หน้าหลัก  l   ข่าวภาพยนตร์ - สกู๊ปพิเศษ  l  ข้อมูลภาพยนตร์   l  อันดับภาพยนตร์   l  โฮมเอ็นเตอร์เทนเมนท์

 
 
 
Paranorma Activity : Tokyo Night   (2011)

 

ข้อมูล - เรื่องย่อ 

l

เกี่ยวกับภาพยนตร์

l

รูปภาพ-โปสเตอร์

l

ดาวน์โหลด

l

แสดงความคิดเห็น

   เกี่ยวกับภาพยนต์
  ข้อมูลงานสร้าง "Paranorma Activity : Tokyo Night"
 






 

Paranormal activity: Tokyo night

จุดเด่น Paranormal Activity เป็นภาพยนตร์แนวใหม่ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามในภาคก่อนๆกลายเป็นหนังสยองขวัญที่ใครๆต่างก็ต้องหามาดู โดยเฉพาะกระแสแรงอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น และถูกสร้างในเวอร์ชั่นของญี่ปุ่นในที่สุด โดยได้นักแสดงและผู้กำกับชื่อดังชาวญี่ปุ่นเป็นผู้เผชิญความสยองขวัญในภาคนี้ สำหรับในเวอร์ชั่นนี้ที่ต้องทำให้ดีไม่แพ้เวอร์ชั่นของฮอลลีวู้ดแล้วยังคงมีเนื้อเรื่องที่น่าสนใจ และเทคนิคการถ่ายทอดที่แตกต่างจากเวอร์ชั่นของฮอลลีวู้ดคือ การตั้งกล้องถึงสองห้อง หลังจากเวอร์ชั่นก่อนมีกล้องเพียงห้องเดียว

ถ่ายทำด้วยความเร็วที่รวดเร็วและอัดแน่นยิ่งกว่าต้นฉบับ

ภาพยนตร์เรื่อง พารานอมอล แอคทีวีตี้ ต้นฉบับนั้นว่ากันว่าใช้เวลาถ่ายทำเพียง 7 วัน แต่ว่าในภาค โตเกียวไนท์ นี้ใช้เวลาถ่ายทำน้อยกว่านั้นอีก งานในครั้งนี้ไม่ได้หวังพึ่งแค่กล้องวิดีโอแบบเคลื่อนที่ได้เพียงอย่างเดียว แต่ยังอาศัยฝีมือของ นากาเอะ โทชิคาสุ ผู้กำกับผู้มีประสบการณ์มากมายในการทำภาพยนตร์แนว มอคคิวเมนทอรี่ (สารคดีปลอม) รวมถึงเหล่าทีมงานหัวกะทิที่ถูกเลือกเฟ้นมาอย่างดีอีกด้วย สำหรับผู้ชมที่เคยดูภาพยนตร์ภาคแรก ก็อาจจะคิดว่า “ก็แค่เอานักแสดงโนเนมมาโดดเหยงๆอยู่หน้ากล้อง คงจะถ่ายกันได้ไม่ยาก” นั่นถือเป็นความเข้าใจผิดอันใหญ่หลวง ก่อนอื่น ในหลายๆครั้งที่ นากามูระ อาโออิ ซึ่งเป็นนักแสดงนำต้องเข้าฉาก เขาต้องฝึกซ้อมและรับคำแนะนำจากตากล้องมืออาชีพอยู่หลายครั้งเพื่อจะแสดงออกมาอย่างเป็นธรรมชาติและได้อรรถรส บางครั้งนักแสดงและตากล้องก็ต้องทำงานกันอย่างหนักเพื่อให้ได้ภาพตามที่ผู้กำกับนากาเอะต้องการ แทบจะหาไม่ได้เลยที่ผู้กำกับจะปล่อยหนังผ่านในเทคเดียว ทีมงานทุกคนต้องเตรียมตัวสำหรับหลายเทค อีกทั้งการที่ผู้กำกับต้องการการแสดงที่สมจริงที่สุด ในบางฉากอาจต้องถ่ายทำกันถึง 10 เทค ดังนั้นการถ่ายทำด้วยคุณภาพระดับนี้ภายในเวลา 6 วันนั้น เรียกว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

ถ้าไม่เกิดปรากฎการณ์เหนือธรรมชาติ ก็จะอยู่บ้านนั้นต่อไปน่ะเหรอ? การถ่ายทำในสตูดิโอภายในบ้าน

สถานที่ๆถูกเลือกมาเป็นบ้านตระกูลยามาโนะนั้นเป็น เฮาส์สตูดิโอภายในตัวเมือง เนื่องจากภายในสตูดิโอไม่ได้ต่างจากบ้านทั่วไปมากนัก จึงได้ทำการติดตั้งกล่องไว้ในส่วนที่เป็นห้องนั่งเล่นของทั้งสองพี่น้อง แต่ว่าในห้องนั้นยังมีทีมงานอยู่อีกกว่า 30 ชีวิตซึ่งจะให้ติดไปอยู่ในตัวหนังไม่ได้ ดังนั้นทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนสถานที่ถ่ายทำ ทีมงานก็ต้องย้ายจุดยืนประจำการของตนไปด้วย ตัวอย่างเช่น ในฉากต่อเนื่องที่เพื่อนของโคอิจิพาเด็กผู้หญิงที่มีสัมผัสทางวิญญาณสูงมาที่บ้าน จากนั้นมิสุซุก็เริ่มกรีดร้องและพยายามวิ่งหนีออกจากบ้าน ในฉากนี้กล้องจะถ่ายตั้งแต่ ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ทางเดิน ทางเข้าบ้าน ดังนั้นทีมงานก็ต้องไปประจำการอยู่ในจุดอื่นๆเท่านั้น ทางด้านผู้กำกับนากาเอะก็คอยดูการถ่ายทำด้วยกล้องไร้สายจากมุมหนึ่งของห้องญี่ปุ่นซึ่งนำประตูมากั้นไว้ ฉากนี้เป็นฉากที่เนื้อเรื่องเข้มข้นและถ่ายทำได้ยาก คัทนึงก็ยาว แถมการตั้งองศาของกล้องก็ลำบาก เมื่อรวมรายละเอียดต่างๆแล้ว ต้องถ่ายกันมากกว่า 10 เทคซะอีก ในขณะที่กล้องหมุนไปนั้นต้องปิดเครื่องปรับอากาศทั้งหมด ทำให้ทีมงานกว่า 10 ชีวิตที่อัดเป็นปลากระป๋องกันอยู่ในมุมของห้องญี่ปุ่นต้องคอยดูแลงานไปพร้อมๆกับเหงื่อและเสียงกรีดร้องของมิสุซุ

ตัวตนที่แท้จริงของนักแสดงนำ นากามูระ อาโออิ

สำหรับ นากามูระ อาโออิ ซึ่งถูกเลือกมาให้รับบทนำในภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องนี้ ต้องทำการแสดงต่อหน้ากล้องวิดีโอที่กำลังถ่าย พร้อมๆกับคิดบทขึ้นมาสดๆตามที่ผู้กำกับนากาเอะร้องขอ นับว่าเป็นการท้าทายครั้งแรกของเขา แม้แรงกดดันนี้จะใหญ่หลวงแต่ตลอดทุกวันของการถ่ายทำตั้งแต่ 7โมงครึ่งในตอนเช้า ไปจนดึกดื่น (วันปิดกล้องถ่ายกันถึงตี 3) แต่นากามูระก็ไม่เคยปริปากบ่น แถมยังกล่าวว่าการแสดงภาพยนตร์มอคคิวเมนทารี่อันแสนลำบากในบทของ โคอิจิ น้องชายผู้พยายามจะปกป้อง ฮารุกะ พี่สาวของตนจาก “อะไรบางอย่าง” ในครั้งนี้เป็นเรื่องน่าสนใจ นับเป็นความแข็งแกร่งภายในจิตใจซึ่งไม่นึกเลยว่าจะได้เห็นจากเด็กหนุ่มวัย 19 ปีผู้คุยเล่นกับทีมงานอย่างออกรสหลังวันปิดกล้อง เรื่องที่น่าประทับใจนั้นเกิดขึ้นในวันที่ 2 ของการถ่ายทำ เป็นฉากที่ต้องมีปากเสียงกับฮารุกะระหว่างโต๊ะอาหาร ทั้งสองคนต่างเครียดกับตัวตนของ “บางอย่าง” ที่มองไม่เห็นจนทำให้กระทบกระทั่งกัน นากามูระสามารถตอบสวนบทที่เพิ่งคิดสดของอาโอยามะผู้รับบทฮารุกะได้ในทันทีโดยไม่ต้องคิด ยิ่งหลายเทคผ่านไป การเล่นบทคิดสดของทั้งคู่ก็ยิ่งเข้าขา ราวกับว่าเป็นพี่น้องที่กำลังทะเลาะกันจริงๆ นั่นนับเป็นช่วงเวลาที่เราได้เห็นความสามาถในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและจิตวิญญาณในการแสดงของ นากามูระ อาโออิ ได้อย่างชัดเจน ผลงานภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ดึงศักยภาพของนากามูระออกมา และจะนำเขาไปสู่ความก้าวหน้าในวงการนี้ได้อย่างไม่ต้องสงสัย

เจ้าแม่นักหวีดที่แท้จริงคือ?

การถ่ายทำในตอนกลางคืน ถือเป็นความทรมานอย่างที่สุดของ อาโอยามะ โนริโกะ ผู้รับบทฮารุกะ เพราะมีทั้งฉากที่ต้องถูก “อะไรบางอย่าง” ดึงผมจนกรีดร้องสุดเสียงแล้วก็ถูกถึงลงใต้เตียง ตอนถ่ายทำนั้นทีมงานที่แอบอยู่ใต้เตียงเป็นคนดึง แต่พออาโอยามะที่ท่าทางจะเจ็บเอามากๆยิ้มแล้วตอบว่า “ไม่เป็นไรค่ะ” ทีมงานทุกคนก็พากันยิ้มออกไปด้วย จริงๆทุกคนอยากให้ฉากแบบนี้ถ่ายเสร็จในเทคเดียว แต่หลังจากผู้กำกับนากาเอะเช็คดูแล้ว ก็ตอบมาด้วยน้ำเสียงเชิงขอโทษว่า “ถ้าเป็นไปได้ก็อยากได้อีกสักเทค” เพราะนอนพลิกตัวทำให้เห็นการเคลื่อนไหวของผมได้ไม่ชัด ทุกคนก็ต่างโล่งใจที่ฉากนี้จบลงในเทคที่ 2 โดยไม่มีปัญหา จึงได้นำนักแสดงซึ่งกำลังมีไฟแล้วไปสู่ฉากต่อไป ซึ่งเป็นฉากที่โคอิจิที่ได้ยินเสียงพี่สาวร้องจึงได้วิ่งเข้ามาดูในห้อง และพบว่าฮารุกะกำลังกรีดร้องซ้ำไปซ้ำมาและหายใจไม่เป็นจังหวะ สุดท้ายแล้วฉากนี้ก็ถ่ายไปทั้งหมด 3 เทค ในบางครั้งเราจะเรียกนางเอกในหนังสยองขวัญว่าเจ้าแม่นักหวีด และในวันนี้นั้น ด้วยความอดทนและการแสดงที่โดดเด่น ทำให้ไม่ต้องสงสัยเลยว่า อาโอยามะ โนริโกะนี่แหละคือเจ้าแม่นักหวีดตัวจริง

ฟังคำแนะนำจากหมอผีตัวจริงเพื่อให้ได้การแสดงที่สมจริงที่สุด

หนึ่งในฉากที่ต้องให้ความสำคัญกับรายละเอียดที่สุดคือฉากการไล่ผี ถึงในการถ่ายทำเราได้เชิญ ท่าน ทาจิบานะ ชูกิ แห่งตระกูลหมอผีทาจิบานะมาเพื่อขอคำแนะนำผู้กำกับนากาเอะไม่ใช่แค่ต้องการรายละเอียดและตำแหน่งการวางแท่นบูชาเท่านั้น แต่ชุดของนักแสดง ท่าทางการรำ และบทบริกรรมคาถาต่างๆก็ต้องให้ถูกต้องที่สุดด้วย ท่านบาจิบานะก็ไม่ได้ให้แค่เพียงคำแนะนำเท่านั้น แต่ยังแสดงและสอนวิธีออกเสียงในคาถาต่างๆให้นักแสดงที่รับบทหมอผีดูเป็นตัวอย่างอีกด้วย ในขณะถ่ายทำฉากไล่ผีนั้น ท่านทาจิบานะได้มาร่วมสังเกตุการณ์อยู่มางมอนิเตอร์พร้อมๆกับผู้กำกับนากาเอะ บางทีที่ท่านทาจิบานะพูดว่า “ตรงนี้มันแปลกๆนะ” ผู้กำกับก็จะสั่งคัททันที อีกทั้งวันถ่ายทำยังเป็นกลางฤดูร้อน ในห้องที่ใช้เครื่องปรับอากาศไม่ได้มีอุณหภูมิสูงเกิน 30 องศา นับเป็นการถ่ายทำที่โหดร้ายสำหรับคนรับบทหมอผีซึ่งต้องใส่ชุดเหมือนคนสมัยเฮอันและเข้าฉากอยู่นานมาก แต่พอได้ยินว่าคัทเมื่อไหร่ ทางทีมงานก็จะไปช่วยซับเหงื่อ แล้วรีบเอาพัดไปช่วยพัด แต่ใบหน้าที่ยิ้มแย้มและนิ่งสงบของนักแสดงนั้นทำให้รู้สึกเหมือนเป็นหมอผีตัวจริงเลย สตั๊นแมนผู้ทำหน้าทที่ของมืออาชีพได้อย่างสมบูรณ์
คิวสุดท้ายของการถ่ายทำนั้นเป็นฉากรถชนซึ่งถือเป็นไคลแมกซ์ของเรื่อง ซึ่งเราได้ปิดถนนส่วนหนึ่งของเมืองเพื่อถ่ายทำเป็นฉากที่รถแท็กซี่ที่โคอิจินั่งมาไปชนเข้ากับฮารุกะที่พุ่งพรวดออกมาพอดีและกระเด็นไปชนกับรถที่จอดอยู่อีกเลนนึง สำหรับในฉากใหญ่แบบนี้ จำเป็นต้องซ้อมอย่างรัดกุมที่สุด อาโอยามะ โนริโกะผู้รับบทฮารุกะ เสนอว่าจะเล่นฉากนี้เองพร้อมกับกลิ้งตัวลงมมาจากฝากระโปรงรถให้ดู แต่ว่าการเข้าปะทะกับรถที่วิ่งด้วยความเร็ว 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้นอันตรายเกินไป จึงต้องยกให้เป็นหน้าที่ของสตั๊นแมน ไม่ใช่แค่ต้องถูกรถชนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงต้องกระแทกกระจกหน้ารถจนแตกอีกด้วย นับเป็นงานที่เสี่ยงชีวิตทีเดียว ตอนที่ถ่ายนั้น ทีมงานไม่เคยตึงเครียดเท่านั้นมาก่อนเลย เมื่อถึงเวลาถ่ายจริง สตั๊นแมนซึ่งอยู่ในชุดฮารุกะก็พุ่งไปให้รถชน กลิ้งจากฝากระโปรงหน้าไปโดนกระจกหน้าแตก แถมยังกลิ้งเลยขึ้นไปบนหลังคารถ และเมื่อรถเบรกกระทันหันเขาก็กลิ้งตกลงมาบนถนน ถึงจะบอกว่าที่เป็นงานของมืออาชีพ แต่ถ้าได้มาเห็นด้วยตารับรองว่าต้องขนลุกกันไปตามๆกันแน่ พอเสียงคำว่าคัทดังขั้น สตั๊นแมนที่นอนอยู่บนถนนก็ลุกขึ้นยืน ทีมงานทุกคนก็ปรบมือให้กำลังใจกันยกใหญ่ นับว่านี่เป็นเวทมนตร์ที่หาดูได้ในภาพยนตร์เท่านั้นน

 

เตรียมพบความสยองครั้งใหม่ที่ญี่ปุ่นกับภาพยนตร์ "Paranorma Activity : Tokyo Night เรียลลิตี้ขนหัวลุก: ดักผีโตเกียว"
Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 11 สิงหาคม 2554

       Paranormal Activity เป็นภาพยนตร์แนวใหม่ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามในภาคก่อนๆกลายเป็นหนังสยองขวัญที่ใครๆต่างก็ต้องหามาดู และในภาคล่าสุดนี้ ถูกถ่ายทำขึ้นในประเทศญี่ปุ่น โดยได้นักแสดงและผู้กำกับชื่อดังชาวญี่ปุ่นเป็นผู้เผชิญความสยองขวัญในภาคนี้ สำหรับในภาคนี้ที่ต้องทำให้ดีไม่แพ้ภาคก่อนๆแล้วยังคงมีเนื้อเรื่องที่น่าสนใจ และเทคนิคการถ่ายทอดที่แตกต่างจากภาคก่อนๆคือ การตั้งกล้องถึงสองห้อง หลังจากภาคก่อนมีกล้องเพียงห้องเดียว

 นักเรียนชาวญี่ปุ่น ได้ไปเรียนต่อที่ แคลิฟอร์เนีย แต่ว่าไปได้ไม่นานก็ต้องกลับมาหลังจากเจออบัติเหตุรถชนที่ทำให้ขาหักทั้งสองข้าง และต้องกลับมาที่บ้านเกิด โตเกียว ญี่ปุ่น ต่อมาไม่นานพ่อของเธอต้องไปทำงานต่างประเทศ จึงทำให้เหลือแต่เธอกับน้องชาย ทั้งสองคนได้เจอเหตุการณ์ต่างๆที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนจึงได้นำกล้องมาติดตั้งเพื่อที่จะได้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างที่ทั้งคู่นอนหลับอยู่

ตัวอย่างภาพยนตร์ Paranorma Activity : Tokyo Night

http://www.openmm.com/plus/forum.php?mod=viewthread&tid=2713


 
ปรากฎการณ์สยอง 2 เท่า ดุกว่า! แรงกว่า!
“เรียลลิตี้ขนหัวลุก: ดักผีโตเกียว”
ทุบสถิติต้นฉบับ...สยองมาแล้วทั่วโลก

Openmm.com Movie InEntertainment วันที่ 12 ตุลาคม 2554

            หลังจากที่หนังแนว เรียลลิตี้ ฮอร์เรอร์ อย่าง PARANORMAL ACTIVITY (เรียลลิตี้ขนหัวลุก) เวอร์ชั่นอเมริกาสร้างปรากฏการณ์ถล่มทลายอย่างสูงจนทำให้เกิดภาคต่อตามมา โดยเฉพาะกระแสแรงอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น และถูกสร้างแบบฉบับเวอร์ชั่นของญี่ปุ่น PARANORMAL ACTIVITY: TOKYO NIGHT (เรียลลิตี้ขนหัวลุก: ดักผีโตเกียว) โดยได้นักแสดงและผู้กำกับชื่อดังชาวญี่ปุ่นเป็นผู้เผชิญความสยองขวัญในเวอร์ชั่นนี้ ที่ต้องทำให้ดีไม่แพ้เวอร์ชั่นของฮอลลีวู้ดแล้วยังคงมีเนื้อเรื่องที่น่าสนใจ และเทคนิคการถ่ายทอดที่แตกต่างจากเวอร์ชั่นของฮอลลีวู้ดคือ การตั้งกล้องถึงสองห้อง หลังจากเวอร์ชั่นก่อนมีกล้องเพียงห้องเดียว ความสยองในครั้งนี้เป็นไปตามแบบฉบับของญี่ปุ่น ซึ่งจะสยองกว่า ดุกว่า และ แรงกว่า

เรื่องราวสุดผวาของ นักเรียนชาวญี่ปุ่น ได้ไปเรียนต่อที่ แคลิฟอร์เนีย แต่ว่าไปได้ไม่นานก็ต้องกลับมาหลังจากเจออุบัติเหตุรถชนที่ทำให้ขาหักทั้งสองข้าง และต้องกลับมาที่บ้านเกิดในโตเกียว ญี่ปุ่น ต่อมาไม่นานพ่อของเธอต้องไปทำงานต่างประเทศ จึงทำให้เหลือแต่เธอกับน้องชาย ทั้งสองคนได้เจอเหตุการณ์ต่างๆที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนจึงได้นำกล้องมาติดตั้งเพื่อที่จะได้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างที่ทั้งคู่นอนหลับอยู่

เอ็ม พิคเจอร์ส เตรียมให้คอหนังได้สัมผัสความน่ากลัวในแบบฉบับที่คุณจะสะดุ้งไม่รู้ตัว 20 ตุลาคมนี้ในโรงภาพยนตร์





 

 
 
 
 

รูปภาพ

   
   

ดูภาพทั้งหมด