่มีความเข้าใจในตัวละครที่สุด"
สมาชิกตระกูลเคลียร์วอเตอร์อีกคน ที่เข้าร่วมฝูงหมาป่าของ เจคอบ ก็คือ เซธ น้องชายของ ลีอาห์ โดย โจนส์ เล่าว่า "เซธ เป็นทุกอย่างที่ตรงข้ามกับ ลีอาห์ (หัวเราะ) เขามีความสุขตลอดเวลา และมีนิสัยเหมือนเด็ก เขายังสนิทสนมกับคัลเลนมากกว่าทุกคนในเผ่าควิลยูต ทุกสิ่งทุกอย่างจะลงเอยด้วยดีในความคิดของ เซธ"
บูบู สจ๊วต ที่รับบทเป็น เซธ ได้เล่าถึงสาเหตุที่เขาตัดสินใจแยกตัวออกมาด้วยว่า "เซธ เป็นพวกที่มองโลกในแง่ดี และอยากให้ทุกคนเข้ากันได้ เซธ มอง เจคอบ เป็นเหมือนไอด้อล เขาต้องการเดินตามเส้นทางของ เจคอบ และเขาก็ยังรักพี่สาวอย่าง ลีอาห์ เขาต้องการทำให้แน่ใจว่าเธอจะไม่เป็นอะไร"
บูบู สจ๊วต ยังเล่าถึงความสนุกในการร่วมงานกับ โจนส์ ว่า "จูเลีย เป็นผู้หญิงที่น่ารักและสนุก เธอมีการเตรียมตัวและตั้งใจทำงาน เธอถ่ายทำเพียงเทคเดียวหรือสองเทคเท่านั้น และนิสัยของเธอก็ไม่เหมือนกับตัวละครที่รับบทเลย เพราะ ลีอาห์ เป็นคนที่ฉุนเฉียวตลอดเวลา ในขณะที่ จูเลีย เป็นคนตลกและเป็นกันเองมาก"
ในขณะเดียวกันทีมนักแสดงที่รับบทเป็นฝูงหมาป่า ก็รู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับผู้กำกับใหม่ จูเลีย โจนส์ เล่าว่า "ตั้งแต่นาทีแรกที่ฉันได้พบ บิล ฉันก็รู้สึกถึงความเป็นคนอ่อนโยนและใจเย็นเขามีออร่าที่คอยบอกคุณเสมอว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย ฉันรู้สึกได้ว่าคนอื่นก็คงรู้สึกแบบเดียวกัน"
กิล เบอร์มิงแฮม ที่รับบทเป็นพ่อของ เจคอบ ก็พูดถึงผู้กำกับว่า "บิล คอนดอน เป็นผู้กำกับที่ผมชอบที่สุดในทุกภาค แต่คุณอย่าไปบอกใครนะ (หัวเราะ) ผู้กำกับทุกคนต่างก็มีวิสัยทัศน์ แต่ บิล มีความเป็นธรรมชาติที่สุด เขามาที่ห้องพักของนักแสดงทุกคนเพื่อแนะนำตัว ผมรู้สึกถึงความจริงใจ เขามอบพื้นที่ทางความคิดสร้างสรรค์ให้กับนักแสดง คอยฟังไอเดียและแนวทางที่พวกเรานำเสนอ"

จูเลีย โจนส์ พูดถึงสิ่งที่ทำให้เธอได้รับจากการแสดงในหนังเรื่องนี้ว่า "ฉันรู้สึกว่าพวกเราเหมือนกับเป็นชนเผ่าเล็กๆ คุณจะได้เห็นคนที่อายุไล่เลี่ยกันเติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กัน ทุกคนต่างรักในสิ่งที่ทำ และมันก็เป็นเรื่องเยี่ยมในการได้เป็นส่วนหนึ่งของแฟรนไชส์ที่ยิ่งใหญ่แบบนี้"
อเล็ก มาราซ ที่รับบทเป็นรองหัวหน้าฝูง พอล เสริมว่า "มันเป็นช่วงเวลา 2 ปีที่สนุกที่สุด พวกเราติดต่อกันตลอดระหว่างช่วงที่พักถ่ายทำ สิ่งหนึ่งที่เราได้รับจากประสบการณ์นี้คือการได้เพื่อนเพิ่มขึ้น มันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของผม ผมได้ท่องเที่ยวไปทั่วโลก ได้พบกับคนมากหน้าหลายตา"
สเปนเซอร์ กล่าวสรุปว่า "ผมรู้สึกซาบซึ้งที่แฟนๆ Twilight ต่างให้การสนับสนุน และหวังว่าพวกเขาจะสนุกกับทุกภาคที่ผ่านมา เพราะสาวกทไวไลท์เราจึงสามารถถ่ายทำได้ครบทุกภาค ได้เปลี่ยนจากนวนิยายขายดีมาเป็นแฟรนไชส์หนังที่ประสบความสำเร็จ ผมคิดว่าตัวเองรู้สึกโชคดีที่สุดที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางนี้"

-------------------------------------------มนุษย์ในเมืองฟอร์คส------------------------------------------
บิลลี่ เบิร์ก กลับมารับบทเป็น ชาร์ลี พ่อของ เบลล่า เหมือนเดิม แต่ครั้งนี้คือการกลับมาเป็นพ่อเจ้าสาว เขาเล่าว่า "ชาร์ลี อยู่ในสถานะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาคิดว่าจะเกิดขึ้นกับลูกสาว แต่เขาก็เข้าใจว่าเธอต้องการมีชีวิตเป็นของตัวเอง และก็ต้องการทำตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ ซึ่งในฐานะพ่อ ชาร์ลี ก็เคารพในการตัดสินใจของเธอ"
เบิร์ก เล่าต่อว่า "มันเป็นความเคารพซึ่งกันและกันระหว่าง เบลล่า และ ชาร์ลี ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นมาในแต่ละภาคที่ผ่านมา เมื่อ คริสเต็น และผมพบในกองถ่าย Twilight ครั้งแรก ความสัมพันธ์ของ เบลล่า และพ่อก็เหมือนกับที่คุณเห็นในหนัง แต่เมื่อเราได้เริ่มทำความรู้จักกัน ความสนิทสนมก็ถูกถ่ายทอดลงไปในตัวตนของ ชาร์ลี และ เบลล่า และทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็เติบโตขึ้นตามลำดับ"
ในขณะเดียวเพื่อนของ เบลล่า และ เอ็ดเวิร์ด จากโรงเรียนฟอร์คส ก็เป็นแขกรับเชิญในงานแต่งด้วย โดย แอนนา เคนดริก นักแสดงที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ และเพิ่งมีผลงานการแสดงใน 50/50 ก็ได้กลับมารับบทเป็นเพื่อสาว เจสสิก้า รวมถึงคนอื่นๆอย่าง ไมเคิล เวลช์ รับบทเป็น ไมค์, คริสเตียน เซอร์ราโตส รับบทเป็น แองเจล่า และ จัสติน ชอน รับบทเป็น เอริค
เคนดริก พูดถึงตัวละครของเธอว่า "เจสสิก้า ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก ซึ่งนั้นก็เป็นสิ่งที่ทำให้ฉันรักตัวละครนี้ เธอมีเสน่ห์และความสดใสแบบวัยรุ่น โดยความรู้สึกของเธอที่มีต่อ เบลล่า นั้นก็ยังคงเดิม เธอยังเห็น เบลล่า เป็นเด็กใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามา ฉันคิดว่า เจสสิก้า เป็นตัวละครที่ทำให้หนังมีอารมณ์ขันมากขึ้น"

ไมเคิล เวลช์ รับบทเป็น ไมค์ พูดถึงพิธีแต่งงานว่า "ไมค์ รู้สึกตกใจที่คนหน้าตาดีมากมายปรากฏตัวในเมืองเล็กๆแห่งนี้ (หัวเราะ) เขาเคยจีบ เบลล่า ในภาคที่ผ่านมา แต่ก็พึ่งมารู้สึกตัวว่าต้องต่อสู้กับใคร สำหรับนักเรียนธรรมดาในเมืองเล็กๆ เขาไม่เข้าใจว่าคนเหล่านี้มาจากไหน"

คริสเตียน เซอร์ราโตส รับบทเป็น แองเจล่า เพื่อนสาวอีกคนของ เบลล่า พูดถึงงานแต่งงานว่า "ไม่มีฉากงานแต่งในหนังเรื่องไหนที่จะอลังการไปกว่า Breaking Dawn – Part 1 มันทั้งยิ่งใหญ่และสวยงาม เอ็ดเวิร์ด และ เบลล่า อยู่ในจุดที่เป็นเหมือนฝันของสาวๆทุกคน และพวกเราก็ช่วยเติมเต็มจินตนาการให้กับพวกเธอ"
ทีมนักแสดงที่รับบทเป็นมนุษย์ต่างก็รู้สึกดีกับการร่วมทำงานกับผู้กำกับ บิล คอนดอน โดย จัสติน ชอน ที่รับบทเป็น เอริค เล่าว่า "เขาเป็นผู้กำกับที่สุภาพและเป็นมิตรกับทุกคน ผมรู้ทันทีเลยว่าเขาเป็นคนที่เชี่ยวชาญในการทำงานกับนักแสดง เขาเปิดรับไอเดียของทุกคน และถ้าคุณเคยดูผลงานของเขาคุณก็จะรู้ว่าเขาเข้าใจในสิ่งที่ทำ"

-------------------กลุ่มแวมไพร์เดนาลี ตัวแปรสำคัญใน Breaking Dawn-------------------
ในช่วงเริ่มต้นของ Breaking Dawn – Part 1 เดนาลี กลุ่มแวมไพร์พันธมิตรจากอลาสก้าก็ถูกแนะนำเป็นครั้งแรก โดยสมาชิกของแวมไพร์กลุ่มนี้ก็ได้นักแสดงอย่าง มายแอนนา เบอร์ริ่ง, เคซี่ย์ ลาโบว์ และ แม็กกี้ เกรซ เข้ามารับบทเป็น ทันย่า, เคท และ อิริน่า แวมไพร์สามพี่น้องเชื้อสายรัสเซีย รวมถึง คริสเตียน คาร์มาโก้ และ มิอา แมสโทร ที่รับบทเป็น เอเลอาซาร์ และ คาร์เมน พี่น้องแวมไพร์เชื้อสายสเปน
มันถือเป็นความท้าทายของผู้กำกับ บิล คอนดอน ในการแนะนำตัวละครเหล่านี้ ที่จะมีบทบาทสำคัญต่อมาใน Part 2 เขาเล่าว่า "คุณต้องทำให้คนดูจดจำตัวละครเหล่านี้ได้ ผมและ เมลิสซ่า ได้เลือกฉากสำคัญจากหนังสือ เพื่อที่จะทำให้คนดูรู้สึกประทับใจ และจะเป็นชนวนที่นำไปสู่เหตุการณ์ในภาคสุดท้าย โดยเฉพาะการแนะนำสามสาวแห่งเดนาลี ที่จะมีความสำคัญกับเรื่องราวของ เรเนสมี ใน Part 2"
มายแอนนา เบอร์ริ่ง พูดถึงตัวละครที่เธอรับบทว่า "ทันย่า เป็นหัวหน้าของกลุ่มแวมไพร์เดนาลี แต่เธอเป็นคนที่ตัวเล็กที่สุดในกลุ่ม (หัวเราะ) มันยอดเยี่ยมมากในการได้แสดงเป็นเธอ เพราะเธอเองก็มีลักษณะและนิสัยที่คล้ายคลึงกับตัวตนของฉัน นั้นคือการเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการ"
มิอา แมสโทร ที่รับบทเป็น คาร์เมน ก็เล่าถึงประวัติความเป็นมาของกลุ่มแวมไพร์เดนาลีว่า "กลุ่มแวมไพร์เดนาลีมีความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัวคัลเลน เพราะพวกเขาเป็นกลุ่มแวมไพร์มังสวิรัติเพียงสองกลุ่มบนโลก พวกเรามีความสนิทสนมกับ เอ็ดเวิร์ด เพราะว่าเขามาอาศัยอยู่กับเราที่อลาสก้า ตอนเขาออกจากเมืองฟอร์คสเพราะ เบลล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทันย่า ซึ่งมีความสนิทสนมกับ เอ็ดเวิร์ด มากกว่าใครเพื่อน"
เบอร์ริ่ง เสริมต่อว่า "ทันย่า แอบรัก เอ็ดเวิร์ด มายาวนาน ฉันคิดว่าเธอคงรู้สึกแบบเดียวกับที่ เจคอบ รู้สึกกับ เบลล่า เธอคิดว่า เอ็ดเวิร์ด เกิดมาเพื่อคู่กับเธอ แต่ในที่สุดเธอก็เข้าใจและยอมรับว่า เอ็ดเวิร์ด นั้นได้พบรักแท้กับ เบลล่า อย่างไรก็ตามปัญหาในงานแต่งไม่ได้เกิดจาก ทันย่า อย่างที่ทุกคนคิด แต่มันเกิดขึ้นกับ อิริน่า น้องสาวของฉัน"
แม็กกี้ เกรซ นักแสดงจาก Taken ที่รับบทเป็น อิริน่า เล่าว่า "อิริน่า เป็นคนรักของ โลรองต์ ซึ่งถูกกลุ่มหมาป่าสังหารใน New Moon และเธอคิดว่าครอบครัวคัลเลนต้องรับผิดชอบ และเมื่อสมาชิกเผ่าควิลยูตปรากฏตัวในงานแต่ง มันก็ยิ่งไปจุดไฟในตัวเธอ ถึงแม้ อิริน่า จะถูกสั่งว่าไม่ให้ก่อเรื่อง แต่ถ้าคุณสูญเสียคนรัก การแก้แค้นก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้"
ผู้ชายเพียงคนเดียวในกลุ่มแวมไพร์เดนาลีก็คือ เอเลอาซาร์ ที่รับบทโดย คริสเตียน คาร์มาโก้ นักแสดงจากซีรี่ย์ Dexter โดยเขาพูดถึงสิ่งที่ดึงดูดเขาว่า "มันมีการตีแผ่อารมณ์ในหลายระดับ มันมีเรื่องราวของการสูญเสีย ความสัมพันธ์ระหว่างแม่และลูก พ่อและลูก ความรักของหนุ่มสาว ทุกอย่างก็ถูกถ่ายทอดในระดับที่เป็นมนุษย์มากที่สุด มันมีมากมายหลายสิ่งที่ทำให้ผมเชื่อมถึงได้ เพราะทุกคนต่างเคยสูญเสียใคร เคยรักใคร หรือเคยต่อสู้เพื่อใครมาแล้วทั้งนั้น"
คาร์มาโก้ ยังรู้สึกพอใจกับการได้ร่วมงานกับผู้กำกับ บิล คอนดอน "มันยอดเยี่ยมที่ได้ทำงานร่วมกับทีมนักแสดงคุณภาพ หนังที่มีสเกลยิ่งใหญ่ และยังมีผู้กำกับที่ทำงานร่วมกับคุณอย่างใกล้ชิด บิล ทำการบ้านมาเป็นอย่างดี เขานำความรู้สึกของตัวเองเข้ามาใส่ เพราะว่าหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องความสัมพันธ์ของมนุษย์ ในขณะหนังมีความเข้มข้นและการต่อสู้ระหว่างแวมไพร์และหมาป่า แต่เขาก็ไม่เคยลืมหัวใจของมัน"
แมสโทร ก็เห็นด้วยกับ คาร์มาโก้ เธอเล่าว่า "การทำงานร่วมกับ บิล ยอดเยี่ยมมาก เขามีความละเอียดอ่อนและใจดีกับนักแสดงทุกคน พวกเราเป็นทีมนักแสดงที่ใหญ่มาก โดยมีนักแสดงหลักมากกว่า 40 ชีวิต แต่ บิล ก็ไม่ลืมที่จะทักทายและพูดคุยกับทุกคน ฉันคิดว่ามันเป็นงานที่หนักสำหรับเขา เพราะเราต้องถ่ายทำสองภาคติดต่อกัน แต่ฉันก็ไม่เคยเห็นเขาหัวเสียหรือหงุดหงิดเลย"
เกรซ รู้สึกตื่นเต้นที่สาวก Twilight จะได้ดูหนังเรื่องนี้ "ฉันชื่นชมวรรณกรรมชุดนี้ และ สเตฟานี่ ก็ถือเป็นส่วนสำคัญ อีกอย่างก็คือโลกแวมไพร์เป็นอะไรที่น่าสนใจไม่เสื่อมคลาย ฉันเข้าใจถึงความคาดหวังของแฟนๆที่อยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามหนังสือ และฉันคิดว่าภาคนี้ถ่ายทอดออกแบบที่จะไม่ทำให้ใครผิดหวัง"

----------------------เบื้องหลังการถ่ายทำ: การถ่ายทำสองภาคในครั้งเดียว---------------------
The Twilight Saga: Breaking Dawn - Part 1 เริ่มต้นด้วยเรื่องราวความรักทั้งการแต่งงานและฮันนีมูน แต่ผลลัพท์จากการตั้งท้องก็ได้กลายเป็นชนวน ที่ทำให้หนังมุ่งหน้าไปในสโคปที่ใหญ่ขึ้น และนำไปสู่องค์ที่สามที่ตื่นเต้นเร้าใจกับการต่อสู้ระหว่างครอบครัวคัลเลนและฝูงหมาป่า
นี่ถือเป็นความท้าทายเมื่อทีมงานต้องถ่ายทำหนังถึงสองภาคพร้อมกัน นั้นก็คือ The Twilight Saga: Breaking Dawn - Part 1 และ The Twilight Saga: Breaking Dawn - Part 2 ที่จะฉายในปี 2012 ทำให้ทีมงานจากต่างสถานที่ต้องทำงานพร้อมกัน โดยมีฐานกำลังหลักอยู่สองจุดนั้นคือ บาร์ตัน โร้ค ในรัฐหลุยเซียน่า ที่ใช้ถ่ายทำฉากภายในสถานที่ และอีกจุดก็คือเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ที่ใช้ถ่ายทำฉากภายนอกสถานที่ รวมถึงทีมงานพิเศษที่มุ่งหน้าไปบราซิล เพื่อถ่ายทำฉากฮันนีมูนของ เบลล่า และ เอ็ดเวิร์ด
ทีมงานหลักใช้เวลาถ่ายทำยาวนานถึง 101 วัน โดยผู้ร่วมอำนวยการสร้าง บิล แบนเนอร์แมน เล่าว่า "ความหลากหลายเรื่องสถานในภาคนี้มีเยอะกว่าทุกภาคที่ผ่านมา และยิ่งเราต้องครอบคลุมทั้งสองภาค เราถ่ายทำกันในสามประเทศ โดยมีกองถ่ายทำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกองหนึ่ง กองสอง กองแอ็คชั่น กองสถานที่ กองเอฟเฟ็ค และกองอากาศ พวกเราต้องวางแผนกันอย่างละเอียดเพื่อทำให้ทุกอย่างไหลลื่น มันเป็นเหมือนกับการเล่นหมากรุก"
อย่างไรก็ตามมันก็ยังต้องมีเรื่องให้คอยแก้ไข บิล คอนดอน ผู้กำกับเล่าว่า "แต่ถึงพวกเราจะมีการวางแผนแล้ว แต่มันก็เกิดเรื่องให้เราต้องขอแก้ปัญหาตลอด อย่างเช่นเราใช้เวลาถ่ายทำที่ บาร์ตัน โร้ค นานเกินไป พอมีฉากที่ต้องถ่ายทำนอกสถานที่ในเมืองแวนคูเวอร์ เวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่หน้าหนาวแล้ว มันคือความท้าทายเพราะสถานที่ที่เราสำรองเอาไว้ล้วนแต่มีหิมะหรือไม่ก็ฝนตกหมดแล้ว"
คริสเต็น สจ๊วต พูดถึงสาเหตุในการถ่ายทำรวดเดียวว่า "พวกเรามีจุดมุ่งหมายในการถ่ายทำ Breaking Dawn ทั้งสองตอนพร้อมกัน ทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกทำเหมือนกับหนังเรื่องยาวเรื่องเดียว ซึ่งเป็นเพราะตัวนิยายนั้นไม่ได้ถูกแยกเป็นสองภาคเหมือนหนัง เราจึงต้องการให้มันเป็นกระบวนการที่ไหลลื่น"

เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์ เล่าถึงประสบการณ์ในการถ่ายทำสองภาคว่า "บางวันพวกเราต้องถ่ายทำฉากแรกๆของ Part 1 ในตอนเช้า จากนั้นก็มีถ่ายทำช่วงสุดท้ายของ Part 2 ในตอนบ่าย มันบ้ามาก (หัวเราะ) ตัวละครของเรามีการเปลี่ยนแปลงจาก Part 1 ไปสู่ Part 2 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจคอบ ดังนั้นผมจึงต้องตั้งสติในการปรับเปลี่ยน แต่ก็ยังโชคดีที่มีคนคอยช่วยเสมอ ไม่ว่าจะเป็น บิล, สเตฟานี่ รวมถึงนักแสดงคนอื่นๆ ผมคิดว่านี่คือภาคที่ท้าทายความสามารถของนักแสดงมากที่สุด"
ถึงแม้ว่า Breaking Dawn จะมีสเกลขนาดยักษ์ แต่ด้วยทีมงานคุณภาพก็ทำให้ทุกอย่างออกมามีคุณภาพไม่แพ้กัน ผู้อำนวยการสร้าง วิค ก็อดฟรีย์ เล่าว่า "ผมรู้สึกสนุกกับการสนับสนุนบุคลากรคุณภาพให้กับ บิล ในสองภาคนี้เรามีการใช้เอฟเฟ็คที่มากที่สุด และมันก็เป็นหนังที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ บิล เคยทำ ผมจึงอยากให้แน่ใจว่าเขามีคนที่จะช่วยเหลือ เราได้ผู้กำกับภาพรางวัลออสการ์อย่าง กิลเลอร์โม นาวาโร่ รวมถึงผู้ดูแลวิชวลเอฟเฟ็ครางวัลออสการ์อย่าง จอห์น บรูโน่"

ก็อดฟรีย์ เสริมต่อว่า "พวกเราโชคดีที่ได้ จอห์น บรูโน่ หลังจากที่เขาทำงานใน Avatar เขาเป็นผู้ดูแลวิชวลเอฟเฟ็คที่เก่งที่สุดในโลก เขารู้ว่ามีสิ่งไหนบ้างที่ควรสร้างด้วยเทคนิกพิเศษ จากนั้นเราก็ติดต่อไปหา นาวาโร่ ที่เป็นผู้กำกับภาพคู่ใจของ กิลเลอร์โม่ เดอ โทโร่ เขาเข้าใจถึงการถ่ายทอดภาพออกมายังไง ที่จะทำให้หนังมีมนต์เสน่ห์มากที่สุด"
วิค ก็อดฟรีย์ เป็นผู้อำนวยการสร้างมาตั้งแต่ Twilight ภาคแรก โดยเขาได้เล่าถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาว่า "เมื่อปิดกล้อง Breaking Dawn ผมก็พบว่าพวกเราได้ทำหนังทั้งหมด 5 ภาคภายในระยะเวลา 3 ปี 3 เดือน นับจากวันเปิดกล้อง Twilight จนถึงวันสุดท้ายของการถ่ายทำ Breaking Dawn มันเป็นความสำเร็จที่น่าทึ่ง ผมไม่รู้ว่าแฟรนไชส์หนังเรื่องไหนจะสามารถทำเรื่องเหลือเชื่อแบบนี้ได้เหมือนเรา"
ครั้งแรกที่ สเตฟานี่ เมเยอร์ เขียนนิยายเรื่อง Twilight ในปี 2003 เธอไม่เคยคาดฝันว่ามันจะกลายเป็นปรากฏการณ์เช่นนี้ "การได้มีส่วนร่วมกับการทำหนังเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้เห็นตัวหนังสือของคุณกลายเป็นภาพเคลื่อนไหว นักแสดงอย่าง คริสเต็น และ ร็อบ ที่เป็นนักแสดงดาวรุ่งในตอนนั้น ตอนนี้พวกเขากลายเป็นคนที่โด่งดังที่สุดในโลก ช่วงเวลาสามปีกว่าถือเป็นประสบการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตที่ฉํนจะไม่มีวันลืม"
ผู้ร่วมอำนวยการสร้าง แบนเนอร์แมน เสริมว่า "จะมีสักกี่ครั้งที่คุณได้เป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์แบบนี้ นอกจาก Star Wars หรือ Harry Potter คงไม่มีแฟรนไชส์หนังที่มีสาวกเฝ้าติดตามอย่างเช่น Twilight แฟนๆที่นอนรอหน้าโรงภาพยนตร์ เพื่อที่จะได้ดูหนังเป็นกลุ่มแรก หรือการตั้งแค้มป์ในงานอีเว้นท์ เพื่อที่จะได้สัมผัสกับนักแสดงที่ตัวเองชื่นชอบ สิ่งเหล่านี้เป็นอะไรที่คุณเลียนแบบไม่ได้"

ก็อดฟรีย์ ก็เห็นด้วยกับปรากฏการณ์ที่น่าทึ่งแบบนี้ "สาวกของหนังเรื่องนี้ทำให้ผมรู้สึกทึ่ง เมื่อตอนที่เราไปถ่ายทำที่บราซิล แฟนๆทไวไลท์ก็เรียกได้ว่าคลุ่มคลั่ง มีแฟนๆมากกว่า 250 คนชูป้ายอยู่หน้าโรงแรมที่ ร็อบ และ คริสเต็น มาพัก พวกเขาส่งเสียงเรียกให้ออกมาทักทาย คุณจะไม่เคยเห็นปรากฏการณ์ไหน ที่เทียบเท่ากับสิ่งที่เกิดขึ้นกับหนังเรื่องนี้อีกแล้ว"
ในขณะที่ Part 1 กำลังจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ ตอนนี้ผู้กำกับ บิล คอนดอน ก็กำลังทำโพสโปรดักชั่นของ Part 2 อย่างขะมักเขม้น เขาสรุปถึงประสบการณ์ทั้งหมดว่า "สำหรับผมแล้ว 1 ปีครึ่งที่ผ่านมาเป็นประสบการณ์ที่เข้มข้นที่สุดในชีวิต ตั้งแต่การพัฒนาบท การเตรียมงานเพื่อถ่ายทำสองภาคพร้อมกัน มันมีตารางการทำงานที่แน่นมาก โดย Part 1 จะเป็นการปูเรื่องราวที่สำคัญ และเป็นแท่นกระโดดไปสู่ Part 2 ที่เข้าสำรวจโลกของแวมไพร์อย่างเต็มตัว มันมีสเกลที่ยิ่งใหญ่และถือเป็นจุดสิ้นสุดของเรื่องราวทั้งหมด"




-------------------------------------------------ทีมนักแสดง-------------------------------------------------
โรเบิร์ต แพททินสัน (รับบทเป็น เอ็ดเวิร์ด)
เมื่ออายุ 19 ปี เขาก็ได้รับเลือกให้เล่นเป็น เซดริค ดิคกอรี่ ในภาพยนตร์มหากาพย์พ่อมดเรื่อง Harry Potter & Goblet of Fire แต่ผลงานที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักกันมากกว่า สำหรับนักแสดงหนุ่มชาวอังกฤษคนนี้ ก็คือการรับบทนำในภาพยนตร์เรื่อง Twilight ที่เขาสามารถเอาชนะนักแสดงที่เข้ามาทดสอบบทถึง 5,000 คน
ก่อนหน้านี้เขายังมีผลงานอย่างเช่น How to Be ชองผู้กำกับ โอลิเวอร์ เออร์วิ่ง (Oliver Irving) ที่ได้รับรางวัล Special Honorable Mention for Narrative Feature ในเทศกาลหนัง Slamdance และยังมี Little Ashes ของผู้กำกับ พอล มอรริสัน (Paul Morrison) ที่เขาเล่นเป็นนักวาดภาพชื่อก้อง ซัลวาดอร์ ดาลี
ผลงานต่อมาของ โรเบิร์ต ก็ยังมี Remember Me ภาพยนตร์รักโรแมนติกเรื่องเยี่ยม ที่เขาแสดงคู่กับ เอมิลี่ เดอ ราวิน, เพียร์ส บรอสแนน และ คริส คูเปอร์ โดยในปี 2011 เขาก็เพิ่งมีผลงานที่ผ่านตาเราไปใน Water for Elephant ที่เขานำแสดงร่วมกับ รีส วิทเธอร์สปูน และ คริสตอฟ วอลซ์ และในปี 2012 ก็จะมีผลงานหนังพีเรียดเรื่อง Bel Ami ที่แสดงคู่กับ อูม่า เธอร์แมน อีกด้วย
คริสเต็น สจ๊วต (รับบทเป็น เบลล่า)
คริสเต็น สจ๊วต คือนักแสดงสาวที่โด่งดังจากการรับบทเป็น "เบลล่า" สาวที่ตกหลุมรักแวมไพร์จาก Twilight และ The Twilight Saga: New Moon โดยเธอยังมีผลงานมากมาย ตั้งแต่แจ้งเกิดจากการรับบทเป็นลูกสาว โจดี้ ฟอสเตอร์ ใน Panic Room ภาพยนตร์ทริลเลอร์เรื่องเยี่ยมของ เดวิด ฟินเชอร์ เช่น Into the Wild ของ ณอน เพนน์ และ Zathura: A Space Adventure ของ จอห์น ฟาฟโรว์ ผู้กำกับ Iron Man
ผลงานชื่อดังเรื่องอื่นของเธอก็คือ Adventureland ของผู้กำกับ เกร็ก ม็อตโตล่า ที่ร่วมแสดงกับ ไรอัน เรย์โนลด์ และ เจสซี่ ไอเซนเบิร์ค เธอยังแสดงนำในภาพยนตร์อินดี้เรื่อง The Cake Eaters ของ แมรี่ สต๊วท มาสเตอร์สัน, Yellow Handkerchief ที่แสดงร่วมกับ วิลเลี่ยม เฮิร์ท และ มาเรีย เบลโล่ และบทสมทบในเรื่อง What Just Happened ที่นำแสดงโดย โรเบิร์ต เดอนีโร และ ณอน เพนน์

เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์ (รับบทเป็น เจคอบ)
ในปี 2008 ชื่อของ เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์ กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เมื่อเขาถูกเลือกให้รับบทเป็น เจคอบ แบล็ค หมาป่าหนุ่มแห่งเผ่าควิลยูตใน Twilight ที่ร่วมแสดงกับ โรเบิร์ต แพททินสัน และ คริสเต็น สจ๊วต โดยหลังจากความสำเร็จของ Twilight ก็ทำให้มีภาคต่อออกมาทุกปี ใน The Twilight Saga: New Moon, The Twilight Saga: Eclipse และล่าสุด The Twilight Gaga: Breaking Dawn - Part 1 ที่มีกำหนดฉายในเดือนพฤศจิกายน ปีนี้
เทย์เลอร์ เริ่มเป็นที่รู้จักจากหนังเรื่อง The Adventures of Sharkboy and Lavagirl 3D ของผู้กำกับ โรเบิร์ต โรดริเกวซ ก่อนที่เขาจะมามีบทบาทในภาพยนตร์ครอบครัวเรื่อง Cheaper By The Dozen 2 ที่นำแสดงโดย สตีฟ มาร์ติน และ ฮิลารี่ย์ ดัฟฟ์
ก่อนหน้านี้ เทย์เลอร์ มีผลงานที่อยู่ในจอแก้ว ไม่ว่าจะเป็น My Wife and Kids Summerland, The Bernie Mac Show และ The Nick and Jessica Variety Hour โดยเขายังประสบความสำเร็จในการให้เสียงในแอนิเมชั่นอย่าง Danny Phantom รวมถึง What’s New Scooby-Doo? และ Charlie Brown โดยผลงานทางจอเงิน เขาก็เป็นส่วนหนึ่งใน Valentine’s Day หนังโรแมนติก-คอมเมดี้รวมดาว

ปีเตอร์ ฟาซิเนลลี (รับบทเป็น ดร. คาร์ไลล์ คัลเลน)
ผลงาน >>> Eclipse, New Moon, Twilight, Finding Amanda, Hollow Man 2, Touch the Top of the World
แอชลี่ย์ กรีน (รับบทเป็น อลิซ คัลเลน)
ผลงาน >>> Eclipse, New Moon, Twilight, King of California, Shark (ซีรี่ย์), Crossing Jordan (ซีรี่ย์)
นิคกี้ รีด (รับบทเป็น โรซาลี คัลเลน)
ผลงาน >>> Eclipse, New Moon, Twilight, Thirteen, Mini’s First Time
แจ็คสัน รัทซ์โบน (รับบทเป็น แจสเปอร์ คัลเลน)
ผลงาน >>> Eclipse, New Moon, Twilight, Big Stan, Senior Skip Day
อลิซาเบ็ธ รีซเซอร์ (รับบทเป็น เอสเม่ คัลเลน)
ผลงาน >>> Eclipse, New Moon, Twilight, Puccini For Beginners, Grey’s Anatomy (ซีรี่ย์)
เคลแลน ลัทส์ (รับบทเป็น เอมเม็ต คัลเลน)
ผลงาน >>> Immortals, Eclipse, New Moon, Twilight, Stick It, Prom Night
จูเลีย โจนส์ (รับบทเป็น ลีอาห์ เคลียร์วอเตอร์)
ผลงาน >>> Eclipse, Hell Ride, Black Cloud
แม็กกี้ เกรซ (รับบทเป็น อิริน่า)
ผลงาน >>> ซีรี่ย์ Lost, Taken

---------------------------------------------------ทีมสร้าง----------------------------------------------------
บิล คอนดอน (ผู้กำกับ)
คอนดอน คือผู้กำกับที่ได้รับรางวัลออสการ์ สาชาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากเรื่อง Gods and Monsters นำแสดงโดย เอียน แม็คเคลแลน และ ลินน์ เรดเกรฟ ที่เขาทั้งเขียนบทและกำกับเอง และยังมีผลงานที่ได้รับทั้งเสียงชื่นชมและทำรายได้งดงามอย่าง Dreamgirls ที่เข้าชิงถึง 8 รางวัลออสการ์ และได้รับมาถึงสองรางวัล รวมถึงยังเข้าชิงรางวัลบนเวทีสำคัญมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ลูกโลกทองคำ รางวัลแบฟต้า รวมถึงรางวัลสมาคมนักแสดง
คอนดอน เขียนบทและกำกับหนังปี 2005 เรื่อง Kinsey ที่ทำให้เขาได้รับรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจาก British Directors Guild รวมถึงส่งให้นักแสดงนำอย่าง เลียม นีสัน เข้าชิงรางวัลนำชายบนเวที Los Angeles Film Critics และ ลอร่า ลินนี่ย์ ที่เข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม
คอนดอน ยังเขียนบทภาพยนตร์ให้กับหนังที่ได้รับรางวัลออสการ์ประจำปี 2002 อย่าง Chicago ซึ่งตัวเขาเองก็ถูกเสนอชื่อในสาขาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม โดยในปัจจุบันเขาก็กำลังทำโพสโปรดักชั่นให้กับ The Twilight Saga: Breaking Dawn - Part 2 ซึ่งมีกำหนดฉายในเดือนพฤศจิกายน ปี 2012

เมลิซซ่า โรเซนเบิร์ค (ผู้เขียนบท)
ผลงาน >>> Twilight, Step Up, The O.C., Boston Public, Ally McBeal

วิค ก๊อดฟรีย์ (ผู้อำนวยการสร้าง)
ผลงาน >>> Twilight, The Mask, Dumb and Dumber, Behind Enemy Lines, Alien vs Predator

กิลเลอร์โม นาวาโร่ (ผู้กำกับภาพ)
ผลงาน >>> Pan’s Labyrinth, Hellboy II: The Golden Army, Hellboy

ริชาร์ด เชอร์แมน (ผู้ออกแบบงานสร้าง)
ผลงาน >>> Kinsey, Things We Lost in the Fire, Gods and Monsters

จอห์น บรูโน่ (ผู้ดูแลวิชวลเอฟเฟ็ค)
ผลงาน >>> Avatar, X-Men: The Last Stand, Rush Hour 3, The Abyss

ไมเคิล วิลคินสัน (ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย)
ผลงาน >>> 300, Sucker Punch, Tron: Legacy, Watchmen
บิล คอนดอน (ผู้กำกับ)
คอนดอน คือผู้กำกับที่ได้รับรางวัลออสการ์ สาชาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากเรื่อง Gods and Monsters นำแสดงโดย เอียน แม็คเคล
แลน และ ลินน์ เรดเกรฟ ที่เขาทั้งเขียนบทและกำกับเอง และยังมีผลงานที่ได้รับทั้งเสียงชื่นชมและทำรายได้งดงามอย่าง Dreamgirls
ที่เข้าชิงถึง 8 รางวัลออสการ์ และได้รับมาถึงสองรางวัล รวมถึงยังเข้าชิงรางวัลบนเวทีสำคัญมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ลูกโลกทองคำ
รางวัลแบฟต้า รวมถึงรางวัลสมาคมนักแสดง
คอนดอน เขียนบทและกำกับหนังปี 2005 เรื่อง Kinsey ที่ทำให้เขาได้รับรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจาก British Directors Guild รวมถึง
ส่งให้นักแสดงนำอย่าง เลียม นีสัน เข้าชิงรางวัลนำชายบนเวที Los Angeles Film Critics และ ลอร่า ลินนี่ย์ ที่เข้าชิงรางวัลออสการ์
สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม
คอนดอน ยังเขียนบทภาพยนตร์ให้กับหนังที่ได้รับรางวัลออสการ์ประจำปี 2002 อย่าง Chicago ซึ่งตัวเขาเองก็ถูกเสนอชื่อในสาขาบท
ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม โดยในปัจจุบันเขาก็กำลังทำโพสโปรดักชั่นให้กับ The Twilight Saga: Breaking Dawn - Part 2 ซึ่งมีกำหนด
ฉายในเดือนพฤศจิกายน ปี 2012

เมลิซซ่า โรเซนเบิร์ค (ผู้เขียนบท)
ผลงาน >>> Twilight, Step Up, The O.C., Boston Public, Ally McBeal

วิค ก๊อดฟรีย์ (ผู้อำนวยการสร้าง)
ผลงาน >>> Twilight, The Mask, Dumb and Dumber, Behind Enemy Lines, Alien vs Predator

กิลเลอร์โม นาวาโร่ (ผู้กำกับภาพ)
ผลงาน >>> Pan’s Labyrinth, Hellboy II: The Golden Army, Hellboy

ริชาร์ด เชอร์แมน (ผู้ออกแบบงานสร้าง)
ผลงาน >>> Kinsey, Things We Lost in the Fire, Gods and Monsters

จอห์น บรูโน่ (ผู้ดูแลวิชวลเอฟเฟ็ค)
ผลงาน >>> Avatar, X-Men: The Last Stand, Rush Hour 3, The Abyss

ไมเคิล วิลคินสัน (ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย)
ผลงาน >>> 300, Sucker Punch, Tron: Legacy, Watchmen



 
The Twilight saga : Breaking Dawn Part 1 กลับมาสร้างปรากฎการณ์กระหึ่มโลกอีกครั้ง และครั้งแรกกับการเปิดตัว ลูกสาวของโรเบิร์ตและคริสเต็น....แมคเคนซี่ ฟอย
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 14 มีนาคม 2554


        ถือว่าเป็นหนังที่สร้างปรากฎการณ์ทุกครั้งที่กลับมา กับหนังเฟรนไชน์สุดฮิตอย่างทไวไลท์ และครั้งนี้ก็พร้อมกลับมาสร้างปรากฎการณ์กระหึ่มโลกอีกครั้ง เมื่อผู้สร้าง The Twilight saga : Breaking Dawn Part 1 ได้ออกมาประกาศวันเข้าฉาย โดยถูกกำหนดให้เข้าฉายในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2011 ซึ่งแค่ประกาศออกมาเหล่าสาวกทไวไลท์ทั่วโลกก็นับวันรอกันเลยทีเดียว โดย The Twilight saga : Breaking Dawn ถือเป็นภาคสุดท้ายของหนังเฟรนไชน์อย่าง ทไวไลท์ และถือเป็นการสรุปของเหตุการณ์ทุกอย่างที่แฟนๆตั้งตารอคอย ซึ่งครั้งนี้ทางผู้สร้างได้แบ่งเป็น 2 ภาคเหมือนกับเวอร์ชั่นหนังสือ เพื่อให้ผู้ชมได้รับความสนุกอย่างเต็มที่ และสำหรับ The Twilight saga : Breaking Dawn ตัวละครที่สำคัญที่สุดสำหรับภาคนี้ก็คือ หนูน้อย เรเนสเม่ คัลเลน ลูกสาวของเบลล่าและเอ็ดเวิร์ด ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามระหว่างครอบครัวคัลเลน และ แวมไพร์กลุ่มโวลตูรี ซึ่งทีมงานได้ทำการคัดเลือกนักแสดงเด็กมากมาย จนมาลงตัวที่ แมคเคนซี่ ฟอย นักแสดงและนางแบบวัย 10 ขวบ ซึ่งเธอมีชื่อเสียงมาจากการถ่ายแบบและโฆษณาให้สินค้ามากมาย ไม่ว่าจะเป็น Gap, Guess Kid, Burger’s King รวมถึงทีวีซีรี่ย์เรื่องดังอย่าง Charmed และ Good Day L.A. และนี่ถือเป็นครั้งแรกของเธอกับการแสดงทางจอเงิน ซึ่งกระแสจากสาวกทไวไลท์ต่างชื่นชมว่าเหมาะสมกับบทนี้

และถึงแม้ตอนนี้ The Twilight saga : Breaking Dawn Part 1 จะอยู่ในระหว่างถ่ายทำ แต่เพียงแค่มีข่าวลือออกมาว่าจะมีการฉายฟุตเทจเป็นครั้งแรก ในงาน Comic Con ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคมนี้ ก็ทำให้ตั๋วงานนี้ขายหมดเกลี้ยงภายในเวลาแค่ 4 ชั่วโมง เรียกว่าสาวกยังเหนียวแน่น และสร้างปรากฎการณ์อย่างต่อเนื่อง กับภาพยนตร์เฟรนไชน์ที่ถือว่าได้รับความนิยมสูงสุดแห่งยุคเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว และมีแฟนคลับอยู่ทั่วโลก และถูกจัดอันดับโดยเว็บไซค์ www.fanpagelist.com ให้เป็น Official Facebook Fanpage ในสาขาภาพยนตร์อันดับ 1 ด้วยการมีสมาชิกกว่า 19 ล้านคน เอาชนะ Harry Potter and the Deathly Hallows ที่มีสมาชิกเพียง 18 ล้านกว่าคน และ Toy Story 3 ทีมีสมาชิกเพียง 15 ล้านกว่าคน

โดยใน The Twilight saga : Breaking Dawn Part 1 เป็นเรื่องราวหลังจากที่ เบลล่า (คริสเต็น สจ๊วต) ตัดสินใจจะใช้ชีวิตที่เหลือกับ เอ็ดเวิร์ด (โรเบิร์ต แพททินสัน) ทั้งสองแต่งงานกันและไปฮันนีมูนเหมือนคู่รักธรรมดาทั่วไป แต่แล้วการฮันนีมูนก็จบลงกะทันหัน เมื่อเบลล่าพบว่าตัวเองตั้งท้อง ลูกของเธอกับเอ็ดเวิร์ด ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และทำให้ครอบครัวคัลเลนต้องช่วยกันดูแลเบลล่า และหาข้อมูลเกี่ยวกับเด็กที่กำลังจะเกิดมา เพื่อจะรับมือให้ได้ พร้อมกับป้องกันไม่ให้ข่าวเล็ดลอดออกไปข้างนอก เพราะอาจเป็นการนำมาซึ่งสงครามระหว่างแวมไพร์ โดยเฉพาะผู้คุมกฎอย่างโวลตูรี่ ที่ถือว่า แวมไพร์เด็กคือตัวอันตรายและต้องถูกกำจัด ครอบครัวคัลเลนจึงต้องปกป้องเบลล่า และยังต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากเพื่อนเก่าอย่าง เจคอบ (เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์) และหมาป่าจากควิตยูลอีกด้วย

เตรียมพบกับบทสรุปของความรักระหว่างแวมไพร์กับมนุษย์ กับการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของทไวไลท์ The Twilight saga: Breaking Dawn Part 1 วันที่
18 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์




 

3 นักแสดง Breaking Dawn ผวา เตือนภัยสึนามิในสถานที่ถ่ายทำ
โรเบิร์ต-คริสเตน-เทย์เลอร์ ร่วมส่งกำลังใจให้คนญี่ปุ่น

Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 14 มีนาคม 2554

       เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เกิดเหตุแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งวัดระดับได้ถึง 8.9 ริกเตอร์ ก่อให้เกิดสึนามิที่ถล่มใจกลางกรุงโตเกียว โดยในเช้าวันจันทร์บริเวณชายฝั่งบริติชโคลัมเบีย ที่กองถ่ายทำหนังเรื่อง The Twilight Saga: Breaking Dawn ก็ได้รับการเตือนให้หลบหนีออกจากพื้นที่โดยด่วน

โรเบิร์ต แพททินสัน, คริสเต็น สจ๊วต และ เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์ นักแสดงหลักทั้งสามที่อยู่ในเมืองโทฟิโน่ รัฐแวนคูเวอร์ ก็ได้อพยพเข้ามาในตัวเมืองที่อยู่ห่างจากบริเวณชายหาด โดย คริสเต็น สจ๊วต พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า "นี่เป็นหายนะทางธรรมชาติที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่ฉันเคยสัมผัส เพราะมันส่งผลกระทบมาถึงทะเลแถบประเทศแคนาดาเลยทีเดียว โชคดีที่เรามีการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ อย่างไรก็ตามฉันก็ขอเป็นกำลังใจให้กับชาวญี่ปุ่นทุกคน"

ทางด้าน โรเบิร์ต แพททินสัน พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า "มันเป็นเรื่องน่าเศร้ามากครับ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่เราไม่สามารถควบคุมได้ แต่สิ่งที่เราทำได้ก็คือการให้ความช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และในฐานะที่ผมเป็นที่รู้จัก ผมขอสัญญาว่าจะทำทุกอย่างเพื่อให้ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิม"
เทยเลอร์ เลาท์เนอร์ ก็พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า "ผมจำได้ว่าเราทั้งสามไปโปรโมต New Moon ในโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ผมชอบวัฒนธรมและเคารพความมีวินัยของคนที่นี่มาก การได้รับรู้ถึงโศกนาฏกรรมครั้งนี้ถือเป็นเรื่องน่าเศร้าที่สุด ผมหวังว่าคนที่สูญหายจะปลอดภัยและได้รับการช่วยเหลือในเร็ววัน"

THE TWILIGHT SAGA : Breaking Dawn … ภาค 1 มีกำหนดเข้าฉายในเมืองไทย ในวันที่ 18 พฤศจิกายน 20111






 

เตรียมชมตัวอย่างแรกที่โลกรอคอยของ The Twilight Saga: Breaking Dawn - Part I ในงาน MTV Movie Awards 2011 วันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน นี้
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 23 พฤษภาคม  2554


      แฟนคลับแวมไพร์ทไวไลท์เตรียมกรี๊ดพร้อมนับถอยหลังเพื่อชมตัวอย่างแรกก่อนใครในโลกของบทสรุปมหากาพย์ แวมไพร์ ทไวไลท์ ใน The Twilight Saga: Breaking Dawn - Part I (เดอะทไวไลท์ซาก้า เบรกกิ้ง ดอนน์ ภาค 1) ในงานประกาศผลรางวัล MTV Movie Awards ที่จะจัดขึ้นที่นครลอสแองเจลิส วันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน นี้ (เวลาในประเทศไทยคือเช้าวันที่ 6 มิถุนายน เวลา 9 โมงเช้า เป็นต้นไป)
ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้รับการคอนเฟิร์มจากทางสตูดิโอหลัก แต่แหล่งของข้อมูลนี้มาจากประธานบริษัท RioFilm ซึ่งอำนวยความสะดวกให้กับทีมงาน Breaking Dawn ในการถ่ายทำฉากฮันนีมูนที่ประเทศบราซิล โดยเขาเขียนไว้ในทวิตเตอร์ว่า "ผมพึ่งรู้ว่า

ตัวอย่างแรกของ Breaking Dawn จะมีฉากที่ถ่ายทำในกรุงริโอถึง 4 ช็อต และมันจะถูกฉายเป็นครั้งแรกในงาน เอ็มทีวี อวอร์ด" โดยแหล่งข่าวนี้ถือว่ามีน้ำหนักมาก เพราะสองปีที่ผ่านมา ทั้ง New Moon และ Eclipse ก็ปล่อยภาพเคลื่อนไหวแรกในงานประกาศรางวัลนี้เช่นกัน
ขณะเดียวกัน The Twilight Saga: Eclipse ก็เข้าชิงถึง 8 รางวัล ซึ่งถือว่ามากที่สุดในบรรดาหนังที่เข้าชิง โดยสาขาที่ถูกเสนอชื่อได้แก่ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (คริสเต็น สจ๊วต), นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (โรเบิร์ต แพททินสัน และ เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์), นักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยม (ซาเวียร์ ซามูเอล), ฉากต่อสู้ยอดเยี่ยม รวมถึงรางวัลที่ทุกคนลุ้นอย่าง ฉากจูบยอดเยี่ยม ซึ่งการจูบระหว่าง คริสเต็น กับ โรเบิร์ต และ คริสเต็น กับ เทย์เลอร์ ก็ถูกเสนอเข้าชิงทั้งคู่
โรเบิร์ต แพททินสัน ได้เผยถึงความรู้สึกในการที่เขาถูกเสนอชื่อในสาขาจูบยอดเยี่ยมเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน โดยให้สัมภาษณ์กับทาง MTV UK ไว้ว่า "มันคงแปลกถ้าปีนี้ผมไม่ได้รับรับรางวัล เพราะมันอาจหมายถึงทุกคนคิดว่าผมเป็นผู้ชายที่จูบได้แย่ลง (หัวเราะ) อย่างไรก็ตามผมหวังว่าปีนี้แฟนๆจะให้โอกาสจูบของ เบลล่า และ เจคอบ บ้าง"
โดยผู้ได้รับรางวัลของ MTV Movie Awards จะมาจากผลโหวตของทางบ้าน ทุกคนสามารถไปโหวตให้กับ Eclipse โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ที่ http://www.mtv.com/ontv/movieawards/2011/categories.jhtml โดยสามารถชมตัวอย่างแรกของ Breaking Dawn - Part I ก่อนใครในโลกและติดตามงานประกาศรางวัลได้ที่ http://www.mtv.com/ontv/movieawards/2011 วันที่ 5 มิถุนายน เวลา 3 ทุุ่ม (เวลาในประเทศไทยคือเช้าวันที่ 6 มิถุนายน เวลา 9 โมงเช้า) เป็นต้นไป

นับถอยหลังสู่ตัวอย่างแรกที่โลกรอคอยของ
The Twilight Saga: Breaking Dawn - Part I
ในงาน MTV Movie Awards 2011 วันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน นี้
และภาพยนตร์เข้าฉายในประเทศไทยวันที่ 17 พฤศจิกายน 2011




 









 

The Twilight Saga: Eclipse สร้างปรากฏการณ์ กวาด 5 รางวัล ใหญ่ในงาน MTV Movie Awards พร้อมเผยตัวอย่างแรก ของ The Twilight Saga: Breaking Dawn - Part I ให้แฟนคลับได้ กดไลค์ ( click like ) พร้อมกันทั้งโลก
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 6 มิถุนายน 2554

            ถือเป็นการสร้างปรากฏการณ์อีกครั้งสำหรับ The Twilight Saga: Eclipse ที่ได้รับรางวัล 5 รางวัลจาก 2011 MTV Movies Awards ซึ่งมากที่สุดในบรรดาผู้เข้าชิงในปีนี้ และมากที่สุดนับตั้งแต่ Twilight และ New Moon โดยหนังได้รับรางวัล นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (โรเบิร์ต แพททินสัน), นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (คริสเต็น สจ๊วต), ฉากต่อสู้ยอดเยี่ยม, ฉากจูบยอดเยี่ยม (โรเบิร์ต แพททินสัน และ คริสเต็น สจ๊วต) รวมถึงรางวัล ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
สำหรับรางวัลฉากจูบยอดเยี่ยมที่ผู้ชมทุกคนตั้งตารอ ซึ่งในที่สุดฉากจูบระหว่าง เอ็ดเวิร์ด และ เบลล่า ก็ได้รับรางวัลเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน แต่ครั้งนี้นักแสดงทั้งสองก็ได้สร้างเสียงฮือฮาที่สุดในค่ำคืนการประกาศผล โดยแทนที่ทั้งคู่กันจูบกันเหมือนทุกครั้ง แพททินสัน ได้กล่าวบนเวทีว่า "ผมรู้สึกแย่จังที่ต้องจูบกับคุณเป็นครั้งที่สาม" ซึ่ง คริสเต็น ก็ตอบกลับว่า "นั้นสิ บางทีใครสักคนด้านล่างคงต้องการจูบของคุณมากกว่า" ทันทีที่เธอพูดจบ แพททินสัน ก็กระโดดลงจากเวทีเพื่อไปแลกจูบกับ เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์ ซึ่งนั่งอยู่แถวหน้าสุด

สำหรับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์ ก็ได้เป็นตัวแทนขึ้นไปรับรางวัล โดยเขากล่าวถึงความรู้สึกว่า "ขอบคุณมากครับ พวกเรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เข้าชิงรางวัลนี้ 3 ปีติดต่อกัน แต่สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เรามายืนอยู่ตรงจุดนี้ได้ ก็คือแฟนๆทุกคนที่ร่วมกันโหวตให้กับพวกเรา การสนับสนุนของพวกคุณถือเป็นทุกสิ่งสำหรับผมและทีมงาน"

ในขณะเดียวกัน บนเวทีการประกาศผล 2011 MTV Movies Award โรเบิร์ต แพททินสัน ที่ขึ้นเวทีเพื่อรับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ก็เป็นคนแนะนำเข้าสู่การปล่อยทีเซอร์ ตัวอย่างแรกของ The Twilight Saga: Breaking Dawn – Part 1 ( เดอะทไวไลท์ซาก้า เบรกกิ้งดอร์น ภาค 1) อย่างเป็นทางการที่แรกในโลก ซึ่งก็กำลังสร้างปรากฏการณ์ยอดคนกดเข้าชมบนโลกไซเบอร์อยู่ในขณะนี้ และได้รับการคาดหมายว่าจะมียอดคลิกชมตัวอย่างสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของแวมไพร์ทไวไลท์ ทาง www.imdb.com

The Twilight Saga: Breaking Dawn Part I เริ่มต้นหลังพิธีแต่งงานของ เบลล่า และ เอ็ดเวิร์ด เดินทางไปฮันนีมูนที่กรุงริโอ เดอ จาเนโร ทั้งสองมีช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด แต่ด้วยแรงปรารถนาของ เบลล่า ในการเปลี่ยนเป็นแวมไพร์ ก็กลายเป็นจุดแตกหักของครอบครัวคัลเลนและฝูงหมาป่าเผ่าควิลยูต ที่เตือนไว้ว่าถ้า เอ็ดเวิร์ด เปลี่ยน เบลล่า เป็นแวมไพร์ สงครามระหว่างสองเผ่าพันธุ์จะต้องอุบัติขึ้น ไม่นานหลังจากกลับมาเมืองฟอร์คส เบลล่า พบว่าตัวเองงตั้งท้อง ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นระหว่างมนุษย์และแวมไพร์ การกำเนิดของ เรเนสมี ลูกครึ่งมนุษย์-แวมไพร์ ล่วงรู้ไปถึงกลุ่มแวมไพร์โวลตูรี่ ผู้ปกครองเผ่าพันธุ์แวมไพร์ทั้งหมด พวกเขาต้องการที่จะครอบครอง เรเนสมี และทำลายครอบครัวคัลเลน ทำให้ทุกคนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเตรียมตัวรับมือ โดยขอความช่วยเหลือไปยังกลุ่มแวมไพร์พันธมิตรทั่วโลก เพื่อเข้ามาช่วยสนับสนุนในการต่อสู้ครั้งสุดท้าย

นับถอยหลังสู่ภาพยนตร์ที่โลกรอคอยของ
The Twilight Saga: Breaking Dawn - Part I
ภาพยนตร์เข้าฉายในประเทศไทยวันที่ 17 พฤศจิกายน 2011
และติดตามข่าวคราวสุด Exclusive ของภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ทาง www.facebook.com/sahamongkolfilmint



 






 

เตรียมชมตัวอย่างแรกที่โลกรอคอยของ The Twilight Saga: Breaking Dawn - Part I ในงาน MTV Movie Awards 2011 วันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน นี้
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 7 มิถุนายน 2554


      แฟนคลับแวมไพร์ทไวไลท์เตรียมกรี๊ดพร้อมนับถอยหลังเพื่อชมตัวอย่างแรกก่อนใครในโลกของบทสรุปมหากาพย์ แวมไพร์ ทไวไลท์ ใน The Twilight Saga: Breaking Dawn - Part I (เดอะทไวไลท์ซาก้า เบรกกิ้ง ดอนน์ ภาค 1) ในงานประกาศผลรางวัล MTV Movie Awards ที่จะจัดขึ้นที่นครลอสแองเจลิส วันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน นี้ (เวลาในประเทศไทยคือเช้าวันที่ 6 มิถุนายน เวลา 9 โมงเช้า เป็นต้นไป)
ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้รับการคอนเฟิร์มจากทางสตูดิโอหลัก แต่แหล่งของข้อมูลนี้มาจากประธานบริษัท RioFilm ซึ่งอำนวยความสะดวกให้กับทีมงาน Breaking Dawn ในการถ่ายทำฉากฮันนีมูนที่ประเทศบราซิล โดยเขาเขียนไว้ในทวิตเตอร์ว่า "ผมพึ่งรู้ว่า

ตัวอย่างแรกของ Breaking Dawn จะมีฉากที่ถ่ายทำในกรุงริโอถึง 4 ช็อต และมันจะถูกฉายเป็นครั้งแรกในงาน เอ็มทีวี อวอร์ด" โดยแหล่งข่าวนี้ถือว่ามีน้ำหนักมาก เพราะสองปีที่ผ่านมา ทั้ง New Moon และ Eclipse ก็ปล่อยภาพเคลื่อนไหวแรกในงานประกาศรางวัลนี้เช่นกัน
ขณะเดียวกัน The Twilight Saga: Eclipse ก็เข้าชิงถึง 8 รางวัล ซึ่งถือว่ามากที่สุดในบรรดาหนังที่เข้าชิง โดยสาขาที่ถูกเสนอชื่อได้แก่ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (คริสเต็น สจ๊วต), นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (โรเบิร์ต แพททินสัน และ เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์), นักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยม (ซาเวียร์ ซามูเอล), ฉากต่อสู้ยอดเยี่ยม รวมถึงรางวัลที่ทุกคนลุ้นอย่าง ฉากจูบยอดเยี่ยม ซึ่งการจูบระหว่าง คริสเต็น กับ โรเบิร์ต และ คริสเต็น กับ เทย์เลอร์ ก็ถูกเสนอเข้าชิงทั้งคู่
โรเบิร์ต แพททินสัน ได้เผยถึงความรู้สึกในการที่เขาถูกเสนอชื่อในสาขาจูบยอดเยี่ยมเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน โดยให้สัมภาษณ์กับทาง MTV UK ไว้ว่า "มันคงแปลกถ้าปีนี้ผมไม่ได้รับรับรางวัล เพราะมันอาจหมายถึงทุกคนคิดว่าผมเป็นผู้ชายที่จูบได้แย่ลง (หัวเราะ) อย่างไรก็ตามผมหวังว่าปีนี้แฟนๆจะให้โอกาสจูบของ เบลล่า และ เจคอบ บ้าง"
โดยผู้ได้รับรางวัลของ MTV Movie Awards จะมาจากผลโหวตของทางบ้าน ทุกคนสามารถไปโหวตให้กับ Eclipse โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ที่ http://www.mtv.com/ontv/movieawards/2011/categories.jhtml โดยสามารถชมตัวอย่างแรกของ Breaking Dawn - Part I ก่อนใครในโลกและติดตามงานประกาศรางวัลได้ที่ http://www.mtv.com/ontv/movieawards/2011 วันที่ 5 มิถุนายน เวลา 3 ทุุ่ม (เวลาในประเทศไทยคือเช้าวันที่ 6 มิถุนายน เวลา 9 โมงเช้า) เป็นต้นไป

นับถอยหลังสู่ตัวอย่างแรกที่โลกรอคอยของ
The Twilight Saga: Breaking Dawn - Part I
ในงาน MTV Movie Awards 2011 วันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน นี้
และภาพยนตร์เข้าฉายในประเทศไทยวันที่ 17 พฤศจิกายน 2011




 
แฟนคลับนับหมื่นต่อแถวรอกรี๊ดกระหึ่มงาน Comic-Con 2011 !
ต้อนรับทีมนักแสดงแวมไพร์ทไวไลท์ภาค 4.1
ใน The Twilight Saga: Breaking Dawn – Part 1
รุมขอลายเซ็นต์พร้อม รับเสบียงหลังกางเต้นท์รอกว่า 72 ชั่วโมง

Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 25 กรกฎาคม 2554


    เมื่อวันที่ 21 กรกฏาคม ที่ผ่านมา The Twilight Saga: Breaking Dawn - Part 1 ( เดอะทไวไลท์ซาก้า เบรกกิ้ง ดอนน์ ภาค 1 ) ก็ได้เข้าร่วมงาน San Diego Comic-Con 2011 ( ซานดิเอโก้ โคมิคคอน 2011 ) โดยสามนักแสดงนำ คริสเต็น สจ๊วต, โรเบิร์ต แพททินสัน และ เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์ ผู้กำกับ บิล คอนดอน รวมถึงนักแสดงสมทบอีกมากมาย ก็ได้เดินทางมาให้แฟนๆได้กรี๊ดกัน พร้อมกับการฉาย 2 คลิปใหม่เป็นที่แรกในโลก

งานจัดขึ้นภายใน Hall H ซึ่งเป็นที่เดียวกับที่จัด New Moon และ Twilight สามารถจุคนได้หลายพันคนและเป็นฮอลล์ที่ใหญ่ที่สุดในงาน Comic-Con โดยตั๋วเข้าร่วมงานในครั้งนี้ก็ขายหมดภายในเวลาเพียง 3 ชั่วโมง และก็เหมือน 3 ปีที่ผ่านมา เมื่อบรรดาสาวก แวมไพร์ ทไวไลท์ จำนวนมากตั้งแค้มป์รออยู่ด้านนอกตั้งแต่วันจันทร์ เพื่อที่จะได้เห็นนักแสดงในดวงใจของพวกเธอแบบเต็มๆตา โดยเช้าวันพฤหัสก่อนเข้างาน แฟนๆหลายพันคนก็พบกับเรื่องเซอร์ไพรซ์ เมื่อทีมนักแสดงจากหนัง ไม่ว่าจะเป็น บูบู สจ๊วต (เซธ เคลียร์วอเตอร์), จูเลีย โจนส์ (ลีอา เคลียร์วอเตอร์), อลิซาเบธ รีสเซอร์ (เอสเม่ คัลเลน), นิคกี้ รี้ด (โรซาลี เฮล) และ แอชลี่ย์ กรีน (อลิซ คัลเลน) ก็ได้มาแจกจ่ายเสบียงให้กับแฟนๆที่มาตั้งแค้มป์รอเข้างาน

ระหว่างการแถลงข่าว บิล คอนดอน ก็ได้แนะนำได้ทุกคนได้ดู 2 คลิปพิเศษจากหนัง โดยฉากแรกจะเป็นฉากที่ เจคอบ ตัดสินใจที่หันหลังให้กับครอบครัวและเผ่าของเขา เพื่อร่วมมือกับครอบครัวคัลเลนในการป้องกันไม่ให้ แซม หัวหน้าวูล์ฟแพ็คเข้ามาทำร้าย เบลล่า โดยฉากนี้ เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์ อธิบายเอาไว้ว่า "มันเป็นเรื่องลำบาก เพราะหลังจากเขาทุ่มเทความรักให้กับ เบลล่า และต้องหัวใจสลายเมื่อเธอไม่ได้เลือกเขา เจคอบ กลายเป็นผู้ชายที่เติบโตขึ้น และเรียนรู้ที่จะเป็นผู้นำ ถ้านั้นหมายถึงการที่เขาต้องแยกจากพวกเดียวกันเอง”

ฉากที่สองก็คือฉากฮันนีมูนที่เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆได้มากที่สุด โดยเป็นฉากที่ เอ็ดเวิร์ด และ เบลล่า อยู่บริเวณบ้าน ก่อนที่เขาชวนเธอออกไปว่ายน้ำ เอ็ดเวิร์ด ถอดเสื้อและเดินลงน้ำ ก่อนที่เธอจะตามเขาไป โดย บิล คอนดอน ก็ได้พูดถึงฉากนี้ว่า "มันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขของทั้งสอง ก่อนที่การกระทำบางอย่างจะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง ผมคิดว่ามันสำคัญที่จะให้ เบลล่า มีความสุขแบบมนุษย์ก่อนที่เธอจะเปลี่ยนไปตลอดกาล"
นับถอยหลังสู่ภาพยนตร์ที่ทั้งโลกรอคอย

17 พฤศจิกายน 2011......
The Twilight Saga: Breaking Dawn – Part 1


ชมภาพบรรยากาศงานได้ที่นี่

http://www.youtube.com/watch?v=LD3vqdVkv6k

 










 

คริสเต็น – โรเบิร์ต เอาใจแฟนคลับ การันตี The Twilight saga : Breaking Dawn Part 1 เลิฟซีนหวานกว่าทุกภาค
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 31 สิงหาคม 2554

             ถือเป็นปรากฏการณ์หนังเฟรนไชส์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงทั่วโลกนับตั้งแต่เปิดตัวมากับ แวมไพร์ ทไวไลท์ จนมาถึงภาคล่าสุดในปีนี้กับ The Twilight saga : Breaking Dawn Part 1 (แวมไพร์ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้งดอร์น ภาค 1) ที่ถือเป็นอีกหนึ่งภาคที่แฟนๆ ต่างตั้งตารอคอย ซึ่งเรื่องราวในภาคนี้ดำเนินมาถึงจุดเปลี่ยนในชีวิตของ เบลล่า (คริสเต็น สจ๊วต) ที่ตัดสินใจแต่งงานกับ เอ็ดเวิร์ด (โรเบิร์ต แพททินสัน) และพร้อมที่จะกลายเป็นแวมไพร์ แม้เอ็ดเวิร์ดจะไม่เห็นด้วยก็ตาม และด้วยภาคนี้เปิดตัวด้วย ฉากแต่งงานของทั้งสองคน ทำให้บรรยากาศของทไวไลท์ภาคนี้อบอวลไปด้วยความรัก และหลังงานแต่งงานก็คือการไปฮันนีมูน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แฟนๆ ต่างรอคอยจะได้ชมฉากนี้ สมกับที่ลุ้นฉากเลิฟซีนของเอ็ดเวิร์ดและเบลล่ามานาน และฉากนี้ยังเป็นการเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งในเรื่องไปตลอดกาล ซึ่งทั้ง โรเบิร์ตและคริสเต็น ก็ไม่ทำให้แฟนๆ ต้องผิดหวังที่รอคอยจะเห็นฉากนี้มาถึง 4 ปี จัดเต็มหวานใส่กันเต็มที่ งานนี้แฟนๆ เตรียมเสียงกรี้ดสนั่นโรงกันไว้ได้เลย โดยทั้งสองนักแสดงนำที่ถึงแม้จะคบกันในชีวิตจริง แต่สำหรับฉากเลิฟซีนระหว่างมนุษย์กับแวมไพร์ที่เกิดขึ้นก็ไม่เหมือนฉากเลิฟซีนทั่วไปอย่างแน่นอน และนั่นก็ทำให้ทั้งคู่หนักใจอยู่ไม่น้อย โดย โรเบิร์ต แพททินสัน ได้กล่าวถึงฉากเลิฟซีนนี้ว่า “ตอนที่จะถ่ายฉากนี้ผมกับคริสเต็นไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย พวกเรามากองถ่ายด้วยสมองปลอดโปร่งที่สุด แม้จะมีนักแสดงหลายคนบอกว่าฉากร่วมรักมักทำให้พวกเขาประหม่า แต่ผมไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับผม แล้วพอต้องถ่ายทำจริงๆ ก็รู้สึกกดดันอยู่เหมือนกัน บอกไม่ถูกเลยอาจเป็นเพราะเราสองคนเล่นเป็นตัวละครที่แฟนๆเชียร์ให้รักกันมานานหลายปี ก็เล่นยากอยู่เหมือนกัน”

นอกจากฉากเลิฟซีนแล้ว ทั้งโรเบิร์ตและคริสเต็น ยังหวานใส่กันไม่หยุดตลอดทั้งเรื่อง ทั้งฉากแต่งงานซึ่งเรียกได้ว่าเป็นงานแต่งงานในฝันของสาวๆ เลยทีเดียว โดยคริสเต็นยอมรับว่าเหมือนกับกำลังจะแต่งงานกับโรเบิร์ตจริงๆ รวมถึงการไปฮันนีมูนที่ ริโอเดอจาเนโร บราซิล ที่นอกจากบรรยากาศจะสวยงามเหมือนในหนังสือแล้ว การก้าวข้ามความสัมพันธ์จากคู่รักเป็นสามีภรรยาของทั้งคู่ยิ่งทำให้เราจะได้เห็นความหวานที่ทั้งคู่แสดงออกมาให้แฟนๆ ได้อินกับคู่แต่งงานหมาดๆ คู่นี้ไปด้วย

สำหรับเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นใน The Twilight saga : Breaking Dawn Part 1 (แวมไพร์ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้งดอร์น ภาค 1) เป็นภาคที่หวานที่สุดของแวมไพร์ทไวไลท์ โดยเรื่องดำเนินมาถึงจุดเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของ เบลล่า (คริสเต็น สจ๊วต) เมื่อเธอตัดสินใจแต่งงานกับ เอ็ดเวิร์ด (โรเบิร์ต แพททินสัน) และเมื่อเสร็จจากงานแต่งงานทั้งสองก็เดินทางไปฮันนีมูนที่เกาะส่วนตัวใน ริโอเดอจาเนโร และท่ามกลางความหวานของการฮันนีมูนและการเริ่มต้นชีวิต สามีภรรยาอย่างสมบูรณ์แบบ ก็เกิดสิ่งที่ไม่คาดฝันกับเบลล่า นั่นคือ เธอตั้งท้องกับเอ็ดเวิร์ด ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นและไม่เป็นที่ยอมรับของ กลุ่มโวลตูรี ทั้งครอบครัวคัลเลนและ เจคอบ (เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์) จึงต้องทำทุกอย่างเพื่อรับมือกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงชีวิตของ เบลล่า และ การต่อสู้ครั้งสุดท้าย

จุดเริ่มต้นสู่การต่อสู้ครั้งสุดท้ายของ แวมไพร์ทไวไลท์ The Twilight saga: Breaking Dawn Part 1
แวมไพร์ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้งดอร์น ภาค 1 วันที่ 17 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์


 





 

ปรากฎการณ์ทไวไลท์กลับมากระหึ่มโลกอีกครั้ง กับตัวอย่างเต็มครั้งแรกของ The Twilight saga : Breaking Dawn Part 1 ประเทศไทยประกาศวันฉาย 24 พฤศจิกายนนี้
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 16 กันยายน 2554

                 หลังจากปล่อยทีเซอร์ตัวแรกมาต้อนรับกระแสความคลั่งกับเหล่าสาวกแวมไพร์ทไวไลท์ และได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้น อย่างในเวบ youtube ก็มีคนเข้าไปดูถึง 4 ล้านคนในเวลาเพียง 3 วัน หรือการตอบรับของบรรดาแฟนคลับที่ต่างพูดถึงและตั้งหน้าตั้งตารอคอยตัวอย่างเต็ม รวมถึงกระแสตอบรับจากงาน Comic Con ที่เพิ่งจบไปที่เราได้เห็นภาพแฟนๆมาตั้งเต้นท์รอถึงสามวันล่วงหน้าและตั๋วเข้างานจำหน่ายหมดใน 3 ชั่วโมง เพียงเพื่อจะได้พบนักแสดงในเรื่องและได้เข้าไปในบูทของ The Twilight saga : Breaking Dawn Part 1 ทำให้ทางทีมสร้างก็ไม่รอช้าที่จะประกาศข่าวของตัวอย่างเต็มที่จะถูกปล่อยออกมาทางออนไลน์ใน วันพุธที่ 14 กันยายนนี้ เวลา 7.30 น.(ตามเวลาประเทศไทย) ซึ่งแน่นอนว่าเพียงแค่ข่าวออกมาจากต้นสังกัดก็กลายเป็นกระแสทอล์คออฟเดอะทาวน์เลยทีเดียว จนสร้างสถิติยอดคนดูสูงสุดกว่าตัวอย่างทุกตอนที่ผ่านมา เพื่อรอชมจุดเริ่มต้นของบทสรุปความรักระหว่าง เอ็ดเวิร์ด เบลล่า และ เจคอบด้วยใจจดจ่อ

สำหรับเรื่องราวใน The Twilight saga : Breaking Dawn Part 1 เป็นภาคแรกของบทสรุปแห่งแวมไพร์ทไวไลท์ โดยหลังจาก เบลล่า (คริสเต็น สจ๊วต) ตัดสินใจแต่งงานกับ เอ็ดเวิร์ด (โรเบิร์ต แพททินสัน) และไปฮันนีมูนกันบนเกาะส่วนตัวใน ริโอ เดอจาเนโร ทั้งสองคนต่างใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างมีความสุข แต่แล้วความสุขก็จบลงเมื่อ เบลล่า พบว่าตัวเองตั้งท้องและเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนระหว่าง แวมไพร์กับมนุษย์ และสร้างความทุกข์ใจให้กับ เอ็ดเวิร์ด ที่ต้องเห็นความเจ็บปวดของเบลล่าและต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจครั้งสำคัญที่มีผลต่อชีวิตที่เหลืออยู่ของเบลล่า

http://www.youtube.com/watch?v=od0y9crkIkg

สิ้นสุดการรอคอยกับ ตัวอย่างเต็มครั้งแรกของ
24 พฤศจิกายนนี้ พร้อมกันทั่วประเทศ


 

กระแสแวมไพร์ทไวไลท์กระหึ่มไทย รับการมาของ The Twilight saga : Breaking Dawn Part 1 มงคลเมเจอร์จับมือปราชญ์เปรียว จัดแฟนมีทติ้ง ตอบรับยอดคลิ๊กตัวอย่าง เพลงประกอบภาพยนตร์ ทะลุหลักล้าน
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 10 ตุลาคม 2554

              แรงแบบไม่มีตกจริงๆสำหรับภาพยนตร์ที่วัยรุ่นทั้งโลกรอคอย กับ The Twilight saga ; Breaking Dawn Part 1 ที่ตอนนี้ ยอดคลิ๊กชมตัวอย่างในช่อง official เร็วที่สุดกว่าทุกภาค โดยทีเซอร์ตัวอย่างมียอดคลิ๊กกว่า 6 ล้านครั้ง และตัวอย่างเต็มที่ปล่อยมาเพียงแค่ 3 สัปดาห์ก็มียอดคลิ๊กกว่า 2,500,000 ครั้ง สำหรับเวบ official แต่ที่สร้างปรากฏการณ์เซอร์ไพรซ์ที่สุดก็คือ เพลงประกอบภาพยนตร์ที่ได้นักร้องเสียงนุ่ม บรูโน่ มาร์ส มาขับร้อง กับเพลง It’s will rain ซึ่งเพียงแค่เปิดให้ฟังทางออนไลน์ได้แค่สัปดาห์เดียว ก็มียอดคลิ๊กถึงเกือบ 10 ล้านครั้ง และยังติดอยู่ใน Top 100 ของยอดดาวน์โหลดใน Itunes และเป็นซิงเกิ้ลที่ติดอันดับใน US Billboard Hot 100 ถือได้ว่าเป็นปรากฏการณ์จริงๆ สำหรับทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับ แวมไพร์ทไวไลท์ และสำหรับแฟนๆชาวไทยก็สามารถฟังเพลงนี้ได้แล้วจากคลื่นวิทยุทุกคลื่น พร้อมกับเตรียมฟัง อัลบั้มเต็มของเพลงประกอบภาพยนตร์ The Twilight saga : Breaking Dawn Part 1 ได้ในวันที่ 10 พศจิกายนนี้

เพื่อเอาใจแฟนๆของแวมไพร์ทไวไลท์ กับปรากฎการณ์กระแสตอบรับที่ดีเยี่ยม มงคลเมเจอร์ และ สำนักพิมพ์ปราชญ์เปรียว จึงเตรียมจัดงาน Twilight Thailand Fan Duel to Breaking Dawn Part I กิจกรรมดี ๆ เพื่อเฟ้นหาสุดยอดแฟนพันธุ์แท้ สายเลือดทไวไลท์ตัวจริงของเมืองไทย ขึ้นใน งาน Book Expo ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ ในวันพุธที่ 12 ตุลาคมนี้ เวลา 12.00 น. โดยในงานได้จัดกิจกรรมต่างๆให้แฟนๆทไวไลท์กันเต็มที่ ทั้งการพูดคุยถึงหนังสือภาคล่าสุดที่ถูกนำมาสร้าง และหนังที่กำลังจะเข้าฉาย ฉากที่ห้ามพลาดในภาคนี้ และ ที่สำคัญที่สุดคือ การชิงตั๋วเพื่อชมภาพยนตร์เรื่องนี้ก่อนใครในรอบ Thailand Premiere ซึ่งแฟนคลับตัวจริงไม่ควรพลาด
สำหรับภาพยนตร์เรื่อง The Twilight saga : Breaking Dawn Part 1 เป็นภาคแรกของบทสรุปแห่งสงครามแวมไพร์ที่ทั่วโลกรอคอย โดยในภาคนี้เรื่องราวมาถึงการแต่งงาน และ การฮันนีมูน ระหว่าง เอ็ดเวิร์ด (โรเบิร์ต แพททินสัน) และ เบลล่า (คริสเต็น สจ๊วต) แต่สิ่งที่ตามมาหลังการฮันนีมูนจบลง ก็คือ เบลล่าพบว่าตัวเองตั้งท้อง และนั่นเองเป็นจุดเปลี่ยนของทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งความสัมพันธ์กับเหล่าหมาป่าควิตยูล / กลุ่มแวมไพร์โวลตูรี และที่สำคัญคือ การตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ของเอ็ดเวิร์ด ที่จะเปลี่ยนชีวิตของเบลล่าไปตลอดกาล

ตัวอย่างเต็มของภาพยนตร์ที่วัยรุ่นทั้งโลกรอคอย http://www.youtube.com/watch?v=od0y9crkIkg

เพลงประกอบภาพยนตร์ It’s Will Rain ที่มียอดคลิ๊กเกือบ 10 ล้านครั้งใน 1 สัปดาห์
http://www.youtube.com/watch?v=fwr1hm_oBxE&ob=av2e

และเตรียมนับถอยหลังสู่ปรากฏการณ์แวมไพร์ทไวไลท์ ได้ที่งาน Book Expo ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ 12 ตุลาคมนี้ เวลา 12.00 น.

The Twilight saga : Breaking Dawn Part 1แวมไพร์ ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้ง ดอว์น ภาค 1
24 พฤศจิกายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์


 
มงคลเมเจอร์ จับมือ พันธมิตร New MAZDA 2 ELEGANCE จัดใหญ่ต้อนรับ The Twilight saga : Breaking Dawn Part 1
เปิดตัวเวบไซต์รวมแฟนคลับแวมไพร์ทไวไลท์ครั้งยิ่งใหญ่
แค่คลิ๊ก www.breakingdawn-th.com

Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 13 ตุลาคม 2554

     มงคลเมเจอร์ ผู้นำเข้าภาพยนตร์ที่เป็นที่สุดของวัยรุ่นทั่วโลก The Twilight saga : Breaking Dawn Part 1 : แวมไพร์ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้ง ดอว์น ภาค 1 จับมือพันธมิตร New MAZDA 2 ELEGANCE เตรียมนับถอยหลังสู่ปรากฎการณ์ แวมไพร์ทไวไลท์ ครั้งยิ่งใหญ่ เปิดเวบไซต์เพื่อให้แฟนๆได้อัพเดทข่าวคราวก่อนใคร กับเวบไซต์ที่ใช้ชื่อว่า www.breakingdawn-th.com พร้อมกันนี้ ยังเตรียมความยิ่งใหญ่ไว้เอาใจแฟนคลับ โดย จัดกิจกรรมให้สมกับการรอคอยการมาถึงของภาพยนตร์เรื่องนี้ กับกิจกรรมสุดมันส์เพื่อลุ้นรับรางวัลใหญ่ เป็น iPad 2 ( ไอแพ็ด 2 ) รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น The Twilight saga : Breaking Dawn Part 1 ที่มีมูลค่าสูงถึง 69,000 บาท ที่สำคัญมีเพียงเครื่องเดียวในเมืองไทยเท่านั้น และรางวัลอื่นๆอีกมากมาย ทั้งบัตรชมภาพยนตร์รอบแรกในประเทศไทย และ เสื้อทีเชิ้ตลิขสิทธิ์ อีกมูลค่ากว่า 50,000 บาท ซึ่งสามารถเข้าไปร่วมสนุกโดยลงทะเบียนผ่านเวบไซต์ได้ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป โดยผู้ที่ตอบคำถามจากภาพยนตร์ได้เร็วที่สุด และมีคะแนนสะสมสูงสุด จึงจะได้เป็นเจ้าของของรางวัลสุดพิเศษที่มีเพียงชิ้นเดียวในเมืองไทยเท่านั้น เรียกได้ว่าต้องใช้ทั้งความตั้งใจ และการเป็นแฟนพันธ์แท้ของแวมไพร์ทไวไลท์เท่านั้น จึงจะสามารถคว้ารางวัลมาได้ เพราะ มงคลเมเจอร์ และ New MAZDA 2 ELEGANCE ตั้งใจทำกิจกรรมนี้ให้เป็นพิเศษสำหรับแฟนตัวจริงเท่านั้น

สำหรับ The Twilight saga : Breaking Dawn Part 1 : แวมไพร์ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้ง ดอว์น ภาค 1 เป็นตอนล่าสุดของภาพยนตร์เฟรนไชน์สุดฮิต ที่ครองใจวัยรุ่นทั่วโลก ที่ครั้งนี้ก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ภาคก่อนๆ ทั้งฉากแต่งงงาน การฮันนีมูน และแน่นอนจุดไคลแมกซ์ของเรื่องกับ การตั้งท้องของเบลล่า ที่เป็นจุดเปลี่ยนแปลงของทุกสิ่ง ทำให้ภาคนี้เป็นอีกภาคที่ทุกคนต่างเฝ้ารอคอย

สามารถติดตามกิจกรรม และ กติกาในการร่วมสนุก พร้อมทั้งข่าวสารอัพเดทได้ทาง
www.breakingdawn-th.com

The Twilight saga : Breaking Dawn Part 1
แวมไพร์ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้ง ดอว์น ภาค 1
24 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์



 




 

ภาพยนตร์ The twilight saga :breaking dawn part 1 ตอกย้ำกระแส ร่วมกับ สำนักพิมพ์ปราชญ์เปรียว เตรียมนับถอยหลังสู่ปรากฏการณ์ ร่วมด้วย “แอริน ยุกตะทัต” เฟ้นหาสุดยอดแฟนพันธุ์แท้ทไวไลท์
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 13 ตุลาคม 2554

      เป็นภาพยนตร์ที่มาแรงและสร้างกระแสได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับ The twilight saga : breaking dawn part 1 หรือชื่อไทยว่า แวมไพร์ ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้ง ดอร์น ภาค 1 หลังจากสร้างปรากฏการณ์ฮิตถล่มทลายทั่วโลกมาแล้วถึง 3 ภาค และในภาค 4 นี้ ถือเป็นภาคที่ผู้ชมรอคอยมากที่สุด เนื่องจากจะได้เห็นฉากเลิฟซีนอันหวานซึ้ง ดูดดื่ม และเร่าร้อน ระหว่างเทพบุตรแวมไพร์ และ มนุษย์สาว รวมไปถึงฉากแอ็คชั่นที่เข้มข้น ดุเดือด และมันส์กว่าทุกภาคที่ผ่านมา ซึ่งความยิ่งใหญ่ที่กล่าวมา เตรียมเข้าฉายในไทย วันที่ 24 พฤศจิกายน แต่ก่อนจะถึงวันนั้น ทางมงคลเมเจอร์ ผู้จัดจำหน่ายภาพนยตร์ The twilight saga : breaking dawn part 1 และ สำนักพิมพ์ปราชญ์เปรียว เจ้าของลิขสิทธิ์หนังสือชุดทไวไลท์ ขอเอาใจทั้งผู้ที่ชื่นชอบภาพยนตร์และหนังสือ มาเตรียมตัวนับถอยหลังไปพร้อมกัน กับกิจกรรม “Twilight Thailand Fan Duel to Breaking Dawn Part 1” ใน Book Expo Thailand 2011 เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ที่ผ่านมา ท่ามกลางความสนใจของผู้ที่มาร่วมงาน

ในงานนี้ ได้รับเกียรติจาก คุณพิสิษฐ์ พิรจิตรสิงห์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดบริษัทมงคลเมเจอร์ / คุณกนกวรรณ สุวรรณภักดี บรรณาธิการสำนักพิมพ์ ปราชญ์เปรียวสำนักพิมพ์ และ คุณแอริน ยุกตะทัต นักแสดงสาวสวยที่เป็นอีกคนหนึ่งที่ชื่นชอบ ภาพยนตร์และหนังสือชุด The twilight saga โดยทั้งหมดร่วมกันพูดคุยกันถึง กระแสทไวไลท์ในไทย ฉากเด็ดที่หลายคนอยากเห็นในหนังภาค 4/ใจความสำคัญของหนังสือตอน breaking dawn part 1 หรือชื่อไทยหนังสือว่า “รุ่งอรุโณทัย เล่ม 1” ซึ่งทุกท่านลงความเห็นว่า ภาคนี้เป็นภาคที่หลายคนตั้งตารอ อย่างสาวๆคงอยากเห็นฉากแต่งงานแสนโรแมนติก ฉากฮันนีมูนที่สวีทจนทุกคนอิจฉาเบลล่า และ ฉากเลิฟซีนสุดร้อนแรง ส่วนหนุ่มๆก็รอคอยฉากแอ็คชั่นแปลกใหม่ ที่จะเกิดขึ้นในภาคนี้ เราจะได้เห็นฝูงหมาป่านำโดยเจคอบ เตรียมกองทัพหมาป่าของเขา ไว้คอยปกป้อง เบลล่า หญิงสาวที่เค้ารัก โดย แอริน ให้สัมภาษณ์ว่า “แอรินติดตาม twilight มาตั้งแต่ยังไม่ประกาศสร้างเป็นภาพยนตร์ เพราะอ่านมาตั้งแต่เป็นหนังสือเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษเลย อ่านแล้วติดมาก ตามอ่านทุกเล่ม พอมาทำเป็นภาพยนตร์ก็ยิ่งรักเลย ดูมาตั้งแต่ภาคแรก ไม่เคยพลาดเลยซักภาค และในปีนี้ จะได้ชมภาค 4 แล้วยิ่งตื่นเต้น ขนาดดูแค่ตัวอย่างยังจะร้องไห้เลย รู้สึกซึ้งและอินมาก ส่วนตัวรู้สึกอิจฉาเบลล่า เพราะมีแต่หนุ่มๆมารุมล้อม อยากเป็นแบบนั้นบ้าง(หัวเราะ) ...ส่วนฉากที่แอรินรอดู อาจจะต่างจากคนอื่นนิดนึง เพราะส่วนมากน่าจะรอดูฉากแต่งงาน ฉากฮันนีมูน แอรินอยากดูฉากที่เบลล่าท้อง อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง และสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อมา เชื่อว่าภาคนี้ต้องสนุกกว่า 3 ภาคที่ผ่านมาแน่ ตัวแอรินเป็นอีกคนหนึ่งที่จะไม่พลาดแน่นอนค่ะ อย่าลืมติดตามชมนะคะ เข้าฉายในไทย 24 พฤศจิกายน”

นอกจากนั้นภายในงาน ยังมีการเฟ้นหา สายเลือดทไวไลท์ตัวจริงของเมืองไทย ว่าใครที่เป็นแฟนพันธุแท้ของทไวไลท์แบบเข้าสายเลือดกันบ้าง หลังจากเล่นเกมส์ตอบคำถามกันอย่างสนุกสนาน สุดท้ายได้ผู้ชนะ รับรางวัลเป็นที่พักจาก Idylic Resort เกาะหลีเป๊ะ

The twilight saga : breaking dawn part 1 ในภาคนี้เรื่องราวดำเนินมาถึงการแต่งงานระหว่างเบลล่าและเอ็ดเวิร์ด แต่นั่นเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดเท่านั้น เพราะหลังจากนั้น เบลล่าได้ตั้งท้อง ลูกของเธอกับเอ็ดเวิร์ดขึ้นมา เด็กในท้องเป็นลูกครึ่งระหว่างมนุษย์กับแวมไพร์ เบลล่าจะสามารถมีชีวิตรอดได้หรือไม่ หรือเธอจะต้องเปลี่ยนเป็นแวมไพร์หรือเปล่า และถ้าเปลี่ยนจะเปลี่ยนโดยใคร และ อย่างไร ต้องติดตาม....ที่สำคัญ สงครามใหญ่กำลังจะเกิดขึ้นกับแวมไพร์ตระกูลคัลเลน พวกเขาจึงต้องผนึกกำลังกับหมาป่ากลุ่มเจคอบ เพื่อปกป้องเบลล่า จาก แวมไพร์โวลตูรี่ ฝูงหมาป่าอื่นๆ

นับถอยหลังสู่ปรากฏการณ์
แวมไพร์ ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้ง ดอร์น ภาค 1
24 พฤศจิกายน นี้ ในโรงภาพยนตร์

 















 

แวมไพร์ ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้ง ดอว์น ภาค 1 ให้แฟนคลับเตรียมลุ้น เบลล่า จะเปลี่ยนเป็นแวมไพร์ไหม ? พร้อมเปิดเกมส์แรกวันนี้ให้ชิง IPAD 2 รุ่น Breaking Dawn ชิ้นเดียวในไทย
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 28 ตุลาคม 2554

    แวมไพร์ ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้ง ดอว์น ภาค 1 ให้แฟนคลับเตรียมลุ้น เบลล่า จะเปลี่ยนเป็นแวมไพร์ไหม ?
ในบทสรุปแห่งรักนิรันดร์ของ แวมไพร์-มนุษย์ และ หมาป่า พร้อมเปิดเกมส์แรกวันนี้ให้ชิง IPAD 2 รุ่น Breaking Dawn ชิ้นเดียวในไทย ทาง www.breakingdawn-th.com หรือ www.mazda2life.com/breakingdawn

มงคลเมเจอร์ เตรียมให้แฟนคลับนับถอยหลังแล้วสำหรับกำหนดการเข้าฉายของภาพยนตร์ The Twilight saga : Breaking Dawn Part 1 : แวมไพร์ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้ง ดอว์น ภาค 1 ที่มีกำหนดเข้าฉายในประเทศไทยในวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ โดยฉากที่แฟนคลับตั้งตารอที่สุดคงหนีไม่พ้นคำถามที่ว่า เบลล่า จะเปลี่ยนเป็นแวมไพร์ไหม และ เจคอบ จะปกป้องเธอจากการตกเป็นเป้าหมายของ ฝูงหมาป่า เพื่อนพ้องของเขาได้หรือไม่ โดยภาพยนตร์ แวมไพร์ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้ง ดอว์น ภาค 1 ยังได้นักแสดงชุดเดิม ทั้ง โรเบิร์ต แพททินสัน คริสเต็น สจ็วต และ เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์ และได้ผู้กำกับ บิล คอนดอน แห่ง Dreamgirls มารับหน้าที่กำกับการแสดง และเพื่อเป็นการ เรียกกระแสให้แฟน ๆ ได้สนุกกันก่อนภาพยนตร์เข้าฉาย ทางมงคลเมเจอร์ ได้เปิด เกมส์แรกสำหรับการเก็บคะแนนสะสมเพื่อให้ชิง IPAD 2 รุ่น Breaking Dawn ชิ้นเดียวในไทย แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ทาง www.breakingdawn-th.com หรือ www.mazda2life.com/breakingdawn โดยการเล่นเกมส์จะมีทั้งหมด 5 ด่าน ( ด่าน Cullen’s Home – Bella’s Home – La Push – Forrest in Forks และ Wedding Ceremony ) เพื่อสะสมคะแนน โดยเริ่มด่านแรกในวันที่ 26 ตุลาคมนี้ ไปจนสิ้นสุดด่านสุดท้ายในวันที่ 20 พฤศจิกายน โดยผุ้ที่ได้คะแนนสูงสุด และ เร็วที่สุด จะเป็นผู้ชนะ

วันนี้ ! เตรียมนับถอยหลังสู่ทุกความเคลื่อนไหวของ
แวมไพร์ ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้ง ดอว์น ภาค 1
ได้ทาง www.breakingdawn-th.com และwww.mazda2life.com/breakingdawn

 
รู้จัก 2 ตัวละคร แก๊งค์หมาป่า ทีมเจคอบ
ลีอาห์ และ เซ็ธ เคลียร์วอเตอร์ ใน Breaking Dawn - Part 1

Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 29 ตุลาคม 2554

   ลีอาห์ เคลียร์วอเตอร์ (รับบทโดย จูเลีย โจนส์)
ลีอาห์ ถือว่าเป็น Shape-Shifter ที่แตกต่างจากคนอื่น เพราะชาวเผ่าเชื่อว่าคนที่เปลี่ยนร่างเป็นหมาป่าจะมีเฉพาะผู้ชายเท่านั้น แต่การที่ ลีอาห์ เปลี่ยนร่างได้จึงเป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย แต่การเปลี่ยนร่างนั้นก็ส่งผลให้ แฮร์รี่ พ่อของ ลีอาห์ หัวใจวายเสียชีวิต และจากการที่เธออกหักจาก แซม ทำให้เมื่อใดก็ตามที่ ลีอาห์ กลายร่าง ความรู้สึกก็ส่งผ่านถึง Shape-Shifter ในฝูงทุกตัว รวมถึงความรักของ แซม ที่มีต่อ เอมิลี่ ก็ยิ่งทำให้เธอเศร้าโศก ซึ่งก็ส่งถึงฝูงหมาป่าทั้งหมดและทำให้เกิดสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
จูเลีย โจนส์ ได้พูดถึงการเปลี่ยนแปลงของ ลีอาห์ ใน Braking Dawn - Part 1 ว่า "ใน Eclipse คุณจะเห็นว่าเธออยู่ในอารมณ์ฉุนเฉียวตลอดเวลา ส่วนหนึ่งก็มาจากการที่ เบลล่า สุงสิงอยู่กับพวกแวมไพร์ แต่เมื่อฉันได้อ่านบทบาทของ ลีอาห์ ใน Breaking Dawn ฉันก็รู้สึกตื่นเต้นมากขึ้น เพราะเธอได้เติบโตขึ้นทางอารมณ์ และก็ไม่ได้โกรธตลอดเวลาเหมือนแต่ก่อนแล้ว ส่วนหนึ่งก็อาจเป็นเพราะเธอตัดสินใจแยกตัวออกมาจาก แซม เพื่อมาอยู่กับกลุ่มของ เจคอบ และ เซธ น้องชายของเธอ และก็อาจเป็นเพราะเธอเข้าใจถึงสถานการณ์ของ เจคอบ กับ เบลล่า ที่มีความคล้ายคลึงกับเธอและ แซม"

เซ็ธ เคลียร์วอเตอร์ (รับบทโดย บูบู สจ๊วต)
เซ็ธ เป็น Shape-Shifter ที่อ่อนวัยที่สุดในฝูงหมาป่าแห่งลาพุช เขาเริ่มมีบทบาทใน Eclipse เพราะด้วยความที่ เซ็ธ เด็กสุดในกลุ่ม เขาเลยถูกมอบหมายให้อยู่เฝ้า เบลล่า เพื่อทำหน้าที่ติดต่อกับฝูง แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ได้ร่วมรบกับ เอ็ดเวิร์ด โดยบังเอิญ เพราะการถูกจู่โจมจากกองทัพแวมไพร์ของ วิคตอเรีย ทำให้สายสัมพันธ์ระหว่าง เอ็ดเวิร์ด และ เซ็ธ เป็นเหมือนเพื่อนแท้ต่อกัน โดยว่ากันว่า เซ็ธ เป็น Shape-Shifter เพียงคนเดียวที่สนิทใจกับพวกแวมไพร์มากที่สุด
บูบู สจ๊วต ได้พูดถึงการเปลี่ยนแปลงของ เซธ ใน Braking Dawn - Part 1 ว่า "มันจะคล้ายๆกับการเปลี่ยนแปลงของ เจคอบ ใน New Moon ครับ คือใน Eclipse คุณจะเห็นว่า เซธ อยู่ในวัยเด็ก แต่ในภาคนี้เขาก็จะมีการเปลี่ยนแปลงในสภาพร่างกายอย่างเห็นได้ชัด ในขณะเดียวกันด้วยความที่เขาเป็นชนเผ่าควิลยูตร่วมสมัยที่เข้าใจพวกแวมไพร์ ทำให้เขาตัดสินใจที่แยกตัวออกมาจากฝูงหมาป่าของ แซม เพื่อที่จะติดตาม เจคอบ และกลายเป็นผู้คุ้มภัยไม่ให้ใครเข้ามาทำร้าย เบลล่า แม้แต่พวกเดียวกันเอง"

24 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

 




 

แวมไพร์ หนุ่มหล่อสาวสวยครอบครัวคัลเลรวมตัวเตรียมงานแต่งงานครั้งหยุดโลก ระหว่าง โรเบิร์ต แพททินสัน และ คริสเตน สจ็วต ใน แวมไพร์ ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้ง ดอว์น ภาค 1
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 7 พฤศจิกายน 2554

           ใกล้กำหนดฉายเข้ามาทุกที่สำหรับภาพยนตร์ที่ วัยรุ่นทั้งโลกตั้งตารอใน แวมไพร์ ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้ง ดอว์นภาค 1 ที่ มีกำหนดเข้าฉายในประเทศไทยในวันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ โดยเพื่อไม่ให้แฟนคลับต้องผิดหวังทางผู้สร้างภาพยนตร์จึงถ่ายทำภาพยนตร์ แวมไพร์ ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้ง ดอว์นภาค 1 และ 2 ในเวลาเดียวกัน ก่อนที่จะแบ่งออกเป็น 2 ภาค โดย เบรคกิ้ง ดอว์น ภาค 1 เปิดเรื่องด้วย งานแต่งงาน ของ เอ็ดเวิร์ด (โรเบิร์ต แพททินสัน) และ เบลล่า (คริสเตน สจ็วต) ที่ได้หนุ่มหล่อสาวสวยเหล่าแวมไพร์จากตระกลูคัลเลน มาช่วยเนรมิต งานแต่งงานครั้งนี้ให้ออกมาสมกับที่แฟน

คลับรอคอย โดยได้ อลิซ (แอชลี่ย์ กรีน) แจสเปอร์ (แจ็คสัน รัทซ์โบน) โรซาลี (นิคกี้ รีด) และ เอมเม็ต (เคลแลน ลัทส์) และถือเป็นครั้งแรกที่ โรซาลี ยอมทำเพื่อ เบลล่า หลังจากที่ 3 ภาคที่ผ่านมา เธอไม่ค่อยชอบหน้า เบลล่า สักเท่าไร

ในภาคนี้ อลิซ เป็นผู้รับหน้าที่ในการเตรียมงานแต่ง โดย เอ็ดเวิร์ด และ เบลล่า อนุญาตให้เธอจัดการทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นพิธีการ กิจกรรมหลังงาน รวมถึงแขกที่เชิญ ผู้อำนวยการสร้าง วิค ก็อดฟรีย์ เล่าว่า "ในขณะที่ เบลล่า เป็นเจ้าสาวในงานนี้ แต่ชุดเจ้าสาวรวมถึงการเตรียมงานทุกอย่างจัดการโดย อลิซ ซึ่งจะออกมางดงามและอลังการที่สุดตามสไตล์ของเธอ"

แอชลี่ย์ กรีน พูดถึง อลิซ ที่ตื่นเต้นกับงานแต่งจนเผลอๆ จะมากกว่าเจ้าบ่าวและเจ้าสาวเสียอีก "อลิซ ต้องการให้งานแต่งออกมาน่าประทับใจที่สุด เธอเตรียมทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่ชุดนอนที่ เบลล่า จะใส่ไปฮันนีมูน ทุกคนรู้ว่า อลิซ เป็นคนชอบวางแผน แต่ในที่สุดเราก็จะเห็น อลิซ ได้ลงมือทำทุกอย่างตามแผนซะที"


ในขณะที่ อลิซ เป็นแม่งาน ในการเตรียมงาน อลิซ ก็ได้ใช้พลังของ เอมเม็ต ในการเตรียมงาน แม้กระทั่ง โรซาลี เองก็ยังเข้ามาช่วยด้วย นิกกี้ รีด เล่าว่า "ถึงแม้ โรซาลี จะไม่เคยเห็นด้วยกับทุกสิ่งทุกอย่าง แต่เธอก็ตัดสินใจแล้วว่าถ้ามันทำให้ เอ็ดเวิร์ด มีความสุขเธอก็จะช่วย และอีกประการก็คือ โรซาลี ชอบงานแต่งอยู่แล้ว เพราะเธอก็เคยมีความหลังเกี่ยวกับงานแต่ง"

ในขณะเดียวกัน โรซาลี ที่เป็นปฏิปักษ์กับ เบลล่า มาโดยตลอด ก็กลับเป็นคนให้กำลังใจเธอ ในช่วงเวลาที่ เบลล่า ตั้งท้องหลังจากกลับมาจากฮันนีมูน ก็อดฟรีย์ เล่าว่า "โรซาลี สนับสนุน เบลล่า ที่จะเก็บเด็กในท้องเอาไว้ เนื่องจากเธอรู้สึกเสียใจที่ตัวเองไม่เคยมีลูกมาก่อน มันใช้เวลาถึงภาคที่ 4 กว่าที่ โรซาลี และ เบลล่า เข้าใจกัน เพราะตลอดเวลา โรซาลี ไม่เข้าใจว่าทำไมถึง เบลล่า ถึงอยากสละสิ่งที่ตัวเองเป็นขนาดนั้น ตอนนี้เธอเข้าใจและก็ต้องการสนับสนุนทางเลือกของ เบลล่า เพราะเธอเข้าใจถึงความรักแบบนี้"

ในภาพยนตร์ แวมไพร์ ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้ง ดอว์นภาค 1 จะพาคนดูติดตามการเดินทางของตัวละครหลักทั้งสามคนสู่การเป็นผู้ใหญ่ ทุกอย่างเริ่มต้นในวันสุดท้ายก่อนงานแต่งงานระหว่าง เบลล่า และ เอ็ดเวิร์ด โดยผู้อำนวยการสร้าง วิค ก็อดฟรีย์ เล่าถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในภาคนี้ว่า "ตอนสุดท้ายของ ภาค 3 พวกเราปล่อยให้ เบลล่า และ เอ็ดเวิร์ด อยู่ในทุ่งหญ้าพูดถึงการแต่งงาน เราจึงเริ่มต้นภาคนี้ด้วยฉากที่ทุกคนได้รับการ์ดเชิญ ซึ่งนำไปสู่พิธีแต่งงานที่ทั้งโลกรอคอย ก่อนที่เราจะมุ่งหน้าไปบราซิลเพื่อถ่ายฉากฮันนีมูน แต่จากนั้นปัญหาก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อการตั้งท้องของ เบลล่า เปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง"

สามารถติดตามกิจกรรม พร้อมทั้งข่าวสารอัพเดทโปรโมชั่นต่างๆ ได้ทาง
www.breakingdawn-th.com หรือ www.mazda2life.com/breakingdawn

บทสรุปแห่งรักนิรันดร์ เป็นเพียงจุดเริ่มต้น
The Twilight saga : Breaking Dawn Part 1
(แวมไพร์ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้ง ดอว์น ภาค 1)
24 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์



 
นับถอยหลังสู่งาน! เวิลด์ พรีเมียร์ ที่คนทั้งโลกตั้งตารอ
The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1
ชมถ่ายทอดสด ได้ที่นี่ เช้าตรู่ วันที่ 15 พฤศจิกายน (08.00 – 11.00)

Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 14 พฤศจิกายน 2554

           กลายเป็นกระแส ทอล์คออฟเดอะทาวน์ แบบแรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่สำหรับภาพยนตร์เรื่อง The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1 หรือชื่อไทยว่า แวมไพร์ ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้ง ดอว์น ภาค 1 ที่อยู่ในความสนใจของแฟนคลับมาต่อเนื่องตลอดทั้งปี กับเรื่องราวของทีมนักแสดง และ เนื้อหาในภาพยนตร์ และล่าสุด แฟนคลับกว่า 500 คนได้ไปตั้งแคมป์รอดูเหล่านักแสดงที่จะมาปรากฎโฉม ในวันที่ 14 พฤศจิกายน (เวลาใน LA) ด้วยความตื่นเต้น
งาน เวิลด์ พรีเมียร์ ภาพยนตร์ The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1 ได้จัดขึ้นที่ โนเกีย เธียเตอร์ โรงภาพยนตร์สุดหรูของ ฮอลลีวู้ด โดยงาน จะเริ่มใน เวลา 17.00 ถึง 2 0.00 ตามเวลาในประเทศ อเมริกา ซึ่งตรงกับ ช่วงเวลา เช้าตรู่ของ วันที่ 15 พฤศจิกายน ตั้งแต่ 08.00-11.00 ในประเทศไทย ซึ่ง 3 นักแสดงนำ โรเบิร์ต แพททิน
สัน คริสเตน สจ็วต และ เทย์ เลาท์เนอร์ กำลังเก็บตัวอยู่กับสไตลิสต์ส่วนตัว และ อุบเงียบที่จะเซอร์ไพร์สแฟนๆ ว่า พวกเขาจะปรากฏตัวด้วยเสื้อผ้า หน้าผมแบบไหน รวมถึงทีมนักแสดงคนอื่นๆ ทั้งทีมหมาป่า และ ทีมแวมไพร์ ก็ต่างไม่มีใครยอมใครด้วยเหมือนกัน

ติดตามชมการถ่ายทอดสดได้ที
http://movies.yahoo.com/twilight และ www.sahamongkolfilm.com
The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1
มีกำหนดเข้าฉายในประเทศไทย 1 ธันวาคม 2554 นี้


 
นับถอยหลังสู่ตอนจบของภาพยนตร์ชุดแวมไพร์ทไวไลท์อย่างยิ่งใหญ่
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 14 พฤศจิกายน 2554

          นับถอยหลังสู่ตอนจบของภาพยนตร์ชุดแวมไพร์ทไวไลท์อย่างยิ่งใหญ่ ต้อนรับการเข้าฉายของ แวมไพร์ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้งดอว์น ภาค 1 โรเบิร์ต แพททินสัน, คริสเต็น สจ๊วต และ เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์ ประทับรอยมือรอยเท้าครั้งประวัติศาสตร์ เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับถล่มฮอลลิวู้ด เฮ้าส์ ออฟ เฟรม

การประทับรอยมือรอยเท้าของนักแสดงในฮอลลิวู้ด ถือเป็นเกียรติสูงสุดของวงการบันเทิงมานานหลายทศวรรษ นี่ถือเป็นโอกาสพิเศษสำหรับสามนักแสดงวัยรุ่นจาก Twilight ที่ได้รับเกียรตินี้ โดยทั้ง โรเบิร์ต แพททินสัน (25 ปี), คริสเต็น สจ๊วต (21 ปี) และ เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์ (20 ปี) ต่างก็มาร่วมพิธีที่หน้าโรงหนัง กรูแมน ไชนิส เธียเตอร์ ในฮอลลิวู้ด รัฐแคลิฟอร์เนีย หลังจากที่รอโอกาสนี้มาจนถึงภาคสุดท้ายของภาพยนตร์ชุด แวทไพร์ทไวไลท์ ท่ามกลางแฟนคลับที่มาให้ดำลังใจพวกเขานับพันคน และกรี๊ดรับทุกนาทีที่นักแสดงทั้งสามคนพูดหรือทำอะไรในวันนั้น ซึ่งถือว่าเป้นวันที่ยิ่งใหญ่ของนักแสดงและแฟนคลับภาพยนตร์เรื่องนี้อีกด้วย
สเตฟานี่ เมเยอร์ ผู้แต่งหนังสือชุด Twilight ได้รับเกียรติให้เป็นผู้แนะนำนักแสดงทั้งสามเข้ามาในพิธี โดยเธอเผยถึงความรู้สึกว่า "ฉันรู้สึกดีใจที่สุด เพราะชีวิตของพวกเราทุกคนเปลี่ยนแปลงไปมากในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ฉันรู้สึกเป็นหนี้
พวกเขาที่ถ่ายทอดความรู้สึกของตัวละครที่ฉันรัก และเติมเต็มจินตนาการของแฟนๆทุกคน ทุกสิ่งทุกอย่างที่ ร็อบ, คริสเต็น และ เทย์เลอร์ ทำให้ เอ็ดเวิร์ด, เบลล่า และ เจคอบ จะทำให้ฉันไม่มีวันลืม"

ทางด้านสามนักแสดงนำจาก Twilight ก็ได้กล่าวถึงความรู้สึกในการได้รับเกียรตินี้ โดย สจ๊วต ได้พูดว่า "ตั้งแต่ฉันตัดสินใจว่าจะเป็นนักแสดง นี่คือสิ่งที่เจ๋งที่สุดที่วงการบังเทิงมอบให้กับฉัน" ในขณะที่ เลาท์เนอร์ กล่าวว่า "มันมีช่วงเวลาพิเศษที่ยากแก่การอธิบาย และนี่ก็คือหนึ่งในช่วงเวลานั้น มันเป็นฝันที่เป็นจริงของผม" และ แพททินสัน กล่าวสรุปว่า "ลองดูสิว่าเรายังเด็กขนาดไหน มันทั้งตลกและน่าตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน (หัวเราะ) แต่ทุกอย่างจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่มีแฟนๆ ที่ให้การสนับสนุน Twilight ผมขอขอบคุณ"

ชมภาพบรรยากาศได้ที่นี่ http://www.youtube.com/watch?v=48rEKXpAX0Y

The Twilight Saga: Breaking Dawn - Part 1
แวมไพร์ ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้ง ดอว์นภาค 1
24 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์



 











 






























 

แวมไพร์ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้ง ดอว์น ภาค 1
เปิดตัวยิ่งใหญ่ในแอลเอ ทีมนักแสดง แข่งแต่งสวย-หล่อ
เอาใจแฟนคลับ ทุกคนการันตี ภาคนี้สนุกที่สุด !

Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 17 พฤศจิกายน 2554

         เปิดตัวไปอย่างยิ่งใหญ่สำหรับงานเปิดตัวภาพยนตร์ที่คนทั้งโลกรอคอยสำหรับภาพยนตร์เรื่อง The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1 หรือ แวมไพร์ ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้ง ดอว์น ภาค 1 เมื่อช่วงเช้า ตั้งแต่ 08.00 น. ของวันที่ 15 พฤศจิกายน (ตามเวลาในประเทศไทย) ทีมีแฟนคลับนับพันคนมาตั้งแคมป์รอล่วงหน้าเป็นเวลากว่า 4 วัน เพื่อรอคอยที่ชมว่านักแสดงขวัญใจพวกเขาจะแต่งตัวมางานด้วยเสื้อผ้าหน้าผมแบบไหน ซึ่งเหล่านักแสดงก็ไม่ได้ทำให้แฟนคลับต้องผิดหวังเมื่อ เมื่อจัดเต็มกันมาทั้ง ทีม แวมไพร์ และ ทีมหมาป่า ในการเดินพรมแดงก่อนชมภาพยนตร์ โดยสาวสวยแวมไพร์ตระกลูคัลเลน แอชชีย์ กรีน ปรากฏโฉมด้วยชุดสีแดง สุดร้อนแรง โดย อีกหนึ่ง แวมไพร์สาวสวยของตระกลูคัลเลน นิคกี้ รีด ก็ไม่ยอมน้อยหน้า มาในชุดเขียว ส่วนหนุ่มๆ ทั้ง แจ็คสัน รัทซ์โบน เคลแลน ลัทส์ และ บูบู สจ็วต ต่างมาในสูทดำเข้มเท่ แล้วนาทีทุกคนรอคอยก็มาถึง เมื่อ โรเบิร์ต แพททินสัน มาถึงงานในชุดสูทสีเทา ตามมาติดๆ ด้วย คริสเตน สจ็วต ในเดรสซีทรูสุดเซ็กซี่สีน้ำเงินเข้ม โชว์เรียวขาสวย และหนุ่มฮอตที่ตามเข้างานมาเป็นคนสุดท้าย ที่ตามเข้างานมาเป็นคนสุดท้าย เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์ มาชุดสูทสีน้ำเงินไทสีแดงเข้ม ก่อนที่ทีมนักแสดงทั้งหมดจะร่วมชมภาพยนตร์พร้อมกัน ณ โรงภาพยนตร์ โนเกีย เธียเตอร์ โรงภาพยนตร์สุดหรูของ ฮอลลีวู้ด และมี อาฟเตอร์ปาร์ตี้ต่อหลังจากภาพยนตร์จบ

“ผมว่า เรื่อง The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1 คือตอนที่สนุกที่สุดในทุกๆ ภาคที่ผ่านมา ทุกๆ ฉากทำผมตื่นเต้นมากยิ่งเมื่อได้เห็นบนจอบอกได้ว่า เกินกว่าที่หวังไว้ครับ“ เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์ พูดถึงสิ่งที่เขาประทับใจหลังชมภาพยนตร์ และ ล่าสุด The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1 ก็ได้สร้างปรากฏการณ์อีกครั้งกับสถิติการขายตั๋วล่วงหน้า ที่ขายไปแล้วกว่า 3,000 รอบ โดยรายได้ของ Breaking Dawn – Part 1 ได้แซงภาคล่าสุดอย่าง Eclipse ไปแล้วเรียบร้อย และยังแซงหน้า Avatar, The Dark Knight รวมถึง Harry Potter and the Deathly Hallows - Part 1 อีกด้วย

สามารถติดตามกิจกรรม พร้อมทั้งข่าวสารอัพเดทโปรโมชั่นต่างๆ ได้ทาง
www.breakingdawn-th.com หรือ www.mazda2life.com/breakingdawn
บทสรุปแห่งรักนิรันดร์ เป็นเพียงจุดเริ่มต้น
The Twilight saga : Breaking Dawn Part 1
(แวมไพร์ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้ง ดอว์น ภาค 1)
1 ธันวาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์
 

















 

แวมไพร์ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้งดอว์น ภาค 1ถล่มบ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกาขึ้นอันดับ 1พร้อมสถิติใหม่เปิดตัวสูงสุดตลอดกาลจากทั่วโลกเหนือเฟรนไชส์หนังทไวไลท์ทุกภาค
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 23 พฤศจิกายน 2564
        พร้อมสถิติใหม่เปิดตัวสูงสุดตลอดกาลจากทั่วโลก
เหนือเฟรนไชส์หนังทไวไลท์ทุกภาค





สมกับเป็นงานแต่งงานที่คนทั้งโลกรอคอยเมื่อภาพยนตร์เรื่อง แวมไพร์ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้งดอว์น ภาค 1 สร้างปรากฏการณ์พร้อมกระแสความฮือฮาด้วยรายได้เปิดตัว 3 วันแรกในอเมริกาไปแบบช็อคโลก ด้วยรายได้ 139.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4,338 ล้านบาท และยังขึ้นอันดับ 1 ใน 54 ประเทศจากทั่วโลก ที่เข้าฉายพร้อมกันอีกด้วย ส่งผลให้ The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1 หรือ แวมไพร์ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้งดอว์น ภาค 1 สร้างสถิติใหม่ด้วยการเป็นภาพยนตร์ตอนที่เปิดตัวสูงสุดจากรายรับทั่วโลกในภาพยนตร์ชุดแวมไพร์ทไวไลท์อีกด้วยตัวเลข 283.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 8,817 ล้านบาท

จากกระแสถล่มทลายพร้อมสถิติใหม่ที่สร้างมาแบบไม่มีหยุด ได้ทำให้คนดูชาวไทยได้เตรียมนับถอยหลังสู่ บทสรุปแห่งรักนิรันดร์ ที่จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นกันแล้ว ด้วยการเตรียมตัวเค้าท์ดาวน์สู่วันฉายในประเทศไทย ในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ จนทำให้ยอดขายตั๋วล่วงหน้า ของ แวมไพร์ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้งดอว์น ภาค 1 ตามโรงหนังเครือต่างๆ ในไทยมียอดจองสูงสุดเพิ่มขึ้นทันที และล่าสุด บริษัทมงคลเมเจอร์ ผู้จัดจำหน่าย ก็ได้เตรียมแคมเปญใหญ่ต้อนรับภาพยนตร์ที่ทุกคนรอคอยด้วยการจับมือพันธมิตรโดยการมอบสิทธิ์การลุ้นเป็น เจ้าของ รถมาสด้า 2 Elegance ใหม่ Breaking Dawn Edition คันเดียวในโลก มูลค่า 750,000 บาท โดยสามารถติดตามรายละเอียดเงื่อนไขของโปรโมชั่นนี้ได้ทาง https://www.sahamongkolfilm.com/th/ และ http://www.mazda2life.com/breakingdawn/
The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1 แวมไพร์ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้ง ดอว์น ภาค 1 จากแฟรนไชส์ที่เริ่มสร้างตั้งแต่ปี 2008 สร้างปรากฏการณ์ทำรายได้รวมไปกว่า 1,800 ล้านเหรียญทั่วโลก และทำให้โลกรู้จักชื่อของ โรเบิร์ต แพททินสัน, คริสเต็น สจ๊วต และ เทย์เลอร์ เลาท์เนอร์ ในที่สุดการเดินทางของ ”แวมไพร์ ทไวไลท์” ก็เดินทางมาถึงบทสรุปใน Breaking Dawn (เบรคกิ้ง ดอว์น) ที่ถูกแบ่งเป็น 2 ภาค โดย ภาค 1 ที่มีกำหนดฉายในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ แฟนคลับจะได้เห็นงานแต่งงานครั้งหยุดโลกของ เอ็ดเวิร์ด และ เบลล่า รวมถึงการต่อสู้เพื่อปกป้องคนที่รักของ เจคอบ จนทำให้ ทีมหมาป่าต้องแยกเป็น 2 ทีม เมื่อแซมต้องการฆ่าเบลล่าเพราะเธอตั้งท้อง และสุดท้าย เบลล่า จะเปลี่ยนเป็นแวมไพร์ไหม ... ทั้งหมดนี้ 1 ธันวาคมรู้กัน

The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1
แวมไพรไวไลท์ 4 เบรคกิ้ง ดอว์น ภาค 1
1 ธันวาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์
ติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นของภาพยนตร์ได้ทาง
https://www.sahamongkolfilm.com/th/ และ http://www.mazda2life.com/breakingdawn/

กระแส แวมไพร์ทไวท์ 4 เบรคกิ้ง ดอว์น ภาค 1 แรง !
แฟนคลับเมืองไทยต่อคิว เขียนคำอวยพรงานแต่งงาน
ลุ้นรางวัล ตั๋วชมภาพยนตร์รอบพิเศษก่อนใคร

Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 23 พฤศจิกายน 2564

             มงคลเมเจอร์ชวนคุณร่วมสนุกถ่ายภาพ กับ Edward & Bella พร้อมร่วมเขียนคำอวยพรวันแต่งงาน
เพื่อลุ้นรางวัล ตั๋วชมภาพยนตร์รอบพิเศษก่อนใคร The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1 จำนวน 20 รางวัล โดยร่วมสนุกกันได้ที่

22 พ.ย. 54 อาคาร มาลีนนท์

28 พ.ย. 54 อาคารสาธรธานี

29 พ.ย. 54 สีลม ซ.5 ปากซอยละลายทรัพย์ หน้า ธ.กรุงเทพ



ติดตามรายละเอียดกิจกรรมดีๆ จากภาพยนตร์ได้ทาง www.sahamongkolfilm.com

แวมไพร์ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้งดอว์น ภาค 1
ถล่มบ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกาขึ้นอันดับ 1
พร้อมสถิติใหม่เปิดตัวสูงสุดตลอดกาลจากทั่วโลก
เหนือเฟรนไชส์หนังทไวไลท์ทุกภาค
 









 

แวมไพร์ ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้ง ดอว์น ภาค 1 และ NEW MAZDA2 ELEGANCE จัดงานเปิดตัวภาพยนตร์สุดสวีทเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับนับพันเมื่อ โทนี่ อิรา รากแก่น สวมแหวนให้ แมท ภีรนีย์
กลางงานเปิดตัวภาพยนตร์

Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 25 พฤศจิกายน 2554

    สร้างความฮือฮาได้ทุกครั้งกับภาพยนตร์ที่คนทั้งโลกรอคอยไม่เว้นแม้แต่งานเปิดตัวภาพยนตร์ในประเทศไทยที่จัดได้อย่างยิ่งใหญ่ และหวานที่สุด โดยเนรมิตฉากแต่งงานระหว่าง เอ็ดเวิร์ด และ เบลล่า ขึ้น โดยจำลอง สวน สวย และซุ้มดอกไม้ ที่ ลานอินฟิตนิซิตี้ ชั้น 5 โรงภาพยนตร์พารากอนซีนีเพล็กซ์ พร้อมด้วยเหล่านักแสดงและสื่อมวลชนที่ตบเท้าเข้าร่วมงานพร้อมเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาวนับพันคน และทันทีที่ แมท ภีรนีย์ คงไทย เปิดตัวขึ้นด้วย ชุดเจ้าสาวแสนสวย โดยมี โทนี่ อิรา รากแก่น ยืนหล่อในมาดเจ้าบ่าวลุคแวมไพร์ และเรียกเสียงฮือฮาจากสาวๆ ทันที เมื่อ โทนี่ ดึง แมท มากอด ก่อนจะมือเดินขึ้นไปบนเวที และ บรรจงสวมแหนแต่งงานให้น้องแมท เท่านั้นเอง แฟนคลับรอบๆ งานก็ส่งเสียงกรี๊ดออกมาพร้อมๆ กันทั้งๆ ที่รู้ว่า นี่คือฉากจำลองจากภาพยนตร์เรื่อง แวทไพร์ทไวไลท์ 4 “ฉากแต่งงานระหว่าง เอ็ดเวิร์ด และ เบลล่า เป็นฉากที่ สาวๆ รอคอยอยู่แล้วค่ะ ตอนอยู่บนเวที แมท รู้สึกสั่นนิดๆ ตื่นเต้นค่ะ ที่จะได้ชมภาพยนตร์แล้ว” แมท ภีรนีย์ กล่าว
“Breaking dawn ภาค1 เป็นหนังที่ทุกคนรอคอย โดยส่วนตัวแล้วผมรอดูฉากฮันนีมูนนะ ก็เป็นธรรมดาของผู้ชายนะครับเพราะได้ยินมาว่าภาคนี้หวานเป็นพิเศษ และยังกวาดรายได้ไปถล่มทลายในอมเริกาด้วยนะครับ” โทนี่ พูดถึงฉากที่อยากดูพร้อมยิ้มโปรยเสน่ห์ และนอกจากจะเปิดตัวภาพยนตร์แบบสุดหวานแล้ว บริษัทมงคลเมเจอร์ โดย คุณอวิกา เตชะรัตนประเสิรฐ กรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัทมงคลเมเจอร์ จำกัด ยังได้จับมือ มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) โดย คุณสุรีทิพย์ ละอองทอง ผู้อำนวยการ ฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เตรียมโปรโมชั่นใหญ่ ส่งท้ายปีให้ผู้ชมภาพยนตร์ The twilight Saga : Breaking dawn Part 1 ด้วยการมอบสิทธิ์การลุ้นเป็น เจ้าของ รถ NEW MAZDA2 ELEGANCE breaking dawn Edition คันเดียวในโลก มูลค่า 750, 000 บาท และยังได้นำรถคันดังกล่าวมาตั้งโชว์ภายในงานนี้อีกด้วย โดยแคมเปญนี้ ถือเป็นเอกสิทธิ์พิเศษที่ทาง มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) ร่วมกับ มงคลเมเจอร์ เพื่อนำลายสกรีนลิขสิทธิ์จากภาพยนตร์ The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1 มาสกรีนลงบนรถมาสด้า 2 ใหม่ ซึ่งจะมีเพียงคันเดียวในโลกเป็นของสะสมหายากที่แฟนๆ ทไวไลท์ไม่ควรพลาด
“กระแสภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่เหมือนกับเป็น Target เดียวกัน และ เป็นหนังที่จะเป็นที่จดจำอยู่ในใจของผู้ชม จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่ ทางมาสด้าจะผูกแคมเปญไปด้วยเพื่อเป็นที่จดจำค่ะ” คุณสุรีทิพย์ ละอองทอง ผู้อำนวยการ ฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงเหตุผลในการจัดแคมเปญครั้งนี้ขึ้น
กติกาการลุ้นก็คือผู้ชมภาพยนตร์ในเครือ เมจอร์ ซีนีเพล็กซ์, อีจีวี, พารากอน ซีนีเพล็กซ์, เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ และพาราไดซ์ ซีนีเพล็กซ์ ซึ่งทุก 2 ที่นั่ง จะได้รับคูปอง 1 ใบ สำหรับเขียนชื่อ ที่อยู่ เพื่อหย่อนลงกล่องรับคูปองด้านหน้าโรงภาพยนตร์ ในระหว่างวันที่ 1 – 18 ธันวาคมนี้

เตรียมนับถอยหลังสู่ทุกความเคลื่อนไหวของ
The twilight Saga : Breaking dawn Part 1
ได้ทาง www.breakingdawn-th.com และwww.mazda2life.com/breakingdawn
ภาพยนตร์เข้าฉายในประเทศไทยในวันที่ 1 ธันวาคมนี้
 

























 

The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1 แวมไพร์ ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้ง ดอว์น ภาค 1 เปิดตัวชนะแวมไพร์ทไวไลท์ทุคภาค
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 6 ธันวาคม 2554

         ทำลายทุกสถิติของภาพยนตร์ชุด แวมไพร์ ทไวไลท์ ในประเทศไทยลงอย่างราบคาบแล้ว หลังจากที่ The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1 หรือ แวมไพร์ ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้ง ดอว์น ภาค 1 เข้าฉายเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ที่ผ่านมา และทำรายได้จากการฉายวันแรก ไปอย่างถล่มทลายซึ่งถือว่าเป็นรายได้วันแรกที่สูงที่สุด ของหนังทุกเรื่องในแฟรนไชส์ชุดนี้เลยทีเดียว และจ่อที่จะขึ้นแท่นแชมป์ Box-office อันดับ 1 ทั่วโลก 3 สัปดาห์ติดต่อกัน

The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1 หรือ แวมไพร์ ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้ง ดอว์น ภาค 1 เป็นภาพยนตร์ภาคต่อ...ที่พูดถึงการแต่งงานสุดโรแมนติก ทริปฮันนีมูนแสนหวาน การเริ่มต้นชีวิตคู่ การทะเลาะกัน ปรับความเข้าใจ และ การเสียสละเพื่อความสุขของคนที่เรารัก และ ใครสักคนที่รักเราอย่างแท้จริง และ รักเราคนเดียว ... ทั้งหมดนี้ คงเป็นสิ่งที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องการ และ สามารถ สัมผัสได้จาก The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1 ด้วยเนื้อหาที่โดนใจแฟนคลับได้ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามตั้งแต่วันแรกที่เข้าฉาย ไปอย่างไม่ยากเย็น

The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1
วันนี้ ใน โรงภาพยนตร์



 
The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1 แวมไพร์ ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้ง ดอว์น ภาค 1 ทุบสถิติในไทย 5 วัน 64 ล้านบาท ! เปิดตัวชนะแวมไพร์ทไวไลท์ทุคภาคครองแชมป์ในอเมริกาติดต่อกัน 3 สัปดาห์ซ้อน !!
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 7 ธันวาคม 2554

         ทำลายทุกสถิติของภาพยนตร์ชุด แวมไพร์ ทไวไลท์ ในประเทศไทยลงอย่างราบคาบแล้ว หลังจากที่ The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1 หรือ แวมไพร์ ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้ง ดอว์น ภาค 1 เข้าฉายเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ที่ผ่านมา และทำรายได้จากการฉาย 5 วันแรก ไปอย่างถล่มทลาย ด้วยรายได้ 64 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นรายได้เปิดตัวที่สูงที่สุด ของหนังทุกเรื่องในแฟรนไชส์ชุดทไวไลท์ และยังครองแชมป์ Box-office อันดับ 1 ทั่วโลกติดต่อกัน สัปดาห์ที่ 3 ด้วยรายรับรวมทั่วโลก 587.9 ล้านเหรียญหรือประมาณ 18,812 ล้านบาท
The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1 หรือ แวมไพร์ ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้ง ดอว์น ภาค 1 เป็นภาพยนตร์ภาคต่อ...ที่พูดถึงการแต่งงานสุดโรแมนติก ทริปฮันนีมูนแสนหวาน การเริ่มต้นชีวิตคู่ การทะเลาะกัน ปรับความเข้าใจ และ การเสียสละเพื่อความสุขของคนที่เรารัก และ ใครสักคนที่รักเราอย่างแท้จริง และ รักเราคนเดียว ... ทั้งหมดนี้ คงเป็นสิ่งที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ต้องการ และ สามารถ สัมผัสได้จาก The Twilight Saga : Breaking Dawn Part 1 ด้วยเนื้อหาที่โดนใจแฟนคลับได้ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามตั้งแต่วันแรกที่เข้าฉาย ไปอย่างไม่ยากเย็น

สามารถติดตามกิจกรรม พร้อมทั้งข่าวสารอัพเดทโปรโมชั่นต่าง ๆ ได้ทาง www.breakingdawn-th.com หรือ www.mazda2life.com/breakingdawn บทสรุปแห่งรักนิรันดร์ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นThe Twilight saga : Breaking Dawn Part 1 (แวมไพร์ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้ง ดอว์น ภาค 1) วันนี้ ใน โรงภาพยนตร์

 
ตอบรับกระแสคลั่งเอาใจแฟนทไวไลท์โดยเฉพาะ!
ฉลองรายได้เปิดตัวในไทย 5 วัน ! 64 ล้านบาท ชนะทุคภาค

Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 8 ธันวาคม 2554


        

ซื้อบัตรชมภาพยนตร์ แวมไพร์ ทไวลท์ 4 เบรคกิ้ง ดอว์น ภาค 1
ทุก 2 ที่นั่ง!
รับ “มินิโปสเตอร์แบบพิเศษ” ให้เลือกสะสม 1 ใบ ทุกเครือโรงภาพยนตร์
เริ่ม 8 ธันวาคมนี้ (จนกว่าของรางวัลจะหมด)


ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสถิติร่วมกันทั่วโลก
- ทำสถิติขายตั๋วล่วงหน้าของ Breaking Dawn – Part 1 แซงหน้าทุกภาค ขายตั๋วหมดเกลี้ยงไปกว่า 1,500 รอบ ในอเมริกา
- แฟนแห่ตั้งแค้มป์รอเจอขวัญใจของพวกเขางานเวิลด์พรีเมียร์ในอเมริกานานถึง 4 วัน
- ออกฉายในอเมริกา ครองแชมป์อันดับ3 สามสัปดาห์ติดต่อกัน พร้อมอีก 68 ประเทศทั่วโลกที่ออกฉาย กวาดรายได้ไปแล้วสูงถึง 18,812 ล้านบาท
- ทุบสถิติทไวไลท์ทุกภาคในไทย 5 วัน ! 64 ล้านบาท ชนะทุคภาค


“Sherlock Holmes: A Game of Shadows - เกมพญายมเงามรณะ”
15 ธันวาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น


 

 

รูปภาพ

   
   

ดูภาพทั้งหมด