|
 |
อย่าแค่รู้จัก
รัก
แต่ให้รู้สึก
รัก มากขึ้น
สหมงคลฟิล์ม ร่วมกับ สตูดิโอคำม่วน
ภูมิใจเสนอ
ผลงานกำกับโดย ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล (จาก
รักแห่งสยาม)
พร้อมถ่ายทอดหลากรูปแบบ รัก ครั้งใหม่
ผ่านเหล่านักแสดงคุณภาพ
ต่าย เพ็ญพักตร์ * เจมส์ เรืองศักดิ์ * นุ่น
ศิรพันธ์
* ลิฟท์ สุพจน์ * พิช วิชญ์วิสิฐ
ที่ไม่ได้ทำให้แค่
รู้จัก รัก
แต่จะทำให้ทั้งหัวใจ
รู้สึก และ สัมผัส ถึง รัก
ไปพร้อมๆ กัน
19 เมษายน 2555
หาคำตอบด้วยหัวใจคุณเอง
กำหนดฉาย 19 เมษายน 2555
แนวภาพยนตร์ โรแมนติก-ดราม่า
บริษัทผู้สร้างและจัดจำหน่าย สหมงคลฟิล์ม
อินเตอร์เนชั่นแนล
บริษัทดำเนินการสร้าง สตูดิโอคำม่วน
อำนวยการสร้าง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ
กำกับภาพยนตร์ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล
บทภาพยนตร์ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล, นวพล
ธำรงรัตนฤทธิ์
ควบคุมการสร้าง จาตุศม เตชะรัตนประเสริฐ,
ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล, ปรัชญา ปิ่นแก้ว
ประสานงานการสร้าง เสาวลักษณ์ สะอาดแก้ว, กนกพร
บุญธรรมเจริญ
ออกแบบงานสร้าง/กำกับศิลป์ สิรนัท รัชชุศานติ
(ชั่วฟ้าดินสลาย)
กำกับภาพ ชูเกียรติ ณรงค์ฤทธิ์ (อินทรีแดง)
ลำดับภาพ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล, ลี ชาตะเมธีกุล
บันทึกเสียง ห้องบันทึกเสียงกันตนา
ฟิล์มแล็บ กันตนา แล็บบอราทอรี่
เพลงประกอบภาพยนตร์ ธนชัย อุชชิน, วิชญ์วิสิฐ
หิรัญวงษ์กุล, ธรรมวุฒิ สุทธิลีลากุล, MD Sponx
ดนตรีประกอบ กิตติ เครือมณี
ออกแบบเครื่องแต่งกาย เอกศิษฏ์ มีประเสริฐสกุล
(รักแห่งสยาม, พุ่มพวง)
แต่งหน้า-ทำผม ชนนิกานต์ ทำหนองพอก, สุภาพร
แสงสาย, วนัสนันท์ ขำทอง, บุษยารัตน์ รัตนคช
นำแสดงโดย เพ็ญพักตร์ ศิริกุล, เรืองศักดิ์
ลอยชูศักดิ์, ศิรพันธ์ วัฒนจินดา, สุพจน์
จันทร์เจริญ, วิฑูรย์ ใจพรหม, พุทธชาด พงศ์สุชาติ,
วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล, จารุณี บุญเสก
และขอแนะนำ จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล และ กิตติศักดิ์
ปฐมบูรณา
Home
เรื่องเล่าแห่งความรัก ความสุข ความทรงจำ
บ้าน
ที่แห่งการเกิด เติบโต และ ลาจาก
ที่ที่รวมทุกเรื่องราวแห่งความทรงจำ
ที่ที่มีคำสัญญามากมายให้หวนกลับมา
และสำหรับพวกเขาเหล่านี้ เชียงใหม่ คือ บ้าน
ที่ที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่ได้กลับมา
คืนสุดท้ายก่อนจบจากโรงเรียน เน (จุฑาวุฒิ
ภัทรกำพล) เลือกใช้วันสุดท้ายของชีวิต นักเรียน
ม.6 เก็บทุกเรื่องราวความทรงจำลงบนภาพถ่าย
โดยไม่ได้คิดว่าจะมีใครยังอยู่ที่โรงเรียน
จนกระทั่งเขาได้พบกับรุ่นน้อง ม.3 จอมกวน บีม
(กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณา) นักกีฬาบาสของโรงเรียน
ที่ย่องมาขอภาพถ่ายสาวสวยในฝันที่ตัวเองแอบชอบจากช่างกล้องมือหนึ่งในโรงเรียนอย่างเขา
มิตรภาพของรุ่นพี่-รุ่นน้องที่เกิดขึ้นในค่ำคืนสุดท้ายก่อนจบการศึกษาในสถานที่ที่เป็นเสมือนบ้านหลังที่
2 ของเด็กทุกคน
กับบทสนทนาเรื่องราวต่างๆของช่วงชีวิตที่ผ่านมาในอดีต
ทำให้มีอะไรบางอย่างที่เชื่อมถึงกันเกิดขึ้น
ในวันที่ บัวจัน (เพ็ญพักตร์ ศิริกุล)
ต้องสูญเสียคนรักไปอย่างไม่มีวันกลับ
ทุกสิ่งในบ้านเธอจึงต้องกลายเป็นผู้ดูแลทุกอย่าง
ทั้งบ้าน คนงาน หนี้สิน รวมถึงความรักของหลาน 2 คน
เหว่า (ณัฐพงษ์ อรุณเนตร์) กับ ชมภู่ (ทิพปภา
แซ่โง้ว)
และกระดาษแผ่นเล็กๆที่สามีเขียนไว้ดูต่างหน้า
กับความทรงจำดีๆที่ยังอยู่
คำสัญญาที่ให้กันไว้ว่าเราจะอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า
ยิ่งเสมือนเป็นสิ่งตอกย้ำตลอดเวลา
บัวจันจะผ่านพ้นและลืมรักครั้งนี้ได้อย่างไร
ก่อนงานวิวาห์จะเริ่มต้นระหว่าง เสี่ยเล้ง
(เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์) นักธุรกิจหนุ่มชาวใต้
และ ปรียา (ศิรพันธ์ วัฒนจินดา) ว่าที่เจ้าสาว
ที่กลับมาจัดงานแต่งงานที่เชียงใหม่
เพื่อเติมเต็มความฝันให้สวยหรูสมใจ ณ บ้านเกิด
โดยมีน้องชาย เลี่ยม (วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล)
และ น้าอร (พุทธชาด
พงศ์สุชาติ)อาสาเป็นผู้เนรมิตงานแต่งให้สมดังใจของเธอ
แต่การกลับมาบ้านครั้งนี้ ทำให้ปรียาได้พบกับ
พี่เป๊ก (สุพจน์ จันทร์เรือง)
อดีตคนรักครั้งแรกของเธอ
ที่เขามาพร้อมกับการทวงถามสัญญาและความรู้สึกดีๆที่เคยมีให้กัน
เมื่อความรัก ความทรงจำย้อนกลับมาอีกครั้ง
ปรียาจะตัดสินใจเลือกรักและมีความสุขกับใครก่อนวันแต่งงานของเธอครั้งนี้
จาก รักแห่งสยาม ต่อยอดความคิดสู่ Home ความรัก
ความสุข ความทรงจำ
ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล หรือ มะเดี่ยว
ผู้กำกับที่ทำให้วงการภาพยนตร์ไทยตื่นตัวมาแล้วจากภาพยนตร์เรื่อง
รักแห่งสยาม จนกลายเป็นภาพยนตร์กระแส Talk of
The Town
ที่คว้ารางวัลจากหลายสถาบันทั้งในและนอกประเทศมาครองอย่างล้นหลาม
และหากคุณยังจำประโยคที่ว่า
เมื่อมีความรักย่อมมีความหวัง
จากรักแห่งสยามในครั้งนั้น แต่การกลับมาคราวนี้
ความรัก ของผู้กำกับมะเดี่ยว
ที่กำลังจะบอกและถ่ายทอดออกมานั้น
ไม่ได้มีเพียงแค่ความรักและความหวัง
แต่กลับมีมุมมองและความชัดเจนของความรักมากยิ่งขึ้น
(ผู้กำกับ)
หนังที่ทำมาทุกเรื่องก็มีแรงบันดาลใจจากที่เราไปเจอมาในชีวิตจริง
เพียงแต่ว่าตอนเป็นรักแห่งสยาม คล้ายกับว่ามันเป็น
fiction มีความเป็นนิยาย มีความประโลมโลกอยู่เยอะ
แต่อันนี้จะมีส่วนผสมของความที่เรียกว่ามันจริง
realistic คือพอเราโตขึ้นความเพ้อฝัน ความโรแมนติก
ที่มันเคยอยู่ในชีวิตเรามันก็จะน้อยลง
เราจะมองโลกในแง่ของความจริงมากขึ้น
ในแง่ที่มันเกิดขึ้นเพราะเหตุใด
สิ่งที่มันมากระทบชีวิตเรามันมีเหตุและผล
และมันนำพาเราไปสู่สิ่งนั้นสิ่งนี้
อย่างตอนรักแห่งสยามจะบอกว่า
มีความรักย่อมมีความหวัง
แต่เวลาผ่านไปเราก็รู้ว่าชีวิตเราบางความรู้สึกมันไม่มีทั้งความรัก
ไม่มีทั้งความหวัง แต่เราก็ต้องใช้ชีวิต
และเดินต่อไป เราไม่ได้เดินคนเดียวหรอก
ยังมีบ้านให้เราอยู่
ยังมีคนที่ทำให้เรารู้สึกว่าเราอยู่บ้าน
อาจจะไม่ใช่แฟนก็ได้ อาจจะเป็นใครก็ได้
อาจจะเป็นเพื่อนที่สนิทมาก เป็นพี่ เป็นน้อง
หรือเป็นคนในความทรงจำในอดีตที่เรานึกถึง
อย่าแค่รู้จัก
รัก แต่ให้รู้สึก รัก
มากขึ้น
HOME ความรัก ความสุข ความทรงจำ คือ
ภาพยนตร์ลำดับที่ 6
ที่กลั่นออกมาจากช่วงประสบการณ์และความทรงจำของผู้กำกับฯ
เรื่องราวความรักที่หลากหลายจากผู้คนรอบข้างตลอดระยะแห่งการเดินทางของชีวิตด้วยวัย
30 ปีของเขา โดยตัดสินใจหยิบสมุดบันทึกส่วนตัว
พร้อมนำเรื่องราวของผู้คนเหล่านั้นมาถ่ายทอดสู่ภาพยนตร์โรแมนติก-ดราม่าเป็นครั้งแรก
และเพื่อให้บทภาพยนตร์ออกมาอย่างครบถ้วนและสมบูรณ์ที่สุด
มะเดี่ยว ชูเกียรติ
จึงดึงนักเขียนรุ่นน้องฝีมือคุณภาพอย่าง
เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ นักทำหนังสั้น,
นักเขียนบทมืออาชีพ (รถไฟฟ้ามาหานะเธอ, Top Secret
วัยรุ่นพันล้าน)
และผู้กำกับหนังสุดฮิตในโลกออนไลน์อย่าง
มั่นใจว่าคนไทยเกิน 1 ล้านคนเกลียดเมธาวี
(ซีรีส์ชุด บันทึกกรรม ทางช่อง 3)
มาร่วมงานเขียนบทภาพยนตร์ด้วยกัน ถ่ายทอด
สะท้อนชีวิตมุมมองความรัก
ที่เกิดขึ้นและมีอยู่จริงบนโลกใบนี้
(ผู้กำกับ) เลข 30
มันเหมือนหลักไมล์ในชีวิตที่เราต้องจดบันทึกเอาไว้ว่านี่คือครึ่งชีวิตของเรา
สิ่งที่เราเจอมา
สิ่งที่เป็นประสบการณ์ที่ย้อนกลับไปตั้งแต่อยู่สมัยมัธยม
สมัยเริ่มจดบันทึกอะไรได้
ย้อนกลับไปอีกตั้งแต่วัยเด็กที่มันมีความทรงจำอะไรแบบพร่าเลือนอยู่
ทุกอย่างมันใส่ไว้ในหนังเรื่องนี้
เราว่าทุกคนมีประสบการณ์ร่วมในสิ่งต่างๆ
ที่เราได้เจอมาเหมือนกัน เราพูดถึงความรัก
พูดถึงการสูญเสีย ความพลัดพราก
เราผ่านความเลวร้ายในชีวิตมาเยอะแยะมากมาย ความฝัน
ความหวังที่มันแตกพัง เราทุกคนต่างเคยเจอ
แล้วเราก็แบบเหมือนเคยมีประสบการณ์ที่ค่อยๆ
เก็บเศษที่มันแตกร้าวต่างๆ
พยายามต่อกันใหม่ให้มันเป็นความหวังครั้งใหม่
แล้วดำเนินชีวิตต่อไป
ทุกคนต้องผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาทั้งนั้น
เช่นกันนี้คือส่วนของเหตุการณ์ในชีวิตที่เราคิดว่ามันสอดคล้องกับผู้คน
ตลอดชีวิตของทุกคนที่ผ่านมาล้วนมีเรื่องราวทั้งดี
และไม่ดีให้น่าจดจำ เรื่องราวความรัก
ที่แม้จะต้องจากลากัน
แต่อาจดลบันดาลให้เราทำอะไรบางอย่างที่สวยงามเกิดขึ้นได้
ไม่ใช่เรื่องของการเพ้อฝัน
แต่ว่าเป็นเรื่องจริงที่ต้องใช้หัวใจในการมองเห็น
และเข้าใจรักให้มากขึ้น และนี่คือสิ่งที่ผู้กำกับ
มะเดี่ยว ชูเกียรติ ต้องการจะสื่อให้กับคนดู
ว่าเราเรียนรู้อะไรจากความรักกันบ้าง
(ผู้กำกับ) Home ความรัก ความสุข ควาทรงจำ
เกิดจากที่เราเคยได้ยินว่า คนเราจะรักกันจนวันตาย
แต่จริงๆคนเรารักกันจนตายไปข้างนึงมากกว่า
เลยคิดว่าเราอยากหยิบประเด็นในมุมมองของความรัก
ของหลากหลายคน
หลายความรู้สึกขึ้นมานำเสนอและถ่ายทอดออกมาเป็นภาพยนตร์ในครั้งนี้
อยากจะสื่อความหมายของความรักว่า
จริงๆแล้วเราไม่มีทางรู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเรา
แต่เรามีเวลา ณ ปัจจุบันนี้
เราควรใช้ชีวิตให้มีความสุข
ที่สำคัญเราอย่าไปคาดหวังไม่ว่าจะดีหรือร้าย
เราก็ต้องทำตรงที่เรายืนอยู่ให้ดีที่สุด มันก็คือ
ความรักเกิดขึ้นอย่างไร
เราจะทำอย่างไรเมื่อต้องสูญเสียความรักไป
และสุดท้ายเราจะยังคงเก็บรักษาความรักไว้ได้อย่างไร
ความรัก มีคุณค่าในหัวใจของคุณเสมอ ไม่ว่า รัก
จะออกมาเช่นไร
Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ
ว่าด้วยเรื่องราวชีวิตรักที่ไม่ได้มีแค่เรื่อง
เศร้า ตลก สนุกสนาน เพียงเท่านี้
แต่ยังมีเรื่องราวความอบอุ่น หัวเราะ
ร้องไห้ที่อยู่ในภาพยนตร์ครั้งนี้ คือ
การถ่ายทอดทุกสิ่งทุกอย่างของความรักออกมาได้อย่างครบทุกรูปแบบของชีวิตที่ทุกคนจะต้องผ่านมา
ซึ่งตัวผู้กำกับมะเดี่ยว
เชื่อว่าหลายคนจะต้องเคยผ่านทุกด้าน ทุกความรู้สึก
แต่สิ่งสำคัญที่สุดแล้ว เราจะต้องดำเนินชีวิตต่อไป
รอบข้างเรายังมีทั้งเพื่อน พี่ น้อง
และใครอีกหลายคนที่อยู่กับเรา ณ เวลานี้
เมื่อคุณต้อง แอบรัก แต่เป็นได้เพียงความทรงจำ
ความรักที่เชื่อว่าทุกคนต้องมีประสบการณ์ของการแอบรักใครสักคนในชีวิต
และเมื่อเวลาผ่านเลยไปมันยังคงอยู่ในความทรงจำ
จนเมื่อคุณนึกถึงขึ้นมันจะยังคงความรู้สึกดีๆเก็บไว้ในใจ
(ผู้กำกับ)
เชื่อว่าหลายคนคงเคยผ่านความรู้สึกแบบนี้กันมาแล้ว
ไม่ว่าเวลาจะผ่านพ้นไปนานแค่ไหน
คนที่เราเคยรู้สึกรัก
คนที่เราเคยแอบชอบในสมัยมัธยมเมื่อ 10 ปีก่อน
วันเวลาทำให้เราต้องพลัดพรากจากกันไป
และถึงแม้เรายังมีโอกาสได้กลับมาเจอกัน
เชื่อว่าไม่ใช่คนเดิมที่เราเคยชอบแล้ว
เพียงแต่ว่าเรายังคิดถึงคนๆนั้น
เมื่อครั้งเราจดจำได้ในวัยของเรา
เมื่อความทรงจำยังฝังลึก แต่คุณต้อง ลืมรัก
เมื่อยามที่คนรักจากไป แล้วคุณไม่เหลือความรัก
เมื่อคำสัญญาที่ให้ไว้แต่ต้องพังทลายไปจนไม่เหลือความหวัง
สุดท้ายแล้วชีวิตเรายังคงต้องดำเนินต่อไป
ในบางครั้งที่คุณหวนคิดถึงรักครั้งนั้น
จะยังคงงดงาม และอบอุ่นในใจอยู่เสมอ
(ผู้กำกับ) ความงามในชีวิต
ความงามของความโศกเศร้า ความสุข ความสิ้นหวัง
ทุกสิ่งทุกอย่างมันมีความงามอยู่ในนั้น
การพลัดพรากจากลาแม้มันจะดูเศร้าสร้อย
แต่ว่าเราถ่ายทอดออกมาให้มันดูงดงาม
เราจะเห็นหลายๆ คนที่เสียไป
ในงานศพจะมีหนังสือกลอนที่รำพึงรำพันถึงคนที่จากไป
แล้วเราก็อ่านกลอนบทนั้นเรารู้สึกว่าความพลัดพรากความเศร้าโศกมันเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เราทำสิ่งสวยงามได้เหมือนกัน
นี้ก็คือสิ่งที่บอกว่ามันคือความจริง
เมื่อต้องตัดสินใจ เลือกรัก ไม่ว่าจะดี
หรือร้าย
การแต่งงานไม่ใช่บทสรุปของความรักที่สมบูรณ์
แต่เป็นการบอกถึงการเริ่มต้นของชีวิตคู่
และเป็นการจบลงของชีวิตโสด
เพราะคุณไม่มีทางรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของคุณ
แต่สิ่งที่ทุกคนมีคือ เวลา
และอย่าคาดหวังไม่ว่าจะดีหรือจะร้าย
เพียงแค่คุณใช้ชีวิตให้มีความสุขกับช่วงเวลา ณ
ปัจจุบันนี้
(ผู้กำกับ)
แม้แต่การแต่งงานมันเป็นการเฉลิมฉลองนะ แต่จริงๆ
แล้วส่วนหนึ่ง
อีกด้านหนึ่งมันคือการโบกมือลาอดีตต่างๆ
ที่เคยเกิดขึ้น โบกมือลาชีวิตเก่าๆ
เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ ในความสุขของการแต่งงาน
มันมีด้านที่เราจะต้องบ๊ายบายชีวิตคนโสด
ชีวิตสนุกสนาน หรืออดีตที่ฝังใจ
เพื่อเริ่มอะไรใหม่ๆ มันคือสิ่งที่เราครุ่นคิด
และตั้งคำถามมาตลอด 30 ปี
เราเรียนรู้อะไรเกี่ยวกับชีวิต เกี่ยวกับความรัก
เกี่ยวกับการเติบโตมาบ้าง
รวมคนคุ้นเคยกลับ บ้าน แห่งรักและความทรงจำ
HOME ความรัก ความสุข ความทรงจำ
คือการกลับมาร่วมงานกันระหว่างมะเดี่ยว
กับบุคคลที่คุ้นเคยหรือเคยอยู่ในความทรงจำของเขา
ไม่ว่าจะเป็น ต่าย-เพ็ญพักตร์ ศิริกุล
ที่เคยร่วมงานกันเมื่อครั้งภาพยนตร์ระทึกขวัญกึ่งสั้นกึ่งยาวอย่าง
12, หนุ่มศิลปินฝีมือคุณภาพอย่าง
เจมส์-เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์
ที่เคยประทับใจจากการร่วมงานกันในละครโทรทัศน์เรื่อง
วนาลี และ ลิฟท์-สุพจน์ จันทร์เจริญ
หนึ่งในศิลปินคู่ดูโอ
และรุ่นพี่ร่วมโรงเรียนที่มะเดี่ยวเคยประทับใจในช่วงวัยเด็ก
รวมถึงเพื่อนสาวอย่าง นุ่น-ศิริพันธ์ วัฒนจินดา
ที่เคยร่วมงานกันในภาพยนตร์สั้นเทิดพระเกียรติ
ในดวงใจนิรันดร์
ล้วนแล้วแต่เป็นคนรักที่คุ้นเคยกันทั้งนั้น
(ผู้กำกับ) พี่ต่าย เพ็ญพักตร์
เคยร่วมงานกับเราตอนหนังเรื่อง 12
ซึ่งเป็นภาคก่อนหน้า 13 เกมสยอง
ก็ชอบพอกันมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว
มีโอกาสก็จะหาหนังแล้วก็ทำงานด้วยกัน
แต่คราวนี้ได้ทำงานกับแบบเต็มๆ
พี่ต่ายเขาเก่งประทับใจพี่ต่ายน่ารัก
ทุกครั้งที่เขาแสดงเราก็จะเห็นการแสดงดีๆ
ดูหนังเรื่องนี้ ดูการแสดงก็คุ้มแล้วนะ
ส่วน นุ่น ศิรพันธ์
เราเคยทำงานร่วมกันในงานเฉลิมพระเกียรติตอนนั้นเป็นหนังสั้น
แล้วนุ่นเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมาในแวดวงอยู่แล้ว
ด้วยความเป็นเพื่อนด้วยความสนิทกันด้วยอะไรหลายๆอย่างก็ทำงานกันง่ายอยู่แล้ว
และก็เป็นนักแสดงฝีมือดีมากๆ
คนหนึ่งในทั่วฟ้าเมืองไทย
พี่ลิฟท์ สุพจน์ รู้จักกันมาแล้ว
เราชอบการแสดงของเขา เลยอยากทำงานด้วยกันอยู่แล้ว
มารับบท พี่เป๊ก รุ่นพี่ในวัยมัธยมที่สาวๆ
คลั่งไคล้
รู้สึกว่าแต่ละคนที่เราเลือกล้วนเป็นไอดอลยุค 90
(หัวเราะ) อย่างพี่เจมส์ เรืองศักดิ์
ทุกวันนี้เขาก็ยังเป็นไอดอลอยู่นะ (หัวเราะ)
ไอดอลอย่างพี่เจมส์และพี่ลิฟท์จะหวนกลับมาให้คนดูรู้สึกถึงรุ่นพี่ในวัยเด็กที่เราชื่นชอบ
แล้วรู้สึกว่าเป็นการแคสติ้งที่ใช่มากๆ
ถูกต้องที่สุดแล้ว
ต้อนรับสมาชิกใหม่สู่ HOME
มาริโอ้ เมาเร่อ, พิช วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล,
ตาล กัญญา รัตนเพชร์, เบสท์ อธิชา
พงศ์ศิลป์พิพัฒน์
เหล่านักแสดงวัยรุ่นที่แจ้งเกิดสู่วงการบันเทิงครั้งแรกจาก
รักแห่งสยาม
พิสูจน์ให้เห็นความสามารถในการคัดเลือกนักแสดงหน้าใหม่และดึงความสามารถทางการแสดงของคนเหล่านั้นออกมาจากมะเดี่ยว
ผู้กำกับ ครั้งนี้ใน Home ก็เช่นกัน
มาร์ช-จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล และ แจ็ค-กิตติศักดิ์
ปฐมบูรณา เป็นดาวดวงใหม่ที่ถูกคัดสรรมา
อย่างดี
เพื่อรับบทท้าทายความสามารถไม่แพ้ดารารุ่นพี่มากฝีมือคนอื่นๆ
ในภาพยนตร์
โดยทุกคนต้องเข้าคลาสฝึกการแสดงกับมะเดี่ยวโดยตรง
เทคนิคการฝึกสอนที่ไม่เหมือนใครทำให้การแสดงของทั้งมาร์ช
และแจ็ค
มีความเป็นธรรมชาติและรอการพิสูจน์ฝีมือจากผู้ชม
(ผู้กำกับ)
นักแสดงใหม่ของเราผ่านการคัดเลือกมาจากนักแสดงนับร้อยนับพัน
แต่ทุกครั้งที่เราทำหนังคือถ้าเกิดเป็นนักแสดงใหม่ก็ต้องแคสติ้งแบบหนักหนาสาหัสอยู่แล้ว
เพื่อที่จะได้คนที่มันดูแล้วใช่
แล้วยิ่งเป็นคนที่มีความใกล้เคียงกับเนื้อเรื่องก็น่าสนใจ
แล้วเราเลือกคนที่มีการแสดงที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด
มีเสน่ห์มากที่สุดเท่าที่เราจะหาได้ ซึ่งน้องทั้ง
2 คนกว่าจะผ่านการแคสติ้งเข้ามาจากหลายๆ
รอบได้ก็ไม่ง่ายเท่าไหร่นัก
พอผ่านมาแล้วก็ต้องมีการ workshop
และหนังเรื่องนี้ไม่มีอะไรเลย นอกจากเด็ก 2
คนนี้พูดกันในโรงเรียน ย้ำว่าทั้งเรื่อง
ถ้าเกิดทั้งสองคนเล่นไม่ดีจะเอาไม่อยู่
เพราะต้องมีบทพูดที่ยาวมาก
แล้วก็ต้องเป็นตัวตนของคนๆ นั้นด้วย
คือมันไม่สามารถจะท่องแต่บทได้
มันต้องเอาตัวตนไปเป็นคนๆ นั้นจริง
แล้วเหมือนพูดเรื่องของตัวเอง
ใช้เวลาทำงานด้วยกันค่อนข้างนาน
กว่าจะได้ออกมาขนาดนี้ ซึ่ง 2 คนนี้เข้าขากันมาก
พวกเราทำการบ้านด้วยกันมาอย่างหนักหนาสาหัสกว่าเราจะได้เห็นสองคนนี้เล่นด้วยกัน
ณ ที่ตั้งแห่ง รัก
สถิตอยู่พร้อมความทรงจำอันงดงาม
สำหรับ HOME ความรัก ความสุข ความทรงจำ
ฉากหลังของ บ้าน ในเรื่องนี้
เป็นอีกรายละเอียดที่น่าสนใจ
เปรียบได้เป็นตัวละครสำคัญอีกตัวหนึ่งที่ต้องโอบอุ้มทุกคนให้เกี่ยวพันกัน
โดย บ้าน ไม่ได้แค่สะท้อนความหมายในเชิงวัตถุ
เป็นหลังๆ แต่อาจหมายถึง
สภาวะแวดล้อมหรือพื้นที่ที่มีความหมายทางจิตใจของตัวละครแต่ละตัวอีกด้วย
แล้วทุกตัวละครที่มะเดี่ยวสรรสร้างขึ้น
ล้วนแต่มีความหลากหลายทั้งวัย และสถานการณ์ บ้าน
ของแต่ละคนก็ย่อมมี รูป และ ที่ตั้ง
แตกต่างกันออกไป
(ผู้กำกับ)
นอกจากที่เราจะให้ความสำคัญกับตัวละครแล้ว
เราให้ความสำคัญกับสถานที่แต่ละส่วนของหนังเรื่องนี้ด้วย
อยากให้ทุกคนที่ดูแล้วรู้สึกว่า เออ
บ้านเหล่านี้เราเคยผ่านมันมา ทุกคนเคยมีส่วนร่วม
ยกตัวอย่างง่ายๆ
ในเรื่องที่เราพูดถึงโรงเรียนในแง่พื้นที่ที่มีความทรงจำของผู้คนอยู่ในนั้นเต็มไปหมดกี่รุ่น
กี่ยุค กี่สมัย ผ่านมาและจากไป คือ
มันเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของโรงเรียน
แล้วโรงเรียนก็เหมือนโอบล้อมตัวละครเอาไว้ให้เหลือตัวเล็กนิดเดียว
โรงเรียนจึงเหมือนเป็นตัวละครอีกตัวสำหรับหนังเรื่องนี้
มันมีความเป็นบ้านหลังที่สองอยู่
และทุกคนจะหวนนึกถึงความผูกพันต่างๆ
กับโรงเรียนในสมัยที่เรายังเด็ก
รวมถึงนักแสดง นุ่น ศิรพันธ์
กับฉากแต่งงานที่อบอุ่นและเปรียบได้กับบ้านอีกหลังนึงเช่นกัน
(นุ่น ศิรพันธ์)
อย่างฉากที่นุ่นเล่นเป็นฉากงานแต่ง
ถึงแม้ว่าเราไม่ได้เห็นว่าบ้านเราเป็นยังไง
เราแต่งงานกันในโรงแรมเล็กๆ แห่งนึง
แต่ความรู้สึกที่ได้จากฉากพวกนี้ คือ
ความรู้สึกคนที่รายล้อมอยู่รอบตัวเรา คือ
ครอบครัวทั้งนั้น ตัวปรียามีน้อง มีน้า มีเพื่อน
มีคนรัก ในวันแต่งงาน
คือวันที่คนที่เรารักทุกคนพร้อมหน้ามาเจอกัน
เพื่อที่จะมาเห็นเรามีความสุข
เพื่อที่จะมาอวยพรสิ่งดีๆ
ให้กับครอบครัวที่กำลังจะเริ่มต้นของเรา
ซึ่งนุ่นเชื่อว่าการที่เราจะพูดถึงบ้านหลังใดหลังหนึ่งที่มีหน้าต่างหรือหลังคามันอาจจะเป็นรูปธรรม
แต่เรื่องนี้มะเดี่ยวอยากให้เรารู้ว่าคำว่า บ้าน
มันเป็นนามธรรมมันโอบอุ้มเราไปทุกที่
ที่ใดก็ตามที่อยู่แล้วเรามีความสุข
ก็สามารถเรียกมันว่าบ้านได้เสมอ
และเมื่อพูดถึงความทรงจำเกี่ยวกับ บ้าน
ของผู้กำกับฯ มะเดี่ยวแล้ว
คงหนีไม่พ้นการเลือกภูมิลำเนาเกิด อย่าง
เชียงใหม่
เป็นสถานที่ถ่ายทำและฉากเดินเรื่องของภาพยนตร์
เพื่อสะท้อนภาพบรรยากาศที่ใกล้เคียงกับความทรงจำที่มีอยู่ให้ได้มากที่สุด
ซึ่งผู้ชมจะได้เห็น เชียงใหม่
ในมุมมองและบรรยากาศที่แตกต่างจากมุมยอดนิยมของนักท่องเที่ยวกว่าหลายล้านคนที่เคยไปเยือนแน่นอน
เพราะสำหรับมะเดี่ยว เขาเลือก เชียงใหม่
เป็นตัวแทน บ้าน ของทุกคน
บ้านที่มีคนธรรมดาอาศัยอยู่รวมกัน
มีความรู้สึกนึกคิด มีวิถีชีวิต
มีวัฒนธรรมท้องถิ่น มีความเชื่อ มีผิด-ถูก
ตัวละครทุกตัวก็เป็นตัวแทนของผู้อาศัยในบ้านทุกหลังบนโลกจริงๆ
ใบนี้ อย่างสถานที่ง่ายๆ ที่เราจะได้เห็น เช่น
โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย
โรงเรียนคริสต์เก่าแก่ประจำจังหวัด
และเป็นโรงเรียนเก่าของ มะเดี่ยว, พิช วิชญ์วิสิฐ
และ ลิฟท์ สุพจน์ หรือแม้กระทั่งบรรยากาศบ้านเรือน
ต้นไม้บางชนิดที่มีถิ่นกำเนิดเฉพาะภาคเหนือ
เสียงดนตรีพื้นบ้าน
หรือผู้คนที่ปะปนมาเข้าร่วมฉากก็ล้วนแล้วแต่เคยเติบโตและใช้ชีวิตผูกพันกับสถานที่เหล่านั้นทั้งสิ้น
นอกจากนั้นภาพยนตร์เรื่อง HOME ความรัก ความสุข
ความทรงจำ
ไม่ได้แค่ใช้ความสามารถของนักแสดงมืออาชีพถ่ายทอดเรื่องราวเท่านั้น
แต่ยังใช้ปัจจัยและองค์ประกอบแวดล้อมต่างๆ
มาเล่นกับความรู้สึกที่อยู่ลึกๆ ภายในตัวตนจริงๆ
ของนักแสดงทุกคนอีกด้วย
เริ่มจากการคัดสรรนักแสดงที่มีพื้นเพเป็นคนเหนือจริงแทบทั้งหมด
มีความผูกพันเป็นรุ่นพี่-รุ่นน้อง
เพื่อนร่วมสถาบัน
เพื่อนร่วมงานที่พร้อมจะเดินทางกลับไปสู่บรรยากาศของความเป็นเชียงใหม่ด้วยกัน
และช่วยกันถ่ายทอดมุมมองของ HOME ความรัก ความสุข
ความทรงจำ ออกมาให้สมบูรณ์แบบที่สุด
อบอุ่นด้วยบทเพลงประกอบภาพยนตร์จาก ป๊อด
โมเดิร์นด๊อก
เป็นอีกลายเซ็นต์ที่ผู้ชมสามารถคาดหวังได้จากผลงานภาพยนตร์ของมะเดี่ยว
นั่นคือ
ความโดดเด่นของดนตรีประกอบและเพลงประกอบภาพยนตร์
ที่มักมีเนื้อหาลึกซึ้งกินใจและเสริมให้อารมณ์ของภาพยนตร์ยิ่งสมบูรณ์มากขึ้น
ใน HOME ความรัก ความสุข ความทรงจำ ก็เช่นกัน
กิตติ เครือมณี คนคุ้นเคยจาก รักแห่งสยาม
มาเป็นผู้ดูแลงานดนตรีประกอบให้ รวมถึงมะเดี่ยว
ดึง พิช-วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล
นักแสดงและเด็กปั้นในสังกัดให้เข้ามาเสริมทัพและมีส่วนร่วมมากขึ้นในงานด้านโพสต์เพลงประกอบฯ
อีกด้วย ก็รับรองได้ว่า แฟนๆ
ทั้งภาพยนตร์และเพลงจะไม่ผิดหวังกับซิงเกิ้ลเพลงประกอบของ
HOME ความรัก ความสุข ความทรงจำ แน่นอน
มาครั้งนี้พวกเขาได้รับเกียรติจากศิลปินขวัญใจตลอดกาลอย่าง
ธนชัย อุชชิน (ป๊อด โมเดิร์นด๊อก)
มาเซอร์ไพร์สร่วมแต่งเพลงประกอบฯ ในชื่อเพลง
วันที่สวยงาม (ร้องโดย พิช-วิชญ์วิสิฐ)
รวมถึงเพลงที่ พิช-วิชญ์วิสิฐ แต่งคำร้อง-ทำนองให้
ชื่อเพลง ผ่านเลยไป
ที่ได้นักร้องสาวเสียงใสอย่าง แป้งโกะ (ค่าย
Believe Record) feat. วงเสือโคร่ง
(วงดนตรีใหม่ในสังกัดสตูดิโอคำม่วน)
มาช่วยกันถ่ายทอดความหมายดีดีของเพลงอีกด้วย
(ผู้กำกับ)
เพลงประกอบของหนังเรื่องนี้มีความหลากหลาย
มีทั้งเพลงที่พิชแต่งเองชื่อเพลง ผ่านเลยไป
ซึ่งแต่งได้ดีมาก
บอกเล่าอารมณ์ของตัวละครแทบจะทุกตัวของหนังเรื่องนี้
และที่พิเศษมากๆ คือ พี่ป๊อด โมเดินร์ด็อก
ให้เกียรติมาแต่งเพลง วันที่สวยงาม ให้กับเรา
ซึ่งเราดีใจและภูมิใจมาก
เพราะว่าพี่ป๊อดเป็นไอดอลของเรามาตั้งแต่ไหนแต่ไร
และก็ใฝ่ฝันจะร่วมงานกันมานาน ตอนติดต่อ
เล่าพล็อตให้แกฟังนิดเดียวเอง
แล้วพี่ป๊อดก็ใช้เวลาเขียนเพลงนี้ประมาณ 4-5
วันเอง แค่นั้นก็ออกมาดีมากๆ เลย
ได้ฟังก่อนเปิดกล้อง เราและทีมงานชอบมาก
ทั้งกองมีกำลังใจทำงานกับคิวที่แน่นเอี๊ยดได้โดยไม่บ่น
เพราะทุกคนอยากเห็นวันที่สวยงามร่วมกัน
ก็หวังว่าทุกคนจะชอบเพลงประกอบของ Home ครับ
** เรื่องราวเปลี่ยนไปเมื่อฉันได้มาเจอ
ทุกวันขอบคุณที่ฉันได้พบเธอ
แม้เส้นทางจะไกลแสนไกล แม้รอบกายจะโหดร้ายเพียงใด
แต่ฉันมีเธอเป็นฟ้าที่สดใส
เหมือนเสียงเพลงที่ซึ้งหัวใจ
ดั่งท้องทะเลกว้างไกลในวันที่สวยงาม
เพราะฉันมีรอยยิ้มของเธอที่ทำให้อุ่นใจ
แม้จะต้องเหน็บหนาวเพียงใด
แต่ฉันจะเดินข้ามไปสู่วันที่สวยงาม
เพราะฉันนั้นมีเธอ...**
หลากความหมาย หลายชีวิตและความรู้สึกใน HOME
บัวจัน (รับบทโดย เพ็ญพักตร์ ศิริกุล) -
หญิงหม้ายวัยปลายคนที่สูญเสียความรัก
สูญเสียสามีไปด้วยโรคร้าย
บัวจันต้องใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียวตามลำพัง
ร่วมกับหลาน 2 คน มีเพียงกระดาษใบเล็กๆ
กับข้อความสั้นๆ ของสามีเท่านั้น
ที่เธอใช้จัดการสิ่งต่างๆ รวมไปถึง
เป็นของต่างหน้าที่เอาไว้ระลึกถึงสามีผู้จากไป
ดูภายนอกเหมือนเป็นคนเข้มแข็งต้องจัดการปัญหาทุกอย่างสารพัด
แต่พอได้อยู่เพียงลำพังจะจมอยู่กับความคิดถึง
และมีความเชื่อว่าสามีจะกลับมา
(ต่าย เพ็ญพักตร์)
ในส่วนของพี่จะมีความเป็นดราม่ามาก
มีบางซีนที่เล่นคนเดียวแล้วก็ต้องนึกถึงสามี
นึกถึงอารมณ์ว่าวันนั้นเราสูญเสียสามี
แล้วก็ต้องเป็นคนที่ใจแข็งมาก
อยู่โรงพยาบาลไม่มีร้องไห้เลย ลูกจะไม่รู้เรื่อง
แต่กลับบ้านปุ๊ปผู้หญิงคนนี้จะสุดโต่ง
ปล่อยร้องไห้
เป็นซีนที่บอกมะเดี่ยวว่ามันยากมากเหมือนกันนะ
ถามว่าเป็นซีนที่เล่นยากไหมก็เล่นยากเพราะว่าเราต้องนึกทุกอย่างเอง
ต้องคิดว่าเขาอยู่ตรงนี้ มันเป็นดราม่า
และร้องไห้เยอะมาก
ประวัตินักแสดง
ชื่อ-นามสกุล เพ็ญพักตร์ ศิริกุล (ต่าย)
วันเดือนปีเกิด 31 มกราคม (จังหวัดเชียงใหม่)
รางวัลที่ได้รับ
o ชนะเลิศการประกวดนางงามตุ๊กตาทองปี 2519
o เข้าชิงรางวัลสุพรรณหงส์
นักแสดงประกอบหญิงยอดเยี่ยมจาก พิศวาสซาตาน
(2529)
o เข้าชิงรางวัลสุพรรณหงส์
นักแสดงประกอบหญิงยอดเยี่ยมจาก รักออกแบบไม่ได้
(2542)
o เข้าชิงรางวัลสุพรรณหงส์
นักแสดงประกอบหญิงยอดเยี่ยมจาก ผีคนเป็น (2549)
o
ได้รับรางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิงนักแสดงประกอบหญิงยอดเยี่ยมจาก
พันธุ์ร็อกหน้าย่น (2546)
เสี่ยเล้ง (รับบทโดย เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์) -
เสี่ยหนุ่มจากภูเก็ต มักจะจริงจังกับการทำงาน
เป็นคนนิ่งเงียบ เดาอารมณ์ไม่ถูกว่าคิดอะไรอยู่
เป็นถึงเจ้าของโรงงาน ที่ต้องดูแลกิจการใหญ่โต
จึงวางตัวเป็นผู้ใหญ่กว่าวัย มีความเป็นผู้นำสูง
เพราะต้องดูแลลูกน้อง มีความเด็ดขาด
ภายนอกดูเป็นคนดุ
จนบางทีดูเหมือนเป็นคนที่แข็งกระด้าง
(เจมส์ เรืองศักดิ์)
บทของเสี่ยเล้งจะต้องกลืนความรู้สึกให้หมด
ไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไรก็ตาม จะไม่แสดงอาการ
อย่างเจอเรื่องราวที่ต้องโมโห
หรือว่าแม้จะเจ็บปวดรุนแรงแค่ไหน
ก็ต้องกลืนความรู้สึกเหล่านั้นเอาไว้ข้างใน
แต่สิ่งที่พูดออกไปหรือว่าแววตาที่ส่งออกมามันต้องมีความอำมหิตซ่อนอยู่เล็กน้อย
เพื่อเราจะได้เห็นการตัดสินใจของตัวเสี่ยเล้ง
ว่าเขาจะตัดสินใจยังไงกับเรื่องราวที่มันเกิดขึ้นทั้งหมด
กับเหตุการณ์ที่เขาต้องรับฟังรับรู้ทั้งหมด
มันจะไปบีบเกร็งคนดูเมื่อถึงเวลาที่เขาต้องตัดสินใจ
ประวัตินักแสดง
ชื่อ-นามสกุล เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ (เจมส์)
วันเดือนปีเกิด 9 มีนาคม 2521 (จ.นครศรีธรรมราช)
การศึกษา
ปริญญาโท คณะเศรษฐศาสตร์
ภาควิชาเศรษฐศาสตร์(การเมือง)จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ปริญญาตรี คณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกดุริยางคศาสาตร์
(สากล) มหาวิทยาลัยศรีนครินวิโรฒน์
ผลงานที่ผ่านมา
- ศิลปินนักร้องค่ายอาร์เอส(2538-2549),
ค่ายจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่(2550-2553)
- ภาพยนตร์เรื่อง แก๊งกระแทกก๊วน เก๋ากวนเมือง,
ซีซีเจแสบฟ้าแลบ
- ละครเวทีเรื่อง สู่ฝันอันยิ่งใหญ่, กินรีสีรุ้ง
- ละครทีวีเรื่อง อินทรีแดง, ลูกสาวเจ้าพ่อ,
ขนมปังกับน้ำพริก, กำแพงรัก, หัวใจเถื่อน,
จารชนยอดรัก, พรุ่งนี้ก็รักเธอ, เมียไม่ใช่เมีย,
วนาลี, กุหลาบซาตาน, เป็นข่าว
ปรียา (รับบทโดย ศิรพันธ์ วัฒนจินดา) -
สาวเชียงใหม่ที่ไปทำงานไกลถึงภาคใต้
จนพบรักกับเสี่ยเล้งนายจ้าง
ปรียาเป็นผู้หญิงที่วิตกจริตง่าย คิดมาก ฟุ้งซ่าน
แต่งเติมความรู้สึกนึกคิดขึ้นเองได้ตลอดเวลา
อ่อนไหวกับคำพูดของคนอื่น
จึงมักจะแสดงท่าทางที่ระแวดระวังและวิตกกังวลไปกับทุกๆ
เรื่องรอบตัว
ไม่ค่อยมีความมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจเท่าไร
(นุ่น ศิรพันธ์)
บทของตัวปรียาไม่ได้ซับซ้อนอะไรมาก
เหมือนกับผู้หญิงคนๆ
นึงทั่วไปที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวล
ยิ่งกำลังจะเกิดความเปลี่ยนแปลงในการดำเนินชีวิตจากโสดมาเป็นคู่
ยิ่งเครียดมาก เพื่อนรอบตัวก็ครอบครัวล้มเหลว
แล้วเราจะไปรอดไหม
แต่สิ่งนึงที่วิตกสำหรับนุ่นคือเรื่องของภาษาในการพูดมากกว่า
คือเราไม่ได้อยู่เชียงใหม่นาน
คำบางคำหรือสำเนียงมันไม่ได้แล้ว
ก็ต้องคอยให้น้องพิช วิชญ์วิสิฐ มาสอน
มาติวเรื่องสำเนียงกันใหม่หมด
แต่สิ่งนึงที่นุ่นได้จากการเล่นบทปรียาครั้งนี้
มันเป็นเรื่องมุมมองในความรัก
ถ้าเป็นเรื่องความรักนุ่นจะอินมาก
ปรียาสอนให้นุ่นรู้ว่าเราอย่าไปกลัวที่จะรัก
อย่าเอาความวิตกกังวลมาบั่นทอนสิ่งดีๆ
ที่เคยมีให้กันและกันมาตลอด
บางอารมณ์ของปรียาก็เหมือนของนุ่นนะ
มันเลยสอดคล้องกันกับตัวละครเรื่องนี้มาก
ประวัตินักแสดง
ชื่อ-นามสกุล ศิรพันธ์ วัฒนจินดา (นุ่น)
วันเดือนปีเกิด 22 พฤษภาคม 2525
การศึกษา
ปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์
สาขาวิศกรรมอุตสาหการมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ผลงานที่ผ่านมา
o ภาพยนตร์เรื่อง เพื่อนสนิท, เป็นชู้กับผี,
หนึ่งใจเดียวกัน, 9 วัด, ความรัก ศัทธา ปาฎิหาริย์
ตอนผู้หญิงคนนี้ไม่อยากชื่อบุญรอด,
ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
o ละครทีวีเรื่อง แผ่นดินหัวใจ, เขยใหญ่สะใภ้เล็ก,
ยิ่งเกลียดเธอยิ่งเจอรัก, สาวเปิ่นเจ้าเสน่ห์,
เมื่อดอกรักบาน, ยุทธการหักคานทอง,
นางสาวผ้าขี้ริ้ว, นางสาวเย็นฤดี,
สื่อรักชักใยอลวน, หน้ากากดอกซ่อนกลิ่น,
คุณชายติดหรู คุณหนูติดดิน, สองผู้ยิ่งใหญ่, บ่วง
รางวัลที่ได้รับ
o นักแสดงหญิงยอดเยี่ยมในภาพยนตร์ไทยแห่งปี 2548
เรื่อง เพื่อนสนิท จาก เฉลิมไทยอวอร์ด
o ชนะเลิศดิชชี่เกิร์ล 2004
พี่เป๊ก (รับบทโดย สุพจน์ จันทร์เจริญ) -
เป็นคนเชียงใหม่ เติบโตและเรียนที่เชียงใหม่มาตลอด
มีงานทำและมีครอบครัวที่นี่
มีเพื่อนฝูงที่ผูกพันกันมาตั้งแต่สมัยเรียน
พอใจกับที่ๆ ตัวเองอยู่ มีสังคมเดิมๆ ไม่ไปไหน
สมัยเรียนเป็นรุ่นพี่ที่สาวๆ แอบปลื้มแอบกรี๊ด
แต่สุดท้ายชีวิตคู่ของพี่เป๊กก็ล้มเหลว
ไม่ได้สวยงามอย่างที่คนอื่นคาดหวัง
และเป็นอดีตแฟนเก่าของปรียา
(ลิฟท์ สุพจน์) ตัวบทของพี่เป๊กเป็นผู้ชายธรรมดา
เคยเป็นยังไงตอนเด็กๆ โตขึ้นเขาก็เป็นอย่างนั้น
บทจะนิ่งๆ เงียบๆ
เหมือนเป็นตัวที่ทำให้เกิดปมบางอย่างแบบไม่ได้คิดหน้าคิดหลังอะไร
ตอนที่อ่านบทและตัดสินใจเล่นเรื่องนี้
อ่านแล้วมันอินไปกับบท ลุ้นกับเหตุการณ์
ลุ้นไปกับความรู้สึกของ ปรียา เสี่ยเล้งและเลี่ยม
แม้กระทั้งตัวพี่เป๊กเองถึงบทจะเรียบๆ
ไม่มีอะไรเด่นมาก แต่ก็ขาดไม่ได้เลยเหมือนกัน
ฉะนั้นบทพี่เป๊กเลยมีความสำคัญกับเนื้อเรื่องเป็นอย่างมากเลยทีเดียว
ประวัตินักแสดง
ชื่อ-นามสกุล สุพจน์ จันทร์เจริญ (ลิฟท์)
วันเดือนปีเกิด 13 กุมภาพันธ์ 2519 (จังหวัดลำพูน)
ผลงานที่ผ่านมา
o แสดงภาพยนตร์เรื่อง
เจนนี่กลางวันครับกลางคืนค่ะ(2539),
ยุกยิกหัวใจหยิกกัน(2540),
ปาฏิหาริย์โอมสมหวัง(2541), 9 พระคุ้มครอง(2544),
กาลครั้งหนึ่งชั่วนิรันดร์ (2546),
ก็เคยสัญญา(2548)
o แสดงละครทีวีเรื่อง ดร.ครก,
โลกทั้งใบให้นายคนเดียว, สองพี่น้อง,
พยัคฆ์ร้ายโอมเพี้ยง, เทพธิดาโรงงาน, แคนลำโขง,
เขาหาว่าหนูเป็นเจ้าหญิง, กาษานาคา, สายใยสวาท,
ดินเนื้อทอง, ใจร้าว, โรบอทยอดรัก, มงกุฎดอกส้ม,
คุณชายติดหรูคุณหนูติดดิน, เฮฮาหน้าซอย,
ดอกส้มสีทอง ฯลฯ
o ออกอัลบั้มเพลง ศิลปินนักร้องคู่ดูโอ ลิฟท์-ออย
เลี่ยม (รับบทโดย วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล) -
มีชื่อเล่นจริงๆ ว่า มอส แต่เพื่อนๆ มักจะเรียกว่า
เลี่ยม เป็นฉายา
(ภาษาเหนือหมายถึงเป็นคนชอบเสนอหน้า
ช่างพูดช่างคุย พูดเยอะแยะไม่ยอมหยุด)
เลี่ยมเป็นน้องชายของปรียา เป็นคนมองโลกในแง่ดี
รักพี่สาวมาก สนุกสนานกับการทำกิจกรรมต่างๆ
ชอบความบันเทิง
และมีความสามารถที่จะจัดอีเว้นต์ต่างๆ ได้
(พิช วิชญ์วิสิฐ)
ได้มารับบทเลี่ยมเหมือนได้เปลี่ยนบทบาทมาเล่นเป็นคนสนุกสนานร่าเริงบ้าง
ร่าเริงกว่าตัวเราเองด้วยซ้ำ
ทั้งที่เราก็เป็นคนที่ร่าเริงอยู่แล้ว
ก็เลยเป็นบทบาทที่ท้าทายแล้วก็ต้องใช้พัฒนาการทางการแสดงมากขึ้น
เพราะว่านอกจากจะร่าเริงสดใสแล้ว
ช่วงนึงที่เป็นช่วงวิกฤตของเรื่อง
ตัวเลี่ยมเองก็ต้องเครียด
แล้วก็ต้องแบกรับงานที่ตัวเองจัดเอาไว้
ที่เกือบจะล่ม
ซึ่งตัวเลี่ยมเองก็มีความกดดันอะไรบางอย่างอยู่
ดังนั้นมันเป็นตัวละครที่คนดูจะได้มองเห็นตัวละครตัวนี้จากทุกมุมมอง
จากความสนุก ความเศร้า ความตลก
ตัวละครตัวนี้มันครบรสมากๆ
ประวัตินักแสดง
ชื่อ-นามสกุล วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล (พิช)
วันเดือนปีเกิด 20 กรกฏาคม 2532
(จังหวัดเชียงใหม่)
การศึกษา
คณะวารสารศาสตร์ และสื่อสารมวลชน
สาขาวิชาภาพยนตร์และภาพถ่าย
ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ผลงานที่ผ่านมา
o ภาพยนตร์เรื่อง รักแห่งสยาม, ฝันหวานอายจูบ,
ออกัสเพื่อนไม่เก่า
o ละครทีวีเรื่อง สายสืบเดลิเวอรี่ /
พิธีกรรายการไนท์ สยาม
o ศิลปินนักร้องนำวงออกัส และแต่งเพลงอีกมากมาย
รางวัลที่ได้รับ
o รางวัลนักแสดงนำชายจากภาพยนตร์ไทยแห่งปี
เฉลิมไทยอวอร์ด ครั้งที่ 5 ปี 2550
o รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมภาพยนตร์ไทย
ชมรมวิจารณ์บันเทิงครั้งที่ 16
เน (รับบทโดย มาร์ช-จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล) -
นักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 6 โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย
จังหวัดเชียงใหม่ เป็นตากล้องประจำโรงเรียน
มีฝีมือด้านการถ่ายภาพจนเป็นที่ไว้วางใจของเพื่อนๆ
และครูอาจารย์ เป็นเด็กเงียบๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร
เพราะเพื่อนแต่ละคนมักจะหวังพึ่งพาความสามารถในการถ่ายภาพของเขาเท่านั้น
เนจึงมีแค่ภาพถ่ายเท่านั้นที่สื่อความรู้สึกออกมาให้ทุกคนได้เห็น
แต่ใจลึกๆ
ก็อยากจะมีเพื่อนแท้สักคนที่เห็นคุณค่าในตัวเขามากกว่าที่จะหาประโยชน์จากฝีมือเขา
(มาร์ช จุฑาวุฒิ)
คาแร็คเตอร์ของเนกับของผมคนละขั้วเลยครับ
เนเป็นคนพูดน้อยมากแบบคิดอะไรก็คิดในใจ
แต่ตัวจริงผมคิดอะไรก็พูดเลย
มีแต่คนด่าว่าผมพูดอะไรไม่ค่อยคิด แบบชอบโวยวาย
แต่เนเขาเป็นคนเงียบๆ เนต้องการเพื่อนที่จริงใจ
แต่ผมโชคดีนะที่ผมเจอเพื่อนที่จริงใจทุกวันนี้
พี่มะเดี่ยวเขาบอกว่าเล่นเรื่องนี้เล่นกันอยู่ 2
คน ต้องทำความคุ้นเคยกันและเล่นกันให้สนิทใจ
เพราะผมกับแจ็ค (กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณา รับบทเป็น
บีม) ต้องเล่นคู่กันตลอดทั้งเรื่อง
เข้าบทบ้างหรือทำกิจกรรมที่จะเพิ่มความสนิทให้กันบ้าง
ผมกับแจ็คก็เลยสนิทกันเร็วมาก
แจ็คก็เลยเหมือนทั้งน้องเหมือนทั้งเพื่อนผมเลยครับ
เพราะพี่มะเดี่ยวช่วยด้วยล่ะครับ
ประวัตินักแสดง
ชื่อ-นามสกุล จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล (มาร์ช)
วันเดือนปีเกิด 21 มีนาคม 2536 (19 ปี)
การศึกษา คณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี ปี 1
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ความสามารถพิเศษ
o เป็นนักกีฬาฟุตบอลประจำคณะ
ผลงานที่ผ่านมา
o แสดงโฆษณา KFC / ถ่ายแบบนิตยสารฯ / พิธีกรรายการ
Play Channel
o เป็น 1 ใน 50 หนุ่มโสดในฝันแห่งปี 2554 (เบอร์
11) จากนิตยสารคลีโอ
บีม (รับบทโดย แจ๊ค-กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณา) -
กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปีที่ 3
ของโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่
เป็นนักกีฬาบาสเก็ตบอลของโรงเรียน
แต่มักจะย้ายโรงเรียนบ่อยจึงไม่ค่อยมีเพื่อนสนิทจริงๆ
เท่าไรนัก บีมเป็นคนพูดเก่ง
มักขี้สงสัยในทุกเรื่อง เข้ากับคนง่าย
ชอบเล่าเรื่องสนุกสนาน อยากรู้อยากเห็น
เป็นเด็กที่ร่าเริงแจ่มใส
(แจ็ค กิตติศักดิ์)
ตัวจริงของผมกับบีมแตกต่างเกือบทุกอย่างเลยนะ
ปรกติผมเป็นคนไม่ค่อยพูด
และมีเพื่อนเยอะแต่ไม่ค่อยพูด
ซึ่งในบทเป็นคนที่พูดมากและขี้สงสัย
ตัวจริงผมไม่ใช่อย่างนั้น
สิ่งที่เหมือนกันคือเป็นนักกีฬาบาสของโรงเรียน
มีแค่อย่างเดียวนอกนั้นก็แตกต่างหมดครับ
ส่วนเรื่องการแสดงก็มีฝึกเรียนการแสดงกับพี่มะเดี่ยว
ไปพร้อมกับพี่มาร์ช (จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล รับบทเป็น
เน)
ฝึกการใช้อารมณ์ว่าต้องเล่นอย่างไรควรทำอย่างไร
เวลาเจอสถานการณ์แบบนี้ ครั้งละ 3 ชม.ต่อวัน
ประมาณ 2 เดือนครับ
พี่มะเดี่ยวสอนเน้นในเรื่องแสดงอารมณ์
การใช้ควบคุมอารมณ์
ประวัตินักแสดง
ชื่อ-นามสกุล กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณา (แจ๊ค)
วันเดือนปีเกิด 15 เมษายน 2537 (18 ปี)
การศึกษา มัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบดินทรเดชา
(สิงห์ สิงหเสนี)
ความสามารถพิเศษ
o เป็นนักดนตรีวงโยธวาทิต
o นักกีฬาบาสเก็ตบอลประจำโรงเรียน
o เป่าเครื่องดนตรีบาริโทน, ทอมโบน, เต้นโรบอท
ผลงานที่ผ่านมา
o MV เพลงอยู่ที่ไหน ของ โต๋ ศักดิ์สิทธิ์
ประวัติผู้กำกับ
ชื่อ-นามสกุล ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล (มะเดี่ยว)
วันเดือนปีเกิด 15 มีนาคม 2524 (จ. เชียงใหม่)
การศึกษา
ปริญญาตรีจากคณะนิเทศศาสตร์ภาควิชาภาพยนตร์และภาพนิ่ง
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผลงานที่ผ่านมา
- กำกับภาพยนตร์สั้นเรื่อง บ้านเก่า (2543),
ดงรกฟ้า, วิมานสีชมพู (2544), มอเตอร์ไซต์ฮ่าง,
ลมเยาวราช (2545), 2003, ลี้ (2546),
โดพามีน-Dopamine (2551)
- กำกับภาพยนตร์เรื่อง คนผีปีศาจ(2547), 12 Begin,
13 เกมสยอง(2549), รักแห่งสยาม(2550),
ฝันหวานอายจูบ(2551), หลุดสี่หลุด(2554)
- เขียนบทภาพยนตร์เรื่อง ช็อคโกแลต, รักแห่งสยาม,
บอดี้ศพ#19, 13 เกมสยอง, คน ผี ปีศาจ
- กำกับละครเรื่อง วนาลี
- กำกับมิวสิควิดีโอเพลง แอบมีเธอ, คนคุ้ยเคย
- ผลงานด้านดนตรี เพลงรักแห่งสยาม, กันและกัน,
ticket, คืนอันเป็นนิรันดร์, เช้าเย็น, เรดิโอ,
จำได้ไหม, ยังคง, อาจจะเป็น, ฉันและเธอ,
อย่าไปเสียใจ,ยังหายใจ
รางวัลที่ผ่านมา
- รองชนะเลิศรางวัลช้างเผือกปี 2003 เรื่อง 2003
- รางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง
รางวัลลำดับภาพยอดเยี่ยม เรื่อง 13 เกมสยอง
- Best of Puchon: Puchon International Film
Festival (PiFan) ครั้งที่ 11 ประเทศเกาหลี เรื่อง
13 เกมสยอง
- Best Asian Film award: European Fantastic Film
Festival Federation Asian Award หรือ EFFFF
เรื่อง 13 เกมสยอง
- Best Asian Film: The Golden Prize จาก The
Fantasia International Film Festival ครั้งที่ 9
ประเทศแคนาดา เรื่อง 13 เกมสยอง
- Golden Raven award: Brussels International
Festival of Fantastic Film เรื่อง 13 เกมสยอง
- เข้าร่วมใน 4 เทศกาลภาพยนตร์ระดับโลก อาทิ
Hannya Film Festival 2007 (สเปน) Udine Far East
Film Festival (อิตาลี), Neuchatel International
Fantastic Film Festival (สวิสเซอร์เลนด์),
Fantasia International Film Festival (แคนาดา),
Puchon International Fantastic Film Festival
(เกาหลี) เรื่อง 13 เกมสยอง
- รางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
ผู้กำกับยอดเยี่ยม เรื่อง รักแห่งสยาม
- รางวัลสตาร์เอนเตอร์เทนเมนท์อวอร์ด
ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม
บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม เรื่อง รักแห่งสยาม
- รางวัลสตาร์พิคส์อวอร์ด ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
ผู้กำกับยอดเยี่ยม บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม เรื่อง
รักแห่งสยาม
- เฉลิมไทยอวอร์ด ครั้งที่ 5 ผู้กำกับยอดเยี่ยม
บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม เรื่อง รักแห่งสยาม
- รางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
ผู้กำกับยอดเยี่ยม บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม เรื่อง
รักแห่งสยาม
- ถูกจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 20 ผู้รับรางวัล THE
NEXT GENERATION ASIA ครั้งที่ 3 ประจำปี2553
จากนิตยสาร HOLLYWOOD REPORTER
|
|
|
มะเดี่ยวเปิดกองเชียงใหม่ชมฉากหมั้นล้านนาของเจมส์-นุ่นใน
Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 10
พฤษภาคม 2554 |
|
 |
|
ม่วนขนาดกันทั่วหน้าเมื่อสายการบินโอเรียนท์-ไทย
พาสื่อมวลชนและทีมงานภาพยนตร์โรแมนติก-ดราม่าเรื่อง
โฮม ความรัก ความสุข ความทรงจำ
บินลัดฟ้ามาถึงจังหวัดเชียงใหม่เพื่อเยี่ยมชมกองถ่ายในฉากพิธีหมั้นของว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวอย่าง
เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศํกดิ์, นุ่น
ศิรพันธ์ วัฒนจินดา
ในภาพยนตร์เรื่องใหม่ของบริษัทสหมงคลฟิล์ม
อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
ภายใต้การกำกับเรื่องล่าสุดของ มะเดี่ยว
ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล (รักแห่งสยาม)
ผู้กำกับรุ่นใหม่ฝีมือระดับรางวัล
ที่นำขบวนขึ้นไปถ่ายทำถึงจังหวัดเชียงใหม่ร่วมด้วยนักแสดงฝีมือดีอย่าง
ตุ้ยตุ่ย พุทธชาติ พงศ์สุชาติ พิช
(รักแห่งสยาม) วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล แมว
จารุณี บุญเสก
การถ่ายทำในวันนี้เป็นฉากพิธีหมั้นของ ปรียา
(นุ่น) และพนักงานบริษัทชาวเหนือกับ
เสี่ยเล้ง (เจมส์) เจ้าของกิจการชาวใต้
ที่ตกลงตัดสินใจหอบครอบครัวจากภาคใต้ขึ้นมาจัดงานแต่งเอาใจเจ้าสาวถึงเชียงใหม่
ท่ามกลางความไม่พอใจของญาติเจ้าบ่าว
ทำให้ปรียาเกิดความกระอักกระอ่วนใจ
โดยในเหตุการณ์มีน้าสาวอารมณ์ดีอย่างน้าอร(ตุ้ยตุ่ย)
มาร่วมผูกข้อไม้ข้อมือและให้กำลังใจพร้อมทั้งอวยพรอย่างซาบซึ้ง
และเลี่ยม (พิช)
น้องชายเจ้าสาวมาร่วมภูมิใจในการแต่งงานของพี่สาวที่ตัวเองตั้งใจจัดให้เพื่อเป็นของขวัญ
ซึ่งทางทีมงานเรื่องโฮมได้จัดลานกว้างที่รีสอร์ท
เก๊าไม้ล้านนา สันป่าตอง จ. เชียงใหม่
ให้กลายเป็นพื้นที่ประกอบพิธีหมั้นอย่างสวยงามอลังการ
เพื่อให้สมจริงตามแบบพิธีล้านนาแท้ๆ
และให้สื่อมวลชนทุกท่านได้ร่วมเก็บภาพบรรยากาศอันแสนชื่นมื่นกันอย่างสนุกสนาน
ถึงแม้ว่าก่อนจะเริ่มถ่ายทำจะมีพายุฝนกระหน่ำกันมาแต่เช้า
แต่พอคณะสื่อมวลชนไปบรรยากาศก็ดีขึ้น โดยทาง
มะเดี่ยว
ผู้กำกับเรื่องนี้ให้สัมภาษณ์สำหรับการถ่ายทำครั้งนี้ว่า
สำหรับฉากนี้ก็เป็นพิธีหมั้นที่ทางทีมงานตั้งใจให้เป็นแบบล้านนาแท้ๆ
เป็นการผูกข้อไม้ข้อมือโดยญาติผู้ใหญ่
แทนการรดน้ำสังข์แบบภาคกลาง
ซึ่งเราก็จัดบริเวณให้เป็นแบบเหนือเลย
แม้กระทั่งการแต่งตัวก็เป็นแบบเหนือแท้ๆ
แต่ตัวภาพยนตร์ไม่ได้เป็นหนังย้อนยุคนะ
แค่เราอยากให้คนได้สัมผัสถึงวิถีชีวิตคนในจังหวัดเชียงใหม่จริงๆ
ทำหนังที่ให้อารมณ์แบบเหนือจริงๆ
ซึ่งในเรื่องนุ่นกับเจมส์กำลังจะแต่งงานกัน
ทั้งสองคนกำลังจะเปลี่ยนสถานะจากเจ้านายลูกน้องมาเป็นสามีภรรยา
ทางว่าที่เจ้าบ่าวก็อยากจะให้ความสำคัญกับเจ้าสาวเลยยกขบวนญาติผู้ใหญ่จากทางใต้มาร่วมงานกันที่เชียงใหม่
ซึ่งแม่ของว่าที่เจ้าบ่าวก็ไม่พอใจหาว่าทำอะไรไม่ปรึกษา
และไม่ค่อยจะมีเยื่อใยที่ดีกับฝ่ายหญิงเท่าไหร่นัก
ทำให้ว่าที่เจ้าสาวอย่างนุ่นกังวลใจกลัวว่าการตัดสินใจในการแต่งงานครั้งนี้จะเป็นความผิดพลาดไปชั่วชีวิต
ซึ่งคนหลายคนที่กำลังจะแต่งงานอาจจะเคยมีความลังเลเมื่อตัวเองกำลังจะแต่งงานเหมือนกับที่นางเอกเรื่องนี้เป็นบ้างก็ได้
ฉากนี้ก็ถือว่าหาข้อมูลกันพอสมควรทั้งเรื่องของการแต่งตัว
พิธีการ
แต่ผมเองเป็นคนเชียงใหม่และทุกคนที่มาเล่นไม่ว่าจะเป็นนุ่นเอง
หรือพิช ก็เป็นทางภาคเหนือ
ฉะนั้นมันก็ง่ายหน่อยเวลาที่พูดคำเมือง
และก็เกิดความแปลกตรงที่เมื่อญาติทางเหนือมาเจอกับญาติทางใต้
โดยมีพี่เจมส์มาแหล่งใต้ให้อย่างคล่องแคล่วก็สนุกไปอีกแบบ
อันนี้ต้องลองติดตามดูฉากนี้มีทั้งสนุกสนาน
และมุมมองบางอย่างให้ได้คิดกันด้วย
ตอนแรกวันนี้ก็ยังมีแอบกังวลอยู่ว่าจะถ่ายกันยังไงเพราะเมื่อเช้าที่เชียงใหม่ฝนตกหนักมาก
แล้วทีมงานต้องเซทสถานที่กันไม่น้อยอยู่ต้องมีตุงมีพานพุ่มมีอุปกรณ์งานหมั้นหลายอย่างมาก
แต่โชคดีที่สักพักฝนก็หายตกก่อนพวกเราเลยได้ถ่ายทำฉากนี้กันอย่างสนุกสนานราบรื่นดี
วันนี้ทั้งทีมงานและสื่อมวลชนที่มาร่วมเยี่ยมชมก็ได้เก็บภาพกันตั้งแต่สายยันบ่ายเลยทีเดียว |
|









 



|
|
|
จาก รักแห่งสยาม สู่ โฮม ความรัก ความสุข
ความทรงจำ
ถึงห่างกัน 5 ปี แต่ไม่มีผิดหวังแน่นอน
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 13
กุมภาพันธ์ 2555 |
|

|
เตรียมตัวกันให้ดีสำหรับใครที่ชื่นชอบผลงานการกำกับภาพยนตร์ของ
มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล จาก
รักแห่งสยาม และเป็นแฟนคลับตัวยงของ พิช
วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล
เพราะปลายมีนาคมนี้จะได้พบกับภาพยนตร์แนวดราม่าใหม่หมาดๆ
จากค่ายสหมงคลฟิล์ม เรื่อง Home ความรัก
ความสุข ความทรงจำ
ซึ่งครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงน้องพิชคนเดียวเท่านั้นแต่ยังเต็มไปด้วยขบวนนักแสดงมากฝีมือร่วมถ่ายทอดเรื่องราวสุดประทับใจจากเบื้องลึกแห่งความทรงจำของผู้กำกับออกสู่แผ่นฟิล์ม
เช่น นุ่น ศิรพันธ์ วัฒนจินดา, เจมส์
เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์, ต่าย เพ็ญพักตร์
ศิริกุล, ลิฟท์ สุพจน์ จันทร์เจริญ,
อาตุ่ย พุทธชาต พงศ์สุชาติ, แมว จารุณี
บุญเสก และ 2
นักแสดงหน้าใหม่แกะกล่องที่น่าจับตามองในปีนี้อย่าง
มาร์ช จุฑาวุธ ภัทรกำพล กับ แจ๊ค
กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณะ
โฮม
เป็นเรื่องราวที่ความทรงจำที่เลือกออกมาจากประสบการณ์คนรอบข้างที่ประทับใจ
และไม่อาจเลือนหายไปได้ของผู้กำกับตลอดระยะเวลา
30 ปีที่ผ่านมาที่เต็มไปด้วย มิตรภาพ
ความผูกพัน ความอบอุ่น ความรัก
หรือแม้แต่การสูญเสียที่อยู่รอบตัวเรา
ซึ่งผู้กำกับรุ่นใหม่ผู้กวาดรางวัลจากหลายสถาบันมาแล้วอย่าง
มะเดี่ยว
ได้เลือกเฟ้นความทรงจำเหล่านี้ออกมาเล่าได้อย่างมีชั้นเชิงและกินใจ
เหมือนอย่างที่เคยฝากความประทับใจกันมาแล้วจาก
รักแห่งสยาม
ภาพยนตร์ที่ทำกระแสแรงที่สุดแห่งปี
แม้ผ่านวันคืนนั้นมาแล้วกว่า 5 ปี แต่ โฮม
ความรัก ความสุข ความทรงจำ
ก็พร้อมแล้วที่จะออกมาพิสูจน์ความฉกาจของภาพยนตร์ที่จะกินใจผู้ชมที่รอคอยกันไปอีกนานเท่านาน
ปลายเดือนมีนาคมนี้แน่นอน
|
|
|
มะเดี่ยว การันตี 2 นักแสดงใหม่วัยรุ่น
บทดราม่าสุดหินแค่ไหนก็ เอาอยู่
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 23
กุมภาพันธ์ 2555 |
|

|
กว่าจะคัดนักแสดงมารับบทนักเรียนมัธยม 2 คน
ที่ต้องมีบทพูดสนทนากันยาวเหยียด
แถมยังต้องแสดงออกทางด้านอารมณ์ให้กับคนดูได้อินไปกับสองคนนี้ให้ได้
ทีมงานและผู้กำกับก็เฟ้นหาได้มาอย่างเลือดตาแทบกระเด็น
เพราะบทของ เน นักเรียนม.6
ที่กำลังจะจบการศึกษาแต่รักการถ่ายภาพที่ขาดมิตรภาพจากเพื่อนตลอดการศึกษาและ
บีม นักเรียนชั้นม.3
นักบาสโรงเรียนที่ย้ายโรงเรียนบ่อยเกินกว่าจะมีเพื่อนสนิทในภาพยนตร์เรื่อง
Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ
แนวดราม่าเรื่องล่าสุดจากค่ายสหมงคลฟิล์ม
ถือเป็นบทที่ท้าทายความสามารถของนักแสดงอย่างแท้จริง
ไม่ว่าจะระดับมืออาชีพขนาดไหน
แต่เมื่อต้องเจอแต่บทสนทนาที่ต้องต่อกันยาวเหยียดบวกกับความรู้สึกที่ต้องเล่นลึกลงไปมากกว่าคำพูดที่ถ่ายทอดออกมาแล้ว
ก็เล่นเอาต้องใช้เวลาในการจดจำและความเข้าใจเฉพาะตัวอย่างแท้จริง
ซึ่งครั้งนี้ มะเดี่ยว ชูเกียรติ
ศักดิ์วีระกุล
ในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์ยอมรับเลยว่าเป็นบทที่หานักแสดงมือใหม่มารับบทได้ยากมาก
แถมบทยังหินแบบสุดๆ
นักแสดงแค่เพียงพูดบทสนทนาก็ต้องตรึงผู้ชมให้อยู่หมัดให้ได้
และกว่าจะได้ มาร์ช จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล
นักศึกษาจากชั้นปี 1
คณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมารับบทเป็น เน และ
แจ็ค กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณะ นักเรียน นักบาส
นักดนตรีวงโยธวาทิต ชั้นม. 6
โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)
มารับบทเป็น บีม ได้นั้น
ต้องผ่านการแคสติ้งนักแสดงมาจากจำนวนนับร้อยคน
และต้องเทรนกันแบบตัวต่อตัวตั้งแต่คัดเลือกมาจนถึงวันถ่ายทำจริง
ซึ่งทั้งคู่เล่นประสานงานกันออกมาได้ผลดีเกินคาด
เพราะด้วยความที่ต้องเจอกัน
บ่อยต้องต่อบทด้วยกันตลอดเวลา
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงเหมือนพี่น้องหรือเพื่อนที่สนิทกันไปเลย
ความเข้าใจในตัวละครเวลามาเล่นจริงทุกอย่างเลยลงตัว
และเรื่องนี้ก็พิสูจน์สปิริตของนักแสดงหน้าใหม่ได้อย่างดีเยี่ยม
เพราะทั้ง 2
คนมีแต่ฉากที่ต้องเล่นตอนกลางคืนทั้งนั้น
เริ่มทำงานกันตอนหัวค่ำเลิกกองตอนเช้าทุกครั้ง
แล้วไม่มีอิดออดแม้ว่าโดยปรกติมาร์ชจะใช้ชีวิตในการอ่านหนังสือสอบเพื่อเข้ามหาวิทยาลัยมาตลอดตอนกลางวัน
หรือแจ็คต้องทุ่มเวลาซ้อมวงโยฯ
ซ้อมบาสในฐานะนักกีฬาโรงเรียนมาอย่างสาหัสก็ตาม
เลยมั่นใจว่าเมื่อหนังได้ถูกฉายออกไปแล้ว
สองคนนี้ถือเป็นนักแสดงหน้าใหม่ที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก
นักแสดงใหม่ของเรา 2 คน น้องแจ็คกับน้องมาร์ช
ผ่านการคัดเลือกมาจากนักแสดงนับร้อยนับพัน
ทุกครั้งที่เราทำหนังคือถ้าเกิดเป็นนักแสดงใหม่ก็ต้องแคสติ้งแบบหนักหนาสาหัสอยู่แล้ว
เพื่อที่จะได้คนที่มันดูแล้วใช่
แล้วยิ่งเป็นคนที่มีความใกล้เคียงกับเนื้อเรื่องเราก็ยิ่งมีความน่าสนใจ
แล้วเราเลือกคนที่มีการแสดงที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด
มีเสน่ห์มากที่สุดเท่าที่เราจะหาได้
ซึ่งน้องทั้ง2คนกว่าจะผ่านการแคสติ้งเข้ามาจากหลายๆ
รอบได้ก็ไม่ง่ายเท่าไหร่นัก
พอผ่านมาแล้วก็ต้องมีการ workshop
และหนังเรื่องนี้ก็มีความยากที่ว่าเป็นบทสนทนากันหลายนาที
พูดกัน 2
คนแบบยาวเหยียดถ้าเกิดทั้งสองคนเล่นไม่ดีจะเอาไม่อยู่
แล้วก็ต้องเป็นตัวตนของคนๆ นั้นด้วย
คือมันไม่สามารถจะท่องแต่บทได้แค่เพียงอย่างเดียว
แต่มันต้องเอาตัวตนไปเป็นคนๆ นั้นจริง
กำลังสวมบทบาทอยู่ก็จริงแต่ก็ต้องเหมือนว่าเป็นเรื่องราวของตัวเองจริงๆ
ซึ่งใช้เวลาทำงานด้วยกันกับ 2
คนนี้มาด้วยกันค่อนข้างนาน
กว่าจะได้ออกมาขนาดนี้ ทั้ง 2 เข้าขากันมาก
พวกเราทำการบ้านด้วยกันมาอย่างหนักหนาสาหัสกว่าเราจะได้เห็นเขาเล่นด้วยกันได้อย่างดีขนาดนี้
แล้วเขาก็มีความเอาใจใส่กับสิ่งที่เขาทำอยู่ทั้งเรื่องเรียนและเรื่องงานได้อย่างลงตัวทั้งคู่อยากให้ไปชมความสามารถของเด็ก
2 คนนี้กันครับ
พบกับ Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ ได้ 29
มีนาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์
|
|





|
|
|
แฟนคลับเตรียมกรี๊ด พิช รักแห่งสยามเล่นดราม่า
ประกบ นุ่น-ศิรพันธ์ และ เจมส์-เรืองศักดิ์
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 23
กุมภาพันธ์ 2555 |
|

|
แฟนคลับไทยและเทศเตรียมกรี๊ดกันอีกครั้ง
สำหรับการสวมบทบาทใหม่ของนักแสดงขวัญใจวัยรุ่นยอดนิยมที่เคยทำสนามบินเมืองจีนแทบแตกมาแล้วอย่าง
น้องพิช วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล (มิว
จากรักแห่งสยาม) หรือ พิช วงออกัส
เพราะล่าสุดพิชมารับบทเป็น เลี่ยม
น้องชายวัยมหาวิทยาลัยช่างพูดช่างคุยของปรียา
(นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา)
ในภาพยนตร์แนวดราม่าเรื่องใหม่ล่าสุดของค่ายสหมงคลฟิล์ม
เรื่อง Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ
ผลงานกำกับโดย ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล
ซึ่งบทบาทที่น้องพิชได้รับคราวนี้ เป็นบทของ
เลี่ยม นักศึกษารั้วมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ที่โดนเพื่อนตั้งฉายาให้ว่าเลี่ยม
(ภาษาเชียงใหม่ แปลว่า ช่างพูดช่างคุย)
ที่กำลังเตรียมตัวจัดงานแต่งงานให้กับ ปรียา
แสดงโดย นุ่น ศิรพันธ์ วัฒนจินดา
พี่สาวคนเดียว ซึ่งกำลังจะแต่งงานกับ
เสี่ยเล้ง แสดงโดย เจมส์ เรืองศักดิ์
ลอยชูศักดิ์ หนุ่มเศรษฐีจากเมืองภูเก็ต
แต่งานแต่งงานที่ตัวเองจัดเตรียมไว้เป็นอย่างดีจะพังแหลไม่พังแหล
เพราะอดีตที่ฝังใจของพี่สาวตัวดีกำลังจะทำป่วน
ด้วยความที่เป็นน้องชายและรู้ความลับบางอย่างของพี่สาว
ทำให้พี่น้องสองคนอึดอัดกับเหตุการณ์ดังกล่าว
บทบาทคราวนี้ของพิชก็เลยเครียดกว่าที่เคยได้รับเล่นมา
เพราะนอกจากในเรื่องจะต้องพูดภาษาเหนือ
พูดมากเหมือนฉายาในหนังแล้ว
พิชก็ต้องเล่นบทเฉือนอารมณ์กับรุ่นใหญ่อย่างนุ่นและเจมส์อีกต่างหาก
ถึงขนาดว่าแฟนคลับอาจได้เห็นน้ำตาหนุ่มน้อยอาบแก้มกันเลยแน่ๆ
และเพื่อไม่ให้เป็นการผิดหวัง ไหนๆ
ก็กลับมาร่วมงานกับมะเดี่ยวอีกครั้ง
เรื่องนี้พิชก็ยังฝากฝังผลงานเพลงประกอบภาพยนตร์ประดับวงการแถมให้อีกต่างหาก
เรื่องนี้พิชมารับบทเป็น เลี่ยม
เป็นนักศึกษาอยู่ที่เชียงใหม่
เลี่ยมเป็นฉายาคนเหนือเขาหมายถึง
พูดมากพูดไปเรื่อย
ในเรื่องนี้พิชก็ต้องพูดภาษาเหนือด้วย
ซึ่งพิชก็พูดได้อยู่แล้วเพราะเกิดและเรียนอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เด็กๆ
แล้วก็เล่นเข้าฉากกับพี่นุ่น ศิรพันธ์ ,
พี่เจมส์ เรืองศักดิ์, อาตุ่ย พุทธชาต
ในเรื่องก็คือจะเล่นเป็นน้องพี่นุ่น
สองคนจะสนิทกันเรารักพี่คนนี้มากก็เลยอยากจะจัดงานแต่งด้วยตัวเองให้กับพี่สาวเป็นของขวัญแต่งงาน
แต่พี่สาวยังสับสน
ยังมีอดีตที่ฝังใจและเป็นคนคิดมาก
แล้วบังเอิญว่าเลี่ยมไปรู้ความลับอะไรบางอย่างของพี่สาวคนนี้
เราก็จะเครียดกับเรื่องราว
มองหน้าว่าที่พี่เขยไม่ติด
แล้วงานแต่งที่เราอุตส่าห์ตั้งใจจัดขึ้นก็ไม่รู้จะไปรอดหรือเปล่า
เหตุการณ์มันเลยเครียดไปหมด
ตัวละครตัวนี้ก็เล่นเหมือนจะปนๆ
กันระหว่างความสดใสร่างเริงในตัวเองกับความกังวลของงานแต่งพี่
ก็จะมีเห็นพิชเล่นทั้งสองแบบ มีทั้งดราม่ามากๆ
มีทั้งสบายๆ
มีฉากที่เสียใจดีใจรับส่งกับพี่นุ่นพี่เจมส์
ซึ่งท้าทายดีครับได้เล่นกับพี่นุ่นพี่เจมส์
เพราะสองคนนี้เขามืออาชีพเวลาเหตุการณ์ที่มันบีบๆ
ในเรื่องเขาก็จะส่งมาให้กับเราทำให้ราอินไปกับเรื่องราวจริงมาก
แฟนๆ ที่รอคอยภาพยนตร์ของพิชก็รอชมได้เลยครับ
เรื่องนี้พิชก็เต็มที่มากทั้งเรื่องการแสดงและเพลงประกอบที่พิชทั้งร้องและแต่งเองด้วยอยากให้ทุกคนได้ชมกัน
แฟนคลับหนัง และ
แฟนคลับเพลงเตรียมตัวกรี๊ดรับกับของขวัญชิ้นโบว์แดงอีกชิ้นของน้องพิช
นักแสดงหน้าใสเสียงชวนฝันคนนี้ได้เร็วๆ นี้
ในภาพยนตร์เรื่อง Home ความรัก ความสุข
ความทรงจำ ปลายเดือนมีนาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์
|
|









|
|
|
HOME ความรัก ความสุข ความทรงจำ
เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ รับบทเป็น
เสี่ยเล้ง
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 27
กุมภาพันธ์ 2555 |
|

|
คาแรกเตอร์ที่ได้รับเล่นเป็นยังไง
สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Home ความรัก ความสุข
ความทรงจำ ผมมารับบทเป็น เสี่ยเล้ง
ในพาร์ทของเรื่อง แต่งงาน
คาแรกเตอร์ของเสี่ยเล้งในเรื่องนี้ก็คือ
เราจะเป็นคนที่ค่อนข้างจะจริงจังกับการทำงาน
บุคลิกจะเป็นคนนิ่งๆ เงียบๆ
จนคนจะไม่สามารถเดาอารมณ์ถูกได้ว่าเราคิดอะไรอยู่
แต่ลึกๆ แล้วเป็นคนที่มีความรัก
ความเชื่อใจเชื่อมั่นกับคนที่เรารักสูงมาก
แล้วก็เป็นคนที่รับผิดชอบต่อทุกสิ่งๆ
ทุกๆอย่าง เพราะว่าตำแหน่งที่เขายืน
เหมือนว่าต้องมารับตำแหน่งเจ้าของโรงงานหรือดูแลกิจการใหญ่โตตั้งแต่หนุ่มๆ
เลยทำให้เสี่ยเล้งต้องวางตัวเป็นผู้ใหญ่กว่าวัย
พอวัยเริ่มจะต้องมีครอบครัวก็เลยต้องกลายเป็นผู้นำอยู่เสมอเพิ่มขึ้นไปอีก
จุดที่เขาอยู่มันผลักดันให้ชีวิตเขาต้องแสดงออกแบบนั้น
เพราะว่าการที่เขาต้องดูแลคนเยอะๆ
ต้องทำงานต้องดูแลลูกน้อง
เขาจึงเป็นคนที่ค่อนข้างเด็ดขาดมาก
เด็ดขาดทุกเรื่องครับ
และก็ในเรื่องเสี่ยเล้งเป็นคนใต้
บุคลิกของคนใต้ก็สั้นๆ เด็ดขาดอยู่แล้ว
จะไม่เหมือนกับตัวปรียาซึ่งเป็นผู้หญิงด้วย
เป็นคนเหนือด้วย
เขาจะอ่อนไหวและแสดงออกได้มากกว่าเรา
ตัวปรียาเขามาทำงานกับเสี่ยเล้งที่ใต้
ทำไปทำมาก็ตกลงแต่งงานกัน
แต่เลือกมาแต่งที่เชียงใหม่แทน
เสี่ยเล้งก็ต้องขนครอบครัวขึ้นมาไกลถึงเชียงใหม่ด้วย
เรื่องราวก็จะเกิดขึ้นที่นี่ทั้งหมด
เรื่องนี้นิ่งมาก
จนนักแสดงบอกกันว่าเจมส์นิ่งมาก
อันนี้นิ่งสุดในเรื่องที่ได้รับบทมาเลยหรือเปล่า?
ใช่
น่าจะได้บทที่นิ่งเงียบที่สุดแล้วตั้งแต่รับงานมา
เพราะว่าความจริงแล้วเป็นความต้องการของผู้กำกับ
อยากให้คนดูลุ้นไปกับตัวแสดงตัวอื่นๆ
หรือว่าตัวแสดงที่เป็นเสียเล้งเองด้วยว่าเขาจะตัดสินใจยังไงกับเรื่องราวที่มันเกิดขึ้นกับเขา
เพราะฉะนั้นวิธีการแสดงของภาพยนตร์เรื่องนี้ส่วนใหญ่แล้วจะต้องกลืนความรู้สึกให้หมดนะครับ
ด้วยคาแรกเตอร์แล้ว
ไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไรก็ตามที่เสี่ยเล้งก็จะไม่แสดงอาการ
อย่างเจอเรื่องราวที่ต้องโมโห
หรือว่าต้องอะไรก็ตาม
แม้จะเจ็บปวดหรือรุนแรงแค่ไหนแต่ก็ต้องกลืนความรู้สึกเหล่านั้นเอาไว้ข้างใน
แต่สิ่งที่พูดออกไปหรือว่าแววตาที่ส่งออกมามันต้องมีความอำมหิตซ่อนอยู่เล็กน้อย
เพื่อเราจะได้เห็นการตัดสินใจของตัวเสี่ยเล้ง
ว่าเขาจะตัดสินใจยังไงกับเรื่องราวที่มันเกิดขึ้นทั้งหมด
กับเหตุการณ์ที่เขาต้องรับฟังรับรู้ทั้งหมด
มันจะไปบีบเกร็งคนดูเมื่อถึงเวลาที่เขาต้องตัดสินใจ
ทำไมถึงตอบรับเล่นเรื่องนี้กับมะเดี่ยว
มันเริ่มต้นมาจากว่า
โดยส่วนตัวของผมแล้วผมชอบผลงานของมะเดี่ยวอยู่แล้ว
ติดตามเขามาแล้วหลายเรื่อง
แล้วก็มีโอกาสได้ร่วมงานกันในละครเรื่องวนาลีที่ออกอากาศจบไป
มะเดี่ยวก็คงเห็นวิธีการแสดงของเราแล้ว
เห็นการทำงานเราแล้วว่าเป็นยังไง
วันนึงมะเดี่ยวก็บอกว่ามีบทภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่เขาเขียนเอง
อยากให้พี่เจมส์มาลองเล่นดู
เราก็เอาเลยไม่อ่านบทด้วย (หัวเราะ)
ก็สนใจทันทีเลย
มันไม่มีเหตุผลอะไรเลยเป็นเพราะความชื่นชอบส่วนตัวล้วนๆ
แล้วตัวเองไม่ได้เล่นภาพยนตร์มา 10
กว่าปีแล้วครับ
ก็เลยคิดว่าไม่มีเหตุผลที่จะไม่เล่นครับ
พอหลังจากที่รับเล่นแล้ว
อ่านบทแล้วรู้สึกยังไงในตอนนั้น
อ่านบทครั้งแรกก็อ่านผ่านๆ ก่อน อ่านผ่านๆ
ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่พออ่านรอบที่ 2-3
เริ่มใส่ใจกับรายละเอียดของแต่ละบรรทัดของแต่ละประโยค
เริ่มใส่ใจแต่ละเหตุการณ์
เลยรู้สึกว่าตัวละครตัวนี้เป็นตัวละครที่เล่นยากมากอีกตัวหนึ่งเท่าที่เคยผ่านบทมา
ไม่ว่าเราจะเคยเล่นบทเป็นสาวประเภทสอง
หรือไปเป็นคนแก่ ไปเป็นตัวร้ายอะไรก็ตาม
มันก็ยังเป็นการแสดงที่คิดแล้วแสดงออกเลย
ออกมาจากร่างกาย ออกมาจากข้างใน
แต่ตัวละครตัวนี้แสดงออกทันทีเลยไม่ได้
คิดแล้วต้องเก็บไว้ข้างในแล้วแสดงออกมาแค่นิดเดียว
แต่ไอ้นิดเดียวนั้นเป็นอะไรที่แบบไม่ว่าจะเป็นคนดู
หรือตัวละครที่เข้าร่วมด้วย เขาจะรู้สึกว่า
เฮ้ยคิดไรอยู่ว่ะ ทำไมถึงเป็นแบบนี้
พูดกันออกมา
เคลียร์กันเลยดีกว่าไหมอะไรประมาณนี้
ซึ่งอันนี้มันค่อนข้างยาก
เมื่อไรที่รับการแสดงที่พูดน้อยจะเล่นยาก
แต่ว่าเราก็พยายามไม่คิดว่ามันยาก
วิธีการก็คือว่าปล่อยตัวเองไปตามบทละครเรื่องนี้
ปล่อยตัวเองไปตามเหตุการณ์ที่เจอ
ปล่อยตัวเองไปตามคู่แสดงของเรา
มันก็จะเป็นไปเองตามอัตโนมัติ
อ่านบทเสร็จแล้วก็เริ่มอินกับมันขึ้นเรื่อยๆ
ยิ่งมาเล่นแล้วก็ยิ่งต้องทำการบ้านยิ่งต้องเข้าใจบทมากยิ่งขึ้น
ร่วมงานกับมะเดี่ยวครั้งนี้แตกต่างหรือน่าสนใจยังไงบ้าง
ผมชอบเขานะครับสำหรับตัวมะเดี่ยว
ตัวเขาเองเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความเข้าใจในเรื่องของบทสูงนะครับ
จุดแข็งของมะเดี่ยวอยู่ตรงที่เขาเป็นคนทางบท
และวิธีการเขียนบท
หรือว่าวิธีการเล่าเรื่องต่างๆ นานา
บ้างทีมันดูเหมือนเรียบง่ายเหมือนไม่มีอะไร
แต่ในความไม่มีอะไรจะซ่อนคมดาบไว้ตลอดในแต่ละฉาก
แต่ละซีนหรือในแต่ละประโยค
ซึ่งมันเป็นวิธีการที่ทำให้เด็กรุ่นใหม่สามารถจะดูแล้วเข้าใจไปได้ง่ายๆ
นะครับ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเด็กรุ่นใหม่เขาจะถูกซึมซับสิ่งดีๆ
สิ่งที่เขาต้องการจะสื่อผ่านทางบท
ในส่วนเรื่องการทำงานมะเดี่ยวก็เป็นคนที่เฮฮา
สนุกสนานตามประสาตามวัยของเขา เขาจะมีแก๊งค์
มีเพื่อนแซวเพื่อนเม้าท์เหมือนวัยรุ่นทั่วไปคนนึง
เขาก็จะสร้างเสียงหัวเราะให้กับทีมงานได้ตลอดเวลา
ตัวผมเองก็ชอบแซวเขาเลยครับว่าจะเอายังไงแน่ยะ
(หัวเราะ) ชอบแซวมะเดี่ยว
เขาเป็นน้องที่น่ารักอีกคนหนึ่ง
แล้วก็เป็นคนที่เก่ง
ที่สำคัญคือเขาเป็นนักดนตรี
เวลาเราคุยกันเรื่องดนตรีหรือว่าเราคุยกันอะไรต่างๆนาๆ
มันจะรู้สึกเลยว่าเราเป็นคนประเภทเดียวกัน
รักในเสียงดนตรี เข้าใจกันง่ายมากขึ้น
เขาไม่ได้วางตัวว่าเป็นผู้กำกับยิ่งใหญ่อะไร
เหมือนเป็นเพื่อนเป็นพี่น้องอะไรอย่างนี้มากกว่า
ถึงแม้ว่าการทำงานจะมีจริงจังบ้างอะไรบ้าง
แต่มันก็เป็นการทำงานกันจริงๆ
ไม่ได้มามีบทบาทอะไรที่ทำให้รู้สึกว่าเข้ากันไม่ถึง
สบายมากเลยทำงานกับมะเดี่ยว
แล้วนี่เป็นครั้งแรกไหมที่ได้ร่วมงานกับนุ่น
(ศิรพันธ์ วัฒนจินดา)
ใช่ครับ เป็นครั้งแรกที่ร่วมงานกับนุ่น
ผมว่าเขาเป็นนักแสดงที่มีความสามารถอีกคนหนึ่งเลยล่ะ
ซึ่งเราไม่ค่อยรู้เพราะว่าเราอาจจะไม่ค่อยได้ติดตามผลงานของน้องเขาเท่าไหร่นัก
อันนี้ต้องยอมรับตรงๆ
ว่าแทบไม่ได้ติดตามงานของนุ่นเลย
แต่ว่ารู้จักว่าน้องว่าเขาเป็นคนสวยคนหนึ่งซึ่งน่ารัก
มีแฟนแล้ว (หัวเราะ)
ก็น้องเขาเป็นคนน่ารักดีครับ
แต่ว่าพอได้แสดงร่วมกับเขาแล้วมีความรู้สึกว่า
เนื่องจากเรามีโอกาสได้ทำงานกับนางเอก
และนักแสดงผู้หญิงมาหลายคน
แต่ละคนไม่เหมือนกัน
แต่ละคนก็จะมีความเข้าใจต่างกัน
แต่ว่าผมมองว่าเขาเป็นคนที่มีความเข้าใจด้านการแสดงสูงทีเดียว
สามารถที่จะแสดงออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ
แล้วก็มีความลึกในการแสดงคือ
เขาทำการบ้านค่อนข้างเยอะ
แล้วก็เวลาที่เขาเล่นมีความรู้สึกว่าเขาสามารถที่จะสวมวิญญาณของตัวละครตัวนั้นได้อย่างเต็มที่
แล้วเล่นแล้วดูน่าสนใจ
นุ่นเขาจะใส่ใจกับรายละเอียด
และค่อนข้างจะอ่อนไหวกับเนื้อหาของเรื่อง
ว่าง่ายๆ
คือเขาจะอินกับมันจะทุ่มเทกับบทกับการทำงาน
อย่างเขาเคยบอกว่ามีปัญหาเรื่องการพูดสำเนียงของคนเชียงใหม่
เขาก็มีความพยายามมาก
ว่างก็จะเห็นนั่งติวคำเมืองกับน้องพิช
ใครมาที่กองก็จะเห็นสองคนนี้นั่งพูดคำเมืองกันสองคนตลอดเวลา
เห็นความพยายามของเขาเลยครับ
ร่วมงานกับน้องพิช (วิชญ์วิสิฐ
หิรัญวงษ์กุล)ล่ะเป็นยังไงบ้าง
จริงๆ ณ
วันนี้ยังไม่ได้เข้าฉากกับน้องพิชอย่างจริงจัง
จะมีเข้าฉากด้วยกันก็นิดๆ หน่อยๆ
ยังไม่เข้าฉากอะไรกันมาก
แต่ผมเห็นพิชมาตั้งแต่เล่นภาพยนตร์เรื่องรักแห่งสยามแล้วนะครับ
ก็คิดว่าเขาเป็นเด็กอีกคนหนึ่งซึ่งมีความตั้งใจในการทำงานค่อนข้างสูง
อย่างที่บอกผมสังเกตเวลาพักกองเขาจะนั่งอ่านบท
เขาจะนั่งทำการบ้านดูว่าเขาจะเล่นในฉากต่อไปยังไง
อันนี้ก็เป็นแบบอย่างที่ดีของนักแสดงรุ่นใหม่ๆ
อีกอย่างหนึ่งก็คือว่าเวลาที่เขาแสดงก็รู้สึกกับบทนั้นจริงๆ
เขาก็เต็มทีกับมันจริงๆ
เขาจะไม่ไปไหนห่างจากกองถ่ายเลย
ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีฉากที่ต้องเข้า
แต่เขาจะถือบทอ่านบทอยู่ใกล้ๆ มะเดี่ยว
ไม่เข้าใจอะไรตรงไหนก็ถามตลอด ขยันมากครับ
ผมว่าน้องพิชไปได้อีกไกลเลยทีเดียวสำหรับการเล่นภาพยนตร์
และเท่าที่ทราบมาคือพิชก็เป็นนักร้องนักดนตรีนักแต่งเพลงด้วย
ความสามารถเขาค่อนข้างหลากหลาย
เลยทำให้รู้สึกว่าน้องคนนี้เป็นคนที่มีความสามารถ
ทำอะไรก็ดูตั้งใจกับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่เสมอ
เรื่องนี้ได้ทำงานกับอาตุ่ย (พุทธชาต
พงษ์สุชาติ) ด้วย
เป็นยังไงบ้างฮากันตลอดเลยไหมในการทำงานด้วยกัน
(หัวเราะ)กับอาตุ่ยหรือครับ
ผมไม่เคยดูอาตุ่ยแสดงจริงๆ เลย
เห็นแต่บทบาทเป็นดีเจ พิธีกร
นี่ถือเป็นครั้งแรก เลยได้รับรู้ว่าเออจริงๆ
แล้วอาตุ่ยเขาเป็นคนที่มีพรสวรรค์ทางด้านการแสดงอยู่ไม่น้อยเลยนะ
ทั้งเรื่องของเสียง
ทั้งเรื่องของการแสดงออกทางสีหน้าแววตา
คือเขาเป็น entertainer คนหนึ่งเลย
บทตัวน้าอรที่เขาเล่น
ผมว่านี้แหละเป็นสีสันที่น่าสนใจมากของภาพยนตร์เรื่องนี้
ในบทน้าอรที่อาตุ่ยรับคือเป็นบทหนึ่งซึ่งผมคิดว่าน่าจะเรียกรอยยิ้มจากคนดูได้
หลังจากที่เรื่องราวของภาพยนตร์เรื่องนี้อาจจะมีความเครียด
ความซึ้งความเศร้า ความอะไรก็ตามที
แต่น้าอรโผล่มาก็ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ดูมีสีสัน
อาตุ่ยเป็นคนหนึ่งซึ่งเป็นนักแสดงที่สามารถมาก
ดูเผินๆ
เหมือนจะมากระชากอารมณ์หนังให้สนุกสนาน
แต่จริงๆ แล้วอาตุ่ยเขาเล่นแบบอินมาก
เขาสามารถทำให้เกิดอารมณ์ร่วมไปกับเนื้อหาได้อย่างแนบเนียน
บนความสนุกเขาก็มีความห่วงหาห่วงใยหลาน
หรือห่วงกับเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นตรงนั้นอย่างแท้จริง
เขาก็ไม่ใช่ว่าจะเอาฮาอย่างเดียว
อาตุ่ยเล่นได้สมกับบทที่ได้รับเลยล่ะครับ
เรื่องนี้ทุกคนพูดภาษาเหนือกันหมด
แล้วเสี่ยเล้งเป็นคนใต้มีต้องพูดใต้กับเขาบ้างไหม
พูดครับ
ภาษาใต้ในเรื่องนี้ใช้สำเนียงไปทางจังหวัดภูเก็ต
ซึ่งแตกกต่างจากบ้านเกิดของผมที่อยู่นครศรีธรรมราช
จะต่างกันตรงเสียงสูง-ต่ำนิดหน่อย
แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคอะไรมากมาย
ด้วยการที่ได้ใช้ภาษาใต้กลับทำให้รู้สึกว่ามันเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้นด้วยซ้ำ
เพราะมันเป็นภาษาถิ่นของเราเอง
ก็ได้พูดเพราะในเรื่องเสี่ยเล้งยกญาติ
พ่อแม่พี่น้องขึ้นมาจากใต้กันหมดเพื่อมางานแต่งงานที่จัดกันที่เชียงใหม่
เวลาที่แม่มาหรือคุยกับญาติเราก็ต้องใช้ภาษาใต้กันเพื่อให้มันดูเหมือนจริง
เรื่องพูดใต้เราพูดใต้ได้อยู่แล้ว
เวลาที่นักแสดงคนอื่นเขาพูดเหนือกันเราก็ฟัง
แล้วก็พยายามทำความเข้าใจว่าเขาพูดอะไรกัน
จำบ้างไม่จำบ้าง
แต่ว่าอาตุ่ยนี่สิเป็นคนนึงเลยที่พูดได้ทั้ง 2
ภาษา เป็นเหมือนโรงเรียนสอนภาษาเลย (หัวเราะ)
ก็สนุกดีครับ ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ หลายๆ
อย่างในความเป็นเชียงใหม่ จากเพื่อนๆ นักแสดง
จากสถานที่ จากเหตุการณ์ที่เราต้องถ่ายทำกัน
แล้วเวลาที่ใต้มาเจอกับเหนือความสับสนความมันส์มันก็จะคละกันไป
หันไปทางนั้นทีนี่ก็พูดเหนือใส่
หันไปทางโน้นทีนี่ก็พูดใต้อีก
มันก็จะแปลกไปอีกแบบ
เป็นสีสันของเรื่องนี้ที่สนุกดีครับอยากให้ติดตามดูกัน
มีฉากไหนที่เล่นแล้วประทับเป็นพิเศษสำหรับเรื่องนี้
ฉากประทับใจเป็นฉากที่ไม่สามารถจะเล่าให้ฟังได้
แต่ประทับใจในการแสดงและเรื่องราวของมันมากว่า
นุ่นเขาจะเล่นได้แบบเข้าถึงบทบาทมากๆ
บอกใบ้ได้นิดนึงว่าเป็นฉากที่ตัวปรียามาสำนึกผิดกับเสี่ยเล้ง
แต่รายละเอียดไปดูเอาว่าสำนึกผิดจากเหตุการณ์อะไรยังไง
แล้วหนทางออกของทั้งคู่จะเป็นยังไง
มันเป็นซีนที่คนดูจะต้องลุ้นเอาเองว่าเสี่ยเล้งจะทำให้มันออกหัวหรือออกก้อย
ชีวิตคู่จะเป็นยังไงกันต่อไปสำหรับสองคนนี้
มันเป็นฉากที่เนื้อหากินอารมณ์มาก มันบีบคนดู
มันลุ้นอยู่อย่างเกร็งๆ
ในเรื่องนี้มะเดี่ยวหยิบยกมาจากประสบการณ์ของตัวเองที่เขาอยากจะถ่ายทอดออกมา
แล้วความรักความทรงจำของเจมส์ที่อยากจะพูดถึงมีบ้างไหม
เรื่องที่เรากำลังแสดงอยู่ จริงๆ
มันคล้ายชีวิตจริงผมมากเลย
ก็คือว่าเรื่องราวของความรักต่างๆ
บางครั้งเราก็ไม่ได้อยู่กับคนที่เพอร์เฟ็คที่สุด
แต่ว่าเราอยู่กับคนที่เรารู้แล้วว่าจุดด้อย
ข้อผิดพลาดเขามีอะไรบ้าง
มันดีกว่าเราจะไปอยู่กับคนที่เราไม่รู้เลยว่าเขามีจุดด้อยตรงไหน
ไม่เคยรู้แล้วมารู้ตอนที่ตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ด้วยกันแล้ว
จริงๆ เป็นชีวิตจริงของทุกคนแหละผมว่า
บทบาทของตัวเสี่ยเล้งเอง
ผมว่ามีความใกล้เคียงกับผมมาก
ตัวผมเองเวลาอยู่ต่อหน้ากล้อง
อาจจะดูเป็นคนสนุกสนานเฮฮา
แต่ชีวิตจริงก็เป็นนิ่งๆเหมือนเสี่ยเล้งไง
เลยมีความรู้สึกว่าพอได้เล่นภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วมันหวนให้มองตัวเอง
หวนให้คิดถึงเรื่องราวตัวเองหลายเรื่อง
ทั้งเรื่องความรัก เรื่องของชีวิตของตัวเอง
ก็เลยคิดว่าบางครั้งเหมือนเราไม่ได้แสดงอะไร
(หัวเราะ)
เดินเข้าฉากก็เปลี่ยนชื่อตัวเองเป็นเสี่ยเล้งเท่านั้นเอง
นิยามคำว่ารักของเจมส์มีไหม เป็นยังไง
ความรัก คือ
เหมือนกับว่าเราสามารถที่จะยอมรับทุกอย่างของเขาได้จริงๆ
ไม่ว่าจะเป็นภาพลักษณ์
บางวันที่อาจจะไม่สวยเลย
หรือบางวันเขาอาจจะประสบอุบัติเหตุเป็นง่อย
เราต้องเลี้ยงเขา หรือว่านิสัยโกรธ
หงุดหงิดง่าย นิสัยที่คนอื่นรับไม่ได้
แต่คนสองนี่สามารถรับกันได้
สิ่งนี้แหละผมเรียกว่าเป็นความรัก
มันคือการตกลงกันของคนทั้งสอง
มันคือการลงตัวกันของคนทั้งสอง
การเติมเต็มให้กันและกัน
เรื่องนี้พูดถึงการแต่งงาน
การที่คนสองคนที่ต้องตัดสินใจมาเริ่มต้นใช้ชีวิตด้วยกัน
มุมมองในเรื่องแบบนี้สำหรับเจมส์มีความเห็นยังไงบ้าง
คนที่จะใช้ชีวิตด้วยกัน ผมมีความรู้สึกว่า
1.มันไม่ใช่เรื่องง่าย
อย่าคิดเพียงแต่ว่าเธอสวยจัง ฉันหล่อจัง
แล้วเราก็รักกันมาก แต่งงานกันเถอะจบ
ส่วนใหญ่จะประสบปัญหาเลิกกัน
จะดีในช่วงไม่กี่เดือนแรก
ผมคิดว่ามันควรจะต้องมีการคุยและไม่มีคำว่าตัวตนของแต่ละฝ่าย
ไม่มีคำว่าไอ (i) ไม่มีคำว่ายู (You)
แต่มันต้องมีคำว่าวี (we) หมายความต้องลด i
มาครึ่งหนึ่ง ลด you มาครึ่งหนึ่ง แล้วมาเป็น
we
เพราะมันไม่มีใครหรอกครับที่สองคนอยู่ด้วยกันแล้วจะลงตัว100%
โดยที่ไม่มีอะไรกระทบกระทั่งกันไม่มีแน่นอน
เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะลดการกระทบกระทั่งกันได้
คือ ต้องลดตัวของแต่ละฝ่ายลง
ไม่ใช่ว่าฉันจะเป็นแบบนี้ ฉันจะไม่เปลี่ยน
เธอต้องเปลี่ยน you
ก็บอกว่าฉันจะเป็นอย่างนี้ฉันยืนยัน
อยากจะชอบฉันก็เป็นตามฉัน ไม่มีทาง 100
คู่เลิกกัน 100 คู่ถ้าเกิดคิดแบบนี้
หรือถ้าไม่เลิกกันก็ใช้ชีวิตอย่างขมขื่น
ผมอยากให้คู่รักทุกคู่นึกถึงคำว่าเรา
อย่านึกถึงคำว่าฉัน อย่านึกถึงคำว่าเธอ
นึกถึงแต่คำว่าเรา เพราะถ้าเกิดมีคำนี้เมื่อไร
มันสามารถทำให้เราลดทิฐิ
ลดตัวตนลงเพื่อให้เข้ากับอีกฝ่ายได้
Home หรือบ้านในความหมายของเจมส์คืออะไร
ผมรู้สึกว่าผมไม่ได้นึกถึงสิ่งก่อสร้าง
ไม่นึกถึงอิฐ ไม่นึกถึงอะไรเลย
นึกถึงความสัมพันธ์ของมนุษย์หรือจะเป็นสิ่งมีชีวิตก็ได้
ที่มีความสัมพันธ์กันโดยตั้งแต่ 2
คนขึ้นไปนะครับ มีความอบอุ่น มีความโหยหาอาทร
มีความคิดถึงกัน มีการดูแลซึ่งกันและกัน
ซึ่งเหล่านี้มันเรียกว่าเป็นสิ่งที่เป็นธรรมชาติที่สร้างให้กับมนุษย์ได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
ผมเลยคิดว่าคำว่า Home
มันน่าจะเป็นสิ่งที่พูดถึงความสุขที่มนุษย์จะได้รับจากคนที่เราอยู่ด้วย
คิดว่าคนที่ดูหนังเรื่องนี้จะได้อะไรกลับไป?
ผมว่าการจะเสียสตางค์100
กว่าบาทมาเข้าชมความบันเทิงสักอย่างหนึ่ง
นอกเสียจากได้เสียงหัวเราะและรสชาติของการดูหนังแล้ว
ผมว่าหากเราได้ความรู้สึกดีๆ ที่มันกระแทกใจ
หรือมันสร้างความสุขในใจกับไป
มันไม่มีเหตุผลที่จะไม่ดูหนังเรื่องนี้
ตอบไม่ได้ว่าใครจะได้อะไรกลับไปบ้างเพราะภาพยนตร์แต่ละคนดูก็คิดคนละแบบ
แต่สิ่งที่คิดว่าเกิดแน่นอนคือ
ความรู้สึกประทับใจ มันจับใจ
มันไม่รู้ว่ากระทบชีวิตช่วงไหนของแต่ละคน
เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าหากว่ามีโอกาสอย่างให้มาชม
สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Home ความรัก ความสุข
ความทรงจำ
โดยเฉพาะคนที่อยู่ในสถานะที่เรียกว่าโฮมหรือบ้าน
ที่ไม่ว่าจะเป็นแฟนหรือครอบครัว
หรือจะเป็นเพื่อนก็ตามที
ผมอยากให้จูงมือหรือพากันมาดูและเก็บเกี่ยวความรู้สึกดีๆ
กลับออกไป และใช้มันอย่างมีค่าที่สุด
สุดท้ายแล้วอยากบอกอะไรกับแฟนหนังที่รอคอยการแสดงครั้งนี้ของเจมส์บ้าง
ครับ ก็ขอฝากภาพยนตร์เรื่อง Home ความรัก
ความสุข ความทรงจำ
ซึ่งเป็นผลงานภาพยนตร์อีกเรื่องในรอบ 10
กว่าปีของผม ในการที่กลับมาแสดงอีกครั้งหนึ่ง
ผมคิดว่าเป็นภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีสำหรับคนดูทุกๆ
คน
และก็ผมคิดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะสามารถทำให้ทุกคนนอกจากจะมีความสุข
จากการชมภาพยนตร์แล้ว
ยังจะได้สิ่งที่เรียกว่าความสุขจากความรู้สึกของคำว่า
Home อยู่ในใจ
แล้วก็ทำให้เรามีความรู้สึกเหมือนกับว่า
เราจะสนใจสิ่งที่อยู่รอบข้างเรามากขึ้น
เราจะสนใจคนที่อยู่ใกล้ตัวเรามากขึ้น
ยังไงก็ฝากภาพยนตร์เรื่อง Home
เอาไว้อีกเรื่องนะครับ
|
|








|
|
|
นุ่น ศิรพันธ์ วัฒนจินดา รับบทเป็น ปรียา
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 29
กุมภาพันธ์ 2555 |
|

|
คาแรกเตอร์ ในเรื่อง Home
นุ่นรับบทเป็นปรียาค่ะ
ปรียาโดยพื้นเพแล้วเป็นคนเชียงใหม่
เกิดที่เชียงใหม่เรียนหนังสือที่เชียงใหม่มีสังคมมีเพื่อน
พอถึงจุดๆ
นึงต้องย้ายไปเรียนที่กรุงเทพแล้วก็ไปพบรักกับเสี่ยเล้งที่เป็นเจ้านายเรา
เหมือนไปทำงานให้เค้าแล้วก็ไปรักกับเค้า
สุดท้ายก็กลับมาแต่งงานที่เชียงใหม่
ลึกๆ
แล้วตัวปรียาเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างจะวิตกจริตง่ายกังวลคิดมากเพราะว่าโดยพื้นฐานน่าจะเกิดจากการที่อยู่กับน้องแค่สองคนแล้วโตมากับญาติๆ
ก็เลยเป็นพวกที่คิดเล็กคิดน้อยคิดมากคิดฟุ้งซ่านแต่งเติมเองตลอดเลย
ในเรื่องนี้ใครพูดอะไรหน่อยก็เอากลับมาคิด
ใครแสดงท่าทางกริยาที่เราระแวดระวังก็เอากลับมาคิด
มันจะเป็นอย่างนั้นไหม อย่างนี้ไหม มันจะดีหรอ
อะไรประมาณนี้ค่ะ
ไม่ค่อยจะมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจเท่าไหร่
เลยกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายในงานแต่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเขาเอง
ทำไมถึงตัดสินใจรับเล่นเรื่องนี้
ง่ายมากไม่ต้องใช้เวลาในการตัดสินใจอะไรมากมายหรือนานเลย
จริงๆ
นุ่นรู้จักกับมะเดี่ยวเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว
นุ่นเคยเอาบทหนัง
ทรีทเมนท์หนังไปให้มะเดี่ยวช่วยคอมเม้นท์
พอคุยไปคุยมาอ้าวเป็นคนเชียงใหม่เหมือนกันเหรอเนี่ย
(พูดเหนือ)
แล้วมะเดี่ยวก็มาเรียนที่เชียงใหม่ตั้งแต่เด็ก
แต่นุ่นเหมือนมาอาศัยเชียงใหม่เขาเกิด ไปๆ
มาๆอยู่หลายที่มากพอรู้ว่าเป็นคนบ้านเดียวกันก็เลยคุยกันถูกคอ
อายุก็เท่ากันก็เลยเริ่มจากความเป็นเพื่อนมาก่อน
แล้ววันนึงมะเดี่ยวก็บอกว่า
นี่เธอฉันมีบทนึงเธอต้องอินแน่ๆ เลย
แล้วมะเดี่ยวก็โทรมาอีกทีเพื่อจะคุยเรื่องบทให้ฟัง
แต่นุ่นยังไม่ทันฟังก็โอเคเล่นเลย
เพราะส่วนตัวอยากทำงานกับมะเดี่ยวอยู่แล้วค่ะ
เหมือนมันเป็นสัญญาใจกัน
ต้องบอกว่ามะเดี่ยวเป็นคนเก่ง
เราเคยดูงานรักแห่งสยามของมะเดี่ยวมา
แล้วพอมาได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว
มะเดี่ยวเป็นคนที่มีมุมมองความคิดที่เป็นผู้กำกับที่ดีมาก
ทัศนคติส่วนตัวเขาโอเค
เราเลยรู้สึกว่าเราอยากทำงานกับคนแบบนี้มันน่าจะสนุกเลยเป็นความตั้งใจลึกๆ
ว่าถ้าเขาชวนจะไม่ถามเลยว่าบทอะไรเพราะว่าเขาจะต้องเลือกนักแสดงที่มันเหมาะสมกับบทแล้ว
ส่วนตัวคิดว่าเขาคงคิดแล้วก็เลยโอเค
ยังไม่ถามเรื่องเลยด้วยซ้ำ
ให้เล่นอะไรก็จะเล่นกับมะเดี่ยวนี่แหละ
(หัวเราะ)
อ่านบทเรื่องนี้ครั้งแรกรู้สึกยังไงบ้าง
อ่านบทเรื่องนี้ครั้งแรกเป็นบทที่ยังไม่ได้เต็มสมบูรณ์แบบ
100 เปอร์เซ็นต์ ยังเป็นร่างเลย
ตอนได้อ่านครั้งแรกอยู่ๆ ก็นั่งร้องไห้
ตอนอ่านทรีทเม้นท์แล้วนั่งร้องไห้คนเดียว
อินมาก รู้สึกว่ามันเขียนจากตัวคนจริงๆ
เวลาคนที่ชีวิตจริงยังไม่เคยแต่งงาน
ยังไม่เคยอยู่ในโมเม้นท์ที่กำลังจะเข้าพิธีแต่งงาน
แต่ว่าบทมันสะท้อนถึงความคิดความกังวลของคนที่คิดมาก
คิดไปเองวิตกจริตกับทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังจะเปลี่ยนแปลง
จากเรื่องเล็กมันกลายเป็นเรื่องใหญ่
สิ่งที่ชอบจากบทที่ทำให้เราร้องไห้คือว่า
ในมุมมองความรักของเรื่องนี้มันลึกซึ้ง
มันไม่ใช่ความรักที่แบบในหนังพระเอกกับนางเอกมาเจอกันแล้วบอกนางเอกว่าผมรักคุณนะ
แค่กอดเองด้วยซ้ำมันยังไม่มีคำว่ารักเลย
แต่ทุกคำพูดมันมีความลึกซึ้งอยู่ เป็นคนจริงๆ
อ่านแล้วก็นั่งร้องไห้อยู่คนเดียวที่บ้าน
ไม่ผิดหวังเลยที่ไม่ได้ทันฟังมะเดี่ยวเล่าบทให้ฟังแต่แรก
คือคิดว่าตัดสินใจถูกแล้วที่เล่น
แล้วพอมาเล่นจริง
มีความแตกต่างหรือติดขัดอะไรจากที่คาดหวังเอาไว้บ้างไหม
มีค่ะ
ตอนมาเล่นก็จะมีติดขัดจุดที่สำคัญเลยคือเรื่องของภาษา
ถึงนุ่นจะเกิดที่เชียงใหม่แต่ก็ไม่ได้ฝึกอู้คำเมืองมาตั้งแต่เด็ก
ฉะนั้นนุ่นก็จะไม่สามารถพูดสำเนียงที่ถูกต้องได้จริงๆ
มันไม่ใช่แบบเชียงใหม่แท้ๆ
เพราะนุ่นก็ไปโตลำปางมั้ง ไปโตที่พะเยาะบ้าง
ตอนเด็กๆ
ต้องไปอยู่หลายจังหวัดมากแล้วสำเนียงต่อให้เหนือเหมือนกันแต่แต่ละจังหวัดก็จะมีสำเนียงที่ไม่เหมือนกัน
เราไปอยู่ตรงไหนก็ไปฟังสำเนียงที่โน้นทีที่นี่ทีแล้วก็เอามาผสมกันมั่วไปหมด
แต่เล่นเรื่องนี้ต้องการสำเนียงแบบคนเชียงใหม่จริงๆ
เพราะมะเดี่ยวก็เป็นคนเชียงใหม่แท้ๆ
เพราะฉะนั้นหูเขาจะไวมากว่าอะไรใช่ไม่ใช่
คำไหนที่เพี้ยนไป
วันแรกที่นุ่นมาเล่นเครียดมากพูดคำเดียวก็ยังไม่ผ่านเลย
10 กว่าเทคได้มั้ง มันก็เลยกลายเป็นความกังวล
พอเล่นเราก็จะพะวงทั้งสองอย่างไหนจะความรู้สึกของตัวละคร
ไหนจะต้องออกสำเนียงให้ได้อีก
แยกประสาทกันน่าดู
อันนี้เลยล่ะที่นุ่นถือว่าเป็นอุปสรรคที่สุดสำหรับการเล่นเรื่องนี้
แต่ว่าก็ต้องพยายามไม่ให้มันเกิดความเครียดไม่งั้นเราก็จะเล่นไม่ได้
ได้มาร่วมงานกับมะเดี่ยวเห็นอะไรในตัวมะเดี่ยวบ้าง
แอบเม้าท์ผู้กำกับใช่ไหม (หัวเราะ)
ตอนมาร่วมงานกันในเรื่องนี้มันไม่เหมือนกับว่าเรามาทำงานเท่าไหร่นัก
เพราะอย่างที่บอกมะเดี่ยวกับนุ่นรู้จักกันมาปีกว่าเกือบ
2 ปีแล้ว
พอวันนึงได้มาทำงานด้วยกันก็จะมีอีกมุมนึงที่เราอาจจะไม่เคยเห็น
วิธีการพูดและมุมมองในความคิดของมะเดี่ยวไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมจากที่เราเคยรู้จัก
แต่สิ่งที่มันเพิ่มเติมเข้ามาคือความจริงจังของเขา
ปรกติเวลาเราคุยกันเขาจะเป็นคนอารมณ์ดีมีมุขตลอด
มะเดี่ยวเป็นคนสนุกสนานและชอบให้เรามองอะไรแต่ในด้านที่ดี
เขาจะคอยสอนให้เรามองให้เห็นด้านดีแล้วมันจะทำให้เกิดเป็นพลังบวก
พอเรามาทำงานกับเขาเราก็เอามาใช้
บางทีนุ่นเครียดกับบทกับสำเนียงมากๆ
มะเดี่ยวก็จะคอยบอกว่าไม่เป็นไรนะ
เวลาที่มะเดี่ยวทำงานจะเป็นคนจริงจัง
บางทีคำพูดอะไรเล็กๆ น้อยๆ
เขาก็จะไม่ปล่อยให้มันผ่านไป
มันทำให้เรารู้สึกว่าเออ
มะเดี่ยวจริงจังกับงานมาก ใส่ใจกับงานทุกจุด
มันเลยมีอะไรมากกว่าการที่เรามองเคยมองเห็น
ซึ่งทุกอย่างเป็นเรื่องที่ดี
เราได้เห็นความตั้งใจของเขาเพิ่มมาอีกมุมนึง
มีความประทับใจอะไรเป็นพิเศษไหมสำหรับกับมะเดี่ยว
นุ่นว่ารวมๆ แล้วก็คือสิ่งที่เขาเป็นนั่นแหละ
ประทับใจสุดก็คือเรื่องที่เขาไม่เคยลืมว่าเขาเป็นคนเชียงใหม่
แล้วก็เป็นคนสนุกสนานในการอู้คำเมืองกับเพื่อนๆ
แล้วก็ประทับใจในเรื่องของวิธีการทำงาน
อย่างนุ่นจะเป็นคนทำงานจริงจังเหมือนกัน
เวลาทำงานอาจถึงขั้นซีเรียส เครียด
แล้วคนรอบข้างจะรู้สึกไม่กล้าเข้าใกล้นุ่น
แต่กลับกันเลยมะเดี่ยวเป็นคนทำงานตั้งใจจริงจังแต่ไม่เครียดและอารมณ์ดี
มันทำให้แผ่พลังงานด้านบวกให้คนรอบข้าง
คนที่ทำงานกับเขาก็จะไม่เครียดไปด้วย
บรรยากาศในกองมันไม่ใช่ว่า
เฮ้ย...ผู้กำกับบ่นแล้วเว้ย ไม่พอใจแล้วเว้ย
มันไม่ใช่
พอทุกคนไม่เครียดงานก็เลยยิ่งออกมาดีขึ้นเรื่อยๆ
ก็เลยประทับใจในที่สุด
บอกว่าเป็นคนเครียดง่ายแล้วเรื่องนี้เครียดไหม
นุ่นเป็นคนเครียดง่าย จริงๆ
เรื่องนี้เครียดแค่อย่างเดียวคือเรื่องของการออกเสียง
อย่างเรื่องอื่นเช่นเรื่องบท
พอเป็นพวกเรื่องความรักนุ่นจะเป็นคนอินง่ายมาก
บางทีบทอาจจะยังไปไม่ถึงจุดแต่นุ่นจะไปอินไปไกลแล้ว
จะฮามากอย่างซีนธรรมดาๆ
ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนเลย
นุ่นก็จะอินมากจะร้องไห้แล้ว
มะเดี่ยวก็จะคอยบอกว่า
เฮ้ย..อย่าเพิ่งร้องมันยังไม่ถึงขนาดนั้น
แล้วเราก็ร้องไปก่อนแล้วอะไรอย่างนี้ค่ะ
(หัวเราะ)
ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ร่วมงานกับเจมส์เลยหรือเปล่า
แล้วเป็นอย่างไรบ้าง
พี่เจมส์ก็เป็นผู้ชายตัวสูงมาก
เคยเห็นในทีวีก็ว่าสูงแล้วนะแต่ตัวจริงสูงมาก
แล้วก็นุ่นจะเกร็งเพราะนุ่นเคยดูพี่เจมส์เขาเล่นละครเวทีมาก่อนด้วย
คือมันรู้สึกได้อย่างนึงเลยว่าคนที่เล่นละครเวทีมาก่อน
นุ่นรู้สึกว่าต้องเป็นคนที่เก่งมากทุกอย่างมันสดมันใช้พลัง
ใช้สมาธิสูง
นุ่นเลยกังวลเครียดว่าเขาจะโอเคกับเราไหม
เรายังเด็กอยู่เลยชั่วโมงบินเรายังน้อย
แต่พี่เจมส์นี่ผ่านมาหมดแล้วทั้งละครเวที
ละครทีวี นักร้อง ศิลปินตัวจริง
แต่พี่เจมส์เขาเป็นคนโอเคมากยิงมุกปล่อยมุกตลอดเลย
ตอนแรกๆ
ที่พี่เจมส์เล่นมุกในกองเราก็ยังขำไม่ออกนะ
ไม่รู้ว่าจะอารมณ์ไหนดี
จะขำก็ไม่กล้าหน้าตาพี่เจมส์ก็จริงจังมาก
(หัวเราะ)
ตอนนั้นเดินทางมาเชียงใหม่พร้อมกันไง
แล้วก็เริ่มรู้สึกว่าพี่เจมส์ก็เป็นคนตลกนี่หว่า
มาตอนหลังแกก็ไม่เลิกเล่นมุขนะ
ทุกคนก็เลยรู้สึกเป็นมิตรมากยิ่งขึ้น
ที่นี้ก็ฮากันทั้งกองเลย
การทำงานมันเลยง่ายขึ้นไม่มีอะไรต้องเกร็งมากอย่างที่เราคิด
ประทับใจอะไรในตัวพี่เจมส์หลังจากเริ่มได้ร่วมงานกัน
สิ่งแรกที่เห็นได้ชัดเจนเลยคือพี่เจมส์เป็นคนมีสมาธิในการทำงานสูงมากค่ะ
เห็นเขาเล่นๆ
บรรยากาศในกองมันจะสนุกสนานแต่สังเกตว่าเวลาก่อนเข้าฉากเขาจะมีสมาธิกับตัวเองก่อนเข้าฉาก
เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยได้เห็นนักกับการทำงานกับพาร์เนอร์ที่ต้องเข้าฉากกับเรา
เป็นอะไรที่ดูจริงจังกับการทำงานที่ดีมันก็ส่งให้เราตั้งใจไปด้วย
ถ้าใครได้มาเยี่ยมชมกองถ่ายก็จะเห็นว่าบางทีพี่เจมส์ก็จะหลบออกไปห่างๆ
ไปนั่งสมาธิอยู่พักนึงก่อนที่จะมาเข้าฉาก
ทีมงานที่ทำงานด้วยกันเห็นกันเป็นปรกติพอรู้ว่าพี่เจมส์ไปนั่งทำสมาธิทุกคนก็จะทำอะไรกันเงียบๆ
เพื่อให้พี่เจมส์มีสมาธิที่สุด
แล้วก็เป็นผลดีค่ะเวลาเข้าฉากด้วยกันรู้เลยค่ะว่าพี่เจมส์ตั้งสติและมีสมาธิดีมากๆ
มีฉากไหนที่ได้ร่วมงานกับพี่เจมส์แล้วรู้สึกประทับใจมาก
จริงๆ ประทับใจทุกฉากเลย
แต่มีอยู่ฉากนึงที่ตอนที่นุ่นอ่านบทแล้วร้องไห้เลย
เป็นฉากที่เสี่ยเล้งซึ่งแสดงโดยพี่เจมส์นี่แหละ
เสี่ยเล้งเขาพูดความรู้สึกของตัวเองบ้างหลังจากที่เราจะแทบไม่ได้เห็นเสี่ยเล้งแสดงอาการอะไรออกมาเลยตลอดทั้งเรื่อง
มันมีความประทับใจในตัวบทมากกว่า
มันมีประโยคประโยคนึงซึ่งบอกไม่ได้
แต่เรียกน้ำตานุ่นออกมาได้เลยระหว่างที่อ่านบทอยู่
มันเป็นอะไรที่อยากให้คนได้ไปดูกัน
อยากจะบอกนะว่าในเรื่องพูดกันเรื่องอะไร
แต่บอกไม่ได้จริงๆ ต้องไปดูกันเอาเอง
เรื่องนี้ก็ได้ร่วมงานกันกับน้องใหม่จากรักแห่งสยาม
น้องพิชเป็นอย่างไรบ้าง
นุ่นเห็นน้องพิชเล่นเรื่องรักแห่งสยามมาแล้ว
รู้ว่าน้องพิชนี่เป็นคนที่ทำงานกับมะเดี่ยวมาไม่น้อยในเรื่องของเพลง
มีโอกาสได้ไปเจอกันที่บ้านมะเดี่ยวบ่อยๆ
ตอนที่เริ่มรู้จักกับมะเดี่ยว
แต่ยังไม่ได้คุยอะไรจริงจังกับน้องพิช
พิชเป็นเด็กมีความสามารถในการแสดงและดนตรีคนนึงซึ่งผลงานก็ดูได้เลยจากเรื่องรักแห่งสยาม
นุ่นได้มีโอกาสเพิ่งมาเริ่มได้พูดคุยกันก็ตอนช่วงนี้ช่วงที่ถ่ายหนังด้วยกัน
น้องพิชเป็นผู้มีพระคุณเป็นคนที่ช่วยแอ๊คติ้งโคททางภาษาก่อนเข้าฉาก
(หัวเราะ)
คือน้องพิชจะแม่นในเรื่องของภาษาคนเชียงใหม่มากกว่านุ่นเยอะ
เขาก็จะเป๊ะมากไม่ต่างอะไรจากมะเดี่ยวเลย
นุ่นต้องเปิดบทคุยกับน้องพิชแล้วให้น้องพิชสอน
คือมะเดี่ยวจะสอน 1
รอบแล้วส่งมาให้น้องพิชมาประกบอีกรอบ
น้องพิชก็จะคอยดูสำเนียงถูกต้องหรือยัง
แล้วน้องก็จะอดทนกับพี่มาก
เพราะพี่เสียงแปร่งมากกว่าจะพูดได้น้องพิชเขาก็จะย้ำๆ
จนกว่านุ่นจะได้
ในเรื่องน้องพิชมารับบทเป็นน้องชายของนุ่น
นุ่นรู้สึกว่าพิชเป็นน้องจริงๆ ค่ะ
ก็ในเรื่องมันต้องเล่นรับส่งเป็นพี่น้องที่มีความห่วงใยเอื้ออาทรกันจริงๆ
ทีนี้ก็ง่ายเลยเพราะเราเริ่มคุ้นเคยกันแล้ว
น้องมาสอนพี่พูดคำเมืองด้วยซ้ำ
ระหว่างอยู่ที่กองถ่ายนุ่นกับพิชก็เลยสนิทกัน
มาต้องมาเล่นบทที่ต้องมีการรับส่งกัน
เข้าใจความรู้สึกซึ่งกันและกันมันก็ง่ายมากขึ้นค่ะ
ประทับใจอะไรในตัวพิชบ้างตั้งแต่เริ่มรู้จักกันมา
อย่างแรกเลยที่ประทับใจในตัวน้องพิชคือเขาเป็นคนมีความเป็นธรรมชาติสูง
รู้สึกได้อย่างเวลาที่นุ่นต้องเข้าฉาก
เราอยู่กับงานด้านการแสดงมาก็พอสมควรแล้ว
เวลาที่เราเล่นมันก็จะติดมีแอคติ้งอยู่บ้างมันเป็นการแสดงอยู่ในบางครั้ง
แต่น้องพิขเขามีความเป็นธรรมชาติสูงกว่า
เขาจะเล่นอะไรที่ปรับทั้งหมดดูแล้วมีความเป็นธรรมชาติดูแล้วเชื่อว่านี่คือเลี่ยม
(ชื่อตัวละครที่พิชเล่นในเรื่อง)
นุ่นว่าน้องเขาแจ๋วดีเห็นเป็นเด็กแบบบนี้แต่ก็คุยเข้าใจได้ง่าย
สอนพี่อู้เมืองเริงร่าในกอง
เวลาที่เขาทำงานเขาก็จะทุ่มเทไม่งอแง
เวลาที่นุ่นเห็นงานของน้อง
เวลาไปเช็คมอนิเตอร์แล้วรู้สึกได้เลยว่าพิชมีความเป็นธรรมชาติในการแสดงสูง
อันนี้เป็นจุดที่นุ่นชื่นชมน้องมากค่ะ
เรื่องนี้มีอีกคนที่ต้องเล่นคู่กันกับนุ่น
คือพี่ลิฟท์ ร่วมงานกับพี่เขาเป็นอย่างไรบ้าง
นุ่นคนนึงละที่ยกมือได้เลยว่าเป็นแฟนเพลงของพี่ลิฟท์คนนึง
ก็เคยซื้ออัลบั้มเขาอยู่สมัยก่อน
วันแรกที่ได้มาเจอพี่ลิฟท์นี่แสดงตัวทันที
นุ่นมาถึงก็พยายามเต้นโชว์พี่เขาเลย (หัวเราะ)
พี่ลิฟท์ก็เป็นคนน่ารักค่ะเลยร่วมงานกันมาก่อนหน้านี้
เคยเล่นละครด้วยกัน
ในเรื่องพี่ลิฟท์มาเล่นเป็นคนรักเก่าเมื่อครั้งสมัยเรียนของปรียา
ต้องมาเล่นหนังเรื่องนี้ก็มีต้องมองหน้ากัน
สบตากันคิดถึงอดีตเก่าๆ ที่เคยดีต่อกัน
ก็เป็นอะไรที่แปลกๆ แล้วก็ตลกดีค่ะ
ได้เปลี่ยนรูปแบบการทำงานใหม่ๆ
กับพี่เขาตลอดเวลา
แต่พี่เขาก็น่ารักสม่ำเสมออยู่แล้ว
อีกเรื่องนึงที่อยากพูดถึงพี่ลิฟท์คือ
นุ่นก็ไม่เข้าใจทำไมทุกคนในกองถ่าย
สมมติเวลาที่พี่ลิฟท์เข้าฉากกับนุ่นเสร็จ
ทุกคนก็จะไปรวมกันอยู่หน้ามอนิเตอร์แล้วก็พูดว่าน่ารักจังเลย
พี่ลิฟท์หล่อเนอะ ยิ้มน่ารักเนอะ
คือทุกคนมองข้ามเราไปเหมือนเราเอ้าโฟกัสแล้วไปโฟกัสที่พี่ลิฟท์คนเดียว
(หัวเราะ) สาวๆ
ในกองก็ยิ้มกันตาฉ่ำเลยเวลาที่มีพี่ลิฟท์มาเข้าฉากด้วย
ก็เข้าใจได้ที่พี่เขาเป็นผู้ชายที่มีรอยยิ้มอบอุ่นน่ารัก
อันนี้เข้าใจได้ แต่อิจฉานิดหน่อย (หัวเราะ)
มีอีกคนนึงที่เล่นเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายเรา
ดีเจตัวแม่อย่างอาตุ่ยเลย
ร่วมงานกันครั้งนี้เป็นอย่างไรบ้าง
นุ่นเคยร่วมงานมาแล้วกับอาตุ่ย
แต่มาเรื่องนี้อาตุ่ยตลกมาก
อาตุ่ยเป็นคนใต้แต่พูดคำเมืองชัดกว่านุ่นอีก
แล้วอาตุ่ยก็เคยเหยียดหยามว่า
นี่หล่อนทำไมหล่อนอู้ไม่ได้
อาเขามีความน่ารักมากเห็นอย่างนี้ชอบแกล้งนุ่น
อาตุ่ยเป็นดีเจที่มีความเป็นนักแสดงสู้มากเป็นคนส่งบทส่งอารมณ์ที่ดีมาก
ในเรื่องอาตุ่ยมารับบทเป็นคุณน้าของปรียา
คุณน้าที่มีคาแรกเตอร์แปลกๆ
แต่ให้เขาเล่นเองว่าแปลกยังไงอันนี้ไม่ขอบอกแกเล่นได้ธรรมชาติมาก
แต่เวลาพอถึงฉากที่ต้องใช้ความรู้สึกใช้อารมณ์เยอะๆ
อาตุ่ยเป็นคนส่งบทดีมาก
ใครอย่าคิดว่าอาตุ่ยเล่นตลกได้อย่างเดียว
เถียงเลย
อาตุ่ยเขาสามารถเอาความรู้สึกของตัวละครออกมาได้จริงๆ
มีอยู่ฉากนึงที่อาตุ่ยต้องแสดงอารมณ์เศร้ามีร้องไห้พอเล่นเสร็จไปทานข้าวกัน
ตอนทานข้าวอาตุ่ยบอกว่า
เนี่ยตั้งแต่เล่นหนังเล่นละครมานะไม่เคยร้องไห้ให้กับใครเลย
แต่ตอนที่ถ่ายจริงเสียดายที่กล้องไม่ได้ถ่ายให้เห็นอาตุ่ยตอนมีน้ำตา
กล้องถ่ายผ่านหลังอาตุ่ยมาหน้านุ่นแต่อาตุ่ยร้องไห้
คือเขามีอินเนอร์ที่ดีมาก
เขาทำให้เราเล่นได้ง่ายขึ้นเยอะเลย
สกิลสูงมากอาคนนี้
ในหนังเรื่องนี้เราพูดถึงความทรงจำดีๆ
ในเรื่องของความรักของมะเดี่ยว
ตอนนี้มาของนุ่นมั่งนุ่นมีความทรงจำอะไรที่ดี
ที่อยากพูดถึงบ้างไหม
ถ้าเป็นความประทับใจ จริงๆ
มันมีเยอะนะคะแต่ถ้าการได้มาอยู่ที่นี่อีกครั้งมันทำให้นุ่นคิดถึงสมัยเรียนวิศวะมช.
(มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) มันเป็นช่วงเวลา 4
ปีที่ได้อยู่เชียงใหม่
เมื่อก่อนนุ่นก็ไปโตและไปเรียนหนังสือที่นู้นที่นี่เพราะต้องย้ายตามพ่อไปเรื่อยๆ
แต่ว่าพอย้ายมาเรียนมหาวิทยาลัย
ต้องขับรถจากบ้านที่สันกำแพงไปมช.
เลิกเรียนเสร็จก็ไม่ได้ไปไหน
ก็กลับบ้านมาอยู่กับคุณยาย
เป็นความทรงจำที่ดีที่ได้ใช้เวลาอยู่กับคุณยายเยอะมากช่วงนั้นอยู่บ้านตลอดไม่ได้ไปไหน
แล้วหลังจากเรียนจบก็ต้องไปทำงานที่กรุงเทพเลย
แล้วชีวิตนุ่นก็เปลี่ยนโดยสิ้นเชิง
มันเป็นความทรงจำที่แบบเราไดเอยู่ในเมืองที่น่ารัก
บรรยากาศที่ดี อยู่กับเพื่อนฝูงที่น่ารัก
อยู่กับครอบครัว
เสาร์อาทิตย์คุณพ่อคุณแม่คุณน้องก็จะกลับมาเจอกัน
เป็นช่วงเวลาที่อบอุ่นมาก
แล้วก็คิดว่าคงหายากแล้วที่จะได้กลับมาอยู่กันอย่างนี้
มันก็ต้องดำเนินชีวิตกันต่อไป ทำงานต่อไป
นี่เป็นความทรงจำที่ดีมาก
แล้วการที่เราได้มาถ่ายทำกันที่เชียงใหม่
ความรู้สึกผูกพันกับที่นี่สำหรับนุ่นเป็นอย่างไรบ้าง
นุ่นมาเรียนหนังสือที่นี่ตั้งแต่ปี 1- ปี 4
ซึ่งก็ผ่านมาหลายปีแล้ว
ตอนนี้เชียงใหม่มันก็เปลี่ยนตามกาลเวลา
สมัยที่นุ่นยังเป็นนักศึกษาคนเชียงใหม่ยังสบายๆ
ตอนนี้ก็ยังสบายอยู่เพียงแต่ว่าอาจจะเฉพาะแถวในมหาวิทยาลัยมั้ง
แต่ในเมืองที่มันมีความเติบโตขึ้น
แถวม.ก็จะมีร้านเหล้ามีผับบาร์
ร้านอาหารหรือว่าร้านเก๋ๆ ซึ่งมีหลายแบบ
จะชิวจะฮาร์ทคออะไรก็เยอะขึ้น
มันเริ่มมีอะไรวุ่นวายมากขึ้น
ในเมืองก็จะเริ่มมีมุมสวยๆ ร้านสวยๆ
ร้านขายของ
ร้านที่มีงานดีไซน์เยอะขึ้นเชียงใหม่ก็เติบโตขึ้น
แต่ไม่รู้สินุ่นว่าบางอย่างมันยังอยู่
ถ้าเป็นที่อื่นนะนุ่นว่าด้วยเวลาที่ผ่านไปขนาดนี้ความเจริญที่มันเข้ามาขนาดนี้มันอาจจะเปลี่ยนแปลงไปได้เยอะกว่านี้
แต่วันนี้มันก็ยังอยู่ถึงมันจะมีอะไรที่ทันสมัยมากขึ้นแต่มันก็ยังมีกลิ่นของคนเชียงใหม่อยู่
ไปไหนยังได้ยินการอู้คำเมืองอยู่
ยังมีรถแดงที่แบบอยู่ๆ
จะจอดก็จอดตั้งแต่ไหนแต่ไรมา
การทักทายคนแปลกหน้าคนต่างถิ่นด้วยภาษาคำเมือง
การต้อนรับกลิ่นอาย เสื้อผ้า
ถึงแม้ว่าบางอย่างมันจะเข้ามา
แต่ว่าก็ยังเห็นคนแต่งผ้าพื้นเมืองอยู่
ก็ยังอยากให้จิตวิญญาณของเชียงใหม่ยังอยู่แบบนี้ค่ะ
เพราะรู้สึกว่ากลับมาทีไรมันก็คือบ้าน
ถึงจะไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่นานเท่ากับคนเชียงใหม่จริงๆ
แต่นุ่นก็รู้สึกว่าที่นี่คือบ้านเสมอ
เรามาอยู่ที่นี่จะรู้สึกว่านี่บ้านฉันนะ
ฉันไม่กลัวอะไรใครทำอะไรเราไม่ได้
มันอบอุ่นเสมอที่มาถึงค่ะ
ในเรื่องนี้เรามาถ่ายทำกันที่เชียงใหม่
บรรยากาศโดยรวมคือเชียงใหม่
ได้กลับมาอีกครั้งเป็นอย่างไรบ้าง
กลับมาคราวนี้ก็ยังรู้สึกว่าที่นี่เป็นบ้านนะคะ
ทุกครั้งที่กลับมาเชียงใหม่มันจะมีความสุข
แล้วยิ่งได้กลับมาทำงานมันจะมีพลังงานบางอย่างในตัวที่แบบว่าฮึกเหิมๆ
บ้านฉันๆ
ใครจะมาทำอะไรฉันไม่ได้เพราะนี่คือบ้านฉัน
อย่างบางทีไปต่างถิ่นที่ไม่ใช่เชียงใหม่เราก็จะแอบมีความรู้สึกอีกแบบ
มีความเกรงใจกับสถานที่กับเมืองของคนอื่น
แต่พอมาอยู่ที่เชียงใหม่รู้สึกเป็นตัวเองได้เต็มที่
เพราะนี่คือบ้านเราแล้วก็ชอบมาก
แต่กลับมาครั้งนี้ก็จะดีหน่อยเพราะมีตังค์แล้ว
การช๊อปปิ้งมันจะมีความสุขมากกว่าสมัยเรียน
(หัวเราะ)
เปรียบเทียบกันสมัยเรียนสมัยเรียนยังต้องขอเงินคุณแม่
ตอนนั้นก็กินข้าวในมหาวิทยาลัย แถวๆ
นั้นก็ไม่แพง
แต่เดี๋ยวนี้เชียงใหม่มันเติบโตมีร้านเก๋ๆ
เยอะ มีอะไรให้ซื้อติดมือกลับไปอีกเพียง
กลับมาคราวนี้โอ้..ชิวมากมีร้านสบายๆ
สไตล์กิ๊บเก๋ให้นั่งเล่นเยอะมาก ชอบค่ะ
แล้วความหมายของคำว่า บ้าน
ในความรู้สึกของนุ่นคืออะไร
บ้านสำหรับนุ่นมันต้องมีสองแบบคือรูปกับนาม
มันต้องมีคนมีความรู้สึกอยู่ด้วยกัน
ไม่ได้บอกว่าสถานที่คือบ้าน
แต่ว่าที่ไหนก็ได้แต่ว่ามีคนที่เรารัก
มีคนที่เรารู้สึกว่าชีวิตเรามีความสุข
มีทั้งคุณพ่อ คุณแม่ อย่างของนุ่นเนี่ยคือ
คุณพ่อ คุณแม่ คุณยาย
คุณน้องอยู่ด้วยกันแล้วก็แฮปปี้มีความสุข
มีอารมณ์ความรู้สึกห่วงหาเอื้ออาทรกัน
บ้านเราไม่จำเป็นต้องสวยงามมีของแบรนด์เนม
หลังใหญ่ไฮโซอะไรในบ้าน
บ้านเราไม่จำเป็นต้องกินข้าวแบบภัตตาคารต้องสั่งหรูหรา
บางทีแค่ข้าวเหนียวกับไข่เจียวที่คุณแม่ทอดแล้วก็ไปซื้อข้าวเหนียวมา
นุ่นขี่จักรยานไปซื้อข้าวเหนียวที่ตลาดแล้วนั่งกินกัน
5 คน นี่คือบ้านจริงๆ
สำหรับนุ่นแค่นี้ก็พอแล้ว
ในเรื่องนี้นุ่นมารับบทเป็นปรียาเจ้าสาวที่หวาดกลัวต่อความเปลี่ยนแปลง
อยากให้นุ่นเป็นตัวแทนพูดถึงความเปลี่ยนแปลงเพื่อเป็นกำลังใจให้กับคนที่กำลังจะต้องเจอกับเหตุการณ์แบบเราบ้าง
เรื่องความรักนี่นุ่นแอบอินนะ
ความรักในมุมมองของนุ่น ยิ่งกับในเรื่องนี้
ความรักมันไม่ได้มีอะไรที่น่ากลัวเลยต้องอย่าไปกลัวที่จะรัก
อย่าคิดวิตกกังวลของเราเองมันจะไปบั่นทอนสิ่งดีๆ
ที่เคยมีให้กันและกันมาตลอด
นุ่นก็เป็นนะมีบางอารมณ์ก็เป็นเหมือนปรียาในเรื่องนี้
มันก็เลยสอดคล้องกับตัวละครเรื่องนี้มากเพราะว่าบางทีเหตุการณ์ข้างนอกไม่มีอะไรเลย
แต่เราหยิบแค่จุดดำ ๆ จุดแย่ๆ
จุดนึงบนวงกลมใหญ่ๆ
แล้วก็หยิบแค่จุดนึงมาแล้วจ้องมองมัน
คิดกับมันไปต่างๆ นานาให้มันขยายใหญ่ขึ้น
มันก็จะไปทำลายสิ่งดีๆ ที่เคยมีมาทั้งหมด
นุ่นว่าอย่าไปคิดเองอย่าไปกลัวที่จะรัก
แต่สำหรับคนที่จะเริ่มต้นใหม่อันดับแรกอย่าไปคิดว่าฉันต้องเริ่มใหม่ให้ได้
ฉันต้องมีความรักใหม่ที่ดีให้ได้
เริ่มจากรักตัวเองก่อน
มันไม่ได้เป็นการเห็นแก่ตัวนะ
แต่พอเรารักตัวเองรู้สึกดีกับตัวเอง
เห็นคุณค่าในตัวเราเอง มองสิ่งดีๆ
ที่เราทำอะไรดีๆ เราคิดอะไรดีๆ
แล้วไอ้ความคิดอะไรดีๆ
พวกนี้มันจะดึงดูดสิ่งดีๆ เข้าหาเราเอง
เหมือนเป็นการเปิดมุมมองใหม่ๆ
อย่าเอาความรู้สึกเราไปฝากไว้ที่คนอื่น
รักตัวเองก่อน
พอเราดีปุ๊ปนุ่นเชื่อว่าเดี๋ยวความรักดีๆ
มันจะเข้ามาเองค่ะ
มีเหตุผลอะไรบ้างที่ทำให้คนต้องไปดูหนังเรื่องนี้กันในความเห็นของนุ่น
เอาแบบเบาๆ ก่อนเลยนะ
หนังเรื่องนี้พูดถึงเชียงใหม่
บรรยากาศของความเป็นเชียงใหม่จากมุมมองของคนเชียงใหม่มันไม่ใช่หนังที่แค่มายืมโลเกชั่นเชียงใหม่แล้วก็ขอถ่ายวิวสวยๆ
ของเขาเท่านั้น
แต่หนังเรื่องนี้เต็มไปด้วยจิตวิญญาณของคนเชียงใหม่วิธีคิด
วิธีการใช้ชีวิต ทุกๆ
อย่างก็ถ้าอยากลองดูคนเชียงใหม่ในสิ่งที่เขาเป็นก็มาดูเรื่องโฮม
นี่คือเหตุผลเบาๆ
อย่างแรกเลยที่นุ่นอยากพูดถึง
แต่ถ้าเหตุผลที่นุ่นเล่นที่ชื่อว่า งานแต่ง
นี้
นุ่นอยากให้คนที่มีความรักอยู่ไม่ว่าจะแต่งงานแล้วหรือว่าวัยเริ่มมีความรัก
กำลังปลูกต้นรักแล้วคิดว่าจะทำยังไงเดินทางยังไงต่อ
อยากให้มาดูเพราะว่ามีบางสิ่งบางอย่าง
เวลาที่คนเราเริ่มต้นคบกันทุกอย่างมันดีแล้วมันก็ผ่านเวลามาเรื่อยๆ
บางอย่างเราไม่ได้ใส่ใจกับมันมากพอ
ถ้ามาดูเรื่องนี้นุ่นว่ามันจะสะท้อนมุมมองของความรักอีกแบบนึงให้เรารู้สึกได้
แล้วนุ่นก็เชื่อว่าใครมาดูเรื่องนี้แล้วจะต้องได้ข้อคิดอะไรกลับไปแน่นอน
เราอาจจะพาแฟนมาดูแล้วก็หันกลับไปมองคนข้างๆ
ที่เราพามาด้วย แล้วคิดได้ว่า
เออ...ฉันเคยลืมความรู้สึกตรงนี้กับเธอไป
ต้องมาดูค่ะ
อยากฝากอะไรทิ้งท้ายกับผู้ชมที่คอยติดตามเรื่องนี้บ้าง
(อู้เมือง) ในฐานะของคนเชียงใหม่นะเจ้า
ถึงจะอู้เมืองแปลกนิดหน่อยแต่ว่าก็อยากจะขอฝากเรื่องโฮม
เอาไว้ในอ้อมอกอ้อมใจนะเจ้า
(พูดกลาง) อยากให้มาดูค่ะ
อยากให้มาลองมองความรักอีกหลายๆ รูปแบบ
และนุ่นเชื่อว่าสิ่งที่ได้กลับไปนอกจากความสนุก
นอกจากความบันเทิงที่หนังเรื่องนี้จะมอบให้แล้ว
นุ่นว่าเรื่องนี้ให้ข้อคิดบางอย่างกับชีวิตตัวเองได้
อยากให้ทุกคนมีความรักที่ดีขึ้นแล้วก็จะส่งผ่านความรู้สึกนี้ผ่านหนังไปแล้วกันนะคะ
|
|



|
|
|
มะเดี่ยว ชูเกียรติ เปิดตัว รัก ครั้งใหม่
ดึงนักแสดงคุณภาพ พร้อมปั้นหน้าใหม่
สู่ Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 2 มีนาคม 2555 |
|

|
สหมงคลฟิล์ม
อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมกับ สตูดิโอคำม่วน
จัดงานเปิดตัวภาพยนตร์ Home ความรัก ความสุข
ความทรงจำ ภาพยนตร์รักโรแมนติก ที่ผู้กำกับ
มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล
เต็มใจนำเสนอ
พร้อมนำทีมนักแสดงฝีมือคุณภาพอย่าง
เจมส์-เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์, นุ่น-ศิรพันธ์
วัฒนจินดา, ลิฟท์-สุพจน์ จันทร์เรือง,
พิช-วิญช์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล และ อั้ม-ณัฐพงษ์
อรุณเนตร์ รวมถึงนักแสดงหน้าใหม่อย่าง
มาร์ช-จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล, แจ็ค-กิตติศักดิ์
ปฐมบูรณา ในวันพิเศษที่ 4 ปีมีครั้ง 29
กุมภาพันธ์ 2555 ณ ลานดิสคัพเวอรี่
สยามดิสคัพเวอรี่ ที่ผ่านมา
ณ ลานดิสคัพเวอรี่ สยามฯแห่งนี้
ยังเป็นที่จดจำในใจหลายๆ คนกับภาพยนตร์เรื่อง
รักแห่งสยาม และยังคงอยู่ในใจหลายๆ คนมาตลอด 4
ปี โดยผู้กำกับคนเก่ง มะเดี่ยว-ชูเกียรติ
ศักดิ์วีระกุล
ขอเลือกวันพิเศษและสถานที่แห่งความทรงจำครั้งนี้
จัดงานเปิดตัวภาพยนตร์เรื่องล่าสุด Home
ความรัก ความสุข ความทรงจำ
พร้อมนำทีมนักแสดงขึ้นร่วมพูดคุยบนเวที โดยมี
เจมส์-เรืองศักดิ์, นุ่น-ศิรพันธ์,
ลิฟท์-สุพจน์, พิช-วิชญ์วิสิฐ, อั้ม-ณัฐพงษ์
และนักแสดงหน้าใหม่เตรียมแจ้งเกิด
มาร์ช-จุฑาวุฒิ กับ แจ็ค-กิตติศักดิ์
เล่าถึงความสนุกสนานเบื้องหลังในกองถ่าย
ซึ่งผู้กำกับยังกล้าการันตีว่าแค่มาดูการแสดงในเรื่องนี้ก็คุ้มแล้ว
เพราะนักแสดงแต่ละคนล้วนมีฝีมือที่ดีทั้งนั้นโดยเฉพาะ
พี่ต่าย-เพ็ญพักตร์ ศิริกุล
ที่ถึงแม้จะมาร่วมงานเปิดตัวภาพยนตร์ครั้งนี้ไม่ได้
แต่ก็อดที่จะกล่าวถึงและชื่นชมในการแสดงครั้งนี้เสียไม่ได้
หรือนักแสดงหน้าใหม่ทั้ง 2 คน
ที่ถูกจับเข้าคลาสการแสดงอย่างหนักหนาสาหัสอยู่ไม่น้อย
เชื่อมั่นว่าภาพยนตร์รักโรแมนติกเรื่องนี้จะทำให้หลายคนไม่ได้รู้จักแค่รัก
แต่จะรู้สึกถึงรักมากขึ้นเต็มหัวใจ
นอกจากนี้ยังอบอุ่นไปด้วยเสียงเพลงเพราะๆ
จากศิลปิน วง 8 ไม้เท้า
(ศิลปินใหม่แกะกล่องจากสตูดิโอคำม่วน) ตามด้วย
วงเสือโคร่ง Ft. แป้งโกะ กับเพลง ผ่านเลยไป
และ วงออกัส กับเพลง วันที่สวยงาม
เพลงประกอบภาพยนตร์ในเรื่องนี้
เรียกเสียงกรี๊ด
เสียงปรบมือดังทั่วทั้งลานดิสคัพเวอรี่
ปิดท้ายด้วยการได้รับเกียรติจาก คุณอวิกา
เตชะรัตนประเสริฐ รองประธานกรรมการฝ่ายการตลาด
บ.สหมงคลฟิล์ม, คุณจาตุศม เตชะรัตนประเสริฐ
โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์, คุณชมศจี
เตชะรัตนประเสริฐ รองประธานกรรมการฝ่ายขาย
บ.สหมงคลฟิล์ม และ ตัวแทนจาก โอเรียนไทย
แอร์ไลน์ ผู้สนับสนุนภาพยนตร์
ร่วมถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึกกับทีมนักแสดง
ผู้กำกับ และศิลปินในครั้งนี้
Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ
ภาพยนตร์รักโรแมนติก ผลงานกำกับโดย ชูเกียรติ
ศักดิ์วีระกุล ที่จะทำให้ทั้งหัวใจ
รู้สึก
และสัมผัสถึง รัก ไปพร้อมๆ กัน 19 เมษายนนี้
หาคำตอบด้วยหัวใจคุณเอง
|
|


 
 








|
|
|
นุ่น ศิรพันธ์ เตรียมสละโสด
ยอมรับสับสนหากต้องเลือกรัก
ระหว่าง เจมส์ เรืองศักดิ์ กับ ลิฟท์ สุพจน์
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 6 มีนาคม 2555 |
|

|
ตอนนี้กำลังดังเปรี้ยงปร้างกับบทของ อีแพง
ในเรื่องบ่วง ละครย้อนยุคทางโทรทัศน์
แต่อีกด้านหนึ่งของ นุ่น ศิรพันธ์ วัฒนจินดา
ก็กำลังจะสละโสดเข้าพิธีวิวาห์กับแฟนหนุ่มชาวใต้หน้าตาคม
เจ้าของธุรกิจใหญ่โตจากเมืองภูเก็ตเหมือนกัน
ก็อย่าเพิ่งตกใจอะไรไปที่ไม่เคยมีข่าวเล็ดลอดออกมาให้ได้ยิน
เพราะนุ่นเพิ่งจบคิวปิดกล้องไปแล้วสำหรับบทบาทของ
ปรียา สาวชาวเชียงใหม่
ขี้ระแวงที่กำลังสับสนในการใช้ชีวิตคู่
และกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับหนุ่มใต้เจ้าของธุรกิจใหญ่อย่าง
เสี่ยเล้ง ที่รับบทโดย เจมส์ เรืองศักดิ์
ลอยชูศักดิ์
ในภาพยนตร์แนวโรแมนติก-ดราม่าการันตีคุณภาพ
เรื่อง Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ
จากค่ายสหมงคลฟิล์ม ที่กำกับโดย มะเดี่ยว
ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล
แต่ปรียา (นุ่น)
เกิดมีอดีตกับอีกหนุ่มรุ่นพี่ชื่อว่า
พี่เป็ก รับบทโดย ลิฟท์ สุพจน์
จันทร์เจริญ
ที่ฝังใจมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน
บวกกับเพื่อนๆ
รอบตัวล้วนประสบความล้มเหลวในชีวิตคู่กันแทบทั้งนั้น
ในวันที่เรียกว่าเกือบจะได้เป็นเจ้าสาวอย่างเต็มตัว
กลับไม่ได้เตรียมใจเอาไว้ล่วงหน้าว่าตัวเองจะรับมือกับการใช้ชีวิตคู่ได้หรือไม่
ยิ่งคืนก่อนแต่งงานแฟนเก่ากลับมาทำให้ปั่นป่วน
แถมน้องชายตัวดีอย่าง เลี่ยม (รับบทโดย พิช
วิชญ์วิสิฐ) มารู้ความลับนี้เข้า
ปรียาถึงกับสติแตกกลายเป็นเจ้าสาวที่กลัวฝน
งานแต่งที่เลี่ยมอุตส่าห์จัดให้เป็นของขวัญวันแต่งงานของพี่สาวสุดเลิฟจะล่มแหล่ไม่ล่มแหล่อยู่ตรงหน้า
ทำเอาญาติพี่น้องและพ้องเพื่อนลุ้นกันแทบตัวโก่ง
เพราะไม่รู้ว่าเพื่อนสาวคนนี้จะกลายเป็นหม้ายขันหมากอีกคนหรือเปล่า
ซึ่งเรื่องนี้ว่าที่เจ้าสาวเจ้าของงานแต่งเล่าถึงคาแรกเตอร์ในเรื่องนี้ให้ฟังว่า
ในเรื่อง โฮม นุ่นรับบทเป็นปรียาค่ะ
โดยพื้นเพแล้วเป็นคนเชียงใหม่
เกิดและเรียนหนังสือที่เชียงใหม่มีสังคมมีเพื่อน
พอถึงจุดๆ
นึงต้องย้ายไปเรียนที่กรุงเทพแล้วก็ไปพบรักกับเสี่ยเล้งที่เป็นเหมือนเจ้านายเราที่ภาคใต้สุดท้ายก็ตัดสินใจกลับมาแต่งงานที่เชียงใหม่ด้วยกัน
ลึกๆ
แล้วตัวปรียาเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างจะวิตกจริตง่ายกังวลคิดมากเพราะว่าโดยพื้นฐานน่าจะเกิดจากการที่อยู่กับน้องแค่สองคนแล้วโตมากับญาติๆ
ก็เลยเป็นพวกที่คิดเล็กคิดน้อยคิดมากคิดฟุ้งซ่านแต่งเติมเองตลอดเลย
ในเรื่องนี้ใครพูดอะไรหน่อยก็เอากลับมาคิด
ใครแสดงท่าทางกริยาที่เราระแวดระวังก็เอากลับมาคิด
มันจะเป็นอย่างนั้นไหม อย่างนี้ไหม มันจะดีหรอ
อะไรประมาณนี้ค่ะ
ไม่ค่อยจะมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจเท่าไหร่
เลยกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายในงานแต่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเขาเอง
แล้วยิ่งการกลับมาเชียงใหม่ครั้งนี้
ก็มาเห็นชีวิตเพื่อนๆ
ต่างมีปัญหาครอบครัวหย่าร้างกันทั้งนั้น
นัดปาร์ตี้สละโสดก็ดันมาเจอแฟนเก่าก็มาหวั่นไหวอีก
แถมน้องชายดันมาเจอเรากำลังสวีทกับแฟนเก่าต่อหน้าต่อตา
ด้วยความที่ผิดเต็มประตู ใจปรียาก็ยิ่งเตลิด
กลัวไปหมดทุกอย่างในวันแต่งงานไม่ว่าปรียาจะสวยขนาดไหนแต่หน้าตาก็อมทุกข์ตลอดเลยค่ะ
เหมือนเด็กที่ไม่กล้าตัดสินใจ
ที่กำลังไม่รู้จะไปทางไหนดีอะไรแบบนี้ค่ะ
เจ้าสาวหน้าคมคนสวยจะแฮปปี้เอนดิ้งเหมือนในนิยายหรือพังทลายเหมือนในละครหรือไม่
รอพบคำตอบและร่วมลุ้นไปกับพิธีวิวาห์ครั้งนี้ได้
19 เมษายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์
|
|



|
|
|
บทสัมภาษณ์ มาร์ช จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล จากเรื่อง
HOME ความรัก ความสุข ความทรงจำ
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 6
มีนาคม 2555 |
|

|
ในเรื่องรับบทเป็นใคร
ในเรื่องนี้ผมรับบทเป็น เน
เด็กเชียงใหม่เรียนอยู่ที่โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย
เรียนอยู่ประมาณมัธยม 6
เป็นเหมือนตากล้องประจำโรงเรียน
จะมีกล้องติดตัวอยู่ตลอดเวลา
เหมือนเขาเป็นคนไม่ค่อยมีเพื่อน
ไม่สุงสิงกับใคร
แต่ว่าเพื่อนจะเอาผลประโยชน์จากตัวเขาในเรื่องให้เขาไปถ่ายภาพให้
แต่ไม่ได้คบเพื่อความจริงใจ
เนเป็นคนน่าสงสารนะ อยู่มา 6
ปีแต่ไม่เจอเพื่อนที่จริงใจเลย
ถ่ายรูปให้โรงเรียนก็มีคนหมั่นไส้อีก
เหมือนว่าคิดยังไงกับอะไรก็จะถ่ายรูปผ่านมันออกมา
มารับเล่นเรื่องนี้ได้ยังไง
ที่มาเล่นเรื่องนี้ได้คือวันนั้นผมสอบโอเน็ทเพิ่งเสร็จ
ทางโมเดลลิ่งเรียกไปแคสติ้ง
ตอนแรกก็ไม่ได้คิดไรเพิ่งสอบเสร็จผมก็ไม่ได้เซ็ทเลย
หัวยังเกรียนๆ อยู่เลย ผมสั้นเพิ่งโดนตัดมา
ก็ไม่ได้หวังอะไรเล่นตามบทไปเขาให้เล่นอะไรก็เล่น
แล้วก็มีพี่มาบอกว่าได้เล่นนะ
ดีใจมากเป็นโอกาสที่ดี
ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองสนใจด้วยครับ
ตอนที่แคสติ้งตอนนั้นพี่มะเดี่ยวให้เล่นฉากที่ต้องมีการจับกล้อง
จังหวะการเล่นการพูด มีเว้นวรรค
เขาจะดูการสนทนาของเรามากกว่า
ว่าตัวของเราตรงกับคาแรกเตอร์ที่พี่มะเดี่ยวต้องการหรือเปล่า
ก็จะมีพี่มาบรีฟบทให้เราก็พูดคนเดียวผ่านกล้อง
คิดว่าวันนั้นเราได้เพราะอะไร
คิดว่าที่ได้เหมือนว่าเวลาผมจะพูดอะไรจะคิดก่อนพูด
แต่จริงๆ ตอนนั้นต้องคิดเพราะว่าลืมบทครับ
(หัวเราะ) อาจจะไม่ได้คิดจริง
ตอนนั้นพอได้เล่นแล้วได้อ่านบทเลยไหม
ก็เรื่องบท
ไปถึงครั้งแรกพี่มะเดี่ยวเขานัดเวิร์คช็อปครั้งแรก
จะไปฝึกการแสดงก็ยื่นบทมาให้อ่านก่อน
อ่านแล้วเออ..ก็โอเคน่าสนใจดี ท้าทาย
ลุคใหม่อะไรอย่างนี้ก็ลองเล่นดูครับ
ได้ท้าทายตัวเองดีครับ
เข้าฉากส่วนใหญ่เป็นบทสนทนากัน
มั่นใจแน่ใจว่าจะเอาอยู่ไหม
คือเป็นเรื่องแรกของทั้ง 2 คนเลย
ทั้งของผมและของแจ็ค (กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณะ
รับบทเป็น บีม)
ผมก็ไม่ได้มั่นใจตั้งแต่เวิร์คชอป
ตอนนั้นผมยังรู้สึกอยู่เลยว่าจะไหวหรือเปล่า
พอมาเล่นจริงก็รู้สึกกดดันเหมือนกัน
เพราะทุกสายตาจับจ้องแค่คู่นี้คู่เดียวเล่นกันอยู่
2 คน กลัวทำพี่ๆ เขาช้าเดือดร้อน
พอได้บทมาก็รีบหัดพูดก่อน ท่องบทก่อนเยอะๆ
ก่อนไปเข้าฉากนี่ท่องมาก่อนทั้งวันเลย
ท่องจนซึมเข้าหัวกลัวถึงเวลาแล้วแบบตื่นกล้อง
แต่ก็ได้เสิรมความมั่นใจขึ้นเยอะเพราะพี่มะเดี่ยวจับให้มีการเวิร์คช็อปและก็ให้ซ้อมแอคติ้งอยู่ตลอดเวลา
จริงแล้วก่อนทำหนังมาร์ชก็ถือว่าเป็นเด็กตั้งใจเรียนคนนึงเลยไหม
ก็ก่อนถ่ายทำหนังเป็นเด็กที่ติดเรียนคนนึงเลยครับ
แม่ปลูกฝังให้ตั้งใจเรียนก็ตั้งใจเรียนที่สุดแหละ
เพราะมันช่วงม.6 ด้วยเอาแต่เรียนๆ
จะเอนทรานซ์แล้ว ก็มีไปแคสงานโฆษณาบ้างนะ
ถ่ายแบบนิดหน่อย
แต่งานชิ้นใหญ่ก็งานหนังเป็นชิ้นแรกเลย
ตอนนั้นเพิ่งสอบเสร็จวันเดียวเอง
มาแคสหนังเรื่องนี้เลย
เพิ่งผ่านทุกอย่างเลยตอนนั้นไม่รับงาน
อ่านหนังสืออย่างเดียว ถ่ายแบบนิตยสารทั่วไป
โฆษณา KFC เล็กๆ น้อยๆ ประปรายครับ
ตัวละครที่ชื่อว่า เน กับ มาร์ช
ตัวจริงมีอะไรที่เหมือนหรือแตกต่างกันบ้าง
ผมว่าคนละขั้วเลยครับ
เนเป็นคนพูดน้อยมากแบบคิดไรก็คิดในใจ
แต่ตัวจริงผมคิดไรพูดเลยมีแต่คนด่าว่าผมพูดไรไม่คิด
แบบชอบโวยวาย แต่เนเขาเป็นคนเงียบๆ
แต่ผมว่ามีส่วนที่เหมือนกัน
ต้องการเพื่อนที่จริงใจ
แต่ผมโชคดีนะที่ผมเจอเพื่อนที่จริงใจทุกวันนี้
ในเรื่อง เน
เป็นช่างภาพต้องถ่ายรูปส่วนตัวมาร์ชสนใจทางด้านนี้บ้างไหม
ก็สนใจนะครับแต่ไม่ได้เป็นมืออาชีพแบบเน
เนเขาเขามีอุปกรณ์ต่อกล้องอย่างยาว
แต่ตัวจริงผมมีแต่กล้องถ่ายเล่นครับ
ในไอโฟนบ้างดิจิตอลตัวเล็กๆ บ้าง โปรแกรม IG
อะไรแบบนี้ ไม่ได้จริงจังแต่ชอบดูรูปสวยๆ
ก่อนที่จะมาเล่นเราต้องไปเข้าคอร์สเรียนการแสดงอะไรบ้างไหม
มีครับประมาณ 5-6 ครั้ง
พี่มะเดี่ยวเขาบอกว่านักแสดง 2 คนเล่นกันอยู่
2 คน ต้องทำความคุ้นเคยกันและเล่นกันให้สนิทใจ
เพราะผมกับแจ็คต้องเล่นคู่กันตลอดทั้งเรื่อง
เข้าบทบ้างหรือทำกิจกรรมที่จะเพิ่มความสนิทให้กันบ้าง
ผมกับแจ็คก็เลยสนิทกันเร็วเหมือนกันนะ
แจ็คก็เลยเหมือนทั้งน้องเหมือนทั้งเพื่อนผมเลยครับ
เพราะพี่มะเดี่ยวช่วยด้วยล่ะครับ
เคยติดตามผลงานของมะเดี่ยวมาก่อนไหม
พอได้มาร่วมงานกันเห็นอะไรในตัวมะเดี่ยวบ้าง
พี่มะเดี่ยว
เขาดังมานานแล้วแต่ที่ผมรู้จักก็จากเรื่อง
รักแห่งสยาม ผมชอบหนังเรื่องนี้มากเลยนะครับ
ชอบที่ตัวเนื้อหาดูแล้วอิน
ผมก็ปลื้มผลงานพี่เขา
แต่พอมาเจอตัวจริงตอนแรกก็เกร็งนะ
แต่พอเจอเขาใจดีมากเป็นกันเองและพูดจาตรงๆ
ผมชอบเขาดี
พี่มะเดี่ยวเขาเหมือนครูผม
ทั้งเรื่องการแสดงและการวางตัว
พี่มะเดี่ยวสอนการวางตัวเยอะมาก
สมมุติว่าถ้าถ่ายหนังไปแล้วพอหนังฉายเราต้องทำตัวยังไงถึงจะเหมาะสมในวงการนี้ถ้าเรามีโอกาสก้าวเข้ามาจะวางตัวยังไงให้เดินต่อไปได้อย่างดี
อันไหนไม่ดีไม่ควรทำ
สอนเยอะเลยครับตอนอยู่เชียงใหม่
ผมก็ทำตัววัยรุ่นทั่วไปมีดื้อบ้าง
หนีเที่ยวดอยบ้าง ก็โดนพี่เขาติๆ
มาเริ่มคิดตอนนี้ก็โตขึ้นละเริ่มคิดได้
เราก็ปรับปรุงเราไปทำงานก็ควรอยู่กับงานไม่ควรจะหนีเที่ยวครับ
(หัวเราะ)
ถึงตอนแสดงมีปัญหาไรบ้างไหม
มีครับตอนซ้อมพี่มะเดี่ยวยังเป็นแบบพ่อพระอยู่เลย
ก็คือใจดี แต่พอเข้าบทจริงๆ
หรือเราเล่นไม่ได้บางครั้งก็มีโกรธเหมือนกันนะ
ผมก็ไม่กล้ายุ่งเลยครับ
เขาโมโหเป็นคนละคนกับตอนซ้อมเลยครับ
แสดงว่าเขาทำงานแบบจริงจังมากเลย
เขาก็จะบอกว่าทำไมตอนซ้อมมันไม่ใช่แบบนี้นี่
(ทำหน้าซีเรียสเลียนแบบมะเดี่ยว)
ก็มันตื่นกล้อง (หัวเราะ) บางวันถ่ายไป 10
เทคก็ยังไม่ได้ บางครั้งก็ตาปรือบ้าง
พี่มะเดี่ยวก็จะถามว่าทำไมตาปรือแบบนี้
(ทำเสียงเลียนแบบมะเดี่ยว)
คือทั้งเรื่องที่ผมเล่นเขาถ่ายแต่กลางคืนผมก็ปรับตัวไม่ทัน
เพราะปรกติใช้ชีวิตอยู่แต่กลางวัน
กลางคืนก็นอน แต่มาถ่ายเรื่องนี้ต้องตื่นตี 4
อย่างงี้ให้ผมตาโตยังไงไหว(หัวเราะ)
ฉากไหนที่คิดว่ายากสุดสำหรับมาร์ชในเรื่องนี้
ฉากสบตากันกับบีม ผมต้องแบบมีอะไรหน่วงๆ ในหัว
ยากเพราะเขาต้องโคสอัพมาที่ดวงตาด้วยครับมันก็เลยยาก
มันยากตรงความรู้สึกที่ถ่ายทอดผ่านดวงตาออกมา
ต้องยืนนิ่งสื่อทางดวงตาออกมาอวัยวะอย่างอื่นเล่นไม่ได้เล่นได้แค่ตา
พี่มะเดี่ยวบอกว่าตาต้องบอกทุกอย่าง
ตาคนเราเวลาอยู่ในหนังจะเท่ากับลูกบอล
ทุกคนจะมองมาที่ตาหมดเลย
ก็คิดว่าฉากนั้นยากสุดนะ
เรื่องบทพูดไม่ค่อยจะมีปัญหาใช่หรือเปล่า
ตัวเนที่ผมเล่นเป็นคนพูดน้อยแต่อารมณ์มันสำคัญมากกว่า
ส่วนคนพูดมากเป็นของแจ็คพูดทั้งเรื่องเลยครับ
คนที่จะมีปัญหาเรื่องบทพูดน่าจะเป็นแจ็ค
(หัวเราะ)
ประทับใจอะไรบ้างในเรื่องของการแสดง
ประทับใจในวันแรกเลยครับ
คือฉากที่ยากที่สุดที่พี่มะเดี่ยวถ่ายวันแรก
ฉากนั้นคือทุกคนตื่นเต้นมากว่าเด็กสองคนนี้จะผ่านไปได้หรอ
แต่มันผ่านเร็วมากไม่กี่เทคเองทั้งกองชมว่าฉากแรกเล่นได้ดีขนาดนี้เลย
มันเป็นฉากสบตา
ซึ่งพี่มะเดี่ยวบอกว่าฉากนี้สำคัญนะห้ามพลาดเด็ดขาด
ผมกับแจ็คนี่มองหน้ากันเลย
เอาไงดีล่ะจะผ่านไหมเนี่ย
ทุกสายตาก็จ้องและกดดันมาที่เราสองคน
แต่พอถ่ายจริงกลับผ่านได้อย่างง่ายดาย
มันเลยประทับใจมากครับที่เราสองคนทำสำเร็จ
ร่วมงานกับแจ็คเป็นอย่างไรบ้าง
อย่างแรกที่เขามีคือสัมมาคารวะผมชอบ
เราห่างกันแค่ปีแต่เขานับถือผมมากผมรู้สึกได้ว่าไม่เคยได้จากใครเท่าเด็กคนนี้มาก่อน
การพูดการจายกมือไหว้
เขาเป็นเด็กร่าเริงสมกับในบทเลยครับ
เขาเป็นนักกีฬาด้วย อยู่วงโยธวาทิตอีกด้วย
ได้ยินกิตติศัพท์มาว่าเด็กคนนี้ความสามารถเยอะมาก
ร่วมงานกันเขาเก่งนะเก่งกว่าผมด้วยซ้ำ
เล่นบทยาวๆ ได้ ท่องมาได้เป๊ะมาก
แล้วก็พูดมากนี่เหมือนเลยครับความกระล่อนที่หนึ่ง
พริ้วมาก เอาตัวรอดตลอดเจอสาวๆ
ในกองกรี๊ดกร๊าด นอกเรื่องก็มีคุยกัน
ก็สนิทกันไปไหนไปกันหลังจากนั้นก็แยกย้ายไปเรียนหลังจากปิดกองแต่ก็ติดต่อกันโทรถามสารทุกข์สุขดิบ
ว่าแจ็คเรียนเป็นไงเห็นบอกว่าจะเข้ามหาลัยแล้วครับ
เล่าถึงการถ่ายทำช่วงเวลากลางคืนให้ฟังหน่อยว่าบรรยากาศโรงเรียนกลางคืนที่นั่นเป็นยังไงบ้าง
ตอนถ่ายทำในตอนของผมจะเป็นเนื้อเรื่องเกิดขึ้นทุกอย่างในคืนเดียวทำให้ทุกฉากต้องถ่ายทำตอนกลางคืนในรร.มงฟอร์ต
ผมก็รู้จักชื่อโรงเรียนนี้มานานแล้วเป็นรร.ที่ดังและมีชื่อใน
จ.เชียงใหม่
ไปถ่ายนี่ไม่เคยเจอตอนกลางวันเห็นแต่ตอนกลางคืน
ไฟเปิดทั้งรร.เลยครับ เป็นรร.ที่สวยมากเลย
การเตรียมตัวก่อนถ่ายซื้อเครื่องดื่มชูกำลัง
กาแฟ ใส่ทุกอย่างจนเกือบท้องเสีย กลัวตาปรือ
ทุกคนก็ยอมตากยุงรอพวกผมสองคนถ่าย
บางฉากถ่ายจนฟ้าสว่างก็ยังไม่ได้เลยต้องไปถ่ายวันต่อไป
รู้สึกว่าพี่ๆ
ทีมงานน่ารักทุกคนยืนรอตากยุงไม่บ่นสักคำว่าพวกผมสองคนเล่นไม่ได้
ประทับใจทุกคนครับ
เรื่องราวรักในวัยเรียนในชีวิตจริงของมาร์ชล่ะมีบ้างไหม
จะเป็นความรักระหว่างเพื่อนมากกว่า ผมเรียนรร.
ชายล้วนมา
เรื่องเพื่อนสำคัญสุดในรร.ชายล้วนในช่วงมัธยม
คนไหนมีปัญหาก็กรูกันไปช่วยหมดเลยไม่ว่าจะเป็นการเรียน
เรื่องทุกเรื่อง ทุกวันนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่
รักกันมากลืมกันไม่ได้
เพื่อนมัธยมผมว่ามันส์สุดแล้วนะ
เพื่อนมหาลัยมันก็ต้องเป็นแบบสหฯก็ยังเกร็งๆ
อยู่บ้างเวลาอยู่กับผู้หญิง แต่ชายล้วนสุดๆ
เลยเรื่องเพื่อน
ให้ความหมายของคำว่าเพื่อน
ผมว่าเพื่อนมีอิทธิพลต่อชีวิตมากนะ
เพื่อนเป็นที่ปรึกษาได้ทุกเรื่องบางเรื่องผมไม่กล้าปรึกษาพ่อแม่
หรือพี่เลย
เพราะว่าเพื่อนเข้าใจเราที่สุดเป็นวัยเดียวกันอยู่กับเราบ่อยกว่าพ่อแม่
เพื่อนบางคนอยู่ด้วยกันที่
รร.อยู่บ้านเราก็คุยกันก็รู้สึกว่าเพื่อนเข้าใจเราที่สุด
ผู้ใหญ่บางคนคิดไม่ตรงกับเราก็ค้านแล้ว
เพื่อนเขาจะเข้าใจว่าเราคิดแบบนี้เพราะอะไร
เพื่อนซี้กันมากๆ ก็ตอนมัธยมอยุ่ด้วยกันมา 4-5
ปี เจอกันทุกวันมันผูกพัน
เราทำกิจกรรมร่วมกันเยอะไปเที่ยวมีปัญหามีเรื่องก็ช่วยกันตลอด
อย่างผมเรียนมัธยมจบจากรร.สวนกุหลาบวิทยาลัย
เป็นรร.ที่มีกิจกรรมเยอะมากเลย
ไม่ว่าจะแปลอักษร
ซ้อมเชียร์แล้วก็กิจกรรมระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้องใน
รร. จะเยอะมาก รุ่นน้องจะรู้จักรุ่นพี่เยอะ
สนุกนะมันไม่ได้มีแค่การเรียน ไม่ใช่มา รร.
แล้วกลับบ้าน
มารร.บางคนยอมอยู่จนดึกเพื่อทำกิจกรรมอยู่ถึงจนเช้า
มันจะมีงานจตุรมิตรเป็นงานใหญ่แข่งระหว่าง 4
โรงเรียน สวนกุหลาบ เทพศิรินทร์
อัสสัมชัญคอนแวนต์ กรุงเทพคริสเตียน
แล้วก็ทุกรร.จะแข่งกันแปลอักษร ฟุตบอล
แล้วจะมีถ่ายโค้ดแปลอักษรต้องเหมือนเม็ดสีในภาพๆ
นึงต้องมีเป็นหมื่นๆ
เม็ดสีให้รุ่นน้องจุดนี้ต้องเป็นเม็ดสีอะไร
รุ่นพี่ม.4 ม.5
มาช่วยเหลือกันบางวันอยู่จนเช้า
นั่งถ่ายโค้ดเขียนโค้ดจนบางคนเขียนจนต้องเข้ารพ.ก็มีนะ
แสดงถึงความที่เราทำเพื่อสิ่งๆ
เดียวกันเราทำในสิ่งที่เรารักก็คือชื่อเสียงของรร.
ผมรู้สึกว่ามันสอนให้เราทำหรือทำในสิ่งที่เรารักให้มันพยามที่สุด
รร.ก็เหมือนบ้านที่สองของเรา
บอกความรู้สึกของมาร์ชที่มีต่อรร.
มันเปรียบได้อย่างไร
ใช่เลยครับโรงเรียนก็เหมือนบ้านหลังที่สองเลย
รู้สึกอุ่นใจทุกครั้งเวลาที่เราก้าวเข้าไปในรร.
ผมออกจากบ้านมาเพื่อไปบ้านอีกหลังหนึ่งทุกครั้งที่ไป
รร. ก็เหมือนได้เจอคนที่เรารักในรร.
เจออาจารย์ เจอเพื่อน ภารโรงที่รร.ผมก็สนิท
เหมือนอยู่บ้านก็เจอคนที่เรารักพ่อ แม่ พี่
ไปที่รร.ก็ยังเจออีกเปรียบเหมือนบ้านหลังที่สองของผมได้เลยครับ
ทุกวันนี้ก็ยังกลับไปเรื่อยๆ ถ้ามีโอกาส
และผมยังต้องวิ่งแก้บนอยู่เลย
ที่บ้านว่าอย่างไรบ้างมาเล่นหนัง
ทุกครั้งที่ใกล้สอบแม่จะบอกว่าเพลาๆ ลงบ้าง
มีแคสงานหรือถ่ายงานก็จะปฏิเสธบ้างเอาเวลามาอ่านหนังสือดีกว่า
เพราะว่าแม่มักจะบอกบ่อยๆ
ว่าอาชีพด้านนี้มันไม่มั่นคง กราฟขึ้นๆ ลงๆ
ยึดหลักอะไรไม่ได้
เรามีอาชีพประจำเป็นวิชาชีพซึ่งผมเรียนบัญชีบริหารอยู่ครับ
อันนี้จะมั่นคงทำให้อนาคตเราตำแหน่งที่มั่นคงให้ยึดอันนี้เป็นหลัก
ตอนเด็กเคยฝันอยากเป็นสจ๊วตมันเท่ดี
ก็อยากเป็นให้ได้เลยตอนนั้น
สักพักค่อยมาทำธุรกิจตัวเอง
เอาความรู้ที่เรียนบริหารมาทำธุรกิจตัวเองแต่ไม่รู้จะรอดป่าวนะครับ
(หัวเราะ)
นี่เป็นเรื่องแรกที่มาร์ชได้เล่นหนัง
มาร์ชคิดว่ามาร์ชได้อะไรจากตรงนี้
ผมว่าเรื่องการเข้าบทบาทผมยังผิดพลาดบ่อย
เราต้องไปฝึกฝนถ้ามีโอกาส
พูดกับตัวเองกับกระจกให้มากขึ้น
ออกกล้องยังมีเขินอยู่ทั้งที่ตอนซ้อมยังเล่นได้
พี่มะเดี่ยวบอกตอนซ้อมเล่นดีกว่านี้
เราก็มานั่งคิดเราดีกว่านี้หรอ
แล้วทำไมออกกองจริงๆ
เราทำไม่ได้แบบที่เราซ้อมกันก็ต้องฝึกฝนให้มากขึ้น
มากขึ้นกว่าเดิมอีก
บ้าน ในความหมายของมาร์ชคืออะไร
คำว่าบ้าน คือ
สถานที่อยู่แล้วอบอุ่นใจที่สุดแต่ต้องมีคนที่เรารักอยู่ในที่นั้นด้วย
ไม่ใช่เราอยู่ในบ้านนั้นคนเดียวมันก็เป็นบ้านไม่สมบูรณ์แบบ
อยู่แล้วก็มีคนที่หวังดีกับเราอยู่แล้วเวลาเรามีความสุขด้วยกัน
อันนั้นน่าจะเรียกว่าบ้านที่สมบูรณ์แบบที่สุด
ก็ผมเคยเรียนมาระหว่างคำว่า Home กับคำว่า
House พี่มะเดี่ยวเลือกคำว่า Home
มาใช้เพราะว่าโฮม
คือบ้านที่มีความรักมีความอบอุ่นมีความผูกพันอยู่ในบ้านถึงเรียกว่าโฮม
แต่ถ้าเฮ้าส์ก็เหมือนบ้านปกติ
ไม่มีอะไรอยู่ในนั้นเลยมีแค่เราไปอาศัยเฮ้าส์อยู่
นี่เป็นครั้งแรกเลยไหมไปที่ได้เชียงใหม่
ใช่ครับ
ตื่นมาก็ไปหาข้อมูลเกี่ยวกับเชียงใหม่เลยครับว่ามีที่เที่ยวที่ไหนบ้าง
ดอยสุเทพ สถานที่ตรงไหน เส้นนิมมานเหมินทร์
มีอะไรเด็ดๆ บ้าง ไปก็กะเที่ยวเหมือนกัน
เคยได้ยินว่าเชียงใหม่เด็ดรองจากกรุงเทพเลย
มาทั้งทีผมเลยทั้งเที่ยวและทำงาน
ผมมาถ่ายเรื่องนี้ประมาณเกือบเดือน 20
วันได้มั้ง แต่ก็มีถ่ายประมาณ 7 วัน
ก็มีเวลาพักบ้างเพราะพี่มะเดี่ยวต้องไปถ่ายเรื่องอื่น
ครั้งแรกที่ไปตื่นตาตื่นใจมากลงจากเครื่องประมาณ
8 โมงเช้า
นั่งรถแดงที่เขาฮิตกันหาของกินไม่เจอไปเจอแต่ที่ว่างๆ
สุดท้ายไปกิน MK
ตอนหลังรู้ว่ามันมีตลาดตรงนั้นตรงนี้
ก็ไปอยู่จนเหมือนคนที่นั่นเลย เริ่มเที่ยว
ประทับใจคนที่นู้นรู้อะไรก็ช่วยเหลือกัน
ไปกินข้าวร้านไหนก็ชวนคุย สาวก็สวยดี
อาหารเหนือผมซื้อแคปหมูมาฝากแม่เป็นลังเลย
แม่กินจนหมอห้ามคลอเรสตอรอลพุ่ง
แม่ก็เลยต้องลดไป
ผมว่าอาหารเชียงใหม่อร่อยมากนะ ถูกและอร่อย
มีน้ำเต้าหู้ร้านนึงอร่อยมาก
แล้วมันมีร้านนึงผมไปกินบนดอย
เด็ดมากมันมีเมนูนึงชื่อไก่โฮะ
เป็นดอยเป็นภูเขาชั้นๆ
แล้วสร้างศาลาริมดอยให้ไปนั่งกินในศาลาแล้วมีเมฆลอยผ่านหน้า
สุดยอด
ตอนไปฮันนีมูนต้องไปแน่นอนคิดไว้แล้วโรแมนติก
อาหารอร่อย ชื่อดอยม่อนแจ่มครับ
สตอเบอร์รี่ลูกเท่ากำปั้นปาหัวแตกแน่นอน
(หัวเราะ)
แล้วก็บางวันก็ได้แวะไปดูพวกพี่ๆ
เขาแสดงกันอย่าง พี่เจมส์ พี่นุ่น พี่ตุ๊ยตุ่ย
ผมประทับใจพี่นุ่นมากเล่นได้แบบสุดยอด
ผมปลื้มเขาอยู่แล้วหนังที่เขาเล่นมาเขาเล่นเก่งมาก
พี่เจมส์ตัวจริงนี่ตัวใหญ่มาก
เจอครั้งแรกช็อคเลยเพราะผมไม่คิดว่าพี่เจมส์จะตัวใหญ่ขนาดนี้
ประทับใจรุ่นพี่นักแสดงคนไหนเป็นพิเศษไหม
ประทับใจพี่ต่าย เพ็ญพักตร์ครับ
ดูเหมือนพี่เขาไม่ต้องท่องอะไรเขามานิ่งๆ
แต่งหน้า แต่งตัว กินข้าว นั่งนิ่งๆ
เข้าบทบาทได้อย่างคล่อง ทีเดียวผ่าน
พี่มะเดี่ยวไม่ต้องติอะไรเลย
เหมือนแบบเขาจินตนาการในความคิดพี่มะเดี่ยวได้เลยว่าต้องการแบบไหน
เขาก็เล่นแบบนั้นได้เลย ผมคิดว่าเขาเก่งมาก
แทบไม่ต้องคุยกับพี่มะเดี่ยวเลยเดินเข้ามาเล่น
ผ่าน
ส่วนผมนี่คุยมาประมาณสองเดือนยังเล่นไม่ได้เลย
คิดว่าสิ่งที่คนดูจะได้จากการชมเรื่องนี้คืออะไร
ผมว่าหนังเรื่องนี้โดนใครหลายๆ คนนะ
เพราะว่าคนเราเจอมาเยอะกับคนที่ไม่จริงใจด้วย
ผมว่าหลายคนอาจเก็บไว้ในใจเจอมาแล้วก็ไม่อยากคิดถึงมัน
มันต้องมีอยู่แล้วคนที่ไม่ค่อยมีเพื่อน
แต่ผมคิดว่ามันต้องมีคนที่จริงใจกับเรา
สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเพื่อนสักวันมันต้องมีคนที่เดินเข้ามาในชีวิตเราให้ความจริงใจกับเราจริงๆ
แล้วเราจะมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
ผมว่ามันวิเศษที่สุดแล้วที่คนเราจริงใจให้กัน
อาจจะเป็นเพื่อนหรือแฟนหรือใครที่เข้ามาแล้วให้ความไม่จริงใจรู้สึกไม่ดี
รู้สึกว่าชีวิตเราโชคร้ายอย่างนั้นเลยหรอ
แต่ถ้ามีสักวันที่มีคนจริงใจเข้ามามาหาเรามอบแต่สิ่งดีๆ
ให้เรา ไม่ว่าจะคืนเดียว หรือ 10 ปี 20 ปี
หรือตลอดชีวิตผมว่าเราจะมีความสุขมาก
คนที่จะอยู่กับเราได้ คนที่เราจะปรึกษาได้
คนที่เป็นเพื่อนคุย เจอปัญหาไรก็ช่วยกันแก้
ให้ทุกคนมีหวังว่าได้เจอคนที่จริงใจกับเราแน่นอน
ฝากผลงาน
อยากฝากเรื่องโฮม ความรัก ความสุข ความทรงจำ
ด้วยนะครับ ก็อยากให้ติดตาม
เพราะเป็นการแสดงครั้งแรกของผมทั้งสองคน
หากมีผิดพลาดบ้างแต่เราทุกคนพยามเต็มที่ครับ
ตั้งใจเต็มที่มาก กับหนังเรื่องนี้
ยิ่งพี่มะเดี่ยวทุ่มเทมากทั้งเขียนบท
ทั้งสอนการแสดงกับผมเกือบเดือน
เพราะอยากให้การแสดงออกมาอย่างเพอร์เฟคที่สุด
รับประกันว่าทุกคนตั้งใจแสดง
และหนังเรื่องนี้ออกมาดีแน่นอนครับ
อยากให้ไปดูกันเยอะๆ นะครับ โฮม ความรัก
ความสุข ความทรงจำ ครับ
ประวัตินักแสดง ในภาพยนตร์เรื่อง Home ความรัก
ความสุข ความทรงจำ
จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล (มาร์ช) รับบทเป็น เน
เกิดเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2538 อายุ 18 ปี
มีพี่ชาย 1 คน
การศึกษา
- กำลังศึกษาชั้นปีที่ 1
คณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- มัธยมศึกษาจากสวนกุหลาบวิทยาลัย
ผลงานที่ผ่านมา
- แสดงโฆษณา KFC / ถ่ายแบบนิตยสาร ฯ
- พิธีกรรายการ Play Channel
- เป็น 1 ใน 50 หนุ่มโลดในฝันแห่งปี 2554
(เบอร์11) จากนิตยสารคลีโอ
กิจกรรมและความสนใจ
- เป็นนักบอลคณะ
- ฟังดนตรีแนวช้าๆ สบายๆ
- ผู้หญิงในอุดมคติ ทำอาหารเป็น ผิวขาว ผมยาว
แก้มป่อง
|
|











|
|
|
บทสัมภาษณ์ พิช วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล รับบทเป็น
เลี่ยม
ในภาพยนตร์เรื่อง Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 12 มีนาคม 2555 |
|

|
คาแรกเตอร์ของเลี่ยมในเรื่องนี้เป็นยังไง
ในเรื่องโฮมผมรับบทเป็น เลี่ยม
ซึ่งเลี่ยมมันเป็นฉายา
ภาษาเหนือคำว่าเลี่ยมมันหมายถึงอาการที่เสนอหน้า
หรือช่างพูดช่างคุย พูดอยู่นั่นแหละน่ารำคาญ
อันนี้จะเป็นความหมายของคำว่าเลี่ยม ซึ่งจริงๆ
ในเรื่องเราจะชื่อมอส แต่ว่าเพื่อนๆ
จะเรียนกันว่าเลี่ยม
นิสัยบุคลิกก็คือคนเลี่ยมๆ อธิบายยังไงดี
เหมือนเป็นคนที่ช่างพูดช่างคุยพูดเยอะพูดแยะ
แล้วก็เป็นมองโลกในแง่ดี
เป็นคนที่รักพี่สาวมาก
ครอบครัวเหมือนกับว่าพ่อแม่เสียไปแล้ว
แล้วก็เหลือแต่พี่สาวคนเดียว
แล้วพอพี่สาวจะแต่งงานมันก็เลยเหมือนกับอยากที่จะจัดงานแต่งงานให้กับพี่สาวของตัวเอง
ซึ่งตัวเลี่ยมมันก็เป็นเด็กเรียน mass
communication
ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่อะไรอย่างนี้
ก็สามารถพอที่จะจัดอีเว้นท์จัดอะไรต่างๆ
ก็เลยมาช่วยพี่สาว
ทำไมถึงมารับเล่นเรื่องนี้
จริงๆ
ก็ร่วมงานกับพี่มะเดี่ยวมาหลายงานแล้วไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหนังหรือเพลง
พอมาถึงเรื่องนี้พี่มะเดี่ยวก็เลยชวนว่า
เออมีบทอยากให้เล่นน่าจะเล่นได้อยากให้ได้เจอกับพี่นุ่น
ศิรพันธ์ ลองเล่นเป็นน้องชายเขาดู
ดูสิว่าจะเป็นยังไง
ซึ่งก็ยินดีเพราะว่ามีโอกาสได้ดูผลงานการกำกับของพี่มะเดี่ยวในเรื่องอื่นๆ
ในเรื่องที่เราไม่ได้เล่น มีโอกาสได้ติดตาม
แล้วก็อย่างตัวพี่นุ่นเองก็ได้ติดตามผลงานต่างๆ
มาตั้งแต่เรื่องเพื่อนสนิท
ซึ่งตอนนั้นเรายังเป็นเด็กมัธยมอยู่เลย
ซึ่งเราก็รู้สึกว่า
เออการได้ร่วมงานครั้งนี้เป็นการท้าทายอย่างนึง
และก็จะมีนักแสดงคนอื่นๆ
อีกไม่ว่าจะเป็นอาตุ่ย พี่แมว-จารุณี
พี่เจมส์-เรืองศักดิ์ พี่ลิฟท์-สุพจน์
ซึ่งก็เป็นนักแสดงที่เรียกได้ว่ามีประสบการณ์มากฝีมือ
ดังนั้นภาพยนตร์เรื่องนี้เราก็ตอบตกลงเกือบจะทันที
แล้วเราก็ดูในส่วนของการแต่งเพลงประกอบด้วยครับ
จากเรื่องรักแห่งสยามมาถึงเรื่องนี้มีการพัฒนาการแสดงยังไงบ้าง
จากเรื่องรักแห่งสยามจนมาเรื่องนี้
มีบทบาทที่เปลี่ยนไปเรื่อย
อย่างเรื่องที่ผ่านมาเพื่อนไม่เก่า
ก็จะเป็นลักษณะของคนเงียบเซอร์ๆ
โดยส่วนตัวแล้วพิชชอบที่จะเล่นบทบาทใหม่ต่อไปเรื่อยๆ
อยากจะให้คนดูได้เห็นเราในลุคใหม่
ไม่อยากจะให้มันติดอยู่แต่กับภาพเดิม
ดังนั้นพอมาเป็นบทเลี่ยม
ก็มาเล่นเป็นคนสนุกสนานร่าเริง
ร่าเริงกว่าตัวเราเองด้วยซ้ำ
ทั้งที่เราก็เป็นคนที่ร่าเริงอยู่แล้ว
ก็เลยเป็นบทบาทที่ท้าทายแล้วก็ต้องใช้พัฒนาการทางการแสดงมากขึ้น
เพราะว่านอกจากจะร่าเริงสดใสแล้ว
ช่วงนึงที่เป็นช่วงวิกฤตของเรื่อง
ตัวเลี่ยมเองก็ต้องเครียด
แล้วก็ต้องแบกรับงานที่ตัวเองจัดเอาไว้
ที่เกือบจะล่มแหล่ไม่ล่มแหล่
ซึ่งตัวเลี่ยมเองก็มีความกดดันอะไรบางอย่างอยู่
ดังนั้นมันเป็นตัวละครที่คนดูจะได้มองเห็นตัวละครตัวนี้จากทุกมุมมอง
จากความสนุก ความเศร้า ความตลก
มันมีตรงนี้อยู่ ตัวละครตัวนี้มันครบรสมากๆ
ต้องใช้การแสดงที่มากขั้นขึ้นอีก
ตอนอ่านบทครั้งแรกรู้สึกยังไงบ้าง
ครั้งแรกที่อ่านบท
อ่านเพื่อที่จะเอาไปใช้ในการแต่งเพลง
เราจะได้รู้ทั้ง 3
พาร์ทว่าเรื่องราวเป็นยังไงเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ยอมรับว่าอ่านครั้งแรกแล้วร้องไห้
เพราะว่ามันมีความเป็นชีวิตอยู่ในบท
ไม่ว่าจะเป็นพาร์ทของตัวเราเองหรือเป็นพาร์ทของคนอื่น
ในตอนอื่นของหนังเรื่องนี้ มันพูดถึงความรัก
ความผูกพัน การอยู่ร่วมกันของคน
ซึ่งบางทีเราอาจจะอยู่ไกลกันมาก
หรือเราเพิ่งมาเจอกัน
แต่ว่ามันเป็นความรู้สึกบางอย่างที่พอเราได้อ่านแล้วเรารู้สึกถึงมันได้
ความรู้สึกแบบนี้เราเคยมี
มันเคยเกิดขึ้นกับเรา
ร่วมงานกับมะเดี่ยวครั้งนี้เป็นยังไง
ร่วมงานกับพี่มะเดี่ยวก็สนุกมันเหมือนเราทำงานกับคนที่เราคุ้นเคย
เราไว้ใจ
แล้วเรารู้ว่าเขาจะไม่ปล่อยให้เราดูแย่บนจอแน่นอน
ขณะเดียวกันเราก็สามารถจะถามเขาได้อย่างสนิทใจว่า
เฮ้ยพี่อย่างนี้ได้ไหม
หรือว่าบางทีเรามีอะไรจะเสนอ เขาโอเคไหม
มันเป็นการจอยกันระหว่างนักแสดงกับผู้กำกับ
ซึ่งในหนังบางเรื่องก็จะมีการทำงานที่ต่างกันไป
มันมีความคิดเห็นของผู้กำกับทั้งหมด
หรือให้นักแสดงเล่นเอง
แต่สำหรับเรื่องนี้มันจะออกมาผสมรวมๆ กัน
แต่สิ่งหนึ่งที่พิชว่าพี่มะเดี่ยวมีคือ
เขาจะเห็นภาพทุกๆ อย่าง
เขาจะรู้ว่าตัวละครแต่ละตัวทำอะไรเพราะอะไร
แล้วเขาสามารถอธิบายได้จนเราเข้าใจ
เราสามารถที่จะเล่นตามที่เขาต้องการได้
ประทับใจอะไรในตัวมะเดี่ยว
พี่มะเดี่ยวเป็นคนที่ทำงานจริงจังมาก
อย่างที่พิชบอกว่าเขาจะมองเห็นทุกๆอย่างของหนังเขา
แม้กระทั่งตัวประกอบ
หรือองค์ประกอบเขาเก็บละเอียดหมดเลย
แต่พอสั่งคัทปุ๊บ
ความจริงจังก็กลายเป็นความสนุกสนานเขาก็จะเล่น
ยิงมุกปล่อยมุกกัน
ดังนั้นกองนี้ก็จะเป็นกองที่สนุกมากๆ
ไม่ว่าจะเป็นทีมงานทั้งนักแสดงผู้กำกับและคนอื่น
ทุกคนจะแฮปปี้กับมันมาก
แล้วก็บางทีก็มีแบบว่าถามว่าพี่มะเดี่ยวอยากได้แบบไหน
ลองเล่นให้ดูหน่อยว่าพี่อยากได้ยังไง
เขาก็จะเล่นของเขา เราดูแล้วมันตลกมากๆ
พอเราดูแล้วมันก็จะมีความผ่อนคลาย
แล้วเราก็จะรู้ว่าเขาต้องการแบบนี้
มาเล่นเรื่องนี้ติดปัญหาตรงไหนบ้างไหม
อย่างแรกเป็นเรื่องของภาษา
คืออาจจะดูว่าเราเป็นคนเชียงใหม่เราน่าจะพูดภาษาเหนือคล่อง
แต่จริงๆ
แล้วคือไปอยู่กรุงเทพฯมาระยะนึงมันจะมีบ้างที่ลืมไป
เราก็มักจะเอาภาษาเหนือ กับกลางมารวมกัน
พี่มะเดี่ยวบอกไม่ได้อย่างนี้มันเหนือกรุงเทพ
จะเอาแบบเหนือเชียงใหม่เหนือจริงๆ
ก็ต้องเอาบทมาเปิดแล้วถอดความจากภาษาไทยกลางให้เป็นภาษาเหนือก่อน
แล้วเอาไปถามว่ามีอะไรอยากจะเติมไหม
มีอะไรที่เหนือกว่านี้หรือเปล่า
พี่มะเดี่ยวก็จะคอยดูว่าพูดอย่างนั้นอย่างนี้ดีกว่า
อีกอย่างนึงคือมันมีฉากที่เราต้องร้องไห้
แล้วเราจะใส่คอนแทคเลนส์อยู่ตลอดเวลา
พอเรามีน้ำตาแต่ คอนแทคเลนส์ก็ดูดไปหมดเลย
ก็ต้องพยายามทำอารมณ์ต่อ
สุดท้ายเราก็ต้องถอดคอนแทคเลนส์ออก
แล้วก็จะเข้าถึงอารมณ์ของตัวละครที่มันมากขึ้น
ซึ่งถามว่ามันเป็นปัญหาไหม
มันก็ไม่ได้เป็นปัญหามากแต่มันเป็นความยากของตัวละคร
ตัวละครตัวนี้มันแวดล้อมไปด้วยนักแสดงคับคั่ง
คือตัวเลี่ยมเป็นตัวจัดงานแต่ขณะเดียวกันเวลาที่มาร่วมเฟรมกัน
มีทั้งเลี่ยม ปรียา เสี่ยเล้ง คนอื่นๆ
ที่เป็นตัวสำคัญๆ
เพราะฉะนั้นเลี่ยมก็สามารถจะจมหายไปในการแสดงได้เกือบทุกฉาก
เราก็ต้องพยายามเล่นให้น้ำหนักมันเท่ากับคนอื่น
ก็เป็นความยากอย่างนึงในภาพยนตร์เรื่องนี้
มีฉากประทับใจสำหรับพิชบ้างไหมสำหรับที่พิชเล่นมา
เป็นฉากที่ตัวเลี่ยมเองกำลังมองดูหายนะของงานที่เราตั้งใจจะจัดขึ้นให้กับพี่สาวที่เรารักอยู่
แต่ก็เกิดมีเหตุการณ์อื่นแทรกเข้ามาระหว่างนั้น
ซึ่งผมเชื่อว่าใครที่ได้ดูฉากนี้จะต้องรู้สึกเหมือนกับเรา
ทุกอย่างที่เราไม่ได้คิดเอาไว้
ไม่ได้วางคิวเอาไว้มันกลับเป็นอะไรที่พลิกไปได้เป็นอีกอย่าง
ซึ่งเรื่องราวมันสะท้อนให้เราได้เห็นมุมมองอะไรอีกหลายอย่างเกี่ยวกับความรัก
กับพี่สาวและน้องชาย
กับชีวิตคู่และคำว่าครอบครัว
มาเล่นเรื่องนี้เห็นสนิทกับนุ่นเลย
ร่วมงานด้วยกันเป็นอย่างไรบ้าง
พี่นุ่นคือดาราเจ้าน้ำตา
เราไม่เคยเจอนักแสดงคนไหนที่เป็นแบบนี้
กำลังอ่านบทอยู่หันไปดูอีกทีน้ำตาไหลออกมาเยอะมาก
เฮ้ยพี่นุ่นเป็นอะไรหรือเปล่า
แต่พอคัทปุ๊ปเขาก็จะร่าเริงสดใส
เวลาที่เราเห็นผู้หญิงคนนี้เขาเป็นคนไนซ์น่ารักมากๆ
ทั้งเวลานอกและในเวลางาน
พี่นุ่นเป็นคนที่มีวินัย
แล้วก็เวลาที่เล่นเขาตั้งใจมาก
ในขณะเดียวกันเขาก็จะเรียนรู้อะไรใหม่อยู่ตลอดเวลา
พี่นุ่นมักจะปรึกษาเรื่องภาษาเหนือกับพิช
ตรงนั้นตรงนี้พูดยังไง
เราก็ต้องเหมือนกับเป็นโค้ชให้
อันนี้ไม่ได้มันต้องต่ำกว่านี้นิดนึงนะ
มันก็เลยสนุก
เลยสนิทกับพี่นุ่นจากการสอนภาษาเหนือให้เขา
จริงๆ
ตัวพี่นุ่นเองเกิดที่เหนือแต่ไปโตที่กรุงเทพก็จะพูดไม่ค่อยเหมือนกับสำเนียงคนท้องถิ่นเท่าไหร่นัก
พอเขาฝึกสักพักเขาก็สามารถพูดได้ด้วยความที่เขาเป็นคนเหนืออยู่แล้ว
ประทับใจอะไรในตัวพี่นุ่นคนนี้บ้าง
พี่นุ่นเป็นคนที่ทำให้เรารู้สึกทึ่ง
คืออย่างที่บอกเราเห็นเขาทำงานหนักมาก
บทบาทที่เขารับหนักกว่าเรามากๆ
มีอยู่วันนึงเขาร้องไห้ตั้งแต่บ่าย 3
โมงจนถึงเกือบ 1
ทุ่มเขาก็ร้องอยู่อย่างนั้นไม่หยุด
ไม่รู้ไปเอาน้ำตามาจากไหนตัวแค่นี้เอง
เราก็รู้สึกว่าที่เขาร้องไห้เป็นเพราะเขาเซนซิทีฟหรือเปล่า
เป็นเพราะเขาเป็นคนอ่อนไหวหรือเปล่าพอมาดูจริงๆ
เขาก็เป็นคนปรกติ
แต่นั้นคือความสามารถในการแสดงของเขา
มันมาจากการทำสมาธิ
การตีความเข้าใจกับบทที่ค่อยๆ
ออกมาจากตัวเขาเอง
ซึ่งเราทึ่งในการแสดงในตัวเขามาก
เรารู้สึกว่าเขามีประกายของนักแสดงที่เป็นมืออาชีพมาก
อยากเอาอย่างเขา
แล้วทำงานร่วมกับพี่เจมส์ล่ะเป็นอย่างไร
พี่เจมส์เขาจะเป็นคนที่มาในมาดนิ่งๆ
มาถึงก็จะพูดน้อย เป็นคนใจดี
แล้วพอพูดไปเรื่อยๆ
เขาก็จะมีฮามีปล่อยมุกมีเรื่องตลกๆ
มาเล่าให้ฟังในกอง
แล้วพอถึงเวลาเขาจะเป็นคนที่มีสมาธินิ่งมากๆ
พอจะถึงซีนอารมณ์เขาก็จะเป็นคนที่ต่อบทเอาเอง
ทั้งที่กล้องมารับหน้าพี่นุ่น
แต่เขาก็จะต่อบทให้เอง
เหมือนกับว่าเขาจะมีสมาธิอยู่ในบทตลอดเวลา
บางทีเราเห็นเขาไม่ได้อยู่ในฉาก ใกล้ๆ
กันนั้นเราก็จะเห็นเขาไปยืนทำสมาธินิ่งของเขาอยู่
แล้วพอเขามาเล่นมันมีความเป็นธรรมชาติ
ตอนที่เราอ่านบทเราก็ไม่รู้ว่าใครจะมาเล่นเป็นเสี่ยเล้ง
พอเราเห็นว่าเป็นพี่เจมส์เรืองศักดิ์
พอดูเขาเล่นเราก็เห็นเสี่ยเล้งที่เป็นตัวหนังสือมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ
ประทับใจอะไรในการแสดงของเจมส์บ้าง
คือเรียกว่าเป็นความเซอร์ไพร์สแล้วกัน
เพราะเราไม่เคยฟังพี่เจมส์พูดใต้เลยจนกระทั่งมาหนังเรื่องนี้
เรื่องนี้ได้ฟังคนพูดทั้งเหนือทั้งใต้ซึ่งเราได้เห็นความแตกต่างของภาษา
ซึ่งเราได้เห็นว่าพี่เจมส์เป็นคนที่พูดใต้แล้วดูหล่อ
ดูแล้วยังมีความเท่ห์ของเขาอยู่
ร่วมงานกับอาตุ่ย (พุทธชาต พงศ์สุชาติ)
เป็นยังไงบ้าง
ร่วมงานกับอาตุ่ยนี่ โห..ตลกมากครับ
อาตุ่ยจะเป็นคนที่อารมณ์ดีตลอดเวลา
เขามีอารมณ์ขำ รู้ว่าคุยกับคนนี้แล้วคนนี้จะขำ
สามารถที่จะทำให้คนนี้ตลกได้
แล้วเขาเป็นคนที่เกิดที่ลำปางแล้วก็ไปโตที่นราธิวาส
ดังนั้นทั้งภาษาเหนือและภาษาใต้เขาจะได้ทั้งคู่
แล้วทีนี้พูดกันไปพูดกันมา
ก็กลายเป็นพูดเหนือสำเนียงทองแดง (หัวเราะ)
แล้วในเรื่องอาตุ่ยเล่นเป็นน้าอร
น้าอรเขาไปทำโบท็อกมา
พอเราเล่นเข้าฉากกับอาตุ่ยพอเห็นหน้าก็จะขำแต่เราก็ต้องกลั้นเอาไว้เพราะอาตุ่ยจะทำหน้ายิ้มอยู่ตลอดเวลา
ถึงแม้ว่าเขาจะทำหน้าอย่างนั้น
แววตาหรือการแสดงของเขาก็ทำออกมาได้ดีมากๆ
น่าทึ่งมา
เขาสามารถส่งอารมณ์ให้เราโดยที่ทำให้เรารู้ว่า
เออ ไอ้ตัวที่ยิ้มมันเป็นแค่โบท็อกจริงๆ นะ
แววตาหรือความห่วงใยความรักหลานของน้าอรมันส่งมาถึงเราจริงๆ
แล้วเราสามารถจะรู้สึกได้
มาถึงพี่ลิฟท์บ้าง ทำงานกับพี่เขาเป็นยังไง
พี่ลิฟท์เป็นผู้ชายที่ร่าเริง
เป็นคนที่อารมณ์ดีเป็นคนไนซ์น่ารักสุภาพ
เวลาที่เขาทำงานเรารู้สึกเหมือนกับว่าเขาไม่ได้เล่นอยู่
เขาเป็นธรรมชาติมาก
อันนี้ก็จะเหมือนพี่เจมส์ตอนที่เราอ่านบทเราก็จะไม่รู้ว่าใครจะมาเล่นเป็นพี่เป็ก
แต่พอพี่ลิฟท์มาเล่นแล้วเราเห็นพี่เป็กจริงๆ
เออเข้าใจแล้วว่าทำไมพี่มะเดี่ยวถึงเลือกพี่ลิฟท์มารับบทเป็นพี่เป็ก
เพราะว่าเขามีความเป็นคนๆ นี้อยู่
แล้วเวลาพูดมันมีความเป็นธรรมชาติ
เรารู้สึกดีที่ได้ร่วมงานกับเขา
เขาเป็นคนที่ใจดี
อย่างเวลาที่เรากำลังทำอารมณ์กำลังจะร้องไห้
เขาก็จะมาบอกว่าอย่าไปเกร็งนะค่อยๆ สบายๆ
เขาก็จะใจดีสอนเราอะไรหลายๆ
ถึงแม้ว่าจะเป็นการเจอกันแค่ไม่กี่ฉากเท่านั้น
เรื่องนี้เราพูดถึงความรัก ความผูกพัน
ความทรงจำ
ส่วนตัวของพิชมีความทรงจำอะไรที่ยังประทับใจอยู่บ้าง
สำหรับความทรงจำที่เราประทับใจ
ก็คงจะเป็นช่วงเวลาที่เราอยู่ที่เชียงใหม่
ชีวิตของการเรียน
ได้อยู่กับเพื่อนได้สนุกสนานกับเพื่อนได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขอะไรต่างๆ
หรือว่าได้อยู่กับคนรอบข้างไม่ว่าจะเป็นครอบครัวหรือว่าญาติพี่น้อง
ทั้งหมดนี่ก็เป็นความทรงจำที่เราประทับใจ
พอเราต้องไปเรียนที่กรุงเทพมันก็เป็นสิ่งที่เรานึกถึงอยู่ตลอดเวลา
แล้วพอเราได้กลับมาเล่นหนังเรื่องนี้
มันทำให้เรารู้สึกว่าบรรยากาศต่างๆ
ความรู้สึกต่างๆ มันได้กลับคืนมาอีกครั้งนึง
เวลาที่เราได้เข้าฉากกับเพื่อนหรือตัวประกอบอื่น
ที่เขาก็เป็นน้องๆ จากมช. เราก็รู้สึกว่าเออ
เหมือนเราได้อยู่กับเพื่อนเราจริงๆ
เหมือนเขาเป็นเพื่อนเราจริงๆ
เราได้อยู่กับพี่นุ่นเราก็รู้สึกเหมือนกับว่าเขาเป็นพี่สาวของเราจริงๆ
ในชีวิตจริงวัยเด็กเราก็มีพี่สาวที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกันแล้วก็สนิทกันแบบนี้
มันเรียกความทรงจำบางอย่างกลับมาแล้วเราก็เอามาใช้กับหนังเรื่องนี้ได้
แล้วมันก็เป็นความประทับใจมันทำให้เรานึกถึงเขา
อย่างเมื่อวานถ่ายเสร็จก็โทรหาพี่สาวถามว่าเป็นยังไงบ้างอะไรอย่างนี้ครับ
ความหมายของคำว่าบ้านในความรู้สึกของพิชเป็นยังไง
สำหรับพิชคำว่าบ้านคือ
มันไม่ใช่บ้านอิฐบ้านปูนที่ก่อสร้างขึ้นมาแล้วจับคนลงไปอยู่ในนั้น
คือถ้าสร้างขึ้นมาแล้วเอาคนไปอยู่ในนั้น
ทุกคนไม่มีความสัมพันธ์ ไม่มีความรัก
ไม่มีความรู้สึกดีๆ
ต่อกันมันก็ไม่อาจจะเรียกได้ว่าบ้าน
ดังนั้นความรู้สึกของพิชคำว่าบ้านคือที่ไหนก็ได้
เวลาไหนก็ได้
ที่รอบข้างของเรามันแวดล้อมไปด้วยคนที่เขารักและก็เข้าใจเรา
แล้วเรารู้สึกอุ่นใจ
วันไหนที่เราล้มวันไหนที่เรามีปัญหาคนเหล่านี้จะคอยอยู่ข้างเรา
นี่ก็คือความหมายของคำว่าบ้าน
แล้วนิยามความรักของพิชมีบ้างไหม เป็นอย่างไร
สำหรับความหมายของคำว่ารักในความรู้สึกของพิช
ณ
เวลานี้มันก็คงจะเป็นความรู้สึกอะไรบางอย่างที่เรารู้สึกดีกับใครคนนึงหรือสิ่งใดสิ่งนึง
หรือเหตุการณ์อะไรก็ตาม
อย่างพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนแล้วกัน
อย่างคนรักกันบางทีมันอาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ด้วยกันตลอดก็ได้
ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน ไม่ว่าเราจะเป็นยังไง
มันสามารถส่งถึงกันได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องมาอยู่ร่วมกัน
ความรักมันคือสิ่งที่เป็นอะไรบางอย่างที่ลอยอยู่ในอากาศแล้วมันมีอยู่ตลอด
อยู่ที่ว่าเรามองเห็นมันหรือเปล่า
บางทีเราอาจจะมองผ่านมันไปก็ได้
ส่วนตัวของ พิช
มีมุมมองอะไรเป็นพิเศษสำหรับคำว่าครอบครัวหรือเปล่า
สำหรับมุมมองของพิชที่มีต่อครอบครัว
พิชมองว่ามันเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
มันไม่ได้อยู่ที่ว่า เราจะเจอกันบ่อยแค่ไหน
เราจะรู้จักกันหมดทุกเรื่องทุกมุมมองหรือเปล่า
แต่ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ครอบครัวจะต้องมีก็คือการสื่อสาร
คือความสัมพันธ์ระหว่างกัน
อย่างทุกวันนี้เราอยู่ไกลบ้านมาก
แต่ว่าเรายังรู้สึกเหมือนเราอยู่บ้านตลอดเวลา
เพราะเรายังโทรศัพท์พูดคุยติดต่อกับคนที่บ้านอยู่
ซึ่งสิ่งเหล่านี้แหละเหมือนเส้นบางๆ
ที่เรามองไม่เห็น
ที่มันเชื่อมกันอยู่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนไม่ว่าเราจะอยู่ต่างประเทศ
เขาไปทำอะไรอยู่ที่ไหนแต่เรายังติดต่อกันสื่อสารกัน
มีการโทรมาถามว่าเป็นยังไงบ้าง
มีปัญหาอะไรหรือเปล่า ช่วงนี้เหนื่อยไหม
แค่นี้มันก็เป็นสายใยบางอย่างที่เชื่อมครอบครัวเอาไว้ด้วยกันไม่ว่าเราจะอยู่ไกลกันขนาดไหนอยู่แล้ว
ผลตอบรับจากแฟนคลับหลังจากที่รู้ว่าเรามาเล่นเรื่องนี้เป็นอย่างไรบ้าง
ก็ดีใจมากครับที่ทราบว่า
แฟนคลับให้การสนับสนุนในการแสดงครั้งนี้ของพิช
พอวันที่เปิดกล้องมีภาพข่าวออกไปแฟนคลับเห็นเราเปลี่ยนลุคอะไรต่างๆ
ทุกคนก็ดีใจเห็นพิชเปลี่ยนลุคจะเป็นยังไง
อย่างเรื่องที่ผ่านมาเราก็เปลี่ยนลุคไว้ผมยาวไว้หนวดอะไรแบบนี้
คราวนี้ก็มาย้อมผม ทำตัวเลี่ยมๆ
ก็รู้สึกดีรู้สึกว่าแฟนๆ ก็จะได้เห็นอะไรใหม่
เห็นของชิ้นใหม่
เห็นงานชิ้นใหม่ที่มันไม่ซ้ำเดิม
แล้วเราก็อยากให้มันเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ
หนังเรื่องต่อไปก็อยากเปลี่ยนคาแรกเตอร์อย่างนี้อีก
แฟนๆ ก็ตั้งตารอแล้วก็อยากดู ซึ่งตัวพิชเอง
พิชก็ภูมิใจนำเสนอเรื่องนี้จริงๆ
เพราะรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่เราอ่านบทแล้วเราชอบ
เราอ่านบทแล้วมันสนุกมันเป็นหนังที่แฮปปี้มาก
เวลาที่ได้มาถ่าย
แวดล้อมไปด้วยทีมงานที่มืออาชีพเก่ง
แล้วเรารู้สึกว่าเราอยากให้คนดูหนังเรื่องนี้จริง
ทุกเรื่องที่ผ่านมาพิชจะมีส่วนร่วมในการทำเพลงประกอบอยู่แล้ว
แล้วหนังเรื่องนี้เราจะได้เห็นผลงานเพลงจากพิชด้วยไหม
จริงๆ แล้วเหมือนเป็นลายเซ็นของเราเลยเนอะ
พอไปเล่นหนังเรื่องไหนก็จะต้องมีเพลงที่เราร้องหรือเพลงที่เราแต่ง
หรือทั้งแต่งทั้งร้องอยู่
อย่างในหนังเรื่องนี้ก็มีเหมือนกันแต่ก็จะมีอยู่เพลงนึงที่ผมไม่ได้ร้องเอง
อันนี้จะแต่งเพื่อให้น้องๆ
สองคนน้องเบสบอลกับน้องขนุนที่มงฟอร์ดร้อง
ซึ่งน้องมีความสามารถ
อย่างน้องขนุนเล่นกีต้าร์ร้องเพลงได้
ส่วนน้องเบสบอลก็ร้องเพลงเก่งมากๆ
ซึ่งพอวันที่ซ้อมเนี่ยเราแต่งเพลงไปแล้วน้องเขาก็ร้องออกมาเราได้เห็น
นี่เป็นครั้งแรกที่คนถ่ายทอดเพลงที่เราเขียนแล้วเรารู้สึกประทับใจมากๆ
เพราะว่าน้องเขาถ่ายทอดออกมาได้ดีกว่าเราด้วยซ้ำทั้งที่เป็นคนแต่งเอง
เราได้เห็นน้องเขาตีความในแบบเด็กๆ
มันมีความใสมันมีความบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่ในนั้น
แล้วเรารู้สึกว่าเพลงเพราะจังเลยใครแต่งเนี่ย(หัวเราะ)
ก็รู้สึกดีที่ผลงานของเราจะได้มาอยู่ในหนังที่เราเล่นอีกแล้ว
ซึ่งเป็นอีก 1 เพลงที่อยากจะให้ฟัง
มันพูดถึงความรักที่บางครั้งจบไปแล้ว
แล้วหวังก็ให้มันเกิดขึ้นใหม่
สุดท้ายอยากจะฝากผลงานอะไรกับผู้ชมบ้าง
ก็อยากจะฝากผลงานเรื่อง Home ความรัก ความสุข
ความทรงจำ มันเป็นภาพยนตร์ที่เหมือนชื่อ
มันสร้างมาจากความรัก สร้างมาจากความรู้สึก
จากความทรงจำ
พิชเชื่อว่ามันเป็นเหตุการณ์ที่ใครหลายๆ
คนอาจจะเคยเจอ เคยสัมผัสแบบนี้มา
แล้วก็พูดถึงชื่อโฮม มันพูดถึงคำว่าบ้าน
การที่คนเราอยู่ร่วมกัน พึ่งพาอาศัยกันในหลายๆ
แง่มุม พิชเชื่อว่าทุกๆ คนจะรักหนังเรื่องนี้
แม้แต่ตัวเราเองอ่านบทแล้วก็ลงไปเล่นจริงๆ
เรายังรู้สึกรักหนังเรื่องนี้จริงๆ
แล้วก็ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้นอกจากจะเห็นพิชเปลี่ยนลุคแล้ว
ก็ยังมีนักแสดงอื่นๆ
อีกคับคั่งไม่ว่าจะเป็นพี่ต่าย-เพ็ญพักตร์
พี่นุ่น พี่เจมส์ พี่ลิฟท์
มีเสียงหัวเราะมีสีสัน หรือเป็นอาตุ่ย
หรือพี่แมว จารุณี หรือว่านักแสดงใหม่ๆ
ที่เชื่อว่าฝีไม้ลายมือไม่แพ้มืออาชีพเลย
ก็ยังไงก็อยากจะฝากพี่ๆ เพื่อนๆ
นักแสดงกลุ่มนี้เอาไว้ด้วยกับภาพยนตร์เรื่องนี้
นอกจากนี้ยังมีเพลงประกอบหนังที่เรียกได้ว่าเพราะและถ่ายทอดเรื่องราวเสริมบรรยากาศขององค์ประกอบต่างๆ
ของหนังให้มันสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
และเชื่อว่าถ้าทุกคนได้ดูหนังเรื่องนี้จะต้องมีความสุข
มันเรียกความทรงจำดีๆ หลายๆ อย่างกลับมาได้
ดังนั้นไปดูกันเยอะๆ ครับ โฮม ความรัก ความสุข
ความทรงจำครับ
|
|



|
|
|
มะเดี่ยว ทำเซอร์ไพรส์เพลงประกอบภาพยนตร์ Home
ความรัก ความสุข ความจำ
ดึง ป๊อด โมเดิร์นด็อก ร่วมแต่ง และ พิช ออกัส
ร่วมขับร้อง
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 12 มีนาคม 2555 |
|

|
Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ
ภาพยนตร์โรแมนติก ดราม่า ผลงานกำกับของ
มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล
ที่เตรียมต้อนรับทุกคนเดินทางสู่บ้าน 29
มีนาคมนี้
และแน่นอนภาพยนตร์เรื่องนี้จะขาดบทเพลงประกอบภาพยนตร์ไปไม่ได้เลย
ด้วยความสามารถพิเศษเฉพาะตัวของ มะเดี่ยว
ผู้กำกับ และนักแสดงอย่าง พิช วิชญ์วิสิฐ
หิรัญวงษ์กุล
ที่เคยฝากผลงานเพลงประกอบภาพยนตร์จากเรื่อง
รักแห่งสยาม และยังคงไพเราะอย่างมิรู้ลืม
โดยการันตีความตรึงใจจากหลายสถาบันและเป็นบทเพลงที่ถูกเปิดบ่อยที่สุด
และถูกกล่าวถึงไปทุกคลื่นเพลง ณ เวลานั้น
หลายๆคนคงได้ฟังเพลง วันที่สวยงาม
เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้
ที่คว้าศิลปินขวัญใจวัยรุ่นอย่าง ป๊อด
โมเดิร์นด็อก มาร่วมแต่งเพลง และขับร้องโดย
น้องพิช วิชญ์วิสิฐ ซึ่งมะเดี่ยว ผู้กำกับ
เล่าถึงความเซอร์ไพรส์สุดพิเศษกับเพลงประกอบภาพยนตร์ในครั้งนี้ว่า
เพลงประกอบของหนังเรื่องนี้มีความหลากหลาย
มีทั้งเพลงที่พิชแต่งเองชื่อเพลง ผ่านเลยไป
เพลงที่เล่าเรื่องของหนังเรื่องนี้ทั้งหมด
และที่พิเศษเป็นอันดับแรกคือเพลง วันของเรา
ของวง soul after six ที่เอามา cover
ใหม่โดยวงออกัส และก็พิเศษมากๆ คือมีเพลง
วันที่สวยงาม เป็น original soundtrack
ของหนังเรื่องนี้ที่พี่ป๊อด โมเดินร์ด็อก
ให้เกียรติมาแต่งให้กับเรา
และเพลงนี้น้องพิชเป็นคนร้อง
ซึ่งเราดีใจและภูมิใจมาก
เพราะว่าพี่ป๊อดเป็นไอดอลของเรามาตั้งแต่ไหนแต่ไร
และก็ใฝ่ฝันจะร่วมงานกันมานาน
ฟังครั้งแรกก็ชอบเลย
และเร็วๆนี้คงได้ชมมิวสิควิดีโอ
วันที่สวยงาม
ที่มะเดี่ยวขอยกกองไปถ่ายทำกันใน
รันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ โดยมีน้องพิช
วิชญ์วิสิฐ ร่วมถ่ายทอดอารมณ์เพลงรัก
และเล่าถึงเบื้องหลังของมิวสิควิดีโอครั้งนี้ว่า
สำหรับความหมายของเพลง วันที่สวยงาม
จะพูดถึงความรัก และความรู้สึกดีๆของคนคนนึง
มองเห็นเขาเป็นเหมือนท้องฟ้า เป็นท้องทะเล
เปรียบเหมือนวันที่สวยงาม
ซึ่งมันจะสอดคล้องกับภาพยนตร์เรื่องนี้
ที่จะเล่าถึงเรื่องราวความประทับใจ
ตัวละครก็จะได้พบกันในวันที่สวยงามครับ
โดยวันนี้ก็มาถ่ายทำในรันเวย์ ของสนามบิน
พิชเองยังไม่เคยเข้ามาในนี้เลยครับ
เพราะที่นี่ไม่ได้เข้ามากันง่ายๆ
ยากเหมือนกันนะ แดดไม่ค่อยมีเท่าไหร่นะ
ก็กังวลว่าภาพออกมาจะสดใสพอไหม
แต่พอถ่ายภาพออกมาแล้วสวยงามมาก
ยังไงฝากติดตามชมมิวสิควิดีโอเพลงนี้ด้วยนะครับ
และติดตามชมภาพยนตร์เรื่อง Home ความรัก
ความสุข ความทรงจำ ด้วยเช่นกันครับ
ติดตามชมมิวสิควิดิโอเพลง วันที่สวยงาม
เพลงประกอบภาพยนตร์ Home ความรัก ความสุข
ความทรงจำ ได้ก่อนใครที่
www.facebook.com/sahamongkolfilmint หรือ
www.youtube.com/sahamongkolfilmint
MV เพลง วันที่สวยงาม
http://www.youtube.com/watch?v=o4UgqAhsIu0
Home พร้อมที่จะจูงมือทุกคนกลับไปยัง บ้าน
ที่เต็มไปด้วยชีวิตและความรู้สึกจุดเริ่มต้นของความรัก
ความสุข หรือแม้แต่ การสูญเสีย
แต่ทว่าอบอุ่นเกินกว่าที่จะลืมเลือนได้ 19
เมษายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ |
|







|
|
|
มะเดี่ยว ชูเกียรติ นำเสนอ รัก ครั้งใหม่
ที่ต้องใช้ทั้งหัวใจ และประสบการณ์ตลอดครึ่งชีวิต
ถ่ายทอดสู่ Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 14
มีนาคม 2555 |
|

|
Home ความรัก
ความสุข ความทรงจำ
อีกหนึ่งภาพยนตร์รักสุดซึ้ง
โดยผลงานกำกับล่าสุดของ มะเดี่ยว-ชูเกียรติ
ศักดิ์วีระกุล (ภ.รักแห่งสยาม)
ที่หยิบยกเรื่องราวความรักจากประสบการณ์ของคนรอบๆ
ตัว ในความทรงจำของมะเดี่ยวผู้กำกับ
นำเสนอมุมมองความรักที่หลากหลายถ่ายทอดสู่ภาพยนตร์รักครั้งล่าสุด
พร้อมทั้งดึงนักแสดงซุปตาร์ร่วมถ่ายทอดห้วงทำนองแห่งรัก
โดย ต่าย-เพ็ญพักตร์, เจมส์-เรืองศักดิ์,
นุ่น-ศิรพันธ์, ลิฟท์-สุพจน์, พิช-วิชญ์วิสิฐ
และนักแสดงฝีมือคุณภาพอีกมากมาย ซึ่งมะเดี่ยว
ผู้กำกับเล่าถึงความเป็นมา
และแรงบันดาลใจของภาพยนตร์รักครั้งนี้ว่า
หลังจากหนังรักแห่งสยามเสร็จก็คือได้ทำหนังสั้น
ทำไปทั่วเรื่อยๆ กันไป แล้วตอนนี้เราอายุ 30
ปีแล้ว ถ้าเป็นทั่วๆ
ไปในชีวิตการทำงานเขาคงเรียกว่าเป็นแบบครึ่งชีวิต
มันเหมือนกับว่ามันมีเรื่องราวเยอะที่เราอยากจะเล่า
โดยปกติเราจะชอบเขียนบันทึก
เขียนอะไรแบบเรื่องของคนนั้นคนนี้ที่เราได้เจอมาใน
เราพูดถึงผู้คน เหตุการณ์
สถานที่ที่เราจดจำได้ในชีวิตเราที่เราไม่ลืม
หลายคนได้จากเราไป หลายคนยังมีชีวิตอยู่
แล้วก็ยังอยู่กับเราอยู่ตอนนี้
หนังที่ทำมาทุกเรื่องก็มีแรงบันดาลใจที่เราไปเจอมาในชีวิตจริง
เพียงแต่ว่าตอนเป็นรักแห่งสยาม
คล้ายกับว่ามันเป็น fiction มีความเป็นนิยาย
มีความประโลมโลกอยู่เยอะ
แต่อันนี้จะมีส่วนผสมของความที่เรียกว่ามันจริง
realistic คือพอเราโตขึ้นความเพ้อฝัน
ความโรแมนติก
ที่มันเคยอยู่ในชีวิตเรามันก็จะน้อยลง
เราจะมองโลกในแง่ของความจริงมากขึ้น
ในแง่ที่มันเกิดขึ้นเพราะเหตุใด
สิ่งที่มันมากระทบชีวิตเรามันมีเหตุและผล
และมันนำพาเราไปสู่สิ่งนั้นสิ่งนี้
และสิ่งที่
มะเดี่ยวผู้กำกับต้องการนำเสนอถึงเรื่องราวความรักนั้นล้วนเป็นความรักที่ต้องใช้หัวใจในการมองเห็น
และเข้าใจรักให้มากขึ้น
ไม่ว่าความรักจะเกิดขึ้นอย่างไร
หากต้องสูญเสียความรักไป
สุดท้ายเราจะคงเก็บรักษารักเอาไว้อย่างไร
พร้อมทั้งให้นิยามความหมายของ Home
ในภาพยนตร์ครั้งนี้ว่า
สิ่งที่ต้องการจะนำเสนอ
คืออยากจะบอกว่าชีวิตคนมันไม่ได้มีแค่เรื่องโศกเศร้า
และก็ไม่ได้มีแค่เรื่องตลกสนุกสนาน
นี้คือหนังที่รวมทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ด้วยกัน
ครบทุกรส มีทั้งแบบอบอุ่นใจ
ร้องไห้เป็นเผาเต่า
หัวเราะครื้นเครงมันอยู่ในนั้นหมด
มันคือชีวิตประสบการณ์จากผู้คนรอบข้างที่ผ่านมาของเรามีทุกด้าน
ทุกความรู้สึก
อยากจะสื่อความหมายของความรักว่า จริงๆ
แล้วเราไม่มีทางรู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเรา
แต่เรามีเวลา ณ ปัจจุบันนี้
เราควรใช้ชีวิตให้มีความสุข
ที่สำคัญเราอย่าคาดหวังไม่ว่าจะดีหรือร้าย
เราต้องทำตรงที่ยืนให้ดีที่สุด
และถ้าถามว่าทำไมต้องบ้าน ส่วนตัวแล้วคำว่า
Home หรือบ้าน ของเรา คือ
ความรู้สึกที่ได้อยู่บ้าน ได้อยู่กับครอบครัว
อยู่กับคนที่เรารัก ได้อยู่ในที่ๆ ปลอดภัย
ทุกที่ในหนังทุกเรื่องหรือว่าผู้คนที่เราผูกพันในหนังเรื่องนี้
มันทำให้เรารู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน
คนที่เรารัก เพื่อน พ่อแม่
หรือพี่น้องอะไรต่างๆ นานา
มันเป็นเรื่องของคนเหล่านี้
ซึ่งมันอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับบ้าน
แต่ว่าจริงๆ
แล้วมันคือความรู้สึกเกี่ยวกับผู้คนที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้อยู่ในบ้านมากกว่า
ร่วมค้นหาคำตอบด้วยหัวใจคุณเองในภาพยนตร์เรื่อง
Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ
ผลงานกำกับโดย ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล
ภาพยนตร์รักสุดซึ้งที่จะทำให้ทั้งหัวใจ...รู้สึก
และ สัมผัสถึง รัก ไปทั่วทุกโรงภาพยนตร์ 19
เมษายนนี้
|
|
|
เจมส์ เรืองศักดิ์ ทำ นุ่น ศิรพันธ์
ร้องไห้กลางกองถ่ายโปสเตอร์
Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 19 มีนาคม 2555 |
|

|
เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่มีเหล่านักแสดงคุณภาพมารวมตัวกันในเรื่อง
Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ
ผลงานกำกับของ มะเดี่ยว ชูเกียรติ
และเมื่อไม่นานมานี้ได้ยกทีมเหล่านักแสดงรุ่นใหญ่
และรุ่นใหม่
มาถ่ายโปสเตอร์ประกอบภาพยนตร์ครั้งนี้
นำทีมนักแสดงรุ่นใหญ่โดย เจมส์-เรืองศักดิ์
ลอยชูศักดิ์, นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา
และพิช-วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล
ร่วมด้วยนักแสดงรุ่นใหม่อย่าง มาร์ช-จุฑาวุฒิ
ภัทรกำพล, แจ็ค-กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณา,
อั้ม-ณัฐพงษ์ อรุณเนตร์ และเร็กเก้-ทิพปภา
แซ่โง้ว
ซึ่งบรรยากาศของการถ่ายโปสเตอร์ภาพยนตร์ในครั้งนี้
สนุกสนานเฮฮาเป็นอย่างดี
โดยเฉพาะตอนถ่ายรวมเซ็ทนักแสดงครบทุกคน
ที่แต่ละคนจะต้องถ่ายทอดอารมณ์ออกมาตีความหมายของรักที่แตกต่างกันออกไป
ก่อนที่จะถูกจับแยกถ่ายออกมาเป็นแต่ละคู่
เริ่มจากคู่ที่น่าจับตา
และเป็นไฮไลท์อย่างมากคือคู่ของ เจมส์
เรืองศักดิ์ และ นุ่น ศิรพันธ์
ที่ถูกสั่งให้ทำอารมณ์ซึ้ง เศร้าหมองหม่น
โดยสาวนุ่นยังอินกับบทปรียาไม่เลิก
เมื่อถูกสั่งประครองอารมณ์เศร้า
ก็สามารถเรียกน้ำตาออกมาได้เลยทันที
ทีมงานและนักแสดงรุ่นน้องเห็นแล้วก็อึ้งกับฝีมือทางการแสดงของนักแสดงสาวรุ่นพี่คนสวย
โดยนุ่นเล่าถึงเบื้องหลังการถ่ายโปสเตอร์เคล้าน้ำตาในครั้งนี้ว่า
วันนี้ก็ได้มาเจอพี่ๆ น้องๆ
รวมตัวอีกครั้งหลังจากปิดกล้องไปแล้วดีใจมากค่ะ
พวกเราก็มาถ่ายโปสเตอร์ร่วมกัน
โดยของนุ่นเองจะเป็นคู่สาวจิตตกกับหนุ่มเก็บกดคือไม่พูด
(หัวเราะ)
เริ่มถ่ายภาพหมู่รวมนักแสดงครบทั้งหมดก่อน
และก็ค่อยไล่มาคู่รักระหว่างพี่เจมส์กับนุ่นค่ะ
โดยเริ่มจากอารมณ์เศร้ากันก่อนเลย
เป็นอารมณ์ง้อแฟนให้มาคืนดีด้วย
แต่พยายามง้อเท่าไหร่ผู้ชายก็ไม่สนใจสักที
เราก็เริ่มคิดมาก เศร้า เสียใจ จนร้องไห้เลย
ซึ่งก็จะไปสอดคล้องกับคาแร็คเตอร์และเรื่องราวความรักของ
ปรียา กับเสี่ยเล้ง ในเรื่องนี้ค่ะ
ด้านหนุ่มเจมส์
จึงขอเล่าถึงธีมถ่ายโปสเตอร์ในครั้งนี้
พร้อมทั้งฝากถึงคู่รัก
และคนที่กำลังค้นหาความรัก ต้องเข้ามาชม Home
ความรัก ความสุข ความทรงจำ
ที่ให้แง่คิดกับทุกคนที่มีรักว่า
ภาพรวมของการถ่ายโปสเตอร์วันนี้เป็นการสื่อสารในเรื่องอารมณ์ความรักของแต่ละคู่
ซึ่งจะแยกอารมณ์กันหลากหลายเหตุผลของความรักครับ
โทนก็จะเป็นแนวอบอุ่น
ต้องติดตามโปสเตอร์หนังกันครับ
และก็อยากให้ติดตามชมภาพยนตร์เรื่องนี้
ผมคิดว่าได้แง่คิดดีๆและมุมมองดีๆ
ที่มะเดี่ยวผผู้กำกับ
พยายามจะถ่ายทอดสื่อสารผ่านทางตัวละครทุกตัว
ผมเชื่อว่ามุมมองที่ดีๆเหล่านี้จะทำให้ความรักของทุกๆคู่หรือทุกๆ
คนดีขึ้น
ก็ขอให้ทุกคนมาชมภาพยนตร์เรื่องนี้เยอะๆ 19
เมษายนนี้ครับ
ฝั่งหนุ่มพิช วิชญ์วิสิฐ
กลับฉายเดี่ยวไร้คู่ถ่ายภาพโปสเตอร์
จึงทำให้เสร็จเร็วกว่าคนอื่นทุกคน
แต่หนุ่มพิชก็ขออยู่ต่อเป็นกำลังใจให้ทั้งพี่ๆ
น้องๆ นักแสดง โดยเฉพาะน้องเร็กเก้ ทิพปภา
ที่ขับรถลงมาจากจังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่ตี 4
มาถึงกรุงเทพ
เพื่อถ่ายโปสเตอร์คู่กับหนุ่มอั้ม
ณัฐพงษ์ในครั้งนี้
แล้วต้องรีบบึ่งรถกลับบ้านที่เชียงใหม่ทันที
เพราะมีสอบแต่เช้า
ทีมงานขอยกนิ้วชื่นชมสปิริทของน้องเร็กเก้ในครั้งนี้อย่างมาก
ปิดท้ายด้วยคู่เพื่อนรักมัธยมมาร์ช จุฑาวุฒิ
กับแจ็ค กิตติศักดิ์
ที่ถึงแม้จะเป็นครั้งแรกของการถ่ายโปสเตอร์หนัง
แต่ก็โพสท่าทางได้อย่างคล่องแคล่ว
อย่างเป็นธรรมชาติ
เมื่อมีนักแสดงก็ต้องมีผู้กำกับ
งานนี้มะเดี่ยวขอแอบย่องมาเป็นกำลังใจให้กับเหล่านักแสดงในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ
ภาพยนตร์รักสุดซึ้ง หลากหลายเรื่องราวแห่งรัก
ที่จะทำให้คุณไม่ใช่รู้จักแค่รัก
แต่ให้รู้สึกรักมากขึ้น 19 เมษายนนี้
ทุกโรงภาพยนตร์
|
|
 




|
|
|
ลิฟท์ สุพจน์ ดีใจร่วมงานผู้กำกับ มะเดี่ยว
ครั้งแรก
อ่านบทปุ๊ป! ตัดสินใจรับบทมือที่สามทันทีในโฮมฯ
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 19 มีนาคม 2555 |
|

|
รู้จักกันมาก่อนหน้านี้ตั้งแต่สมัยเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่จังหวัดเชียงใหม่
เป็นรุ่นพี่-รุ่นน้องที่เพิ่งจะได้มีโอกาสร่วมงานกันครั้งแรกระหว่าง
รุ่นพี่ ลิฟท์ สุพจน์ จันทร์เรือง
กับรุ่นน้อง มะเดี่ยว ชูเกียรติ
ศักดิ์วีระกุล ในภาพยนตร์ล่าสุดเรื่อง Home
ความรัก ความสุข ความทรงจำ
เหตุเพราะเป็นรุ่นพี่สุดปลื้ม
และประทับใจฝีมือทางการแสดงของรุ่นพี่ลิฟท์มานานแล้ว
พอมีโอกาสจึงขอจีบรุ่นพี่มาร่วมแสดงในภาพยนตร์ครั้งนี้
ซึ่งหนุ่มลิฟท์
สุพจน์เองก็ห่างหายจากวงการแดงภาพยนตร์นานเกือบ
7-8 ปี นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างมาก
แค่อ่านปุ๊ป!ก็ตัดสินใจรับแสดงทันที
พร้อมทั้งยกนิ้วชมผู้กำกับรุ่นน้องมะเดี่ยว-ชูเกียรติ
เป็นคนทำงานรุ่นใหม่
มากฝีมือที่อนาคตไกลอย่างแน่นอน
มะเดี่ยวส่งบทมาให้ลองอ่านดู
พอได้อ่านแล้วรู้สึกว่าโทนหนังอบอุ่นดี
แค่ได้อ่านบทผมก็พร้อมเล่นเลยครับ
ไม่ต้องคิดอะไรมากมายเลย
ซึ่งเป็นครั้งแรกครับที่ได้ร่วมงานกัน
แต่กับตัวมะเดี่ยวเองก็เคยรู้จักกันมาบ้าง
เพราะว่าเป็นรุ่นน้องที่โรงเรียน
แล้วก็ได้ไปเจอกันตามงานต่างๆ
ได้พูดคุยกันมาเรื่อยๆ
จนได้มาร่วมงานกับมะเดี่ยวครั้งแรก
รู้สึกว่าเป็นผู้กำกับที่น่ารักดี
เป็นกันเองกับนักแสดง ไม่เครียดเท่าไหร่
จะเครียดในเรื่องโปรดักชั่น
แต่เขาจะพยายามไม่ทำให้บรรยากาศเสียงลง
เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีฝีมือ
และวางตัวอยู่ในวงการที่ดี
ถึงเวลาทำงานก็ทำงานจริงจัง
ดีครับอยากเห็นคนทำงานรุ่นใหม่เป็นแบบนี้
กับบทบาทที่ได้รับในภาพยนตร์ครั้งนี้
ถึงตัวละครจะมีคาแร็คเตอร์ที่ไม่หวือหวามากมายนัก
เป็นเพียงผู้ชายธรรมดา
ตอนเด็กเป็นอย่างไรโตขึ้นก็เป็นอย่างนั้น
เป็นผู้ชายนิ่งๆ เงียบๆ แต่หนุ่มลิฟท์ สุพจน์
บอกว่าเป็นอีกตัวละครที่ขาดไม่ได้เช่นกัน
นับว่าเป็นตัวละครสำคัญกับเนื้อเรื่องเป็นอย่างมากทีเดียว
ผมรับบท พี่เป๊ก เป็นผู้ชายที่อบอุ่น
เกิดและโตที่เชียงใหม่ เรียนที่นี่
ทำงานที่นี่
แล้วก็ช่วงสมัยวัยเรียนเป็นรุ่นพี่ที่น้องๆ
สาวๆ ชอบ โดยพี่เป๊กเคยเป็นแฟนเก่าของปรียา
ที่เล่นโดยน้องนุ่น - ศิรพันธ์
ตอนเรียนคบกันเป็นแฟนแต่พอดีว่าปรียาย้ายไปเรียนต่อที่กรุงเทพ
เราก็เลยห่างๆ กันไป
และก็ได้กลับมาเจอกันอีกทีในงานเลี้ยงสละโสดของปรียา
เรื่องราวและความรู้สึกที่เคยมีต่อกันมันก็หวนกลับมา
ก็เลยกลายเป็นจุดพลิกที่ทำให้เกิดความรู้สึกสับสน
เกิดเรื่องราวต่างๆ ในเรื่องนี้ขึ้น
เหมือนเป็นตัวที่ทำให้เกิดปมบางอย่างแบบไม่ได้คิดหน้าคิดหลังอะไร
ตอนที่อ่านบทและตัดสินใจเล่นเรื่องนี้
อ่านแล้วมันอินกับบทลุ้นกับเหตุการณ์
ลุ้นกับความรู้สึกของปรียา เสี่ยเล้ง
(เจมส์-เรืองศักดิ์), เลี่ยม (พิช-วิชญ์วิสิฐ)
แม้กระทั่งตัวพี่เป๊กเองถึงจะเป็นบทเรียบๆ
ไม่มีอะไรเด่นมาก แต่ก็ขาดไม่ได้เลยเหมือนกัน
ฉะนั้นบทพี่เป๊กเลยมีความสำคัญกับเนื้อเรื่องเป็นอย่างมากทีเดียว
Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ
ภาพยนตร์รักสุดซึ้ง ผลงานกำกับโดย ชูเกียรติ
ศักดิ์วีระกุล ที่จะทำให้คุณต้องใช้ทั้งหัวใจ
รู้สึก และสัมผัสถึงรักไปพร้อมๆ กัน 19
เมษายนนี้
หาคำตอบด้วยหัวใจคุณเองทุกโรงภาพยนตร์
|
|

|
|
|
บทสัมภาษณ์ แจ็ค กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณา รับบทเป็น
บีม
ในภาพยนตร์เรื่อง Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 20 มีนาคม 2555 |
|

|
แนะนำตัวทำความรู้จักกันก่อน
สวัสดีครับผมชื่อ แจ็ค กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณา
รับบทเป็น บีม ในเรื่องโฮม ความรัก ความสุข
ความทรงจำ
อธิบายถึงคาแร็คเตอร์ของบีม เป็นอย่างไร
คาแร็คเตอร์ของบีม
จะเป็นนักกีฬาบาสของโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย
บีมอยู่ม.3 ของโรงเรียนนี้
แต่ว่าย้ายโรงเรียนบ่อยจึงไม่ค่อยมีเพื่อน
นิสัยของบีมจะเป็นคนพูดเก่ง พูดมาก
มักจะขี้สงสัยในทุกๆ เรื่องเข้ากับคนง่าย
จนวันนึงเจอ เน (แสดงโดย มาร์ช จุฑาวุฒิ
ภัทรกำพล) ซึ่งเป็นรุ่นพี่ม.ปลาย
สองคนก็ได้มีโอกาสคุยกันในคืนหนึ่งของโรงเรียน
เลยทำให้สนิทกันเพียงระยะเวลาเพียงคืนเดียวเท่านั้น
คาแร็คเตอร์ที่ดูเด่นชัดของบีมคือ
พูดมากอย่างเดียวเลยเป็นคนชอบเล่าเรื่อง
อยากรู้อยากเห็นว่าเนเขาทำอะไรอยู่
เป็นเด็กร่าเริงแจ่มใส
และบีมก็ไปแอบชอบผู้หญิงคนนึงซึ่งเป็นเพื่อนกับเนครับ
เข้ามาแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ได้อย่างไร
ผมรู้จักกับพี่มะเดี่ยวมาก่อนหน้านี้อยู่แล้วครับ
พี่เขามาช่วยซ้อมวงโยธาวาทิต
ของโรงเรียนบดินทร์เดชา
แล้วเขาก็มาชวนให้เล่นหนัง ตอนแรกชวนเล่น MV
ก่อน
และก็มาถามว่าเล่นหนังไหวไหมก็เลยลองดูครับ
ตอนไปแคสติ้งผมต้องเล่นสื่ออารมณ์
ซึ่งเป็นฉากในหนังที่ต้องใช้อารมณ์มากที่สุด
ใช้อารมณ์ผ่านสายตา ต้องสื่อออกมาด้วยสายตา
วันที่ไปแคสติ้ง มีคนมาแคสบทเนพอดี
ก็เล่นคู่กัน
ตื่นเต้นมากเพราะเราไม่เคยเจอกันมาก่อน
ตอนทราบผลว่าถูกเลือกแสดงภาพยนตร์รู้สึกอย่างไรบ้าง
มีพี่ทีมงานโทรมาบอก ตกใจมากครับ
ตอนนั้นกำลังจะแข่งบาสของโรงเรียนกำลังวอร์มร่างกายพอดี
อยู่ๆ พี่เขาโทรมาบอกว่าได้เล่นหนัง
ก็เล่นหนังหรอตกใจเลย
แล้วก็วางไปเพราะแข่งบาสอยู่สมาธิไม่อยู่กับตัวชู๊ตไม่ลงเลย
(หัวเราะ) ดีใจมากครับ
ก่อนหน้านี้แจ็คเคยผ่านผลงานอะไรมาบ้าง
แสดง MV ของพี่โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เพลง
อยู่ที่ไหน โดยมีพี่มะเดี่ยวเป็นผู้กำกับครับ
แค่นี้เลย
แต่ผมจะทำกิจกรรมทางโรงเรียนเป็นส่วนใหญ่อย่างอยู่วงโยธาวาทิต
จะเล่นเครื่องดนตรี บาริโทน และทอมโบนครับ
บาริโทนจะเป็นเครื่องเป่าเวลาแข่งจะมี 2 อย่าง
คอนเสิร์ท คือพวกนั่งบรรเลง และมาร์ชชิ่ง
คือเดินแปรรูป หากผมเดินแปรรูปก็จะเป็นบาริโทน
ถ้านั่งบรรเลงก็จะเป็นทอมโบน
นอกจากนี้ก็เป็นนักกีฬาบาส ตำแหน่งการ์ดจ่าย
หรือตัวส่งบอลครับ
มีการเตรียมตัวเพื่อการแสดงภาพยนตร์ครั้งแรกในชีวิตของเราอย่างไรบ้าง
ฝึกเรียนการแสดงกับพี่มะเดี่ยว
ไปพร้อมกับพี่มาร์ชที่เล่นเป็นเน
ฝึกการใช้อารมณ์ว่าต้องเล่นยังไงควรทำอย่างไง
เวลาเจอสถานการณ์แบบนี้ ครั้งละ 3 ชม.ต่อวัน
ประมาณ 2 เดือนครับ
พี่มะเดี่ยวสอนเน้นในเรื่องแสดงอารมณ์
การใช้ควบคุมอารมณ์
ก็ถ้าเกิดเจอสถานการณ์แบบนี้ต้องทำยังไง
และหากเวลามีปัญหาทางการแสดงผมก็จะบอกพี่มะเดี่ยวตรงๆเลยครับว่าผมทำไม่ได้
พี่สอนผมหน่อย
ตัวละคร บีม
มีความเหมือนหรือแตกต่างจากตัวจริงของแจ็คบ้างไหม
แตกต่างเกือบทุกอย่างเลยนะ
ตัวจริงผมเป็นคนไม่ค่อยพูด
และมีเพื่อนเยอะแต่ไม่ค่อยพูด
ซึ่งในบทเป็นคนที่พูดมากและขี้สงสัย
ตัวจริงผมไม่ใช่อย่างนั้น
สิ่งที่เหมือนกันคือเป็นนักกีฬาบาสของโรงเรียน
มีแค่อย่างเดียวนอกนั้นก็แตกต่างหมดครับ
เปิดกล้องแสดงภาพยนตร์วันแรกครั้งแรกรู้สึกอย่างไรบ้าง
ช่วงแรกพี่มะเดี่ยวพาผมไปดูกองถ่ายเรื่องก่อนหน้าผม
ซึ่งเขาบอกว่าทำตัวให้ชินนะ
จนผมสนิทกับพวกพี่ๆ ในกอง
เปิดกล้องวันแรกก็ตื่นเต้นนิดหน่อยนะครับ
มีปัญหายากง่ายอย่างไรบ้าง
มันยากตรงที่เวลาเจอไฟจะเบลอไปหมดเลย
ผมเป็นคนที่เจอไฟส่องเข้าตาแล้วสมาธิเบลอไปหมดเลย
ที่ผมจำมาก็หลุดหมดเลย
อันนี้ผมแก้ด้วยตัวเองก็คือทำให้ชินครับ
ระยะเวลาการถ่ายทำจะถ่ายกันประมาณ 4 วัน
ส่วนใหญ่ถ่ายเป็นกลางคืน
เรื่องเวลานอนไม่ค่อยมีปัญหาเพราะปกติผมเป็นคนนอนดึกอยู่แล้วชอบดูบอล
ก็เลยไม่ซีเรียสเรื่องนอนดึกครับ
แต่ต้องใช้สมาธิมากกว่าการดูบอล ต้องใช้พูด
ใช้แรง ใช้สมาธิ วิธีแก้ของผมคือการหาอะไรทำ
เดินเล่น เดินดูบท ท่องบทไปเรื่อยๆ
กินน้ำของที่กอง
กินน้ำร้อนให้มันกระชุ่มกระชวยครับ
ร่วมงานกับพี่มะเดี่ยวเป็นอย่างไรบ้าง
ตอนแรกตื่นเต้น
ไม่คิดว่าพี่เขาจะเป็นร่าเริงเห็นบุคลิกครั้งแรกดูเป็นคนมาดเข้ม
จริงๆแล้วพี่มะเดี่ยวเขาเป็นคนร่าเริง ตลก
หัวเราะตลอดเวลา ตอนสอนการแสดงไม่เครียดเลย
เขาจะสอนไม่ให้เกร็งเวลาเล่นหนัง
แล้วพอเปิดกล้องจริงๆล่ะ
มีอยู่ฉากนึงผมเกือบร้องไห้ กดดันมากเลย
แค่บทพูดเปลี่ยนนิดนึงสลับตรงนั้นตรงนี้
ผมพูดไม่ได้ก็โดนพี่เขาชาร์ตเลย
น้ำตาเกือบไหลไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน
และก็กดดันด้วยเพราะว่าทุกคนรอเราอยู่(หัวเราะ)
วิธีแก้ปัญหาก็คือ
พี่มะเดี่ยวให้ผมออกไปทำสมาธิให้ยืนคนเดียวหลับตา
แล้วค่อยเข้ามาในฉากอีกรอบนึง
ก่อนหน้านี้เคยเล่น MV
ที่พี่มะเดี่ยวกำกับมาแล้ว
ก็ทำให้สนิทเหมือนพี่น้องกัน
แต่พอมาเล่นหนังแล้วเขากำกับมันคนละฟิวส์กันเลย
เขาเป็นคนที่ถึงเวลาจะจริงจังแบบสุดๆ
ผิดพลาดนิดนึงก็จะเริ่มใหม่ ก็จะกดดันมาก
พอผ่านฉากนั้นไปเหมือนขึ้นสวรรค์
รู้สึกฟินาเล่มาก (หัวเราะ)
ร่วมงานกับมาร์ช เป็นอย่างไรบ้าง
ตอนแรกก็เกร็งๆเพราะไม่รู้จักกัน
พอมาเรียนการแสดงก็ทำให้สนิทเหมือนเป็นพี่คนนึงของผม
ตอนไปเรียนการแสดงพี่มะเดี่ยวจะให้ผมกับพี่มาร์ชซ้อมตรงที่ไม่เข้าใจให้คุยกันเองซ้อมกันเอง
ถึงเวลาเขาก็จะไหนขอดูหน่อย
อยู่ที่เชียงใหม่ก็ทำให้รู้นิสัยพี่มาร์ชมากขึ้น
คือชอบมองผู้หญิง (555)
ส่วนผมไม่มองแต่จะคอยบอกว่าพี่มาร์ชคนนี้ดีกว่า
(555)
ส่วนตัวแล้วมีความประทับใจอะไรบ้างในภาพยนตร์เรื่องนี้
ผมประทับใจทีมงานทุกคนเต็มที่มาก
ส่วนใหญ่เรื่องราวของผมจะถ่ายแต่กลางคืนทุกคนจะอดหลับอดนอนกันหมดเลย
จะเริ่มถ่าย 6 โมงเย็นถึง 6 โมงเช้าทุกวันเลย
ทำให้รู้สึกว่าทุกคนเต็มที่มากเลยประทับใจครับ
สำหรับสถานที่ถ่ายทำเป็นที่โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย
ตอนกลางคืนยุงเยอะมาก(หัวเราะ)
ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวผมไม่ค่อยได้ออกไป
จะอยู่ซ้อมบทกับพี่มาร์ชในห้องมากกว่า
แต่บางทีพี่มาร์ชก็แอบหนีออกไปครับ(หัวเราะ)
แต่พี่มะเดี่ยวเขาก็พาไปกินข้าวซอย อร่อยชอบ
และถูกด้วย
เป็นการมาเชียงใหม่ครั้งแรกของผมครับ
ถ้าจะประทับใจก็ตรงที่เป็นหนังเรื่องแรกของผม
และยังมาถ่ายที่เชียงใหม่ด้วย
รู้สึกดีประทับใจมากครับ
ฉากที่รู้สึกว่าเป็นฉากพิเศษของแจ็คเลย
คือฉากเกี่ยวกับอะไร
ฉากชู๊ตบาส และต้องชู๊ตให้ลง
เป็นฉากสุดท้ายของวันนั้น
ซึ่งฉากนี้บีมจะต้องชู๊ตบาส
และให้พี่เนถ่ายรูป ต้องชู๊ตทำ 3 แต้ม
ผมก็ชู๊ตไม่ลงสักลูกเลย
จนพี่ทีมงานมายืนกดดันกันหมดเลย ช่างกล้อง
ช่างไฟ ทุกคนเต็มไปหมด ก็ยังชู๊ตไม่ลง
จนมีคนตะโกนบอกว่า เฮ้ยกูง่วง! (555)
จนสุดท้ายก็ชู๊ตลงซึ่งผ่านไปตั้ง 6 ลูก
สำหรับคนปกติแค่ 6 ลูกเอง
แต่สำหรับนักบาสมันตั้ง 6 ลูก
ซึ่งมันเสียชื่อนักบาสนะ และตอนนั้นเป็นเวลาตี
5 ผมก็หลับๆ ตื่นๆ ตามัวมาก เบลอไปหมด
พอชู๊ตลงปุ๊ป เฮ! เลิกกอง(หัวเราะ)
เขารอให้ลงปุ๊ปเลิกกองเลย
เรื่องราวของ เน กับ บีม
ทั้งสองคนจะต้องสนทนากันตลอดเป็นอย่างไรบ้าง
เป็นฉากแรกเลยที่ยาก
เป็นฉากที่ผมพยายามจะสนิทกับพี่เน
ก็จะเล่าเรื่องต่างๆที่ผมเคยทำมา คืออยากอวด
ซึ่งมันมีอยู่ 8 บรรทัดในบท
และตัวจริงผมไม่ใช่คนพูดมากเลย
ในบทมันเยอะไปให้ตายเหอะ มันหลายเทคมาก
เพราะบทเยอะเกินแต่ก็ผ่านมาได้
ฉากนั้นผมจะพูดเกี่ยวกับเรื่องรถกระดาษ
อยากอวดตัวเองว่าเก่ง
เคยพับรถกระดาษเป่าชนะคนอื่น
ยาวมากกว่าจะอ่านเสร็จก็นานเช่นกันครับ
ใช้เวลาถ่ายฉากนั้นนานไหม
ก็นานนะ
กล้องเขาจะตั้งไว้และปล่อยให้เราเล่นออกมา
ผิดเอาใหม่
ตั้งกล้องแล้วผมก็เดินพูดๆๆแล้วค่อยตัดไปอีกมุมนึง
น่าจะหลายเทคอยู่เพราะเป็นฉากที่ต้องพูดเยอะมาก
ประมาณ 6 เทคครับ
ช่วงวัยเรียนของแจ็ค เคยแอบรักใครสักคนไหม
เคยแอบชอบตอนม.1 ตอนนั้นผมขี้อายไม่กล้าเข้าไป
ปรึกษาเพื่อน เพื่อนก็บอกว่าเดินเข้าไปเลย
จนพอวันนึงโดนตัดหน้าไปก็เลยคิดว่าทำไมตัวเองไม่ทำตามที่เพื่อนบอกตั้งแต่แรกนะ
และผมเคยปรึกษาแม่ แม่บอกให้จำคำนี้ไว้
ด้านได้อายอด
แล้วพอผมเจอคนที่ผมชอบจริงๆผมก็เดินตรงเข้าไปเลย
ตอนนั้นยังเป็นอีเมล์ ก็เดินเข้าไปขออีเมล์เขา
เขาก็ให้แต่ให้วันละตัว ซึ่งยาวมาก 14 ตัว
และให้ผมมาเรียงเองด้วยจนได้มาจนครบ
เรียงเองเรียงเสร็จก็ประมาณ 14 เมล์ครับ
กว่าจะเสร็จเมล์นึงแต่พยายามมาก
แถมช่วงนั้นยังเป็นช่วงที่ลำบากที่สุดคือผมซ้อมวงโยธาวาทิตเลิกดึก
แล้วเขาจะออนเอ็มช่วง 2 ทุ่มถึง 3 ทุ่ม
แต่ผมเลิกซ้อมถึงห้าทุ่มเที่ยงคืนก็เลยลำบากตรงนี้ครับ
คำว่า เพื่อน ในความหมายของแจ็คคืออะไร
เพื่อนเหมือนทุกอย่างของชีวิตผม ไม่ได้มากไป
ไม่น้อยไป ทุกคนต้องเจอมาหมดคำว่าเพื่อน
สำหรับผมนี่คือขาดกันไม่ได้ เวลาจะสนุก
สนุกคนเดียวได้ไหม ไม่ได้ก็ต้องมีเพื่อน
เวลาเศร้าคนเดียวได้ไหม
ได้นะแต่ว่าอยากให้เพื่อนเศร้าด้วยประมาณนี้ชิวิตผม
รักเพื่อนมาก เวลาไม่มีตังค์ก็ยืมเพื่อนได้
ล้อเล่นนน
เพื่อนเปรียบเป็นทุกอย่าง
เพื่อนขาดไม่ได้จริงๆสำหรับผม
เวลาผมมีอะไรผมจะเก็บกดแต่เวลาเพื่อนมาถาม
ผมจะระบายให้เพื่อนฟังทุกอย่างทุกเรื่อง
ถ้าเพื่อนไม่เข้าใจก็ต่อยเลย(หัวเราะ)ล้อเล่นๆ
ในชีวิตจริงเราผูกพันกับโรงเรียนจนเหมือนเป็นบ้านที่สองเลยไหม
ผมอยู่วงโยธาวาทิตของโรงเรียนบดินทร์เดชา
ซ้อมเย็นเลิกดึกตลอด
เลิกเรียนก็จะซ้อมหลังสามโมงเย็นจนถึงห้าทุ่มเที่ยงคืนตลอดทุกวัน
บางวันก็นอนโรงเรียน ผูกพันกับโรงเรียนมาก
ตอนกลางคืนโรงเรียนจะเป็นของข้า
อยู่โรงเรียนทำกิจกรรมอะไรบ้าง
ผมจะมีพี่สาวเป็นฝาแฝดเขาอยู่วงโยธาวาทิต
พอผมเห็นเขาไปแข่งแล้วมันเท่ดีจัง
ก็เลยสมัครเข้าวงโยธาวาทิตด้วย
ความรู้สึกเหมือนเป็นครอบครัวอีกครอบครัว
มีทุกรุ่นทุกวัยเข้าใจกันทุกอารมณ์
มีการรับน้องใหม่เป็นการละเล่น
โดยผู้ชายจะจับแก้ผ้าเลยรับน้องเขียนเต็มตัวเลย
แต่พอมารุ่นผมม.6 ก็ไม่มีล่ะ
เดี๋ยวเด็กมันออกหมด ต้องฝึกซ้อมตั้งแต่ม.1
ตอนนั้นได้ไปแข่งที่ประเทศเกาหลี
แข่งชิงแชมป์โลกได้รางวัลอันดับที่ 5
และมีตอนม.3 ไปแข่งที่ประเทศมาเลเซีย ได้ที่1
ชิงแชมป์โลก ลงข่าวเบ้อเริ่มเลยของนสพ.ไทยรัฐ
แล้วก็มีแข่งที่ไทยปกติทุกปี
และก็เป็นนักกีฬาบาสของโรงเรียนครับ
ทำกิจกรรมเยอะขนาดนี้มีวิธีแบ่งเวลาอย่างไรบ้าง
มีวันนึงช่วง 10
โมงถึงบ่ายโมงจะมาไปเรียนการแสดงกับพี่มะเดี่ยว
หลังจากบ่ายโมงก็ไปซ้อมเต้น
หลังสี่โมงถึงหกโมงซ้อมบาส
ทุ่มนึงถึงสามทุ่มซ้อมวงโยฯ
อันนี้คือวันปิดเทอม เหนื่อยมากแต่ว่าสนุกดี
ผมเป็นคนชอบทำกิจกรรมครับ
อย่างเล่นบาสมันสนุกได้ออกกำลังกายด้วย
ซ้อมเต้นผมเป็นคนชอบฟังเพลงเต้นโรบ๊อท
มีเคยไปประกวดไทยแลนด์ก๊อตทาเล้นท์เข้ารอบคัดเลือกด้วยนะ
กิจกรรมทั้งหมดที่ทำมามีอันไหนที่รู้สึกว่าชอบมากเป็นพิเศษ
มันสนุกคนละแบบเต้นก็จะสนุกตามอารมณ์เพลง
ส่วนบาสก็จะเล่นกับเพื่อนเวลาเราจ่ายลูกแม่น
เพื่อนทำแต้มได้ก็ยิ้ม
ส่วนเรื่องวงโยธาวาทิตมันเป็นความสามัคคีเดินเล่นกันเป็นร้อยคนตามเพลง
8 นาที มันคนละแนวหมดเลย ชอบทุกอย่างครับ
และการแสดงภาพยนตร์ล่ะชอบไหม
ผมชอบเล่นหนังนะ
เพราะจะสื่ออารมณ์ได้มากกว่าเล่นMV
มันมีทั้งบทพูด มีผู้หญิง มีเพื่อน อะไรมากมาย
ฝากผลงานภาพยนตร์
มาดูเรื่อง Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ
เป็นหนังเรื่องแรกของผม ซึ่งผมแสดง
ก็อยากให้มาดูกัน
และยังมีทั้งนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง พี่เจมส์
เรืองศักดิ์, พี่นุ่น ศิรพันธ์, พี่ต่าย
เพ็ญพักตร์ ฝีมือทางการแสดงคุณภาพทุกคน
เป็นเรื่องที่พี่มะเดี่ยวกำกับเอง
เขียนบทเองด้วย
นักแสดงตั้งใจจริงและรวมถึงทีมงานตั้งใจกันอย่างมาก
19 เมษายนนี้นะครับ
Profile:
ชื่อ-สกุล กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณา
ชื่อเล่น แจ็ค
อายุ 18 ปี
การศึกษา มัธยมศึกษาปีที่ 6
โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)
ความสามารถพิเศษ เปาเครื่องดนตรีบาริโทน,
ทอมโบน และเต้นRobot
สีโปรด สีเหลือง
กีฬาที่ชอบ บาสเก็ตบอล, ฟุตบอล
กิจกรรมพิเศษ นักดนตรีวงโยธวาทิต
และนักกีฬาบาสเก็ตบอล ประจำโรงเรียน
ผลงานที่ผ่านมา
MV เพลงอยู่ที่ไหน ของโต๋ ศักดิ์สิทธิ์
กำกับมิวสิกวิดีโอโดย มะเดี่ยว ชูเกียรติ
ผลงานล่าสุด
แสดงภาพยนตร์เรื่อง โฮม ความรัก ความสุข
ความทรงจำ
|
|









|
|
|
ต่าย เพ็ญพักตร์ ตัดสินใจ ลืมรัก
แม้ต้องดราม่าและร้องไห้อย่างหนัก
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 23 มีนาคม 2555 |
|

|
โคจรกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งระหว่างนักแสดงหญิงคุณภาพ
ต่าย เพ็ญพักตร์ ศิริกุล
กับผู้กำกับมากฝีมือ มะเดี่ยว ชูเกียรติ
ศักดิ์วีระกุล ในภาพยนตร์เรื่อง Home ความรัก
ความสุข ความ ทรงจำ
หลังจากที่เคยร่วมงานกันมาจากภาพยนตร์สั้นเรื่อง
12 ภาคก่อน 13 เกมสยอง
แต่การกลับมาครั้งนี้มะเดี่ยว
ผู้กำกับคัดสรรบทบาทที่เน้นว่าต้องเป็นต่าย
เพ็ญพักตร์เท่านั้น กับบทหญิง
สาวที่ต้องใช้ความรู้สึกเกือบทั้งชีวิตเพื่อลืมรักในครั้งนี้
โดยต่าย เพ็ญพักตร์
เล่าถึงการกลับมาร่วมงานกับมะเดี่ยวอีกครั้ง
พร้อมทั้งเล่าถึงการรับบทหนักในครั้งนี้ว่า
เคยร่วมงานกับมะเดี่ยวมานานมาก
จนกระทั่งเขาทำเรื่องนี้ก็โทรมาหาพี่บอกว่ามีบทที่อยากให้พี่เล่น
มะเดี่ยวบอกว่าไม่มีใครเล่นต้องเป็นพี่เท่านั้นบทนี้
เขาบอกว่าด้วยความที่เราเป็นคนพื้นเพ
เดียวกันอยู่แล้ว
อะไรที่เราทำอยู่ด้วยกันก็จะเข้าใจกันง่ายขึ้น
เรื่องความเป็นอยู่เรื่องความเข้าใจในวัฒนธรรมและอารมณ์ของคนเชียงใหม่
เราจะเข้าใจมันได้ลึกซึ้ง
ในเรื่องนี้ก็จะรับบทเป็น บัวจัน
ผู้หญิงที่สูญเสียความรัก สูญเสียสามี
แล้วต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียว จัดการสิ่งต่างๆ
อยู่คนเดียวต่อจากสามีที่ตายไป
มีความรักต่อสามีมาก
หลังจากที่สามีตายไปก็จะรู้สึกห่วงหาอาวรณ์
ว่าเขาตอน นี้เป็นยังไงบ้าง
จะไปเกิดหรือยังอะไรพวกนี้
ดูภายนอกเหมือนเป็นคนเข้มแข็งต้องจัดการปัญหาทุกอย่างสารพัด
แต่พอได้อยู่กับตัวเองเพียงลำพังจะถลำลึกจมอยู่กับความคิดถึงความหลังที่มีต่อ
สามี
มีบางซีนที่เล่นคนเดียวแล้วก็ต้องนึกถึงสามี
นึกถึงอารมณ์ของหนังว่าวันนั้นเราสูญเสียสามี
เป็นซีนที่บอกมะเดี่ยวว่ามันยากมากเหมือนกันนะ
รับบทดราม่าหนักและต้องร้องไห้
ด้านมะเดี่ยว ผู้กำกับ
ยอมรับว่าประทับใจฝีมือทางการแสดงของต่าย
เพ็ญพักตร์อย่างมาก
จนในที่สุดได้มีโอกาสร่วมงานเต็มๆ
ในภาพยนตร์รักครั้งนี้
โดยเล่าว่าสำหรับพี่ต่ายเคยร่วมงานกับเราตอนหนังเรื่อง12
ซึ่งเป็นภาคก่อนหน้า13เกมสยอง
ก็ชอบพอกันมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้วแหละ
มีโอกาสก็จะหาหนังแล้วก็ทำงานด้วยกัน
แต่คราวนี้ได้ทำงานกับแบบ เต็มๆ
พี่ต่ายเขาเก่งประทับใจพี่เขาเป็นคนน่ารัก
ทุกครั้งที่เขาแสดงเราก็จะเห็นการแสดงดีๆ
ดูหนังเรื่องนี้แค่ดูการแสดงก็คุ้มแล้วนะ
และเรื่องความดราม่าของพี่ต่ายนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย
มืออาชีพ มาก
วิธีการเล่าเรื่องที่ตัดสลับไม่ได้เรียงเวลา
ตัดสลับโลกความจริง ความฝัน
และห้วงของความทรงจำมาอยู่ในนั้น
เป็นหลายเลเยอร์เป็นวิธีการเล่าเรื่องอีกแบบหนึ่ง
เป็นรสชาติใหม่ๆ ที่อยากให้ ลองเข้าไปดู
และคิดว่าคนดูจะได้ดื่มด่ำกับความงามของมัน
เหมือนดูห้วงอารมณ์ ห้วงความทรงจำของคน
Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ
ภาพยนตร์รักที่จะทำให้ทั้งหัวใจ รู้สึก
และสัมผัส ถึงรัก มากขึ้น
หาคำตอบด้วยหัวใจคุณเอง 19 เมษายนนี้
ทุกโรงภาพยนตร์ |
|
 


|
|
|
นุ่น ศิรพันธ์ แอบบ่น อู้กำเมืองยากกว่าซีนดราม่า
ดึง พิช วิชญ์วิสิฐ แอ็คติ้งโค้ชติวเข้มส่วนตัว
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 30 มีนาคม 2555 |
|

|
เหตุเพราะต้องมารับบท ปรียา
สาวเหนือที่กำลังจะตัดสินใจแต่งงานในภาพยนตร์เรื่อง
Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ จึงทำให้
นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา
ต้องเตรียมตัวเข้าคอร์สติวเข้มเรื่องภาษาเหนืออย่างด่วน
ถึงแม้จะเกิดและเรียนที่เชียงใหม่
แต่ก็ไม่ได้อู้กำเมืองอย่างจริงจังนัก
จึงนับว่าเป็นอุปสรรคสำหรับสาวนุ่นในการแสดงหนังครั้งนี้อย่างมาก
งานนี้สาวนุ่นต้องเรียกขอตัวช่วย
ผู้กำกับมะเดี่ยว ก็ใจดีจัดให้ส่ง น้องพิช
วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล
ทำหน้าที่แอ็คติ้งโค้ชพิเศษ
ติวเตอร์ด้านภาษาเหนือให้โดยทันที
โดยนุ่นเล่าถึงอุปสรรคความยากของภาษาเหนือในครั้งนี้ว่า
ถึงนุ่นจะเกิดที่เชียงใหม่แต่ก็ไม่ได้ฝึกอู้กำเมืองมาตั้งแต่เด็ก
และในเรื่องนี้ต้องการสำเนียงแบบคนเชียงใหม่จริงๆ
วันแรกที่นุ่นมาเล่นเครียดมากพูดคำเดียวก็ยังไม่ผ่านเลย
10 กว่าเทคได้ค่ะ มันก็เลยกลายเป็นความกังวล
พอเข้าฉากเราก็จะพะวงทั้งสองอย่างไหนจะความรู้สึกของตัวละคร
ไหนจะต้องออกสำเนียงให้ได้อีก
แยกประสาทกันน่าดู แล้วมะเดี่ยวผู้กำกับ
เขาเป็นคนเชียงใหม่แท้ๆ
ถ้าหากนุ่นเพี้ยนไปนิดเดียวหูเขาจะไวมากเลยค่ะ
ก็โชคดีมากที่นุ่นได้น้องพิช
มาเป็นแอ็คติ้งโค้ชทางภาษาก่อนเข้าฉาก
(หัวเราะ)
เพราะน้องพิชจะแม่นในเรื่องของภาษาคนเชียงใหม่มากกว่านุ่นเยอะ
เขาก็จะเป๊ะมากไม่ต่างอะไรจากมะเดี่ยวเลย
นุ่นต้องเปิดบทคุยกับน้องพิชแล้วให้น้องพิชสอน
คือมะเดี่ยวจะสอนรอบนึงแล้วส่งมาให้น้องพิชมาประกบอีกรอบ
น้องพิชก็จะคอยดูสำเนียงถูกต้องหรือยัง
แล้วน้องพิชก็จะอดทนกับพี่นุ่นมาก
เพราะพี่นุ่นเสียงแปร่งมาก (หัวเราะ)
สำหรับในเรื่อง Home
น้องพิชมารับบทเป็นน้องชายของนุ่นเลยทำให้เราร่วมงานกันง่ายขึ้นด้วยค่ะ
สนิทกันเลย
ก่อนหน้านี้นุ่นเองก็เคยดูน้องพิชเล่นเรื่องรักแห่งสยามมาแล้ว
และก็รู้ว่าน้องพิชเป็นเด็กมีความสามารถในการแสดงและดนตรีคนนึง
น้องพิชเป็นผู้มีพระคุณ
เป็นคนที่ช่วยสอนแอ็คติ้งโค้ชทางภาษา (ยิ้ม)
Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ
ภาพยนตร์รักที่จะทำให้ทั้งหัวใจ รู้สึก และ
สัมผัส ถึง รัก...หาคำตอบด้วยหัวใจคุณเอง 19
เมษายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์
|
|






|
|
|
พิช
แจ็ค มาร์ช ประชันภาพถ่ายประทับใจ
พร้อมบอกเล่าเรื่องราวความรัก ความสุข ความทรงจำ
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 5
เมษายน 2555 |
|

|
ไหนๆ
หนังก็ถ่ายจบจนได้ฤกษ์ใกล้วันเข้าฉายเต็มที่
แต่ความทรงจำดีๆ ก็ยังไม่เคยถูกลืม
สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Home ความรัก ความสุข
ความทรงจำ ที่วันนี้เราได้ 3
นักแสดงหนุ่มหล่อมาบอกเล่าเรื่องราวความทรงจำดีๆ
กับภาพยนตร์เรื่องนี้ผ่านภาพถ่ายแห่งความประทับใจ
นำทีมโดย พิช วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล
และขอแนะนำสองหนุ่มหล่อหน้าใหม่ แจ็ค -
กิตติศักดิ์ ปฐมบูรณา และมาร์ช - จุฑาวุฒิ
ภัทรกำพล โดยวันนี้เรามุ่งหน้ามาที่ร้าน
Scrap@Love ตามมาดูกันดีกว่าว่าหนุ่มๆ
เค้าจะมาทำอะไรกันที่นี่
พอก้าวเข้ามาเท่านั้นแหละ
สามหนุ่มของเราก็จัดแจงเตรียมภาพถ่ายประทับใจมาอวดกัน
โดยหนุ่มแจ็คและหนุ่มมาร์ช
ก็ไม่พ้นการนำภาพในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้มาตกแต่ง
เพราะถือว่าเป็นความประทับใจที่อยู่ในความทรงจำแบบสุดๆ
ทั้งมิตรภาพความรักระหว่างเพื่อน
ทั้งความสุขและสนุกในการถ่ายทำ
อีกทั้งยังเป็นผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของทั้งคู่อีกด้วย
ส่วนพี่ใหญ่หนุ่มพิชของเราก็เลือกภาพหมู่ที่เป็นการรวมตัวกันของวงออกัสที่ได้เล่นคอนเสิร์ตครบรอบ
4
ปีของภาพยนตร์เรื่องรักแห่งสยามที่มีเซอร์ไพรซ์จากมาริโอ้
และยังเป็นงานแถลงข่าวของภาพยนตร์เรื่อง Home
ความรัก ความสุข ความทรงจำ อีกด้วย
พออวดภาพกับเรียบร้อยต่างคนก็เริ่มเดินสำรวจร้านหาไอเดียสุดเก๋ตกแต่ง
และเมื่ออุปกรณ์พร้อม ไอเดียพร้อม
ทุกคนก็ลงมือกันใหญ่ ซึ่งหนุ่มๆ
ของเราทีแรกออกตัวว่าทำไม่เป็น
แต่พอถึงเวลาก็โปรกันสุดๆ ทำกันไปคุยเล่นกันไป
เผลอแป๊บๆ ก็ออกมาเป็นผลงานน่ารักๆ
อย่างที่เห็นเนี่ยแหละ
(พิช)
ปกติพิชไม่ถนัดทำอะไรแบบนี้เลยทั้งที่จริงๆ
แล้วรูปถ่ายที่ชอบมีเยอะเลยครับ
แต่รูปนี้เป็นรูปแรกที่พิชเอามาใส่กรอบตกแต่งแบบนี้
ซึ่งบางครั้งเราอาจจะเคยหลงลืมเหตุการณ์บางอย่างไปบ้าง
แต่พอเวลามองรูปพวกนี้เราก็จะได้นึกถึงวันนั้นที่เรามีความสุขด้วยกัน
มีความทรงจำดีๆ ด้วยกัน
และยิ่งรูปนี้ถ่ายกับเพื่อนๆ
วงออกกัสกับพี่มะเดี่ยว
มีมาริโอ้ที่เราเคยร่วมงานกัน
เรียกว่าเป็นภาพที่รวมคนที่เรารักและสนิทก็ว่าได้เลยครับ
และที่สำคัญยังในรูปเป็นวันงานแถลงข่าวเรื่อง
Home
มีแจ็คกับมาร์ชที่กำลังมีผลงานล่าสุดด้วยกัน
ซึ่งเป็นเรื่องราวความสัมพันธ์ของคนที่ต้องแอบรัก
ลืมรักและเลือกรัก
เป็นผลงานกำกับล่าสุดของพี่มะเดี่ยว
และยังเป็นผลงานเรื่องแรกของแจ็คกับมาร์ชด้วย
ยังไงฝากให้ทุกคนช่วยกันติดตามด้วยนะครับ
เห็นกรอบรูปน่ารักๆ แบบนี้ก็อยากจะทำบ้าง
ถ้าสนใจก็ของเก๋ๆ แบบนี้ก็ไปได้เลยที่
Scrap@Love เมเจอร์อเวนิว รัชโยธิน
แต่ถ้าใครจะอยากจะอิ่มเอมอบอุ่นไปกับเรื่องราวความรักโรแมนติคดราม่า
ก็อย่าพลาด Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ 19
เมษายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์
|
|
 



 
 

|
|
|
Home เปิดรอบพิเศษรับเทศกาลแห่งความสุข
ให้ร่วมประทับใจก่อนใครทุกโรงทั่วกทม.
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 2
เมษายน 2555 |
|

|
สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล
และสตูดิโอคำม่วน
พร้อมใจกันเติมเต็มเทศกาลแห่งความสุขในช่วงสงกรานต์กับภาพยนตร์แห่งความประทับใจ
หากคุณเคยหลงทางเพราะความรัก
ครั้งนี้...ปล่อยให้เรานำทางหัวใจคุณเอง Home
ความรัก ความสุข ความทรงจำ นำแสดงโดย
เพ็ญพักตร์ ศิริกุล, เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์,
ศิรพันธ์ วัฒนจินดา, สุพจน์ จันทร์เจริญ,
วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล, พุทธชาต พงศ์สุชาติ
ผลงานกำกับล่าสุดของ มะเดี่ยว ชูเกียรติ
ศักดิ์วีระกุล
ที่เคยสร้างปรากฎการณ์ของความรักมาแล้วจาก
รักแห่งสยาม เชิญคุณสัมผัสความรู้สึก รัก
กับ Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ
กับรอบพิเศษก่อนใครในวันที่ 12 16 เมษายน
เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป ทุกโรงภาพยนตร์
(เฉพาะกทม.)
ทุกเสียงการันตีหนังรักที่ดีที่สุด ของ
มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีรกุล
สินจัย เปล่งพานิช
นกชอบไดอะลอกจากทุกประเด็นของตัวละครทำให้รู้สึกดีมากๆ
สำหรับคนที่เป็นแฟนของ มะเดี่ยว
ต้องชอบแน่นอนค่ะ
สำหรับเรื่องนี้มีทั้งความโรแมนติกนิดๆ
ดราม่าหน่อยๆ แต่เป็นอะไรที่ทำให้เราได้หลายๆ
มุมมองเอากลับบ้านไปได้ค่ะ
นนทรีย์ นิมิบุตร
ผมชอบบรรยากาศของหนังทุกๆ ตอนมันมีความพิเศษ
หนังเรื่องนี้มันจำลองมาจากชีวิตจริง
ความรู้สึกจริงๆ เป็นบันทึกความรัก
เป็นความทรงจำทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้น
ซึ่งรวบรวมไว้ในภาพยนตร์เรื่องเดียวถือว่ายิ่งดูยิ่งอิ่มเอม
ประทับใจครับ
ยุทธนา บุญอ้อม
เป็นหนังที่ใกล้เคียงกับคำว่า perfect
มากที่สุด ผมชอบมากๆ ครับ
เรื่องนี้วางตัวละครทุกตัวไว้น่ารักมาก
สคริปท์ดีมาก
การแสดงของนักแสดงทุกคนถือว่าเข้าขั้นยอดเยี่ยม
เป็นหนึ่งในหนังไทยที่ดีที่สุดในรอบหลายปี
ดูแล้วประทับใจมาก
ไม่อยากให้ใครพลาดเลยแม้แต่คนเดียว
ดีเจบ๊อบบี้
ถ้าใครชอบ รักแห่งสยาม
นี่คือหนังที่ดีที่สุดต่อจากรักแห่งสยามของ
คุณมะเดี่ยวครับ
อยากบอกว่าอย่ามองข้ามหนังเรื่องนี้ครับ
เพราะหนังเรื่องนี้
คือหนังเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับหนังไทยที่ผ่านมา
|
|
|
|
|
|

|
|
|
|



|
|
|
สหมงคลฟิล์ม ชวนชม HOME ความรัก ความสุข
ความทรงจำ ก่อนใคร พร้อมใกล้ชิดนักแสดงนำ
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 4
เมษายน 2555 |
|

|
สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล
ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมรู้จัก "รัก" ให้มากขึ้น
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ HOME ความรัก ความสุข
ความทรงจำ กับกติกาง่ายๆ เพียง คลิก Like
หน้าแฟนเพจที่ www.facebook.com/homemovie.th
เพื่อสมัคร และรับข่าวสารของภาพยนตร์
ลุ้นเป็น 1 ใน 50 คู่
ที่จะได้ไปชมภาพยนตร์เรื่อง HOME ความรัก
ความสุข ความทรงจำ พิเศษก่อนใครฟรี
พร้อมใกล้ชิดกับ 2 หนุ่มสุด HOT มาร์ช
จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล และ แจ๊ค กิตติศักดิ์
ปฐมบูรณา ในวันที่ 11 เมษายน 2555 ณ
โรงภาพยนตร์พารากอน ซีเนเพล็กซ์ รับบัตร 18.30
น. ฉาย 20.00 น.
พิเศษแบบนี้อย่าช้ารีบมาเป็นส่วนหนึ่งของ HOME
ความรัก ความสุข ความทรงจำ ได้ภายใน
วันนี้10เมษายนนี้
สอบถามรายละเอียดได้ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์
02-2730930-9 หรือ ติดตามข่าวสารได้ที่
http://www.sahamongkolfilm.com/
http://www.facebook.com/sahamongkolfilmint/
http://www.twitter.com/sahamongkolfilm/
http://www.youtube.com/sahamongkolfilmint
***ประกาศรายชื่อผู้โชคดีผ่านทาง
www.facebook.com/homemovie.th
หรือโทรศัพท์แจ้งโดยตรง
ร่วมสนุกและลุ้นรับของรางวัล ..
*พร้อมข่าวสารอัพเดตอีก 2 ช่องทางได้ที่
Facebook :: Sahamongkolfilmint
Twitter :: @Sahamongkolfilm
|
|
|
Home เปิดรอบพิเศษรับเทศกาลแห่งความสุข
ให้ร่วมประทับใจก่อนใครทุกโรงทั่วกทม.
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 11
เมษายน 2555 |
|

|
สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล
และสตูดิโอคำม่วน
พร้อมใจกันเติมเต็มเทศกาลแห่งความสุขในช่วงสงกรานต์กับภาพยนตร์แห่งความประทับใจ
หากคุณเคยหลงทางเพราะความรัก
ครั้งนี้...ปล่อยให้เรานำทางหัวใจคุณเอง Home
ความรัก ความสุข ความทรงจำ นำแสดงโดย
เพ็ญพักตร์ ศิริกุล, เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์,
ศิรพันธ์ วัฒนจินดา, สุพจน์ จันทร์เจริญ,
วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล, พุทธชาต พงศ์สุชาติ
ผลงานกำกับล่าสุดของ มะเดี่ยว ชูเกียรติ
ศักดิ์วีระกุล
ที่เคยสร้างปรากฎการณ์ของความรักมาแล้วจาก
รักแห่งสยาม เชิญคุณสัมผัสความรู้สึก รัก
กับ Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ
กับรอบพิเศษก่อนใครในวันที่ 12 16 เมษายน
เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป ทุกโรงภาพยนตร์
(เฉพาะกทม.)
ทุกเสียงการันตีหนังรักที่ดีที่สุด ของ
มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีรกุล
สินจัย เปล่งพานิช
นกชอบไดอะลอกจากทุกประเด็นของตัวละครทำให้รู้สึกดีมากๆ
สำหรับคนที่เป็นแฟนของ มะเดี่ยว
ต้องชอบแน่นอนค่ะ
สำหรับเรื่องนี้มีทั้งความโรแมนติกนิดๆ
ดราม่าหน่อยๆ แต่เป็นอะไรที่ทำให้เราได้หลายๆ
มุมมองเอากลับบ้านไปได้ค่ะ
นนทรีย์ นิมิบุตร
ผมชอบบรรยากาศของหนังทุกๆ ตอนมันมีความพิเศษ
หนังเรื่องนี้มันจำลองมาจากชีวิตจริง
ความรู้สึกจริงๆ เป็นบันทึกความรัก
เป็นความทรงจำทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้น
ซึ่งรวบรวมไว้ในภาพยนตร์เรื่องเดียวถือว่ายิ่งดูยิ่งอิ่มเอม
ประทับใจครับ
ยุทธนา บุญอ้อม
เป็นหนังที่ใกล้เคียงกับคำว่า perfect
มากที่สุด ผมชอบมากๆ ครับ
เรื่องนี้วางตัวละครทุกตัวไว้น่ารักมาก
สคริปท์ดีมาก
การแสดงของนักแสดงทุกคนถือว่าเข้าขั้นยอดเยี่ยม
เป็นหนึ่งในหนังไทยที่ดีที่สุดในรอบหลายปี
ดูแล้วประทับใจมาก
ไม่อยากให้ใครพลาดเลยแม้แต่คนเดียว
ดีเจบ๊อบบี้
ถ้าใครชอบ รักแห่งสยาม
นี่คือหนังที่ดีที่สุดต่อจากรักแห่งสยามของ
คุณมะเดี่ยวครับ
อยากบอกว่าอย่ามองข้ามหนังเรื่องนี้ครับ
เพราะหนังเรื่องนี้
คือหนังเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับหนังไทยที่ผ่านมา
|
|
|
เจมส์ เรืองศักดิ์ โดนเม้าท์ทำตัวหยิ่ง
เข้ากองหนังโฮมฯ ไม่ยอมปริปากสนทนา
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 11
เมษายน 2555 |
|

|
โดนเม้าท์กันให้แซดว่าอยู่ในกองหนัง Home
ความรัก ความสุข ความทรงจำ หนุ่ม เจมส์
เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ ทั้งหยิ่ง ทั้งเชิ่ด
ไม่ยอมพูดจากับใคร วันทั้งวันเอาแต่ทำหน้านิ่ง
เงียบขรึม จนทีมงานไม่กล้าเดินเฉียดเข้าไปใกล้
เมื่อโดนเม้าท์กันขนาดนี้
จึงไม่รอช้ารีบคว้าตัวมาสอบถามรายละเอียดกันสักหน่อย
เหตุอันใดถึงโดนขาเม้าท์กันขนาดนี้
เมื่อเฮียเจมส์ทราบเรื่องถึงกับหัวเราะกร๊ากออกมาทันที
โดยเล่าว่าไอ้ที่ผมนิ่งๆ ไม่พูดไม่จา
ก็เพราะต้องใช้สมาธิเพื่อบท เสี่ยเล้ง
ต่างหากหรอกจ้า....อีกอย่างตามคาแร็คเตอร์ของเสี่ยเล้ง
ที่ผู้กำกับ มะเดี่ยว
ต้องการจะถ่ายทอดออกมานั้น
จะต้องเป็นนักธุรกิจหนุ่มมาดขรึม
เงียบๆไม่ค่อยพูด แต่จะชอบคิดและเก็บไว้ในใจ
เฮียเจมส์ยังย้ำอีกว่าตั้งแต่แสดงมาก็คงมีบท
เสี่ยเล้ง นี่แหละที่พูดน้อยที่สุดแล้ว
แถมยังเป็นบทบาทที่ชวนให้คนดู
ต้องคอยลุ้นไปกับความรู้สึกของตัวละครตัวนี้อีกด้วยเช่นกัน
ตั้งแต่รับงานมา
บทของเสี่ยเล้งก็น่าจะเป็นบทนิ่งเงียบที่สุดแล้ว
เพราะว่าความจริงแล้วเป็นความต้องการของผู้กำกับ
อยากให้คนดูลุ้นไปกับตัวแสดงตัวอื่นๆ
หรือว่าตัวแสดงที่เป็นเสี่ยเล้งเองด้วย
ว่าเขาจะตัดสินใจยังไงกับเรื่องราวที่มันเกิดขึ้นกับเขา
เพราะฉะนั้นวิธีการแสดงของภาพยนตร์เรื่องนี้ส่วนใหญ่แล้วจะต้องกลืนความรู้สึกให้หมดนะครับ
ด้วยคาแร็คเตอร์แล้ว
ไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไรก็ตาม
เสี่ยเล้งก็จะไม่แสดงอาการ
อย่างเจอเรื่องราวที่ต้องโมโห
หรือว่าต้องเจออะไรก็ตาม
แม้จะเจ็บปวดหรือรุนแรงแค่ไหนแต่ก็ต้องกลืนความรู้สึกเหล่านั้นเอาไว้ข้างใน
แต่สิ่งที่พูดออกไป หรือ
ว่าแววตาที่ส่งออกมามันต้องมีความอำมหิตซ่อนอยู่เล็กน้อย
เพื่อเราจะได้เห็นการตัดสินใจของตัวเสี่ยเล้ง
ว่าเขาจะตัดสินใจยังไงกับเรื่องราวที่มันเกิดขึ้นทั้งหมด
กับเหตุการณ์ที่เขาต้องรับฟัง รับรู้ทั้งหมด
มันจะไปบีบเกร็งคนดูเมื่อถึงเวลาที่เขาต้องตัดสินใจ
ร่วมค้นหาคำตอบความหมายของ...ความรัก
ได้ในภาพยนตร์เรื่อง Home ความรัก ความสุข
ความทรงจำ
หนังรักที่จะทำให้ทุกหัวใจอบอุ่นมากยิ่งขึ้น
19 เมษายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์
|
|





|
|
|
เจมส์-นุ่น-ลิฟท์ นำทีมนักแสดง
ร่วมงานรอบปฐมทัศน์
Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ
พร้อมอบอุ่นด้วยบทเพลงรัก
กับศิลปิน เสือโคร่ง feat.แป้งโกะ และ พิช
วิชญ์วิสิฐ
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 19
เมษายน 2555 |
|

|
สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล และ
สตูดิโอคำม่วน ร่วมกับ ภาพยนตร์เรื่อง Home
ความรัก ความสุข ความทรงจำ จัดงานรอบปฐมทัศน์
พร้อมเปิดบ้านอย่างเป็นทางการ
นำทีมโดยผู้กำกับคนเก่ง ชูเกียรติ
ศักดิ์วีระกุล และเหล่านักแสดงนำ เจมส์
เรืองศักดิ์, นุ่น ศิรพันธ์, ลิฟท์ สุพจน์,
พิช วิชญ์สิฐ, มาร์ช จุฑาวุฒิ, แจ็ค
กิตติศักดิ์, เร้กเก้ ทิพปภา และอั้ม ณัฐพงษ์
ร่วมงานในครั้งนี้ ณ ลานอินฟินิซิตี้ ชั้น 5
โรงภาพยนตร์พารากอน ซีนีเพล็กซ์
เมื่อวันพุธที่ 11 เมษายน 2555 ที่ผ่านมา
ต้อนรับเข้าสู่บ้านด้วยบรรยากาศแบบเป็นกันเองแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น
กับกิจกรรมพิเศษสำหรับสื่อมวลชน
และแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานในครั้งนี้
เมื่อมาเยือนถึงบ้านก็ต้องทำการ check in
เพื่อรายงานตัวกันก่อนให้รู้ว่ามาถึงกันแล้วจ้า...
นอกจากนี้ยังมีดารา ศิลปิน
มาร่วมแสดงความยินดีกับภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของผู้กำกับมะเดี่ยว
อาทิ ตาล กัญญา, โอ อนุชิต และ ศิลปินวงออกัส
จากนั้น 2 หนุ่มสุดฮ๊อต มาร์ช จุฑาวุฒิ
และแจ็ค กิตติศักดิ์
ทำหน้าที่เจ้าบ้านด้วยการออกมาต้อนรับบรรดาแฟนคลับผู้โชคดีจาก
Fanpage Home ด้วยการทักทายแบบใกล้ชิด โดยมี
พิช วิชญ์วิสิฐ และน้องเบสบอล กับน้องขนุนน้อย
จากวงเสือโคร่ง
ร่วมถ่ายภาพหมู่กับเหล่าแฟนคลับเป็นที่ระลึก
เพิ่มดีกรีความอบอุ่นมากยิ่งขึ้นด้วยศิลปินเสียงนุ่มสุดไพเราะกับบทเพลงรักจากภาพยนตร์
Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ
ในสไตล์กีตาร์อะคูสติกกับ 2 เพลงรักได้แก่
เพลง ผ่านเลยไป โดย วงเสือโคร่ง และแป้งโกะ
, เพลงวันที่สวยงาม โดย พิช วิชญ์วิสิฐ
จากนั้นผู้กำกับมะเดี่ยว ชูเกียรติ
พร้อมด้วยเหล่านักแสดงนำจากภาพยนตร์ เจมส์
เรืองศักดิ์, นุ่น ศิรพันธ์, ลิฟท์ สุพจน์
นำทีมนักแสดงรุ่นน้องร่วมพูดคุยบนเวทีพร้อมกัน
ท่ามกลางความรัก ความสุข
และจะเก็บอยู่ในความทรงจำของผู้คนที่มาร่วมงานในครั้งนี้ตลอดไป
ปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพหมู่
โดยได้รับเกียรติจาก ผู้บริหารบริษัท
สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ,
ผู้บริหารบริษัท โอเรียนท์ไทย แอร์ไลน์ จำกัด
รวมถึงพันธมิตรของภาพยนตร์
ร่วมด้วยทีมผู้สร้างภาพยนตร์ ผู้กำกับ
และเหล่านักแสดง ร่วมกันเป็นที่ระลึก
ก่อนชมภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์ครั้งนี้
อย่าแค่รู้จัก...รัก แต่ให้รู้สึก...รัก
มากขึ้น ค้นหาคำตอบด้วยหัวใจคุณเอง
19 เมษายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์
|
|


 
 
 
 
 
|
|
|
พิช-มาร์ช-แจ๊ค ปลื้มโดนแฟนๆ เซอร์ไพรส์กลางโรงภาพยนตร์
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 19
เมษายน 2555 |
|

|
กลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ตั้งแต่รอบพิเศษในช่วงวันหยุดสงกรานต์จนได้ฤกษ์เข้าฉายในปลายสัปดาห์ที่ผ่าน
สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Home ความรัก ความสุข
ความทรงจำ เป็นการกลับมาท็อปฟอร์มอีกครั้งของ
มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล
กับเรื่องราวความรักในมุมมองต่างๆ
ผ่านผลงานการกำกับล่าสุดนี้
ซึ่งนอกจากจะเป็นที่พูดถึงอย่างต่อเนื่องแล้ว
ยังส่งผลให้นักแสดงหน้าใหม่แจ้งเกิดเลยทีเดียว
งานนี้เลยทำเอานักแสดงและผู้กำกับไม่รอช้า
รีบรวมตัวกันออกทัวร์โรงเพื่อขอบคุณแฟนๆ
ที่ให้การต้อนรับภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นอย่างดี
ว่าแล้วผู้กำกับของเราก็เป็นพี่ใหญ่นำทีมน้องๆ
นักแสดง พิช-วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล รวมทั้ง
2 นักแสดงหน้าใหม่ที่กำลังมาแรง
มาร์ช-จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล และแจ๊ค-กิตติศักดิ์
ปฐมบูรณา ออกเดินสายพบปะแฟนๆ
ที่โรงภาพยนตร์พารากอนซีเนเพล็กซ์และเมเจอร์รัชโยธิน
งานนี้ทั้ง 4 คน ตั้งใจจะบุกไปเซอร์ไพร์สแฟนๆ
ที่หน้าโรงภาพยนตร์
แต่กลับกลายเป็นต้องเซอรไพรส์ซะเองเพราะมีแฟนคลับมารอพบและขอลายเซ็นรวมทั้งถ่ายภาพเป็นจำนวนมาก
ทำเอาผู้กำกับและนักแสดงต่างก็ตื้นตันใจไปไม่น้อยที่มีคนรักและชื่นชมผลงานมากมายขนาดนี้
โดยเฉพาะนักแสดงหน้าใหม่
มาร์ชกับแจ๊คคงจะเซอร์ไพรซ์มากกว่าใครที่ผลงานเรื่องแรกก็ทำให้ทั้ง
2 คนแจ้งเกิดได้อย่างสวยงาม
เห็นจากฟีดแบ็คที่ล้นหลามมากขนาดนี้แล้ว
มีหรือที่จะพลาดได้กับ Home ความรัก ความสุข
ความทรงจำ สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดู
ก็รีบเข้าไปติดตามค้นหาคำตอบของความหมายของคำว่า
รัก
ในมุมมองที่แตกต่างออกไปได้ในโรงภาพยนตร์ใกล้บ้านคุณ
|
|



 









|
|
|
มะเดี่ยว-มาร์ช-แจ๊ค เปิดบ้านสัมผัสรักกับรอบพิเศษ
Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ
ครั้งแรกที่ทุกคนได้พูดคุย
พร้อมรับของที่ระลึกสุดพิเศษ
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 4
พฤษภาคม 2555 |
|

|
Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ
เปิดบ้านสัมผัส รัก
ครั้งแรกที่ทุกคนจะได้สัมผัสความอบอุ่นจาก
รัก ณ บ้านหลังนี้
กับกิจกรรมฉายภาพยนตร์รอบพิเศษ
ชวนแฟนคลับและคนที่ชื่นชอบผู้กำกับและนักแสดง
ร่วมชมภาพยนตร์
พร้อมพูดคุยกับผู้กำกับและนักแสดง นำโดย
มะเดี่ยว - ชูเกียรติ์ ศักดิ์วีระกุล,มาร์ช
จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล, แจ๊ค- กิตติศักดิ์
ปฐมบูรณา แบบใกล้ชิด
พร้อมรับของที่ระลึกสุดพิเศษ ในวันที่ 1
พฤษภาคม 2555 ที่ผ่านมา ณ.โรงภาพยนตร์พารากอน
ซีเนเพล็กซ์ ตั้งแต่เวลา 14.00 น.เป็นต้นไป
ทั้งนี้บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นจากแฟนคลับและคนที่ชื่นชอบผลงานของมะเดี่ยว,มาร์ชและแจ๊ค
ทุกคนต่างมาร่วมให้กำลังใจ
และร่วมชมภาพยนตร์กันอย่างมากมาย
บางคนได้ชมภาพยนตร์เรื่อง Home มาแล้วกว่า 3
รอบ และเมื่อถึงเวลาลงทะเบียนรับของที่ระลึก
ซึ่งเป็นแผ่นฟิล์มที่ทำมาพิเศษเพื่อนแฟนๆเฉพาะงานนี้
ก็มีผู้ที่ชื่นชอบภาพยนตร์มาร่วมงานและลงทะเบียนมากมาย
ซึ่งหลังจากที่ชมภาพยนตร์แล้วก็มีการพูดคุยตอบคำถามกันอย่างเป็นกันเอง
พร้อมกับการแจกเสื้อยืดและปลอกหมอนที่ทำมาพิเศษเพื่องานนี้แจกให้กับผู้โชคดีกันอย่างมากมาย
ซึ่งงานนี้น้องมาร์ชได้พูดถึงความรู้สึกว่า
วันนี้รู้สึกดีใจมากเลยครับที่มีแฟนคลับ
และคนที่ชื่นชอบงานของเรามาให้กำลังใจกันเยอะมากๆๆๆๆๆๆ
ก็ต้องขอขอบคุณทุกๆ คนผ่านทางนี้ด้วยครับ
รอบพิเศษวันนี้เป็นรอบที่เราจัดขึ้นมาพิเศษเป็นรอบสำหรับแฟนคลับโดยเฉพาะ
เราตั้งใจจัดขึ้นเพื่อขอบคุณและมอบของที่ระลึกส่งกลับไปยังคนที่ให้กำลังใจเรา
ซึ่งในงานนี้นอกจากเราจะมีนิทรรศกาลชุดต่างๆ
ที่เราเคยใส่ในภาพยนตร์
และแกลอรี่ภาพหนังของภาพยนตร์ที่เราจัดขึ้นมาเพื่อโชว์แล้วนำมาให้ทุกคนได้ดูและถ่ายรูปร่วมกัน
พร้อมกับมีการพูดคุยกับพวกเราแบบเป็นกันเองมากๆ
งานนี้เรียกว่าเราทำเพื่อแฟนๆ
และคนที่ชื่นชอบภาพยนตร์เรื่องนี้จริงๆ
แล้วก็มี feedback กลับมาดีมากครับ
ทุกคนมาร่วมเป็นกำลังใจและมาร่วมชมภาพยนตร์กันมากมายจริงๆ
ขอบคุณมากนะครับ
|
|




 
 |
|
|
แฟนคลับชาวจีน ส่งเงินแสน เหมารอบฟรีการกุศล HOME
ความรัก ความสุข ความทรงจำ
เติมเต็มหัวใจและโอกาสให้พี่น้องชาวไทย
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่
210 พฤษภาคม 2555 |
|

|
ถือเป็นอีกปรากฎการณ์แห่งความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างไทย-จีน
โดยเฉพาะวงการภาพยนตร์ไทย เมื่อบริษัท
สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ร่วมกับ
แฟนคลับชาวจีนของพิช-วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล
ชื่อกลุ่ม PchyChina ที่รวบรวม
และส่งตรงเงินจำนวน 130,000 บาทให้แก่หนุ่มพิช
จัดรอบการกุศลภาพยนตร์เรื่อง Home ความรัก
ความสุข ความทรงจำ เมื่อวันศุกร์ที่ 4
พฤษภาคม 2555 ที่ผ่านมา เวลา 17:00 น. ณ
โรงภาพยนตร์ UMG-RCA, อาร์ซีเอ, พระราม 9
ให้แก่ เหล่าสมาชิก,
อาสาสมัครจากมูลนิธิและองค์กรเพื่อสังคมต่างๆ
ภายใต้ชื่องานว่า ไทย-จีน พี่-น้อง
ร่วมแบ่งปันความรัก ความสุข ความทรงจำ
กับภาพยนตร์ Home
ทั้งนี้ในกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น
เนื่องจากแฟนคลับชาวจีนที่ประเทศจีน
ที่ติดตามผลงานของหนุ่มพิช วงออกัส
และผู้กำกับ ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล
(รักแห่งสยาม) ได้ทราบถึงกระแสความดัง
และคุณภาพของภาพยนตร์ไทย HOME ในโลกไซเบอร์
ทำให้แฟนชาวจีนอยากชมภาพยนตร์ Home
กันเป็นอย่างมาก โดย Home
เพิ่งเข้าฉายในประเทศไทยไปเมื่อวันที่ 19
เมษายน 2555
และยังไม่มีกำหนดวันเข้าฉายในประเทศจีน
แฟนบางกลุ่มมีโอกาสบินมาชมด้วยตัวเองแล้ว
แต่บางคนไม่สามารถบินมาชมภาพยนตร์เรื่องนี้ได้
แต่อยากแสดงกำลังใจและสนับสนุนภาพยนตร์ไทยเรื่องนี้
จึงรวบรวมเงินในกลุ่มจำนวน 130,000 บาท
ส่งมอบให้หนุ่มพิช และสหมงคลฟิล์มฯ
จัดรอบการกุศลฯ
เปิดโอกาสให้คนที่อาจจะไม่มีโอกาสชมภาพยนตร์ไทยคุณภาพดีเรื่องนี้ได้ทันในช่วงที่ฉายในโรงภาพยนตร์ได้เข้ามาชมกันเยอะๆ
อาทิ สมาชิกจากสมาคมคนตาบอดฯ, สมาคมคนหูหนวกฯ,
เยาวชนชายจากบ้านอุเบกขา, มูลนิธิศุภนิมิตฯ,
องค์กรเพื่อชุมชนแห่งความเท่าเทียม,
สมาคมสมาริตันฯ, มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล,
Teenpath และอื่นๆ
รวมถึงตัวแทนคนจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย
ก็มาเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ด้วย
โดยภายในงานมี หนุ่มพิช วิชญ์วิสิฐ, น้องมาร์ช
จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล และน้องแจ็ค กิตติศักดิ์
ปฐมบูรณา นักแสดงนำของภาพยนตร์ เป็นเจ้าภาพ
และนำทีมผู้ร่วมงานร่วมกันพับนกกระดาษ
เพื่อใช้เป็นตัวแทนคำขอบคุณจากคนไทยสู่แฟนๆ
ชาวจีน
จุดที่น่าประทับใจที่สุด
ก็คงเป็นการที่สมาชิกคนตาบอดให้สัมภาษณ์กับทีมงานว่า
ไม่เคยคิดว่า
ตัวเองจะได้มีโอกาสได้กลับมามีประสบการณ์ชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์อีกครั้ง
ต้องขอบคุณทีมงานที่จัดงานครั้งนี้มากๆ
โดยพวกเขามีอาสามัครเพื่อนคนตาบอดคอยนั่งเป็นเพื่อน
และอธิบายภาพบนจอให้ฟัง
นอกจากนี้ยังมีคลิปวิดีโอที่แฟนๆชาวจีนจัดทำขึ้น
โดยพูดถึงความต้องการในการชมภาพยนตร์เรื่อง
Home มากแค่ไหน
และอยากขอร้องให้คนไทยช่วยสนับสนุนหนังดีดีเรื่องนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ทำเอาดาราและผู้ร่วมกิจกรรมซึ้งกันไปตามๆกัน
ก็ถือเป็นอีกกิจกรรมที่น่าสนใจ
เพราะขนาดชาวต่างชาติ
ยังให้ความสนใจและสนับสนุนภาพยนตร์ไทยขนาดนี้
คนไทยที่มีโอกาสมากกว่า
ก็สามารถไปพิสูจน์คุณภาพของ Home ความรัก
ความสุข ความทรงจำและสนับสนุนภาพยนตร์ได้แล้ว
วันนี้ ในโรงภาพยนตร์
|
|








|
|
|
สหมงคลฟิล์มฯ เปิดโครงการคุณภาพ
ชวนเด็กหนัง ดูหนัง คุยหนัง กับค่ายหนัง ครั้งที่
1!!
กระชับสัมพันธ์ระหว่างคนทำหนังรุ่นเก่า-ใหม่
ตอน Home ความรัก ความสุข ความทรงจำ
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 16
พฤษภาคม 2555 |
|

|
|
อีกหนึ่งโครงการดีดี ที่ต้องการเปิดโอกาส
ขยายพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างคนทำหนังรุ่นใหม่ๆ
กับวงการภาพยนตร์ ทางบริษัท สหมงคลฟิล์ม
อินเตอร์เนชั่นแนลฯ
มีความประสงค์จัดกิจกรรมนำร่องชวนเด็กหนัง
ดูหนัง คุยหนัง กับค่ายหนัง
ภายใต้ชื่อโครงการว่า สหฯ-ภาพ-เด็กฟิล์ม
ขึ้น กับภาพยนตร์เรื่อง Home ความรัก ความสุข
ความทรงจำ ในวันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม 2555
เวลา 10:30 น. เป็นต้นไป ณ
โรงภาพยนตร์เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน
โดยต้องการเชิญบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจด้านภาพยนตร์มาร่วมกิจกรรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดใด
โดยเมื่อชมภาพยนตร์ Home เสร็จ
ก็จะเปิดโอกาสให้เสวนา Q&A กับ
ผู้กำกับภาพยนตร์ มะเดี่ยว ชูเกียรติ
ศักดิ์วีระกุล ในหัวข้อ ทำหนังอย่างไร
ให้ได้เนื้องานคุณภาพอย่างมีเอกลักษณ์ในสไตล์มะเดี่ยว
เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความคิดเห็นระหว่างคนทำหนังรุ่นพี่-รุ่นน้อง
ประสบการณ์ในสนามจริงของผู้กำกับฯ และค่ายหนัง
กับทฤษฎีที่เด็กทำหนังรุ่นใหม่กำลังเรียนว่าเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
ผู้ที่สนใจร่วมกิจกรรม
สามารถอีเมล์ชื่อและเบอร์ติดต่อ
สำรองที่นั่งได้ที่
saha.freshfilmmakers@gmail.com หรือ
02-2730930 ต่อ 166
ก็ถือเป็นอีกกิจกรรมที่น่าสนใจสำหรับกลุ่มคนที่สนใจประกอบอาชีพสาขาภาพยนตร์
ใครสนใจ ก็รีบสำรองที่นั่งกันได้เลย งานนี้
สำรองก่อน มาก่อน มีสิทธิ์ก่อน เพียง 500
ที่นั่งฟรีเท่านั้น!!
|
|
|