|
 |
|
|
|
|
 |
 |
|
|
|
|
|
 |
|
|
|
เกี่ยวกับภาพยนต์ |
|
|
ข้อมูลงานสร้าง
"Come Rain, Come Shine"
|
|
|
|


|
ถ้าหากคุณยังคงรักใครสักคน
เคยลองถามตัวเองดูไหมว่า มีเหตุผลอะไรที่ทำให้
คนสองคนต้องเลิกรักกัน 18 สิงหาคมนี้ มงคลซีเนม่า
เตรียมคำตอบไว้ให้ในหนังรักซึมลึก Come Rain ,
Come Shine ( คัมเรน คัมชายน์ )
เรื่องราวความรักกรีดหัวใจที่ได้ 2
นักแสดงเกาหลีขวัญใจคนไทย ฮยอนบิน ( ซีรีย์ My
Lovely Sam Soon , Snow Queen , Secret Garden)
และ อิมซูจอง ( Sad Movie , Im a cyborg but
thats ok ) นำแสดง
โดยฝีมือการกำกับของผู้กำกับมากฝีมือ
ลียุนกิโดยฮุนบินตั้งใจแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นพิเศษเพื่อมอบเป็นของขวัญแด่แฟนคลับก่อนที่เขาจะลาวงการไปเป็นทหารเพื่อรับใช้ชาติเป็นเวลา
2 ปี โดยทั้ง 2
คนยอมแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้โดยไม่รับค่าตัวเนื่องจากชอบบทภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากเรื่องสั้นของญี่ปุ่น
และยังชื่นชมฝีมือของผู้กำกับ ลียุนกิ
เป็นการส่วนตัวอีกด้วย
Come Rain , Come Shine ( คัมเรน คัมชายน์ )
ถือเป็นหนังรักเรื่องแรกที่เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์เบอร์ลินแล้วสร้างสถิติจำหน่ายตั๋วหมดภายใน
5 นาทีใน 5 รอบที่เปิดฉายให้คนทั่วไปได้เข้าชม
หนังพูดถึงความรักระหว่างนักเขียนเรื่องอาหารผู้เอาแต่ใจตัวเอง
( อิมซูจอง ) กับ สถาปนิกหนุ่ม ปากแข็งและเจ้าทิฐิ
( ฮยอนบิน )
คู่รักที่รู้สึกว่าถึงพวกเขาจะยังคงรักกันอยู่ แต่
ไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้อีกต่อไป จนในวันฝนตก
พวกเขาตัดสินใจแยกทางกันเมื่อรู้ว่า
ฝ่ายหญิงมีคนที่รักมากกว่า ...
ทั้งคู่ช่วยกันเก็บของในห้องสุดท้ายก่อนที่พวกเขาจะต้องเลิกรักกัน
ในขณะที่ฝนก็ตกหนักอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดจนทำให้ถนนถูกปิด
...
ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่พยายามเคลียร์ทางให้ถนนออกจากหมู่บ้านกลับมาใช้ได้อีกครั้ง
.ผู้ชายคนหนึ่งก็กำลังตัดสินใจว่า
เขาควรจะพูดประโยคที่ว่า เรายังคงรักกันอยู่ไหม ?
...ออกมาดีหรือเปล่า
|
เกร็ดภาพยนตร์
1. Come Rain , Come Shine ( คัมเรน คัมชายน์ )
ได้รับการคัดเลือกในสายประกวดหลักรางวัล Golden
Berlin Bear
และสองนักแสดงนำได้ร่วมเดือนพรมแดงในเทศกาลภาพยนตร์ด้วยตัวเอง
ซึ่งปรากฏว่า
ได้รับเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับที่ตามมาจากเกาหลีอเพื่อมาร่วมฟังการแถลงข่าวภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างถล่มทลาย
2. Come Rain , Come Shine
สร้างมาจากเรื่องสั้นขายดีในประเทศญี่ปุ่น
ที่ถูกแปลเป็นภาษาต่าง ๆ มากมาย
3. Come Rain , Come Shine
คือภาพยนตร์เกาหลีเรื่องสุดท้ายที่ ฮยอนบิน
แสดงก่อนที่จะลาวงการ 2 ปี
เพื่อเข้าเป็นนาวิกโยธิน
ที่เขาอาสารับหน้าที่ด้วยตัวเอง
นาวิกโยธินในเกาหลี
มีสถิติการเสียชีวิตสูงกว่าทหารหน่อยอื่น ๆ
4. Come Rain , Come Shine
คือการจับคู่แสดงภาพยนตร์ครั้งแรกระหว่าง ฮยอนบิน
และ อิมซูจอง ว่ากันว่า
บทสนทนาในเรื่องเชือดเฉือนอารมณ์มาก จนถึงขนาดที่
ฮยอนบิน ถึงกับร้องไห้ออกมาจริง ๆ (
ระหว่างถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้
คือช่วงที่เขาต้องห่างอดีตแฟนสาวคนดัง ซองเฮเคียว
)
PROFILE 현빈 / ฮยอนบิน/ ฮุนบิน นักแสดงนำจาก
Come Rain , Come Shine
ภาพยนตร์เข้าฉาย 18 AUG 2011
ชื่อที่ใช้ในการแสดง : ฮยอน บิน Hyun Bin
ชื่อจริง : Kim Tae Pyung
วันเกิด : 25 กันยายน 1982
สถานที่เกิด : โซล, เกาหลีใต้
ส่วนสูง/น้ำหนัก : 184 ซ.ม. / 74 กก.
ครอบครัว : พ่อ แม่ และพี่ชาย
การศึกษา : ปริญญาตรี มหาวิทยาลัยจุงอัง
สาขาการแสดง, ปริญญาโท มหาวิทยาลัยแห่งชาติ โซล
สาขาศิลปะการแสดง
งานอดิเรก : ดูหนัง, ว่ายน้ำ, เล่นบาสเกตบอล
ความสามารถพิเศษ : ว่ายน้ำ, เปียโน, สโนว์บอร์ด,
เบสบอล
กรุ๊ปเลือด : บี
ฮยอน บิน เป็นชื่อที่ใช้ในวงการ
ซึ่งหมายถึงแสงที่สว่างสดใส ส่วนชื่อจริงๆ คือ คิม
แต พยอง เกิดเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2525 มีพี่ชาย
1 คน นับถือคริสต์ หนุ่มเลือดกรุ๊ปบี ฮยอน บิน
มีชื่อเล่นที่แฟนๆ เรียกกันว่า บินนี่
มีกิจกรรมที่ชอบกระทำในยามว่างคือ ว่ายน้ำ
(เป็นนักกีฬาว่ายน้ำของโรงเรียนตอนเด็ก),
บาสเกตบอลและเบสบอล
ไม่รู้เพราะกิจกรรมเหล่านี้หรือเปล่าที่ทำให้เขาเป็นหนุ่มล่ำสัน
มีเครื่องดื่มที่ชอบคือชาเขียว
เพราะทำให้นอนหลับสบาย
ฮยอน บิน เข้าสู่วงการด้วยการเดินแบบตั้งแต่
ม.ปลาย เพราะไปสะดุดตาดีไซน์เนอร์
เริ่มโด่งดังจากการเป็นเน็ตไอดอล
กระแสนิยมของชาวเกาหลีที่ดาราดังในปัจจุบันหลายต่อหลายรายก็มีที่มาจากการเป็นเน็ตไอดอลนี้เช่นกัน
ซึ่งเขาได้รับความนิยมอย่างมากจนมีคนเห็นแววรุ่งเลยชักชวนให้เขาเข้าสู่วงการมายาด้วยการประเดิมงานแสดงชิ้นแรกในปี
2002 กับภาพยนตร์เรื่อง Shower
ในปี 2003
งานละครนั้นเขาเริ่มจากซิทคอมวัยรุ่นสุดฮิต New
Nonstop 4 ทางช่อง MBC
และในปีเดียวกันนี้ก็มีงานละครเรื่อง Bodyguard
กับทาง KBS 2 อีกหนึ่งเรื่อง
ในปี 2004 มีผลงานภาพยนตร์เรื่อง Spin Kick
ก๊วนกลิ้งแก๊งกังฟู
รับบทเป็นนักเรียนหนุ่มชั้นมัธยมที่มีความสามารถด้านกีฬาเทควันโดและสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนเป็นอย่างมาก
ต่อจากนั้นด้วยซีรีส์เรื่อง Ireland
มิอาจห้ามใจรัก ช่อง MBC
โดยในละครเรื่องนี้เขาได้ร่วมงานกับสองนักแสดงคุณภาพอย่าง
อี นา ยอง และคิม มิน จุน
ผลงานละครเรื่องนี้ดูเหมือนจะเป็นจุดส่งให้เขาประสบความสำเร็จอย่างสวยงามในวงการบันเทิง
เพราะสามารถคว้ารางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมมาครองได้จากบทบาทการแสดงในเรื่องนี้
และในปีเดียวกัน ฮยอน บิน รับงานภาพยนตร์เรื่อง
Daddy Long Legs คุณพ่อขายาวที่รัก
แต่ว่าเรื่องนี้ไม่ได้รับบทแสดงนำ
ปี 2005 ฮยอน บิน กับงานละครเรื่อง New Nonstop 5
โดยรับบทเป็นนักแสดงรับเชิญในตอนที่ 235
จากนั้นช่วงกลางปีเมื่อผลงานเรื่อง My Lovely Sam
Soon (My Name is Kim Sam Soon)
ฉันนี่แหละ...คิมซัมซุน ออกฉายทางช่อง MBC
ก็ทำให้ชื่อเสียงของเขาโด่งดังเป็นหนุ่มสุดฮ็อตของเกาหลีไปในชั่วพริบตา
และเป็นขวัญใจของสาวๆ จนกลายเป็นกระแส
"ซัมซุน"และ"ซัมซิก"
ที่ยาวนานต่อเนื่องไปจนถึงช่วงปลายปี
ถูกจองตัวเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาสินค้าดังๆ
ของเกาหลีมากมาย
และนับเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่เมื่อละครเรื่องนี้คว้ารางวัลมาครองได้ถึง
3 รางวัล จากการจัดงานของช่อง MBC ตอนสิ้นปี 2005
ซึ่งได้แก่ รางวัลศิลปินชายยอดนิยม,
รางวัลคู่ขวัญยอดนิยม (ฮยอน บิน คิม ซุน อา)
และรางวัลละครยอดนิยม
ปี 2006 ฮยอน บิน
กลับมาเล่นภาพยนตร์อีกครั้งในเรื่อง A
Millionaire's First Love รักสุดท้ายของนายไฮโซ
ร่วมกับนางเอกหน้าใส อี ยอน ฮี
ในหนังเรื่องนี้ต้องรับบทเป็นริชบอยชอบทำตัวเหลวไหล
และจากการแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้เขาได้รับรางวัลยอดนิยมจากงาน
Baek Sang ครั้งที่ 42 มาครองได้สำเร็จ
ซึ่งถือว่าเป็นรางวัลแรกทางการแสดงภาพยนตร์ของเขาเลยทีเดียว
และต่อด้วยละครชีวิตเรื่อง Snow Queen
ลิขิตรัก...ละลายใจ ออกฉายทางช่อง KBS 2
ในช่วงปลายปี เรื่องนี้เขาได้แสดงร่วมกับนางเอกสาว
ซัง ยู ริ
ซึ่งละครเรื่องนี้เป็นการลบภาพพระเอกหล่อเฉียบเนี้ยบของเขาไปอย่างสิ้นเชิง
เพราะมารับบทเป็นนักมวยมีชีวิตติดดินที่ไปตกหลุมรักกับคุณหนูไฮโซ
ซึ่งตอนถ่ายทำละครเรื่องนี้เขาทุ่มเทอย่างมากจนทำให้น้ำหนักลดลงไป
7-8 กก.
โดยละครเรื่องนี้ได้ผู้อำนวยการสร้างจากละครเรื่อง
I'm sorry, I love you
มาช่วยควบคุมงานสร้างอีกด้วย
ปี 2008 ฮยอน บิน กลับมารับงานละครอีกครั้งในรอบ 2
ปี เรื่อง Worlds Within "รักนี้ไม่ต้องมีบท"
ทางช่อง KBS 2
เป็นละครแนวเบื้องหลังการทำงานของผู้ผลิตงานละคร
ฮยอน บิน ได้ร่วมงานกับนางเอกสาว ซอง เฮ เคียว
ซึ่งทั้งคู่รับบทเป็นผู้กำกับละครของสถานีโทรทัศน์
และยังเป็นที่ปรึกษาให้กันในทุกเรื่องไม่เว้นแม้แต่เรื่องหัวใจ
ความสนิทสนมทำให้ถ่านไฟเก่าของทั้ง 2
ปะทุขึ้นอีกครั้งแต่รักครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม
ทั้งคู่อาจกำกับละครได้ตามที่คาดหวังแต่ไม่อาจกำกับหัวใจตัวเองได้
และเป็นการกลับมาร่วมงานอีกครั้งระหว่าง
ซองเฮเคียว และผู้กำกับ พโย มิน ซู (Pyo Min Soo)
ผู้ซึ่งเคยผ่านงานละครชื่อดังมาหลายเรื่อง เช่น
Full House, Which Star Are You From และ Insoon
is Pretty
ปี 2009 ละครเรื่อง Friend, Our Legend ฮยอน บิน
รับบทที่ท้าทายความสามารถในการเป็นนักแสดง
เขาฝึกซ้อมและทุ่มเทมากในบทของนักเรียนที่โตขึ้นมาพร้อมกับเรื่องราวที่เก็บกดไว้ในใจจนได้เข้าสู่วงการนักเลง
เป็นเรื่องราวของผู้ชาย 4 คนที่เกิดในปี 1970
ที่เมืองพูซาน
ทั้งหมดเติบโตมาด้วยกันและผูกพันกันมาก ช่วงปี
1980 - 1993 เกี่ยวกับมิตรภาพ
ความรักระหว่างหนุ่มสาว ความซื่อสัตย์
การทรยศหักหลัง และความทรงจำในวัยเด็ก ทางช่อง MBC
โครงเรื่องของละครมาจากภาพยนตร์เกาหลีเรื่อง
Friend, The Untold Story ในปี 2001
โดยมีผู้กำกับคนเดียวกันคือ Kwak Kyung Taek
และได้ร่วมงานกับ คิม มิน จุน (Kim Min Jun)
อีกครั้ง
และในปลายปี ภาพยนตร์เรื่อง I Am Happy ฮยอน บิน
เล่นเรื่องนี้กับนักแสดงสาว อี โบ ยอง (Lee Bo
Young) ฮยอน บิน รับบท โช มัน ซู (Cho Man Soo)
ผู้ที่มีอาการทางจิต
เขาพยายามปกปิดตัวเองด้วยการมีโลกส่วนตัวของเขาเอง
ครอบครัวของ มันซู บ้านแตกสาแหรกขาด
มีพี่ชายติดการพนันและมักจะชอบมาอาละวาดหาเรื่องเขาในโรงพยาบาลเสมอๆ
อี โบ ยอง รับบท อี ซู กยอง (Lee Soo Kyung)
เป็นพยาบาลที่คอยดูแล มันซู และรู้ถึงปัญหาของเขา
ซึ่งเธอเองก็มีชีวิตที่ไม่สมบูรณ์นักและกำลังพยายามลืมเรื่องเศร้าๆ
I Am Happy
เป็นหนังเรื่องสุดท้ายที่ฉายในงานเทศกาลภาพยนตร์พูซานครั้งที่
13 เวลา 19.30 น. วันที่ 10 ต.ค. 2008 และ 9 ต.ค.
ได้มีการแนะนำหนัง - ผู้กำกับ และดารานำแสดง
ซึ่งหนังเรื่องนี้สามารถจำหน่ายบัตรเข้าชมได้หมดเพียงแค่
7 นาทีเท่านั้น
ปี 2010 ภาพยนตร์เรื่อง Late Autumn ฮยอน บิน
ได้ร่วมงานกับนักแสดงสาวชาวจีน ทัง เหว่ย (Tang
Wei) ซึ่งมีชื่อเสียงมากจากผลงานภาพยนตร์เรื่อง
เล่ห์ ราคะ (Lust, caution) ฮยอน บิน
รับบทชายที่กำลังถูกทางการตามจับ
เป็นชาวต่างชาติที่ไปอาศัยอยู่ในอเมริกาอย่างผิดกฎหมาย
และมาตกหลุมรักกับนักโทษหญิงที่มีความประพฤติดีได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวจากสถานคุมขังในโอกาสพิเศษ
ซึ่งรับบทโดย ทัง เหว่ย Late Autumn
เป็นภาพยนตร์ร่วมทุนสร้างของเกาหลี - สหรัฐอเมริกา
และเป็นการนำกลับมารีเมคอีกครั้งจากผลงานชิ้นเอกเรื่อง
Full Autumn (Manchu) ของผกก. Lee Man Hee
ตั้งแต่ปี 1966
และนำมาประยุกต์เพื่อให้มีความร่วมสมัยแต่ยังคงความคลาสสิกของเรื่องเดิมไว้โดยผกก.
Kim Tae Young ซี่งมีผลงานเป็นที่รู้จักจากเรื่อง
Family Ties เปิดกล้องในเดือนมกราคม
ใช้สถานที่ถ่ายทำที่ประเทศอเมริกา (Seattle)
เป็นหลักและใช้ภาษาอังกฤษทั้งเรื่อง
มีกำหนดฉายที่เกาหลี วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2011
ภาพยนตร์ Late Autumn ได้รับเชิญเข้าร่วมงาน
Seattle Film Festival 2010, Pusan Film Festival
2010 และได้รับเชิญเข้าร่วมงาน Berlin Film
Festival 2011
ปลายปี 2010 ฮยอน บิน
มีผลงานละครโรแมนติกแฟนตาซีคอมเมดี้ เรื่อง Secret
Garden ทางช่อง SBS รับบทเป็น คิมจูวอน CEO
ของห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ร่วมงานกับนางเอกสาว
ฮาจีวอน Ha Ji Won รับบทสตั๊นท์หญิง กิลราอิม
มีเหตุการณ์ที่ทำให้ทั้งคู่สลับร่างกันและเกิดเรื่องราวต่างๆ
อย่างสนุกสนาน ละครเรื่องนี้ได้รับความนิยมจากแฟนๆ
ละครอย่างมากรวมทั้งเพลงประกอบละคร ซึ่ง ฮยอน บิน
ได้ร้องเพลง That Man ประกอบละครเรื่องนี้ด้วย
ฮยอน บิน ได้รับ 4 รางวัลจากละคร Secret Garden
จากงาน SBS Drama Award 2010 คือ Top Excellence
Award, Top 10 Star Award, Best Couple (with Ha
Ji Won) และ Netizen Popularity Award
Secret Garden ได้รับความนิยมจากแฟนๆ
ละครเป็นอย่างมากจนทำให้ ฮยอน บิน
กลับมามีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของเกาหลีอีกครั้ง
หลังจากเคยโด่งดังสุดขีดมาแล้วครั้งแรกจาก My
Lovely Kim Sam Soon (2005) การระบาดของ Hyun Bin
Syndrome ไม่เพียงแต่เกิดขึ้นในเกาหลีเท่านั้น
ยังรวมถึงแฟนๆ
จากต่างประเทศที่ได้ติดตามผลงานละครเรื่องนี้ของเขาด้วย
มีงานโฆษณาสินค้าติดต่อเข้ามามากมายจนต้องมีการคัดเลือกให้เหลือสินค้าที่เข้ากับภาพลักษณ์ของ
ฮยอน บิน มากที่สุด
ซึ่งโดยปกติจะไม่เกิดขึ้นกับนักแสดงที่กำลังจะเข้ารับราชการทหาร
ล่าสุดปี 2011 ฮยอน บิน มีผลงานภาพยนตร์เรื่อง
Come Rain, Come Shine (Love You, I Love You Not)
ได้ร่วมงานกับนางเอกสาว อิมซูจอง (Im Soo Jung)
ฮยอน บิน และ อิมซูจอง
รับบทสามีภรรยาที่แต่งงานมาได้ 5 ปีแล้ว
แต่เกิดปัญหาที่ทำให้จะต้องแยกทางกัน
Come Rain, Come Shine ได้รับเชิญเข้าร่วมงาน
Berlin International Film Festival ครั้งที่ 61
และมีกำหนดฉายรอบปฐมทัศน์ที่เกาหลีในวันที่ 3
มีนาคม
ฮยอน บิน
มีกำหนดเข้ากรมเพื่อเป็นทหารรับใช้ชาติในหน่วยนาวิกโยธิน
วันที่ 7 มีนาคม 2011
และมีกำหนดที่จะปลดประจำการในเดือนธันวาคม 2012
|
|
|
ฮุนบิน ขอถาม อิมซูจอง ยังรักกันอยู่ไหม ?
เพื่อเรียกน้ำตาสาวๆ เกาหลี ใน Come Rain, Come
Shine (คัมเรน คัมชายน์)
หนังรักเรื่องสุดท้ายก่อนอำลาวงการ 2 ปี
เพื่อรับใช้ชาติ
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 3
มิถุนายน 2554 |
|
|
|

|
|
ถ้าหากคุณยังคงรักใครสักคน
เคยลองถามตัวเองดูไหมว่า มีเหตุผลอะไรที่ทำให้
คนสองคนต้องเลิกรักกัน 21 กรกฏาคมนี้
มงคลซีเนม่า เตรียมคำตอบไว้ให้ในหนังรักซึมลึก
Come Rain, Come Shine (คัมเรน คัมชายน์)
เรื่องราวความรักกรีดหัวใจที่ได้ 2
นักแสดงเกาหลีขวัญใจคนไทย ฮุนบิน (ซีรีย์ Snow
Queen, Lust Caution) และ อิมซูจอง (Sad Movie
, Im a cyborg but thats ok) นำแสดง
โดยฝีมือการกำกับของผู้กำกับมากฝีมือ
ลียุนกิโดยฮุนบินตั้งใจแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นพิเศษเพื่อมอบเป็นของขวัญแด่แฟนคลับก่อนที่เขาจะลาวงการไปเป็นทหารเพื่อรับใช้ชาติเป็นเวลา
2 ปี
Come Rain, Come Shine (คัมเรน คัมชายน์)
ถือเป็นหนังรักเรื่องแรกที่เข้าฉายในเทสกาลหนังเบอร์ลินแล้วสร้างสถิติจำหน่ายตั๋วหมดภายใน
5 นาทีใน 5 รอบที่เปิดฉายให้คนทั่วไปได้เข้าชม
หนังพูดถึงความรักระหว่างนักเขียนเรื่องอาหารผู้เอาแต่ใจตัวเอง
(อิมซูจอง) กับ ศิลปินหนุ่ม
ปากแข็งและเจ้าทิฐิ (ฮุนบิน)
คู่รักที่รู้สึกว่าถึงพวกเขาจะยังคงรักกันอยู่
แต่ ไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้อีกต่อไป
จนในวันฝนตก
พวกเขาตัดสินใจแยกทางกันเมื่อรู้ว่า
ฝ่ายหญิงมีคนที่รักมากกว่า ...
ทั้งคู่ช่วยกันเก็บของในห้องสุดท้ายก่อนที่พวกเขาจะต้องเลิกรักกัน
ในขณะที่ฝนก็ตกหนักอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดจนทำให้ถนนถูกปิด
...
ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่พยายามเคลียร์ทางให้ถนนออกจากหมุ่บ้านกลับมาใช้ได้อีกครั้ง
.ผู้ชายคนหนึ่งก็กำลังตัดสินใจว่า
เขาควรจะพูดประโยคที่ว่า
เรายังคงรักกันอยู่ไหม ? ...ออกมาหรือเปล่า
Come Rain, Come Shine (คัมเรน คัมชายน์)
ถ้าคุณเคยอยากถามใคร ว่า ยังรักกันอยู่ไหม ?
|
|
|
บทสัมภาษณ์ ลียุนกิ ผู้กำกับ Come Rain, Come
Shine
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 8
มิถุนายน 2554 |
|
 |
นับตั้งแต่ Ab Lib
Night และ My Dear Enemy
นี่คือหนังเรื่องที่สามของคุณที่ดัดแปลงมาจากเรื่องสั้นของญี่ปุ่น
ทำไมคุณถึงสนใจหยิบเอาเรื่องสั้นมาดัดแปลง
ถึงแม้ Ab Lib Night และ My Dear Enemy
จะดัดแปลงจากเรื่องสั้นญี่ปุ่น แต่จริงๆแล้ว
This Charming Girl ก็เขียนโดย วูแอยุง
นักเขียนชาวเกาหลี ผมเป็นคนชอบอ่านเรื่องสั้น
โดยเมื่อเทียบกับนวนิยายขนาดยาวแล้ว
เรื่องสั้นจะมีสาระที่ถูกถ่ายทอดเป็นนามธรรมมากกว่า
การมีเรื่องให้ดัดแปลงน้อยอาจเป็นจุดอ่อนของเรื่องสั้น
แต่ในขณะเดียวกันผมก็สามารถใส่ความคิดและมุมมองเข้าไปได้อย่างมีอิสระ
เรื่องสั้นมอบพื้นที่ว่างให้กับผมในการใช้จินตนาการ
แต่นั้นไม่ได้หมายถึงว่าผมอยากทำให้แตกต่างออกไปจากต้นฉบับ
เรื่องสั้นที่ผมเลือกนี้ก็ยังเป็นเรื่องราวระหว่างผู้ชาย
ผู้หญิง และช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตคู่
อะไรคือสิ่งที่น่าสนใจที่สุดใน The Cat that
Can Never Come Back ของ อาริโนะ อิโนอุเอะ
มีเรื่องสั้นบางเรื่องที่กลายเป็นภาพเคลื่อนไหวขณะที่ผมอ่าน
มันเป็นสิ่งสำคัญว่าภาพที่เกิดขึ้นในหัวและภาพที่เกิดขึ้นในหนังสือมีความสอดคล้องกัน
ตัวละครทั้งสองในเรื่องเป็นพวกโดดเดี่ยว
แต่หนังสือไม่ได้พูดถึงความโดดเดี่ยวโดยตรง
มันเป็นเรื่องของการใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว
เป็นเรื่องของคู่สามี-ภรรยาที่อาศัยอยู่บ้านในวันฝนตก
มันไม่ง่ายเลยที่จะทำเป็นหนัง
แต่ผมคิดว่านี่คือเรื่องราวที่ควรค่าแก่การเล่า
ผมอยากเห็นอารมณ์ที่ถูกปอกเปลือกจนสิ้นของทั้งคู่ก
ผมเชื่อว่าไม่มีใครกล้าทำหนังเรื่องนี้
นั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ผมอยากลองดู
จริงๆแล้วมันก็ใช้เวลาถึง 3
ปีก่อนที่ผมจะตัดสินใจทำหนังเรื่องนี้
สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นก็คือการที่ผมตัดสินใจดัดแปลงเป็นหนังทันทีหลังจากอ่านหนังสือ
แต่มันจะเกิดขึ้นถ้าเรื่องราวนั้นกลับมาในหัวผมหลังจากผ่านไปแล้วหลายปี
นั้นแหละถึงทำให้ผมอยากทำให้เป็นหนัง
มีบทสนทนาไหนที่บ่งบอกถึงอารมณ์ของหนังไหม
ไม่มีบทสนทนามากเท่าไรในหนัง
ดังนั้นทุกประโยคจึงมีความสำคัญ
ทุกประโยคถ่ายทอดความคิดที่ซับซ้อนของพวกเขา
พวกเขาตัดสินใจแยกทางกัน
ถึงแม้ว่าใจจริงแล้วพวกเขาไม่ต้องการ
ทีมงานของผมบอกว่ามีประโยคหนึ่งที่ภรรยาพูดกับสามี
เมื่อเธอออกมาจากห้องใต้ดินว่า
"คุณจะไม่เป็นไร ไม่ว่าคุณจะทำอะไรในชีวิต
คุณจะไม่เป็นไร"
จริงๆแล้วมันเป็นประโยคที่โหดร้ายมาก
เพราะเธอทำให้แน่ใจว่าพวกเขาจะกลายเป็นคนแปลกหน้ากันในไม่ช้า
ความรู้สึกแรกเมื่อได้ดูหนังก็คือบรรยากาศอืมครึม
ดูเหมือนคุณจะจงใจไม่แสดงให้เห็นสีหน้าของตัวละคร
หรือความรู้สึกของพวกเขาโดยตรง
ผมคิดว่าเมื่อกล้องไม่สามารถจับภาพใบหน้าของตัวละคร
มันก็จะสร้างความรู้สึกเหมือนกับว่าพวกเขากำลังซ่อนอารมณ์
ช่วงเวลาฝนตกสร้างความรู้สึกอืมครึมโดยธรรมชาติอยู่แล้ว
แต่เมื่อคุณเริ่มคุ้นเคยกับมัน
คุณก็จะรู้สึกถึงระดับความมืดหม่นที่เปลี่ยนแปลงไป
คุณจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ถูกซ่อนอยู่ภายใต้อารมณ์
ถึงแม้ว่าคุณจะเห็นเพียงแค่เงาลางๆของตัวละครก็ตาม
ตอนที่ผมเตรียมงานสร้าง
ผมก็ได้พูดคุยปรึกษากับผู้กำกับภาพ
พวกเราตกลงกันว่าตัวละครหลักในเรื่องจะมี
ผู้ชาย ผู้หญิง บ้าน
และอีกสิ่งหนึ่งก็คือกล้อง
ที่เหมือนวิญญาณล่องลอยภายในบ้าน
กล้องจะคอยติดตามทุกคน
บางครั้งมันเฝ้ามองผู้ชาย บางครั้งก็ผู้หญิง
ในขณะเดียวกันมันก็มีอารมณ์เป็นของตัวเอง
บางครั้งมันก็มองออกไปนอกหน้าต่าง
นี่คือมุมมองของกล้อง
ตัวละครที่มีความรู้สึกเป็นของตัวเอง
มีชีวิตและมีความรู้สึกเหมือนกับตัวละคร
มันมีเสียงเป็นของตัวเอง
เพียงแต่ไม่ถูกเปล่งออกมาเท่านั้น
|
|
|
|






|
|
|
ฮยอน บิน ยอมรับ น้ำตาสั่งได้ เมื่อเข้าฉาก Come
Rain , Come Shine ( คัมเรน คัมชายน์) เหตุเพราะ
ไม่อยากให้เราต้องเลิกรักกัน
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 21
มิถุนายน 2554 |
|
 |
แม้จะถนัดการขโมยหัวใจสาว
ๆ จากการรับบทพระเอกในหนัง โรแมนติก-คอเมดี้
เป็นประจำ แต่สิ่งที่ยากที่สุดในการแสดงที่
ฮยอน บิน ต้องขอยอมแพ้มาตลอดก็คือฉากร้องไห้
แต่ล่าสุด
เมื่อเขาต้องมารับบทสถาปนิกหนุ่มที่กำลังจะแยกทางกับคนรักที่รักกันมากว่า
5 ปี ( อิมซูจอง )
โดยไม่รู้ตัวมาก่อนว่าเธอหมดรักเขาแล้วในภาพยนตร์เรื่อง
Come Rain , Come Shine อยู่ ๆ ฮยอน บิน
ก็น้ำตาไหล เหมือนกับใจสั่งได้ ผมคิดว่า
หนังอย่าง Come Rain , Come Shine ( คัมเรน
คัมชายน์ ) เป็นหนังที่สะกิดความทรงจำ
มันเต็มไปด้วยอารมณ์ของการอาวรณ์กันและกัน
อย่างฉากที่เราทั้งคู่
ช่วยกันทำอาหารเหมือนบรรยากาศของคู่รักปกติ
ทั้ง ๆ ที่พรุ่งนี้ โต๊ะอาหารนี้
จะเหลือจานแค่ชุดเดียว
...อารมณ์พวกนี้แหละที่ผมว่าต่อให้คนที่ใจแข็งขนาดไหน
ถ้าเคยรักใครสักคนคุณจะรู้ว่า
บางความทรงจำพูดว่าลืมง่าย แต่ ลบยาก
และเป็นช่วงที่ผมกำลังห่างจาก เฮเคียว
เป็นช่วงที่เรากำลังจะแยกทางกัน
น้ำตาก็เลยเหมือนสั่งได้ครับ ฮยอน บิน
หัวเราะอย่างอารมณ์ดีเมื่อเล่าถึงที่มาของฉากน้ำตาสั่งได้
Come Rain , Come Shine ( คัมเรน คัมชายน์ )
ถือเป็นหนังรักเรื่องแรกที่เข้าฉายในเทศกาลหนังเบอร์ลินแล้วสร้างสถิติจำหน่ายตั๋วหมดภายใน
5 นาทีใน 5
รอบที่เปิดฉายให้คนทั่วไปได้เข้าชมและเป็นหนังรักเรื่องสุดท้ายที่
ฮยอน บิน แสดง ก่อนลาวงการ 2 ปี
เพื่อไปเป็นนาวิกโยธิน
หนังพูดถึงความรักระหว่างนักเขียนเรื่องอาหารผู้เอาแต่ใจตัวเอง
( อิมซูจอง ) กับ สถาปนิกหนุ่ม
ปากแข็งและเจ้าทิฐิ ( ฮยอนบิน )
คู่รักที่รู้สึกว่าถึงพวกเขาจะยังคงรักกันอยู่
แต่ ไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้อีกต่อไป
จนในวันฝนตก
พวกเขาตัดสินใจแยกทางกันเมื่อรู้ว่า
ฝ่ายหญิงมีคนที่รักมากกว่า ...
ทั้งคู่ช่วยกันเก็บของในห้องสุดท้ายก่อนที่พวกเขาจะต้องเลิกรักกัน
ในขณะที่ฝนก็ตกหนักอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดจนทำให้ถนนถูกปิด
...
ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่พยายามเคลียร์ทางให้ถนนออกจากหมุ่บ้านกลับมาใช้ได้อีกครั้ง
.ผู้ชายคนหนึ่งก็กำลังตัดสินใจว่า
เขาควรจะพูดประโยคที่ว่า
เรายังคงรักกันอยู่ไหม ? ...ออกมาหรือเปล่า
บทสนทนาในหนังเรื่องนี้แทนความรู้สึกของตัวละคร
ดังนั้นทุกประโยคจึงมีความสำคัญ
ทุกประโยคถ่ายทอดความคิดที่ซับซ้อนของคู่รักที่ตัดสินใจแยกทางกัน
ถึงแม้ว่าใจจริงแล้วยังรักกันอยู่
อย่างประโยคหนึ่งที่ อิมซองจู ถาม ฮยอน บิน
ว่า ทำไมไม่โกรธเธอ ทำไม่ไม่คิดจะรั้งเธอ
แล้วเขาก็ตอบกลับมาว่า
ถ้าเขาพูดอะไรออกไปมันจะทำให้คนที่เปลี่ยนไปแล้ว
กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม ?
ผู่กำกับ
ลียุนกิ กล่าวทิ้งท้าย
18 สิงหาคม !.... ถ้าไม่ลืมว่า เรา
ยังรักกันอยู่
Come Rain , Come Shine ( คัมเรน คัมชายน์ )
ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น
|
|


|
|
|
อิมซูจอง ติดใจ ฝีมือชงกาแฟของ ฮยอนบิน
ใน Come Rain , Come Shine
เผยบทรักซึมลึกเรื่องนี้ แสดงยากที่สุด
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 12
กรกฎาคม 2554 |
|
 |
แม้จะเคยแสดงหนังรักหลากหลายแนวไม่ว่าจะเป็น
Im a cyborg กับ เรน หรือ SAD MOVIE จุงวูซุง
แต่ล่าสุด เมื่อสาวสวย อิมซูจอง ถึง
กับออกปากว่าบทหญิงสาวที่เก็บความรู้สึกอาวรณ์ไว้ในใจ
ใน หนังเรื่อง Come Rain , Come Shine
เป็นบทที่ยากที่สุดตั้งแต่เคยแสดงมาเลย
ทีเดียว ที่ยากเพราะ
เป็นความรู้สึกที่แสดงออกไม่ได้
อยากจะพูดว่ารักก็พูดไม่ได้
อยากจะร้องไห้ก็ไม่ควรร้องออกมา เพราะในเรื่อง
ฉัน กับ ฮยอนบิน ต้อง แสดงเป็น
คู่รักที่กำลังจะแยกทางกัน ยากมาก ๆ ค่ะ
เพิ่งจะเข้าใจว่าทำไม
การเป็นห่วงเป็นใยใครแต่ไม่สามารถแสดงออก
ได้เพราะกลัวว่าเขาจะตัดใจไม่ได้มันเป็น
มันให้ความรู้สึกซึมลึกได้มากแค่ไหน .....
ในหนัง ฮยอนบิน เป็นคนชอบดื่มกาแฟมาก
เขามีวิธี ปลอบใจฉันด้วยการ
ชงกาแฟให้ดื่มมันเป็นการชงด้วยความใส่ใจ
และใส่ความรักลงไป .... เขาชงมันเอง บอกตรง ๆ
ถ้าในชีวิตจริง มีคนมา ชงกาแฟให้ฉันแบบ นี้
ฉันคงไม่มีทางเลิก กับคน ๆ นั้นแน่ ๆ ...
อิมซูจอง พูดติดตลก
Come rain , Come Shine หนังที่ได้ สองนักแสดง
สุดฮอตจากเกาหลี ฮยอนบิน หนุ่มหล่อเจ้าพ่อซีรีย์
ที่ตัดสินใจรับแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้
เป็นเรื่องสุดท้าย ก่อนจะพักการแสดง 2 ปี
เพื่อไปรับใช้ชาติ และ อิมซูจอง
สาวสวยน้ำตาสั่งได้
ที่ทำให้ผู้ชมรักเธอหมดใจมาแล้วจาก
ภาพยนตร์เรื่อง SAD MOVIE
ทั้งคู่ถ่ายทอดความรัก
ระหว่างนักเขียนเรื่องอาหารผู้เอาแต่ใจตัวเอง
กับ ศิลปินหนุ่ม ปากแข็งและเจ้าทิฐิ
คู่รักที่รู้สึกว่า ถึงพวกเขาจะยังคง
รักกันอยู่ แต่ ไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้
อีกต่อไป และ ตัดสินใจแยกทางกันเมื่อ
ฝ่ายหญิงมีคนที่รักมากกว่า ...
ทั้งคู่ช่วยกันเก็บของในห้อง สุดท้าย
โดยก่อนที่พวกเขาจะต้องจากกันไป คน ๆ
หนึ่งก็กำลังตัดสินใจว่า
เขาควรจะพูดประโยคที่ว่า
เรายังคงรักกันอยู่ไหม ? ...ออกมาดี หรือไม่
18 สิงหานี้
!พบบททดสอบหัวใจที่จะทำให้คุณอยากถามคนข้าง ๆ
ตัวว่า เรายังรักกันอยู่ไหม ?
เฉพาะโรงภาพยนตร์ ลิโด้ เท่านั้น
|
|


|
|
|
รักช้ำๆ กับรักชิลๆ Come Rain, Come Shine และ The
Future
2 เรื่องรักที่เฮ้าส์ อาร์ซีเอ สิงหาคมนี้
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 8 สิงหาคม 2554 |
|
 |
สิงหาคมนี้ชวนคนรักมาเดทกับ 2 หนังรัก 2
อารมณ์ที่การันตีว่า ถ้าไม่ ชอกช้ำ ก็
แช่มชื่น อย่างแน่นอน
Come Rain, Come Shine เป็นผลงานกำกับของ
อียุนกิ นำแสดงโดย 2
ซูเปอร์สตาร์สุดฮอตของเกาหลี อิมซูจอง และ
ฮยอนบิน
(คนหลังนี้ขอทิ้งทวนเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายก่อนเข้ากรมไปรับใช้ชาติ)
เนื้อหาของ Come Rain, Come Shine ว่าด้วย
คู่สามีภรรยาที่ตัดสินใจแยกทางกันอยู่
โดยฝ่ายหญิงบอกเหตุผลไปตรงๆ เลยว่า
ฉันมีคนใหม่แล้ว และฝ่ายชายก็ยอมรับง่ายๆ
แบบไม่พยายามฟูมฟาย
เรื่องของเรื่องก็คือ
ฝ่ายหญิงต้องเข้ามาเก็บข้าวของเพื่อย้ายออก
แต่วันนั้นดันเป็นวันที่พายุกระหน่ำจนทำให้สะพานขาด
การจราจรเป็นอัมพาต เดินทางออกไปไหนไม่ได้
ทั้งคู่เลยต้องอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นครั้งสุดท้ายอย่างจำใจ
และเวลาสั้นๆ นั้นเอง
ทำให้ทั้งคู่ต้องทบทวนตัวเองว่าที่ผ่านมา
ได้ทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวดชอกช้ำอะไรไปบ้างหรือไม่
Come Rain, Come Shine
เป็นหนังทดลองที่พาคนดูไปสำรวจซอกหลืบของความรักด้วยบรรยากาศเงียบๆ
ได้อย่างน่าสนใจ
ตัวหนังเองได้เข้าชิงสายประกวดในเทศกาลหนังเบอร์ลินเมื่อต้นปีที่ผ่านมาด้วย
บางทีคนเรามักจบความสัมพันธ์ด้วยอารมณ์ล้วนๆ
โดยไม่ค่อยได้ใช้สติไตร่ตรองสักเท่าไหร่
หนังเรื่องนี้เลยนำเสนออีกทาง
คือตัวละครจะไม่ใช้อารมณ์มาจัดการกับปัญหาเลย
ซึ่งวิธีนี้ทำให้ทุกคนเจ็บช้ำ
และหัวใจระบมแบบอธิบายไม่ได้
ส่วนหนังรักเรื่องที่ 2 ชื่อเรื่อง The Future
เป็นผลงานของ มิแรนด้า จูลาย ศิลปิน,
นักเขียนและคนทำหนังขวัญใจเด็กแนว
หรืออาจจะเรียกได้ว่า
ในบรรดาศิลปินที่เด็กแนวฝรั่ง
(พวกปัญญาชนฮิพในอเมริกา)
ให้ความยกย่องและสนใจ ก็ต้องมีชื่อมิแรนด้า
จูลาย ติดอยู่ในโผด้วย
ถ้ายังจำกันได้ เมื่อหลายปีก่อน
บ้านเราเคยฉายหนังของจูลายด้วย ซึ่งก็คือ Me
and You and Everyone We Know
และได้ใจทั้งเด็กวัยรุ่นและผู้ใหญ่ไปมากมาย
เพราะความน่ารักและสร้างสรรค์ของมัน
มาปีนี้ มิแรนด้า จูลายกลับมาอีกครั้งใน The
Future ซึ่งยังคงบอกเล่าเรื่องความรัก ชีวิต
และอนาคตได้อย่างเฉียบคม เก๋ไก๋ ไม่เหมือนใคร
พนันได้เลยว่าทุกคนจะต้องตกหลุมรักหนังเรื่องนี้
The Future ก็เล่าเรื่องของคู่รักวัย 30 ต้นๆ
ที่รักกันมานาน
และไม่รู้จะเอาไงกันต่อกับชีวิตคู่ดี
(คือไม่ได้อยากเลิก
แต่การคบกันต่อไปก็ช่างน่าเบื่อเหลือเกิน)
ทั้งสองคนเลยตัดสินใจ ไปรับแมวอนาถามาเลี้ยง
และลาออกจากงานเสียดื้อๆ ใช้ชีวิตเสียใหม่
ตามใจตัวเองแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน
มิแรนด้า จูลาย
โยนโจทย์ที่ยากและท้าทายให้คนดูของเธออีกครั้งหนึ่ง
The Future นำเสนอไอเดียที่ว่า ชีวิตคุณ
คุณกำหนดได้เอง แต่ด้วยวิธีการที่น่ารัก
แปลกใหม่ และสดใสมาก
ถึงแม้เนื้อหานั้นค่อนข้างสาหัสอยู่ไม่น้อย
The Future
ก็เข้าฉายในสายประกวดเทศกาลหนังเบอร์ลินเมื่อต้นปีเช่นเดียวกัน
และกวาดคำชื่นชมมาอย่างล้นหลามอีกด้วย
หนังรักทั้ง 2 เรื่อง จะเข้าฉายที่เฮ้าส์
อาร์ซีเอในวันเดียวกันคือ 18 สิงหาคมนี้
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 0-2641-5177-8
หรือเข้าไปคลิก like ได้ที่
www.facebook.com/houseRCA
|
|
|
อิมซูจอง และ ฮยอนบิน ขอไม่รับค่าตัว
เทใจให้ คัมเรนน์ , คัมชายน์
ปลื้มใจแฟนคลับต้อนรับล้นหลามในเทศกาลภาพยนตร์เบอร์ลิน
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 8 สิงหาคม 2554 |
|


|
ปกติเป็น 2
นักแสดงที่ค่าตัวสูงไม่เป็นรองใครในเกาหลี
แต่การมารับบทนำในภาพยนตร์รักซึมลึกเรื่องใหม่ของทั้งคู่ใน
Come Rain , Come Shine ได้ทำให้ทั้ง ฮยอนบิน
และ อิมซูจอง
ตัดสินใจที่จะแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้โดยไม่ยอมรับค่าตัวใด
ๆ
เลยด้วยการเกลี้ยกล่อมจากผู้กำกับฝีมือดีที่ลงทุนนำบทที่ดัดแปลงมาจากเรื่องสั้นขายดีของญี่ปุ่นไปให้ทั้งคู่อ่าน
โดยบอกว่า
ถ้าไม่ได้ทั้งคู่มานำแสดงก็จะพับโปร์เจกต์นี้ไป
จนในที่สุด ทั้งคู่ก็ตอบตกลงที่จะแสดง
และถือเป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้รับเกียรติให้ไปเดินพรมแดงเพื่อโปรโมทหนังรักเรื่องนี้ในงานภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลินด้วยกัน
เพื่อโปรโมทหนังรักที่มาพร้อมบททดสอบหัวใจเรื่องนี้
ตื่นเต้นมากค่ะ
เพราะถือว่าเป็นครั้งแรกที่ต้องมาเดินคู่กับฮยอนบิน
แฟนคลับเขาเยอะมากเดินไปทางไหนก็เจอแต่แสงแฟลชวูบวาบแสบตาไปหมด
...ฉันกับฮยอนบิน
คิดว่ามีโอกาสไม่กี่ครั้งหรอกที่ทางต้นสังกัดจะปล่อยให้เรารับแสดงโดยไม่รับค่าตัว
ซึ่งถ้าไม่เพรามั่นใจในฝีมือของผู้กำกับ
ลียุนกิ
เราคงไม่ตัดสินใจที่จะรับแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้
...
Come rain , Come Shine หนังที่ได้ สองนักแสดง
สุดฮอตจากเกาหลีฮยอนบิน
หนุ่มหล่อเจ้าพ่อซีรีย์
ที่ตัดสินใจรับแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องสุดท้าย
ก่อนจะพักการแสดง 2 ปี เพื่อไปรับใช้ชาติ และ
อิมซูจอง สาวสวยน้ำตาสั่งได้
ที่ทำให้ผู้ชมรักเธอหมดใจมาแล้วจากภาพยนตร์เรื่อง
SAD MOVIE ทั้งคู่ถ่ายทอดความรัก
ระหว่างนักเขียนเรื่องอาหารผู้เอาแต่ใจตัวเอง
กับ ศิลปินหนุ่ม ปากแข็งและเจ้าทิฐิ
คู่รักที่รู้สึก ถึงพวกเขาจะยังคงรักกันอยู่
แต่ ไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้ อีกต่อไป และ
ตัดสินใจแยกทางกันเมื่อ
ฝ่ายหญิงมีคนที่รักมากกว่า ...
ทั้งคู่ช่วยกันเก็บของในห้องสุดท้าย
โดยก่อนที่พวกเขาจะต้องจากกันไป คน ๆ
หนึ่งก็กำลังตัดสินใจว่า
เขาควรจะพูดประโยคที่ว่า
เรายังคงรักกันอยู่ไหม ? ...ออกมาดีหรือไม่
18 สิงหานี้ ! พบบททดสอบหัวใจที่จะทำให้คุณ
อยากถามคนข้าง ๆ ตัวว่า เรายังรักกันอยู่ไหม ?
เฉพาะโรงภาพยนตร์ ลิโด้และเฮ้าส์อาร์ซีเอ
เท่านั้น
|
|
|
อิมซูจอง และ ฮยอนบิน ขอไม่รับค่าตัวเทใจให้
คัมเรนน์, คัมชายน์
ปลื้มใจแฟนคลับต้อนรับล้นหลามในเทศกาลภาพยนตร์เบอร์ลิน
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 10 สิงหาคม 2554 |
|
 |
ปกติเป็น 2
นักแสดงที่ค่าตัวสูงไม่เป็นรองใครในเกาหลี
แต่การมารับบทนำในภาพยนตร์รักซึมลึกเรื่องใหม่ของทั้งคู่ใน
Come Rain, Come Shine ได้ทำให้ทั้ง ฮยอนบิน
และ อิมซูจอง
ตัดสินใจที่จะแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้โดยไม่ยอมรับค่าตัวใดๆ
เลยด้วยการเกลี้ยกล่อมจากผู้กำกับฝีมือดีที่ลงทุนนำบทที่ดัดแปลงมาจากเรื่องสั้นขายดีของญี่ปุ่นไปให้ทั้งคู่อ่าน
โดยบอกว่า
ถ้าไม่ได้ทั้งคู่มานำแสดงก็จะพับโปร์เจกต์นี้ไป
จนในที่สุด ทั้งคู่ก็ตอบตกลงที่จะแสดง
และถือเป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้รับเกียรติให้ไปเดินพรมแดงเพื่อโปรโมทหนังรักเรื่องนี้ในงานภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลินด้วยกัน
เพื่อโปรโมทหนังรักที่มาพร้อมบททดสอบหัวใจเรื่องนี้
ตื่นเต้นมากค่ะ
เพราะถือว่าเป็นครั้งแรกที่ต้องมาเดินคู่กับฮยอนบิน
แฟนคลับเขาเยอะมากเดินไปทางไหนก็เจอแต่แสงแฟลชวูบวาบแสบตาไปหมด
...ฉันกับฮยอนบิน
คิดว่ามีโอกาสไม่กี่ครั้งหรอกที่ทางต้นสังกัดจะปล่อยให้เรารับแสดงโดยไม่รับค่าตัว
ซึ่งถ้าไม่เพรามั่นใจในฝีมือของผู้กำกับ
ลียุนกิ
เราคงไม่ตัดสินใจที่จะรับแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้
...
Come rain, Come Shine หนังที่ได้ สองนักแสดง
สุดฮอตจากเกาหลีฮยอนบิน
หนุ่มหล่อเจ้าพ่อซีรีย์
ที่ตัดสินใจรับแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องสุดท้าย
ก่อนจะพักการแสดง 2 ปี เพื่อไปรับใช้ชาติ และ
อิมซูจอง สาวสวยน้ำตาสั่งได้
ที่ทำให้ผู้ชมรักเธอหมดใจมาแล้วจากภาพยนตร์เรื่อง
SAD MOVIE ทั้งคู่ถ่ายทอดความรัก
ระหว่างนักเขียนเรื่องอาหารผู้เอาแต่ใจตัวเอง
กับ ศิลปินหนุ่ม ปากแข็งและเจ้าทิฐิ
คู่รักที่รู้สึก ถึงพวกเขาจะยังคงรักกันอยู่
แต่ ไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้ อีกต่อไป และ
ตัดสินใจแยกทางกันเมื่อ
ฝ่ายหญิงมีคนที่รักมากกว่า ...
ทั้งคู่ช่วยกันเก็บของในห้องสุดท้าย
โดยก่อนที่พวกเขาจะต้องจากกันไป คนๆ
หนึ่งก็กำลังตัดสินใจว่า
เขาควรจะพูดประโยคที่ว่า
เรายังคงรักกันอยู่ไหม? ...ออกมาดีหรือไม่
18 สิงหานี้ !
พบบททดสอบหัวใจที่จะทำให้คุณอยากถามคนข้างๆ
ตัวว่า เรายังรักกันอยู่ไหม ?
เฉพาะโรงภาพยนตร์ ลิโด้และเฮ้าส์อาร์ซีเอ
เท่านั้น |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
 |
|
 |
|
 |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|