หน้าหลัก  l   ข่าวภาพยนตร์ - สกู๊ปพิเศษ  l  ข้อมูลภาพยนตร์   l  อันดับภาพยนตร์   l  โฮมเอ็นเตอร์เทนเมนท์

 
 
 
บางกอกกังฟู (2011)

 

ข้อมูล - เรื่องย่อ 

l

เกี่ยวกับภาพยนตร์

l

รูปภาพ-โปสเตอร์

l

ดาวน์โหลด

l

แสดงความคิดเห็น

   เกี่ยวกับภาพยนต์
  ข้อมูลงานสร้าง "บางกอกกังฟู"
 



“บางกอกกังฟู”
ประเภทหนัง แอ็คชั่น / ดราม่า
เข้าโรงฉาย 1 กันยายน 2554
กำกับภาพยนตร์ ต้อม-ยุทธเลิศ สิปปภาค
ผลิตโดย “ฟิล์ม อาร์ อัส”
รายชื่อนักแสดง อารักษ์ อมรศุภศิริ “เป้” รับบท โป้ง
มาริโอ้ เมาเร่อ “โอ้” รับบท นา
อธิกิตติ์ พริ้งพร้อม “แบงค์” รับบท ชิ
วิศว ไทยานนท์ “โทโมะ” รับบท กา
จริญญา ศิริมงคลสกุล “แก้ว” รับบท กอหญ้า
นิสา บุญสันเที๊ยะ รับบท วาว
ไพบูลย์ อนันต์สุวรรณ รับบท อาจารย์
ปราโมทช์ เทียนชัยเกิดศิลป์ รับบท มาร์ค
สุชารัตน์ มานะยิ่ง รับบท บีบี
ดวงสมร บัณฑิตย์ รับบท แม่โป้ง
จุมพจน์ ศรีจามร รับบท ส้มโอ
สายเชีย วงศ์วิโรจน์ รับบท ขนุน
ราเชนทร์ โสดี รับบท น้อยหน่า
ต่อพงศ์ กุลอ่อน รับบท แป๊ะ
ธนวัฒน์ แก่อก รับบท แหลม
ศักดิ์สิทธ์ ทิศานุรักษ์ รับบท หมอจีน หัวหน้าพรรคมาร รับบท William Walter

ทีมงานสร้าง ฐณะวัฒน์ ธรรมปรีชาพงศ์ Production Manager
ไอรดา ตันบริบูรณ์ Assistant Production Manager
คชา เรืองทอง Art Director
อรวรินธร์ นิยมสัตย์ Acting Coach
LIU GAO GIE Kung Fu Coach
ปทิตตา ถิ่นรัตน์ Casting
ปณิธาน พิศิษฐการ Location
บรรจง สุภาษี Make up
ระพี ทองศรี Make up
อาชวัน ภูภาวัน Special Effect Make Up
ศรายุทธ์ พุมเพรา Production Design
ถักลี จารุจุฑารัตน์ Special Effect Make Up
ศราวุธ แพนสิงห์ Special Effect Make Up

 

“แบงค์” สุดแฮปปี้!! แฟนเพลงตั้งตารอดู “บางกอกกังฟู”
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 25 พฤษภาคม  2554

           นอกจากเพลง “ความเหงาทำได้ทุกอย่าง” แรงติดชาร์ตคลื่นซี๊ดส์ ถึงสองสัปดาห์ซ้อน หนุ่มฮอตอย่าง “แบงค์ - อธิกิตติ์ พริ้งพร้อม” นักร้องนำวงแบล็ควานิลลา ก็ดีใจเป็นสองเท่าเพราะบรรดาแฟนคลับต่างทวิตเตอร์มาถามถึง ภาพยนตร์เรื่อง “บางกอกกังฟู” หนังแอ็คชั่นที่มีกลิ่นอายของความรัก ฝีมือกำกับการแสดงของ ต้อม ยุทธเลิศ ของ ค่าย ฟิล์ม อาร์อัส ในเครือ บริษัท อาร์เอส จำกัด(มหาชน) ซึ่งเป็นการพลิกบทบาทจากนักร้องมาเล่นภาพยนตร์เรื่องนี้ โดย “หนุ่มแบงค์” เผยถึงเรื่องนี้ว่า

“จริงๆ แล้วบรรดาแฟนคลับก็ถามตลอดไม่ว่าจะไปทัวร์คอนเสิร์ตที่จังหวัดไหน หรือจะทวิตเข้ามาถามเลยว่าจะได้ดูหนังเมื่อไหร่ แล้วว่าเจอใครก็ถามกันเยอะ ผมก็อธิบายขั้นตอนถ่ายทำหนังค่อนข้างต้องใช้ระยะเวลา อีกอย่างหนังเรื่องนี้เป็นแอ็คชั่นและต้องมีคอมพิวเตอร์กราฟฟิกซ์ด้วย ตัวพี่ต้อม-ยุทธเลิศ ก็อยากจะให้งานออกมาดีที่สุด ก็เลยต้องอดใจรอกันนิดหนึ่ง ส่วนเรื่องความคาดหวังผมก็ทำให้เต็มที่และดีที่สุดและอยากให้แฟน ๆ เข้าไปชมกันเยอะ ๆ เพราะเป็นหนังเรืองแรกก็อยากให้ทุกคนได้มาชมและเป็นกำลังใจ ช่วยกันติ ชม กันด้วยครับ ต้องบอกว่าหนังเรื่องนี้ค่อนข้างที่จะมีครบทุกรส ทั้งแอ็คชั่น คอมเมดี้ ดราม่า พี่ต้อมเขาใส่เต็มๆ เลย ส่วนตัวผมชอบวิธีการทำงานของพี่เขาอยู่แล้ว เพราะว่าหนังหลายเรื่องๆ ที่มีพี่เขาทำผมก็มีโอกาสได้ไปดู แล้วมีความรู้สึกว่าหนังแต่ละเรื่องของพี่ต้อม มีความมันส์ เท่ห์ มีสไตล์ของตัวเอง แต่ผมบอกตัวเองตลอดว่าเป็นความกดดันที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะนักแสดงแต่ละคนเก่งๆ กันทั้งนั้น โดยเฉพาะ เป้ (อารักษ์) กับ มาริโอ้ เขาสองคนผ่านงานหนังมาหลายเรื่อง แต่ผมใหม่มากกับงานตรงนี้ แต่ผมค่อนข้างมั่นใจว่าคนดูจะไม่ผิดหวังแน่นอน” แบงค์ กล่าว






 
“มาริโอ้” ฟิตหุ่นโชว์ล่ำ ถูกใจ “บางกอกกังฟู” ได้บู๊
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 10 มิถุนายน 2554


     ถือเป็นหนุ่มเนื้อหอมที่ยังฮอต สำหรับ “มาริโอ้ เมาเร่อ” ล่าสุดกระโดดมาโชว์หุ่นล่ำในภาพยนตร์แอ็คชั่นที่มีกลิ่นอายของความรักอย่าง “บางกอกกังฟู” ของ ค่าย ฟิล์ม อาร์อัส ในเครือ บริษัท อาร์อัส จำกัด (มหาชน) จากฝีมือการกำกับฯ ของ “ต้อม-ยุทธเลิศ สิปปภาค” ด้วยความที่หนังแอ็คชั่นงานนี้หนุ่มมารีโอ้ก็เลยขอฟิตร่างกายเตรียมความพร้อม โดย เจ้าตัวเผยถึงเรื่องนี้ว่า

“พอพี่ต้อม (ยุทธเลิศ) ติดต่อมาบอกว่าจะให้เล่น บางกอกกังฟู ซึ่งเป็นหนังแอ็คชั่น ผมก็ตอบรับเลยทันที เพราะว่าไม่เคยเล่นสไตล์นี้มาก่อน ที่ผ่านมาก็จะเป็นหนังผี หนังรักวัยรุ่น สำหรับแอ็คชั่นถือว่าเป็นครั้งแรก ซึ่งก็ยอมรับว่าเครียดมาก เพราะบทเยอะที่สำคัญยังมีฉากบู๊หลายฉาก แต่ก็ก่อนที่เริ่มถ่ายทำก็ได้ไปเรียนกังฟูเพิ่มเติม ไปฝึกซ้อมกับอาจารย์จากวัดเส้าหลินจริงๆ โดยปกติคนที่มาเรียนที่นี่เขาเริ่มเรียนกันตั้งแต่อายุ 7 ขวบ แต่เรามาเรียนเพื่อเล่นหนังดังนั้นการฝึกซ้อมก็จะเป็นอีกแบบนึง พอไปเรียนแล้วผมรู้สึกว่าวิชากังฟูเป็นอะไรที่มีเสน่ห์ และทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ฝึกสมอง ฝึกสามธิ ช่วงแรกๆ ก็จะเป็นการยืดเส้นยืดกล้ามเนื้อ วันแรกที่เรียนจบกลับไปบ้านก็ปวดเนื้อ ปวดตัว เดินไม่ได้ไป 2-3 วัน เหมือนกับว่าขามันเสียศูนย์ แต่ก็สนุกดี ยิ่งพอได้ไปเข้าฉากบู๊จริงๆ ยิ่งสนุก เพราะทุกคนทุ่มเทกันเต็มที่เพื่อให้งานออกมาดีที่สุด ซึ่งผมเชื่อว่าคนดูจะไม่ผิดหวังแน่นอนครับ ” มาริโอ้ กล่าว

ห้ามพลาด “บางกอกกังฟู” หนังแอ็คชั่นที่มีกลิ่นอายของความรักได้ทุกโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ 1 กันยายนนี้



 
“แก้ว” รับไม่กดดันเป็น “ไข่แดง” ตื่นเต้นหญิงเดียวใน “บางกอกกังฟู”
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 17 มิถุนายน 2554


    ถือเป็น “ไข่แดง” หนึ่งเดียวใน “บางกอกกังฟู” หนังแอ็คชั่นที่มีกลิ่นอายของความรัก ของ ค่าย ฟิล์ม อาร์อัส ในเครือ บริษัท อาร์อัส จำกัด (มหาชน) สำหรับ “แก้ว-จริญญา ศิริมงคลสกุล” ก็ต้องมาพลิกบทบาทครั้งสำคัญในชีวิตกับหนังเรื่องแรก แถมได้ประกบกับ 4 หนุ่มทั้ง เป้-อารักษ์, มาริโอ้ เมาเร่อ, แบงค์ แบล็ควานิลลา, โทโมะ เคโอทิค งานนี้ทำเอาสาวแก้วถึงกับออกอาการตื่นเต้น

“สำหรับการได้มาเล่นหนังเรื่องแรก ก่อนอื่นต้องขอบคุณพี่ต้อม (ยุทธเลิศ) ที่เปิดโอกาสให้แก้วได้พิสูจน์ความสามารถในฐานะนักแสดงอย่างเต็มตัว ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีของแก้ว ด้วยความที่เป็นหนังเรื่องแรกก็เลยค่อนข้างตื่นเต้น ด้วยความที่เราเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มผู้ชาย ยิ่งได้เล่นกับทั้ง พี่เป้, พี่มาริโอ้, พี่แบงค์, โทโมะ ด้วยแล้วยิ่งตื่นเต้นไปกันใหญ่ แก้วถือว่าเป็นผู้หญิงหนึ่งเดียวในกลุ่มหนุ่มๆ แต่พอได้ทำงานแล้วก็สนุก อย่างพี่เป้เคยร่วมงานกันตอนคอนเสิร์ต พี่แบงค์กับโทโมะก็อยู่ค่ายเดียวกันอยู่แล้วเจอกันบ่อย แต่กับพี่มาริโอ้เพิ่งเจอกันครั้งแรก
นอกจากได้เล่นหนังเรื่องแรกแล้วยังได้เจอกับหนุ่มเนื้อหอมทั้ง 4 คน ด้วยความที่เราใหม่ด้วยก็กังวลว่าจะเป็นตัวถ่วงให้คนอื่นๆ ทำงานยาก แต่ทุกคนก็คอยให้กำลังใจและให้คำแนะนำ รวมถึงบรรดาแฟนคลับที่คอยไถ่ถามเข้ามาตลอดว่าเมื่อไหร่จะได้ชมหนังเรื่องนี้ ยังไงก็เป็นกำลังใจให้แก้วด้วยนะค่ะ”

ห้ามพลาด “บางกอกกังฟู” หนังแอ็คชั่นที่มีกลิ่นอายของความรักได้ทุกโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ 1 กันยายนนี้


 
“แก้ว” ออกอาการเขินหน้าแดงประกบคู่ “เป้-โทโมะ”
“มาริโอ-แบงค์” โพสต์สู้ถ่ายโปสเตอร์ “บางกอกกังฟู”

Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 27 มิถุนายน 2554


     ปิดกล้องมาพักใหญ่แล้ว สำหรับภาพยนตร์แอ็คชั่นที่มีกลิ่นอายของความรัก “บางกอกกังฟู” ของ ค่าย ฟิล์ม อาร์อัส ในเครือ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) จากผลงานของผู้กำกับฯ มือรางวัล “ต้อม-ยุทธเลิศ สิปปภาค” ที่คว้าตัว 4 พระเอกหนุ่ม เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ, มารีโอ้ เมาเร่อ, แบงค์-อธิกิตติ์ พริ้งพร้อม, โทโมะ-วิศวะ ไทยานนท์ ประกบหญิงเดียว “แก้ว-จริญญา ศิริมงคลสกุล” และก่อนจะเข้าฉายต้นเดือนกันยายน ทั้งหมดก็เคลียร์คิวมาโพสต์ท่าหล่อๆ สวยๆ ถ่ายทำโปสเตอร์ที่จะใช้โปรโมท ณ พีเอ็น สตูดิโอ ย่าน ทาวน์อินทาวน์

หลังจากเหน็ดเหนื่อยกับการโพสต์ท่าเท่ห์ หนุ่ม “มาริโอ้” ก็เปิดใจว่า “วันนี้เป็นการรวมตัวมาถ่ายโปสเตอร์ครับ หลังจากที่ห่างหายกันไปตอนปิดกล้อง พอกลับมาเจอกันอีกครั้งก็เม้าท์กันสนุกไปเลยครับ ส่วนการทำงานในวันนี้ก็ไม่ค่อยยากเท่าไหร่ เหมือนกับการถ่ายแฟชั่นปกติ แต่จะเน้นท่าเท่ห์เป็นคาแร็กเตอร์ในหนังก็สนุกดีครับ” ด้าน “แบงค์-อธิกิตติ์” เผยว่า “สำหรับผมอาจจะเหนื่อยหน่อยครับวันนี้ ทีมงานนัดให้ถึงสตูตั้งแต่ตี 5 เพื่อให้เสร็จประมาณ 8 โมงเช้าเพราะว่าผมต้องมีคอนเสิร์ตต่อที่ต่างจังหวัด แม้จะตื่นเช้าก็สู้ไม่ถอยครับอาจจะง่วงนอนไปสักหน่อย แต่เรื่องแบบนี้ยอมกันไม่ได้ เรื่องความหล่อ ความเท่ห์ไม่มีใครยอมกันอยู่แล้วครับ” ส่วน “แก้ว-จริญญา” หญิงเดียวของเรื่องนี้ออกอาการเขินเล็กน้อย เนื่องจากต้องถ่ายประกบคู่กับ “เป้” และ “โทโมะ” ซึ่งเจ้าตัวเล่าให้เราฟังว่า “จริงๆ ก็ไม่ได้เขินอะไรมากมายหรอกคะ เพราะว่าเราเจอทำงานกันมาแล้ว แต่ถ้ามาเจอวันแรกและต้องถ่ายรูปคู่ประชิดตัวขนาดนี้ก็อาจจะมีเขินบ้าง สำหรับการทำงานก็สนุกดีทุกคนทุ่มเทกันเต็มที่ แก้วเชื่อว่าภาพน่าจะออกมาสวยนะ” แก้ว กล่าว

ห้ามพลาดกับหนังแอ็คชั่นที่มีกลิ่นอายของความรักกันยายนนี้รอให้คุณมาพิสูจน์ทุกโรงภาพยนต์ทั่วประเทศ







 

“แบงค์-โทโมะ” จัดหนัก โชว์บู๊ใน “บางกอกกังฟู”
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 8 กรกฎาคม 2554


     ได้ฤกษ์เตรียมออกฉายกันในวันที่ 1 กันยายนนี้ สำหรับ ภาพยนตร์แอ็คชั่นที่มีกลิ่นอายของความรัก “บางกอกกังฟู” ของ ค่าย ฟิล์ม อาร์อัส ในเครือ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) จากฝีมือการกำกับฯ ของ “ต้อม-ยุทธเลิศ สิปปภาค” วันนี้เลยขอเรียกน้ำย่อยด้วยฉากบู๊ของ 2 หนุ่ม “แบงค์-อธิกิตติ์ พริ้งพร้อม” กับ “โทโมะ-วิศวะ ไวทยานนท์” ที่ขอจัดหนักแอ็คชั่นกันสุดมันส์ในร้านของเก่า

สำหรับฉากนี้ทีมงานยกกองไปปักหลังถ่ายทำกันที่ ร้าน ปาปาย่า ซึ่งเป็นร้านขายของเก่าย่านลาดพร้าว โดยเป็นตอนที่ ชิ (แบงค์) และ กา (โทโมะ) บุกมาชิงน้ำตามังกรเพื่อเอาไปรักษาตัว มาริโอ้ หลังจากได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้ ฉากนี้ถือว่าเป็นฉากสำคัญของเรื่อง แถมยังเป็นคิวบู๊จึงถือว่าเป็นงานหนักของทั้งสองหนุ่ม ร้อนถึงผู้กำกับฯ “ต้อม-ยุทธเลิศ” ต้องสั่งตรงอาจารย์จากวัดเส้าหลินที่เคยสอนคิวบู๊และ สตั้นแมน มืออาชีพมาติวเข้ม ซึ่งทีมงานนัดกองตั้งแต่เช้า ก่อนแต่งหน้าทำผมก็มีการซักซ้อมคิวบู๊จนแน่ใจ ซึ่งใช้เวลานานหลายชั่วโมง ก่อนที่จะเดินเครื่องถ่ายทำจริง และใช้เวลานานหลายชั่วโมงกว่าที่ฉากนี้ผ่านพ้นได้ด้วยดี เล่นเอาเหนื่อยทั้งผู้กำกับฯและนักแสดง
โดย “แบงค์-อธิกิตติ์” เผยถึงฉากนี้ว่า “ฉากนี้ถือเป็นอีกสำคัญของเรื่องครับ เพราะเป็นตอนที่ผมกับโทโมะต้องชิงน้ำตามังกรเพื่อไปช่วยมาริโอ้ สำหรับการถ่ายทำก็เรียกว่าเหนื่อยมาก เนื่องจากเป็นคิวบู๊ที่จัดเต็ม พี่ต้อมก็เลยต้องให้สตั้นแมนและอาจารย์จากวัดเส้าหลินมาคุมเข้ม คือ ถ่ายทำตั้งแต่เช้ากว่าเสร็จก็เล่นเอาดึกเรียกว่ากลับไปบ้านนอนหลับสนิทเลยครับ” แบงค์ กล่าว

ห้ามพลาด “บางกอกกังฟู” หนังแอ็คชั่นที่มีกลิ่นอายของความรักได้ทุกโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ 1 กันยายนนี้

 













 

ภาพและข้อมูลล่าสุดของภาพยนตร์ “บางกอกกังฟู”
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 11 กรกฎาคม 2554


     บริษัท “ฟิล์ม อาร์ อัส” จับมือ “ต้อม ยุทธเลิศ สิปปภาค” ผู้กำกับฝีมือกล้า
แห่งภาพยนตร์ไทย ร่วมเปิดตำนาน กังฟูเมืองไทย พร้อมร่วมตัว 4 หนุ่ม 1 สาว นักแสดงหน่วยก้านดี ดีกรีดัง “เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ”, “มาริโอ้ เมาเร่อ”, “แบงค์-อธิกิตติ์ พริ้งพร้อม (วงแบล็ค วานิลลา)”, “โทโมะ-วิศวะ ไทยานนท์ (วง เคโอทิค)” และ “แก้ว-จริญญา ศิริมงคลสกุล (วง เฟย์ ฟาง แก้ว)” แปลงโฉมเป็นคนพิการ เข้าสำนักเส้าหลิน รับการถ่ายทอดวิทยายุทธ์สุดล้ำเลิศ ฝึกฝนวิชากังฟู จนเก่งกล้าเพื่อเตรียมกลับมาล้างแค้นฝ่ายอธรรมที่เป็นต้นเหตุทำให้ชีวิตของพวกเขาเกือบถึง
จุดจบ และที่นั่นเองเป็นจุดเริ่มต้น ของการตามหาความรัก ความฝัน เเละการตามหาอดีต...เพื่อล้างเเค้น

การแก้แค้นอันสุดหฤโหดของพวกเขาจะสำเร็จหรือไม่
ปริศนาความรักซ่อนเงื่อนของพวกเขาจะถูกค้นพบ
และไขกุญแจได้หรือไม่ ??!!

พร้อมสัมผัส ความมันส์ ของหนังรักร่วมสมัย ผสมกลิ่นอายของหนังจีนกำลังภายใน
ปรากฏการณ์รูปแบบใหม่ของวงการภาพยนตร์ไทย
เต็มรูปแบบ ที่ไม่เหมือนใครได้ 1 กันยายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์


“บางกอกกังฟู”


“โป้ง, ชิ, กา และ นา” กลุ่มเด็กน้อย 4 คน ที่ถูกแก๊งค์ค้ามนุษย์ลักพาตัวไปเพื่อบังคับให้เป็นขอทาน พร้อมทั้งถูกทารุณกรรม โป้ง (เป้) ถูกตัดลิ้นด้วยมีดตัดต้นไม้จนพูดไม่ได้ ชิ (แบงค์) ถูกแทงจนตาบอดทั้งสองข้างด้วยไม้เสียบลูกชิ้น กา (โทโมะ) ถูกตบบ้องหูจนหนวก และนา (มาริโอ้) ถูกทุบหัวจนกลายเป็นคนสติเลอะเลือนไม่เต็มเต็ง พวกเขาถูกแกงก์ค้ามนุษย์ร่อนเร่ขอทานไปตามจังหวัดต่างๆ จนมาถึงกรุงเทพฯ ที่นั่นพวกเขาได้พบกับชายชราจีนที่มีชื่อว่า อึ้งเสี่ยวหงษ์ อาจารย์ผู้ทรงวิทยายุทธ์ผู้สืบทอดคนสุดท้ายเเห่งพรรคจันทรา กับเด็กผู้หญิงชื่อ “กอหญ้า” (แก้ว)
ซึ่งชายชราได้ช่วยเหลือทั้งสี่คนออกมาจากพวกแก๊งค์ค้ามนุษย์ และนั้นคือ วันแรกที่เด็กทั้งสี่ได้รู้ว่า “สุดยอดวิชากำลังภายในนั้นมันมีอยู่จริง”

เวลาผ่านไปสิบห้าปี โป้ง ชิ และ กา ได้รับการถ่ายทอดวิทยายุทธ์จากชายจีนแก่ ซึ่งพวกเขาเรียกว่า
อาจารย์ พวกเขารวมตัวกันเป็นทีมนักฆ่า รับจ้างฆ่าคน และเพื่อการกลับมาล้างแค้นมาเฟียขอทาน ที่ลักพาตัวพวกเขามา ผ่านช่วงของเวลาล่วงเลยไป ความสัมพันธ์ของพวกเขาถูกพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ กอหญ้าคิดในใจว่า โป้งชอบตน เนื่องจากกล่องลูกแก้วที่โป้งมอบให้ไว้แทนใจ แต่โป้งมิได้เอ่ยปาก หรือแสดงปฏิกิริยาต่อเธอแต่อย่างใด กอหญ้าไม่สามารถเก็บความในใจไว้ได้อีกต่อไปแล้ว และต้องการรู้ความจริงจากปากของโป้ง แต่โป้งกลับปฏิเสธว่า “กล่องลูกแก้วนั้นไม่ใช่ของตน!”

ในขณะเดียวกันโป้งได้รับว่าจ้างฆ่าน้องชายของพรรคสุริยัน เป็นสาเหตุให้หัวหน้าพรรคโกรธมาก และเมื่อสืบรู้ว่าคนที่ฆ่าน้องชายของตนคือ คนของพรรคจันทรา พรรคคู่อริที่เขาตามหามานานย้ายมาอยู่ที่เมืองไทยนั่นเอง ศึกการล้างแค้นครั้งยิ่งใหญ่จึงเกิดขึ้น แต่แล้วในที่สุด อาจารย์ และนาเพื่อนรักของพวกเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการลอบทำร้ายของพรรคมาร หน้าที่ในการปกป้องอาจารย์ และนา จึงตกเป็นของ โป้ง ชิ กา และกอหญ้า ทุกคนต่อสู้กับพรรคมารสุดชีวิต
หมู่บ้านเล็กๆ อันแสนสงบกลายเป็นสนามประลองยุทธ์
เหตุการณ์ทั้งหมดจะลงเอยอย่างไร ใครจะเป็นกุญแจสำคัญที่ไขปริศนา กล่องลูกแก้ว ของ “กอหญ้า”
การแก้แค้นอันสุดหฤโหดของพวกเขาจะสำเร็จหรือไม่ ฤาอธรรมจะเป็นฝ่ายที่กำชัยชนะบนโลกใบนี้!!
ร่วมสัมผัสความมันส์ของหนังรักร่วมสมัย ผสมกลิ่นอายของหนังจีนกำลังภายใน
และค้นหาคำตอบที่ยังค้างคาใจกับพวกเขาได้
ใน “บางกอกกังฟู” ปรากฏการณ์รูปแบบใหม่ของวงการภาพยนตร์ไทย
เต็มรูปแบบ ที่ไม่เหมือนใคร 1 กันยายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์


“ต้อม-ยุทธเลิศ สิปปภาค” กำกับภาพยนตร์


“ต้อม-ยุทธเลิศ สิปปภาค” ผู้กำกับมือทองที่ผลิตผลงานภาพยนตร์คุณภาพมากมาย อาทิ มือปืน/ดาว/พระ/เสาร์, สามย่าน, รัก|สาม|เศร้า, บุปผาราตรี 3.2 ล่าสุดขอพลิกประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย เปิดตำนานถ่ายทอดวิทยายุทธกังฟู ที่หายไปนานเกือบ 10 ปี พร้อมนำเสนอในรูปแบบแอ็คชั่นดราม่า ผสมผสานคอมมาดี้ ในสไตล์ “ต้อม ยุทธเลิศ”

“บางกอกกังฟู” หนังเรื่องนี้เป็นหนังรักแอ็คชั่น และเป็นเรื่องที่แอบพูดถึงเรื่องของสังคมเล็กๆ ในสภาพสังคมของเมืองไทย เด็กที่ไม่ได้รับการดูแล เด็กขาดความอบอุ่น หรือเด็กที่มีปัญหา จะถูกถ่ายทอดออกมาผ่านตัวละครในเรื่อง คือแม้ว่าจะอยู่ในสังคมที่ไม่สมบูรณ์ อยู่ในสังคมที่เลวร้าย แต่ความผูกพันของการได้รับการสั่งสอนที่ดี และด้วยความสัมพันธ์ของกลุ่มเพื่อนที่ดี ก็ทำให้สามารถเอาตัวรอดได้เรื่องนี้ค่อนข้างชัดเจนคือ เราไม่ได้เอาความพิการตรงนี้มาถ่ายทอด เราไม่ได้เอาคนพิการมาล้อเลียน แต่เราเอาคนพิการมาเป็นฮีโร่ เอามาเป็นพระเอก ซึ่งเราจะสะท้อนถึงเรื่องของเด็ก ที่ถูกทำร้ายร่างกาย เค้าจะเอาตัวรอดอย่างไร แล้วอีกอย่างคือ ไม่ว่าคุณจะเจออะไรที่เลวร้าย ถ้าคุณได้รับการปลูกฝังที่ดี ก็จะเอาตัวรอดจากสังคมที่เลวร้ายได้ หนังเรื่องนี้ประเด็น ค่อนข้างรุนแรง เป็นหนังสังคม แม้หนังจะพูดถึงสิ่งที่เลวร้าย แต่เราก็พูดถึงความรักที่มีหวัง มีความหวังอยู่ในนั้นด้วย เหมือน บางกอกกังฟู

เป็นหนังสำหรับคนที่เคยชื่นชอบหนังกำลังภายใน บวกกับหนังรักที่มีความหวัง
คือเป็นหนังรักที่ให้ความหวังกับคนที่ได้ดู
โดยส่วนตัวผมเป็นคนชอบคิด ชอบเขียน แล้วเรื่องนี้ก็เขียนไว้นานแล้ว เพียงแต่เอามาปรับใหม่ แค่นั้นเอง ด้วยแรงบันดาลใจ คือมันมาจากความชอบส่วนลึกๆ คือตัวเราเองชอบหนังกำลังภายใน แต่หลังๆ มีแต่หนังกังฟู ไม่มีหนังกำลังภายในแบบที่ตัวเองอยากดู ก็เลยคิดอยากที่จะเอามานำเสนอ และที่สำคัญบ้านเรายังไม่มีหนังในแนวนี้ ดูเหมือนกับว่าหนังกำลังภายในเป็นของเมืองจีน เราอยากทำหนังกำลังภายในได้ไหม เราก็เลยคิดว่า บางกอกกังฟู คือหนังไทยกำลังภายใน แบบเต็มรูปแบบ อาจจะเป็นเรื่องแรกที่เอาวิชากำลังภายในมาใช้เลยก็ว่าได้

ผมเชื่อว่าคนดูจะได้ดูภาพที่แบบว่า เมืองไทยมีแบบนี้ด้วยเหรอ คือสวย อย่างบางฉาก ต้องขับรถเข้าไปลุยเองเลย ถามว่า คุ้มไหมที่เราจะต้องมาลุยถึงขนาดนี้ พากันไปอยู่กลางแดด ใต้ความเว้งหว้าง แต่ภาพที่ออกมาดูแล้วมันสวยมาก โดยเฉพาะตอนพระอาทิตย์ตก ซึ่งมันคุ้ม เราคิดว่า บางกอกกังฟู จะเป็นหนังแอ็คชั่นที่สวยเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่สวยจากการปรุงแต่ง
ผมว่า บางกอกกังฟู มีคาเรคเตอร์ที่น่าสนใจ แล้วก็มีความเป็นตัวเองค่อนข้างสูง ผมเชื่อว่า เป็นหนังซึ่งไม่เหมือนใคร ไม่ใช่แค่หนังตลก ไม่ใช่แค่หนังรักทั่วไป แต่มันมีความเป็นหนังชีวิต เริ่มด้วยชีวิตรันทด แต่เอาตัวรอดได้ด้วยความรักที่มีความหวัง ในบรรยากาศหนังแอ็คชั่นแบบกำลังภายในที่หายไปเป็น 10 ปีแล้ว ผมรู้สึกว่า ผมภูมิใจที่ได้ผลิตงานแบบนี้ออกมา มันไม่เหมือนใคร คือสไตล์แบบนี้แหละ..



“เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ” รับบท “โป้ง”

“เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ” หนุ่มหล่อมาดเซอร์ ขวัญใจสาวน้อยสาวใหญ่ ที่มีผลงานมากมาย
ทั้งถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณา งานเพลง งานหนัง และงานละคร ล่าสุดตัดสินใจขอพลิกบทบาท ของตัวเอง ก้าวเข้าสู่สำนักเส้าหลิน ฝึกกลยุทธ์วิชากังฟู พร้อมกับผองเพื่อนอีก 3 คน
เพื่อกลับมาล้างแค้นแก็งค์ค้ามนุษย์สุดเดือดที่เป็นต้นเหตุทำให้ชีวิตของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

ผมรับบทเป็น “โป้ง” เป็นเด็กกำพร้า เด็กใบ้หัวเเข็งที่มีความสามารถมากที่สุดในกลุ่ม เเต่เป็นคนที่มีจิตใจบอบช้ำที่สุด วิทยายุทธที่มีคือ "วิชาหัตย์มัจจุราช" ไม่ว่าสิ่งของใดที่หยิบจับได้ เมื่อขว้างออกไป มันจะกลายเป็นอาวุธร้ายขึ้นมาทันที โป้งเป็นนักฆ่าจริงจัง ในแววตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนไว้จากเบื้องหลังชีวิตในวัยเด็กของเขา จากเด็กที่เคยรู้ว่า การพูดเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เขามีเพื่อนร่วมชีวิต กลับกลายเป็นเด็กที่ไม่พูดอีกเลย เนื่องจากพวกอันธพาลได้ตัดลิ้นเค้าไป บทจะแตกต่างไปจากบทคนอื่นๆ ก็คือ
ผมเล่นเป็นบทคนใบ้ พูดเป็นเสียง “อ๋า อ๋า” ตอนแรกก็กังวลอยู่เหมือนกัน แต่ “พี่ต้อม” บอกว่า
เค้าทำแบบคอมมาดี้ เค้าไม่ได้กะเอาเหมือนคนใบ้จริงๆ ก็คือ พูดให้เหมือนไม่ชัดไป ประมาณนั้น


ภาพยนตร์ “บางกอกกังฟู” ถือเป็นการกลับมาร่วมงานกับอีกครั้งของ “หนุ่มเป้” กับ ผู้กำกับ “ต้อม ยุทธเลิศ”…

ผมมีโอกาสได้เล่นหนังกับพี่ต้อมมาก่อน พอมาถึงเรื่องนี้ พี่ต้อมบอกว่า “มาเล่นเรื่องนี้หน่อย เป็นกังฟู” ผมก็บอกว่า ไม่เคยเล่นแบบนี้เหมือนกันนะ ผมไม่เคยเล่นแบบกังฟูมาก่อนเลย แล้วก็ไม่เคยเล่นบู้แบบเต็มขั้น และด้วยคาเรคเตอร์ที่ได้รับเป็นคนใบ้ด้วย แต่ความใบ้ของพี่ต้อมก็ไม่ได้ใบ้แบบจริงจัง เหมือนใบ้แบบตลกๆ ซึ่งมันก็จริง ก็สนุกดีครับ
ถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 2 แบบเต็มตัวที่มีโอกาสได้เล่นหนังกับพี่ต้อม พอมาเล่นหนังแอ็คชั่นแน่นอนต้องมีหลุดคิว ผมก็มีหลุดคิวล้ม มีกลิ้งผิดคิวนิดๆ หน่อยๆ แต่ก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก ผมคิดว่า เป็นเรื่องปกติของฉากแอ็คชั่น ที่ต้องมีผิดคิวกันบ้าง แต่สนุกครับ


“มาริโอ้ เมาเร่อ” รับบท “นา”

พูดได้ว่าไม่มีใครไม่รู้จัก หนุ่มสุดฮอตงานชุกข้ามปีผู้นี้ “มาริโอ้ เมาเร่อ” กับผลงาน และข่าว
ที่มีให้เห็นผ่านตาตลอดเวลาไม่ขาดสาย แต่หนุ่มโอ้ก็ยังมีเวลา สะเดอะกลอน เปิดประตูเข้าสำนักเส้าหลิน ฝึกวิชากังฟู พร้อมรับศึกหนัก ในภาพยนตร์ แอ็คชั่นเต็มรูปแบบ “บางกอกกังฟู”

“โอ้” รับบทเป็น “นา” เด็กสติไม่เต็มเต็งผู้อ่อนเเอที่สุดเเต่สุดท้าย กลับกลายเป็นตัวแปร
ที่สำคัญที่สุด วิทยายุทธที่มีคือ "ฝ่ามือจันทรา" สุดยอดวิชาเเห่งพรรคจันทราที่ไม่มีใคร
ผู้ใดสามารถต้านทาน คาเรคเตอร์ที่ได้รับจะแตกต่างจากทุกเรื่องที่ผ่านมา เป็นเด็กหนุ่มที่มีชีวิตที่สดใส เฉลียวฉลาดแต่ต้องกลับกลายเป็นคนที่ไร้แม้กระทั่ง
…สติ…ของตัวเอง เขาถูกแก็งค์ค้ามนุษย์จับตัว มาอยู่รวมกับเพื่อนๆ อีก 3 คน นาถูกทุบตีที่หัวอย่างหนัก จนกระทั่งสมองของเขาได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ภายนอกดูเหมือนปกติดี แต่ภายในเลอะๆ เลือนๆ โชคดีที่มีคนมาช่วย มีโอกาสได้เข้าไปอยู่ในสำนักเส้าหลิน ได้ฝึกกังฟู คือในเรื่องต้องมีบทกังฟู แอ็คชั่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ตอนแรกก็เครียดเลยครับ เพราะบทมันค่อนข้างยาก แล้วก็เป็นอะไรที่เราไม่เคยลองสัมผัสมาก่อน แต่พอลองแล้ว ติดใจ ชอบครับ


นอกจากนั้นก็ยังมีโอกาสได้ไปเรียนกังฟูเพิ่มเติมด้วย ไปฝึกซ้อมที่สำนักเส้าหลิน
เป็นอีกหนึ่งบทบาทที่ท้าทายความสามารถ และที่สำคัญไปกว่านั้นยังทำให้ โอ้ เห็นใจ และเข้าใจเด็กพิการมากขึ้น…

พอมีโอกาสได้มารับบทนี้ก็รู้สึกว่า เด็กเหล่านี้เป็นเด็กพิเศษครับ คือเค้ามีความสามารถพิเศษ เรียกว่าเป็นคนพิเศษจริงๆ บางคนอาจจะเห็นเค้าเหมือนไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวอะไร แต่จริงๆ เค้าจะรู้อะไรทุกอย่าง อาจจะเป็น Genius เลยก็ได้ครับ ก็รู้สึกเห็นใจเค้ามากๆ ครับ รู้สึกว่าสงสารเค้า พอหันมามองกับตัวเอง เราโชคดีที่เราเกิดมาเราครบ 32 เพราะะนั้นถ้ามีโอกาสได้ไปช่วยเหลือ หรือทำอะไรให้กับเด็กที่เป็นเด็กพิเศษ หรือว่าใครที่ลำบากกว่าเรา ผมก็อยากจะช่วย เพราะผมรู้ว่ามันเป็นอะไรที่เราเลือกเกิดไม่ได้

ก็อยากฝากให้ดูกันนะครับ เพราะว่าเป็นหนังที่ผมว่าน่าสนใจ คาเรคเตอร์โอ้ก็เปลี่ยนไปเยอะเลย
ก็อยากให้ติดตามกันด้วย ทุกคนเต็มที่มากๆ ครับ ที่สำคัญเป็นหนังที่แหวกแนว ยังไม่เคยมีมาก่อน
เพราะว่ามุมมองของพี่ต้อม เค้าเป็นอาร์ตติส ผมว่า งานของพี่ต้อมออกมายังไงก็น่าดู


“แบงค์-อธิกิตติ์ พริ้งพร้อม” รับบท “ชิ”


ฝากผลงานไว้ไม่น้อยทีเดียว ทั้งงานเพลง และงานละคร สำหรับนักร้อง-นักแสดงหนุ่มหน้าใหม่
“แบงค์-อธิกิตติ์ พริ้งพร้อม” หรือ “แบงค์ แบล็ค วานิลลา” ครั้งนี้ตัดสินใจพลิกบทบาทของตัวเอง ก้าวเท้าเข้าสำนักเส้าหลิน ฝึกวิชากังฟู เตรียมประลองยุทธ์ พร้อมประเดิมเล่นหนังครั้งแรกในชีวิตของเขา

โดยบทและคาเรคเตอร์ของผม เล่นเป็น “ชิ” เด็กตาบอดเเต่ชอบเป็นผู้นำ บงการชี้นิ้วกับทุกคน
แม้กระทั่งชีวิตของกา น้องของตัวเอง วิทยายุทธที่มีคือ "วิชาดรรชนี ปิดสวรรค์" สัมผัสเบาๆ บนร่างด้วยนิ้วชี้เพียงสี่จุด ร่างกายผู้นั้นจะเเข็งทื่อดั่งเป็นอัมพาต ไม่สามารถขยับได้อีกต่อไป
ชิ เป็นเด็กหนุ่มที่มีเหตุผล หนักแน่น กล้าที่จะได้ และพร้อมที่จะเสีย ชิ โดนจับมาเป็นขอทานตั้งแต่เด็กๆ พร้อมกับน้องของเขาคือ “กา” เขาถูกแก็งค์ค้ามนุษย์ทำลาย ชีวิตของเขา ด้วยการทำให้ เขาตาบอด แต่ท้ายที่สุดก็หนีออกมาจากแก็งค์ได้สำเร็จ เพราะมีอาจารย์จีนคนหนึ่งช่วย และเก็บไปเลี้ยง ฝึกวิชากังฟูให้ พอโตมาก็เลยเป็นคนตาบอดที่มีวิชากังฟูติดตัว


ก็ยากเหมือนกันเพราะว่า นอกจากจะต้องเล่นบทเป็นคนตาบอด
ในเรื่องแรกแล้ว ยังต้องมาเล่นบทแอ็คชั่นด้วย แถมเรื่องนี้ยังแอบเป็นคอมมาดี้อีกต่างหากด้วย เรียกว่ารวมทุกอย่างที่ยากไว้รวมกัน ที่สำคัญคือ ผมก็เป็นน้องใหม่ด้วย ก็พยายามแบบเต็มที่ พยายามฟัง “พี่ต้อม” เพราะว่าพี่ต้อมค่อนข้างที่จะบอกอะไรผมตลอดเวลา

ไม่ใช่ง่ายอย่างที่คิดไว้ หลังจากได้เข้ามาสวมบทบาทคนพิการตาบอด ทำให้รู้ซึ้งเลยว่า การเดินโดยใช้ไม้เท้านำทาง นั้นยากเพียงใด…

ในตัวบทของผมต้องถือไม้เท้าอยู่ตลอดเวลา ก็มีปัญหากับสิ่งนี้พอสมควร โดยเฉพาะเวลาที่ต้องใช้ไม้เท้าเป็นอาวุธในฉากแอ็คชั่น ต้องใช้หมุน ใช้เวี่ยง หรือแม้กระทั่งเวลาเดินก็ต้องใช้ไม้เท้านำทาง รู้สึกเห็นใจและเข้าใจถึงคนที่พิการ ตาบอดอย่างแท้จริง โดยเฉพาะคนเกิดมาเคยเห็นความสดใสของโลก แล้วเพิ่งจะมาพิการตาบอด เหมือนกับตัวละคร “ชิ” ที่ผมรับบทในหนังเรื่องนี้


“โทโมะ-วิศวะ ไทยานนท์” รับบท “กา”


แม้จะเป็นน้องใหม่แกะกล่องของวงการ แต่มากไปด้วยความสามารถและคุณภาพล้นตัว สำหรับ “โทโมะ-วิศวะ ไทยานนท์” หรือ “โทโมะ K-Otic” จนผู้กำกับมือฉมังอย่าง “ต้อม ยุทธเลิศ” ชักชวนเข้าสู่วงการ เรียนวิชากังฟูขั้นเทพ เตรียมปฏิบัติการสุดโหด กับภาพยนตร์เรื่องแรกของหนุ่มโทโมะใน “บางกอกกังฟู”

“โทโมะ” รับบทเป็น “กา” เด็กหูหนวกที่เดินตามหลังพี่ชาย ที่คิดเอาเเต่จะล้างแค้น
โดยไม่สนใจใคร วิทยายุทธที่มีคือ "ฝ่ามือเปิดนรก" วิชาฝ่ามือที่รวบรวมอากาศรอบตัวก่อนจะ
กระเเทกออกไปเป็นพลังทำลายที่รุนเเรงยิงกว่าลูกกระสุนปืนใหญ่ คาเรคเตอร์จะเป็นคนนิ่งๆ ค่อนข้างเงียบขรึม แต่ภายในจิตใจเต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง กา ถูกจับตัวไปพร้อมกับพี่ชาย แล้วเขาก็ถูกทำให้พิการหูหนวก

เจองานแสดงครั้งแรก ทำให้ “โทโมะ” ต้องเข้าไปฝึกซ้อมการแสดงเป็นอย่างหนัก เพื่อให้แสดงออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ เพราะปกติจะติดอยู่กับการเต้นเป็นส่วนใหญ่…

ตอนแรกก็แกร็งนึดนึง สำหรับงานแสดงครั้งแรก มีฉากที่ต้องพูดด้วยคือ ผมชินกับการถ่าย MV มาบ่อย การเคลื่อนไหวของตัว กลายเป็นแบบเต้นไปหมดเลยดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ ก็ต้องไปเรียนแอ็คติ้งค่อนข้างเยอะ ที่ยากที่สุดคือ ในฉากแอ็คชั่น ผมต้องออกเสียงแอ็คชั่น ต่อสู้ออกมา โดยปกติผมเป็นคนที่เงียบๆ อยู่แล้ว เป็นคนที่ไม่ค่อยออกเสียงดังๆ ก็ต้องฝึกมากพอสมควร เพื่อให้ออกมาเป็นธรรมชาติมากที่สุด คือเวลาออกเสียงต่อสู้ ต้องออกเสียงให้เต็มที่เหมือนกับใช้พลังจากภายในออกมา ตรงนั้นก็ยากนิดหนึ่ง ก็ต้องเต็มที่ครับ ต้องใส่อารมณ์เข้าไปเหมือนกับตัวเองมีกำลังภายในจริงๆ แต่ก็สนุกดีครับ
ไม่เคยคิดว่าจะได้เล่นหนังครับ ช็อคมาก ดีใจมากๆ เลย อึ้งมากด้วยซ้ำ ได้โอกาสนี้มาถือว่า สุดยอดแล้วครับ ตอนแรกก็กดดัน แล้วก็กังวลนึดนึง ด้วยความที่ผมเป็นนักแสดงหน้าใหม่ด้วย กลัวว่า เราจะทำหนังเค้าเสียหรือเปล่า

ก็อยากฝากให้ทุกคนลองดูกันนะครับ เพราะว่ามันเป็นหนัง
ที่แปลกใหม่ ไม่เคยมีหนังแนวแบบนี้มาก่อน แอ็คชั่น ผสมดราม่าครับ
ในเรื่องก็จะมีทั้งความรัก มีทั้งแอ็คชั่น มันมีอะไรให้น่าตื่นเต้นเยอะมาก อยากให้ทุกคนลองดูครับ


“แก้ว-จริญญา ศิริมงคลสกุล” รับบท “กอหญ้า”

“แก้ว-จริญญา ศิริมงคลสกุล” หรือ “แก้ว - เฟย์ ฟาง แก้ว” นักร้องสาวเสียงใส
สาวน้อยเพียงคนเดียวที่ “ต้อม ยุทธเลิศ” มองเห็นกึ๋น จับโยนเข้าสำนักเส้าหลิน ฝึกวิชากังฟู พร้อมร่วมปฏิบัติการมันส์ฮา กับ แก็งค์ 4 หนุ่ม “เป้, โอ้, แบงค์ และ โทโมะ” ใน “บางกอกกังฟู”

“แก้ว” รับบทเป็น “กอหญ้า” เด็กสาวคนเดียวในกลุ่มผู้มีความรักอันบริสุทธ์ เเละความฝันอันสดใส กอหญ้าเหมือนดวงดาวดวงเล็กๆ ที่ส่องประกายสดใสในท่ามกลาง
ค่ำคืนอันมืดบอด วิทยายุทธที่มีคือ "วิชาตัวเบา" กอหญ้าไม่ชอบการต่อสู้ เเต่ชอบร้องเพลงเป็นชีวิตจิตใจ คาเรคเตอร์จะเป็นเด็กผู้หญิงวัยรุ่นธรรมดาๆ แต่แอบซ่อนความแข็งแกร่งไว้ข้างใน กอหญ้ากำพร้าพ่อ แม่ ตั้งแต่เด็ก แต่โชคดีที่ได้รับการช่วยเหลือจากชายจีนแก่ ซึ่งเป็นอาจารย์ กอหญ้าได้รับการถ่ายทอดวิชากังฟูให้ ก็เลยมีวิชากังฟูติดตัว

เล่นภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิต ก็เจอกับบทหินเลยทีเดียว สำหรับ “แก้ว” ซึ่งนอกจากจะต้องเจอกับบทบู๊แล้ว ยังต้องถ่ายทอดอารมณ์แบบสุด ๆ ในบทดราม่า…

ในคาเรคเตอร์ของกอหญ้าต้องมีบทบู๊ด้วย แต่ไม่ได้บู้มากมาย ก็ค่อนข้างที่จะยาก เพราะว่าเล่นเรื่องแรกก็บู้เลย แถมยังมีบทดราม่าด้วย แต่ก็ได้พี่ๆ เค้าช่วยสอน มีฉากนึง พี่ต้อมบอกว่าขอร้องไห้จริงได้ไหม ก็คิดหนักเหมือนกันว่าจะทำได้ไหม แต่พอมาเล่นเข้าจริงๆ ทุกอย่าง ณ ตอนนั้น ทั้งฉาก บท แล้วก็พี่ๆ ทุกคน ก็เล่นแบบอินไปกับบท บรรยากาศดูสมจริงมากๆ ก็เลยร้องออกมาเองเลย ร้องไห้แบบฟูมฟายมาก พี่เค้าแต่ละคน มืออาชีพทั้งนั้นเลยค่ะ

ต้องขอบคุณ “พี่ต้อม” ก่อนเลยที่เลือกแก้วให้มาเล่นหนังเรื่องนี้ เรียกว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี
แล้วก็เป็นครั้งแรกด้วย เหมือนกับได้ลองอะไรใหม่ๆ รู้สึกท้าทายดีค่ะ ตื่นเต้น แล้วก็ตกใจเหมือนกัน ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า จะมีโอกาสได้มาเล่นหนัง ตอนแรกก็กลัวว่าจะเป็นตัวถ่วงเค้าหรือเปล่า แต่พี่ๆ เค้าใจดี ช่วยสอนในบทต่างๆ ให้ ก็รู้สึกสบายใจค่ะ


 




























 

โปสเตอร์ 6 แบบ 6 สไตล์ จากภาพยนตร์เรื่อง "บางกอกกังฟู"
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 22 กรกฎาคม 2554














 

“เป้” ดี๊ด๊าขอพักบู๊นำทีมซึ้ง โว “บางกอกกังฟู” เน้นภาพสวย
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 26 กรกฎาคม 2554


      ปล่อยฉากบู๊แอ็คชั่นเรีกยน้ำย่อยมาหลายตอน สำหรับ หนังบู๊แอ็คชั่นที่มีกลิ่นอายของความรัก อย่างภาพยนตร์เรื่อง “บางกอกกังฟู” ของ ค่าย ฟิล์ม อาร์ อัส ในเครือ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) จากฝีมือของผู้กำกับฯ “ต้อม-ยุทธเลิศ สิปปภาค” ที่ขนนักแสดงชั้นแนวหน้ามาประชันบทบาทกันคับจอนำทีมโดย เป้-อารักษ์, มาริโอ้ เมาเร่อ, แบงค์-อธิกิตต์, โทโมะ-วิศวะ และหญิงหนึ่งเดียว แก้ว-จริญญา วันนี้ก็เลยขอเปลี่ยนบรรยากาศพาชมเบื้องหลังซึ้งๆ สวยๆ

สำหรับฉากนี้เป็นฉากใหญ่และถือเป็นฉากสำคัญของเรื่อง เพราะเป็นตอนที่ เป้-แบงค์-โทโมะ-แก้วต้องเสียน้ำตาให้กับการจากไปของอาจารย์ผู้ที่เลี้ยงดูและสอนวิชากังฟูให้ ทั้งหมดจึงตัดสินใจนำร่างของอาจารย์มาฝั่งที่บนยอดเขา โดยผู้กำกับฯ “ต้อม-ยุทธเลิศ” บุกป่าฝ่าดงยกทีมงานมาถ่ายทำกันที่ เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ด้วยความที่อากาศค่อนข้างร้อนถือว่าเป็นอุปสรรค์สำคัญ แต่ทุกคนก็ทุ่มกันสุดตัว เพื่อให้ฉากนี้ออกมาสวยที่สุด ถึงขนาด “เป้” เอ่ยปากว่าเรื่องนี้เขาไม่ธรรมดา เน้นภาพสวยทุกตอน หลังจากตะลุยถ่ายทำมาตั้งแต่เช้า “เป้” ก็เปิดใจว่า

“สำหรับฉากนี้เราต้องถ่ายกันที่เนินเขา บุกกันมาไกลมาก แถมต้องปีนขึ้นไปถ่ายทำถึงจุดที่เหนือที่สุดของเขาใหญ่ ทรหดกันมาก ที่สำคัญค่อนข้างกันดารและอาการร้อนมาก แถมยังเป็นซีนอารมร์ที่ผมต้องเถียงกับแบงค์ ด้วยความที่เราถ่ายกันกลางวันแสกๆ อากาศมันร้อนมากบิ้วอารมณ์กันไม่ขึ้น จนพี่ต้อมต้องเรียกว่าคุยและเล่าที่มาที่ไปของฉากนี้ให้เราฟัง หลังจากนั้นก็ผ่านฉลุย ผมเชื่อว่าใครที่ได้ดูหนังเรื่องต้องประทับใจกับฉากนี้แน่นอนครรับ”
ห้ามพลาด “บางกอกกังฟู” หนังแอ็คชั่นที่มีกลิ่นอายความรักได้ทุกโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ 1 กันยายนนี้

 










 

“ฟิล์ม อาร์ อัส” แถลงข่าวเปิดตัวหนังรักโชว์พลัง “บางกอกกังฟู”
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 1 สิงหาคม 2554

            เปิดตัวไปแล้วอย่างยิ่งใหญ่สมการรอคอย สำหรับหนังรักโชว์พลัง “บางกอกกังฟู” ของ ค่าย ฟิล์ม อาร์ อัส จำกัด โดยมี คุณคมสันต์ เชษฐโชติศักดิ์ รองกรรมการผู้อำนวยการธุรกิจภาพยนตร์ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) คุณองอาจ สิงห์ลำพอง ผอ.การผลิตและปฎิบัติงานการตลาด บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ให้เกียรติมาร่วมงานพร้อมผู้กำกับ “ต้อม-ยุทธเลิศ สิปปภาค” และเหล่านักแสดงครบทีม อาทิ เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ, มาริโอ้ เมาเร่อ, แบงค์-อธิกิตติ์ พริ้งพร้อม, โทโมะ-วิศวะ ไทยานนท์, แก้ว-จริญญา ศิริมงคลสกุล ณ ร้าน Fallabella 100 ราชดำริ


 













“เป้” ออกตัวแรงแอบเขิน “ออม” ย้ำเล่นตามบทใน “บางกอกกังฟู”
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 8 สิงหาคม 2554

       ปล่อยฉากบู๊แอ็คชั่นออกมาเรียกน้ำย่อยหลายฉากแล้ว สำหรับหนังบู๊แอ็คชั่นที่มีกลิ่นอายของความรักอย่าง “บางกอกกังฟู” ของ ค่าย ฟิล์ม อาร์อัส ในเครือ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ที่ขนนักแสดงมากฝีกมือมาประชันบทบาทกันชุดใหญ่นำทีมโดย เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ, มาริโอ้ เมาเร่อ, แบงค์-อธิกิตติ์ พริ้งพร้อม, โทโมะ-วิศวะ ไทยานน์ และ แก้ว-จริญญา ศิริมงคลสกุล จากฝีมือการกำกับฯ ของ “ต้อม-ยุทธเลิศ สิปปภาค”

ด้วยความที่เป็นแอ็คชั่นที่มีกลิ่นอายของความรัก เราจึงหยิบเอาฉากเลิฟซีนหวานๆ ของ “เป้-อารักษ์” กับ “ออม-สุชารัตน์” มาฝากกัน แม้จะไม่ใช่ฉากเลิฟซีนที่ดุเดือดแต่ก็ทำเอาหนุ่มเป้ถึงกับออกอาการเขินได้เหมือนกัน โดยฉากนี้เป็นฉากที่ทั้งคู่ขี่มอเตอร์ไซด์รับลม เห็นภาพ แล้วขอบอกว่าน่ารักทีเดียว โดย “เป้-อารักษ์” เผยถึงฉากนี้ว่า “ จริงๆ แล้วฉากเลิฟซีนในเรื่องก็มีบ้างนิดหน่อย มันไม่ได้มากมายอะไร ซึ่งผมก็เล่นตามบทบาท แต่ก็ยอมรับ ว่าเขินเหมือนกัน (หัวเราะ) จริงๆ แล้วไม่ว่าจะเล่นเลิฟซีนกับใครก็เขินทั้งนั้นแหละครับ อย่างฉากนี้ก็เป็นแค่ฉากสวีทหวานเล็กๆ น้อยๆ ขี่ มอเตอร์ไซด์รับลมกัน ซึ่งส่วนตัวแล้วผมชอบมาก ที่ได้ขี่มอเตอร์ไซด์มันได้เปลี่ยนบรรยากาศ ได้รับลมเย็นๆ” เป้ กล่าว

ห้ามพลาด “บางกอกกังฟู” หนังแอ็คชั่นที่มีกลิ่นอายของความรักได้ทุกโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ 1 กันยายนนี้











 

“มาริโอ้” ย้ำ “บางกอกกังฟู” ตีแผ่สังคมวอนเห็นใจเด็กพิการ
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 16 สิงหาคม 2554

             
                 ถือเป็นการพลิกบทบาทครั้งสำคัญในชีวิตการแสดง สำหรับ “มาริโอ้ เมาเร่อ” เพราะต้องมาสวมบทเป็นคน “ออทิสติก” ในหนังบู๊แอ็คชั่นที่มีกลิ่นอายของงความรัก “บางกอกกังฟู” ของ ค่าย ฟิล์ม อาร์อัส ในเครือ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เอาเจ้าตัวรู้สึกหัวอกของคนพิการ พร้อมวอนสังคมเห็นใจ โดย “มาริโอ้เผยถึงเรื่องนี้ว่า
“เรื่องนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านการแสดงของผมหลายอย่าง หนักมากหนักกว่าทุกเรื่องที่ผ่านมาเลยก็ได้ เพราะว่าเรื่องนี้ผมเล่นเป็นคนพิการ ออทิสติก ไม่สมประกอบ เลอะๆ เลือนๆ ซึ่งบทมันค่อนข้างที่จะห่างไกลจากตัวเรามาก แต่ด้วยความที่ผมสนิทกับพี่ต้อม (ยุทธเลิศ) อยู่แล้ว เมื่อพี่เขาโทรมาบอกจะให้เล่นเรื่องนี้ก็ตกปากรับคำเล่นทั้งที ที่สำคัญพอเราได้มาเล่นบทแบบนี้เราก็รู้สึกสงสารคนพิการไม่ว่าจะเป็นด้านไหนก็ตาม เพราะไม่ว่าเขาจะพิการยังไงแต่ทุกคนก็มีความสามารถ และใช้ชีวิตในโลกแห่งความจริงได้ ซึ่งเรื่องนี้ผมค่อนข้างนับถือพวกเขาเลย นอกจากนำเสนอในเรื่องของสังคมที่เกี่ยวกับคนพิการ ภาพรวมของหนังเรื่องนี้จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กกลุ่มหนึ่ง ที่ถูกแก็งค์ลักเด็กหลอกขึ้นรถรถตู้ ทำร้ายให้เขาพิการแล้วบังคับให้ไปเป็นขอทาน ซึ่งมีทั่วไปในสังคมปัจจุบันนี้ ผมอยากจะให้เขาไปดูหนังแล้วได้ข้อคิดดีๆ กลับมาด้วย เพราะหนังเรื่องนี้นอกจากความสนุกที่มีให้เต็มๆ แล้ว ยังตีแผ่สังคมในมุมมืดที่มีอยู่จริง ผมว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องใกล้ตัวนะ และเราต้องช่วยกันแก้ไขครับ”มย์นั้นได้”


 
รอบรอบปฐมทัศน์ "บางกอกกังฟู" จัดใหญ่ เพื่อนศิลปินจากค่ายกามิกาเซ่ ร่วมยินดี
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 31 สิงหาคม 2554

             
               เปิดตัวไปแล้วอย่างยิ่งใหญ่สมการรอคอย สำหรับหนังรักโชว์พลัง “บางกอกกังฟู” ของ ค่าย ฟิล์ม อาร์ อัส จำกัด เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2554 ณ โรงภาพยนตร์เมเจอร์รัชโยธิน ก่อนเริ่มงานด้วยการโชว์มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินแบล็คแจ็ค และแก้ว ต่อด้วยการเปิดตัวนักแสดงทั้ง 5 เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ, มาริโอ้ เมาเร่อ, แบงค์-อธิกิตติ์ พริ้งพร้อม, โทโมะ-วิศวะ ไทยานนท์ และแก้ว-จริญญา ศิริมงคลสกุล และผู้กำกับ ต้อม-ยุทธเลิศ สิปปภาค จากนั้นเป็นการพูดคุยเกี่ยวกับการถ่ายทำภาพยนตร์ ก่อนจะจบงานบนเวทีด้วยการถ่ายภาพหมู่ของเหล่านักแสดง ทีมงานและผู้บริหาร เป็นที่ระลึก นอกจากนั้นยังได้เพื่อนศิลปินจากค่ายกามิกาเซ่ มาร่วมกันแสดงความยินดีอีกด้วย และปิดท้ายด้วยการชมภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์ก่อนใคร

 





















































 

รอบสื่อ “บางกอกกังฟู” หวานหยด !! “เบลล์-กุ๊กกิ๊บ” หอบดอกไม้เซอร์ไพร้ส์ แบงค์-มาริโอ้”
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 2 กันยายน 2554

            เปิดตัวรอบสื่อมวลชนไปแล้วอย่างยิ่งใหญ่ สำหรับหนังรักโชว์พลัง “บางกอกกังฟู” ของ ค่าย ฟิล์ม อาร์ อัส จำกัด โดยมี คุณคมวิทย์ เชษฐโชติศักดิ์ ผู้บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) คุณองอาจ สิงห์ลำพอง ผู้อำนวยฝ่ายผลิตและปฎิบัติงานการตลาดสายงามภายนตร์ บริษัท อาร์เอส จำกัด “ต้อม-ยุทธเลิศ สิปปภาค” ผู้กำกับฯ ร่วมถ่ายรูปกับเหล่านักแสดงครบทีม อาทิ เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ, มาริโอ้ เมาเร่อ, แบงค์-อธิกิตติ์ พริ้งพร้อม, โทโมะ-วิศว ไทยานนท์, แก้ว-จริญญา ศิริมงคลสกุล ที่ โรงภาพยนตร์เมเจอร์ซินีเพล็กซ์สาขารัชโยธิน
โดยบรรายากาศในงานก็คึกคักไปด้วยเหล่าศิลปินที่แห่กันมาให้กำลังใจ อาทิ เบลล์-แนนนี่ (Girly Berry), เอ-โดม-กราฟ (Black vanilla), ป๊อปปี้-เขื่อน-จองเบ-เคนตะ (K-OTIC), ฟลุ๊ค-โยชิ-แบงค์-พิชญ์ (C-QUINT) ฯลฯ แต่ที่ทำเอาหวานหยดน่าอิจฉาก็คงหนีไม่พ้น “สาวกุ๊บกิ๊บ” ที่หอบดอกไม้มาให้กำลังใจ “มาริโอ้” เช่นเดียวกับ “สาวเบลล์” ที่มีดอกกุหลาบสีขาวมาให้หนุ่มแบงค์

 















 

“เป้ – แบงค์” ควงคู่..พาน้องๆ บ้านราชวิถี เที่ยวชมมาดามตุสโซ่
เติมเต็มประสบการณ์ความสุข

Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 9 กันยายน 2554

          เรียกว่ากระแสของหนังรักโชว์พลัง “บางกอกกังฟู” ของ ค่าย ฟิล์ม อาร์ อัส จำกัด กำลังมาแรงไม่หยุด ถึงแม้จะเข้าฉายไปเพียงไม่กี่วัน ล่าสุด สองหนุ่มนักแสดงนำ “เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ” และ “แบงค์-อธิกิตติ์ พริ้งพร้อม” ก็ยังหาคิวว่างมาทำกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกัน งานนี้สองหนุ่มขอพาน้องๆ ผู้ด้อยโอกาส จากสถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี ไปเติมประสบการณ์ความสุขแบบสนุกสนานกันที่ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง มาดามตุสโซ่ ชั้น6 สยามดิสคัฟเวอร์รี่

โดยบรรยากาศในวันนี้ เต็มไปด้วยความสนุกสนานและตระการตา เพราะสองหนุ่ม “เป้” และ “แบงค์” ไม่มีกั๊กความเป็นกันเองกันเลย แถมยังพาน้องๆ เดินชมหุ่นขี้ผึ้งภายในโซนต่างๆ แบบแนบชิด เสมือนว่าพาไปกระทบไหล่คนดังตัวเป็นๆ กันเลย เพราะแต่ละโซนของมาดามตุสโซ่ ได้รวบรวมหุ่นขี้ผึ้งของคนดังทั่วโลกเอาไว้มากกว่า 70 ตัว น้องๆ ทุกคนจึงพากันตื่นตาตื่นใจกับกิจกรรมครั้งนี้เป็นอย่างมาก นอกเหนือจากพาไปกระทบไหล่คนดังแล้ว ทั้ง “เป้” และ “แบงค์” ยังได้พาน้องๆ ไปโชว์พลัง.. ประลองฝีมือกับนักกีฬาคนโปรด ทั้งการเตะฟุตบอลเพื่อเรียกเหงื่อกันเล็กน้อย ซึ่งงานนี้ “เป้” ใจดียอมออมข้อเท้าให้น้องๆ ได้เตะลูกฟุตบอลเข้าโกลชนะไปก่อน จากนั้นพากันไปประลองกีฬากังฟูกันบ้าง ซึ่งทั้ง “เป้” และ “แบงก์” ก็แอบวาดลวดลายท่ากังฟูในหนัง “บางกอกกังฟู” ให้น้องๆ ดูเล็กน้อย ก่อนจะพาไปขึ้นเวทีคอนเสิร์ตแบบจำลอง ซึ่งพอมาถึง “เป้” ก็นึกสนุกขอโชว์สเต็ปรัวกลองชุดให้น้องๆได้ชมอีกด้วย งานนี้เรียกว่าน้องๆ ทุกคน ต่างได้รับทั้งความสนุกสนาน และเต็มอิ่มกับประสบการณ์แห่งความสุขที่สองหนุ่ม ““เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ” และ “แบงค์-อธิกิตติ์ พริ้งพร้อม” มอบให้กันอย่างเต็มที่

ห้ามพลาด “บางกอกกังฟู” หนังแอ็คชั่นที่มีกลิ่นอายของความรัก ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ !!!

























 

รูปภาพ

   
   

ดูภาพทั้งหมด