|



|
|
Paranormal activity: Tokyo
night
จุดเด่น Paranormal Activity
เป็นภาพยนตร์แนวใหม่
ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามในภาคก่อนๆกลายเป็นหนังสยองขวัญที่ใครๆต่างก็ต้องหามาดู
โดยเฉพาะกระแสแรงอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น
และถูกสร้างในเวอร์ชั่นของญี่ปุ่นในที่สุด
โดยได้นักแสดงและผู้กำกับชื่อดังชาวญี่ปุ่นเป็นผู้เผชิญความสยองขวัญในภาคนี้
สำหรับในเวอร์ชั่นนี้ที่ต้องทำให้ดีไม่แพ้เวอร์ชั่นของฮอลลีวู้ดแล้วยังคงมีเนื้อเรื่องที่น่าสนใจ
และเทคนิคการถ่ายทอดที่แตกต่างจากเวอร์ชั่นของฮอลลีวู้ดคือ
การตั้งกล้องถึงสองห้อง
หลังจากเวอร์ชั่นก่อนมีกล้องเพียงห้องเดียว
ถ่ายทำด้วยความเร็วที่รวดเร็วและอัดแน่นยิ่งกว่าต้นฉบับ
ภาพยนตร์เรื่อง พารานอมอล แอคทีวีตี้
ต้นฉบับนั้นว่ากันว่าใช้เวลาถ่ายทำเพียง 7 วัน
แต่ว่าในภาค โตเกียวไนท์
นี้ใช้เวลาถ่ายทำน้อยกว่านั้นอีก
งานในครั้งนี้ไม่ได้หวังพึ่งแค่กล้องวิดีโอแบบเคลื่อนที่ได้เพียงอย่างเดียว
แต่ยังอาศัยฝีมือของ นากาเอะ โทชิคาสุ
ผู้กำกับผู้มีประสบการณ์มากมายในการทำภาพยนตร์แนว
มอคคิวเมนทอรี่ (สารคดีปลอม)
รวมถึงเหล่าทีมงานหัวกะทิที่ถูกเลือกเฟ้นมาอย่างดีอีกด้วย
สำหรับผู้ชมที่เคยดูภาพยนตร์ภาคแรก ก็อาจจะคิดว่า
ก็แค่เอานักแสดงโนเนมมาโดดเหยงๆอยู่หน้ากล้อง
คงจะถ่ายกันได้ไม่ยาก
นั่นถือเป็นความเข้าใจผิดอันใหญ่หลวง ก่อนอื่น
ในหลายๆครั้งที่ นากามูระ อาโออิ
ซึ่งเป็นนักแสดงนำต้องเข้าฉาก
เขาต้องฝึกซ้อมและรับคำแนะนำจากตากล้องมืออาชีพอยู่หลายครั้งเพื่อจะแสดงออกมาอย่างเป็นธรรมชาติและได้อรรถรส
บางครั้งนักแสดงและตากล้องก็ต้องทำงานกันอย่างหนักเพื่อให้ได้ภาพตามที่ผู้กำกับนากาเอะต้องการ
แทบจะหาไม่ได้เลยที่ผู้กำกับจะปล่อยหนังผ่านในเทคเดียว
ทีมงานทุกคนต้องเตรียมตัวสำหรับหลายเทค
อีกทั้งการที่ผู้กำกับต้องการการแสดงที่สมจริงที่สุด
ในบางฉากอาจต้องถ่ายทำกันถึง 10 เทค
ดังนั้นการถ่ายทำด้วยคุณภาพระดับนี้ภายในเวลา 6
วันนั้น เรียกว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
ถ้าไม่เกิดปรากฎการณ์เหนือธรรมชาติ
ก็จะอยู่บ้านนั้นต่อไปน่ะเหรอ?
การถ่ายทำในสตูดิโอภายในบ้าน
สถานที่ๆถูกเลือกมาเป็นบ้านตระกูลยามาโนะนั้นเป็น
เฮาส์สตูดิโอภายในตัวเมือง
เนื่องจากภายในสตูดิโอไม่ได้ต่างจากบ้านทั่วไปมากนัก
จึงได้ทำการติดตั้งกล่องไว้ในส่วนที่เป็นห้องนั่งเล่นของทั้งสองพี่น้อง
แต่ว่าในห้องนั้นยังมีทีมงานอยู่อีกกว่า 30
ชีวิตซึ่งจะให้ติดไปอยู่ในตัวหนังไม่ได้
ดังนั้นทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนสถานที่ถ่ายทำ
ทีมงานก็ต้องย้ายจุดยืนประจำการของตนไปด้วย
ตัวอย่างเช่น
ในฉากต่อเนื่องที่เพื่อนของโคอิจิพาเด็กผู้หญิงที่มีสัมผัสทางวิญญาณสูงมาที่บ้าน
จากนั้นมิสุซุก็เริ่มกรีดร้องและพยายามวิ่งหนีออกจากบ้าน
ในฉากนี้กล้องจะถ่ายตั้งแต่ ห้องนั่งเล่น ห้องครัว
ทางเดิน ทางเข้าบ้าน
ดังนั้นทีมงานก็ต้องไปประจำการอยู่ในจุดอื่นๆเท่านั้น
ทางด้านผู้กำกับนากาเอะก็คอยดูการถ่ายทำด้วยกล้องไร้สายจากมุมหนึ่งของห้องญี่ปุ่นซึ่งนำประตูมากั้นไว้
ฉากนี้เป็นฉากที่เนื้อเรื่องเข้มข้นและถ่ายทำได้ยาก
คัทนึงก็ยาว แถมการตั้งองศาของกล้องก็ลำบาก
เมื่อรวมรายละเอียดต่างๆแล้ว ต้องถ่ายกันมากกว่า
10 เทคซะอีก
ในขณะที่กล้องหมุนไปนั้นต้องปิดเครื่องปรับอากาศทั้งหมด
ทำให้ทีมงานกว่า 10
ชีวิตที่อัดเป็นปลากระป๋องกันอยู่ในมุมของห้องญี่ปุ่นต้องคอยดูแลงานไปพร้อมๆกับเหงื่อและเสียงกรีดร้องของมิสุซุ
ตัวตนที่แท้จริงของนักแสดงนำ นากามูระ อาโออิ
สำหรับ นากามูระ อาโออิ
ซึ่งถูกเลือกมาให้รับบทนำในภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องนี้
ต้องทำการแสดงต่อหน้ากล้องวิดีโอที่กำลังถ่าย
พร้อมๆกับคิดบทขึ้นมาสดๆตามที่ผู้กำกับนากาเอะร้องขอ
นับว่าเป็นการท้าทายครั้งแรกของเขา
แม้แรงกดดันนี้จะใหญ่หลวงแต่ตลอดทุกวันของการถ่ายทำตั้งแต่
7โมงครึ่งในตอนเช้า ไปจนดึกดื่น
(วันปิดกล้องถ่ายกันถึงตี 3)
แต่นากามูระก็ไม่เคยปริปากบ่น
แถมยังกล่าวว่าการแสดงภาพยนตร์มอคคิวเมนทารี่อันแสนลำบากในบทของ
โคอิจิ น้องชายผู้พยายามจะปกป้อง ฮารุกะ
พี่สาวของตนจาก อะไรบางอย่าง
ในครั้งนี้เป็นเรื่องน่าสนใจ
นับเป็นความแข็งแกร่งภายในจิตใจซึ่งไม่นึกเลยว่าจะได้เห็นจากเด็กหนุ่มวัย
19
ปีผู้คุยเล่นกับทีมงานอย่างออกรสหลังวันปิดกล้อง
เรื่องที่น่าประทับใจนั้นเกิดขึ้นในวันที่ 2
ของการถ่ายทำ
เป็นฉากที่ต้องมีปากเสียงกับฮารุกะระหว่างโต๊ะอาหาร
ทั้งสองคนต่างเครียดกับตัวตนของ บางอย่าง
ที่มองไม่เห็นจนทำให้กระทบกระทั่งกัน
นากามูระสามารถตอบสวนบทที่เพิ่งคิดสดของอาโอยามะผู้รับบทฮารุกะได้ในทันทีโดยไม่ต้องคิด
ยิ่งหลายเทคผ่านไป
การเล่นบทคิดสดของทั้งคู่ก็ยิ่งเข้าขา
ราวกับว่าเป็นพี่น้องที่กำลังทะเลาะกันจริงๆ
นั่นนับเป็นช่วงเวลาที่เราได้เห็นความสามาถในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและจิตวิญญาณในการแสดงของ
นากามูระ อาโออิ ได้อย่างชัดเจน
ผลงานภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ดึงศักยภาพของนากามูระออกมา
และจะนำเขาไปสู่ความก้าวหน้าในวงการนี้ได้อย่างไม่ต้องสงสัย
เจ้าแม่นักหวีดที่แท้จริงคือ?
การถ่ายทำในตอนกลางคืน
ถือเป็นความทรมานอย่างที่สุดของ อาโอยามะ โนริโกะ
ผู้รับบทฮารุกะ เพราะมีทั้งฉากที่ต้องถูก
อะไรบางอย่าง
ดึงผมจนกรีดร้องสุดเสียงแล้วก็ถูกถึงลงใต้เตียง
ตอนถ่ายทำนั้นทีมงานที่แอบอยู่ใต้เตียงเป็นคนดึง
แต่พออาโอยามะที่ท่าทางจะเจ็บเอามากๆยิ้มแล้วตอบว่า
ไม่เป็นไรค่ะ ทีมงานทุกคนก็พากันยิ้มออกไปด้วย
จริงๆทุกคนอยากให้ฉากแบบนี้ถ่ายเสร็จในเทคเดียว
แต่หลังจากผู้กำกับนากาเอะเช็คดูแล้ว
ก็ตอบมาด้วยน้ำเสียงเชิงขอโทษว่า
ถ้าเป็นไปได้ก็อยากได้อีกสักเทค
เพราะนอนพลิกตัวทำให้เห็นการเคลื่อนไหวของผมได้ไม่ชัด
ทุกคนก็ต่างโล่งใจที่ฉากนี้จบลงในเทคที่ 2
โดยไม่มีปัญหา
จึงได้นำนักแสดงซึ่งกำลังมีไฟแล้วไปสู่ฉากต่อไป
ซึ่งเป็นฉากที่โคอิจิที่ได้ยินเสียงพี่สาวร้องจึงได้วิ่งเข้ามาดูในห้อง
และพบว่าฮารุกะกำลังกรีดร้องซ้ำไปซ้ำมาและหายใจไม่เป็นจังหวะ
สุดท้ายแล้วฉากนี้ก็ถ่ายไปทั้งหมด 3 เทค
ในบางครั้งเราจะเรียกนางเอกในหนังสยองขวัญว่าเจ้าแม่นักหวีด
และในวันนี้นั้น ด้วยความอดทนและการแสดงที่โดดเด่น
ทำให้ไม่ต้องสงสัยเลยว่า อาโอยามะ
โนริโกะนี่แหละคือเจ้าแม่นักหวีดตัวจริง
ฟังคำแนะนำจากหมอผีตัวจริงเพื่อให้ได้การแสดงที่สมจริงที่สุด
หนึ่งในฉากที่ต้องให้ความสำคัญกับรายละเอียดที่สุดคือฉากการไล่ผี
ถึงในการถ่ายทำเราได้เชิญ ท่าน ทาจิบานะ ชูกิ
แห่งตระกูลหมอผีทาจิบานะมาเพื่อขอคำแนะนำผู้กำกับนากาเอะไม่ใช่แค่ต้องการรายละเอียดและตำแหน่งการวางแท่นบูชาเท่านั้น
แต่ชุดของนักแสดง ท่าทางการรำ
และบทบริกรรมคาถาต่างๆก็ต้องให้ถูกต้องที่สุดด้วย
ท่านบาจิบานะก็ไม่ได้ให้แค่เพียงคำแนะนำเท่านั้น
แต่ยังแสดงและสอนวิธีออกเสียงในคาถาต่างๆให้นักแสดงที่รับบทหมอผีดูเป็นตัวอย่างอีกด้วย
ในขณะถ่ายทำฉากไล่ผีนั้น
ท่านทาจิบานะได้มาร่วมสังเกตุการณ์อยู่มางมอนิเตอร์พร้อมๆกับผู้กำกับนากาเอะ
บางทีที่ท่านทาจิบานะพูดว่า ตรงนี้มันแปลกๆนะ
ผู้กำกับก็จะสั่งคัททันที
อีกทั้งวันถ่ายทำยังเป็นกลางฤดูร้อน
ในห้องที่ใช้เครื่องปรับอากาศไม่ได้มีอุณหภูมิสูงเกิน
30 องศา
นับเป็นการถ่ายทำที่โหดร้ายสำหรับคนรับบทหมอผีซึ่งต้องใส่ชุดเหมือนคนสมัยเฮอันและเข้าฉากอยู่นานมาก
แต่พอได้ยินว่าคัทเมื่อไหร่
ทางทีมงานก็จะไปช่วยซับเหงื่อ
แล้วรีบเอาพัดไปช่วยพัด
แต่ใบหน้าที่ยิ้มแย้มและนิ่งสงบของนักแสดงนั้นทำให้รู้สึกเหมือนเป็นหมอผีตัวจริงเลย
สตั๊นแมนผู้ทำหน้าทที่ของมืออาชีพได้อย่างสมบูรณ์
คิวสุดท้ายของการถ่ายทำนั้นเป็นฉากรถชนซึ่งถือเป็นไคลแมกซ์ของเรื่อง
ซึ่งเราได้ปิดถนนส่วนหนึ่งของเมืองเพื่อถ่ายทำเป็นฉากที่รถแท็กซี่ที่โคอิจินั่งมาไปชนเข้ากับฮารุกะที่พุ่งพรวดออกมาพอดีและกระเด็นไปชนกับรถที่จอดอยู่อีกเลนนึง
สำหรับในฉากใหญ่แบบนี้
จำเป็นต้องซ้อมอย่างรัดกุมที่สุด อาโอยามะ
โนริโกะผู้รับบทฮารุกะ
เสนอว่าจะเล่นฉากนี้เองพร้อมกับกลิ้งตัวลงมมาจากฝากระโปรงรถให้ดู
แต่ว่าการเข้าปะทะกับรถที่วิ่งด้วยความเร็ว 30
กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้นอันตรายเกินไป
จึงต้องยกให้เป็นหน้าที่ของสตั๊นแมน
ไม่ใช่แค่ต้องถูกรถชนเท่านั้น
แต่ยังรวมไปถึงต้องกระแทกกระจกหน้ารถจนแตกอีกด้วย
นับเป็นงานที่เสี่ยงชีวิตทีเดียว ตอนที่ถ่ายนั้น
ทีมงานไม่เคยตึงเครียดเท่านั้นมาก่อนเลย
เมื่อถึงเวลาถ่ายจริง
สตั๊นแมนซึ่งอยู่ในชุดฮารุกะก็พุ่งไปให้รถชน
กลิ้งจากฝากระโปรงหน้าไปโดนกระจกหน้าแตก
แถมยังกลิ้งเลยขึ้นไปบนหลังคารถ
และเมื่อรถเบรกกระทันหันเขาก็กลิ้งตกลงมาบนถนน
ถึงจะบอกว่าที่เป็นงานของมืออาชีพ
แต่ถ้าได้มาเห็นด้วยตารับรองว่าต้องขนลุกกันไปตามๆกันแน่
พอเสียงคำว่าคัทดังขั้น
สตั๊นแมนที่นอนอยู่บนถนนก็ลุกขึ้นยืน
ทีมงานทุกคนก็ปรบมือให้กำลังใจกันยกใหญ่
นับว่านี่เป็นเวทมนตร์ที่หาดูได้ในภาพยนตร์เท่านั้นน
|
|
|
เตรียมพบความสยองครั้งใหม่ที่ญี่ปุ่นกับภาพยนตร์
"Paranorma Activity : Tokyo Night
เรียลลิตี้ขนหัวลุก: ดักผีโตเกียว"
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 11 สิงหาคม 2554 |
|
|
|
 |
Paranormal
Activity เป็นภาพยนตร์แนวใหม่
ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามในภาคก่อนๆกลายเป็นหนังสยองขวัญที่ใครๆต่างก็ต้องหามาดู
และในภาคล่าสุดนี้ ถูกถ่ายทำขึ้นในประเทศญี่ปุ่น
โดยได้นักแสดงและผู้กำกับชื่อดังชาวญี่ปุ่นเป็นผู้เผชิญความสยองขวัญในภาคนี้
สำหรับในภาคนี้ที่ต้องทำให้ดีไม่แพ้ภาคก่อนๆแล้วยังคงมีเนื้อเรื่องที่น่าสนใจ
และเทคนิคการถ่ายทอดที่แตกต่างจากภาคก่อนๆคือ
การตั้งกล้องถึงสองห้อง
หลังจากภาคก่อนมีกล้องเพียงห้องเดียว
นักเรียนชาวญี่ปุ่น ได้ไปเรียนต่อที่ แคลิฟอร์เนีย
แต่ว่าไปได้ไม่นานก็ต้องกลับมาหลังจากเจออบัติเหตุรถชนที่ทำให้ขาหักทั้งสองข้าง
และต้องกลับมาที่บ้านเกิด โตเกียว ญี่ปุ่น
ต่อมาไม่นานพ่อของเธอต้องไปทำงานต่างประเทศ
จึงทำให้เหลือแต่เธอกับน้องชาย
ทั้งสองคนได้เจอเหตุการณ์ต่างๆที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนจึงได้นำกล้องมาติดตั้งเพื่อที่จะได้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างที่ทั้งคู่นอนหลับอยู่
ตัวอย่างภาพยนตร์ Paranorma Activity : Tokyo
Night
http://www.openmm.com/plus/forum.php?mod=viewthread&tid=2713
|
|
|
ปรากฎการณ์สยอง 2 เท่า ดุกว่า! แรงกว่า!
เรียลลิตี้ขนหัวลุก: ดักผีโตเกียว
ทุบสถิติต้นฉบับ...สยองมาแล้วทั่วโลก
Openmm.com Movie
InEntertainment วันที่ 12
ตุลาคม 2554 |
|
 |
หลังจากที่หนังแนว เรียลลิตี้ ฮอร์เรอร์ อย่าง
PARANORMAL ACTIVITY (เรียลลิตี้ขนหัวลุก)
เวอร์ชั่นอเมริกาสร้างปรากฏการณ์ถล่มทลายอย่างสูงจนทำให้เกิดภาคต่อตามมา
โดยเฉพาะกระแสแรงอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น
และถูกสร้างแบบฉบับเวอร์ชั่นของญี่ปุ่น
PARANORMAL ACTIVITY: TOKYO NIGHT (เรียลลิตี้ขนหัวลุก:
ดักผีโตเกียว)
โดยได้นักแสดงและผู้กำกับชื่อดังชาวญี่ปุ่นเป็นผู้เผชิญความสยองขวัญในเวอร์ชั่นนี้
ที่ต้องทำให้ดีไม่แพ้เวอร์ชั่นของฮอลลีวู้ดแล้วยังคงมีเนื้อเรื่องที่น่าสนใจ
และเทคนิคการถ่ายทอดที่แตกต่างจากเวอร์ชั่นของฮอลลีวู้ดคือ
การตั้งกล้องถึงสองห้อง หลังจากเวอร์ชั่นก่อนมีกล้องเพียงห้องเดียว
ความสยองในครั้งนี้เป็นไปตามแบบฉบับของญี่ปุ่น
ซึ่งจะสยองกว่า ดุกว่า และ แรงกว่า
เรื่องราวสุดผวาของ นักเรียนชาวญี่ปุ่น
ได้ไปเรียนต่อที่ แคลิฟอร์เนีย
แต่ว่าไปได้ไม่นานก็ต้องกลับมาหลังจากเจออุบัติเหตุรถชนที่ทำให้ขาหักทั้งสองข้าง
และต้องกลับมาที่บ้านเกิดในโตเกียว ญี่ปุ่น
ต่อมาไม่นานพ่อของเธอต้องไปทำงานต่างประเทศ
จึงทำให้เหลือแต่เธอกับน้องชาย
ทั้งสองคนได้เจอเหตุการณ์ต่างๆที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนจึงได้นำกล้องมาติดตั้งเพื่อที่จะได้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างที่ทั้งคู่นอนหลับอยู่
เอ็ม พิคเจอร์ส
เตรียมให้คอหนังได้สัมผัสความน่ากลัวในแบบฉบับที่คุณจะสะดุ้งไม่รู้ตัว
20 ตุลาคมนี้ในโรงภาพยนตร์ |
|

 |
|
|